Monday, 8 June 2026
Hard News Team

ชงครม.ไฟเขียวลดส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคม 3 เดือน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม โดยให้ลดอัตราเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมฝ่ายละ 5% เหลือฝ่ายละ 2.5% ของค่าจ้างผู้ประกันตน และผู้ประกันตนมาตรา 39 เหลืออัตราเดือนละ 216 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ในงวดเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2564 ส่วนงวดเดือนกันยายน 2564 เป็นต้นไป ให้ส่งเงินสมทบอัตราเดิม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกันตนในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่

ทั้งนี้เชื่อว่าการลดเงินครั้งนี้จะช่วยให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถนำเงินสมทบที่ลดลงไปใช้จ่ายเพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในระยะเวลาตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2564 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20,163 ล้านบาท เป็นการลดปัญหาทางการเงินได้ ขณะเดียวกันกระทรวงแรงงาน ยังเสนอร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานด้วย

นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทย ยังเสนอร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พร้อมทั้งเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนัก ความด้านทาน และความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ส่วนกระทรวงคมนาคม เสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลบ้านพรุตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ ตำบลทุ่งลาน และตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา และกระทรวงการคลัง เสนอขอความเห็นชอบวงเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2564 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

'ธัญวัจน์-ก้าวไกล' ชี้!! เวที Miss Universe เปิดโอกาสสร้างเสรีภาพทางการแสดงออก หลังนางงามเมียนมาแสดงข้อความทางการเมืองเพื่อสันติภาพบนเวที ย้ำ นี่คือพลังการต่อสู้ด้วยเสียงของผู้หญิง สะเทือนถึงผู้มีอำนาจในเมียนมา ต่อสายตาชาวโลก

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึง การประกวด Miss Universe 2021 ที่ผ่านมา ว่าในช่วงหนึ่งของการประกวด เป็นช่วงที่น่าสนใจที่สุด คือ นางสาว ธูซาร์ วิน ลวิน ผู้เข้าประกวดเวทีระดับโลกนางงามจักรวาลจากประเทศเมียนมาได้รับรางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยม โดยมีจุดเด่นที่เธอถือ “Pray for Myanmar” ซึ่งคนทั่วโลกในขณะนี้ทราบดีว่าประเทศเมียนมาเกิดการยึดอำนาจของ มิน อ่อง หล่าย และในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการใช้อาวุธจนทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ออกมาต่อสู้ทางการเมืองบนท้องถนนกว่า 700 คน และถูกจับกว่า 5,000 คน 

จากข่าวคราวทางกองประกวดนางงามจักรวาล ผู้เข้าประกวดจากเมียนมาให้ข่าวว่า ชุดประจำชาติที่เธอเตรียมมาหายไป และก่อนการประกวดได้รับการช่วยเหลือจากชาวเมียนมาด้วยกันในฟลอริดาช่วยจัดหา และใจความสำคัญของชุดเมียนมาคือข้อความที่ นางสาว ธูชาร์ ถือ เสียงแห่งสันติภาพที่ผู้หญิงคนหนึ่งเรียกร้องบนเวทีการประกวด จนวันนี้สะเทือนต่อผู้นำทหารเมียนมาต้องออกหมายจับ

ธัญวัจน์ กล่าวต่อไปว่า ถึงแม้ว่าการประกวดนางงามในสายตาสังคมทั่วไปมองเป็นเรื่องความสวยความงาม เรื่องของความบันเทิง แต่ในบนเวทีการประกวดนั้นมีช่วงเวลาที่ท้าทายความคิด และการนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถาม บุคลิกภาพที่โดดเด่น และ ชุดประจำชาติที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นชาติผ่านการนำเสนอบนร่างกายของผู้เข้าประกวด เป้าหมายของการประกวดมีความหลากหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะได้ยินอยู่บ่อยครั้งบนเวทีการประกวด คือผู้หญิงเหล่านี้จะพูดเรื่อง “การเมืองและสันติภาพ” 

