Sunday, 14 June 2026
Hard News Team

นักเทนนิสยูเครน ฟ้อง WTA และประธานสมาคม ‘สตีฟ ไซมอน’ ฐานก่อให้เกิดความเครียดทางอารมณ์ ปมปล่อยนักกีฬาสนับสนุนสงครามร่วมแข่ง

(22 เม.ย. 68) เลเชีย ซูเรนโก้ (Lesia Tsurenko) นักเทนนิสหญิงชาวยูเครนวัย 35 ปี ได้ยื่นฟ้อง สมาคมเทนนิสหญิงโลก (WTA) และ ประธานสมาคม สตีฟ ไซมอน (Steve Simon) โดยกล่าวหาว่า ละเมิดสัญญา ประมาทเลินเล่อ และก่อให้เกิดความเครียดทางอารมณ์ จากการที่ WTA อนุญาตให้นักกีฬาจากรัสเซียและเบลารุสที่แสดงการสนับสนุนสงครามในยูเครนสามารถลงแข่งขันในรายการระดับนานาชาติได้

โดยกรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยังดำเนินอยู่ และลุกลามเข้าสู่วงการกีฬา โดยเฉพาะในระดับนานาชาติที่องค์กรต่างๆ ถูกตั้งคำถามเรื่องจุดยืนต่อผู้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง

ซูเรนโก้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 239 ของโลก ระบุว่า การต้องเผชิญหน้ากับนักกีฬาจากประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรุกรานบ้านเกิดของเธอ ส่งผลรุนแรงต่อสุขภาพจิตและฟอร์มการเล่น โดยเธอเคยถอนตัวจากการแข่งขันเนื่องจากอาการตื่นตระหนก และมักจะ “ตกรอบแล้วตกรอบอีก” เพราะความกดดันทางอารมณ์ที่ต้องแบกรับ

ซูเรนโกเปิดเผยว่าในปี 2023 ลินด์เซย์ แบรนดอน ผู้อำนวยการฝ่ายคุ้มครองความปลอดภัยของ WTA ได้แจ้งกับเธอว่า สตีฟ ไซมอน จะถูกสอบสวนในข้อหาละเมิดจรรยาบรรณขององค์กร อย่างไรก็ตาม ในเดือนตุลาคมของปีเดียวกัน WTA ได้แจ้งผลสอบสวนว่า ไซมอนไม่ได้ละเมิดจรรยาบรรณขององค์กรหรือข้อกำหนดใดๆ ในคู่มือพนักงาน และเมื่อซูเรนโกพยายามยื่นอุทธรณ์ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

“ซีอีโอขององค์กรได้กระทำการล่วงละเมิดทางศีลธรรมต่อฉัน นำไปสู่อาการตื่นตระหนก และฉันไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้” ซูเรนโกโพสต์ข้อความแสดงความรู้สึกผ่านโซเชียลมีเดีย 

ด้าน WTA ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ข้อกล่าวหาโดยยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนต่อสงคราม ระบุว่า 

“ยืนกรานและชัดเจนในการประณามสงครามของรัสเซียต่อยูเครน และการกระทำของรัฐบาลรัสเซียต่อประชาชนชาวยูเครน”

“WTA ได้ดำเนินการหลายขั้นตอนเพื่อช่วยเหลือสมาชิกผู้เล่นชาวยูเครนของเรา ซึ่งเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในฐานะนักกีฬาอาชีพ”

“องค์กรยึดหลักการของความเท่าเทียมและการไม่เลือกปฏิบัติ โดยการแข่งขัน WTA เปิดให้นักเทนนิสหญิงทุกคนที่ผ่านเข้ารอบตามผลงานสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ นักกีฬาแต่ละคนไม่ควรถูกลงโทษจากการกระทำของรัฐบาล”

นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิจารณ์จากนักกีฬายูเครนต่อการมีส่วนร่วมของนักเทนนิสชื่อดัง เช่น อารีน่า ซาบาเลนก้า (Aryna Sabalenka) มือหนึ่งของโลกจากเบลารุส และ เมียร์ร่า อันเดรเยว่า (Mirra Andreeva) ดาวรุ่งจากรัสเซียที่ไต่ขึ้นสู่อันดับ 7 ของโลก ซึ่งยังคงได้รับสิทธิ์แข่งขันภายใต้ธงกลางในรายการ WTA

