Wednesday, 10 June 2026
Hard News Team

สรรพากรแจง วัคซีนทางเลือก ประชาชน ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ชี้แจงกรณีมีข่าวว่าประชาชน ต้องแบกรับภาษีมูลค่าเพิ่ม จากการที่จะต้องถูกโรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ว่า อาจเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดกับสาธารณชน กฎหมายกำหนดไว้ ตามมาตรา 81 (1)(ญ) แห่งประมวลรัษฎากร การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 

ดังนั้นโรงพยาบาลเอกชน จึงได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม โรงพยาบาลเอกชน จึงไม่สามารถเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากวัคซีนทางเลือก ที่ให้บริการแก่ประชาชนได้ สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อมีภาษีซื้อที่เกิดจากต้นทุนการซื้อ สามารถนำมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามปกติ ซึ่งกรมสรรพากร จะรีบดำเนินการคืนให้โดยรวดเร็ว 

สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลของโรงพยาบาลเอกชน หากโรงพยาบาลเอกชนมีกำไรจากการประกอบการ ก็เป็นหน้าที่ปกติของผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนที่จะต้องเสียภาษีเงินได้จากกำไรเช่นเดียวกับผู้ประกอบการอื่น ๆ

รมว.เฮ้ง นำทีมเช็คความพร้อมสนามไทย - ญี่ปุ่น ดินแดงตรวจโควิดเชิงรุกผู้ประกันตนและประชาชนทั่วไป เริ่ม 12 ก.ค.64

ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย - ญี่ปุ่น) เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของสถานที่เพื่อสำหรับเปิดบริการตรวจโควิด-19 เชิงรุก ตามโครงการแรงงาน...เราสู้ด้วยกัน สำหรับผู้ประกันตนและประชาชนทั่วไป ในวันจันทร์ที่ 12 ก.ค.64 โดยมี นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย 

นายสุชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ครั้งนี้ ซึ่งมีผู้สัมผัสใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยงจำเป็นจะต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อเป็นจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้หลายโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนเกิดความแออัด ต้องรอคิวนาน และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตนและประชาชนทั่วไป
ให้ได้รับการตรวจอย่างรวดเร็ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลโดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการให้กระทรวงแรงงาน โดย สปส. บูรณาการร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย (มท.) โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการตรวจโควิด-19 เชิงรุก ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 , 39 และมาตรา 40  และประชาชนทั่วไป ภายใต้ โครงการ“แรงงาน…เราสู้ด้วยกัน” ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 

สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนออนไลน์เพื่อจองคิวตรวจของผู้ประกันตนและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าเว็บไซต์กูเกิ้ล แล้วพิมพ์คำว่า “แรงงานเราสู้ด้วยกัน” หรือคลิกที่ลิงค์นี้  https://sso.icntracking.com/icntracking/self_register.php กรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือเลขพาสปอร์ต กรอกข้อมูลประเมินความเสี่ยงตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซึ่งเป็นบุคคลที่มีกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการป่วย ผู้ประกันตนจะต้องพกบัตรประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจ หากรายใดลงทะเบียนแล้วไม่มาตรวจตามนัดจะต้องลงทะเบียนใหม่ เมื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด -19 เรียบร้อยแล้วสามารถกลับบ้านได้ทันที ทางโรงพยาบาลจะแจ้งผลการตรวจคัดกรองโควิด 19 ผ่าน 3 ช่องทาง คือ QR Code ทาง SMS และทางโทรศัพท์ แต่ในกรณีที่ผู้ประกันตนที่ยังไม่ได้รับผลการตรวจคัดกรอง อาจเนื่องจากกรอกหมายเลขโทรศัพท์ไม่ถูกต้อง สามารถโทรสอบถาม 1506 กด 6 การลงทะเบียนออนไลน์เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.64) เป็นต้นไป โดยแต่ละวันสามารถตรวจได้วันละ 2,000 คน แบ่งเป็นช่วงเช้า 1,000 คน ช่วงบ่าย 1,000 คน ซึ่งหากตรวจแล้วพบเชื้อแต่ไม่มีอาการจะถูกส่งเข้ารักษาตัวใน Hospitel ส่วนผู้ที่มีอาการจะถูกส่งไปรักษายังโรงพยาบาลในเครือประกันสังคม ซึ่งจะมีทีมแพทย์และพยาบาลดูแล ส่วนค่ารักษาพยาบาลผู้ประกันตนจะเบิกกับสำนักงานประกันสังคม และประชาชนทั่วไปจะเบิกกับ สปสช. ทั้งนี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนให้คำปรึกษาผู้ประกันตนและประชาชนทั่วไปตรวจโควิด-19 เชิงรุก โทร.1506 กด 6

