Wednesday, 10 June 2026
Hard News Team

ผบ.ทอ.ไม่หวั่น กมธ.ป.ป.ช. สอบแก้ 3 โครงการจัดหายุทโธปกรณ์ ยุค 'บิ๊กนัต' มั่นใจตรงตามระเบียบแป๊ะ ยันทำเพื่อประโยชน์สูงสุด ทอ. ใช้งบคุ้มค่า

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) เตรียมตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3 โครงการ มูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการดำเนินการผิดระเบียบและขัดต่อกฎหมาย ในลักษณะที่มีการเร่งรีบผิดปกติ และมีการสั่งการให้เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และขอบเขตของแต่ละโครงการขึ้นมาใหม่ ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการจัดหาแบบเดิมที่ผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ

ล่าสุด พล.อ.ท. ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ (ทอ.) กล่าวชี้แจงต่อประเด็นดังกล่าว พลอากาศเอกแอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้นโยบายเรื่องดังกล่าวว่า ท่านทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทัพอากาศ และยืนยันว่าเป็นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โดยที่ผ่านมา ผบ.ทอ. ไม่อยากตอบโต้ให้เป็นประเด็น จนกลายเป็นโต้กันไปมา แต่หาก ทาง กมธ.ป.ป.ช จะตรวจสอบ คงเป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอน

เมื่อถามว่า ผบ.ทอ.เตรียมการอย่างไร หากกมธ.ป.ป.ช เชิญไปชี้แจงกรณีดังกล่าว พล.อ.ท. ฐานัตถ์ กล่าวว่า ท่านทราบอยู่แล้ว และยืนยันว่าที่ทำไปคิดถึงประโยชน์ที่คุ้มค่าของ ทอ. และยินดีชี้แจงต่อ กมธ ป.ป.ช.

เมื่อถามว่า หาก กมธ ป.ป.ช. เชิญไปชี้แจง ผบ.ทอ.จะไปด้วยตัวเอง หรือ ส่งผู้แทน พล.อ.ท. ฐานัตถ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ ผบ.ทอ. ว่าช่วงดังกล่าวติดภารกิจจำเป็นหรือไม่ แต่อย่างไรต้องชี้แจงอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา

"ผบ. ทอ. ไม่ได้กังวลอะไรเพราะทุกอย่างท่านทำด้วยความถูกต้องอยู่แล้ว ตาม พรบ. ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างปี 2560 และได้มีการตรวจสอบระเบียบครบถ้วน ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในรายระเอียดทั้ง 3 โครงการ พิจารณา" โฆษกทอ. กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 3 โครงการ ประกอบด้วย 

1.) โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 ( N-SOC C2)  

2.) โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพ อากาศ(GBAD) และ 

3.) โครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ มีมูลค่ารวมเกือบ 3 พันล้านบาทถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการล้มเลิกแนวทางจัดหายุทโธปกรณ์เข้ามาประจำการตามแผนพัฒนากองทัพอากาศ ที่กำหนดไว้ในสมุดปกขาว ซึ่งจัดทำขึ้นในช่วงที่ พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ มีการกำหนดแนวทางการซื้อยุทโธปกรณ์เพื่อต่อยอดไปสู่การวิจัยพัฒนา หรือ “พีแอนด์ดี” เน้นการพึ่งพาตัวเองและเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในประเทศ 

"วรวุฒิ" ชี้ ประกาศกึ่ง Lockdown ร้านอาหารเดือดร้อน รบ.ออกมาตรการ ผู้ประกอบการก้มหน้าทำตาม แต่ไม่มีแผนเยียวยารองรับ ย้ำต้องเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการอย่างเท่าเทียม 

นายวรวุฒิ อุ่นใจ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก รองหัวหน้าพรรคกล้า กล่าวถึงมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ที่ออกมาเพิ่มเติมกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า นับตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 เกิดขึ้นในประเทศไทย ประชาชนและผู้ประกอบการส่วนหนึ่งได้ปฏิบัติตามคำสั่ง และคำแนะนำของรัฐบาล ด้วยหวังว่าจะช่วยให้วิกฤติครั้งนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม้จะต้องเสียสละความสุขส่วนตัว รวมถึงรายได้ที่ต้องหายไปเกือบหมด 

