Saturday, 13 June 2026
Hard News Team

16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ‘หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ’ ละสังขาร ครอบรอบ 10 ปี สิ้นเทพเจ้าแห่งด่านขุนทด

เวียนบรรจบครบ 10 ปีที่ ‘หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ’ หรือพระเทพวิทยาคม อดีตเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดบ้านไร่ ละสังขารไปอย่างสงบในวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 ท่ามกลางความอาลัยของลูกศิษย์ลูกหาและผู้ศรัทธาทั่วประเทศ

หลวงพ่อคูณ มีนามเดิมว่า คูณ ฉัตร์พลกรัง พระเกจิอาจารย์ดัง อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 และอดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ที่ลูกศิษย์ยกย่องเป็น ‘เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด’ ถือกําเนิดที่บ้านไร่ ม.6 ต.กุดพิมาน อ.อ่านขุนทด จ.นครราชสีมา 

หลวงพ่อคูณอุปสมบท เมื่ออายุได้ 21 ปี ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2487 โดยพระครูวิจารย์ดีกิจ อดีตเจ้าคณะอําเภอด่านขุนทด เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "ปริสุทโธ" หลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้วท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สํานักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา หลวงพ่อคูณได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อแดงมานานพอสมควร หลวงพ่อแดงจึงพาหลวงพ่อคูณไปฝากตัวเป็น ลูกศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งให้การศึกษาพระธรรมควบคู่กับการปฏิบัติพระกัมมัฏฐาน หลังจากนั้นหลวงพ่อคูณได้ออกธุดงค์ จาริกอยู่ในเขต จ.นครราชสีมา รวมทั้งธุดงค์ไปไกลถึงประเทศลาว และกัมพูชา

หลังจากที่พิจารณาเห็นสมควรแก่การปฏิบัติแล้ว หลวงพ่อคูณจึงออกเดินทางจากกัมพูชากลับมายังประเทศไทย เดินข้ามเขตด้าน จ.สุรินทร์ สู่ จ.นครราชสีมา กลับบ้านเกิดที่บ้านไร่ จากนั้นจึงเริ่มดําเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา โดยเริ่มสร้างอุโบสถ พ.ศ. 2496 โรงเรียน กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ รวมทั้งขุดสระน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคทำให้คุณภาพชีวิตของชาวบ้านโดยรอบดีขึ้นด้วย

หลวงพ่อคูณเป็นพระที่มีชื่อเสียงเรื่องการสร้างวัตถุมงคล ซึ่งท่านได้สร้างวัตถุมงคลมาตั้งแต่บวชได้ 7 พรรษา โดยเริ่มทําวัตถุมงคลซึ่งเป็นตะกรุดโทน ตะกรุดทองคํา "ใครขอกูก็ให้ ไม่เลือกยากดีมีจน" เป็นคํากล่าวของท่าน

เมื่อปี 2556 หลวงพ่อคูณเคยอาพาธด้วยอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และมีอาการหลอดลมอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาจนอาการดีขึ้นก่อนจะกลับไปรักษาตัวที่วัดบ้านไร่ โดยมีคณะแพทย์เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณมีทั้งทรงตัวและแย่ลง จนกระทั่งมีอาการหมดสติเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2558

ต่อมาวันที่ 16 พ.ค. 2558 เมื่อเวลา 10.00 น. คณะแพทย์รายงานผลว่าการเฝ้าตรวจติดตามอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นจากการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ทำให้เลือดออกในช่องอก ส่งผลให้ระบบการหายใจล้มเหลว ภาวะหัวใจหยุดเต้น คณะแพทย์ได้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพ สำหรับภาวะไตไม่ทำงานได้ให้การรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ขณะนี้อาการโดยรวมทรุดลง จนกระทั่งเวลา 11.45 น. หลวงพ่อคูณ ได้มรณภาพด้วยอาการสงบ

