Tuesday, 27 October 2026
Hard News Team

ดราม่าวันนี้ ยืนหนึ่งในดงฝ้าย เมื่อ H&M บริษัทแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกจากสวีเดน คึกดีหมีขั้นสุด ประกาศแบนผลิตภัณฑ์ฝ้ายที่ผลิตในมณฑลซินเจียง เพราะมีข่าวเรื่องการกดขี่แรงงานชาวมุสลิม อุยกูร์ ที่ทำงานในไร่ฝ้ายของภูมิภาคนี้

การประกาศแบนฝ้ายของซินเจียง สืบเนื่องมาจากสหรัฐอเมริกา ที่จุดประเด็นการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์ในอุตสาหกรรมการเกษตรในมณฑลซินเจียง และประกาศแบนฝ้าย และมะเขือเทศจากจีนที่เป็นผลผลิตจากมณฑลนี้ ตามติดมาด้วยการร่วมลงขันแบนชุดใหญ่ ของสหรัฐ อังกฤษ แคนาดา และบางประเทศในสหภาพยุโรป ร่วมกันแบนเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงของจีนที่รับผิดชอบในเขตซินเจียงถึง 13 คน รวมถึงสินค้าจากบริษัท Xinjiang Production and Construction Corps ที่เป็นบริษัทกึ่งรัฐ กึ่งกองทัพ ที่บุกเบิกพัฒนาส่งเสริมพื้นที่การเกษตรในแถบซินเจียง

และทาง H&M ก็รับลูกต่อ โดยการแบนผลิตผลใยฝ้ายจากซินเจียงเช่นเดียวกัน โดยอ้างประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ของชนกลุ่มน้อยชาวซินเจียง-อุยกูร์ และก็สร้างความไม่พอใจกับชาวเน็ตจีนอย่างมาก ที่ออกมารณรงค์ให้แบนสินค้า H&M ทั้งหมดที่ขายในจีน

เหตุผลหลักที่ชาวเน็ตจีนไม่พอใจ คือการเหมารวมว่าผลิตภัณฑ์ใยฝ้ายทั้งหมดมาจากการกดขี่แรงงานชาวอุยกูร์เพียงด้านเดียว ซึ่งพื้นที่เกษตรกร และไร่ฝ้ายมาจากหลายพื้นที่ในมณฑล

และการแบนฝ้ายจากซินเจียง ก็จะกระทบกับรายได้ของชาวซินเจียง ทั้งเกษตรกรรายใหญ่ และรายย่อยทั้งมณฑล ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานชาวอุยกูร์อย่างผิดกฎหมายอย่างที่กล่าวอ้าง นั่นจึงเป็นเหตุให้เกิดแคมเปญบอยคอตสินค้า H&M ในจีน

และก็ไม่ใช่แค่การแสดงพลังแค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น แต่มีผลกับแบรนด์สินค้าในตลาดทันทีเมื่อชาวจีนเริ่มตอบรับกระแสบอยคอตนี้ ซึ่งล่าสุดมีการถอดสินค้า H&M ในช่องทางออนไลน์ Alibaba และ Taobao แล้ว

สมาร์ทโฟนยี่ห้อดังของจีนทั้ง Huawei Xiaomi และ Vivo ได้ถอดแอปพลิเคชันของร้าน H&M ออก จากการให้บริการทันที ส่วนเว็บ Seach Engine รายใหญ่ของจีนทั้ง Baidu และ Dianping ถอดชื่อร้าน H&M ออกจากบริการค้นหาร้านในระบบแผนที่ของแอพ

นอกจากนี้ หวง ซวน และ ซ่ง เฉียน นักแสดงชื่อดังของจีนที่เป็น แบรนด์ แอมบาสเดอร์ให้กับ H&M ในจีนได้ประกาศถอนตัวจากงานพรีเซ็นเตอร์แล้ว เพื่อเป็นการตอบโต้นโยบายของ H&M เช่นเดียวกัน

ธุรกิจของ H&M นั้นก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ในช่วงวิกฤติ Covid-19 ส่งผลที่ยอดรายได้โดยรวมตกลงถึง 88% ในปี 2020 ทีผ่านมา และยังมีข่าวการปิดร้าน H&M ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

มีเพียงตลาดจีนที่กิจการ H&M ได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่อื่น และยังคงรักษายอดขายอยู่ได้ แต่จากกระแสการต่อต้านของชาวจีน ที่ลุกลามกลายเป็น Viral แล้วในขณะนี้ ย่อมส่งผลกับกิจการของ H&M ในจีน ที่เปรียบเหมือนหม้อข้าว หม้อใหญ่ที่ยังเหลืออยู่เพียงไม่กี่ใบแล้วในขณะนี้

.