แต่ระยะเวลากว่าหนึ่งปี ที่รัฐบาลออกมาตรการต่างๆ มาแก้ไขปัญหา กลับไม่สนใจกลุ่มคนที่เสียสละเหล่านี้ ผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจบริการ และการท่องเที่ยว ล้วนขาดรายได้ จนหลาย ๆ รายต้องเลิกจ้างงาน และจำนวนไม่น้อยต้องปิดกิจการ เพราะรัฐบาลขาดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน และจากประกาศกึ่ง Lock down ล่าสุด รัฐประกาศจะเยียวยาค่าจ้างครึ่งหนึ่งให้แรงงานในแคมป์ที่ถูกปิด แต่ร้านอาหารที่ต้องกลับโดนห้ามลูกค้านั่งทานที่ร้าน ยังไม่มีมาตรการเยียวยาใด ๆ รองรับ จึงอยากให้หันมาเยียวยาธุรกิจร้านอาหารด้วย เพราะนอกจากเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการระดับ SMEs แล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือลูกจ้างจำนวนมากในอุตสาหกรรมนี้ด้วย 

ผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ พยายามสื่อสารเรียกร้องขอความช่วยเหลือมาโดยตลอด แต่กลับโดนเพิกเฉยและไร้การเหลียวแลอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่ให้ความร่วมมืออย่างดีมาตลอด พรรคกล้า จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาการให้ช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างจริงจังและเสมอภาค เพราะต้องยอมรับว่าความรุนแรงของสถานการณ์ในตอนนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ผิดพลาด รัฐบาลต้องเร่งช่วยเหลือด้านการเงินที่มากกว่าปัจจุบัน ก่อนที่ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจบริการ และธุรกิจ SMEs ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ต้องปิดตัวลง และส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว 

"โฆษกพปชร.” วอนรัฐบาล กระจาย “ฟ้าทะลายโจร" ระหว่างรอเตียง ช่วยบรรเทาอาการโควิด-19

น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตเรื่องเตียงผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีผู้ป่วยตกค้างต้องรอการช่วยเหลืออยู่ในที่พักอาศัย ว่า อยากขอให้รัฐบาลพิจารณาเลือกใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจร มีสรรพคุณยับยั้งการเติบโตของไวรัสโควิด-19 ตามที่มีผลงานวิจัยยืนยันไว้และปัจจุบันได้รับการลงทะเบียนในบัญชียาหลักเพื่อให้กับผู้ป่วยและคนในครอบครัวโดยด่วน ระหว่างรอการประสานจากโรงพยาบาล 

เพื่อเป็นการบรรเทาอาการและรักษาเบื้องต้น ก่อนอาการจะรุนแรงจนยากจะช่วยเหลือเมื่อถึงมือแพทย์โดยในผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยง ควรรับประทานตามคำแนะนำในฉลากยา ส่วนผู้ป่วยที่มีโรคตับ ไต หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีประวัติแพ้ฟ้าทะลายโจร ควรหลีกเลี่ยง และไม่ควรใช้ร่วมกับยาลดความดัน ทั้งนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งประสานความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยและครอบครัวโดยด่วน เช่นการสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งของจำเป็นที่ต้องใช้ระหว่างการกักตัวรอการประสานจากเจ้าหน้าที่ เป็นต้น

Click on Clear เที่ยงตรง ประจำวันที่ 28 มิถุนายน 2564

Click on Clear เที่ยงตรง ประจำวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ประเด็น เสียงสะท้อนผู้ประกอบการร้านอาหาร มาตรการกึ่งล็อกดาวน์

สัมภาษณ์สด คุณพีรดา ศุภรพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เทสเต็ด เบ็ตเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด

.


.


