Thursday, 11 June 2026
Hard News Team

“องอาจ” จี้นายกฯ ช่วยคนติดโควิดให้มีที่ไป อย่าให้ตายคาบ้าน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้นทุกวันในขณะนี้ว่า จากการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ของอดีต ส.ส. อดีต ส.ก. ตัวแทนพรรค สาขาพรรค พบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นหลักหมื่นกว่าคนและยอดผู้เสียชีวิตมากกว่าหลักร้อยคน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดมากๆ ทางเดินแคบๆ แทบจะเดินสวนกันไม่ได้ บ้านที่อยู่อาศัยซึ่งน่าจะเรียกว่าห้องพักอยู่กันมากกว่า 2-3 คน ขึ้นไป ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก หาเช้ากินค่ำ เมื่อมีผู้ติดเชื้อเกิดขึ้นทำให้ง่ายต่อการแพร่ระบาดออกไปมาก

สาเหตุสำคัญเกิดจากผู้ติดเชื้อในชุมชนแออัดไม่มีที่ไป ไม่มีใครให้คำแนะนำ จนกว่าจะหาคนมาช่วยเหลือได้ บางครั้งก็สายเกินไป ต้องเสียชีวิตก่อนที่จะได้รักษา 

จากการทำงานดูแลช่วยเหลือประชาชนของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วยประสบการณ์ที่สัมผัสกับเหตุการณ์จริงๆ ในแต่ละวันพบว่า เมื่อมีผู้ติดเชื้อไม่ว่าจะอยู่ในระดับสีเขียว สีเหลือง หรือสีแดงก็ตาม แล้วไม่มีที่รักษาตัว ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลในรายที่อาการหนัก หรือโรงพยาบาลสนามในรายที่อาการยังไม่หนักมาก คนเหล่านี้ก็จะรอการช่วยเหลืออยู่ที่บ้าน ทำให้เอาเชื้อโควิดมาติดกับสมาชิกในบ้าน และเนื่องจากคนในชุมชนแออัดต้องหาเช้ากินค่ำ จึงต้องออกไปทำงานรับจ้างต่างๆ ทำให้นำเชื้อไปแพร่ต่อให้คนอื่นๆ อีกจำนวนมาก 

ถึงแม้ภายหลังจะเริ่มมีการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) แต่คนในชุมชนแออัดเมื่อติดโควิดแล้ว ถึงแม้จะอยู่ระดับสีเขียว ก็ไม่สามารถแยกกักตัวในบ้านได้ เพราะสภาพบ้านที่อยู่คือห้องที่อยู่รวมกันหลายคน 

จากสภาพความจริงส่วนหนึ่งของการแพร่ระบาดที่เพิ่มมากขึ้นในชุมชนแออัดของกรุงเทพมหานครดังกล่าว จึงขอเรียกร้องนายกรัฐมนตรี ประธาน ศบค. เร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนดังนี้

1. เมื่อมีผู้ติดเชื้อในชุมชนแออัดต้องรีบนำออกไปดูแลรักษาตามความหนักเบาของอาการ จะใช้วิธีแยกกักตัวที่บ้านไม่ได้ เพราะในชุมชนแออัดจะอยู่รวมกันอย่างแออัดในห้องเดียวกัน ไม่ได้มี 2-3 ห้องเหมือนบ้านคนมีฐานะทั่วไปที่จะทำให้ใช้วิธีแยกกักตัวได้
2. รีบตรวจหาเชื้อสมาชิกในครอบครัวของผู้ติดเชื้ออย่างเร่งด่วน เพราะถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ถ้าติดเชื้อจะได้ดูแลรักษาต่อไป ถ้าไม่ติดเชื้อก็ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงควรให้กักตัวอยู่ในบ้าน 14 วัน
3. ภาครัฐควรจัดหาข้าวสาร อาหารแห้งมามอบให้ผู้กักตัวมีข้าวกิน เพราะถ้าไม่มีอะไรกิน ผู้กักตัวเหล่านี้ก็จะต้องออกไปดิ้นรนทำงานหาเลี้ยงชีพ เนื่องจากเป็นผู้หาเช้ากินค่ำ ทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อหรือรับเชื้อได้โดยง่าย