ซูเรนโก้ย้ำว่า การดำเนินการทางกฎหมายครั้งนี้ไม่ใช่การโจมตีบุคคลใดโดยเฉพาะ แต่เป็นความพยายามที่จะ เรียกร้องความยุติธรรมและจุดยืนทางจริยธรรมของวงการกีฬา โดยเชื่อว่า “กีฬาไม่ควรเงียบเฉยต่อความรุนแรงและการรุกรานทางการเมือง”

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระอนุเคราะห์ กรณีสามเณรถูกเหตุร้ายในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา จนทำให้มีสามเณรถึงมรณภาพ 1 รูป และอาพาธ 1 รูป

ตามที่ เกิดเหตุคนร้ายประทุษร้ายสามเณร ณ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เมื่อวันอังคาร ที่ 22 เมษายน 2568 ทำให้มีสามเณรถึงมรณภาพ 1 รูป และอาพาธ 1 รูป ความทราบตามข่าวสารที่ปรากฏแล้ว นั้น

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงปลงธรรมสังเวชและโปรดประทานผ้าไตร 1 ไตร พร้อมไม้จันทน์ 1 ช่อ สำหรับการฌาปนกิจ พร้อมทั้งมีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดกัปปิยภัณฑ์เท่าจำนวน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ประทานแก่เจ้าภาพศพสามเณรพงษ์กร ชูมาปาน เพื่อช่วยการบำเพ็ญกุศล

อนึ่ง โปรดประทานเหรียญพระรูปแก่สามเณรโภคนิษฐ์ โมราศิลป์ เพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งมีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรจัดกัปปิยภัณฑ์เท่าจำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ประทานแก่เป็นคิลานปัจจัย

ทั้งนี้ มีพระบัญชาโปรดให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้เชิญสิ่งของและกัปปิยภัณฑ์ประทานไปถวายแด่เจ้าคณะจังหวัดสงขลา เพื่อมอบแก่เจ้าภาพศพและสามเณรผู้อาพาธตามพระประสงค์

อนึ่ง มีรับสั่งประทานกำลังใจแก่ครอบครัว ญาติมิตรของผู้ถึงมรณภาพ ให้ทุเลาความโศก และความหม่นหมอง อีกทั้งโปรดประทานพรให้เจ้าหน้าที่ ผู้ประสบเหตุ และผู้ตระหนกเสียขวัญจนถึงพร้อมด้วยขันติ สติ และปัญญาอันเข้มแข็ง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ความสงบร่มเย็นของชาติ และความสถาพรของพระพุทธศาสนาในราชอาณาจักรไทยให้ดำรงมั่นคงอยู่สืบไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลุยเดินสายซับน้ำตา บรรเทาทุกข์ - เยียวยาผู้ประสบภัยอัคคีภัย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี และ มอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวต่อเนื่อง

(22 เม.ย.68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีม แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ซอยโรงธูป อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี  รวมจำนวน 49 คน โดยมอบเงินสดคนละ 3,500 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค รวมจำนวน 17 ชุด รวมงบประมาณการช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยทั้งสิ้น 214,000 บาท  โดยมี นายนรสิงห์ อรุณบรรเจิดกุล ปลัดเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองบ้านโป่ง พร้อมด้วย คณะมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี และ คณะอาสาสมัครเฉพาะกิจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี ณ เทศบาลบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี   หลังจากนั้น นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยัง สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว จำนวน 7 รายๆ ละ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 140,000 บาท 

รวมงบประมาณการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยทั้งสองเหตุเป็นเงินทั้งสิ้น 354,000 บาท (สามแสนห้าหมื่นสี่พันบาทถ้วน) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอแสดงความเสียใจและอาลัยอย่างสุดซึ้ง และขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกท่านมา ณ ที่นี้

