Monday, 8 June 2026
Hard News Team

‘พล.ต.อ.อดุลย์’ ปธ.กมธ.แรงงาน วุฒิสภา มอบเงิน หน้ากากอนามัยแก่จังหวัดนครพนม สู้โควิด-19

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภาในนามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) และ มูลนิธิ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว มอบเงินและหน้ากากอนามัยแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นำไปส่งมอบแก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันโควิด-19

เมื่อวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม 2564 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ในนาม โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) และ มูลนิธิ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ได้มอบเงิน หน้ากากอนามัย ให้กับ บุคลากรทางการแพทย์ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดนครพนม เพื่อใช้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ประกอบด้วย เงินสด จำนวน 135,000 บาท หน้ากากอนามัย จำนวน 75,000 ชิ้น มูลค่า 150,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 285,000 บาท

โดยมี นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พล.ต.สามารถ จินตสมิทธ์ ผบ.มทบ.210 พล.ร.ต.จรัสเกียรติ ไชยพันธุ์ ผบช.นรข. พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม นายแพทย์สมโภชน์ กังวานธีรวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม นายจรูญ เหง่าลา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครพนม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และผู้นำชุมชน เป็นผู้แทนรับมอบเพื่อแจกจ่ายตามวัตถุประสงค์ต่อไป

Click on Clear เที่ยงตรง ประจำวันที่ 21 พฤษภาคม 2564

Click on Clear เที่ยงตรง ประจำวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 กับประเด็นอัพเดทสถานการณ์โควิด-19 และจับตา ศบค. ประกาศขยาย พระราชกำหนดฉุกเฉิน ครั้งที่ 12

สัมภาษณ์สด นายธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์ ผู้สื่อข่าวอาชญากรรม 7 HD

.

.

“ส.ส.ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคจำเป็น ให้ประชาชนในหมู่บ้านผาผึ้ง อ.วังเจ้า จ.ตาก หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สามารถหยุดการระบาดของโรคโดยเร็ว 

ตามที่นายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้ออกคำสั่งล็อกดาวน์ พื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านผาผึ้ง ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จ.ตาก ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวไทยชาติพันธุ์ม้ง เนื่องจากพบชาวบ้านติดเชื้อโควิด-19 จำนวนหนึ่งและอยู่ระหว่างตรวจเชิงรุกและนำส่งรักษาในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง โดยห้ามผู้ใดเข้าออกในพื้นที่ เว้นแต่มีเหตุจำเป็น และได้รับอนุญาตจากนายอำเภอวังเจ้าในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตั้งแต่วันที่ 17-30 พฤษภาคม พ.ศ.2564 นั้น

ล่าสุด  นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส. เขต.1 จังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ และคณะทีมงาน ได้มีความความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน จึงได้ลงพื้นที่เพื่อไปพบผู้ใหญ่บ้านผาผึ่ง เพื่อนำสิ่งของจำเป็นอุปโภคบริโภค เข้าไปมอบให้อย่างเร่งด่วน เพื่อให้นำไปมอบบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในเบื้องต้น ประกอบด้วย ไข่ไก่ จำนวน 6,000 ฟอง หน้ากากอณามัยที่ใช้ทางการแพทย์จำนวน 2,000 ชิ้น แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อที่ใช้ในทางการแพทย์ จำนวน 300 ขวดใหญ่ รวมถึงบะหมี่กึ่งเร็จรูป และน้ำดื่ม เป็นต้น

นายธนัสถ์ กล่าวว่า ได้มาสอบถามว่าชาวบ้านเดือดร้อนและต้องการความช่วยหลืออย่างเร่งด่วนในเรื่องใดบ้าง เพื่อจะประสานกับทาง ศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินสถานการณ์โควิด-19 (ศปฉ.พปชร.) และรัฐบาล หรือทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด เพื่อดำเนินการช่วยเหลืออย่างตรงจุดต่อไป