“ชัยวุฒิ” เผย ตรวจโควิด-19 ซ้ำ ผลเป็นลบ เชื่อใส่แมสก์-ฉีดวัคซีนช่วยป้องโควิดได้

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า เมื่อได้รับแจ้งว่าเป็น
กลุ่มเสี่ยง เนื่องจากนั่งใกล้ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 บนเที่ยวบินที่เดินทางไป จ.ภูเก็ต เมื่อ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อผลออกมาเป็นลบ และเมื่อครบกำหนดกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ ได้ตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้ง ผลปรากฎว่าเป็นลบ ไม่ติดเชื้อ แสดงให้เห็นว่าการป้องกันตามมาตรการสาธารณสุข ทั้งสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ มีความจำเป็นและสำคัญต่อการป้องกันติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะเวลานี้มีมาตรการเข้มข้นในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพื่อจำกัดการระบาด และให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติในเร็ววัน 

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในด้านเศรษฐกิจควบคู่มาตรการด้านสุขภาพ โดยโครงการภูเก็ตแซนบ็อก มีมาตรการดูแล เฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ หากพบมีนักท่องเที่ยวติดเชื้อ หน่วยงานสาธารณสุข จะมีระบบดูแลติดตามที่สามารถจำกัดวงการแพร่ระบาดได้ ขณะที่ทางดีอีเอส มีระบบติดตามตัวนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายัง จ.ภูเก็ต ซึ่งตนเชื่อมั่นโครงการดังกล่าวจะสำเร็จ โดยดูจากยอดการจ้องที่พักและมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และหากโมเดลนี้เป็นไปตามเป้าหมาย จะขยายการรับนักท่องเที่ยวตามในพื้นที่อื่นต่อไป

“อิสระ” จี้ “ตรีนุช” ไขก๊อก รมว.ศึกษาฯ ถ้ายังอมพะนำ ไม่ใช้อำนาจสั่งลด-คืนค่าเทอม ช่วยผู้ปกครองช่วงโควิด

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ออกมาแถลงให้โรงเรียนปรับแผนการสอน ลดการบ้าน ลดภาระนักเรียน ว่า เรื่องแบบนี้ไม่ต้องให้คนระดับรัฐมนตรีมาสั่งการ ครูเเทบทั้งประเทศเขาก็คิดเป็น จัดลำดับความสำคัญได้ ไม่มีใครอยากสร้างความเครียดให้เด็กเกินจำเป็น แต่ปัญหาวันนี้ที่ต้องแก้ไข คือ ผู้ปกครองเรียกร้องการสั่งลดหย่อนค่าเทอมในยุคโควิด-19 อย่างเป็นรูปธรรม แต่ถามว่ารมว.ศึกษาธิการ อยู่ที่ไหน จะทำหูทวนลมก้มหน้าก้มตาขอความร่วมมือโรงเรียนเอกชน โดยไม่ยอมสั่งชัดๆให้คืน หรือลดค่าเทอม ตามมาตรา 33 และมาตรา 34 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงเรียนเอกชน ตามอำนาจที่มี ท่านอมพะนำอะไรอยู่ถึงไม่สั่ง จะรอให้เด็กถูกเตะออกจากโรงเรียนเพราะค้างค่าเทอม ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมอีกเท่าไหร่ บางโรงเรียนกดดันผู้ปกครองไม่ออกผลการเรียนให้ แถมขู่ว่าถ้าไม่จ่ายค่าเทอมก็ไม่ออกเกรดให้ นี่คือโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่โลกคู่ขนานที่ท่านอยู่ ไม่เอาอีกเเล้วสำหรับการมาชี้เเจงสภาฯแล้วตอบเเบบขอไปที ถึงเวลาจัดลำดับความสำคัญให้ถูกได้เเล้ว 
      