เมื่อเกิดเหตุสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ดำเนินการเชิงรุกอย่างบูรณาการร่วมกันทั้งด้านงานบรรเทาสาธารณภัย และงานสังคมสงเคราะห์ ดังเช่น เหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ได้จัดส่งทีมสาธารณภัย ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้แก่โรงพยาบาลที่ทำการอพยพและเปิดรับบริจาคสิ่งของ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียและผู้บาดเจ็บ ทั้งชาวไทยและเมียนมา รวมมูลค่าการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวจนถึงปัจจุบันไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท โดยปัจจุบันมูลนิธิฯ ยังคงติดตามและเข้ามอบเงินช่วยเหลือแก่ญาติผู้ประสบเหตุดังกล่าวต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป ท่านสามารถติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung  

กว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

‘เจ โชติกา’ จากธิดาช้าง สู่ตัวแทนโคราชลุ้นมงนางสาวไทย 2568 เปลี่ยนชีวิตจากน้ำหนัก 115 กก. เหลือ 64 กก. เพราะฝันต้องไปให้สุด

(22 เม.ย. 68) ‘เจ’ โชติกา ดอกแก้วกลาง หญิงสาวผู้มีความฝันอันแรงกล้าและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น นางสาวไทยนครราชสีมา ประจำปี 2568 พร้อมเป็นตัวแทนชาวโคราชเข้าประกวดเวที นางสาวไทยระดับประเทศ ซึ่งจะมีรอบตัดสินในวันที่ 25 พฤษภาคม 2568 ณ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2563 ‘น้องเจ’ เคยคว้าตำแหน่ง “ธิดาช้างเมืองย่าไทยแลนด์ 2020” พร้อมมงกุฎ สายสะพาย ถ้วยรางวัล และเงินรางวัล 10,000 บาท สร้างเสียงปรบมือและแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมากในวันนั้น

และจากวันนั้นถึงวันนี้ น้องเจได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการลดน้ำหนักจาก 115 กิโลกรัม เหลือเพียง 64 กิโลกรัม โดยมีเป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่ 58 กิโลกรัม เพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตใหม่ที่สดใสยิ่งขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้มาพร้อมการผ่าตัดกระเพาะที่ทำภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรักษาโรคเรื้อรังทั้งเบาหวาน ความดัน หัวใจ และไขมันในเลือด

“น้องเจคือภาพแทนของความไม่สมบูรณ์แบบ ที่ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อบอกกับทุกคนว่า ความไม่สมบูรณ์แบบไม่เคยพรากคุณค่าจากตัวเราไปได้เลย และความฝันมีไว้ลงมือทำ” เจ โชติกา นางสาวไทยนครราชสีมา 2568 กล่าว 

จากตำแหน่ง "ธิดาช้าง" สู่นางสาวไทยเวทีระดับชาติ เรื่องราวของเธอเป็นเครื่องยืนยันว่า ความสวยไม่ได้วัดที่รูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ใจ ความกล้า และความพยายามไม่หยุดยั้ง

‘ต๊ะ พลัฏฐ์’ โพสต์เตือนใจ บทเรียนการล่มสลายของ 4 ราชวงศ์จีน เกิดขึ้นเพราะขุนนางโกง-คอร์รัปชัน-ผู้นำนโยบายล้มเหลว

(22 เม.ย. 68) นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ต๊ะ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่สะท้อนถึงการล่มสลายของหลายราชวงศ์ในประวัติศาสตร์จีน ซึ่งเกิดจาก…

ประเทศจีนในหลายราชวงศ์ ล่มเพราะเศรษฐกิจ การ corruption และภัยธรรมชาติ

ราชวงศ์สุย ฮ่องเต้ หยางกว่าง สร้าง Grand canal ที่สร้างคุณประโยชน์ทางการค้า คมนาคม และระบบชลประทาน การจ้างงาน มหาศาล แต่กลับเป็นจุดจบของราชวงศ์สุย เพราะพลาด เรื่องสงครามเกาหลี เสียงบประมาณมหาศาล และผลผลิตการเกษตรตกต่ำ ทำให้ประชาชนอดหยาก

ราชวงศ์หยวน(มองโกล) พัฒนาระบบการเงินกระดาษ ครั้งแรกของโลก และนำไปสู่ประสิทธิภาพการชำระเงิน แลกเปลี่ยนสินค้า แต่ก็จบสิ้นเพราะนโยบายเงินกระดาษ เพราะพิมพ์เงินเยอะไป เงินเฟ้อมหาศาล ไม่รวมการกดขี่จากขุนนางและการคอรัปชั่น