อ้างอิง

https://www.globaltimes.cn/page/202103/1219362.shtml

https://www.aljazeera.com/economy/2021/3/24/chinanetusers-call-for-hm-boycott-after-ban-of-xinjiang-cotton

https://supchina.com/2021/03/24/hm-faces-boycott-in-china-over-year-old-xinjiang-cotton-ban/


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

ช่อลุยอีสาน! ปลุกคนขอนแก่น-อุดร อย่าคิดขายอนาคตตัวเอง! หาเสียงใสใส เน้นผู้นำมีวิสัยทัศน์ ซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา

ที่จังหวัดขอนแก่น เทศบาลตำบลบ้านเป็ด นางสาวพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า พร้อมนายศุภศักดิ์ วงษ์อินทร์จันทร์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลบ้านเป็ด เบอร์ 3 ขึ้นรถแห่โดยรอบตลาดสดเทศบาลบ้านเป็ดเพื่อประชาสัมพันธ์ให้พ่อแม่พี่น้อง ประชาชนออกไปเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกเทศบาล ในวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคมนี้ 

นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของคนเทศบาลตำบลบ้านเป็ด วันนี้ตนได้พาผู้สมัครนายกเทศมนตรีและ (สท.) ในนามคณะก้าวหน้ามาแนะนำตัวแก่พี่น้อง พวกเรานำคนคุณภาพจที่มีความตั้งใจจะเข้ามาทำการเมืองใหม่ที่ประชาชนตรวจสอบได้ ขั้นตอนการทำงานจะต้องโปร่งใส เรามามือเปล่าไม่มีเงินมาซื้อเสียง เรามีแต่ความมุ่งมั่นและจริงใจ หาเสียงไปซื่อ ๆ ตรง ๆ กับพ่อแม่พี่น้อง เราขอเป็นส่วนนึงที่จะเข้ามาพัฒนาบ้านเป็ดไปด้วยกัน 

ด้านนายศุภศักดิ์ ผู้สมัครเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านเป็ดกล่าวว่า บ้านเป็ดเรามีศักยภาพเพียงพอ มีงบประมาณกว่า 300 ล้านบาทต่อปี ทำไมเราจะสร้างโรงเรียนคุณภาพดีในบ้านเกิดให้ลูกหลานเราไม่ได้ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เราสร้างและพัฒนาโดยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เราจะพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อให้เยาวชนเราได้มีพื้นที่ทำกิจกรรม ศูนย์การเรียนรู้ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย

จากนั้นช่วงบ่ายนางสาวพรรณิการ์ได้เดินทางต่อมาที่จ.อุดรธานี อ.น้ำโสม ต.นางัว เพื่อช่วยนายแดนชัย โมครัตน์ เบอร์3 หาเสียงที่ตลาดสดนางัว มีประชาชนให้ความสนใจเข้าทักทายและให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเย็นนางสาวพรรณิการ์ ได้เดินมาขึ้นเวทีปราศรัยที่ตำบลกลางใหญ่ อำเภอบ้านผือ พร้อมนายศุภมัฏฐ์  ปราบพาลทัพพ์ ผู้สมัครเทศมนตรีเทศบาลตำบลกลางใหญ่ และผู้สมัคร(สท.)

นางสาวพรรณิการ์ ระบุว่า “คณะก้าวหน้ามาถึงตำบลบ้านกลางใหญ่ อนาคตใหม่อนาคตที่สดใสมาถึงหน้าบ้านท่านแล้วท่านทราบหรือไม่ ตำบลบ้านกลางใหญ่ มีงบประมาณบริหารครบวาระ 4 ปี 240 ล้านบาท หากท่านใดคิดรับเงินจากการซื้อเสียง ด้วยเงิน 300 บาท ที่เขาแจก นั่นหมายความว่า ใน 1 วาระของเขา ซึ่งก็คือ 4 ปี หรือ 1,460 วัน ประชาชนจะได้รับเงิน คือ 300 (บาท) หารด้วย 1,460 (วัน) เท่ากับ 0.20 สตางค์ ตกอยู่ที่ไม่ถึงวันละถึง 1 สลึงเลยด้วยซ้ำ หรือต่อให้ได้ 1,500 บาท เฉลี่ยต่อวันในหนึ่งวาระคำนวนแล้วจะตกอยู่ คือ 1,500 (บาท) หาร 1,460 (วัน)  เท่ากับ 1.03 บาท แบบนี้ใครคุ้ม? เขาจ่าย300บาท เพื่อเข้าไปถือเงิน240ล้านบาท! เราจะขายอนาคตของตัวเอง ขายอนาคตของลูกหลานให้กับเงินจำนวนนี้ ในการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่” หรือจะเลือกคนมีวิสัยทัศน์อย่างพี่ศุภมัฏฐ์ ที่มีนโยบายพาบ้านกลางใหญ่ก้าวหน้าด้วยการปรับปรุงถนนหนทาง พัฒนาศูนย์กีฬา แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคมนี้ ท่านคือผู้กำหนดอนาคตของท่านเอง