"เหมือนท่านยังดื้อดึง เห็นวันก่อนให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ พิธีกรถามท่านถึง 3 ครั้งว่า ท่านไม่มีอำนาจหรือที่จะสั่ง ท่านอ้ำอึ้งบอกแต่ว่าทำได้แค่ขอความร่วมมือ สุดท้ายก็ตอบว่าไม่มีอำนาจ ถ้ามีอำนาจแล้วไม่อยากใช้ก็ลาออกเลย  ผู้ปกครองเขาไม่ได้อยากได้เงินเดือน 3 เดือนของรัฐมนตรี ที่จะสละในช่วงโควิด เขาอยากให้ใช้อำนาจที่มี สั่งคืนหรือลดค่าเทอมให้ชัดเจนโดยด่วน" นายอิสระ กล่าว 

“จุรินทร์” ย้ำ สั่งการพาณิชย์ดูแลประชาชนช่วงล็อกดาวน์ ควบคุมราคาสินค้าไม่ให้ขาดตลาด แจ้งสายด่วน 1569 ไม่เว้นวันหยุดราชการ ลั่นฝ่าฝืนเอาผิด โทษสูงสุดคุก 7 ปี พร้อมประสาน จัดเครื่องมือแพทย์ให้ รพ.สนามอุบลราชธานี 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ย้ำถึงมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงล็อกดาวน์ 14 วันว่า ได้ประสานงานกับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ทั้งในส่วนของห้างสรรพสินค้า จุดกระจายสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เกต ให้เก็บสินค้า เพื่อพร้อมเข้าไปเติมเต็มในชั้นวาง โดยเฉพาะซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ หรือจุดที่ประชาชนสามารถเดินทางมาซื้อสินค้าได้สะดวก นอกจากรถโมบายพาณิชย์ ที่จะตระเวนไปขายสินค้าในชุมชน โดยล่าสุด ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่พบปัญหาสินค้าหมดจากชั้นวาง แต่มีบางจุด ในระยะเวลาสั้นๆ ที่ขาดการเติมสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้ ได้สั่งการแล้วว่า หากประชาชนพบจุดใด ที่ขาดแคลนสินค้า อุปโภคบริโภคที่ ศบค. อนุญาตให้จำหน่ายได้ สามารถร้องเรียนได้ที่สาย 1569 โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการถึงเวลา 22:00 น. ถ้าหลังจาก 22:00 น. ไปแล้ว จะเป็นระบบบันทึกเสียง หรือแจ้งได้ที่พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ที่ตัดเจ้าหน้าที่ รับเรื่องร้องเรียนโดยไม่มีวันหยุดราชการเช่นกัน 

ทั้งนี้ หากตรวจพบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีไม่ติดป้ายแสดงราคาจะมีโทษ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท กรณีที่มีการฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร กักตุนสินค้าหรือปฏิเสธการจำหน่าย ต้องโทษจำคุก 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ ที่มีความต้องการมากในขณะนี้ ยืนยันว่ายังไม่พบปัญหาและมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ โดยประชาชนมีทางเลือกมากขึ้นกว่าช่วงที่มีการระบาดโควิดละรอกแรกที่มีปัญหาเรื่องการผลิตหน้ากากอนามัย แต่ปัจจุบันสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทำให้มีหน้ากากอนามัยเพียงพอ

ขณะเดียวกัน นายจรินทร์ กล่าวถึงการตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามจังหวัดอุบลราชธานี ว่าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถรับ ผู้ป่วยได้ตลอดเวลา โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้มีผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลสนามแล้ว 129 ราย และสามารถรองรับได้ถึง 1200 เตียง โดยยังสามารถรับผู้ป่วยได้อีกจำนวนมาก แต่ยังมีปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งตนเองได้รับเรื่องจะไปประสานกับกระทรวงสาธารณสุข ตามที่โรงพยาบาลสนามร้องขอมา

“นายกฯ”จ่อถกคณะทำงาน 12 ก.ค.นี้ เยียวยาปชช-ผู้ประกอบการ หลังศบค.เคอร์ฟิว-ล็อกดาวน์กิจกรรม กิจการเสี่ยง 10 จว.