ราชวงศ์หมิง พัฒนาระบบ Silver standard ใช้เงินเป็นอัตราแลกเปลี่ยนนำไปสู่การพัฒนาการค้าโลกรูปแบบใหม่ แต่ส่วนหนึ่งก็ล่มสลายไปเพราะการขาดแคลนแร่เงิน (มีขุนนางแอบโกง เอาไปเก็บไว้ทำให้ไม่หมุนเวียน)

ราชวงศ์ชิง He Shen ขุนนางที่ฉ้อราษฎร์มากที่สุดในโลก สะสมแร่เงินให้ในบ้านเยอะขนาดเป็นขุนนางโกงที่สุดในโลก ในประวัติศาสตร์ แถม He Shen เป็นขุนนางที่ เฉียนหลงจักรพรรดิที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของจีนรักมาก จนปลายสมัยเฉียนหลง He Shen เป็นเหตุทำให้ราชวงศ์ชิงเสื่อม เชื่อมต่อกับยุคซูสีไทเฮา

ต๊ะ พลัฏฐ์

BYD เตรียมส่งรถไฟฟ้ารุ่นใหม่สู้ศึกรถยนต์ขนาดเล็กในญี่ปุ่น ตั้งเป้าเปิดตัวภายในปี 2026 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านเยน

(22 เม.ย. 68) BYD ยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ไฟฟ้าของจีน เตรียมเดินหน้ารุกตลาดรถยนต์ขนาดเล็กในญี่ปุ่นภายในปี 2026 ด้วยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับตลาดท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทจีนในการแข่งขันในตลาดที่มีข้อกำหนดเฉพาะทางสูง และถูกครอบครองโดยผู้ผลิตญี่ปุ่นมายาวนาน

รถยนต์ขนาดเล็กที่เรียกว่า 'เคคาร์' (Kei Car) หรือในภาษาญี่ปุ่นว่า 'Kei-jidosha' เป็นยานยนต์ประเภทที่เล็กที่สุดตามกฎหมายของญี่ปุ่น โดยมีข้อจำกัดด้านขนาด เช่น ความยาวไม่เกิน 3.4 เมตร และความกว้างไม่เกิน 1.48 เมตร 

ทั้งยังต้องเสียภาษีและค่าธรรมเนียมที่ต่ำ โดยรถกลุ่มนี้ครองส่วนแบ่งตลาดราว 40% ของอุตสาหกรรมรถยนต์ในญี่ปุ่น จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้ผลิตที่ต้องการเจาะเข้าสู่ตลาดแดนอาทิตย์อุทัย

แหล่งข่าวระบุว่า BYD ได้ออกแบบรถยนต์ Kei Car ไฟฟ้ารุ่นใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว และมีแผนเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยตั้งราคาขายไว้ราว 2.5 ล้านเยน (ราว 560,000 บาท) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มราคาต่ำของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในญี่ปุ่น

นี่จะเป็นครั้งแรกที่ BYD พัฒนารถยนต์สำหรับตลาดประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่บริษัทเลือกนำรุ่นรถจากตลาดจีนมาจำหน่ายในต่างประเทศโดยตรง ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความตั้งใจในการเจาะตลาดญี่ปุ่นอย่างจริงจัง

ปัจจุบัน BYD เข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2023 และมียอดขายสะสมเพียง 4,530 คัน (ณ เดือนมีนาคม 2025) จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างการยอมรับในตลาดที่มีการแข่งขันสูง และมีความต้องการเฉพาะทางอย่างมาก

ในตลาด Kei Car ไฟฟ้าของญี่ปุ่นปัจจุบัน มีคู่แข่งสำคัญอย่าง Nissan Sakura และ Mitsubishi ek X EV ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมจากชาวญี่ปุ่นด้วยความคุ้นเคยกับแบรนด์และระบบบริการหลังการขายในประเทศ