ขอให้นายกฯ หาทางแก้ไขตามข้อเสนอนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้จำนวนผู้ติดเชื้อในกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ 

เพราะถ้ายังปล่อยให้ผู้ติดเชื้อในชุมชนแออัดไม่มีที่ไป จะทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน จึงขอวิงวอนนายกฯ รีบบริหารจัดการให้แตกต่างจากที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เพื่อลดผู้ติดเชื้อให้ได้ในที่สุด

ทหารตำรวจ  พร้อมจัดกำลังเสริมการสนับสนุนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในระบบ รับมือสถานการณ์แพร่ระบาดที่ยังมีแนวโน้มรุนแรง

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึง กรณีการเตรียมสนับสนุนของ กระทรวงกลาโหม ในการรับมือกับการแก้ปัญหานำผู้ป่วยติดเชื้อตามบ้านและชุมชนที่มีมากขึ้นออกมารักษาในระบบ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อมากขึ้นว่า  

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้กำชับให้ทุกเหล่าทัพและตำรวจ เตรียมจัดกำลังและยานพาหนะเพิ่ม เสริมการทำงานร่วมกับ สธ.แล้ว  จากเดิม ที่ได้จัดตั้ง “ศูนย์สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อโควิด 19” ขึ้น โดยระดมยานพาหนะจากทุกเหล่าทัพและตำรวจกว่า 100 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข ควบคุมการปฏิบัติ โดย ศปม.  เข้าสนับสนุนการทำงานร่วมกับ กทม.โดย “ศูนย์เอราวัณ” และ สธ.โดย “สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ” เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่อาจตกค้างหรือมีเพิ่มตามบ้านและชุมชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เข้ารับการรักษาตามระบบ โดยที่ผ่านมา ตั้งแต่ 24 เม.ย.64 ถึงปัจจุบัน ศูนย์ดังกล่าวที่ กระทรวงกลาโหม จัดตั้งขึ้น ได้สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว รวมกว่า 15,000 ราย

โดยมีขั้นตอนการทำงานร่วมกัน เมื่อได้รับแจ้งจากผู้ป่วยติดเชื้อตามบ้านหรือในชุมชน ผ่านบริการสายด่วน หมายเลข 1668  1669 1330 ตลอด 24 ชม. หรือ หมายเลข 062 -442-7903 “ศูนย์สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อโควิด 19” ที่กองทัพจัดตั้งเสริมขึ้น  

โดยจะประสานทำงานร่วมกันในการประเมินอาการผู้ป่วยและเตรียมสถานพยาบาลปลายทางรองรับ หลังจากนั้นจะจัดเจ้าหน้าที่และยานพาหนะไปรับถึงบ้าน เพื่อนำพาผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในระบบ ตามอาการในสถานพยาบาลระดับต่างๆที่จัดขึ้น เช่น ผู้ป่วยสีเขียวในรพ.สนาม ผู้ป่วยสีเหลืองและแดงใน รพ.หลัก หรือ Hospitel เป็นต้น  ทั้งนี้ผู้ป่วยสีเขียวที่ติดเชื้อไม่แสดงอาการ สามารถขอรับการกักและรักษาตัวที่บ้าน ( Home Isolation ) หรือในสถานที่พักคอยของชุมชน (Community Isolation) ได้ ภายใต้มาตรการและการดูแลที่สาธารณสุขที่กำหนด 

จัดทีม CCRT เร่งตรวจคัดกรองเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน 

นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมทีมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก Comprehensive Covid-19 Response Team (CCRT) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุกในชุมชน โดยการตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit โดยมี นางป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย นายนันทพงศ์ แก้วศรี ผู้อำนวยการเขตบึงกุ่ม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักอนามัย สำนักงานเขตบึงกุ่ม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจเยี่ยมและให้ข้อมูล ณ ศูนย์สาธารณสุข 56 (ทับเจริญ) เขตบึงกุ่ม 