“ผบ.ทสส.” หนุนฝึกร่วมเหล่าทัพ เผยยิง "ฮาร์พูน" กลางอันดามันแม่นยำ เสริมความมั่นใจกำลังพล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร. )พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ. )พล.ต.อ สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร. ) พล.อ.ชูชาติ  บัวขาว รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ. ธีรวัฒน์  บุณยะวัฒน์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) เดินทางมาตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งจอดลอยลำอยู่ในพื้นที่ทะเลอันดามัน บริเวณจังหวัดภูเก็ต เพื่อชมการฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นแบบ HARPOON BLOCK 1C  โดยเรือหลวงตากสิน  และการฝึกปฏิบัติการร่วมระหว่างกองทัพเรือกับกองทัพอากาศ  (LINK – E) 

จากนั้นคณะได้ออกเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังบริเวณยังเขาลำปี ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เพื่อชมการยิงอาวุธทางยุทธวิธี และยิงเป้าอากาศยาน ของ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.)และ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) นอกจากนั้น ยังมีการปฏิบัติร่วมกับเครื่องบินขับไล่แบบกริพเพ้น
ของกองทัพอากาศ โดยการฝึกสถานการณ์สมมุติภายใต้แผน “ศรีวิชัย2” ของกองทัพเรือ กับแผน “เฉลิมอากาศ” ของกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมระดับเหล่าทัพสนับสนุนแผนป้องกันประเทศของกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นไปตามยุทธศาสตร์ในการดูแลรักษาประโยชน์ของชาติทางทะเล และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านอันดามันและอ่าวไทย โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งทางด้านยุทธศาสตร์รวมถึงท่าเรือน้ำลึกต่างๆที่ตั้งอยู่ด้วย

หลังเสร็จสิ้นการฝึก พล.อ.เฉลิมพล ได้ยกนิ้วโป้งให้กำลังพล พอใจการฝึกในครั้งนี้ เพราะเป็นการฝึกประจำปีในหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นเรื่องของการปฏิบัติการป้องกันอธิปไตยบนฝั่งในกรณีมีภัยคุกคามทางทะเลเข้ามา ซึ่งเป็นการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างกองทัพเรือ กับ กองทัพอากาศ ที่รับผิดชอบอธิปไตยในน่านฟ้า ในการปฏิบัติภารกิจตามขีดความสามารถของตัวเอง จะทำหน้าที่แจ้งเตือนหากไม่สามารถต้านทานอากาศยานได้บางส่วน ก็จะส่งต่อเป้าหมายมายังกองทัพเรือภาค 3 ที่รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว ถือว่าเป็นการประสานงานที่สอดคล้อง และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการฝึก ซึ่งการฝึกของทหารเพื่อให้มีความพร้อมปฏิบัติภารกิจรักษาอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และมั่นใจในอาวุธยุทโธปกรณ์  ถือว่าเป็นการฝึกที่ครบถ้วน และเป็นประโยชน์ต่อกำลังที่จะต้องหมุนเวียนกันในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นการฝึกจึงมีความจำเป็น

ผบ.ทสส. กล่าวอีกว่า การยิงอาวุธปล่อยนำวิถีฮาร์พูน ถือว่ามีความแม่นยำมาก โดยเป็นการบินในระยะ 55 ไมล์ทะเลหรือ 110 กิโลเมตร นับเป็นการยิงครั้งแรกของกองทัพเรือหลังจากได้รับเรือหลวงตากสินมา ทั้งนี้อาวุธปล่อยนำวิถีฮาร์พูนมีอายุ 35 ปี โดยมีการปฏิบัติบำรุงตามวงรอบ ซึ่งถือว่าเป็นการยิงด้วยกระสุนจริงจากที่ผ่านมาเป็นการยิงด้วยกระสุนฝึกเท่านั้น จึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้หน่วยในการปฏิบัติภารกิจได้เป็นอย่างดี