ทั้งนี้ การเปิดตัวรถรุ่นใหม่โดย BYD จึงอาจเป็นบททดสอบสำคัญของบริษัทจีนในสนามที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งด้านมาตรฐานรถยนต์ที่เข้มงวดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ภักดีต่อแบรนด์ท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวนี้ยังแสดงให้เห็นถึงเป้าหมายระยะยาวของ BYD ในการขยายฐานการผลิตและยอดขายอย่างต่อเนื่องในระดับโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

ครูแหม่ม เจ้าของโรงเรียนเลิศคณิต สมาทเซ็นเตอร์ กล่าวถึงกรณีที่มีคนออกมาโจมตี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

(22 เม.ย. 68) นางอุไรวรรณ เอกพันธ์ (ครูแหม่ม) เจ้าของโรงเรียนเลิศคณิต สมาทเซ็นเตอร์ จ.สงขลา โพสต์คลิป Tiktok ผ่านบัญชี lertkanitschool99 ถึงกรณีที่มีคนออกมาโจมตีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในระยะหลังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเห็นด้วยกับเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดคนที่ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างคุณพีระพันธุ์จึงมีคนโจมตีและเกลียดชัง

โดยระบุว่า ทําไมจึงเกลียดชังและโกรธคนดี อย่างท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ทั้ง ๆ ที่ท่านก็เป็นรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และท่านก็ทําหน้าที่ของท่านอย่างเต็มที่ โดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ แต่พอทำไม่ถูกใจ ก็ถูกมองว่าทำผิดไปหมด

ทั้งที่ตลอดเวลากว่า 50 ปี การแก้ปัญหาโครงสร้างพลังงานไม่มีใครทําเลย และหากไม่มีคุณพีระพันธุ์ จะมีใครทำ อีกทั้ง ประโยชน์ที่จะได้จากความสําเร็จของการแก้ไขปัญหาด้านพลังงาน จะมีมหาศาลขนาดไหน เพราะคนไทยทุกวันนี้ ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่แพงขึ้นทุกวันทั้งค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส และค่าน้ำมัน เรียกได้ว่าเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า กระทั่งท่านพีระพันธุ์ ได้เข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ช่วยให้ประชาชนจ่ายน้อยลงไปเยอะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

ครูแหม่ม ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เหตุใดกรณีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จึงถูกหยิบยกมาโจมตีเฉพาะคุณพีระพันธุ์คนเดียวเท่านั้น ทั้งที่ยังมีกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่กลับไม่ถูกโจมตี ทั้งนี้ อาจเป็นไปได้ว่า คนที่ออกมาโจมตีนั้นกำลังพุ่งเป้าโจมตีและทำให้คนจงเกลียดจงชังคุณพีระพันธุ์ ซึ่งเป็นเจ้ากระทรวงพลังงานคนเดียวเท่านั้น ในส่วนนี้คนที่ออกมาโจมตีนั้นต้องตอบคำถามให้ได้ว่า การกระทำเช่นนั้นหวังผลอะไรกันแน่

เมื่อ ‘เวลา’ กลายเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก่อเกิดเมล็ดพันธุ์แห่งน้ำใจที่มนุษย์จะมอบให้แก่กัน

ในโลกยุคที่ผู้คนต่างเร่งรีบแข่งขันกันกับเวลา 'เวลา' กลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่มักไม่มีใครเหลือให้กันมากนัก แต่ในประเทศเล็ก ๆ กลางเทือกเขาแอลป์อย่างสวิตเซอร์แลนด์ กลับมีแนวคิดหนึ่งที่เปลี่ยนความหมายของคำว่า 'เวลา' ไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ 'ธนาคารเวลา' ครับ 

ธนาคารเวลา ไม่ใช่สถานที่ที่เก็บเงินทอง หรือดอกเบี้ยทางการเงิน แต่เป็นระบบที่ให้ผู้คน "ฝากเวลาแห่งการช่วยเหลือ" เอาไว้ แล้วถอนคืนมาใช้เมื่อถึงวันที่ตนเองต้องการความช่วยเหลือ แนวคิดเรียบง่ายนี้กลับมีพลังมหาศาลครับ เพราะมันทำให้เราเห็นว่า แม้ไม่มีเงินทอง เราก็สามารถดูแลกันและกันได้ด้วยความตั้งใจและการลงมือทำ