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีความห่วงใยในสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน โดยมอบหมายให้สำนักอนามัย จัดทีมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก Comprehensive Covid-19 Response Team (CCRT) โดยร่วมกับสำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารสุข 69 แห่ง ประสานฝ่ายความมั่นคง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) องค์กร NGO ภาคประชาชน และจิตอาสา ลงพื้นที่ชุมชน 69 แห่ง เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน ได้แก่ ผู้ป่วยโควิด ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ โดยการตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit พร้อมให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และให้คำแนะนำในการแยกกักที่บ้าน หรือ HI : Home Isolation มอบชุด HI แก่ผู้ป่วยที่สามารถกักตัวที่บ้านได้ โดยการจ่ายยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดออกซิเจน สำหรับผู้ที่ไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้ ทีมจะนำผู้ป่วยนำส่งศูนย์พักคอย หรือ Community Isolation

ซึ่งกรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อแล้ว 24 ศูนย์ ในพื้นที่ 23 เขต เปิดบริการรับผู้ป่วยแล้ว 14 ศูนย์ โดยจะเปิดเพิ่มอีกให้ครบทั้ง 50 เขต นอกจากนี้ทีม CCRT จะดำเนินการกักกันผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่บ้าน และมอบชุด HQ : Home Quarantine หรือส่งเข้า LQ : Local Quarantine สำหรับวันนี้กรุงเทพมหานคร ได้นำชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit ซึ่งได้รับมอบจากไทยรัฐกรุ๊ป และพันธมิตรภาคเอกชน โดยนำมาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อตรวจคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชน บริเวณศูนย์สาธารณสุข 56 (ทับเจริญ) เขตบึงกุ่ม โดยมีเป้าหมาย จำนวน 70 ราย รวมถึงบริการฉีดวัคซีนแก่ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ทั้งนี้ ทีม CCRT ได้กำหนดเป้าหมายในการลงพื้นที่ทั้ง 50 เขต เพื่อตรวจคัดกรองเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชนให้ครอบคลุมและทั่วถึงมากที่สุด

หน่วยสกัดกั้นยาเสพติดท่าอากาศยาน (AITF) จับไอซ์เตรียมส่งอิสราเอล ลุยเข้มงวดส่งพัสดุในประเทศและต่างประเทศ 

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.)  เผย หน่วยสกัดกั้นยาเสพติดท่าอากาศยาน หรือ Airport Interdictoin Task Force (AITF) ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ส. ศุลกากร บช.ปส. และ ศรภ. ตรวจยึด ไอซ์ 1,034 กรัม ซุกซ่อนในกระติกเก็บความเย็นขนาดเล็ก 3 ใบ ณ ศูนย์ไปรษณีย์ขาออก สุวรรณภูมิ ส่งมาจากจังหวัดเชียงราย เตรียมส่งออกไปปลายทางประเทศอิสราเอล ผลการตรวจสอบ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไอซ์ (เมทแอมฟาตามีน) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 1,034 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในผนังกระติกน้ำแข็งขนาดเล็ก เก็บความเย็น  จำนวน 3 กล่อง กล่องที่ 1 น้ำหนัก 342 กรัม กล่องที่ 2 น้ำหนัก 350 กรัม กล่องที่ 3 น้ำหนัก 342 กรัม  จึงร่วมกันทำการตรวจยึด และรวบรวมพยานหลักฐาน และจะนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลผู้ส่งยาเสพติดต่อไป 

