Wednesday, 10 June 2026
Hard News Team

'เฉลิมชัย'​ เร่งปั้น 'โลว์คอสต์แอร์คาร์โก้สินค้าเกษตร'​ ผนึก 'ภาครัฐ-เอกชน'​ ช่วยเกษตรกรขยายตลาดส่งออกทั่วโลก

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมเรื่องการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าทางอากาศ​ (Air cargo system) ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำหน้าที่ประธานการประชุมและได้สั่งการให้เร่งดำเนินการพัฒนาระบบการขนส่งทางอากาศ​ (Air Cargo System) สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร​ ซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างและระบบ​ 3​ ส่วนสำคัญได้แก่ คาร์โก้เทอร์มินัล (Cargo Terminal), สายการบินคาร์โก้​ (Air Cargo Fleet) และศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร-อาหารแบบครบวงจรในคาร์โก้เทอร์มินัล

โดยร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ดำเนินการที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองและท่าอากาศยานภูมิภาคที่มีความพร้อมเช่นเชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ ภูเก็ต เป็นต้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเป็นการบริหารโอกาสของประเทศไทยภายใต้วิกฤติโควิด19

ทั้งนี้สถาบันอาหารประเมินว่าในปี 2564 การส่งออกสินค้าอาหารของไทยจะมีมูลค่า 1.08-1.10 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2-12.2% เทียบกับปีที่ผ่านแม้จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์โควิด 19 สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทย

สำหรับศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร-อาหาร ณ คาร์โกเทอร์มินัลซึ่งทำหน้าที่ให้บริการตรวจสอบรับรองสินค้าเกษตรและอาหารทั้งสินค้าพืช ประมง และปศุสัตว์ตามมาตรฐานสากลจะต้องบริการด่วน​ (Express Service) แบบวันสต็อปเซอร์วิสใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อลดเวลาและค่าใช้จ่ายของภาคเอกชนทั้งนำเข้าและส่งออกเพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นฮับการผลิตและขนส่งสินค้าเกษตรและอาหารของอาเซียน

นายอลงกรณ์กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัยได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าได้หารือเบื้องต้นกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับโครงการแอร์คาร์โก้สินค้าเกษตร และมอบที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรเร่งประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนต่อไปโดยเร็ว 

“นอกจากนี้ผู้ประกอบการบินได้นำเสนอสถานการณ์ของธุรกิจการบินและแนวทางการพัฒนาสายการบินขนส่งสินค้าทางอากาศในลักษณะโลคอสต์แอร์คาร์โก้โดยมุ่งเป้าหมายตลาดจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ตะวันออกกลาง ยุโรปและอเมริกาด้วยอัตราค่าบริการถูกกว่าอัตราค่าขนส่งในปัจจุบันและเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐมนตรีเกษตรฯ​ โดยพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เนื่องจากการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารต้องการความสะดวกรวดเร็วส่งถึงลูกค้าปลายทางทั่วโลกด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับสากลซึ่งการขนส่งทางอากาศคือคำตอบ”

'ผบช.สตม.' นำทัพลงพื้นที่ตรวจเข้มชายแดน 3 จังหวัดชายแดนใต้ วางแผนสกัดคนหลบหนีเข้าเมือง ห่วงโควิดระบาด

4 กรกฎาคม 2564 ที่ จ.นราธิวาส พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.), พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ศุภชาติ เวชพร ผกก.ตม.จว.นราธิวาส, พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1, พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.​ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ลงพื้นที่ตรวจแนวชายแดนใน อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ซึ่งมีช่องทางส่วนใหญ่เป็นช่องทางธรรมชาติที่คนต่างด้าวและชาวไทยใช้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากชายแดนประเทศมาเลเซีย

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เน้นย้ำกำชับให้กวดขันเกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมือง โดยก่อนหน้านี้บริเวณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นช่องทางที่คนไทยที่ทำงานในประเทศมาเลเซียลักลอบหนีกลับเข้าประเทศ โดยไม่ผ่านช่องทางปกติ เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะเพื่อนบ้านเรามีสถิติติดเชื้อค่อนข้างสูง

