Tuesday, 9 June 2026
Hard News Team

'ชนม์สวัสดิ์'​ ผลักดัน ตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ แห่งแรกของสมุทรปราการ และแห่งแรกของประเทศ​ ชี้!! ผู้ต้องขังควรได้รับโอกาส

สมุทรปราการ​ -​ ภายในอาคารอุทยานการเรียนรู้หอชมเมืองสมุทรปราการ ทางหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน จัดการประชุมการเสวนา เรื่องความร่วมมือระหว่าง หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรม และผู้ผลิตสินค้าในจังหวัดสมุทรปราการ กับราชทัณฑ์ ณ อุทยานการเรียนรู้และหอชมเมืองสมุทรปราการ

งานนี้มีนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ, นางสาวชนม์ทิดา อัศวเหม  เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และ นายโฆษิต สุวินิจจิต ประธานคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการจัดตั้งนิคมอุสาหกรรมราชทัณฑ์ ร่วมประชุมเสวนา​ โดยในการประชุมเสวนาครั้งนี้ มีข้าราชการระดับสูงเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน อาทิ...

นายยุทธนา นาคเรืองศรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการ, นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ, นางพจนี ศิลารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางปู, คุณปราณี ครุเวฬุกรณ์  ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ, นายสุนทร ปานแสงทอง รองนายก อบจ.สมุทรปราการ, ดร.พิริยะ โตสกุลวงศ์ รองนายก อบจ.สมุทรปราการ

นายสมลักษณ์​ ควรสงวน​ รองนายกอบจ.สมุทรปราการ, นายวชิรเชษฐ์ รุ่งธวัฒน์วงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเทพารักษ์, นายสมหวัง เกษมโกสินทร์ รองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ, นายสมนึก เตรณานนท์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครสมุทรปราการ, หม่อมหลวงสกุล มาลากุล  สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

จากนั้นนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวเปิดการประชุมเสวนาเพื่อร่วมหาแนวทางในการจัดตั้งนิคมอุสาหกรรมราชทัณฑ์ และสินค้าของทางกรมราชทัณฑ์ การหางาน ตลอดจนการประชุมเสวนาการสร้างอาชีพให้กับผู้ต้องขังที่พ้นโทษ  ด้วยการเรียนรู้วิชาชีพในเรือนจำ หลังจากที่ผู้ต้องขังพ้นโทษออกมาแล้วนั้นจะมีโรงงานรองรับ  ทำให้ผู้ต้องขังที่พ้นโทษออกมามีอาชีพ มีรายได้รองรับ สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ตามความถนัดตามความสามารถของตนเองในแต่ละสายงาน 

รวมถึงการนำผู้พักโทษ นำร่องในการสร้างอาชีพตามแต่ละโรงงาน และโรงงานอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนแรงงาน ด้วยการติดกำไลข้อเท้า (EM) ให้กับผู้ต้องขังที่ได้รับการพักโทษขณะที่ออกมาทำงาน

ด้านนายโฆษิต สุวินิจจิต ประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้กล่าวเสนอแนะภายในที่ประชุม ในเรื่องความสามารถของผู้ต้องขัง โดยกล่าวว่า ทุกสาขาอาชีพต่างก็มีสิทธิผิดพลาดทางกฎหมายได้ แต่ความสามารถไม่ได้หายไปตามการรับโทษ

ดังนั้นผู้ต้องขังที่พ้นโทษออกมา รวมถึงผู้ต้องขังที่ได้รับการพักโทษคนเหล่านี้ควรได้รับโอกาสในการสร้างอาชีพ และกลับมาเป็นพลังสำคัญให้กับจังหวัดสมุทรปราการ หลังจากการเสวนาได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือและร่วมผลักดันให้จังหวัดสมุทรปราการ จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ ได้สำเร็จเป็นที่แรกของประเทศ

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้พักโทษ จำนวน 1,000  คน  ที่จะนำร่องออกมาในเดือนกันยายน นี้ ทางบริษัท  ทางโรงงานอุตสาหกรรม ที่ขาดคนขาดพนักงานในสายงานต่างๆ สามารถประสานข้อมูลเข้ามาได้ที่  นายยุทธนา  นาคเรืองศรี  ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการ  สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 09-825-96471

ที่มา: คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

รอเลยลงทะเบียน “ยิ่งใช้ยิ่งได้” เริ่มเช้า 21 มิ.ย.นี้ 

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คลังเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ วันแรก 21 มิ.ย.นี้ ตั้งแต่ 06.00-22.00 น. ของทุกวัน จนกว่าจะครบ 4 ล้านสิทธิ โดยคุณสมบัติต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อ รวมถึงใช้สิทธิคนละครึ่งระยะที่ 3 สำหรับผู้เคยรับสิทธิโครงการของรัฐแล้ว เช่น ชิมช้อปใช้ เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง เราชนะ ม.33 เรารักกัน และเราชนะ 