“หมู่บ้านผาผึ้ง มีจำนวนประชากร 2,892 คน ทั้งหมด 550 ครัวเรือน ที่ต้องกักตัวอยู่ในพื้นที่ตามาตรการล็อกดาวน์เพื่อตรวจสอบโรค และคัดกรองเพื่อทำการรักษา ทำให้ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของการสัญจร เรื่องการดำรงชีพ และในด้านอาชีพต่าง ๆ รวมถึงความเป็นอยู่และเรื่องอาหารการกินอีกด้วย ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานงานกับ นายสมบูรณ์ พรหมคำ ปลัดอำเภอวังเจ้า ฝ่ายความมั่นคง และนายจักรกฤษณ์ สุขเกษม (ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงทอง) เจ้าหน้าที่ผู้ปกครองพื้นที่โดยแล้ว เพื่อรับทราบรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และลงมาตรวจเยี่ยมเเป็นขวัญและกำลังใจให้ชาวบ้าน พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป” นายธนัสถ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายธนัสถ์ ยังขอขอบคุณ พ.ต.อ.ณัฐพล บุบผะศิริ ผกก.สภ.วังเจ้า เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ปกครอง เจ้าหน้าที่ อสม.และอาสาสมัคร ตลอดจนผู้นำหมู่บ้าน ที่ร่วมกันปฏิบัติการยุดยั้งโรคระบาดในหมู่บ้านผาผึ้ง และขอให้กำลังใจชาวบ้านในพื้นที่ที่กำลังประสบภัยโรคระบาดโควิด-19 ในครั้งนี้ด้วย และหวังว่าจะหยุดการระบาดของโรคนี้ได้อย่างรวดเร็ว เราจะไม่ทิ้งกันเราจะดูแลกัน ดุจคนในครอบครัวของเราอย่างนี้ตลอดไป

ดีอีเอส เตรียมออกร่างประกาศฯ แก้ปัญหาข้อมูลเท็จท่วมโซเชียล 

“ชัยวุฒิ” เรียกประชุม คกก.ป้องกันฯ การเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางโซเชียลนัดแรก ไฟเขียวเตรียมออกร่างประกาศกระทรวงฯ หลักเกณฑ์เก็บ Log files หนุน พรบ.คอมพ์ฯ ตามทันยุคโซเชียล 

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ ครั้งที่ 1/2564 โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานด้านการปรับปรุงกฎหมายลำดับรองตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อปรับปรุงประกาศกระทรวงฯ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่ใช้บังคับมานานเพื่อให้ทันสมัย สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่เป็นสากล และสามารถพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานทั้งในโซเชียลมีเดีย และดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ 

โดยคณะทำงานอยู่ระหว่างการพิจารณา (ร่าง) ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่องหลักเกณฑ์การจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. .... และแนวทางการกำกับดูแลและการลงทะเบียนผู้ใช้งาน Social Media โดยดูจากแนวทางของต่างประเทศเป็นต้นแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้ และจะรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับสรุปผลการดำเนินงานด้านการป้องกันปราบปรามของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม โดยกระทรวงดิจิทัลฯ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ศปอส.ตร. (PCT) ในช่วง 2 เดือนนี้ (เม.ย.- พ.ค. 64) ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง (Verify) ทั้งหมดจำนวน 683 เรื่อง ได้รับการตรวจสอบแล้ว 348 เรื่อง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบแล้ว 160 เรื่อง แบ่งเป็น ข่าวปลอม 121 เรื่อง ข่าวจริง 15 เรื่อง บิดเบือน 24 เรื่อง

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ได้ดำเนินการปิดกั้นข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ โดยยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอปิดกั้น จำนวน 16 คำร้อง 349 ยูอาร์แอล ศาลมีคำสั่งให้ระงับแล้ว 4 คำร้อง และเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จำนวน 12 เรื่อง 256 ยูอาร์แอล อีกทั้ง ได้ดำเนินการแจ้งเตือนแพลตฟอร์มให้ปิดกั้นข้อมูลตามคำสั่งศาล 35 คำสั่ง 726 ยูอาร์แอล และแจ้งความดำเนินคดีในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ตามมาตรา 27 แบ่งเป็น เฟซบุ๊ก 321 ยูอาร์แอล ทวิตเตอร์ 155 ยูอาร์แอล 