จากการประชุมและตรวจสอบ​ ร่วมกับ พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ทราบว่าสถานการณ์การลักลอบเข้าเมืองลดน้อยลงเพราะตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะด้านพรหมแดนเปิดให้คนไทยข้ามแดนได้สามวันต่อสัปดาห์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คณะของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจชายแดนช่องทางธรรมชาติ อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส และด่านผ่านแดนจุดต่างๆที่เชื่อมกับประเทศมาเลเซีย โดยมีการกำชับให้แต่ละพื้นที่เฝ้าระวังการหลบหนีเข้าแดนโดยผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยกำชับให้ตำรวจ ตม. ปฏิบัติตามนโยบายปฏิบัติราชการ รวม 5 มาตรการ คือ...

1.ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อสกัดกั้นการระบาดในพื้นที่เป้าหมายและสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายกลุ่มเสี่ยง บังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่โรค ต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

2.การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายให้เพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นและปราบปรามจับกุมคนต่างด้าว ขยายผลอย่างต่อเนื่อง

3.กำชับให้เพิ่มความเข้มในการใช้กฎหมาย กรณีคนต่างด้าวสัญชาติจีน ให้ตรวจสอบก่อนและหลังอนุญาตว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่

4.การกักตัวคนต่างด้าวให้ดำเนินการตามมาตรการเมื่อรับตัวผู้ต้องกักต้องมีการคัดกรอง

และ 5.สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดสายพันธ์ใหม่ ให้มีมาตรการมนการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด ในส่วนของเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

ด้าน พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รองบช.สตม./โฆษก สตม., พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1/รองโฆษก สตม. ร่วมกันเปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ทั้งนี้ สตม. ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่​www.immigration.go.th

'ผู้ช่วยฯ รอย' ต่อยอดนโยบาย ผบ.ตร. จัดโครงการ นัดหมาย พงส.แจ้งความผ่าน ออนใลน์ ล่วงหน้า 11 สถานีนำร่อง เริ่มใช้แล้ววันนี้

'ผู้ช่วยฯ​ รอย'​ ต่อยอด นโยบาย ผบ.ตร. จัดโครงการ นัดหมาย พงส.แจ้งความผ่าน ออนใลน์ ล่วงหน้า  11 สถานีนำร่อง เริ่มใช้แล้ววันนี้ 

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.,และ รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการแพร่ระบาดของโรค โควิด 19  เพื่อต้องช่วยหยุดการแพร่กระจายโรคติดต่อร้ายแรง และลดความแออัดบนโรงพักในการใช้บริการที่สถานีตำรวจในพื้นที่ บช.ภ.2 รวมถึง จากแนวนโยบายและเจตนารมณ์ ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข 
ผบ.ตร.ที่ต้องการบริการให้ประชาชนให้ได้รับความสะดวก ในการแจ้งความ จึงได้จัดทำโครงการ นัดหมาย พนักงานสอบสวนล่วงหน้า ทาง Online ในบางคดีความผิด ขึ้น เช่น คดียักยอกทรัพย์ ,คดีฉ้อโกง,คดีหมิ่นประมาท, คดี พ.ร.บ.เช็คฯ ซึ่งไม่ได้เป็นคดีเร่งด่วน #เมื่อนัดหมายวันเวลาแล้วค่อยมาพบ พนักงานสอบสวน เพื่อความสะดวกของประชาชน

ด้าน พล.ต.ต.สุรจิต ชินวรรน์ รอง ผบช.ภ.2 กล่าวว่า โครงการดังกล่าว ชื่อโครงการนัดหมาย พนักงานสอบสวนล่วงหน้า ผ่านระบบออนไลน์”เพื่อความสะดวกรวดเร็วกับพี่น้องประชาชน  นั้น เป็นวิสัยทัศน์แล้วก็นโยบายของ รรท.ผบช.ภ.2 โดยตำรวจภูธรภาค 2 ได้ใช้สถานีตำรวจ สภ.เมือง ทุก ภ.จว.และ เทศบาลเมืองพัทยา รวมเป็น 11 สภ.