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com และแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการ ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com เพียงอย่างเดียว

น.ส.กุลยา กล่าวว่า เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วจะได้รับเอสเอ็มเอสแจ้งสิทธิภายใน 3 วัน จากนั้นให้ยืนยันตัวตนเพื่อใช้แอพพลิเคชั่น เป๋าตัง และเติมเงินตัวเองเพื่อใช้จ่ายผ่านแอพ เป๋าตัง กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-30 ก.ย.64 เวลา 06.00-23.00 น. โดยวงเงินที่ใช้จ่ายจะคำนวณกลับคืนเป็นเงินอีวอเชอร์ ซึ่งหากใช้จ่ายถึง 60,000 บาท จะได้รับอีวอเชอร์คืนสูงสุด 7,000 บาท เข้าแอพกระเป๋าตังทุกวันที่ 7 ของเดือน

ศรชล.ภาค2 จัดพิธีส่งเรือและกำลังพลไปปฏิบัติภารกิจแก้ปัญหาปะการังที่เกาะโลซิน

ที่ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา พล.ร.ต.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)  ถึงกรณีการแก้ไขปัญหาอวนขนาดใหญ่ปกคลุมปะการัง บริเวณเกาะโลซิน ซึ่งตั้งอยู่ฝั่ง อ่าวไทย บริเวณจังหวัดปัตตานี ซึ่งหลายฝ่าย มีความเป็นห่วงว่าจะส่งผลกระทบ และสร้างความเสียหายแก่ปะการัง ที่มีความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ โดยโฆษก ศรชล. แจ้งว่า เมื่อช่วงเย็นของวันนี้ (18 ม.ย.64) เวลา 17.00 น.พล.ร.ท.สำเริง จันทร์โส ผอ.ศรชล.ภาค 2 / ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 (ผบ.ทรภ.2) เป็นประธานในพิธีส่งกำลังทางเรือออกเดินทางไปแก้ไขปัญหากรณีอวนขนาดใหญ่ปกคลุมปะการังบริเวณเกาะโลซิน ร่วมกับนาย อภิชัย เอกวนากุล และ น.ส.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ใน บก.ทรภ.2 นายทหารฝ่ายอำนวยการใน ศรชล.ภาค 2 ร่วมพิธี

โดยกำลังทางเรือที่ไปปฏิบัติภารกิจ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย เรือหลวง ราวี เรือ ต.991 พร้อมชุดปฏิบัติงานใต้น้ำจำนวน 15 นาย ร่วมกับกำลังจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้แก่ เรือ Liveaboard จำนวน 1 ลำ เรือบรรทุกเครื่องมือประมงอวน จำนวน 1 ลำ นักดำน้ำอาสาสมัครจำนวน 30 คน และเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จำนวน 2 ลำ  ที่จะเดินทางไปสมทบพื้นที่ปฏิบัติการใน วันที่ 19 มิถุนายน โดย ผอ.ศรชล.ภาค 2 ได้ให้โอวาทแก่กำลังพล ขอให้ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเอง ปฏิบัติตามกฎของการปฎิบัติการใต้น้ำอย่างเคร่งครัดและระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายกับปะการัง โดยขอให้การปฎิบัติภารกิจครั้งนี้สำเร็จโดยราบรื่น

สำหรับแผนการดำน้ำเพื่อกู้อวนโดยสังเขปจะเริ่มปฏิบัติการบริเวณเกาะโลซิน ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ เวลา 06.00 น. ทีมนักดำน้ำบน เรือหลวง ราวี จะเริ่มปฏิบัติการโดยใช้การดำโดย แบบ Nitrox (Specialty) ซึ่งสามารถยืดระยะเวลาการอยู่ใต้น้ำให้นานขึ้น มากกว่าการดำน้ำด้วยถังอากาศแบบปกติ ใช้การตัดอวนออกเป็นผืนย่อยขนาด 3x3 เมตร ลอยขึ้นโดยใช้ถุงดึงขึ้นหรือใช้บอลลูนขนาดเล็ก ทำให้อวนที่ตัดแล้วลอยขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน

"สุวัจน์" ชี้ คำตอบ ของปัญหา โควิด-19 ขณะนี้ วัคซีนมาเร็ว เศรษฐกิจฟื้นเร็ว 

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ได้เขียนข้อความในเพจเฟซบุ๊กชื่อ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ-Suwat Liptapanlop ระบุว่า “ฉีดวัคซีนกันนะครับ” เมื่อ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกที่ได้ KICK OFF ให้คนไทยทั้งประเทศเข้าร่วมการฉีดวัคซีน ผมได้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกที่ โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา วัคซีนที่ได้รับคือ AstraZeneca ก่อนไปฉีดก็ได้เตรียมตัวตามคำแนะนำของแพทย์ครับคือ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ออกกำลังกายมากเกินไป ทานน้ำเยอะๆ หลังจากฉีดแล้วก็นั่งพักคอยเพื่อสังเกตอาการประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นก็กลับบ้านได้ อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนของผมก็ไม่ปรากฏอะไรมาก กลางคืนก็มีอาการตัวรุมๆเล็กน้อย แต่ไม่ได้เป็นไข้ เช้าตื่นมาอาการก็หาย ทำงานได้ปกติ ช่วงหลังฉีดวัคซีนก็พยายามทานน้ำเยอะๆ ยังไม่ออกกำลังกายหนักๆ ครับ ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดครับ

การฉีดวัคซีนได้รับการประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ มีเป้าหมายที่จะฉีดให้คนไทยครบ 100 ล้านโดส ภายในปีนี้ คือฉีดให้ครอบคลุมประชากรของประเทศ ให้ได้ประมาณ 70% หรือประมาณ 50 ล้านคน เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) ตามหลักการแพทย์และ เป็นมาตรการที่ทุกประเทศพยายามทำให้ถึงเป้าหมาย โลกก็จะปลอดภัยจาก COVID ได้ระดับ หนึ่ง ขณะนี้ทั่วโลกฉีดแล้วประมาณมากกว่า 2,300 ล้านโดสแล้ว (12 มิ.ย. 64) จากประชากรทั้งโลกประมาณ 7,700 ล้านคน ประเทศไทยก็ฉีดวัคซีนไปแล้วประมาณ 6 ล้านโดสครับ

เรามีเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ถึง 100 ล้านโดสในปีนี้ เพื่อให้สถานการณ์ COVID คลี่คลาย การใช้ชีวิตก็จะได้กลับมาเหมือนเดิม เศรษฐกิจก็จะเริ่มฟื้นตัว ความเดือดร้อนต่างๆ ของพี่น้องประชาชนก็จะค่อยๆทุเลาลง ปีหน้าเราจะได้กลับมาเข้มแข็งกันครับ

ตอนนี้ก็ต้องช่วยกันหาวัคซีนมาให้เพียงพอ รวดเร็ว และฉีดอย่างทั่วถึง เสมอภาคตามกลุ่มเป้าหมายต่างๆ วัคซีน คือคำตอบของการแก้ไขปัญหาในขณะนี้ วัคซีนมาเร็ว เศรษฐกิจก็ฟื้นตัวเร็ว ทุกชีวิตก็จะปลอดภัย ทุกท่านไปฉีดวัคซีนกันนะครับ ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพ้นโควิดไปด้วยกันครับ
 

เคาะเปิด 4 เกาะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก.ค.นี้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า หลังจากที่ประชุม ศบค. เห็นชอบหลักการเปิดฟื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต วันที่ 1 ก.ค. 2564 และจังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า) เริ่มวันที่ 15 ก.ค. 2564 มั่นใจว่าตอนนี้มีความพร้อม โดยแผนการดำเนินการทั้งหมดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเสนอที่ประชุมครม. เห็นชอบในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ จากนั้นจึง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ ตนเองจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบความพร้อมขั้นสุดท้าย ก่อนที่นายกรัฐมนตรี และคณะจะเดินทางไปวันที่ 1 ก.ค.นี้ เพื่อไปต้อนรับนักท่องเที่ยวคนแรกที่เดินทางเข้ามาภูเก็ตด้วย

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาภูเก็ตในช่วงแรกน่าจะมีไม่มาก ประมาณเดือนละ 1-2 หมื่นคน แต่จะค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยหวังว่าภูเก็ตจะเป็นตัวอย่างให้กับหลายๆ พื้นที่นำร่องที่จะเปิดตามมาในช่วงเดือนส.ค. คือเกาะพีพี เกาะไหง และไร่เล ของจังหวัดกระบี่ 