ไทยเฉือนจีน 3-2 ทะลุชิงฟุตซอลเอเชีย คว้าตั๋วลุยฟุตซอลโลกครั้งแรก ที่ฟิลิปปินส์

(15 พ.ค. 68) ทีมฟุตซอลหญิงทีมชาติไทย โชว์ฟอร์มสุดแกร่ง เฉือนชนะเจ้าภาพจีน 3-2 ในศึก AFC Women’s Futsal Asian Cup 2025 รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา คว้าตั๋วลุยฟุตซอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ที่ฟิลิปปินส์ พร้อมผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เกมนี้ไทยต้องเล่นเพียง 4 คนช่วงต้นครึ่งหลัง หลังผู้รักษาประตูโดนใบแดง แต่ยังฮึดสู้ตามตีเสมอ 2-2 ก่อนพลิกแซงนำ 3-2 จากจังหวะยิงของอารียา แซ่เติ๋น บอลแฉลบแนวรับจีนเข้าประตูตัวเอง จบเกมไทยคว้าชัยแบบสุดมัน

โปรแกรมนัดชิงชนะเลิศ ไทยจะพบผู้ชนะระหว่าง ญี่ปุ่น หรือ อิหร่าน ในวันที่ 17 พฤษภาคม เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง YouTube : AFC Asian Cup 

‘แพรรี่’ โพสต์เหน็บฟาด ‘เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง’ โดนหมายจับ ซัดเก็บค่าที่แพง! นึกว่าบำรุงวัด..ที่แท้เอาไปบำรุงเว็บพนัน

(15 พ.ค. 68) หลังศาลออกหมายจับพระธรรมวชิรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ฐานยักยอกเงินวัดกว่า 300 ล้านบาทไปเล่นพนันออนไลน์ ล่าสุด แพรรี่ ไพรวัลย์ อดีตพระนักเทศน์ชื่อดัง โพสต์เดือดผ่านเฟซบุ๊ก “ที่เก็บค่าที่แพง ๆ นี่ นึกว่าเอาไปบำรุงวัด ที่แท้เอาไปบำรุงเว็บหรอคะ” พร้อมเหน็บ “ค่าที่แพงเพราะแทงไม่ถูก”

ชาวเน็ตโยงว่าโพสต์ดังกล่าวน่าจะพาดพิงกรณีดราม่าค่าประมูลพื้นที่ขายของในงานวัดไร่ขิงเมื่อปี 2565 ที่แม่ค้ารายหนึ่งเคยประมูลล็อคขายกาละแมในราคาสูงถึง 1.6 ล้านบาท จนเป็นที่ถกเถียงในโลกออนไลน์ว่าแพงเกินจริง

ซึ่งแม่ค้าชี้แจงในเวลานั้นว่าไม่มีใครบังคับ เป็นราคาที่ตนยอมจ่ายเพราะต้องการทำเลทอง และถือว่าได้ทำบุญ แต่เมื่อมีกระแสข่าวเจ้าอาวาสยักยอกเงิน ชาวเน็ตเริ่มตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินวัดอีกครั้ง

เตือนคนไทยพกยาดมเที่ยวญี่ปุ่น ระวังถูกจับ เหตุ ตร.ระแวงสอดไส้กัญชาต้องเสียเวลาพิสูจน์ทั้งวัน

เมื่อวันที่ (14 พ.ค. 68) เฟซบุ๊กเพจ 'ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น' ที่มีผู้ติดตามกว่า 8.8 แสนคน ได้โพสต์เตือนคนไทยที่จะไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแล้วพกยาดมยี่ห้อดังให้ระวังโดนคุมตัวไปโรงพัก โดยเพจระบุข้อความว่า "#เที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ ขณะนี้ตำรวจญี่ปุ่น มีการไล่ตรวจคนต่างชาติมากขึ้น คนไทยหลายคนโดนตรวจแล้วเจอ ยาดม ไม่ว่าจะยี่ห้ออะไร ตำรวจจะสงสัยว่าอาจมีการผสมกัญชา อาจโดนควบคุมตัว เสียเวลาไปตรวจพิสูจน์ กว่าจะได้ปล่อยตัว อาจเสียเวลาไปทั้งวัน ขณะนี้เกิดขึ้นหลายเคสแล้วในโตเกียว"

หลังจากที่ทางเพจ 'ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น' ได้โพสต์เตือนก็มีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ ก็เมืองไทยกัญชาเสรี แต่ที่เมืองนอกเค้าแอนตี้ทั้งนั้น เอาจริงๆผมอายต่างประเทศนะที่ไทยเอายาเสพติดมาทำให้ถูกกฎหมายสวนทางกับประเทศสากล สลดใจไทยแลนด์, ทางนี้หากนักเรียนพกยังสงสัยเลยนะ เพราะเคยจับนักเรียนได้ว่าเอากัญชายัดในยาดมแบบนี้มาค่ะ, น้องหมาเต็มสนามบิน เอามาดม ๆ แปป ๆ รู้เรื่อง