ประกอบด้วย สภ.เมืองชลบุรี​สภ.พัทยา,​สภ.บางละมุง,​ สภ.แสนสุข สภ.เมืองปราจีนบุรี,​ สภ.เมืองระยอง,​ สภ.เมืองนครนายก,​ สภ.เมืองจันทบุรี,​ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา,​ สภ.เมืองตราด,​ สภ.เมืองสระแก้ว ในเวลา 10.00 น.ถึง 19.00.น. ในวันเวลาราชการใน 4 ข้อหาหลัก ก็คือคดียักยอก คดีฉ้อโกง คดีหมิ่นประมาทและคดี พ.ร.บ.เช็คฯ ต้องขอขอบคุณ ผบ.ตร.ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญเร่งรัดโครงการต่างๆเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมสามารถบริการพี่น้องประชาชนให้พึงพอใจสูงสุด 

สำหรับขั้นตอนนั้น ให้โหลดแอปพลิเคชัน หรือ สแกนคิวอาร์โค้ด ตามที่แจ้งให้ทราบ แล้วลงทะเบียน โดยกรอกข้อความรายละเอียด แล้วนัดหมาย กับพนักงานสอบสวน และมีการผ่านการตอบนัดหมาย จะมีการยืนยันระหัส โอทีพี​ (OTP) ถือว่าแล้วเสร็จการนัดหมาย สะดวก ปลอดภัย ลดความหนาแน่น โดยโครงการดังกล่าวนี้สามารถ ใช้บริการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทั้ง 11 สถานี ซึ่งฝากว่าหากพบปัญหาหรือมีข้อเสนอแนะ ตำรวจภูธรภาค 2 น้อมรับและยินดีนำไปปรับปรุงระบบให้รองรับการบริการประชาชนให้ดีขึ้นต่อไป พร้อมทั้ง บช.ภ.2 ยังได้จัดทำคลิป แนะนำให้พี่น้องประชาชาชน เพื่อรณรงค์การใช้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าวนี้ด้วย

ล่า ‘แพนเค้ก-เขมนิจ’ กรณีศึกษาเรียกสติ ‘สังคมล่าแม่มด’ | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

ล่า ‘แพนเค้ก-เขมนิจ’ กรณีศึกษาเรียกสติ ‘สังคมล่าแม่มด’ จุดจบของนักยัดเยียดความผิด ที่ ‘น้ำตา’ ก็อาจเอาไม่อยู่

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง

.

.


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'ธรรมนัส'​ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ รุดมอบเตียงสนามพร้อมอุปกรณ์โรงพยาบาลสนาม​ที่ฉะเชิงเทรา

ณ​ ศาลาประชาคมเฉลิมพระเกียรติ ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมามอบเตียงสนาม พร้องชุดเครื่องนอน จำนวน 500 ชุด ให้กับจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวต้อนรับ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับมอบเตียงสนามในครั้งนี้ ได้แก่ ดร.กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา, นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สส.ฉะเชิงเทราเขต 2, พันเอกเฉลิม เนียมช่วย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในการรับมอบ

ทั้งนี้นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.ฉะเชิงเทรา ได้เร่งจัดหาสถานที่ตั้งโรงพยาบาลสนาม เพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน หลังเตียงที่มีอยู่แล้ว 2 แห่งคือ รพ.สนาม มรภ.ราชนครินทร์ อ.บางคล้า 120 เตียง และ รพ.สนามศูนย์พุทธโสธรประชารักษ์ กองพลทหารพัฒนา​ อ.พนมสารคาม 160 เตียง รวม 280 เตียง เริ่มไม่พอผู้กับป่วยที่เพิ่มขึ้น 