เช่นเดียวกับเขาหลัก และเกาะยาว ในจังหวัดพังงา ส่วน ก.ย. จะมีพื้นที่อื่นๆ อีก 3 แห่ง คือ จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุม อำเภอเมือง แม่ริม แม่แตง และดอยเต่า จะงหวัเชลบุรี ครอบคลุม เมืองพัทยา ใน 2 อำเภอ คือ บางละมุง และสัตหีบ และจังหวัดบุรีรัมย์ ครอบคลุมอพเภอเมือง และสนามช้างอารีนา เพื่อรับการแข่งขันโมโตจีพี และในช่วงเดือนต.ค. ซึ่งจะเปิดกรุงเทพฯ ชะอำ และหัวหิน ต่อไป

รมว.สุชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฟื้นฟูคนงานฯ ภาค 4 ขอนแก่น มอบนโยบายและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และผู้เข้ารับการฟื้นฟูฯ 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานประจำภาค 4 ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยมี นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายประทีป ทรงลำยอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในโอกาสเดินทางมาประชุมเพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพจากศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานประจำภาค 4 จังหวัดขอนแก่น ว่า กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการดูแลผู้ประกันตนอย่างใกล้ชิดในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 กรณี แม้ลูกจ้าง/ผู้ประกันตนประสบอันตรายหรือมีความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น เราต้องดูแลอย่างใกล้ชิด จะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานขึ้น เพื่อให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 และผู้ประกันตนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 โดยหากมีการประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญเสียอวัยวะ สามารถที่จะเข้ารับการฟื้นฟูฯ ได้เต็มตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดไว้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้กลับไปมีชีวิตที่ดีเหมือนเดิม สามารถกลับเข้าทำงานในสถานประกอบการ ประกอบอาชีพอิสระ หรือดำรงชีวิตได้ด้วยตนเองไม่เป็นภาระแก่ครอบครัวและสังคม โดยจะให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพแบบครบวงจร ทั้งในด้านอาชีพ ด้านจิตใจและสังคม 

ในโอกาสนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เยี่ยมชมโครงการ โคก หนอง นา โมเดล ของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานประจำภาค 4 จังหวัดขอนแก่น ที่ให้ผู้ได้รับการฟื้นฟู ฝึกฝีมืออาชีพงานเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยใช้การปรับพื้นที่โคกเพื่อปลูกพืชใหญ่ พร้อมจุดเรียนรู้ 6 Step ขุดลอกหนองสระเดิมเพื่อสูบน้ำมาบนโคกโดยใช้พลังงานระบบแสงอาทิตย์ และการฝึกอาชีพโดยใช้พื้นที่นาปลูกข้าว ผัก พืชกินได้ ทั้งนี้ นายสุชาติ ได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานประจำภาค 4 จังหวัดขอนแก่น ที่ดูแลเอาใจใส่ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม รวมถึงการส่งเสริมการฝึกอาชีพ จนประสบความสำเร็จ และขอเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ และผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานทุกคน ให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาตนเองในการเรียนรู้ เพื่อเอาชนะปัญหาอุปสรรคต่างๆ และพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพในการทำงานไม่แพ้คนปกติทั่วไป และตนพร้อมที่จะสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพในการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ลูกจ้างและผู้ประกันตน เพื่อจะกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน เป็นกำลังของครอบครัวและประเทศชาติต่อไป

“จุรินทร์” ออนทัวร์ขอนแก่น ลั่นอีสานพร้อมลต.ระดับ 7 โว คนอีสานยอมรับนโยบายปชป.สูงมาก ปัดตอบ “ธรรมนัส”นั่งเลขา พปชร. ส่งผลปรับครม.ชี้อยู่ที่นายกฯ

จ.ขอนแแก่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะออนทัวร์อีสาน วันที่ 2 โดย ลงพื้นที่ จ. ขอนแก่น เป็นประธานในพิธีลงเสาเอกบ้านมั่นคง และติดตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตศูนย์คนไร้บ้าน ณ สหกรณ์เคหสถานแก่นนคร พร้อมมอบเช็คโครงการฟื้นฟู เช็คชำระหนี้ มอบโฉนดที่ดินกองทุนฟื้นฟูเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ให้แก่เกษตรกร จ.ขอนแก่น ณ ห้องประชุมโรงแรมราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อําเภอเมือง จ.ขอนแก่น และเปิดโครงการโมบายพาณิชย์ ลดราคาช่วยประชาชน 
         