รายงานข่าวจากทำเนียบฯแจ้งว่า สืบเนื่องจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) หรือศบค. ออกคำสั่ง ที่9/2564 ประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เฝ้าระวังสูง และออกข้อกำหนด ฉบับที่27 ห้ามประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ออกนอกเคหะสถาน ในเวลา 21.00 -04.00 น. พร้อมกำหนดการปิด-เปิดกิจการ กิจกรรมต่างๆอย่างน้อย 14 วัน ให้มีผลบังคับใช้วันที่ 12 ก.ค.นี้ 

รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.เตรียมเรียกประชุมร่วมกับทีมเศรษฐกิจ วันที่12 ก.ค.เวลา 15.30 น.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ มีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกศบศ.เป็นต้น เพื่อหารือถึงแนวทางการเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าว และจะพิจารณารูปแบบของการช่วยเหลือจะออกมาในลักษณะใด

โฆษกพท. ซัดผู้นำประเทศทำเด็กไทยติดกับดักทางการศึกษา หวั่นนักเรียน.ม.ปลาย 84% หลุดระบบการศึกษา หลังขาดอุปกรณ์เรียนออนไลน์

ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณด้านการศึกษา ในคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 65 กล่าวถึงมาตรการป้องกันโควิด – 19 ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนหลายแห่ง ที่ต้องจัดการเรียน การสอนออนไลน์ 100% ตอกย้ำความเดือดร้อนของผู้ปกครองที่บางคนตกงาน ไม่มีรายได้ กระทบกับบุตรหลานที่เป็นนักเรียนไม่มีอุปกรณ์ใช้เรียนออนไลน์

จากการสำรวจพบว่าอาจทำให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 84% มีโอกาสหลุดจากระบบการศึกษาเนื่องจากขาดแคลนอุปกรณ์ ถือเป็นความผิดพลาดของการบริหารที่ล้มเหลว จึงอยากให้กระทรวงศึกษาธิการ และรัฐบาลนำเงินจากพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ในส่วนที่ใช้ในการฟื้นฟูการลงทุนมาสนับสนุนให้การเรียนออนไลน์เกิดขึ้นได้จริง โดยให้บริษัทเอกชนวางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง จัดซื้อหรือเช่าคอมพิวเตอร์ให้เด็กยากจนที่สนใจเข้าร่วม โดยรัฐอาจเพิ่มเงินลงทุนให้เอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)  ต้องขยายเวลาปลอดดอกเบี้ยอีกเป็น 4 ปี และตั้งกองทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือนักเรียนและผู้ปกครอง เพราะเด็กไทยวันนี้กำลังติดกับดักของผู้นำที่ฉุดรั้งความเจริญของประเทศ 

ศบค.มท. สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ถือปฏิบัติตามข้อกำหนดฯ และคำสั่งฯ ฉบับล่าสุดโดยเคร่งครัด พร้อมสร้างการรับรู้หน่วยงานทุกภาคส่วนและประชาชนในพื้นที่ ร่วมมือ ร่วมใจกันปฏิบัติตามมาตรการฯ เพื่อฝ่าวิกฤติโควิด-19 นี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ด้วยนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค. 64 และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ 9/2564 ลงวันที่ 10 ก.ค. 64 กำหนดเขตพื้นที่สถานการณ์เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 24 จังหวัด พื้นที่ควบคุม 25 จังหวัด และพื้นที่เฝ้าระวังสูง 18 จังหวัด โดยมีผลตั้งวันพรุ่งนี้ (12 ก.ค.64) เป็นต้นไป

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมานคร รับทราบและถือปฏิบัติตามข้อกำหนดฯ และคำสั่งฯ ดังกล่าว โดยเคร่งครัด พร้อมสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบการ พนักงาน ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ให้รับทราบถึงเจตนารมณ์ของมาตรการตามข้อกำหนดดังกล่าวในการมุ่งจำกัดการเคลื่อนย้าย ลดการรวมกลุ่มของบุคคล และเร่งรัดมาตรการด้านการป้องกันและการควบคุมโรค การรักษาพยาบาล และการฉีดวัคซีนเพื่อลดความรุนแรงของโรค และในขณะเดียวกันก็ยังคงมาตรการเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจพื้นฐานยังคงดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ “จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน” เพื่อให้ฝ่าวิกฤตินี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน

นอกจากนี้ ให้นำมาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ข้อห้าม และข้อปฏิบัติตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 24) ลงวันที่ 19 มิ.ย.64 และข้อกำหนด (ฉบับที่ 25) ลงวันที่ 26 มิ.ย. 64 ใช้บังคับกับพื้นที่สถานการณ์เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดฯ ฉบับล่าสุด และได้เน้นย้ำให้กรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดปริมณฑล (นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร) หารือกับคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร/คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ประสานการปฏิบัติกับฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางระบบและกำกับติดตามให้เป็นไปตามมาตรการตามข้อกำหนดฯ ได้แก่ 1) ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา 21.00 - 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน นับแต่วันที่ข้อกำหนดฉบับนี้ใช้บังคับ กรณีบุคคลที่ได้รับการยกเว้นฯ ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรแสดงตนอย่างอื่น และเอกสารรับรองความจำเป็น เอกสารเกี่ยวกับสินค้า บริการการเดินทาง หรือหลักฐานอื่น ๆ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยกรณีบุคคลที่ได้รับการยกเว้นฯ ได้แก่ การสาธารณสุข การขนส่งสินค้าเพื่อประโยชน์ของประชาชน การขนส่งหรือขนย้ายประชาชน การให้บริการหรืออำนวยประโยชน์หรือความสะดวกแก่ประชาชน และการประกอบอาชีพที่จำเป็น ให้หน่วยงาน หรือบริษัท หรือสถานประกอบการต้นสังกัด แล้วแต่กรณี เป็นผู้ออกเอกสารรับรองความจำเป็นฯ สำหรับกรณีอื่น ๆ นอกเหนือจากบุคคลที่ได้รับการยกเว้น ให้ขอเอกสารรับรองความจำเป็นฯ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้อำนวยการเขต หัวหน้าสถานีตำรวจ หรือผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และในกรณีที่สมควรเพิ่มเติมข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถานเป็นการทั่วไปเพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอผ่านศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 (ศปก.ศบค.) เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาอนุญาต 2) ให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐดำเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งให้เต็มความสามารถที่จะทำได้

ส่วนการปฏิบัติงานที่ต้องให้บริการประชาชนโดยตรง สาธารณูปโภค การรักษาความปลอดภัย การรักษาความสงบเรียบร้อย หรืองานที่มีกำหนดเวลาปฏิบัติชัดเจนและได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้วและสามารถจัดมาตรการป้องกันโรคได้ ให้พิจารณาดำเนินการตามความจำเป็นและเหมาะสม สำหรับการปฏิบัติงานของภาคเอกชน ให้เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ หรือผู้รับผิดชอบในสถานประกอบการพิจารณาสนับสนุนปรับรูปแบบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และบุคลากรในสังกัดให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาด 3) มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วนสำหรับสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรม  ให้เปิดดำเนินการได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ตามข้อกำหนดฯ (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค. 64 โดยกรณีกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่พนักงานเจ้าหน้าที่ให้จัดกิจกรรมได้ หากประสงค์จะจัดกิจกรรมในช่วงระยะเวลานี้ ให้ผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการขออนุญาตต่อคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร/คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อตรวจสอบและทบทวนมาตรการป้องกันโรคในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับห้วงเวลาและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และให้พนักงานเจ้าหน้าที่กวดขันการมั่วสุมประชุมกันเพื่อเล่นการพนัน ดื่มสุรา เสพยาเสพติด หรือการกระทำผิดกฎหมายอื่นใดอย่างเคร่งครัดและให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่

4) ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด ในเส้นทางคมนาคมเข้า-ออกกรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงาน และคัดกรองการเดินทางของประชาชนทั่วไป 5) มาตรการป้องกันและรองรับผู้ติดเชื้อ ให้ประสานการดำเนินการร่วมกันระหว่างภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ท้องถิ่น และชุมชนในพื้นที่ สนับสนุนให้มีการใช้สมุนไพรหรือการแพทย์แผนไทยในการบำบัดหรือรักษา เพิ่มโอกาสการเข้าถึงระบบการตรวจหาเชื้อ เร่งรัดจัดตั้งสถานพยาบาลชั่วคราว โรงพยาบาลสนาม การวางระบบหรือจัดหาสถานที่เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์พักคอยรอการส่งตัว หรือระบบแยกกักเพื่อรองรับการให้ความช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ เพิ่มจำนวนจุดบริการตรวจคัดกรองและเร่งรัดการให้บริการตรวจคัดกรองและการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในพื้นที่การแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน 

 และในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหารือกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ประสานการปฏิบัติกับฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางระบบและกำกับติดตามให้เป็นไปตามมาตรการ 1) ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา 21.00 - 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน นับแต่วันที่ข้อกำหนดฉบับนี้ใช้บังคับ การปฏิบัติกรณีบุคคลที่ได้รับการยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถาน ดำเนินการตามแนวทางเดียวกันกับกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัดในเส้นทางคมนาคมเข้าออกจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงาน และคัดกรองการเดินทางของประชาชนทั่วไป