ดังนั้นจึงได้จับมือเอกชน เร่งสร้าง รพ.สนาม รองรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้มีโรงงานเอกชน ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.สนามจันทร์ อ.บ้านโพธิ์ อนุญาตให้ใช้พื้นที่ประมาณ 12,000 ต.ร.ม. อยู่ห่างจากชุมชน สามารถตั้งเตียงสนาม รองรับผู้ป่วยได้ 500 - 1,000 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ เตรียมการด้านไฟฟ้า น้ำประปา ห้องน้ำ และระบบการสื่อสาร​ โดยเตียงสนามที่ได้รับมอบในวันนี้จะทำการแจกจ่ายไปยังโรงพยาบาลสนามต่างๆ​ ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราต่อไป

จับแก๊งต้มตุ๋น!! หลอกจองฉีดวัคซีน หลังแอบอ้างเป็นบุคลากรทางการแพทย์ หลอกจองฉีด 'ซิโนฟาร์ม'​

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ​​​แจ้งยอดสุข​ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์​ ​​กิตติประภัสร์​รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ยรรยง ​​เวชโอสถ ​ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ​ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ​​ประชุม ​ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการในการดำเนินการ : บก.สส.ภ.4, กก.สืบสวน ภ.จว.อุดรธานี​ ได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ดังนี้... 

นายรนกร พุทธรักษา อายุ 31 ปี ที่อยู่ 86/8 ม.10 ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี (ตามหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ. 131/64 ลงวันที่ 2 ก.ค.64 ) ​ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน​ ​“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่หน้าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

พฤติการณ์​ ​จากกรณีเมื่อ วันที่ 30 มิ.ย 2564 ได้มีผู้เสียหาย ชื่อ นส.เพิ่มพูน แซ่ก๊วย ที่อยู่ 316/52 ต.หมาแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้มาแจ้งความกับ พงส. สภ.เมืองอุดรธานี ว่า...

วันที่ 22 มิ.ย.64 ได้ถูกคนร้ายหลอกลวงอ้างว่าเป็นนายแพทย์ รพ.ศิริราช ชื่อ นายแพทย์ สิทธิโชค ทวีประดิษฐ์ผล มีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ยี่ห้อ 'ซิโนฟาร์ม'​ เหลือจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งได้สั่งชื้อจาก ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หากต้องการฉีดวัคซีนดังกล่าวให้ชำระเงินค่าวัคซีนรายละ 1,800 บาท (จำนวน 2 โดส) จนกระทั่งผู้เสียหายหลงเชื่อ ได้เข้าไปในไลน์กลุ่ม 'Vaccine Sinopharm'​ 

เมื่อผู้เสียหายได้เข้าไปอยู่ในไลน์กลุ่มดังกล่าวแล้ว คนร้ายยิ่งให้ความเชื่อมั่นว่าเป็นกลุ่มที่แท้จริง โดยให้ผู้แจ้งเข้ากลุ่มอีกหนึ่งกลุ่ม ชื่อว่า 'ระบบ ไอที วัคซีนทางเลือก'​ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสมาชิกเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้เสียหายหลงชื่อว่ามีอยู่จริง จึงได้ติดต่อและรวบรวมเงินจากบุคคลที่ผู้เสียหายรู้จัก ที่อยากมาร่วมฉีดวัคซีนได้จำนวน 20 คน รวมเป็นเงิน 36,000 บาท และได้โอนเงินเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 64 เข้าบัญชี ธ.กสิกรไทย เลขที่ 0331431532 ซึ่งปรากฏชื่อบัญชี นายวีระศักดิ์ สุขสำแดง

ต่อมาผู้เสียหายไปตรวจสอบรายชื่อในโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดอุดรธานีกลับไม่มีรายชื่อที่แจ้งไว้ จึงเชื่อว่าได้ถูกหลอกลวงแล้วและได้เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่สภ.เมืองอุดรธานี และต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ ทราบชื่อว่านายรนกร พุทธรักษา และนายวีระศักดิ์ สุขสำแดง ตามหมายจับที่ 131/64 และ 130/64 เมื่อวันที่  2 ก.ค.64 ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันหลอกผู้เสียหายรวมทั้งสิ้นไปแล้วกว่า 200 ราย และมีมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 360,000 บาท 

ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนว่า ให้รอฟังติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะไม่ให้โดนหลอกคล้ายกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ และจากการตรวจสอบความเสียหายได้พบว่า ยังมีความเสียหายอีกในหลายพื้นที่อาทิเช่น สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น, สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี, สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ,​ สน.เตาปูน,​สภ.สมเด็จเจ้าพระยา และ ยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนหลายร้อยรายที่ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี ทั้งนี้หากมีผู้เสียหายท่านใดที่หลงเชื่อไปแล้ว ขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจที่มีการโอนเงิน เนื่องจากเป็นการกระทำผิดหลายท้องที่

'รอง ผบ.ตร.'​ และ 'ผบช.สตม.'​ ร่วมต้อนรับคณะนายกฯ ร่วมพิธีเปิด Phuket Sandbox - ตม.ทอ.ภูเก็ต ตรวจผู้โดยสารวันแรก...ราบรื่น!!

สืบเนื่องจากวันที่ 1 ก.ค.64 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการฯ และให้การต้อนรับผู้โดยสารในโครงการ Phuket Sandbox โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.​ (มค), พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. ร่วมพิธีและให้การต้อนรับคณะฯ

เหตุที่รัฐบาลเลือกนำร่องโครงการ Sandbox ที่จังหวัดภูเก็ตนั้น เนื่องจากเป็นพื้นที่เล็ก สามารถจัดระบบควบคุมดูแลได้ง่าย นอกจากนั้น เศรษฐกิจร้อยละ 90 ของประเทศไทยมาจากการท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อมต่อไปยังภาคส่วนอื่น ๆ เช่น การผลิต ภาคการเกษตรโดยรวมของประเทศ หากสำเร็จก็สามารถขยายทำ Sandbox ต่อไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ของประเทศได้

โดยการตรวจเที่ยวบิน ณ ด่าน ตม.ทอ.ภูเก็ต ในโครงการ Phuket Sandbox เมื่อวันที่ 1 ก.ค.64 เป็นไปด้วยความราบรื่น มีเที่ยวบินขาเข้าทั้งหมด 5 เที่ยวบิน ผู้โดยสารรวม 339 คน

  -​ ALQ 24 คน
  - Sandbox 315 คน

ทางด้าน พล.ต.ต.อาชยน​ ไกรทอง รอง ผบช.สตม.ในฐานะโฆษก สตม. เเละ พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะ รองโฆษก สตม.ร่วมกันเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทาง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่มี ตม.จว.อยู่ทุกจังหวัด คอยช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งในด้านการบริการและความมั่นคงของประเทศไทยแบบผสมผสานควบคู่กันไปให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และก่อเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยสูงสุด 

โดยตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพร้อมทำงานให้กับประเทศไทยและประชาชนอย่างเต็มที่​ ตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุด ผบ.ตร. ทั้งนี้หากประชาชนสนใจต้องการรู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ ตม. สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.immigration.go.th. ได้ทันที

'เตือนภัย'​ ระวังโดนแอปพลิเคชันเงินกู้เรียกดอกเบี้ยสุดโหด แถมขู่ฆ่าหรือหลอกให้ถ่ายคลิปเปลือยแลกหนี้

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาด้านการเงิน โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 อาจคิดใช้บริการแอปพลิเคชันเงินกู้ ที่พยายามเข้าถึงประชาชนในหลายช่องทาง ทั้งการส่งข้อความสั้น (SMS) พร้อมลิงก์ เพื่อชักชวนผ่านเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ในหลายแพลตฟอร์ม โดยอ้างว่าไม่ต้องมีคนค้ำประกัน กู้ง่าย ได้ไว ไม่เช็คเครดิตบูโร ไม่ต้องมีเอกสาร รับเงินสดทันที

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยากจะเตือนพี่น้องประชาชนถึงภัยที่มากับแอปพลิเคชันเงินกู้เหล่านี้ โดยที่ปรากฎชัดเจนจะมีอยู่ 3 ลักษณะ ได้แก่... 