ขณะที่ (ศปอส.ตร.) ได้ดำเนินคดีตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ จำนวน 4 เรื่อง 6 รายและดำเนินการตักเตือนให้ลบโพสต์และแก้ไขข่าว โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ จำนวน 4 เรื่อง 12 ราย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ได้ดำเนินการสืบสวนพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้บัญชี Social Media ที่ใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับข่าวปลอม เรื่อง โรงพยาบาลเมดพาร์ค เปิดให้ลงทะเบียนจองวัคซีนโควิด-19 ของ Moderna จำนวน 11 กรณี ระบุตัวตนได้ 5 ราย อยู่ระหว่างสืบสวน (อวาตาร) 6 ราย และกรณีบิดเบือนวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 25 กรณี ระบุตัวตนได้ 19 ราย และอยู่ระหว่างสืบสวน 6 ราย  

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ ในวันนี้มีความพร้อมและจะเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม โดยจะมีการแต่งตั้ง โฆษกกระทรวง/ส่วนราชการ ร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอมฯ เพื่อประสานและดำเนินการตอบโต้ข่าวปลอมให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว  

โดยมีแนวทางให้ทุกกระทรวง จัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของกระทรวงขึ้นโดยด่วน เพื่อติดตาม ตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบอย่างรวดเร็ว และเพื่อประสานการปฏิบัติกับคณะกรรมการประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอมฯ กับกระทรวงดิจิทัลฯ อย่างใกล้ชิด รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อกำชับให้ กระทรวง/ส่วนราชการ ที่ได้รับความเสียหายจากการให้ข้อมูล/ข่าวสารที่เป็นเท็จ/บิดเบือน รีบดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้ตำรวจเร่งรัดดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดโดยเร็ว รวมทั้งรายงานผลการปฏิบัติ เพื่อประกอบการประเมินผลการดำเนินงานตามวงรอบที่เหมาะสมต่อไป

ช่วยคนพิการพื้นที่แดงเข้ม!! รวมพลคนพิการไทยยุคใหม่​ หัวใจเดียวกัน มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือคนพิการ และครอบครัวคนพิการ ในช่วงสถานการณ์โควิค-19

นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และตำแหน่งคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและด้านแรงงาน ลงพื้นที่นำถุงยังชีพที่ได้รับมาจาก อ.ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย โดยความอนุเคราะห์จาก "คุณกัญจนา ศิลปอาชา" ประธานมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย มอบให้กับ "คนพิการ" ในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม กรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล 5 จังหวัด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ บรรเทาความเดือดร้อน และดูแลคุณภาพชีวิตของคนพิการในช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัส Covid-19 ที่กำลังแพร่ระบาดระลอก 3 อยู่ในขณะนี้ 

ในการนี้นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมฯ ได้ลงพื้นที่ ณ วัดจากแดง ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และได้เดินทางไปยัง "สมาคมศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูคนพิการโดยครอบครัว" (ALRF) พร้อมด้วย คุณนภาพร วัฒนสิงหะ (ครูต้อย) คุณชงคา กองวงศ์ คุณสุชานันท์ ใจปราณี และ อาสาสมัครช่าวเหลือคนพิการและผู้สูงอายุ (ทีมงานครูต้อย) เพื่อมอบถุงยังชีพ ให้กับน้อง ๆ คนพิการและครอบครัวคนพิการ เพื่อใช้ดำรงชีวิตในประจำวันเบื้องต้น ตามเจตนารมณ์ของ "คุณกัญจนา ศิลปอาชา" ที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง 

อีกทั้งนายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล ยังได้กล่าวให้กำลังใจกับ ผู้นำคนพิการ ผู้นำจิตอาสา คนพิการและครอบครัวคนพิการ ให้ต่อสู้ร่วมกันอย่างปลอดภัยในช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิค-19 และยังได้แนะนำการล้างมือ การใช้เจลแอลกอฮอล์การใส่หน้ากากอนามัย หรือผ้าหน้ากากอนามัย กินร้อนช้อนกลาง เพื่อช่วยลดปัญหาการสุ่มเสี่ยงที่อาจจะได้รับเชื้อไวรัสได้อีกทางหนึ่งด้วยความห่วง