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“แรมโบ้” ป้อง”บิ๊กตู่” รู้ดีว่าต้องดำเนินการอย่างไร หลังออกมาตรการปิดแคมป์คนงาน ซัด “ชนินทร์” - “ชูวิทย์” อย่าดีแต่ปากทำประโยชน์ให้บ้านเมืองบ้าง

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ วิพากษ์วิจารณ์การประกาศปิดแคมป์คนงาน ทำให้แรงงานหนีไปต่างจังหวัด หวั่นโควิดระบาดต่างจังหวัด ว่าที่ผ่านมามีการระบาดตามแคมป์คนงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งก่อนที่จะออกมาตรการการปิดแคมป์คนงานในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทางข้ามจังหวัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และเชื่อมั่นว่ามาตรการนี้จะทำให้ยับยั้งการระบาดลงได้ นอกจากนี้นายกฯได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานลงไปช่วยกันดูแลแคมป์คนงานร่วมกับนายจ้างอย่างใกล้ชิดและมอบรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการด่วนแล้ว ให้เตรียมกำลังสนับสนุนมาตรการของ ศบค. เพื่อจำกัดควบคุมโรคเฉพาะกลุ่มและกิจกรรมในพื้นที่เสี่ยงสูงอย่างเข้มงวด ไม่ให้ขยายออกนอกพื้นที่จนไม่สามารถควบคุม ทั้งนี้ยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เข้าพื้นที่แล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้     

นายเสกสกล กล่าวว่า ขณะเดียวกันเช้าวันนี้ (27 มิ.ย.) ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศข้อกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน สกัดการแพร่ระบาด โควิด-19 ปรับพื้นที่ควบคุมสูงสุด-เข้มงวด เป็น 10 จังหวัด มีผล 28 มิ.ย.นี้ ซึ่งทำให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้นในการดูแล นายกรัฐมนตรี ศบค.รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรู้ดีว่าจะต้องทำอย่างไร เมื่อประกาศมาตรการออกไปแล้ว จะต้องเร่งดำเนินการทันที นอกจากนี้ยังเตรียมมาตรการรองรับสำหรับแรงงานในแคมป์คนงานแล้ว โดยให้กระทรวงแรงงานดูแลค่าใช้จ่าย และงดชดเชยร้อยละ 50  แก่ลูกจ้างแทนผู้ประกอบการ โดยจะมีการเช็คชื่อคนงานทุกวัน มีการตรวจหาเชื้อเชิงรุกทุกแคมป์ จนเมื่อมั่นใจว่าปลอดภัย และหากได้รับวัคซีนจะปลดล็อกให้กลับมาทำงานได้  

“แม้ว่านายกฯ รัฐบาล จะมีมาตรการอะไรออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนและยับยั้งการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ทางพรรคเพื่อไทยไม่เคยเห็นด้วยกับมาตรการใดเลย จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะพรรคเพื่อไทยไม่อยากให้สถานการณ์คลี่คลายลง เพียงเพราะอยากจะใช้โอกาสนี้นำมาตำหนิ กล่าวหา โจมตีนายกฯ และรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหา” นายเสกสกล กล่าว

นายเสกสกลกล่าวถึงนายชูวิทย์ที่ออกมานะบุว่านายกฯ แถลงข่าวชู 2 นิ้วเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมนั้น ขอชี้แจงว่าเป็นสัญลักษณ์ คือ V : Vaccination การฉีดวัคซีน และ Victory ชัยชนะ ซึ่งนายกฯ เคยใช้สัญลักษณ์เช่นนี้มาแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยนำเรื่องโควิดมาเป็นเรื่องตลก ขบขัน มีแต่อยากให้สถานการณ์คลี่คลายลง ซึ่งที่ผ่านมานายกฯ รัฐบาล สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ได้ทำงานอย่างหนัก นายชูวิทย์ก็เห็นอยู่แล้ว 

“และการที่นายกฯ แถลงข่าวร่วมกับแพทย์นั้นตนเองมองว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เพราะขณะนี้ยังมีคนที่ออกมาพูดให้เกิดความสับสนอยู่ เช่น พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทยและแม้กระทั่งนายชูวิทย์ ที่นึกถึงแต่ตัวเอง วันๆไม่ทำประโยชน์เพื่อประชาชน หรือบ้านเมือง ดีแต่ใช้ปากพูดกล่าวหาจ้องจับผิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง โจมตี ตำหนิ คนทำงานอย่างเดียว จนเสียขวัญกำลังใจ พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ได้สงสารประเทศชาติประชาชน ดีแต่คอยซ้ำเติมมากกว่า” นายเสกสกลกล่าว