1. การขูดรีดดอกเบี้ยที่มากเกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยจะหักเงินจากวงเงินที่ขอกู้ทันที เช่น หากตกลงกู้ 6,000 บาท จะโอนมาให้ผู้ขอกู้เพียง 3,600 บาท โดยอ้างว่าเงินที่หัก 2,400 บาท คือดอกเบี้ยต้องหักเงินทันที เมื่อผู้กู้เห็นว่าถูกเรียกดอกเบี้ยมากเกินไป จะขอยกเลิกการกู้เงิน ทางแอปพลิเคชันกู้เงินจะไม่ยอม อีกทั้งยังบอกให้ผู้กู้ใข้เงินต้นคืนให้ได้ภายใน 5 วัน 

2. หากผู้กู้ผิดสัญญาไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าเงินกู้ทันตามเวลาที่กำหนด จะมีการโทรข่มขู่ ผู้กู้ หรือ โทรไปทวงถามกับเพื่อนของผู้กู้ในลักษณะประจาน หรืออ้างว่าเพื่อนของผู้กู้ไปค้ำประกันเงินกู้ให้ผู้กู้ ทั้งๆ ที่เพื่อนผู้กู้ไม่ทราบเรื่องราวแต่อย่างใด แต่เหตุที่แอปพลิเคชันสามารถทราบหมายเลขโทรศัพท์ของเพื่อนผู้กู้ได้เป็นเพราะ เมื่อผู้กู้สมัครกู้เงินผ่านแอปพลิเคชัน

โดยแอปพลิเคชันเงินกู้จะสามารถเข้าถึงรายการบัญชีผู้ติดต่อ (Contact) ในโทรศัพท์ของผู้กู้ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่แอปพลิเคชันเงินกู้จะสุ่มโทรศัพท์หรือส่งข้อความสั้นทวงเงินในลักษณะประจานไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของเพื่อนผู้กู้

3. มีการโทรศัพท์ขู่ฆ่าผู้กู้ หรือ มีบางรายหลอกให้ผู้กู้ที่เป็นผู้หญิงเปลื้องผ้าผ่านกล้องโทรศัพท์เพื่อแลกกับการยกหนี้ให้ ซึ่งนอกจากเสี่ยงถูกเอาไปส่งต่อในโลกออนไลน์แล้วอาจจะถูกนำไปแบล็คเมล์ภายหลังได้ 

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชน ว่าควรหลีกเลี่ยงการกู้เงินผ่านแอปพลิเคชันเงินกู้ เพื่อที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อการถูกเอารัดเอาเปรียบขูดรีดดอกเบี้ย หรือถูกทวงหนี้ในลักษณะประจาน ตลอดจนการหลอกลวงให้ถ่ายคลิปอนาจารเพื่อต่อรองกับการยกหนี้ด้วย ซึ่งการปราบปรามแอปพลิเคชันเงินกู้ผิดกฎหมายดังกล่าว​ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มิได้นิ่งนอนใจ สั่งเข้มงวด รวมทั้งออกมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง เนื่องจากกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่แล้วในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 

อย่างไรก็ตาม การป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ ให้กับประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ (ศปน.ตร.) ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่หลงไปเป็นเหยื่อ และเพื่อช่วยทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้มีอิทธิพล ผู้ปล่อยเงินกู้ที่มีลักษณะเรียกอัตราดอกเบี้ยเกิดกฎหมายกำหนด รวมถึงการทวงหนี้ในลักษณะที่เป็นการผิดกฎหมาย 

หากมีข้อมูลเบาะแสสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้น 3 อาคาร 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กรุงเทพฯ หรือโทรศัพท์สายด่วน 1599 หรือแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

'สำนักงานตำรวจแห่งชาติ'​ ร่วม 'คณะกรรมการอาหารและยา'​ ทลายแหล่งยาลดความอ้วน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กว่า 50,000 แคปซูล

ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 556/2563ลง 29 ตุลาคม 2563 แต่งตั้งชุดคณะทำงานปราบปรามผลิตภัณฑ์และการบริการ ด้านสุขภาพที่ผิดกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมอบหมายให้ พลตำรวจโท เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อดำเนินการปราบปรามการ การกระทำผิดกฎหมายด้านผลิตภัณฑ์ การโฆษณา และการบริการสุขภาพอย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง ในทุกพื้นที่ เพื่อขจัดปัญหาที่เป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้​ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจโท เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ/หัวหน้าคณะทำงาน พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค/เลขานุการ,​ พันตำรวจเอก ทรงโปรด สิริสุขะ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3/หัวหน้าส่วนปฏิบัติการฯ,​ พันตำรวจเอก ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ รองผู้บังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา​ กระทรวงสาธารณสุขได้รับเรื่องร้องเรียนการขายยาลดน้ำหนัก ทางสื่อสังคมออนไลน์ 

โดยผู้ร้องเรียนแจ้งว่ายาลดน้ำหนักขายกันเกลื่อน การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากมีผู้บริโภคเข้ามาร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค จึงสั่งการให้ พันตำรวจโท เอกรัตน์ ทัศเจริญ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี /รองหัวหน้าส่วนปฏิบัติการฯ พันตำรวจตรีอนันต์ บัวแก้ว สารวัตร กองกำกับการ1กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกียวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ร้อยตำรวจณฐนน อิ่มกลาง รองสารวัตรกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และร้อยตำรวจเอก วรัณธรณ์ ภิราษร รองสารวัตรกองกำกับการ กองบังคับการ 1​ ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมเจ้าหน้าที่ ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติหมายค้นจากศาล 

จนเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นำโดย นางสาวปาวีณา ศิริดำรงค์ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ และนายเสริมรัฐ ไชยคุณ เภสัชกรชำนาญการ ได้ร่วมกันนำหมายค้นจากศาลจังหวัดชลบุรี ที่ ค.132/2564 ลง 1 กรกฎาคม 2564 เพื่อทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 50/2 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเก่า อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี พบ นางสาวเอ (นามสมมุติ เป็นผู้พักอาศัยบ้านหลังดังกล่าวและเป็นผู้นำตรวจค้น

ผลการตรวจค้น ตรวจยึด... 
1.​ ยาแผนปัจจุบันเป็นจำนวนกว่า 50,000 แคปซูล
2.​ วิตามิน B จำนวนกว่า 1,000 แคปซูล
3.​ ยาชุด สำหรับลดความอ้วน จำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องตัน สงสัยว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2510 มาตรา 12 ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 101 จำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท และ ขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา อันเป็นความผิดตาม มาตรา 32(4) ฝ่าฝืนโทษตาม มาตรา 122 จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากความห่วงใยมายังผู้บริโภค อย่าหลงเชื่อผู้โฆษณาการขายยาลดน้ำหนักผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อาจจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ซึ่งตามหลักกฎหมายแล้ว ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นการขายยานอกสถานที่ ที่ได้รับอนุญาต ยกเว้น ยาสามัญประจำบ้านที่สามารถขายได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต จึงขอประชาสัมพันธ์ และ ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน​ หากพบเห็นหรือมีเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้ง ข้อมูลหรือเบาะแสได้ทางสายด่วน 1135, ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ บก.ปคบ., เพจเฟซบุ๊ก​ 'กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค'​ และ​ www.cppd.go.th หรือ สแกน QR CODE

'Ericsson' บริษัทเทเลคอมยักษ์ใหญ่จากสวีเดน คว้าดีลเซ็นสัญญาการพัฒนาระบบ 5G ในประเทศมาเลเซียได้สำเร็จ

มาเลเซียเคาะเรียบร้อยสำหรับสัญญาการพัฒนาระบบ 5G ทั่วประเทศ และผู้ที่มาเซ็นดีลมูลค่ากว่า 2.65 พันล้านเหรียญกลับไม่ใช่อดีตเต็ง 1 อย่าง Huawei แต่เป็น Ericsson บริษัทเทเลคอมยักษ์ใหญ่จากสวีเดน ที่จะรับผิดชอบการวางระบบ 5G แบบ end-to-end ครบวงจร ตั้งแต่ การวางระบบพื้นฐาน ติดตั้งเสาสัญญาณ วางเครือข่ายไฟเบอร์ และระบบบริหารจัดการธุรกิจทั้งหมด เพื่อสนับสนุนบริษัทเทเลคอมในประเทศนานถึง 10 ปี