โดยนายจุรินทร์ กล่าวถึงเมื่อคืนวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีโอกาสได้พบปะสมาชิกพรรคว่า ตอนนี้ภาคอีสานถือว่ามีความพร้อมในระดับที่หากนับ 10 ก็มาถึง7 แล้ว ขณะนี้ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการจัดตั้งตัวแทนเขตครบทุกเขตในภาคอีสานทั้งหมดแล้ว จากนี้จะได้มีการเตรียมการพิจารณาตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขตเลือกตั้ง ซึ่งหลายเขตมีผู้ให้ความสนใจและแจ้งความจำนงไว้แล้ว บางเขตมีการเคาะตัวผู้สมัครไว้แล้ว แต่ยังไม่ขอบอกว่าเป็นใครบ้าง นอกจากนั้นยังได้พูดคุยกันกับบรรดาผู้ที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาแล้ว และในส่วนของตัวแทนเขตทั้งหมด ซึ่งได้ประเมินกันว่า สำหรับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้เป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชนภาคอีสานในระดับที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประกันรายได้เกษตรกร โดยเฉพาะในส่วนของข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ที่คนภาคอีสานปลูกมาก รวมทั้งมันสำปะหลัง แม้แต่ยางพารา ก็ถือว่าราคาดี และเป็นนโยบายที่พี่น้องประชาชนภาคอีสานให้การยอมรับ รวมทั้งการผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น เรื่องนี้ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากพี่น้องภาคอีสาน

เมื่อถามถึงการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ โดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งตามธรรมเนียม เลขาธิการพรรคจะต้องเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และไม่ขอให้ความเห็นเรื่องพรรคพลังประชารัฐ เพราะเป็นเรื่องภายในพลังประชารัฐ ที่จะต้องไปพิจารณาตัดสินใจกันเองว่าจะจัดการกับการบริหารจัดการพรรคอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวและก้าวก่ายด้วย เพียงแต่ถ้าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ต้องดูว่านายกรัฐมนตรีมีความประสงค์อย่างไร จะปรับเฉพาะในส่วนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือว่าจะปรับอย่างไร ก็ต้องเริ่มต้นที่นายกฯ ตนไม่สามารถที่จะตอบไปล่วงหน้าได้

เมื่อถามว่า หากมีการปรับ ครม. พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันตำแหน่งเดิมใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง และยังไม่มีสัญญาณอะไรว่าจะปรับครม. ทั้งนี้ประชาธิปัตย์ก็ยืนยัน ตนก็ยืนยันหลายครั้งว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในฐานะหน้าที่อะไร ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ เราก็จะทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ และยึดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง การมาอีสานครั้งนี้ก็เพื่อที่จะเดินหน้านโยบายโครงการที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวอีสาน

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ภายในสัปดาห์หน้า วาระแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราจะถูกลัดคิวเข้าสู่สภา แบบที่ประชาชนแทบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ภายในสัปดาห์หน้า วาระแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราจะถูกลัดคิวเข้าสู่สภา แบบที่ประชาชนแทบไม่รู้เนื้อรู้ตัว แทนที่จะเดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ. ประชามติ เร่งตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

และมาตราที่กำลังถูกผลักดันให้แก้ไข แม้มีหลากหลายประเด็นจากหลายร่างฯ ของหลายพรรค แต่วาระที่พรรคพลังประชารัฐมุ่งมั่นจะแก้ และแน่นอนว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว. ซึ่งเป็นพวกเดียวกัน ก็คือการแก้ระบบเลือกตั้ง ให้กลับไปเป็นแบบบัตร 2 ใบ ระบบรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งจะเอื้อต่อพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ทำให้พรรคพลังประชารัฐได้เปรียบในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า

ครั้งนี้จะเป็นการสืบทอดอำนาจครั้งที่ 2 ของระบอบประยุทธ์ หลังจากทำสำเร็จไปแล้วครั้งแรกผ่านการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 และเข้าสู่การเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จผ่านตัวช่วยสำคัญคือ ส.ว. 250 เสียง

ครั้งนี้ ระบอบประยุทธ์จะอยู่อย่างมั่นคง สง่างาม ไม่ต้องอาศัยแม้แต่ตัวช่วยอย่าง ส.ว. เพราะได้ครองเสียงข้างมากในสภาจากการคุมกลไกการเลือกตั้ง คุมระบบราชการ จนได้ ส.ส. มากพอจะจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากแบบเบ็ดเสร็จ แทบไม่ต้องง้อพรรคร่วมรัฐบาล จะทำให้พรรคพลังประชารัฐ แข็งแกร่งไม่ต่างจากพรรคไทยรักไทยในอดีต

ครั้งนี้คือการไฮแจ็ค หรือการปล้นวาระแก้รัฐธรรมนูญไปจากประชาชน ไม่สนใจเสียงเรียกร้องในประเด็นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการตัดอำนาจ ส.ว. การปฏิรูปองค์กรอิสระและศาล เป็นการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองเท่านั้น