รัฐสภานิวซีแลนด์ จ่อพักงาน 3 สส.พรรคเมารี ฐานเต้นฮากากลางสภา-ฉีกเอกสาร-ล่มการประชุม

(15 พ.ค. 68) สื่ออังกฤษ เดอะการ์เดียน รายงานว่า ฮานา-ราวิตี ไมปี-คลาร์ก สส.ชาวเมารีจากนิวซีแลนด์ อาจถูกลงโทษพักงาน 1 สัปดาห์ ฐานดูหมิ่นรัฐสภาและข่มขู่สมาชิกคนอื่น จากเหตุการณ์เต้นฮากาและฉีกเอกสารร่างกฎหมายกลางสภาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งคลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการจริยธรรมของรัฐสภายังเสนอพักงาน ราไวรี ไวติติ และเดบบี้ งาเรวา-แพคเกอร์ หัวหน้าร่วมพรรคเมารี เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ฐานความผิดเดียวกัน โดยชี้ว่าแม้การเต้นฮากาเคยเกิดขึ้นในสภามาก่อน แต่กรณีนี้ถือว่าผิดกาลเทศะและขัดขวางการลงมติร่างกฎหมายสำคัญ

ทางคณะกรรมการระบุว่า การลงโทษครั้งนี้แม้จะรุนแรง แต่จำเป็นเพื่อรักษามารยาทในสภา และเน้นย้ำว่าการข่มขู่หรือคุกคามสมาชิกคนอื่นไม่ใช่พฤติกรรมที่ยอมรับได้

พรรคเมารีออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า การลงโทษนี้เป็น “บทลงโทษสูงสุด” ที่สะท้อนถึงการกดทับเสียงต่อต้านอำนาจอาณานิคม พร้อมระบุว่าร่างกฎหมายที่เป็นชนวนเหตุ ซึ่งตีความสนธิสัญญากับชาวเมารีใหม่นั้น เป็นการพยายามลิดรอนสิทธิของชุมชนชาวพื้นเมือง แม้ท้ายที่สุดร่างดังกล่าวจะถูกโหวตคว่ำไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

รัฐผุดมาตรการอุ้มภาคธุรกิจส่งออกตลาดสหรัฐฯ สั่งแบงก์รัฐลดดอกเบี้ย-อัดงบช่วยเหลือผู้ประกอบการ

รัฐผุดมาตรการอุ้มภาคธุรกิจ สั่งแบงก์รัฐลดกำไร-ใส่งบช่วยเหลือผู้ประกอบการ-ลดดอกเบี้ย ตั้งเป้าช่วยธุรกิจส่งออกตลาดสหรัฐ ซัพพลายเชน ผู้ผลิตแข่งขันกับสินค้านำเข้า รับมือวิกฤตกำแพงภาษี 

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายกระทรวงการคลังให้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือภาคธุรกิจไทย ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศนโยบายภาษีสหรัฐอเมริกาเป็นการเร่งด่วนนั้น 

กระทรวงการคลังจึงมีนโยบายให้สถาบันการเงินของรัฐปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน โดยการลดเป้าหมายกำไรจากการทำธุรกิจ เพื่อจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณมาจัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการ โดยสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่ง อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการตามนโยบาย ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM Bank ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) 

สำหรับโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการสินเชื่อ Soft Loan วงเงิน 100,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสิน ที่กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขแตกต่างจากสินเชื่อ Soft Loan โครงการอื่น เนื่องจากมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการชัดเจน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ธุรกิจส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา 2) ธุรกิจ Supply Chain และ 3) ธุรกิจผู้ผลิตสินค้าที่ต้องมีการแข่งขันสูงกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ ตลอดจนผู้ประกอบการ SMEs ในภาพรวม และสถาบันการเงินของรัฐอื่นเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคเกษตรกรรม และภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงออกมาตรการลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบของนโยบายภาษีสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลต่อผู้ส่งออกและธุรกิจ SMEs/Supply Chain อย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีพิจารณา

ภายใต้สภาวะความผันผวนที่ภาคธุรกิจไทยต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ กล่าวได้ว่ากลไกสถาบันการเงินของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ผ่านการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤต เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตอย่างเข้มแข็งยั่งยืนในระยะยาว 

ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ธนาคารออมสินจะดำเนินการในทันที คือ โครงการที่ลดดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ในอัตรา 2-3% คาดว่าจะดำเนินการได้ภายใน 2-3 วันนี้ โดยลูกค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการจะต้องมาติดต่อกับธนาคารเท่านั้น จะไม่ได้เป็นการให้ลูกค้าเป็นการทั่วไป

นอกจากนี้ ธนาคารได้เตรียมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan วงเงิน 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นวงเงินใหม่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีทรัมป์ โดยโครงการดังกล่าวจะต้องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

สำหรับ Soft Loan ที่จะดำเนินการนั้น จะมีลักษณะเดิมคือ ธนาคารออมสินปล่อยให้กับธนาคารพาณิชย์ ในอัตราดอกเบี้ย 0.01% และให้ธนาคารพาณิชย์ไปดำเนินการปล่อยต่อให้กับลูกค้าของธนาคารต่อไป

รัฐบาลมั่นใจ ‘ทีมไทยแลนด์’ พร้อมรับมือภาษีทรัมป์ หลังได้รับคำชมจากคลังสหรัฐฯ ก่อนเจรจารอบใหม่

(15 พ.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผย รัฐบาลได้รับสัญญาณบวกจากสหรัฐฯ ก่อนเปิดเจรจาภาษีทรัมป์ โดยรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวชื่นชมข้อเสนอของไทยว่า “น่าประทับใจ” และระบุว่าการพูดคุยเป็นไปด้วยดี สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมของ “ทีมไทยแลนด์” ที่ทำงานตามยุทธศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี

การเจรจาครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐฯ ที่ไทยเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่ต้นปี โดยมีการตั้งคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์และติดตามท่าทีของประเทศต่าง ๆ ที่เจรจากับสหรัฐฯ

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้วางกรอบเจรจาไว้ 5 แนวทาง ได้แก่ การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร, ทบทวนภาษีนำเข้าสินค้า, ปรับปรุงกฎระเบียบภายในประเทศ, มาตรการคัดกรองสินค้านำเข้า และส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ

โดยรัฐบาลเน้นการใช้จังหวะเวลาและข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อให้การเจรจาเกิดผลดีสูงสุดต่อภาคอุตสาหกรรมไทย ทั้งในด้านการส่งออก การลงทุน และการเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานโลก

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี และทีมที่ปรึกษา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน ได้หารือเพื่อจัดทำข้อเสนอที่เหมาะสมที่สุดสำหรับไทย คาดว่าการดำเนินการครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

รมต.สหรัฐฯ เผย ศึกทะเลแดงทำคลังอาวุธลดฮวบ เร่งร่วมเอกชนเสริมกำลังด่วน!! แม้เริ่มมีสัญญาณยุติ

(15 พ.ค. 68) จอห์น เฟลาน (John Phelan) รัฐมนตรีกระทรวงทหารเรือสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้ใช้อาวุธป้องกันภัยทางอากาศจำนวนมากในการสู้รบกับกลุ่มฮูตีในทะเลแดงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 และกำลังร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อเติมเต็มคลังอาวุธที่ลดลง เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อเนื่อง

กลุ่มฮูตี หรือ อันซาร์ อัลลาห์ ซึ่งควบคุมพื้นที่ทางตอนเหนือของเยเมนและชายฝั่งทะเลแดง ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนปาเลสไตน์และประกาศโจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีฉนวนกาซาเมื่อเดือนตุลาคม 2566 สถานการณ์นี้ส่งผลให้หลายบริษัทระงับการเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าว และสหรัฐฯ จัดตั้งพันธมิตรนานาชาติเพื่อปกป้องเส้นทางเดินเรือ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ อาจยุติปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮูตี หลังจากที่กลุ่มดังกล่าวประกาศหยุดการโจมตีเรือในทะเลแดง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ในระยะต่อไป

นครพนม​ -​ตชด.237 ท่าอุเทน รวบยกแก๊ง ยึดยาบ้า 200,000 เม็ด เตรียมส่งเข้าประเทศ

ตามนโยบายการป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน Seal Stop Safe  ของรัฐบาล และนโยบายเน้นหนักด้านปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด., พลโทบุญสิน  พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2,  พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 ,พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้เปิดยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง ซึ่งมีกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 – 24 เป็นหน่วยปฏิบัติ เพื่อปราบปราม สกัดกั้นยาเสพติดที่จะเข้ามาทางชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง  