‘สมศักดิ์’ พบเจ้าหนี้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัยช่วยไกล่เกลี่ยเต็มที่แต่ไม่สำเร็จ เผยเสียใจทำให้ไม่ได้ เร่งส่วนราชการหาที่ดินปลูกบ้านให้คุณยาย พร้อมมีคณะกรรมการดูแลเงินบริจาค ชี้ทุกฝ่ายเครียดกันหมด แต่เป็นทางออกที่ดีที่สุด

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 มิถุนายน ที่หมู่ 4 ต.สามเรือน อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.สุโขทัย นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าฯ สุโขทัย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ นายอำเภอศรีสำโรง กำนัน ต.สามเรือน และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่เข้าพบกับนางนิตยา จิวตระกูล โจทก์ที่ยื่นฟ้องแม่เฒ่า 4 ราย ที่ไปกู้ยืมเงิน โดยได้พูดคุยไกล่เกลี่ยถึงความเป็นไปได้ จากนั้นนายสมศักดิ์ และคณะ ได้เดินทางไปยังบ้านนางตะล่อม ทิมแย้ม จำเลยที่ถูกฟ้อง เพื่อหารือถึงทางออกในการแก้ปัญหา

จากนั้น นายสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า คุณนิตยาที่เป็นเจ้าหนี้ ได้อธิบายความตั้งแต่ต้นถึงการยืมเงิน ไปถึงกระบวนการของศาล และการบังคับคดี คุณนิตยามีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวคุณยายพอสมควร จนถึงวันประมูลซื้อขายทอดตลาด วันที่ 26 ก.พ. 62 ซึ่งการซื้อคืนในกระบวนการขายทอดตลาดการประมูลจะต้องมีเงินวาง 30,000 บาท ซึ่งสุดท้ายไม่ได้วางและไม่ได้ประมูล ตนมีข้อติดใจตรงนี้ ซึ่งคงเป็นความไม่รอบคอบไม่อ่านเอกสารกัน น่าเสียดายที่คนไม่เข้าใจไม่ปรึกษาหารือกับผู้รู้ ทำให้เสียโอกาสในการซื้อที่ดินคืน เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่เกิดความเสียหายต่อคุณยาย ในส่วนของการเจรจาของการซื้อที่ดินคืน คุณนิตยาเขาขอทำใจยังไม่ขอตัดสินใจวันนี้ โดยที่ผ่านมามีคนไปช่วยคุยจำนวนมาก แต่ก็ไม่สำเร็จ

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ในเรื่องของคดี ศาลได้มีความกรุณาขยายเวลาให้คุณยายย้ายออกไปจนถึงวันที่ 16 ก.ค. ซึ่งเราต้องเตรียมที่อยู่ให้ยาย และจะพาไปอยู่ที่ไหนอย่างไร ตรงนี้ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเร่งดำเนินการ คุณยายบอกว่าหากซื้อคืนไม่ได้ ก็ไม่อยากอยู่ใกล้บ้านเดิม เวลา 20 กว่าวันที่เหลือคงสร้างบ้านใหม่ไม่ทัน จึงจะต้องหาบ้านญาติพี่น้อง หรืออาจจะเช่าบ้านอื่นอยู่ไปก่อน และเร่งหาที่ดินสร้างบ้าน

โดยขณะนี้มีเงินบริจาคอยู่จำนวนหนึ่ง ที่จะใช้ในการซื้อที่ดินและปลูกบ้าน รวมทั้งเหลือให้คุณยายเก็บไว้ใช้ โดยรูปแบบของบ้านอาจจะเป็นบ้านชั้นเดียวยกสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม ปลูกสองหลังให้อยู่ในบริเวณเดียวกัน เนื้อที่สัก 1 ไร่ หรือจะออกแบบยังไงก็ลองไปคิดกัน ส่วนมาตรการการเบิกจ่ายเงินบริจาคที่ไว้ใช้สำหรับชีวิตประจำวัน ตนคิดว่านายอำเภอมีประสบการณ์ เราคำนวณให้ใช้จ่ายนานที่สุด และมีสัญญาตกลงว่าจะเบิกจ่ายเท่าไร อาจจะกำหนดอายุขัยให้คุณยายใช้ได้จนยายอายุ 110 ปี ตรงนี้จะมีกรรมการดูแลอย่างไรก็ขอให้ฝ่ายปกครองทำการบ้านกันมา