#คนละไม้_คนละมือ

“บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะถก ศบค.ชุดใหญ่ จับตาพิจารณาต่อขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2 เดือน ถึง 31 ก.ค.นี้ หลังพบคลัสเตอร์ใหม่ทำยอดผู้ติดเชื้อ-เสียชีวิตยังพุ่งไม่หยุด

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2564  ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะ ผู้อำนวนการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธานการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ครั้งที่ 7/2564 ผ่านระบบ Video Conference

ทั้งนี้คาดว่า ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) จะเสนอให้ที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ พิจารณาขยายระยะเวลาประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 2 เดือน ตั้งแต่ 1 มิ.ย.-31 ก.ค. โดยยึดตามเหตุผลของกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้มีการประเมินสถานการณ์ไว้ว่า ต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 2 เดือน ในการควบคุมการการแพร่ระบาดของโควิด-19 หากต่อเพียง 1 เดือน หรือ 30 วัน เหมือนเดิม อาจจะไม่เพียงพอ พร้อมทั้งจะพิจารณาถึงแผนการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ตามที่ที่ประชุมอีโอซีกระทรวงสาธารณสุขเสนอด้วย

นอกจากนี้คาดการณ์ด้วยว่าจะมีการรายงานถึงมาตรการควบคุมเข้มงวดเฝ้าระวังและสกัดกั้นชายแดนป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายยาเสพติดและการค้ามนุษย์ที่อาจเข้ามาพร้อมโควิดสายพันธุ์ใหม่ และตั้งด่านจุดสกัดการลักลอบเข้าเมืองทางน้ำซึ่งถือว่ายังเป็นอีกหนึ่งจุดที่ยังคงมีปัญหา หลังพบผู้ติดเชื้อลอยลำในน่านน้ำ

นอกจากนี้ที่ประชุม อาจมีการหารือ การกระจายวัคซีนแบบ on-site รวมไปถึงกระจายวัคซีนไปยังพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากพบการแพร่ระบาดของคลัสเตอร์ใหม่เพิ่มมากขึ้น อย่างในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งขณะนี้พบผู้ติดเชื้อกว่า 600 คน รวมไปถึงพื้นที่ชุมชนแออัด ที่จะต้องนำวัคซีนเข้าไปเสริม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่อย่างเร่งด่วน

ก.แรงงาน ประกาศพร้อมจัดฝึกทักษะฟรี! ทั่วประเทศ สร้างอาชีพให้ประชาชน ลดปัญหาว่างงานจากโควิด-19

นายธวัช เบญจาทิกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เกิดปัญหาการว่างงาน และการถูกเลิกจ้างของพนักงานในสถานประกอบกิจการเป็นจำนวนมาก และมีความมั่นใจว่าสถานการณ์ของโรคโควิด-19 จะดีขึ้นตามลำดับหลังจากการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในทุกพื้นที่ของประเทศ กระทรวงแรงงานโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการประทรวงแรงงาน มีนโยบายเน้นย้ำว่าแรงงานยังคงต้องได้รับการพัฒนายกระดับทักษะฝีมือแรงงานเป็นแรงงานคุณภาพเพิ่มโอกาสในการมีงานทำหรือเป็นผู้ประกอบการอิสระได้ทันทีเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นและเศรษฐกิจฟื้นตัว มีทักษะที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีและตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงเพื่อสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันและด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ กพร. กระทรวงแรงงาน ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน (สพร.) และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน (สนพ.) ที่มีอยู่ทุกจังหวัดจัดฝึกอบรมหลักสูตรเตรียมเข้าทำงานเพื่อตอบสนองนโยบายดังกล่าว