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “การส่งออกยาเสพติดไปยังอิสราเอล จะถูกส่งไปยังกลุ่มแรงงานไทย ในอิสราเอล ซึ่งมีการแพร่ระบาดของการใช้ โดยที่ผ่านมาการส่งมี 2 รูปแบบ คือ แบบแรกโดยซุกซ่อนอำพรางไปกับแรงงานซึ่งเดินทางไปยังประเทศอิสราเอล และแบบที่สอง คือ การซุกซ่อนอำพรางกับสิ่งของและส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การตรวจสอบพัสดุที่จะส่งไปยังต่างประเทศ รวมถึงในประเทศ ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษทั้งระบบ เนื่องจากเป็นช่องทางที่มีโอกาสถูกใช้สูง เหตุจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่การเดินทางต่างๆ ทำได้ยากขึ้น ทั้งนี้ ข้อกำหนดการส่งพัสดุทุกคนต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างประเทศ) ทุกครั้งก่อนการฝากส่งสิ่งของทางพัสดุทุกประเภท เพื่อให้สามารถตรวจสอบไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการฝากส่งสิ่งของผิดกฎหมายได้ทันที จึงขอฝากถึงบริษัทขนส่งพัสดุให้เข้มงวดตรงจุดนี้ด้วย “

รมว.สุชาติ ลงพื้นที่ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ประกันตน ณ จุดบริการตรวจโควิด-19 โรงเรียนชลราษฎรอำรุง (ชลชาย) จังหวัดชลบุรี

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการตรวจโควิด-19 เชิงรุก ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 และประชาชนทั่วไป ณ โรงเรียนชลราษฎรอำรุง (ชลชาย) อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายนิยม สองแก้ว รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายประทีป ทรงลำยอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในการนี้นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้มอบหมายให้นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย โดยมีนายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นาวาตรีวิทวัส กู้ประเสริฐ ประกันสังคมจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กระทรวงแรงงาน และคณะเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ


นายสุชาติ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และท่านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงาน และประชาชนทั่วไปจากสถานการณ์การระบาด ของโรคโควิด-19 ที่มีการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง จึงกำชับให้ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดูแลลูกจ้าง ผู้ประกันตนอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดจุดคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก แก่ผู้ประกันตน เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ผมจึงได้มีข้อสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการเปิดจุดคัดกรองโควิด-19 ขึ้น ให้แก่พี่น้องผู้ประกันตน และประชาชนทั่วไป ได้มาใช้บริการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด- 19

นายสุชาติ กล่าวต่อไปว่า ในวันนี้ ผมและคณะผู้บริหาร ได้มีโอกาสลงพื้นที่ชลบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ประกันตน ณ จุดบริการตรวจโควิด-19 เชิงรุก โดยได้รับ ความร่วมมือเอื้อเฟื้อสถานที่ตรวจคัดกรองฯ จากโรงเรียนชลราษฎรอำรุง (ชลชาย) และโรงพยาบาลวิภาราม แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มาให้บริการตรวจคัดกรอง ทั้งนี้ ผู้ประกันตน และประชาชนทั่วไป ที่ต้องการเข้ารับการตรวจคัดกรอง สามารถลงทะเบียนผ่านทาง https://sso.icntracking.com โดยผู้ประกันตน และประชาชนทั่วไปไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจ หลังจากการตรวจแล้วทางโรงพยาบาลจะแจ้งผลการตรวจคัดกรองโควิด-19 ผ่านทาง QR Code ทาง SMS และทางโทรศัพท์ หากพบผู้ติดเชื้อก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการควบคุมดูแลรักษาตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างทันท่วงที โดยจุดคัดกรองฯ นี้ สามารถรองรับการตรวจได้วันละ 1,000 คน ทั้งนี้ ผู้ประกันตนจะต้องพกบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจด้วย หากในวันดังกล่าวเต็มแล้วให้มารับบริการตรวจคัดกรองในวันถัดไป

“บิ๊กตู่”ห่วงผู้ป่วยโควิด-19 สั่งปรับการบริหารให้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ Antigen Test Kit (ATK) ได้ รวมทั้งจัดการดูแลผู้ป่วยในลักษณะที่บ้าน (Home Isolation) หรือที่ชุมชน (Community Isolation)