“แม้จะเป็นการฝึกประจำปีของกองทัพเรือ แต่ในภาพรวมก็เป็นการประสานงานร่วมกันกับกองทัพอากาศด้วย โดยเฉพาะในส่วนที่เชื่อมต่อกับการปฏิบัติ และบางส่วนก็เชื่อมต่อกับกองทัพบก ซึ่งในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้ที่จะทำการฝึกภาคสนามที่บ้านจันทเขลม จ.จันทบุรี กองทัพบกจะส่งยานเกราะเข้าร่วมการฝึกด้วย”พล.อ.เฉลิมพล กล่าว

“เลขาฯพลังชล” เผย จับรมต.ใหม่ พิสูจน์ผลงาน โดยเฉพาะระบบการศึกษา

นายสุระ เตชะทัต เลขาธิการพรรคพลังชล กล่าวถึงโฉมหน้าครม.ชุดใหม่ว่า การปรับครม.ชุดใหม่ อาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์บ้างถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่หลังจากนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลและรัฐมนตรีใหม่จะต้องพิสูจน์ฝีมือในการทำงาน โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ที่ถูกจับตามองว่าจะทำให้ระบบการศึกษาเป็นอย่างไร เกิดการปฏิรูป ทำให้เกิดความเท่าเทียมทางการศึกษาได้จริงหรือไม่ 

ขณะนี้รัฐบาลมีปัญหาด้านความเชื่อมั่นหลายเรื่อง ทั้งการบริหารราชการ การปฏิรูปการศึกษา ปัญหาโควิด ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ ปัญหาการชุมนุมของกลุ่มผู้เห็นต่าง ที่หลายฝ่ายต่างจับตามอง ล้วนกระทบภาพลักษณ์รัฐบาลทั้งสิ้น ดังนั้นขึ้นอยู่ที่ว่าจะบริหารจัดการให้เกิดความเชื่อมั่นอย่างไร

“ธนาธร” ลุยโค้งสุดท้าย สู้ศึกเลือกตั้ง “เทศบาล” ชูนโยบาย “จัดการขยะ - ขนส่ง -พื้นที่สาธารณะ” เปลี่ยน “นครเจ้าพระยาสุรศักดิ์”

ที่วัดจุกกะเฌอ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางพบปะผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ พร้อมร่วมรณรงค์หาเสียงให้กับ นายกุลธวัช ชัยปิยังกูร ผู้สมัครนายกเทศมนตรี ในนามคณะก้าวหน้า เบอร์ 3 โดยเริ่มต้นด้วยการเยี่ยมชมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่อยู่ในวัด จากนั้นตั้งเวทีพูดคุยเรื่องนโยบายสำหรับการพัฒนาเทศบาล ก่อนที่จะขึ้นรถแห่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม นี้

นายกุลธวัช กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ตนมีความมั่นใจ มีความพร้อมที่จะเข้ามาบริหารเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ โดยมีนโยบายสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1. การจัดการขยะ เพื่อให้บ้านเมืองของเราสะอาดปลอดขยะตกค้าง 2. นโยบายขนส่งสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันประชาชนอาศัยรถสองแถวซึ่งรอนาน และก็มีแค่ 2 สาย ซึ่งถ้าเทียบกับ 108,000 คน ยังไม่รวมประชากรแฝง ถือว่าไม่เพียงพอ ทำให้คนหันไปใช้รถส่วนตัว ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาแออัดในเมือง รถติด ไม่มีที่จอด  ดังนั้น เล็งเพิ่ม ให้เป็น 4 สาย ใช้รถบัส 20 ที่นั่ง มีแอพลิเคชั่นและจีพีเอสติดตามรถ ให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้สะดวกขึ้น  และ 3. เพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะ ให้กระจายครอบคลุมทุกชุมชน เพื่อประชาชน เข้าถึงง่าย