นายธวัช กล่าวต่อไปว่า หลักสูตรเตรียมเข้าทำงานใช้ระยะเวลาการฝึกอบรมระหว่าง 3-8 เดือน แบ่งเป็นฝึกอบรมในสพร. สนพ. และฝากฝึกในสถานประกอบกิจการเพื่อเรียนรู้สร้างประสบการณ์ในการทำงาน ในแต่ละจังหวัดจะมีหลักสูตรการฝึกอบรมที่แตกต่างกันตามความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่ เช่น ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ช่างควบคุมเครื่องกัดและเครื่องกลึง CNC ช่างเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ ช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร สาขาเทคโนโลยีการควบคุมระบบอัตโนมัติในงานอุตสาหกรรม ช่างแต่งผมสตรี ผู้ประกอบอาหารไทย เป็นต้น ทุกหลักสูตรฟรี มีบริการหอพักให้สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไป-กลับ ซึ่งแต่ละหลักสูตรรับจำนวนจำกัดเพื่อให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแรงงานใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ผู้ถูกเลิกจ้างหรือว่างงาน และประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ต้องการพัฒนาตนเองและพร้อมกลับสู่การทำงานเริ่มต้นอาชีพใหม่ คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เป็นผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาที่สมัครหรืองานอื่นที่เกี่ยวข้อง

“ซึ่งขณะนี้สพร.และสนพ. เปิดรับสมัครหลักสูตรเตรียมการเข้าทำงานแล้ว และมีความพร้อมจัดการฝึก
ตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 จึงเชิญชวนผู้สนใจเข้าฝึกอบรม ติดตามรายละเอียดการฝึกอบรมได้ที่ www.dsd.go.th Facebook : กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือโทรสอบถามสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 หรือกองสื่อสารองค์กร กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 02-245-4035” อธิบดีกพร. กล่าว

“บิ๊กบี้” ส่งหน่วยทหารลงพท. รณรงค์ “ฉีดวัคซีนป้องโควิด” สร้างภูมิคุ้มกันหมู่เพื่อชาติ

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก ในฐานะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าสถานการณ์โควิด-19 ของไทยในขณะนี้ได้เริ่มเข้าสู่การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนตามการบริหารจัดการวัคซีนของ ศบค. และ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งการฉีดวัคซีนเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด และเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ทั้งนี้ที่ผ่านมา กองทัพบกได้ให้หน่วยทหารและชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน มวลชนเครือข่าย เข้าพบปะให้คำแนะนำเรื่องการป้องกันโรคและการปฏิบัติตนให้กับประชาชนในทุกพื้นที่และเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง เป็นไปตามแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มอบให้หน่วยทหารทุกกองทัพภาคจัดชุดรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในแนวทางการให้วัคซีนโควิด-19 ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ โดยหน่วยทหารของกองทัพบกจะสื่อสารทุกช่องทางทั้งภายในองค์กรและการสื่อสารกับประชาชนให้มีความรู้ความเข้าใจทันต่อข้อมูลข่าวสาร สามารถเข้าร่วมและได้รับประโยชน์จากโครงการฉีดวัคซีนของรัฐบาลอย่างเต็มที่ เน้นการให้คำแนะนำช่องทางที่ประชาชนจะเข้าถึงการฉีดวัคซีน และช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม”

สำหรับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์จะเป็นไปในลักษณะ การจัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนออกรณรงค์ตามชุมชน สถานที่สาธารณะ แหล่งที่มีผู้คนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่อส่งข้อมูลถึงระดับบุคคล รวมถึงการใช้สื่อ วิทยุ โทรทัศน์ สื่อสังคมออนไลน์ในเครือข่ายกองทัพบกกระจายข้อมูลข่าวสารและเชิญชวนประชาชนเข้ารับบริการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวาง ส่วนโรงพยาบาลค่ายในสังกัดกองทัพบก จะเน้นให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด รวมทั้งร่วมกับสาธารณสุขในพื้นที่ออกให้คำแนะนำและบริการประชาชน

พล.ท.สันติพงษ์ กล่าวอีกว่า การรณรงค์ดังกล่าว ผู้บัญชาการทหารบกมีเจตนารมย์เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลข่าวสารและเข้าถึงบริการสาธารณสุข ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ลดความรุนแรงเมื่อมีการติดเชื้อ และป้องกันการเสียชีวิต การฉีดวัคซีนนอกจากจะเป็นการป้องกันตนเอง ครอบครัว ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ที่สำคัญจะช่วยให้ประเทศไทยผ่านสถานการณ์วิกฤติโควิด และกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ 