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. รับทราบด้วยความห่วงใยต่อสถานการณ์โควิด-19  ที่มีการแพร่ระบาดในวงกว้างในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าไม่ถึงบริการคัดกรองตรวจเชื้อโควิด-19 และการรักษาพยาบาล จึงได้กำชับทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหาการจัดการและปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งทรัพยากรทางการแพทย์และสาธารณสุขมีอยู่อย่างจำกัด โดยในที่ประชุมศบค. วานนี้(16 ก.ค.)นายกรัฐมนตรีได้ติดตามการควบคุมการแพร่ระบาดทั้งการตรวจหาเชื้อให้ครอบคลุมให้มากที่สุดโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง และการจัดการดูแลผู้ติดเชื้อในลักษณะการดูแลรักษาที่บ้าน (Home Isolation) หรือการดูแลรักษาที่ชุมชน (Community Isolation) และปัจจุบันได้มีการอนุญาตให้ใช้ Antigen Test Kit (ATK) ตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อตรวจให้ครอบคลุมประชากรให้มากที่สุด และนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร็ว ลดการแพร่ระบาดในชุมชน

“ซึ่งมาตรการ Home Isolation หรือการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้าน และมาตรการ Community Isolation หรือการดูแลผู้ป่วยโควิดด้วยระบบชุมชน เป็นมาตรการเสริมซึ่งนำมาใช้ในพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อสูงโดยเฉพาะ กทม. และปริมณฑล ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดที่ยังมีผู้ติดเชื้อน้อย ก็ยังคงใช้มาตรการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนาม ซึ่งผู้ป่วยที่อยู่ที่บ้านหรือที่ชุมชนก็จะได้รับการดูแลเสมือนอยู่โรงพยาบาล ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขได้มีการจัดส่ง Comprehensive Covid-19 Response Team หรือ CCR Team ที่ประกอบด้วยทีมแพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข เครือข่ายภาคประชาชนหรืออาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) และเจ้าหน้าที่เขตของกทม. ติดตามการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้านหรือที่ชุมชนของผู้ป่วยด้วย”นายอนุชา กล่าว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งนี้ มาตรการ Home Isolation มีหลักการดังนี้ 1.ผู้ป่วยติดเชื้ออาการต้องไม่รุนแรงหรือเป็นผู้ป่วยที่จัดอยู่ในกลุ่มสีเขียว ไม่มีอาการปอดอักเสบ ไม่มีอาการแทรกซ้อน ไม่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก หรือมีภาวะโรคเสี่ยง 2.ที่พักต้องเป็นแบบที่อยู่ด้วยกันแบบไม่แออัดจนแยกกักตัวไม่ได้ ถ้าอยู่ด้วยกันหลายคนแล้วต้องนอนรวมกัน ก็ไม่เหมาะกับ Home Isolation เพราะจะเกิดการแพร่เชื้อ ต้องจัดเป็น Community Isolation หรือที่ชุมชนจัดให้แทน 3.ผู้ป่วยต้องมีความเข้าใจและให้ความร่วมมือในการกักตัว ไม่ควรออกไปนอกบ้านจนทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อ 4.โรงพยาบาลจะเข้าไปดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด มีแพทย์ที่สามารถทำ Video call ติดตามอาการคนไข้ได้ทุกวัน มีอุปกรณ์วัดอุณหภูมิและอุปกรณ์วัดระดับออกซิเจนให้  มีการจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ และยาฟ้าทะลายโจร และมีอาหารให้ผู้ติดเชื้อ 3 มื้อ และในกรณีที่อาการเปลี่ยนแปลง จะส่งต่อรักษาโรงพยาบาลทันที