“ผมคิดว่าคุณยายทำใจมานานแล้ว แต่ยายต้องมีที่อยู่ ผมก็เสียใจที่ช่วยซื้อที่ดินไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายก็มีความเครียด เขาก็คงไม่ได้มีความสุข เราเป็นคนกลาง ยังไม่มีความสุขเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายที่เสร็จสิ้นไปแล้ว เราคงจะไปก้าวล่วงคำสั่งศาลไม่ได้ ที่มาไกล่เกลี่ยในวันนี้เพราะเป็นเรื่องของมนุษยธรรม ซึ่งผมก็หวังว่าในอนาคตเขาจะขายที่ดินคืนให้ยาย” นายสมศักดิ์กล่าว

 

 

ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_2796889


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ที่ปรึกษาแผนกโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เตือนหลีกเลี่ยงหน้ากากผ้า เพราะกันเชื้อออก แต่ไม่กันเชื้อเข้า แนะรัฐ จัดหาหน้ากากอนามัยมาขายราคาถูก หรือแจกจ่ายพร้อมประชาสัมพันธ์ ชี้!! หน้ากากหลุดเมื่อไรเสี่ยงเมื่อนั้น

จากเฟซบุ๊ก Tor Phiboonbanakit ของ พ.อ.(พิเศษ) นพ.ธนะพันธ์ พิบูลย์บรรณกิจ ที่ปรึกษาแผนกโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โพสต์ข้อความระบุว่า 'เรื่องบางเรื่องถูกมองข้าม…ทั้งที่อยู่แค่สันจมูก'

1.) กลุ่มรอวัคซีนทางเลือก เพื่อฉีดเข็ม 1 และ 2 ต้องทราบว่า กว่าจะได้มาต้องอีกอย่างน้อย 3 เดือน…ช่วงนี้พวกคุณจะทำอย่างไร?

2.) กลุ่มที่ต้องการเข็ม 3 หลังได้วัคซีน (ภาคบังคับ) ครบ 2 เข็ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหมอและบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งสตินะครับ เราต้องเป็นตัวอย่างในการ 'รอ' ให้ผลการศึกษาชัดเจน และได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ จนเป็น Standard Recommendation แม้ว่าแนวโน้มขณะนี้ จะ 'เชื่อว่า' คงต้องฉีดแน่…ก็เหมือนกัน ถ้าไม่วางใจผลของวัคซีน พวกเราจะทำเช่นไร?

ถ้าไม่ฉีด เพราะไม่เชื่อวัคซีนที่รัฐ (บังคับ) จัดให้ หรือ ฉีดแล้ว แต่ก็ไม่ไว้ใจว่าวัคซีนที่ได้ว่าจะเอาอยู่ ให้ตั้งสติ แล้วย้อนกลับไปถามตัวเองว่า…ที่ผ่านมา รอดจากการติดเชื้อมาได้อย่างไร?

เรามัวแต่วุ่นวายกันเรื่องชนิดของวัคซีน และปัญหาเชื้อกลายพันธุ์…จนลืม 'concept' เบื้องต้นที่ว่า…ไม่รับเชื้อไม่เป็นโควิด

1.) ไม่รับเชื้อโดยซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้าน ติดต่องานผ่าน internet…ตุนของไว้กิน...สุดท้ายก็หมด…ก็ต้องออกมาอยู่ดี…ดังนั้นการซ่อนตัว…ไม่ใช่ทางออก

2.) ไม่รับเชื้อโดยใส่หน้ากาก ไปทุกที่…ถ้าล้างมือ ถือระยะห่าง คงปลอดภัย แต่สิ่งที่ไม่มีใครประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบคือ…

ในวันก่อน ในยามที่รอบตัวมีคนติดเชื้ออยู่ไม่มาก ไปไหนมาไหนด้วยหน้ากากผ้า แม้โดยทฤษฎี จะปัองกันเชื้อออก แต่ไม่กันเชื้อเข้า อาจไม่มีผลกระทบมากนัก…เพราะโอกาสเจอเชื้อ สัมผัสโรคแบบจังๆ คงยาก

แต่วันนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไป มองไปทางไหน น่าสงสัยว่าจะมีคนที่มีเชื้ออยู่!!