สำหรับในการเดินทางข้ามจังหวัดของประชาชนในพื้นที่อื่น ๆ ให้ทุกจังหวัดประสานการปฏิบัติกับฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างการรับรู้ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงหรือชะลอการเดินทางข้ามพื้นที่จังหวัดในช่วงระยะเวลานี้โดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อประโยชน์ส่วนรวม กรณีที่จำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตพื้นที่ อาจไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและอาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่าปกติ พร้อมเฝ้าระวัง คัดกรอง ผู้เดินทางจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด กรณีที่พบผู้เดินทางมาจากจังหวัดที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรค โดยการคุมไว้สังเกต แยกกัก หรือกักกันในพื้นที่ที่พำนักหรือสถานที่ที่ทางราชการกำหนด หรือตามหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติด้านสาธารณสุขที่กำหนด โดยต้องไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือการดำเนินงานเพื่อประโยชน์สาธารณะของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง และในด้านการจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม ให้ทุกจังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล) ถือปฏิบัติตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 24) ลงวันที่ 19 มิ.ย. 64 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จัดกิจกรรมและสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ และกรณีคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด มีมติให้ออกประกาศหรือคำสั่ง ให้ส่งประกาศหรือคำสั่งให้ ศบค.มท. ทราบโดยเร็ว เพื่อรายงานสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป รวมทั้งให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบประกาศหรือคำสั่งโดยทั่วกัน

“จุรินทร์” ปล่อยคาราวานรถ “โมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ศรีสะเกษ" ช่วยลดค่าครองชีพ พร้อมเตรียมปล่อย 300 คันใน 10 จังหวัดล็อกดาวน์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นางวรรณภรณ์ เกตุทัต ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นางสุมิตรา อติทรัพย์  ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 14 นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.จังหวัดอุบลราชธานี นายสำรวย เกษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายวิชัย ตั้งธรรมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และ นางฐิตารีย์ ไตรสรณปัญญา กับคณะ มาเปิดและปล่อยขบวนรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน  จังหวัดศรีสะเกษ ณ บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ โดยรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ เป็นประธาน 

นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เป็นโครงการเปิดตัวโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน เป็นโครงการที่จัดสินค้าราคาถูกใส่รถโมบายออกไปจำหน่ายในพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัดศรีสะเกษ ในอำเภอชุมชนเป็นเวลา 30 วัน โดยมีรถโมบายที่จังหวัดศรีสะเกษ 15 คัน สินค้าทั้งหมด 73 รายการ ลดราคาสูงสุด 60% สินค้าบริโภคและอุปโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น 1.ข้าวหอมมะลิถุงละ 5 กิโลกรัม 135 บาท กิโลกรัมละ 27 บาท 2.น้ำมันพืชขวดละ 1 ลิตร 42 บาท 3.ไข่ไก่เบอร์ 3 แผงละ 30 ฟองราคา 90 บาท 4.ปลากระป๋อง กระป๋องละ 10 บาท และ5.น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 20 บาทและ6.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองละ 5 บาท นอกจากนี้ยังมีน้ำยาล้างจานจากถุงละ 20 บาทเหลือ 8 บาทเป็นต้น และมีสินค้า GI หรือพืชเกษตรที่จดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีชื่อของจังหวัดศรีสะเกษ เช่น หอม กระเทียมศรีสะเกษสำหรับหอม GI ปกติขายกิโลกรัมละ 60 บาท เหลือกิโลกรัมละ 30 บาท กระเทียมเหลือกิโลกรัมละ 40 บาท

โดยจะตระเวนขายสินค้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปประมาณ 30 วัน คาดว่าจะลดค่าของชีพในช่วงประสบภัยโควิดให้ชาวศรีสะเกษได้ส่วนหนึ่ง และกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการโครงการโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ทุกจังหวัดในแบบเดียวกันนี้ โดยเฉพาะ 10 จังหวัดล็อกดาวน์นั้นจะมีผลในวันพรุ่งนี้เลย ทันทีที่ทราบมติ ศบค.ทางเรามีโครงการกรณีพิเศษที่จะเพิ่มจำนวนรถใน 10 จังหวัดล็อกดาวน์ คือ 6 จังหวัดในกรุงเทพและปริมณฑล 4 จังหวัดภายแดนชายแดนใต้ รวมทั้งหมด 300 คัน และทันทีที่ทราบว่าจะมีมติ ศบค. ตนได้สั่งการตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมารวมทั้งในการประสานงานและประชุมร่วมกันกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้าที่จำเป็นต่อการบริโภคอุปโภคและชีวิตประจำวันรวมทั้งห้างสรรพสินค้ากับจุดกระจายสินค้าซุปเปอร์มาร์เก็ต และท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานว่ายังไม่มีปัญหาที่สินค้าหมดจากชั้นวาง 