“การออกหมายจับนางสาว ธูซาร์ วิน ลวิน นางงามจากประเทศเมียนมาสะท้อนความ “กลัว” ของผู้มีอำนาจ เพราะ “สันติภาพ” จะเป็นฝ่ายชนะเสมอ หากผู้มีอำนาจใช้การประกาศออกหมายจับจะทำให้นางงามเมียนมากลัว แต่ในทางกลับกันประชาคมโลกต่างเห็นถึง “ความอำมหิต และ ใฝ่อำนาจ” ของฝ่ายรัฐประหาร เพราะประเทศเป็นของประชาชน ไม่มีอำนาจชอบธรรมใด ๆ ในการปกครองที่จะมีมากกว่าประชาชน และการใช้กำลังห้ำหั่นนั้นก็จะเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ในที่สุด ธัญขอให้กำลังใจนางงามจากประเทศเมียนมา และขอเรียกร้องให้ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทหารในเมียนมาคืนอำนาจให้กับประชาชน“ ธัญวัจน์ กล่าว 

ทั้งนี้ ธัญวัจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นี่คือเสียงของผู้หญิง ธูซาร์ วิน ลวิน ที่อยู่ในช่วงเวลาอันโหดร้ายในประเทศที่กล้าหาญและไม่เกรงกลัวอำนาจใด ๆ เธอชูข้อความ “Pray for Myanmar” เพื่อให้โลกใบนี้ได้เห็นความทุกข์ร้อนของประชาชนในประเทศของเธอ เธอได้ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศอย่างสมเกียรติ เพราะเธอได้เป็นเสียง “ของประชาชน” ที่เธอเป็นตัวแทน และมาสื่อสารบนเวทีการประกวดเพื่อให้ชาวโลกรับรู้ นี่คือความทุกข์ร้อนของคนในชาติที่เธอรัก ที่เธอจะทำได้ในฐานะ “ผู้หญิงคนหนึ่ง”

“บิ๊กบี้” สั่ง สกัดแรงงานต่างด้าวพร้อมสั่งขยายผลสู่ต้นตอกระบวนการ พร้อมมอบหน่วยทหารช่วยดูแล รร. รับเปิดเทอม

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564  ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุม ด้วยระบบออนไลน์กับหน่วยทหารทั่วประเทศ เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ปัญหา COVID-19 พร้อมขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน โดยให้กำลังพลดำรงการปฏิบัติตน ตามนโยบายของภาครัฐและมาตรการพิทักษ์พล เพื่อลดอัตราการแพร่ระบาดและพร้อมช่วยเหลือประชาชนได้ต่อไป  

โดยผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวถึงภารกิจของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก ที่เฝ้าตรวจและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเชื้อเข้าประเทศผ่านแนวชายแดน มีผลการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 จนถึงปัจจุบัน 

ทั้งนี้ผบ.ทบ. ได้ย้ำถึงการจับกุมแรงงานต่างด้าวตามเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดนจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการตรวจสอบพื้นที่ตอนใน รวมถึงขยายผลไปสู่ต้นตอของกระบวนการในการนำพาแรงงานเข้าประเทศ พร้อมมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการในเรื่องดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

สำหรับในเดือน มิ.ย. 64  ซึ่งสถานศึกษาจะเปิดการเรียนการสอน สิ่งสำคัญในการเตรียมเปิดเทอม คือเรื่องของการทำสถานศึกษาให้สะอาดปลอดเชื้อ ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกมีความห่วงใยในเรื่องกล่าว ได้มอบให้หน่วยทหารของกองทัพบกทั่วประเทศ ประสานและเข้าสนับสนุนสถานศึกษา โรงเรียนในพื้นที่เพื่อร่วมการพัฒนาและเตรียมสถานศึกษาให้พร้อมรับการเปิดเทอม เพื่อดูแลให้นักเรียน บุคลากรของสถานศึกษามีความปลอดภัยต่อการติดเชื้อ โดยที่ผ่านมากองทัพบกได้ส่งชุดปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อนเข้าฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตามโรงเรียนต่าง ๆ แล้วถึง 165 แห่ง

พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมการของหน่วยทหารรับมือกับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝน โดยกำชับให้ดูแลใน 2 เรื่อง คือ การระบายน้ำและการกักเก็บน้ำ โดยให้หน่วยทหารพิจารณาสนับสนุนการเปิดเส้นทางระบายน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัย ด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำ กำจัดวัชพืช ขยะ เพิ่มช่องทางระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก ในขณะเดียวกันให้สนับสนุนการเตรียมแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ เพื่อสำรองน้ำไว้ให้เกษตรกรใช้ในการเพาะปลูกหลังฤดูฝน