ด้าน นายธนาธร กล่าวว่า จากที่ได้ฟังนโยบายแล้ว เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะใน 3 เรื่องสำคัญที่นำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนส่งสาธารณะ ที่ให้คนเดินทางได้โดยไม่ต้องใช้รถ ซึ่งหัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้ประชาชนไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมเงินมาซื้อรถเพื่อให้ตัวเองเดินทางได้ ส่วนเรื่องการจัดการขยะ ตนเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะเทศบาลส่วนใหญ่ไม่มีการจัดการขยะอย่างถูกวิธี บ่อขยะถูกทิ้งแบบเปิด กองพะเนิน ฝนตกลงมาก็ชะล้างไหลลงแม่น้ำลำคลองที่เราใช้น้ำอุปโภคบริโภค ดังนั้น จำเป็นต้องมีการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง ก่อนมาสู่โรงคัดแยกซึ่งเป็นเรื่องที่เราจะทำด้วย เพราะวันนี้ ถ้ายังจัดการขยะอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เราจะไม่มีที่ทิ้งขยะ เพราะจะล้น เพราะไม่มีใครอยากให้มีบ่อขยะที่บ้านตัวเอง

“เรื่องของสวนสาธารณะก็เป็นเรื่องสำคัญ การเพิ่มพื้นที่สาธารณะของเทศบาลจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหมายถึง 1.) เราต้องการอากาศสะอาดที่หายใจ 2.) เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ให้พ่อแม่ได้พาเด็กมาวิ่งเล่นซึ่งจะหมายถึงการพัฒนาร่างกาย การพัฒนาสมอง ทำให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ และ 3.) เป็นพื้นที่ให้คนได้มาออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยในเรื่องลดการเจ็บป่วย ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศด้วย” นายธนาธร กล่าว 

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่าย นายธนาธรเดินทางไปช่วยหาเสียงต่อให้กับ นายอภิวัฒน์ ชอบขาย ผู้สมัคร นายกเทศมนตรีตำบลเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ เบอร์ 2 โดยเดินตลาดพบปะประชาชน พ่อค้าแม่ขาย ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น

“สุชาติ” ห่วงแรงงาน กำชับ บอร์ดอุทธรณ์ พิจารณาแนวทางรักษาสถานะภาพผู้ประกันตน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ห่วงใยผู้ประกันตนมาตรา 39 กรณีขาดส่งเงินสมทบและสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนให้สามารถมีสถานะผู้ประกันตนต่อไปได้ กำชับบอร์ดอุทธรณ์ประกันสังคม เร่งหารือพิจารณากำหนดแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตนและให้เจ้าหน้าที่มีแนวปฏิบัติในทางเดียวกัน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร/จังหวัด/สาขา หลายแห่งทั่วประเทศได้มีหนังสือถึงคณะกรรมการอุทธรณ์ให้พิจารณากรณีที่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตามมาตรา 39 ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนแล้วและต่อมาบางรายประสบปัญหาสิ้นสุดสภาพการเป็นผู้ประกันตนเนื่องจากขาดส่งเงินสมทบ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ระบุว่า ผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่ขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน จะถือว่าได้สิ้นสุดสภาพการเป็นผู้ประกันตนตั้งแต่เดือนแรกที่ขาดส่ง หรือกรณีที่ผู้ประกันตนให้หักเงินสมทบผ่านบัญชีธนาคาร แต่ยอดเงินในบัญชีมีไม่เพียงพอ ทำให้สิ้นสภาพความเป็นผู้ประกันตนได้เช่นเดียวกัน ซึ่งกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งและสำนักงานประกันสังคมแต่ละแห่งไม่สามารถวินิจฉัยเองได้ จึงได้ส่งเรื่องมายังคณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาหาข้อยุติ 

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีนโยบายชัดเจนที่จะช่วยเหลือผู้ประกันตนในกรณีดังกล่าวเพื่อมิให้ต้องสิ้นสุดสภาพการเป็นผู้ประกันตน จึงได้กำชับให้ คณะกรรมการอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ซึ่งมี นายอาทิตย์ อิสโม เป็นประธาน เร่งพิจารณาถึงเรื่องนี้ เพื่อเสนอแนะไปยังสำนักงานประกันสังคมดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และระเบียบของ พ.ร.บ. ประกันสังคมฯ ซึ่งคณะกรรมการอุทธรณ์ที่รัฐมนตรีแต่งตั้งประกอบด้วย ประธานกรรมการ กรรมการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิทางการแพทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิทางระบบงานประกันสังคม ผู้ทรงคุณวุฒิทางการแรงงาน ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง จะให้ความเห็นต่อสำนักงานประกันสังคม