ผมขอแรงพลังจากพี่น้องประชาชน ร่วมกันหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจระบอบประยุทธ์ครั้งที่ 2 ด้วยการร่วมลงชื่อ ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เข้าไปประกบเพื่อให้มีการอภิปรายในสภา และเพื่อพิสูจน์ว่า อำนาจการแก้รัฐธรรมนูญเป็นของเรา ประชาชน ไม่ใช่ของผู้มีอำนาจแต่เพียงฝ่ายเดียว

ร่วมแสดงพลังประชาชน หยุดระบอบประยุทธ์ ใช้เวลาเพียง 5 นาทีกับ 2 ขั้นตอนง่ายๆ เข้าชื่อ #แก้รัฐธรรมนูญ ขั้นตอนง่ายๆ

1.) กรอกแบบฟอร์มเข้าชื่อให้ครบถ้วน https://bit.ly/2PgDAy8 (ดูวิธีกรอกฟอร์ม https://bit.ly/3x6prUy)

2.) ส่งไฟล์หรือภาพถ่ายแบบฟอร์ม ชัดๆ เป๊ะๆ

ผ่านช่องทางใดก็ได้ เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น

LINE : https://page.line.me/resolutioncon

ข้อความเพจเฟซบุ๊ก Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่

อ่านรายละเอียดและร่างฉบับเต็ม www.resolutioncon.com

 

ที่มา : https://www.facebook.com/382592748811072/posts/1114185418985131/


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'ณัฐชา-ก้าวไกล' ชวนนับถอยหลังจับตา 120 วัน ได้เปิดประเทศหรือล้มเหลว เหน็บ!! ก่อนเปิดประเทศไปเปิดข้อมูลวัคซีนก่อน

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และโฆษกพรรคก้าวไกล เชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยช่วยกันนับถอยหลัง 120 วันเปิดประเทศว่า...

นายกรัฐมนตรีจะทำได้ตามประกาศจริงหรือไม่ เพราะการแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจด้วยความมั่นใจขนาดนี้จะต้องเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศมาแล้วอย่างเต็มที่ ต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบ มีแผนหลักแผนสำรอง และพร้อมเผชิญหน้ากับปัญหาอีกขั้นที่จะยกระดับขึ้นเมื่อมีการเปิดประเทศไปแล้ว

“ด้วยใจจริงผมอยากให้ท่านทำสำเร็จ เพราะอยากเห็นพี่น้องประชาชนยิ้มได้อีกครั้งหากเศรษฐกิจของเรากลับมาเดินหน้าต่อไป แต่เอาเข้าจริงขอยอมรับตามตรงว่าไม่ค่อยมั่นใจในตัวท่านนายกสักเท่าไหร่ จึงขอชวนมานับถอยหลังไปพร้อมกัน เพราะถ้าครั้งนี้ล้มเหลวก็จะเป็นการนับถอยหลังเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาลด้วย คือหากพังอีกแล้วยังหน้าด้านอยู่ต่อ ประชาชนคงต้องหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือดแน่ เพราะหลายคนคงแทบไม่เหลืออะไรแล้ว

"ที่ผ่านมาการที่รัฐบาลไม่เยียวยาหรือทำให้พวกเขาเข้าถึงแหล่งทุนได้เลย การประกาศเปิดประเทศครั้งนี้ จึงเหมือนการวัดใจเฮือกสุดท้ายของหลายธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการสั่งปิดกิจการต่างๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะเอาเงินจากไหนมาฟื้นฟูกิจการได้คงต้องไปดิ้นรนไปกู้หนี้ยืมสินนอกระบบมาลงทุน

"ดังนั้น ถ้าเปิดประเทศไปแล้ว แต่ผลที่ออกมาคือการระบาดใหญ่ระลอกใหม่แล้วตามมาด้วยการปิดกิจการอีกครั้ง โดยที่เขาต้องตกอยู่ในสภาพแบบที่รัฐไม่เคยเหลียวแลเหมือนที่ผ่านมา นอกจากทุนไม่เหลือ รายได้ไม่เข้าแล้ว หนี้และดอกเบี้ยก็จะทับถมชีวิตเขาซ้ำเข้าไปอีกยาวนาน”

นายณัฐชา กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้สิ่งที่ประชาชนอยากรู้มากที่สุดหลังจากที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดว่าพร้อมเปิดประเทศภายใน 120 วัน คือท่านจะมีแผนบริหารจัดการที่ชัดเจนอย่างไร เพราะเมื่อวานนี้นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ไปตอบกระทู้ถามสดในสภาแทนท่าน ก็ยังบอกได้แค่ว่าแผนเปิดประเทศภายใน 120 วัน เป็นเรื่องของการเรียกขวัญกำลังใจที่นายกต้องการมอบให้แก่พี่น้องประชาชนเพียงเท่านั้น เรื่องแผนต่างๆ ตอบไม่ได้ให้รอฟังความชัดเจนต่อไป นี่หรือวุฒิภาวะของฝ่ายบริหารประเทศนี้ ท่านพูดเรื่องสำคัญต่อชีวิตพวกเขาด้วยแผนที่เลื่อนลอยแบบนี้ไม่ได้