ผู้การแต้ม-ดรุณวรรณ ปชป. มอบกล่องยังชีพ รพ.จุฬาภรณ์ ช่วยคนเดือดร้อนโควิด

พล.ต.ต. วิชัย สังข์ประไพ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหลักสี่-จตุจักร พร้อมด้วย นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะฯ ร่วมบริจาคกล่องยังชีพที่ประกอบไปด้วยข้าวสาร 5 กก. ปลากระป๋อง ขนมขบเคี้ยว หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ พร้อมถ้วยและจานกระดาษให้กับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยมี พล.อ.ต.นพ.สันติ. ศรีเสริมโภค รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นตัวแทนรับมอบเพื่อช่วยแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 

ทั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการช่วยเหลือประชาชนที่ผู้ประสบภัยโควิด-19 ของมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 พรรคประชาธิปัตย์ (ศปฉ.ปชป.) ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ทั้งการช่วยจัดหาเตียงให้กับผู้ติดเชื้อ การแจกหน้ากากอนามัย 2 ล้านชิ้นที่ได้กระจายผ่านภาคส่วนต่าง ๆ ทั้ง ส.ส. ของพรรค สาขาพรรค อดีต ส.ส. อดีต ส.ก. ส.ข. และโครงการข้าวกล่องเดลิเวอรี 40,000 กล่อง ส่งตรงถึงบ้าน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัวอยู่บ้านและโครงการถุงยังชีพเดลิเวอรีผ่านเคอรี่ส่งตรงถึงบ้าน ที่มีพล.ต.ต. วิชัย สังข์ประไพ เป็นผู้บริหารจัดการ

ประกันสังคม ยันพร้อมกระจายวัคซีน ให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 นำร่องในเขตพื้นที่ กทม. 45 จุด ดีเดย์เริ่มฉีด มิ.ย.นี้ พร้อมเผยมีผู้ประกันตนลงทะเบียนฉีดวัคซีนกว่า 80%

รัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายให้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่มีความสำคัญกลุ่มหนึ่ง และมีความเสี่ยงในอาชีพที่ต้องสัมผัส ต้องเจอคนจำนวนมาก อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เตรียมการฉีดวัคซีนให้กับ กลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยให้บูรณาการร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และภาคเอกชน โดยจะพร้อมเริ่มต้นฉีดตั้งแต่ ต้นเดือน มิ.ย. 64 เป็นต้นไป

ด้าน นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม ได้เตรียมความพร้อมเร่งกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมผู้ประกันตนมาตรา 33 ให้ทั่วถึงอย่างเร่งด่วน โดยให้สำนักงานประกันสังคม บูรณาการร่วมกับภาคเอกชนทุกภาคส่วน และ สปสช. กลุ่มผู้ประกันตนเสี่ยงที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้ป่วยในกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง ส่งขอมูลให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวได้ลงทะเบียนหมอพร้อมไปแล้ว

สำหรับในด้านการบริหารจัดสรรวัคซีนให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระยะแรก โดยจะเริ่มดำเนินงานฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกันตน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อน ในต้นเดือนมิถุนายน 2564 สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง ได้ประสานไปยังสถานประกอบการให้ส่งข้อมูลรายชื่อผู้ประกันตนที่ต้องการฉีดวัคซีน ผ่านระบบ Web-Service โดยมีผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมดมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ พร้อมจัดหาสถานที่เพื่อฉีดวัคซีน ในขณะนี้ 45 แห่ง โดยจัดเตรียมอุปกรณ์ในการฉีดวัคซีน พร้อมแพทย์ พยาบาลในสถานพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคมเรียบร้อยแล้ว ในระยะถัดไปในเดือนกรกฎาคม 2564 จะดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตนใน 9 จังหวัดเศรษฐกิจ อีก 22 แห่ง จากนั้นจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตนในจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวในตอนท้ายว่า สำนักงานประกันสังคม พร้อมร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มุ่งมั่นในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเต็มความสามารถ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและควบคุมโรคด้วยการฉีดวัคซีน ให้กับผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบได้กลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็ว ประกอบกิจการและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไป


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top