เรื่องราวของชายชราคนหนึ่งในเมือง St. Gallen สร้างความประทับใจให้คนทั้งประเทศ หลังเกษียณ เขาใช้เวลาว่างไปช่วยดูแลผู้สูงวัยในชุมชน พาไปหาหมอ ทำอาหารให้ หรือแค่นั่งฟังพวกเขาเล่าเรื่องชีวิตเก่า ๆ เขาบันทึกทุกชั่วโมงแห่งความเมตตานั้นไว้ในระบบธนาคารเวลา  

หลายปีผ่านไป เขาเองก็เริ่มอ่อนแรง เดินไม่ไหวเหมือนเดิม และนั่นคือวันที่ 'เวลา' ที่เขาเคยมอบให้ผู้อื่น กลับมาดูแลเขาในแบบเดียวกัน เด็กหนุ่มสาวในวัย 20 กว่ามาหาเขาทุกเย็น ช่วยทำอาหาร นั่งคุย และพาไปเดินเล่นริมทะเลสาบ แม้จะไม่ใช่ลูกหลานแท้ ๆ แต่เขาก็ได้กล่าวไว้ว่า “หัวใจฉันอบอุ่นกว่าเดิมทุกครั้งที่เขามาเยี่ยม เหมือนฉันไม่เคยแก่เกินไปสำหรับใครเลย”

ธนาคารเวลาไม่เพียงแค่เป็นระบบการแลกเปลี่ยนบริการ แต่เป็นการปลูกเมล็ดพันธุ์ของน้ำใจ ความห่วงใย และการไม่ทอดทิ้งกันในสังคม มันทำให้เรารู้ว่า แม้วันหนึ่งเราจะอ่อนแอ แต่สิ่งที่เราเคยหยิบยื่นให้คนอื่น จะย้อนกลับมาดูแลเราในวันที่เราต้องการมากที่สุด

และบางที ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจไม่ใช่เงินทอง หรือทรัพย์สมบัติใด ๆ แต่อาจเป็นเพียงสิ่งที่เรียบง่ายที่สุดอย่าง "หนึ่งชั่วโมงแห่งน้ำใจ" ที่เรามอบให้กันเท่านั้น

หากจะอธิบายระบบการทำงานให้เข้าใจอย่างง่าย ๆ 'ธนาคารเวลา' (Time Bank) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นแนวคิดที่น่าสนใจมากครับ แนวคิดนี้เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนบริการโดยใช้ 'เวลา' เป็นสกุลเงินแทนเงินตรา และแนวคิดนี้มีการนำมาใช้จริงในหลายๆพื้นที่เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุหรือการดูแลซึ่งกันและกันในสังคม

หลักการและแนวคิดของธนาคารเวลาในสวิตเซอร์แลนด์นั้นแสนจะเรียบง่ายดังนี้ครับ 

1. การแลกเปลี่ยนบริการด้วยเวลา
ผู้คนจะ 'ฝากเวลา' โดยให้บริการกับผู้อื่น เช่น ดูแลผู้สูงอายุ, ช่วยทำความสะอาดบ้าน, สอนภาษา ฯลฯ และจะได้รับ 'เครดิตเวลา' ที่สามารถนำไปใช้ขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นในอนาคต

2. ส่งเสริมสังคมแห่งการดูแล
แนวคิดนี้ถูกใช้ในโครงการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้คนวัยเกษียณมีคุณค่าและรู้สึกมีส่วนร่วมในสังคม ขณะเดียวกันยังได้รับการดูแลเมื่อพวกเขาต้องการในภายหลัง

3. ดำเนินการโดยองค์กรหรือภาครัฐ
ในบางเขต เช่น เมือง St. Gallen รัฐบาลท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการจัดตั้งระบบธนาคารเวลานี้ โดยใช้ระบบบันทึกชั่วโมงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

4. ไม่มีการวัดมูลค่าตามทักษะ
ทุกคนมีค่าเท่ากันในแง่เวลา นั่นหมายความว่า 1 ชั่วโมงของการทำสวน = 1 ชั่วโมงของการช่วยสอนหนังสือ เป็นต้น