สำหรับขั้นตอนการยื่นคำร้องเพื่อขอขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาโดยแสดงเหตุแห่งความจำเป็นนั้น จะขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาออกไปก็ได้ ทั้งนี้ ต้องยื่นคำร้องภายใน 15 วันนับแต่เหตุจำเป็นนั้นสิ้นสุดลง เพื่อไม่ให้ผู้ประกันตนต้องพ้นสภาพจากสถานะความเป็นผู้ประกันตน โดยนายจ้าง ผู้ประกันตน หรือบุคคลอื่นใด ที่ไม่พอใจในคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว จากนั้นคณะกรรมการอุทธรณ์จะพิจารณาวินิจฉัยแล้วแจ้งคำวินิจฉัยเป็นหนังสือให้ผู้อุทธรณ์ทราบ แต่หากผู้อุทธรณ์ไม่พอใจให้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย แต่ถ้าไม่นำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในระยะเวลาดังกล่าวให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์เป็นที่สุด

นายอาทิตย์ อิสโม ประธานกรรมการคณะกรรมการอุทธรณ์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นคณะกรรมการอุทธรณ์ได้ให้อนุกรรมการวิชาการไปพิจารณาศึกษารายละเอียดถึงแนวทางเพื่อไม่ให้ผู้ประกันตนต้องสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนกรณีขาดส่งเงินสมทบ ซึ่งความเห็นของคณะกรรมการอุทธรณ์ในครั้งนี้จะเป็นที่มาและข้อเสนอแนะยังสำนักงานประกันสังคมในการกำหนดแนวปฏิบัติที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์แก่ผู้ประกันตนต่อไป

“ผบ.ทสส.” หวัง 'โควิด' ซา เดินหน้าฝึก 'คอบร้าโกลด์' หวังกระชับมิตรทางทหารประเทศ-กระตุ้นเศรษฐกิจ

ที่เขาลำปี หาดท้ายเหมือง จ.พังงา พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึง การฝึก 'คอบร้าโกลด์ 2021' ประจำปี 2564 ว่า ขณะนี้ยังเป็นการวางแผน ต้องรอดูสถานการณ์การแพร่บาดโควิด-19 ในขณะนั้นว่าจะสามารถ ทำได้มากน้อยแค่ไหน แต่ปัจจุบันเราได้เตรียมการรวมถึงรูปแบบในการปฏิบัติ เราคาดหวังว่าจะสามารถฝึกได้ตามห้วงเวลาที่กำหนดที่ได้เลื่อนไปจากเดิมเป็นเดือนสิงหาคม  เพราะจะสร้างประโยชน์ร่วมกันหลายเรื่อง ทั้งการปฏิบัติร่วมกันของมิตรประเทศและเศรษฐกิจประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การฝึก 'คอบร้าโกลด์ 2021' ประจำปี 2564 ซึ่งเป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทย และกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด - แปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทย ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของประจำทุกปี  แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้การฝึกดังกล่าวเลื่อนไปเป็นเดือนสิงหาคม 2564

โดยการฝึกคอบร้าโกลด์ มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึก ประยุกต์ใช้กำลังรบในสถานการณ์วิกฤติต่างๆ รวมทั้งการฝึกใช้ระเบียบปฏิบัติประจำกองกำลังผสมนานาชาติ เพื่อให้ทุกชาติมีความเข้าใจตรงกันและพร้อมปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเกิดสถานการณ์จริง

สำหรับปีนี้มี 7 ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกหลักคือ ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สาธารณรัฐเกาหลี และมาเลเซีย ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในโครงการช่วยเหลือประชาชน 2 ประเทศ คือ จีน และอินเดีย ส่วนอีก 20 ประเทศ จะเข้าร่วมสังเกตการณ์ และร่วมฝึกโครงการเสนาธิการผสมนานาชาติ รวม 29 ประเทศ

สวีเดน มั่นใจศักยภาพด้านอวกาศไทย ปักหมุดให้ไทยเป็น HUB อุตสาหกรรมอวกาศเอเชียแปซิฟิก พร้อมผลักดันให้ไทยเข้าสู่ Global value chain ด้านอวกาศอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 ณ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ หรือ (Space Krenovation Park : SKP) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย (H.E. Mr. Jon Åström Gröndahl, Swedish Ambassador to Thailand) และผู้บริหารบริษัท SSC Space Thailand พร้อมคณะเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) GISTDA หรือ สทอภ. พร้อมหารือเรื่องความร่วมมือด้านอวกาศ