นายอนุชา กล่าวว่า สำหรับมาตรการ Community Isolation หรือการดูแลผู้ป่วยโควิดด้วยระบบชุมชน คกก.โรคติดต่อจังหวัด และเจ้าของสถานที่หรือชุมชน จะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์และความพร้อม โดยพิจารณาจากจำนวนและระดับอาการผู้ติดเชื้อ จำนวนและระดับอาการของผู้ที่เข้าข่ายเกณฑ์สอบสวนโรค จำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงสูง สถานที่ตั้งและสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ผู้ป่วยยืนยันติดโควิด-19 เป็นผู้ที่อยู่ในชุมชน เป็นผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ท่ีไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย เป็นผู้ป่วยที่ไม่ต้องการออกซิเจนในการรักษา และรองรับได้ทุกกลุ่มผู้ป่วย โดยจะคัดเลือกพื้นที่หรือชุมชนที่มีความเข้มแข็ง และต้องได้รับความร่วมมือจากชุมชนหรือภาคเอกชนในการร่วมกันดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ เป็นความร่วมมือระหว่างเขต โรงพยาบาล (ทั้งภาครัฐและเอกชน) และศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ และเป็นชุมชนที่มีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเป้าหมายสำคัญในการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการที่บ้านหรือแยกกักในชุมชน เพื่อให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้เข้ารับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด รวมทั้งยังช่วยสงวนเตียงโรงพยาบาล เพื่อใช้ในการดูแลผู้ป่วยที่มีระดับความรุนแรง ทั้งกลุ่มผู้ป่วยอาการสีเหลืองและสีแดงได้เพียงพอ นอกจากนี้ ผอ. ศบค. ยังขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการที่จะมีการยกระดับที่เข้มข้น เช่น งดการรวมกลุ่ม จำกัดการเดินทางข้ามพื้นที่ อยู่ในที่พักตามเวลาที่กำหนด โดยขอให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ร่วมกัน

พท.อัดรัฐล็อกดาวน์ 6 วัน ตายทะลุร้อย ติดทะลุหมื่น เชื่อ ปชช.ไม่ทนให้ “ประยุทธ์” ยกระดับอะไรอีกแล้วนอกจากลาออก

 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวกรณีที่รัฐบาลเตรียมล็อกดาวน์เข้มข้น หลังพบการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องว่า ขอแสดงความสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์การเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้น เป็นเช้าวันสาร์ที่รันทด หดหู่สลดใจเป็นที่สุด เส้นทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเดินทางมาถึงจุดที่วิกฤตหนัก ฝันร้ายได้กลายเป็นจริง สถานการณ์เช้านี้ที่มีผู้เสียชีวิตทะลุ 100 ราย ผู้ติดเชื้อทะลุ 1 หมื่นคนต่อวัน

รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์มา 6 วัน เห็นได้ชัดว่าไม่สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ นอกจากจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้สียชีวิตไม่ลดลงแล้ว ยังเพิ่มอย่างมีนัยยะสำคัญ แสดงว่าแนวทางที่ทำมานั้นเดินมาถูกทางหรือไม่ จะยกระดับล็อกดาวน์เรื่อยๆหรือ คำถามคือสถานการณ์วิกฤตขนาดนี้ รัฐบาลควรจะแสดงความรับผิดชอบแล้วหรือยัง 

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์วิกฤตหนักขนาดอียูถอดไทยออกจากประเทศปลอดภัยจากโควิด  บริษัทประกันภัยขอยกเลิกประกันภัยโควิด-19 แม้พล.อ.ประยุทธ์จะปลอบใจตัวเองว่าจะไม่ลาออก จะไม่ยอมถอดฟันยาง จะสู้จนกว่าชนะ ไม่แน่ใจว่าท่านสู้กับอะไร ถ้าสู้กับโควิด พล.อ.ประยุทธ์แพ้มาทุกระลอก แพ้ทุกสถานการณ์ แม้จะพร้อมสู้ ไม่ยอมแพ้ แต่ถ้าประชาชนเป็นกรรมการคงสั่งยุติการชกไปตั้งนานแล้ว เพราะพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะแก้ไขปัญหาอะไรได้ แทนที่จะเร่งทำงานแข่งกับความเป็นความตายของประชาชน ลดขั้นตอนให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจคัดกรองเชิงรุกให้มากขึ้น แยกคน แยกโรค เร่งจัดหาวัคซีนคุณภาพมาฉีดให้กับประชาชน แต่ก็ทำท่ากลายเป็นวัคซีนทิพย์ ที่ผ่านมาประกาศผิด ประกาศใหม่ เยียวยาผิด ยกเลิกคำสั่ง ล็อกดาวน์ไม่ได้ผล เตรียมยกระดับล็อกดาวน์ พล.อ.ประยุทธ์ใช้โอกาสไปเปลืองมากแล้ว ถึงเวลาต้องแสดงความรับผิดชอบ
 