ทั้งนี้ เพื่อให้กำลังพลของกองทัพบกมีความพร้อมด้านร่างกาย เพื่อปฏิบัติงานสนับสนุนการคลี่คลายสถานการณ์ COVID-19 ของรัฐบาลควบคู่ไปกับการช่วยเหลือประชาชน ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบให้ ศบค. 19 ทบ. และกรมแพทย์ทหารบกได้เตรียมการวางแผนบริหารจัดการฉีดวัคซีนให้กับกำลังพล และทหารกองประจำการ หากได้รับการสนับสนุนวัคซีนตามการจัดสรรจากสาธารณสุขในช่วงเดือน มิ.ย. 64 ซึ่งในปัจจุบันกำลังพลบางส่วนของกองทัพบกได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว อาทิ ผู้ปฏิบัติงานในกองกำลังชายแดน กำลังพลด่านหน้า บุคลากรทางการแพทย์ เป็นต้น 

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยความคืบหน้าความร่วมมือ ปตท.จัดตั้งหน่วยธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยความคืบหน้าความร่วมมือ ปตท.จัดตั้งหน่วยธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม หนุนผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ปรับระบบการผลิตไปสู่เทคโนโลยีอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ นำร่อง 4 บริษัท ทดสอบระบบ ITP Platform พร้อมสำรวจข้อมูลผู้ประกอบการใน 6 นิคมอุตสาหกรรมเป้าหมายปรับปรุงระบบ!

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ. และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันจัดทำโครงการยกระดับศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (Industrial Transformation Platform) หรือ ITP Platform ซึ่งเป็นการให้บริการเชื่อมโยงลูกค้า คู่ค้าและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยระบบดังกล่าวจะเชื่อมโยงข้อมูลกับ กนอ. เพื่อรองรับการบริการของ กนอ. ประกอบด้วย ระบบช่วยตัดสินใจเลือกนิคมอุตสาหกรรม ระบบอนุมัติ-อนุญาต (e-PP) และสิทธิประโยชน์จาก กนอ.

“โครงการ ITP แพลตฟอร์มนี้ เป็นการขยายความร่วมมือหลัง กนอ. ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยธุรกิจ (JV Company) เพื่อดำเนินการธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มร่วมกัน ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมหันมาใช้ระบบหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่สากลอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่ยุค 4.0” นายวีริศ กล่าว

ทั้งนี้ กนอ. และ ปตท.ได้จัดทำโครงการนำร่องร่วมกับผู้ประกอบการ 4 ราย (Pilot Project) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ชลบุรี โดยให้คำปรึกษาเรื่องสิทธิประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน และให้คำปรึกษาด้านการประยุกต์ใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต รวมทั้งทดสอบทดลองระบบกับ ITP Platform สำหรับบริษัทนำร่อง 4 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่

1.) บริษัท ไทย ไดโซ แอโรโซล จำกัด ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมอุปโภค-บริโภค

2.) บริษัท ทีบีเคเค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์

3.) บริษัท ไทยโตเคน เทอร์โม จำกัด ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมโลหะ และ

4.) บริษัท โอเรียนเต็ล คอปเปอร์ จำกัด ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมโลหะ

นอกจากนี้ กนอ.และปตท.ยังได้สัมภาษณ์ผู้ประกอบการ จำนวน 12 ราย ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน, ยานยนต์และชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์เหล็กและโลหะ จากนิคมอุตสาหกรรมเป้าหมาย 6 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง, นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ, นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี, นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรี จ.ชลบุรี, นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ระยอง จ.ระยอง และนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) จ.ระยอง รวมทั้งส่งแบบสอบถามไปยังผู้ประกอบการทุกนิคมที่สนใจยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตให้เป็นระบบควบคุมอัตโนมัติ เพื่อเข้าร่วมทดสอบการใช้งานระบบ ITP Platform ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น

“กนอ. และ ปตท.อยู่ระหว่างร่วมศึกษาแนวทางการร่วมทุนในรูปแบบ Co-Investment โดยจะพิจารณาจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยธุรกิจ (JV Company) เพื่อดำเนินการธุรกิจร่วมกันระหว่าง กนอ. ปตท. และ บริษัท พีทีที เอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ จำกัด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จได้ในเร็ว ๆ นี้” นายวีริศ กล่าวปิดท้าย

‘เลสเตอร์ ซิตี้’ สร้างปรากฎการณ์บนสังเวียนฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง เมื่อพวกเขาสามารถคว้าถ้วยเอฟเอคัพ มาครองเป็นครั้งแรกใน 137 ปี หลังจากที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาครองเป็นครั้งแรกของสโมสร เมื่อปี 2016