“ขอเรียกร้องเลยว่า ก่อนจะประกาศเปิดประเทศ ช่วยเปิดเผยข้อมูลการฉีดวัคซีนก่อนจะดีกว่า เพราะที่ผ่านมามีแต่ข่าวลือทั่วไปหมดว่ามีไอ้โม่งแอบมาฉวยเอาวัคซีนไปสร้างฐานเสียงเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง เรื่องแบบนี้จริงหรือไม่ต้องตอบกันด้วยข้อมูลไม่ใช่ข้ออ้าง ขณะนี้มีวัคซีนเท่าไหร่ ฉีดให้ใคร และจะกระจายไปไหนอย่างไรบ้าง ต้องกล้านำเสนอข้อมูลส่วนนี้ให้ได้อย่างตรงไปตรงมา ก่อนที่จะเพ้อฝันไปถึงการเปิดประเทศ ไม่ใช่วัคซีนมาล็อตนึงหน่วยงานต่างๆ ก็ตีกันที แต่ไม่ได้เป็นการจัดสรรตามความจำเป็นทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจอย่างที่ควรจะเป็นจนหมอต้องออกมาท้วงกันวุ่นไปหมด หรือกระทั่งวัคซีนแอสตราเซเนก้าที่บอกว่าเป็นวัคซีนหลัก ถึงตอนนี้จะเข้ามาได้ตามเป้าหมายเดือน มิ.ย. 6 ล้านโดส และ 10 ล้านโดส ในเดือนถัดๆไปได้จริงหรือไม่ ก็ต้องเปิดข้อมูลกำลังการผลิตของสยามไบโอไซน์ว่าอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะในฐานะที่เอาภาษีของประชาชนไปหนุนกว่า 600 ล้านบาท ก็เป็นสิทธิของประชาชนที่จะต้องรู้ ประชาชนไม่ได้อยากรู้ว่าแผนการเรียกขวัญและกำลังใจเป็นอย่างไร ขวัญและกำลังใจที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนเวลานี้คือการรู้ว่าวัคซีนมีเท่าไหร่ และเขาจะได้ฉีดหรือไม่เท่านั้นเอง”

ณัฐชา กล่าวต่อไปว่า ก่อนเปิดประเทศ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้รัฐบาลต้องตระหนักถึงสถานการณ์ตามความเป็นจริงให้ดี เพราะในอนาคตประเทศไทยอาจมีโอกาสเผชิญกับสถานการณ์เดียวกันกับประเทศชิลี ที่ขณะนี้มีการประกาศปิดกรุงซานติอาโก เมืองหลวงอีกครั้ง ทั้งที่ชิลี ถือว่ามีอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่สูงระดับต้นๆ ของโลก คือประมาณ 75% ของประชากรได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดส และเกือบ 58% ได้รับวัคซีนครบถ้วน 2 โดสแล้ว โดยวัคซีนส่วนใหญ่เป็นซิโนแวค นั่นจึงหมายความว่าการใช้วัคซีนนี้อาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร และนี่ก็คือวัคซีนตัวหลักอีกชนิดเรากำลังระดมฉีดอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีสายพันธุ์ใหม่เข้ามาเป็นตัวแปรเพิ่มซึ่งเริ่มพบเจอแล้ว ขอถามว่าท่านมีแผนรองรับในประเด็นเหล่านี้แล้วหรือยังก่อนที่จะเปิดประเทศภายใต้ปัจจัยเสี่ยงที่ยังสูงมากอย่างนี้

“ผมเห็นด้วยว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าเพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในขณะนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ แต่นั่นคือหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะต้องเยียวยาประชาชน ไม่ใช่ไปบอกว่าให้ทุกคนต้องไปรับความเสี่ยงร่วมกัน เขารับกันมาเป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีหรือคิดเป็น 3 ระลอกแล้ว ยังจะบอกให้เขาเสี่ยงต่อไปอีกหรือ ในวันนี้ ผมจึงอยากให้พี่น้องคนไทยมาร่วมกันนับถอยหลังดูความล้มเหลวของรัฐบาลอีกครั้ง ภายใน 120 วันนี้ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ตอนแถลงข่าว ท่านนายกรัฐมนตรีอาจมองภาพตัวเองว่ากำลังแสดงภาวะผู้นำเหมือนที่ผู้นำหลายประเทศอื่นทั่วโลกออกมาแสดงวิสัยทัศน์สร้างความเชื่อมั่นและนำพาประเทศของให้พ้นวิกฤตได้ แต่ยอมรับเถอะว่า ท่านยังไร้ศักยภาพและทิ้งห่างบุคคลเหล่านั้นอีกไกลหลายช่วงตัวนัก” นายณัฐชา กล่าว