โดยมี นายทรงศัก สายเชื้อ ที่ปรึกษาสทอภ. นายตติยะ ชื่นตระกูล รองผู้อำนวยการสทอภ. และ ดร.ดำรงค์ฤทธิ์ เนียมหมวด ปฏิบัติงานรองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ GISTDA พร้อมคณะให้การต้อนรับ Space Krenovation Park : SKP เป็นส่วนหนึ่งของเขตส่งเสริมอุตสาหกรรม และนวัตกรรมดิจิทัล หรือ EECd ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมการลงทุนประเภทวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ผู้ประกอบการในประเทศ และต่างชาติจะมีโอกาสในการได้รับสิทธิประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ภายในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการทางด้านอวกาศ

ซึ่งในพื้นที่ SKP มีการดำเนินโครงการลงทุนสถานีดาวเทียมร่วมกับบริษัท SSC ถือเป็นโครงการครั้งแรกในการลงทุนด้านธุรกิจอวกาศของบริษัทต่างประเทศในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของรัฐบาลสวีเดน และบริษัท SSC ต่อนโยบาย และศักยภาพด้านอวกาศของไทยในพื้นที่ EEC เพื่อหวังจะให้พื้นที่ EEC เป็นฐานสำคัญในการขยายธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูงในด้านอุตสาหกรรม และบริการที่เกี่ยวกับอวกาศ พร้อมทั้งสร้างให้เป็นจุดศูนย์รวมในการเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมอวกาศในภูมิภาค และยังช่วยผลักดันให้ไทยเข้าสู่ Global value chain ด้านอวกาศอย่างเป็นรูปธรรม

ประเทศสวีเดนเป็นผู้ริเริ่มโครงการเพื่อความยั่งยืนโดยให้ SSC ในฐานะผู้นำในด้านนี้ได้ก่อตั้ง Global Trust ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้ SSC ที่ใช้ประโยชน์ของดาวเทียมเพื่อชี้นำองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกในการพัฒนา และนำเสนอกลยุทธ์ในการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาแบบยั่งยืน

SSC ยังร่วมมือ USN เป็นบริษัทในด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมอวกาศให้บริการสถานีภาคพื้นดินเชิงพาณิชย์แห่งแรกในระดับโลก และมีประสบการณ์ในการสร้างดาวเทียมรวมถึง Payload ของดาวเทียม นอกจากนี้ยังได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับภารกิจบอลลูน และจรวด รวมถึงโครงการอวกาศอื่น ๆ เช่นเดียวกับภารกิจ ISS หรือภารกิจ Moon Mission ด้วยการสร้างดาวเทียมขนาดเล็กดวงแรกที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเพื่อไปยังวงโคจรของดวงจันทร์ หรือ Smart-1 อีกทั้งมองเห็นการจัดทำ Spaceport (ท่าอวกาศยาน) ขึ้นที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในอนาคต ได้มองเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี และนวัตกรรมอวกาศมีความก้าวหน้าไม่มีที่สิ้นสุด

จากความร่วมมือกับ GISTDA เริ่มขึ้นเมื่อปี 2558 ซึ่งบริษัท SSC ได้ใช้สถานีดาวเทียมในประเทศสวีเดนเพื่อให้บริการติดตามยืนยันตำแหน่งของดาวเทียมค้างฟ้าที่อยู่ในห้วงอวกาศในภูมิภาคเอเชีย และแปซิฟิกรวมถึงการให้บริการปรับแก้ข้อมูลเชิงตำแหน่งให้กับดาวเทียมนำทางของญี่ปุ่น (QZSS) จนมาถึงปัจจุบัน ด้วยศักยภาพด้านอวกาศของไทยมีความเหมาะสมทั้งในด้านทำเลที่ตั้ง บุคลากร ตลอดจนการสนับสนุนจากทางรัฐบาลทำให้ทางรัฐบาลประเทศสวีเดน และบริษัท SSC ลงทุนตั้งสถานีรับส่งสัญญาณดาวเทียมขนาดใหญ่ในพื้นที่ประเทศไทย โดยมี GISTDA ให้เป็น Strategic Partner และได้กำหนดให้ประเทศไทยเป็น Hub ในพื้นที่อาเซียนจึงได้จัดตั้ง SSC Space Thailand เพื่อนำประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญทั้งหมดมาช่วยสร้างระบบนิเวศอวกาศของไทย โดยมุ่งหวังที่จะสร้างความร่วมมือกับหน่วยงาน และบริษัทของไทยในการพัฒนาโครงการอวกาศ และอุตสาหกรรมอวกาศในประเทศไทย และอาเซียนต่อไป

.