‘เลสเตอร์ ซิตี้’ สร้างปรากฎการณ์บนสังเวียนฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง เมื่อพวกเขาสามารถคว้าถ้วยเอฟเอคัพ มาครองเป็นครั้งแรกใน 137 ปี หลังจากที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาครองเป็นครั้งแรกของสโมสร เมื่อปี 2016

แน่นอนว่า ความสำเร็จของทีมฉายา ‘จิ้งจอกสยาม’ ส่วนสำคัญเกิดจาก ‘ความมุ่งมั่น และ ตั้งใจ’ ของชายที่ชื่อ ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ ผู้ปลุกปั้นสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ จากทีมธรรมดา กระทั่งกลายมาเป็นทีมชั้นนำของลีก ที่สามารถต่อกรกับสโมสรยักษ์ใหญ่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี

ขอแสดงความยินดีอีกครั้ง กับแชมป์เอฟเอคัพ ของ เลสเตอร์ ซิตี้

"สุทธวรรณ" จี้ "สมศักดิ์" แก้วิกฤตคลัสเตอร์เรือนจำ ปล่อยตัวผู้ต้องขังลดแออัด และต้องได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียม

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีมาตรการจัดการกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำทั่วประเทศ ที่ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 6,853 คน ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมในเรือนจำทะลุหมื่นราย ว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ต้องรีบแก้ไขวิกฤตการระบาดในเรือนจำเป็นการด่วน ที่บอกจัดการได้ รับมือไหว อยากถามว่าจัดการได้จริง ๆ ใช่หรือไม่ โดยมาตรการหนึ่งที่สามารถทำได้ คือ เร่งปล่อยตัวผู้ต้องขัง เพื่อลดความแออัดในเรือนจำ กรณีผู้ต้องขังที่คดียังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ควรอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว และอาจพิจารณาปล่อยตัวผู้ต้องขังที่เหลือโทษไม่ถึงสามปีแล้วติดกำไล EM เมื่อได้ออกมาแล้วต้องมีการกักตัวและได้รับการตรวจหาเชื้อ ส่วนการตรวจคัดกรองเชิงรุกยังคงต้องทำอยู่ในเรือนจำและทัณฑสถานอย่างเข้มงวด และแยกตัวมารักษาให้ถูกต้อง

น.ส.สุทธวรรณ กล่าวต่อว่า นายสมศักดิ์ ได้กล่าวไว้ว่า ทุกเรือนจำทั่วประเทศต้องมีการเตรียมความพร้อมทำโรงพยาบาลสนาม และหากเรือนจำใดไม่มีพื้นที่ในการจัดทำโรงพยาบาลสนามก็ให้วางแผนไปใช้พื้นที่ของทัณฑสถานเปิดหรือสถานกักกันนั้น ตนจึงอยากขอให้เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ที่สำคัญต้องได้มาตรฐานเดียวกับผู้ป่วยภายนอกอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ ขอฝากกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอย่างหนักในภาวะวิกฤต และให้กำลังใจกับผู้ต้องขังที่ได้รับเชื้อรวมถึงเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้เกี่ยวข้องทุกคนด้วย

“ตอนนี้ทุกภาคส่วนควรเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องรีบดำเนินการแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด ช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว จะปล่อยให้เกิดปัญหานักโทษล้นเรือนจำ จนติดโควิด-19 กันหมดไม่ได้” น.ส.สุทธวรรณ กล่าว

ผบ.ทสส. ห่วงใยปชช. จากการแพร่ระบาดโควิด-19 คลัสเตอร์หลักสี่ เร่งส่งมอบถุงยังชีพ สนับสนุนรัฐบาล แก้ไขปัญหาในทุกมิติ

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ตามที่ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ จึงได้มอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในกองบัญชาการกองทัพไทย เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน 

พล.ต.ภาณุพงศ์ สุวัณณุสส์ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร เป็นผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย มอบถุงยังชีพ จำนวน 200 ชุด ให้กับสำนักงานเขตหลักสี่เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) ในพื้นที่คลัสเตอร์ชุมชน บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยมีนายสมบัติ กนกทิพย์วรรณ ผู้อำนวยเขตหลักสี่ เป็นผู้รับมอบ 

โดยสิ่งของอุปโภค-บริโภคประกอบด้วย เจลแอลกอฮอล์ เครื่องวัดอุณหภูมิ หน้ากากอนามัย และไข่ไก่ ซึ่งจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงเวลาของการกักตัวต่อไป

ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย ยังคงเคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ที่ได้รับความเดือนร้อน โดยจะใช้ทุกศักยภาพที่มีในการดูแลประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมทั้งจะดำเนินการช่วยเหลือในพื้นที่อื่น ๆ อย่างต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย

ผ่อนคลายมาตรการกิจการร้านจำหน่ายอาหาร

จากที่ ศบค. ได้ประกาศมาตรการผ่อนคลายกิจการร้านอาหารในพื้นที่กทม. คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร จึงได้ประชุมพิจารณามาตรการผ่อนคลายกิจการร้านอาหาร ให้เป็นไปตามข้อกำหนดฯ แห่ง พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 23) ที่กำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งมีมติให้ร้านอาหาร สามารถนั่งรับประทานอาหารในร้านได้ ไม่เกิน 21.00 น. โดยนั่งได้ไม่เกิน 25% ของจำนวนที่นั่งปกติ จำหน่ายอาหารแบบนำไปบริโภคที่อื่นได้ (Takeaway) ไม่เกิน 23.00 น. ห้ามดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน และให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด

และยังคงปิดสถานที่ตามประกาศกรุงเทพมหานครปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 25) และ (ฉบับที่ 26) ต่อไป  

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17-31 พ.ค. 64  ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 29) 

#โควิดกรุงเทพ #โควิด19 #COVID19


 

ทบ. สนับสนุนรัฐบาลดูแลพื้นที่แพร่ระบาดแบบเฉพาะกลุ่ม พร้อมส่งรถครัวสนามดูแลประขาชนหลังเทศกาลฮารีรายอ

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ร.อ.หญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกยังคงสนับสนุนรัฐบาลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะโรงพยาบาลสนามกองทัพบกทั้ง 12 แห่งสามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้ 1,632 เตียง รวมทั้งโรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก ทั้ง 36 แห่งทั่วประเทศสามารถดูแลกำลังพลและครอบครัวได้ระดับหนึ่ง

กองทัพบกยังสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์เข้าปฏิบัติที่โรงพยาบาลสนามผู้สูงอายุบางขุนเทียน และโรงพยาบาลสนามเรือนจำกลางเชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 โดยเฉพาะกลุ่ม (Cluster) ใน กทม. 

ทั้งนี้กองทัพบกร่วมกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.จอส.) จัดรถครัวสนามพระราชทาน ปรุงอาหารมอบให้ประชาชนในชุมชนคลองเตย ชุมชนดุสิต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ควบคู่กับการแจกหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ สร้างการรับรู้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

ในพื้นที่ต่างจังหวัดครัวสนามออกดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลฮารีรายอของชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้ หน่วยทหารได้จัดชุดปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อน ช่วยทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ พร้อมจัดครัวสนามอาหารฮาลาล รถปันสุขนำเครื่องอุปโภคบริโภค และแจกจ่ายผลิตผลการเกษตรจากโครงการทหารพันธุ์ดีให้ประชาชนชาวไทยมุสลิมในหลายพื้นที่

เฮ! สรรพากรยืดเวลาจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่าย-แวต ช่วงโควิด

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ออกประกาศขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สำหรับเดือนก.ค. 2564 ขยายออกไปเป็นภายในวันที่ 30 ก.ค. 2564 และการยื่นแบบในเดือนส.ค. 2564 ขยายออกไปเป็นภายในวันที่ 31 ส.ค. 2564 เพื่อสนับสนุนการทำธุรกรรมทางภาษีที่บ้าน TAX from Home ช่วยบรรเทาและเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมสรรพากรได้ขยายเวลาการยื่นแบบฯ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.2, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 และ ภ.ง.ด.54) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30 และ ภ.พ.36) ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ถึงวันสุดท้ายของเดือนที่ต้องยื่นแบบฯ โดยให้เริ่มขยายเวลาสำหรับการยื่นแบบฯ ในเดือนก.พ. 2564 ถึงเดือนมิ.ย. 2564 สำหรับการขยายกำหนดเวลา การยื่นแบบฯ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในครั้งนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 

“ในช่วงที่ผ่านมากระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากรได้มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการผ่านการทำธุรกรรมภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์จากที่บ้านหรือ Tax from Home ซึ่งทำให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นและนานขึ้นกว่า 280,000 ล้านบาท และช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี เช่น การขยายเวลายื่นแบบฯ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สำหรับการขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบฯ ในครั้งนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเว้นระยะห่าง หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ตามมาตรการของภาครัฐ และศบค. กำหนด” 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top