ดังนั้น การที่ยังส่งเสริมการใช้หน้ากากผ้า สำหรับประชาชนทั่วไป น่าจะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว เพราะข้อเสียอีกประการของหน้ากากผ้า คือ ไม่มีสันโลหะที่ใช้คีบดั้งจมูก พูดไปหลุดไป อารมณ์เดียวกับใส่ Surgical Mask แล้วไม่ปรับลวดตรงสันจมูกให้แนบกับใบหน้า…หน้ากากที่ดี ต้องสามารถปรับให้แนบกับหน้าให้มากที่สุด

ฉะนั้น รัฐต้องเร่งจัดหาหน้ากากอนามัยในระดับ Surgical Mask แบบที่แพทย์พยาบาลใส่กัน จำหน่ายในราคาถูกหรือแจกจ่าย พร้อมประชาสัมพันธ์ แนะนำวิธีใช้ที่ถูกต้อง แก่ประชาชนทั่วไปโดยเร็ว อย่างทั่วถึง

ไม่ว่าเชื้อจะกลายไปไหน ไม่ว่าวัคซีนตัวไหนจะด้อยค่าลง แต่หน้ากากอนามัยที่ได้รับการใช้อย่างถูกต้อง ไม่เคยทำให้ผู้ใช้ผิดหวัง…รับรองกันได้ทุกสายพันธุ์

หน้ากากหลุดเมื่อไร เสี่ยงเมื่อนั้น ต่อให้ฉีดวัคซีนมาแล้วก็ตาม ส่วนใหญ่หลุดตอนนั่งทานข้าว หรือ รุมส้มตำด้วยกัน

#หลีกเลี่ยงหน้ากากผ้า”

 

 

ที่มา: https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000062236

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=4377495338961581&id=100001034752567


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“สงคราม”ชี้มาตรการรัฐคือคำสั่งประหารผู้ประกอบการ อัดสั่งปิดแคมป์คนงานไร้แผนรองรับทำไวรัสกระจายทั่วไทย

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ามาตรการล็อกดาวน์กรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและจังหวัดชายแดนใต้สี่จังหวัด หลังจากที่เกิดโควิดระบาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีคลัสเตอร์ต่างๆ การประกาศปิดแค้มคนงานก่อสร้าง ห้ามทานอาหารในร้านเป็นเวลา 30 วัน รัฐบาลหยุดการะบาดของไวรัสโควิด-19 แต่มาตการที่ออกมากลับไม่พบว่ามีแผนงานรองรับ และสร้างผลกระทบที่หนักขึ้น เพราะล่าสุดพบว่าคนงานในแคมป์จำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา ดังนั้นมาตรการดังกล่าวไม่ต่างจากรัฐบาลกำลังส่งออกเชื้อไวรัสร้ายไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ มาตรการนี้จะส่งผลให้เชื้อไวรัสกระจายมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาตรการบนฐานของความไม่รู้ ส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น หากการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้ รัฐบาลจะทำอย่างไร การแก้ปัญหาไวรัสโควิดของรัฐบาลที่ผ่านมา 2 ปี ไม่ต่างจากการเลี้ยงไข้ เลี้ยงสถานการณ์ไวรัสเพื่อผลประโยชน์ ทางการเมืองมากกว่า เพราะสามารถใช้ทั้งอำนาจและงบประมาณได้อย่างเต็มที่

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการออกคำสั่งห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้านรอบล่าสุดของภาครัฐ เหมือนคำสั่งประหารชีวิตผู้ประกอบการ มาตรการที่ออกมาเป็นมาตการที่ไร้ความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น รัฐบาลหวังแต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่มองระยะยาวและผลกระทบที่จะเกิดตามมา เช่น การที่ร้านอาหารสามารถขายได้แค่เฉพาะการสั่งกลับบ้าน นั่นหมายถึงรายได้เขาจะลดลงเหลือแค่ 10% ของรายได้ปกติ ขณะที่ต้นทุนอื่นๆ ยังเท่าเดิม ในภาวะแบบนี้คงไม่มีใครอยู่ได้ ซึ่งท้ายที่สุดจะเกิดการเลิกจ้างครั้งใหญ่

“ปัญหาวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงระลอกแรก ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียด้านรายได้อย่างมาก โดยปัจจุบัน ผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนไม่น้อยต้องประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักจนหลายรายต้องปิดกิจการ เพราะผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดกลางและเล็กที่เข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินของรัฐบาล แล้วผู้ประกอบการเหล่านี้จะฝ่าวิกฤตได้อย่างไร การออกมาตรการของรัฐบาลเป็นไปอย่างไร้ความยั้งคิด จึงเป็นการทำลายมากกว่าสร้างสรรค์” นายสงคราม กล่าว

“บิ๊กแก้ว” สั่ง เพิ่มมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายของปชช. และแรงงาน ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง รวมทั้งการควบคุมแคมป์คนงานก่อสร้างในพื้นที่กทม. - ปริมณฑล และ พื้นที่ 4 จชต.

พล.ต.ธีรพงศ์  ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า พล.อ.เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วนผ่านระบบ VTC โดยสั่งการให้หน่วยขึ้นตรงศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) บูรณาการการจัดกำลังสนับสนุนและประสานการปฏิบัติกับจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ในการสนธิกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ให้มีความเข้มงวดกวดขันในการปฏิบัติภารกิจควบคุมแคมป์คนงาน และไซต์งานก่อสร้างในพื้นที่ รวมทั้งการควบคุมการเคลื่อนย้ายของประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จ.สงขลา จ.ยะลา จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส) โดยให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ (26 มิถุนายน 2564) เป็นต้นไป 
 
สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กองบัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงเหล่าทัพ รับผิดชอบ โดยมี ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร เป็นผู้วางแผนการปฏิบัติ  
 
ในส่วนของจังหวัดในเขตปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร,  และนครปฐม  มีกระทรวงมหาดไทย (จังหวัด), ตำรวจภูธรจังหวัด และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพบก รับผิดชอบ  
 
ในด้านการควบคุมการเคลื่อนย้ายในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฯ โดยมีกระทรวงมหาดไทย (จังหวัด), ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตำรวจภูธร จังหวัด), ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพบก และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพเรือ รับผิดชอบ 
 
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะสามารถจำกัดกลุ่มแรงงานซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงให้อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานในทุกกรณี อันจะส่งผลให้การควบคุมโรคเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เป็นไปตามกรอบแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่มีความสำคัญเร่งด่วน และเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงภาวะปกติ โดยเร็วที่สุด ต่อไป

‘อาซาร์’ ยิงดับ โปรตุเกส 1-0 ส่ง ‘เบลเยียม’ ลิ่วรอบ 8 ทีม รอฟัดอัซซูรี

บิ๊กแมตช์รอบ 16 ทีม ศึกยูโร 2020 แข่งกันที่สเปน เบลเยียม ลงสนามเจอ โปรตุเกส แชมป์เก่า เกมนี้ เบลเยียม ตัวเด็ดลงครบทั้ง โรเมลู ลูกากู, ธอร์แกน-เอเดน อาซาร์, เควิน เดอ บรอยน์ ส่วน ‘ฝอยทอง’ วาง 3 ประสานเป็น ดิโอโก้ โชต้า, แบร์นาร์โด้ ซิลวา และคริสเตียโน่ โรนัลโด้

โดยธอร์แกน อาซาร์ ซัดประตูขึ้นนำ ในนาทีที่ 42 แม้ว่า โปรตุเกส จะบุกกระหน่ำช่วงครึ่งหลังแต่ยิงไม่คม จบเกมเบลเยี่ยม เบียดเอาชนะไป 1-0 พร้อมเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอ อิตาลี อีกหนึ่งเต็งแชมป์ของรายการ วันที่ 2 กรกฎาคม นี้ ส่วนแชมป์เก่าโปรตุเกส จอดป้ายแค่รอบ 16 ทีมเท่านั้น


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

.

#THESTATESTIMES

#NewsFeed

#ยูโร2020

#รองเท้าAeroSoft


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top