“ตายทะลุร้อย ติดทะลุหมื่น เห็นท่าไม่ดี เตรียมยกระดับเพิ่มมาตรการล็อกดาวน์ ถ้าติด ถ้าตายมากกว่านี้อีก ประเทศชาติและประชาชนไม่พร้อมที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ยกระดับอะไรอีกแล้ว นอกจากให้ท่านยกระดับแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก” นายอนุสรณ์ กล่าว      

“จุรินทร์” พร้อมคณะ ปล่อยขบวน“ถุงน้ำใจ ปชป.ส่งผู้รอเตียง” กระจายทุกชุมชนใน กทม.-ปริมณฑล ส่วนภาคใต้เตรียมถุงน้ำใจ 15,000 ถุง พร้อมข้าวกล่องเดลิเวอรี่กว่า 5 หมื่นชุด ย้ำตรวจเข้มราคาสินค้าห้ามฉวยโอกาสซ้ำเติมประชาชนช่วงล็อกดาวน์ 

ที่บริเวณลานด้านหน้าห้างแม็คโครสาขาสามเสน กรุงเทพฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมท พร้อมด้วย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมปล่อยขบวนคาราวาน “ถุงน้ำใจ ปชป.ส่งผู้รอเตียง” เพื่อนำถุงน้ำใจไปมอบให้กับผู้ป่วยโควิด-19 ที่อยู่ระหว่างรอเตียง 

โดย นายจุรินทร์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในกรุงเทพฯและปริมณฑลในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมามูลนิธิฯและพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจพรรคประชาธิปัตย์ในการช่วยหาเตียงให้กับผู้ป่วย ซึ่งสามารถดำเนินการไปแล้ว 1,600 เตียง รวมถึงยังมีโครงการข้าวกล่องเดลิเวอรี่กว่า 50,000 ชุด และวันนี้ในสภาวะที่ประชาชนอยู่ในช่วงมาตรการล็อกดาวน์ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรอเตียงอยู่ที่บ้าน และไม่สามารถเดินทางออกมาหาซื้ออาหารไ้ด้ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายของโครงการนี้ โดยได้มีการจัดรถบริการทั้งหมด 30 คัน เพื่อนำถุงน้ำใจไปส่งถึงบ้าน ซึ่งประชาชนที่ป่วยและอยู่ระหว่างการรอเตียงสามารถประสานมายังพรรคประชาธิปัตย์ได้โดยตรง หรือผ่านช่องทางออนไลน์ สื่อโซเซียลมีเดียทุกช่องทาง รวมถึงสามารถประสาน ส.ส. อดีตส.ส. อดีตส.ก. อดีตส.ข. สาขาพรรค ตัวแทนจังหวัดได้ทุกช่องทาง โดยโครงการนี้จะดำเนินการจัดส่งถุงน้ำใจไปจนกว่าผู้ป่วยจะหาเตียงได้และพ้นจากสถานการณ์นี้ไป และจนกว่าจะสิ้นสุดมาตรการล็อกดาวน์ของ ศบค.