"และได้สั่งการหากพี่น้องพบการขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค ให้ร้องเรียนมาที่สายด่วน 1569 จะมีเจ้าหน้าที่ประจำการทุกวัน ไม่มีวันหยุด ยกเว้นในช่วงเวลากลางคืนจะบันทึกไว้ และพาณิชย์จังหวัดจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ด้วย ช่วยดูแลราคาสินค้าไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน หากพบหลักฐานว่าร้านค้าใดจำหน่ายสินค้าราคาแพงเกินสมควร ก็จะดำเนินคดีตามมาตรา 29 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย มีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท " นายจุรินทร์ กล่าว 

กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า โมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชนจะมีหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ติดรถจำหน่ายไปด้วย สามารถติดตามรถโมบาย ได้จาก QR Code และที่ LINE@ mobilepanich รวมถึงเว็บไซต์ https://โมบายพาณิชย์.com/ และรถจะกระจายตัวและไปจอดให้ตามที่ชุมชนเน้นให้ทั่วถึงประชาชน

รัฐบาลตั้ง 3 แนวทางแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน

 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่เรื้อรังมายาวนาน และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชน และยิ่งทำให้ปัญหานี้ท้าทายมากขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนแบบเบ็ดเสร็จ รัฐบาลจึงเดินหน้าใน 3 เรื่องสำคัญ ประกอบด้วย 1. การให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน 2.การกำกับดูแลเจ้าหนี้ให้ปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม และ 3.การปรับโครงสร้างหนี้และการไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สิน

ทั้งนี้ มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินในครั้งนี้จะมีผลช่วยลดภาระของประชาชน และทำให้ประชาชนมีเงินเหลือไว้ใช้สอยมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยอีกทางหนึ่ง โดยจะมีประชาชนกลุ่มต่างๆหลายล้านคนได้รับประโยชน์จากมาตรการแก้ปัญหาในครั้งนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยเห็นว่าระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย “การเป็นหนี้” ไม่มีทางที่จะยั่งยืน สุ่มเสี่ยงต่อปัญหาเสถียรภาพในระยะยาว ประชาชนที่มีหนี้มักจะมีความกังวลต่างๆมากมาย ไม่มีสมาธิ ทำให้ใช้ชีวิตได้ไม่เต็มศักยภาพ ซึ่งบั่นทอนศักยภาพของประเทศโดยรวม
 
สำหรับการผลักดันมาตรการแก้หนี้ ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดมาตราการระยะสั้นและระยะยาวในการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมาตรการระยะสั้นที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 6 เดือน อาทิ การลดภาระดอกเบี้ยของประชาชน การแก้ไขการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้และดอกเบี้ยในช่วงพักชำระหนี้ที่ไม่เป็นธรรม การทบทวนเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคลและสินเชื่อจำนำทะเบียน การปรับลดค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็นและที่เรียกเก็บอย่างไม่สมควร โดยเร่งรัดให้คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ประกาศกำหนดอัตราค่าทวงถามหนี้โดยเร็วที่สุด

ขณะที่ การกำกับดูแลธนาคารเฉพาะกิจ และสหกรณ์ออมทรัพย์ให้มีการบริหารความเสี่ยงการให้สินเชื่อที่เหมาะสม ลดการให้ลูกหนี้ซื้อประกันความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นและพิจารณายกเลิกการค้ำประกันด้วยบุคคล เน้นการไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สินเพื่อลดการดำเนินคดีกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เร่งไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้กับผู้กู้ที่คำพิพากษาถึงที่สุดแล้วกว่า 1.2 ล้านราย และกลุ่มที่ยังไม่ฟ้องอีก 1.1 ล้านราย และเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เพราะการที่ประชาชนรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้และต้องไปกู้นอกระบบเป็นหนึ่งในต้นเหตุของการเป็นหนี้ที่กติกาไม่เป็นธรรมและดอกเบี้ยสูงเกินเหตุ และแก้ปัญหาหนี้ครูด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top