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘พลังประชารัฐ’ ลงมติเอกฉันท์ประกาศ ‘ประวิตร’ คงยืนหนึ่งหัวหน้าพรรคต่ออีกสมัย ‘ธรรมนัส’ นั่งเก้าอี้เลขาพรรคคนใหม่ ขณะที่ ‘นฤมล’ นั่งเหรัญญิก

วันนี้ (18 พ.ค.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สรุปผลการประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประจำปีครั้งที่ 1/ 2564 ในวาระเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรคชุดใหม่ โดยในที่ประชุมได้มีการนับคะแนน และลงมติในตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรค รวม 26 คน ดังนี้

• พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคอีกสมัย แบบไร้คู่แข่ง โดยมีการเสนอเพียงรายชื่อเดียว บัตรดี 582 คะแนน บัตรเสีย 12 คะแนน

• ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค โดยมีการเสนอชื่อเพียงรายชื่อเดียว ด้วยคะแนนเสียง 556 คะแนน บัตรเสีย 14 คะแนน ไม่ลงคะแนน 23 คะแนน

• นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิกพรรค คะแนนเสียง 565 คะแนน

• นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค

ทั้งนี้ในส่วนคณะกรรมการบริหารพรรค ในที่ประชุมได้มีการนับคะแนนและลงมติ จำนวน 22 คน ดังนี้

1.) นายสันติ พร้อมพัฒน์ ได้รับคะแนน 560 คะแนน

2.) นายวิรัช รัตนเศรษฐ ได้รับคะแนน 547 คะแนน

3.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้รับคะแนน 539 คะแนน

4.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้รับคะแนน 545 คะแนน

5.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้รับคะแนน 542 คะแนน

6.) นายอนุชา นาคาศัย ได้รับคะแนน 544 คะแนน

7.) นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ได้รับคะแนน 547 คะแนน

8.) นายสุรพล ฟองงาม ได้รับคะแนน 545 คะแนน

9.) นายนิโรธ สุนทรเลขา ได้รับคะแนน 545 คะแนน

10.) นายไผ่ ลิกค์ ได้รับคะแนน 534 คะแนน

11.) นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ได้รับคะแนน 534 คะแนน

12.) นางประภาพร อัศวเหม ได้รับคะแนน 535 คะแนน

13.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ได้รับคะแนน 537 คะแนน

14.) นายอิทธิพล คุณปลื้ม ได้รับคะแนน 538 คะแนน

15.) นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้รับคะแนน 491 คะแนน

16.) นายยงยุทธ สุวรรณบุตร ได้รับคะแนน 531 คะแนน

17.) นายสุชาติ อุสาหะ ได้รับคะแนน 532 คะแนน

18.) นายรงค์ บุญสวยขวัญ ได้รับคะแนน 533 คะแนน

19.) นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ได้รับคะแนน 540 คะแนน

20.) นายสุรสิทธิ์ นิธิวรลักษณ์ ได้รับคะแนน 539 คะแนน

21.) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ได้รับคะแนน 542 คะแนน

22.)นายสมเกียรติ วอนเพียร ได้รับคะแนน 541 คะแนน

ทั้งนี้คณะกรรมการพรรคชุดใหม่ พร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเพื่อให้พรรคเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง และพร้อมที่จะเป็นส่วนเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนให้ครอบคลุมในหลายมิติที่จะช่วยแก้ปัญหาในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และความปลอดภัย เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง และพี่น้องประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่พี่น้องประชาชนเป็นคนฐานราก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องช่วยกันดำเนินการตามแนวทางของรัฐบาล เพื่อให้กิจกรรมด้านเศรษฐกิจสามารถกลับมาสู่สภาวะปกติโดยเร็ว พรรคพลังประชารัฐ พร้อมที่จะผนึกความร่วมมือในการปฏิบัติการทุกด้านอย่างเข้มแข็ง

อย่างไรก็ตามการจัดประชุมดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการทางสาธารณสุข คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น อนุญาตภายใต้มาตรการป้องกันโรค และควบคุมโรคติดต่อโควิด-19


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top