เมื่อวันที่ (14 พ.ค. 68) เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่า ในห้วงเวลาตั้งแต่ 18.00 น.เป็นต้นไป จะมีกลุ่มขบวนการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดจะลักลอบนำยาเสพติดจำนวนมากมาส่งมอบกันที่บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานลำห้วยด่านชุม บ้านพนอมเหนือ หมู่ 5 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เมื่อทราบข้อมูลดังกล่าวจึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาทราบ และประชุมวางแผนและจัดวางกำลังเพื่อจับกุม

ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. มีบุคคลต้องสงสัยจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่บริเวณใต้สะพานลำห้วยด่านชุม และได้นำวัตถุขนาดใหญ่บางอย่างลงมาวางไว้ที่บริเวณตอหม้อสะพานฯ เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าซุ่มสังเกตการณ์ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยทั้ง 2 คนไว้ได้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายจิรสิน (สงวนชื่อ-สกุล) และ นายวิศณุรักษ์ (สงวนชื่อ-สกุล) ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบกระสอบปุ๋ยสีฟ้า จำนวน 1 กระสอบ วางอยู่ที่ตอหม้อสะพานฯ เมื่อเปิดตรวจสอบพบว่าเป็นยาบ้าจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาสารภาพว่า ตนเองได้รับว่าจ้างมาจากคนลาวชื่อก้องให้ไปรับเอายาบ้าจากพื้นที่บ้านนากะเสริม ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม และให้นำมาวางไว้ที่บริเวณใต้สะพานลำห้วยด่านชุม จากนั้นจะมีคนมารับเอายาเสพติดดังกล่าวไป เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายจิรสินฯและนายวิศณุรักษ์ฯ มานั่งรอที่บริเวณศาลาพักคอยผู้โดยสาร  ในระหว่างที่กำลังพูดคุยสอบถามอยู่นั้น เวลาประมาณ 20.10 น. นายราตรี (สงวนชื่อ-สกุล) ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE บีบแตรเสียงดังมาจอดที่ศาลาพักคอยผู้โดยสาร ด้วยอาการมึนเมาสุรา เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวเอาไว้ 

ซึ่งนายราตรีฯ ให้การยอมรับว่าตนเองได้รับจ้างวานให้มาดูต้นทาง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวบุคคลทั้ง 3 เอาไว้ ต่อมาเวลาประมาณ 20.30 น. ได้มีโทรศัพท์ โทรมาหานายจิรสินฯ และสอบถามจุดที่วางยาบ้าของกลาง เจ้าหน้าหน้าที่จึงกระจายกำลัง เพื่อรอจับกุมผู้ที่จะมารับเอายาบ้าของกลางดังกล่าว ต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น.ได้มีรถยนต์ (รถเก๋ง) ยี่ห้อ NISSAN รุ่น AMIRA สีบรอนซ์ กษ 8832 นครสวรรค์ ขับมาจอดที่บริเวณจุดวางกระสอบยาบ้าของกลาง จากนั้น นายอิทธิวัฒน์ (ทราบชื่อภายหลัง) ได้เปิดประตูลงมาจากรถและยกเอากระสอบยาบ้าของกลาง ขึ้นไปไว้ในรถบริเวณประตูด้านหลังคนขับ เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มดูอยู่จึงได้เข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจับกุม แต่นายอิทธิวัฒน์ฯ รีบวิ่งขึ้นรถและขับขี่ออกไปจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว 

เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร จนกระทั่งรถของนายอิทธิวัฒน์ เสียหลักพุ่งลงข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปควบคุมตัว สอบถามนายอิทธิวัฒน์ฯ ให้การยอมรับสารภาพว่าตนเองได้รับว่าจ้างจากนายเป้ ราษฎร์ สปป.ลาว ให้มารับเอายาบ้าของกลางดังกล่าว และจะนำไปกระจายต่อ ในพื้นที่ จ.กาฬสินธ์, มหาสารคาม และ ขอนแก่น เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัวไว้ทั้ง 4 คนและตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาว่า“ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน Seal Stop Safe และนโยบายเน้นหนักด้านปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด. พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ทางกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 จึงได้เปิดปฏิบัติการพิทักษ์ริมน้ำโขง ป้องกันปราบปรามยาเสพติดจากแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งดำเดินการใน 3 ด้าน คือ ด้านการข่าว การลาดตระเวนเฝ้าตรวจชายแดน และการตั้งจุดตรวจจุดสกัดในจุดเสี่ยงต่างๆ ในครั้งนี้ต้องชื่นชมทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ที่มีการสืบสวนหาข่าว ติดตามผู้ค้ายาเสพติดและมีผลการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ได้ร่วมบูรณาการจาก ตชด.,กกล.สุรศักดิ์มนตรี , นบ.ยส.24 ,ฝ่ายปกครอง ,ภ.จว.นครพนม เพื่อสกัดกั้น และป้องกันไม่ให้มีการนำเข้ายาเสพติด สู่พื้นที่ตอนในประเทศต่อไป