ที่มา : https://www.facebook.com/109141292809477/posts/1649307845459473/?d=n


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

รัฐบาล ปลื้ม หลังประเทศไทย ถูกปรับลดอันดับ ประเทศที่มีขยะพลาสติกในทะเลสูงสุดในโลกจากอันดับ 6 เป็น อันดับที่ 10 ได้สำเร็จ พร้อมเดินหน้า 9 มาตรการ แก้ปัญหาขยะต่อ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งเดินหน้าแก้ปัญหาขยะพลาสติกในทะเลอย่างจริงจัง ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ โดยให้สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green: BCG Model) ที่รัฐบาลกำหนดเป็นโมเดลเศรษฐกิจในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นวาระแห่งชาติ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า "รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาขยะพลาสติกในทะเลอย่างจริงจัง โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการด้านต่างๆ อาทิ การจัดทำ โร้ดแม็ปการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 - 2573 โดยตั้งเป้าเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่ และไมโครบีดส์ ภายในปี 2562"

น.ส.รัชดา กล่าวว่า "เลิกใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ที่มีความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน กล่องโฟมใส่อาหาร หลอดและแก้วพลาสติกชนิดบางแบบใช้ครั้งเดียว ภายในปี 2565 รวมถึงการนำขยะพลาสติกเป้าหมาย กลับมาใช้ใหม่ ร้อยละ 100 ภายในปี 2570 เป็นต้น จนทำให้ประเทศไทยสามารถปรับลดอันดับประเทศที่มีขยะพลาสติกในทะเลสูงสุดในโลกจากอันดับ 6 เป็น อันดับที่ 10 ได้สำเร็จ โดยลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกได้กว่า 25,284 ล้านใบ หรือ 228,820 ตัน"

น.ส.รัชดา กล่าวว่า "รัฐบาลโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องยังจะนำข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกในทะเล ทั้ง 9 ข้อ มาพิจารณาดำเนินการเพื่อการจัดการขยะในภาพรวมของประเทศที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมด้วย ประกอบด้วย

1.) ให้มีการนำระบบมัดจำค่าขวดพลาสติกมาใช้

2.) ให้มีการส่งเสริม สนับสนุนการออกแบบผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

3.) ให้มีการส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินธุรกิจ และการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมในรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

4.) ให้มีการออกกฎหมาย กำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบในการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ที่ตนผลิต

5.) ให้มีการออกกฎหมาย กำหนดให้ประชาชนในฐานะผู้ทำให้เกิดขยะ มีหน้าที่ในการคัดแยกขยะ

6.) ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พัฒนาการดำเนินงานในการเก็บ ขน และกำจัดขยะ ให้เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทั่วถึงเขตพื้นที่รับผิดชอบของตนโดยเฉพาะทางน้ำ

7.) ให้มีการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากขยะ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อชุมชนรอบข้าง

8.) ให้มีการจัดสรรงบประมาณ เพื่อจัดให้มีเรือเก็บขยะที่เพียงพอ สำหรับการปฏิบัติงานในจังหวัดชายฝั่งทะเล และส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดเก็บขยะในน้ำ ทั้งในแม่น้ำ ลำคลอง และทะเล เพื่อให้เรือเก็บขยะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9.) ให้หน่วยงานของรัฐ บูรณาการจัดการขยะพลาสติกกับองค์กรภาคเอกชน และประชาชน ตลอดจนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เรื่องสร้างจิตสำนึกในการลดใช้พลาสติก และการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี"


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

"แลนด์บริดจ์" เชื่อมเศรษฐกิจไทยไปไกลระดับโลก ? | BizMAX EP.31

จากข่าว "ดันแทนด์บริดจ์แสนล้าน!!! 'คมนาคม' เล็งเชื่อม 2 ท่าเรือ 'ระนอง-ชุมพร' ยกระดับประเทศไทยสู่ฮับขนส่งทางน้ำของภูมิภาค"

Link ข่าว : https://thestatestimes.com/post/2021030202 ​

จากเนื้อหาข่าวกระทรวงคมนาคม ดันแลนด์บริดจ์ ชุมพร - ระนอง มูลค่าลงทุนแสนล้านบาท เชื่อมโยง 2 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือระนองแห่งใหม่ และท่าเรือชุมพร พร้อมเปิดเส้นทางเดินเรือแห่งใหม่ 2 มหาสมุทร ทั้งมหาสมุทรอินเดีย และ มหาสมุทรแปซิฟิก ประเทศไทยจะได้ผลประโยชน์อะไรจากโครงการนี้ มาร่วมวิเคราะห์กันกับ หยก THE STATES TIMES

.

.


สนับสนุนโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top