กล่าวโดยสรุปสิ่งที่ธนาคารเวลาได้มอบให้กับผู้คนก็คือ
- สร้างความสัมพันธ์ในชุมชน
- สนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน
- ลดภาระของรัฐในด้านสวัสดิการ
- ส่งเสริมความเท่าเทียม

ในท้ายที่สุด ธนาคารเวลาอาจไม่ได้เปลี่ยนโลกทั้งใบในชั่วข้ามคืนครับ แต่สิ่งที่มันทำได้คือการเปลี่ยน 'หัวใจของผู้คน' ให้กลับมาเห็นค่าของกันและกันอีกครั้ง มันเตือนเราว่า บางครั้งสิ่งที่คนเราต้องการไม่ใช่เงิน หรือสิ่งของราคาแพง หากแต่เป็น "เวลา" เวลาที่เราตั้งใจมอบให้กันด้วยความเข้าใจและเมตตา และหากสังคมของเรามีพื้นที่แบบนี้มากขึ้น มนุษย์เราอาจจะเห็นได้ว่า แท้จริงแล้วว่าผู้คนอาจไม่ต้องการสิ่งใดมากไปกว่า หนึ่งชั่วโมงแห่งความห่วงใย ที่ไม่มีดอกเบี้ยใดๆแต่เต็มไปด้วยความหมายและความเอื้ออาทรที่มนุษย์เรามอบให้กันในวันที่อีกฝ่ายต้องการมากที่สุด 

เท่านี้ก็พอครับ

อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา  ครบรอบ 27 ปี

เมื่อวานนี้ (21 เม.ย.68) พลเรือตรี ปิยะ ปฐมบูรณ์ ผู้อำนวยการอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ เป็นประธานจัดงานวันคล้ายวันสถาปนา อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ครบรอบ 27 ปี โดยมี อดีตผู้อำนวยการอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดชฯ  ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ สมาคมภริยาทหารเรือ หน่วยงานราชการ และ บริษัทเอกชน เข้าร่วมงาน ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ
ท่าเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 

โจมตีจีนคือธุรกิจ แต่ใส่ของจีน!! ชาวเน็ตเหน็บแรงโฆษกสหรัฐฯ ใส่เดรสราคาแพง 'Made in China'

(22 เม.ย. 68) ชาวเน็ตจีนบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่าง Sina Weibo และ Xiaohongshu ได้วิพากษ์วิจารณ์หลังมีการเปิดเผยภาพของโฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ ลีวิตต์ (Karoline Leavitt) ขณะกำลังแถลงข่าวโดยเธอสวมชุดเดรสสีแดงขอบลูกไม้สีดำ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า “ผลิตในประเทศจีน?”

ประเด็นนี้เริ่มเป็นที่สนใจเมื่อจาง จื้อเซิง กงสุลใหญ่ของจีนประจำเมืองเดนปาซาร์ ประเทศอินโดนีเซีย ทวีตข้อความตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับชุดดังกล่าว โดยระบุว่า “แม้จะกล่าวหาจีนว่าไม่ยุติธรรมด้านการค้า แต่คนในรัฐบาลกลับยังสวมใส่ผลิตภัณฑ์จากจีนเอง” ซึ่งข้อความนี้จุดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์จีน

ขณะที่ ผู้ใช้โซเชียลจำนวนมากแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยชี้ว่า “เป็นเรื่องตลกร้าย” และสะท้อนถึง “ความหน้าไหว้หลังหลอก” ของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีท่าทีแข็งกร้าวต่อจีนมาโดยตลอดในประเด็นสงครามการค้า

ทั้งนี้ ชุดดังกล่าวจะมาจากแบรนด์ Self-Portrait ของอังกฤษ แต่ก็มีรายงานว่าผู้ออกแบบคือ ฮั่น จง (Han Chong) ดีไซเนอร์เชื้อสายจีนจากมาเลเซีย และที่สำคัญคือมีการผลิตในจีน ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตจีนมองว่าเป็น “ความย้อนแย้ง” ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มักวิจารณ์จีนเรื่องการค้า ขณะเดียวกันก็ยังใช้สินค้าจากจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top