Digital Nasional Berhad (DNB) หน่วยงานผู้ดูแลสัญญา 5G ของรัฐบาลมาเลเซีย ได้อธิบายถึงภาพรวมโครงการ 5G ร่วมกับ Ericsson และเป้าหมายที่จะเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีการเชื่อมโยงสื่อสารในมาเลเซียด้วยระบบใหม่นี้ แบ่งเป็น 2 ระดับ

ระดับแรก การพัฒนาระบบ 5G จะทำให้เกิดการยกระดับความรู้ในระบบนิเวศน์การสื่อสารที่ได้จากเทคโนโลยีของ Ericsson สู่ผู้ประกอบการด้านเทเลคอมในประเทศ ที่สามารถต่อยอด สร้างมูลค่าใหม่ ๆ ในภาคธุรกิจได้อย่างมากมายมหาศาล

ระดับที่สอง คือ พัฒนาศักยภาพในการครอบคลุมพื้นที่การใช้งานทั่วประเทศได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น และตั้งเป้าว่า ในพื้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ไซเบอร์จายา และ ปูตราจายา จะสามารถใช้ระบบ 5G ได้ภายในไม่เกินสิ้นปี 2021 นี้ และชาวมาเลเซียในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศกว่า 80% จะสามารถเข้าถึงระบบดิจิตอล 5G ได้ภายในปี 2024

การปาดเข้าวินของ Ericsson นับเป็นข่าวใหญ่ในแวดวง 5G ในย่านอาเซียน เนื่องจากก่อนหน้านี้ มาเลเซียเคยมีข่าวว่าจะให้สัมปทานวางระบบ 5G แก่ Huawei มาตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี มหาธีร์ มูฮัมหมัด และได้เซ็นสัญญากับบริษัท Maxis ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของมาเลเซียมาแล้ว

แต่จากกระแสกดดันอย่างหนักจากสหรัฐอเมริกา ที่ไม่ไว้ใจระบบ 5G ในประเด็นด้านความมั่นคง และการจารกรรมข้อมูล ที่ทำให้หลายชาติจำเป็นต้องรื้อสัญญาวางระบบของ Huawei ใหม่รวมถึงสิงคโปร์ ที่เปลี่ยนใจไปเซ็นสัญญาพัฒนาระบบ 5G กับบริษัท Nokia และ Ericsson ไปแล้วเช่นกัน เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2020 ที่ผ่านมานี้เอง คาดว่าจะสามารถเริ่มใช้ระบบ 5G ได้ถึง 50% ของเครือข่ายที่ใช้ในสิงคโปร์ทั้งหมดภายในปี 2022

ส่วนการพัฒนาระบบ 5G ในประเทศไทยก็ไม่ได้ช้ากว่าประเทศในย่านอาเซียนอื่น ๆ ที่ตอนนี้มีบริษัท Nokia เข้ามาวางระบบเครือข่าย 5G สำหรับองค์กร และมีสัญญาการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งของ Ericsson และ Huawei ที่คาดว่าตลาดเครือข่าย 5G ในไทย น่าจะมีการแข่งขันสูง และน่าจับตามองมากเช่นกัน

 

 

อ้างอิง

https://www.thestar.com.my/business/business-news/2021/07/01/malaysia-picks-ericsson-for-rm11bil-project-to-deploy-5g-nationwide

http://focusmalaysia.my/singapore-telcos-pick-nokia-ericsson-over-huawei-to-build-main-5g-networks/

https://soyacincau.com/2020/06/25/singapore-5g-singtel-starhub-m1-pick-nokia-ericsson-tpg-huawei/

https://www.bangkokpost.com/tech/1987367/nokia-builds-on-5g-for-enterprise-use


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top