กฎใหม่คุ้มครองสิทธิ กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศ 'ดีเลย์'

มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารเที่ยวบินแบบประจำในประเทศและระหว่างประเทศ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศดีเลย์เกิน 2 ชั่วโมง 
-สายการบินต้องจัดอาหารและเครื่องดื่มหรือคูปองสำหรับแลกซื้อ อาหารและเครื่องดื่มให้แก่ผู้โดยสารตามความเหมาะสม

กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศดีเลย์เกิน 5 ชม.
สายการบินจะต้องจัดอาหารและเครื่องดื่ม และอุปกรณ์สื่อสารเช่นเดียวกับกรณีล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมง 
- ชำระค่าชดเชยเป็นเงินสดให้แก่ผู้โดยสารจำนวน 1,500 บาท หรือเป็นวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสมตามโครงการสะสมไมล์ หรือสิ่งอื่นแทนค่าชดเชยดังกล่าว โดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าการชำระค่าชดเชยเป็นเงินสด ภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน นับแต่วันที่เกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้า 
-จัดที่พักพร้อมการรับส่ง หากต้องมีการพักค้างคืน 
-เมื่อผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางต่อ สายการบินจะต้องเสนอทางเลือกแก่ผู้โดยสารในทันที เพื่อพิจารณาเลือกระหว่างรับเงินค่าโดยสารคืน หรือรับวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสมตามโครงการสะสมไมล์ หรือสิ่งอื่นทดแทน 

กรณีเที่ยวบินระหว่างประเทศดีเลย์เกิน 10 ชั่วโมง 
สายการบินต้องจัดอาหารและเครื่องดื่ม และอุปกรณ์สื่อสารเช่นเดียวกับกรณี ล่าช้าเกิน 2 และ 5 ชั่วโมง  
1) รับค่าชดเชยเป็นเงินสดภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วันนับแต่วันที่เกิดเหตุ · 2,000 บาท สำหรับเที่ยวบินที่มีระยะทางไม่เกิน 1,500 กิโลเมตร · 3,500 บาท สำหรับเที่ยวบินที่มีระยะทาง 1,500 - 3,500 กิโลเมตร · 4,500 บาท สำหรับเที่ยวบินที่มีระยะทางเกิน 3,500 กิโลเมตร หรือ 
2) รับค่าชดเชยเป็นวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสมตามโครงการสะสมไมล์  หรือสิ่งอื่นแทนค่าชดเชยดังกล่าว โดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าการชำระค่าชดเชยเป็นเงินสด ภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน 

-จัดที่พักพร้อมการรับส่ง หากต้องมีการพักค้างคืน 
-เมื่อผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางต่อไป สายการบินต้องเสนอทางเลือกทั้งหมดแก่ผู้โดยสารในทันที เพื่อพิจารณาเลือกระหว่าง        
1) รับเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นใดที่ถูกเรียกเก็บคืนเต็มตามจำนวน หรือรับเป็นวงเงินเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป หรือบัตรกำนัลการเดินทาง หรือไมล์สะสมตามโครงการสะสมไมล์ หรือสิ่งอื่นทดแทน        
2) เปลี่ยนแปลงเที่ยวบินเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ระบุไว้ในบัตรโดยสารหรือไปยังจุดหมายปลายทางอื่นที่ใกล้เคียง หรือ        
3) การขนส่งทางอื่นที่เหมาะสมเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ระบุไว้ในบัตรโดยสาร หรือจุดหมายปลายทางอื่นที่ใกล้เคียงกับจุดหมายปลายทางเดิม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top