ส่วนใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการล็อกดาวน์เหมือนกันนั้น ได้มีการมอบหมายให้นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการจัดถุงน้ำใจจำนวน 15,000 ถุง เพื่อกระจายไปยังพื้นที่ทั้ง 4 จังหวัด โดยจะเริ่มในวันที่ 18 ก.ค. เป็นต้นไป

นายจุรินทร์ ยังกล่าวถึงมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ ว่า สิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือการจัดรถโมบายพาณิชย์จำหน่ายสินค้าลดราคาช่วยประชาชนจำนวน 300 คัน เพื่อกระจายไปจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้กับประชาชนในพื้นที่ 10 จังหวัดที่มีการล็อกดาวน์ รวมถึงจะมีการจับมือกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับร้านสะดวกชื้อใกล้บ้านจัดอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทานในราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 50% โดยจะเริ่มโครงการในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเร่งรัดการตรวจราคาสินค้าต่างๆให้เป็นไปตามกฎหมาย หากมีการฉวยโอกาสซ้ำเติมสถานการณ์โดยการจำหน่ายเกินราคาหรือกักตุนก็ได้สั่งการพาณิชย์จังหวัดไปทุกจังหวัดแล้วให้ดำเนินการเด็ดขาด และทุกมาตรการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการไปจนกว่าจะสิ้นสุดมาตรการล็อกดาวน์ของ ศบค.

BizMAX THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้  EP.3/2 ตอน ‘วัคซีนทางความคิด’ ยกระดับชีวิตคนไทย!! ความหมายสูงสุดของ ‘นักสร้างคอนเทนต์’ ใต้เครือ THE CLOUD

BizMAX THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้  EP.3/2 I ‘วัคซีนทางความคิด’ ยกระดับชีวิตคนไทย!! ความหมายสูงสุดของ ‘นักสร้างคอนเทนต์’ ใต้เครือ THE CLOUD

พบกับ ‘ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา’ 
กรรมการผู้จัดการ บริษัท Cloud and Ground จำกัด 
ผู้ร่วมก่อตั้งสื่อน้ำดีที่ชื่อ ‘THE Cloud’

ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

.

.


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'เฉลิมชัย' สั่ง 'เกษตรฯ'​ เร่งช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตโควิด-19

'เฉลิมชัย'​ สั่ง 'เกษตรฯ'​ เร่งช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตโควิด-19

บอร์ดเกษตรกรรมยั่งยืนรับลูกเห็นชอบโครงการธนาคารสีเขียว (Green Bank) มอบ  'อลงกรณ์'​ นำทีมขับเคลื่อนทันทีตั้งเป้าขยายผลใช้ไม้ยืนต้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อทั่วประเทศ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ครั้งที่ 2/2564 ล่าสุดวันนี้ (18 ก.ค) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการธนาคารสีเขียว​ (Green Bank) เพื่อส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจโดยมีเป้าหมาย​ 6​ ประการได้แก่ การเพิ่มสินเชื่อช่องทางใหม่โดยใช้ไม้ยืนต้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ,การเพิ่มทรัพย์สิน รายได้ อาชีพและธุรกิจใหม่ๆ​ ให้กับประชาชน, การลดปัญหาหนี้นอกระบบ, การเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งในเมืองและนอกเมืองเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ชุมชนและเมือง แก้ปัญหา​ PM2.5, การแก้ปัญหาโลกร้อน​ (Global Warming) และเพิ่มคาร์บอนเครดิตของประเทศและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ​ (SDG) และยุทธศาสตร์ชาติรวมทั้งแผนปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การเกษตรและเศรษฐกิจ โดยแต่งตั้งที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ​ เป็นประธานและมอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนขยายผลต่อยอดโครงการนี้โดยผนึกความร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (BEDO) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ การยางแห่งประเทศไทย(กยท.) ภาคการวิจัย เช่นสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สวก. ภาควิชาการเช่นสถาบันการศึกษาทุกแห่ง ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม(AIC) ภาคเอกชนเช่นหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร  สภาเอสเอ็มอี ภาคเกษตรกรเช่นสภาเกษตรกรแห่งชาติ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย สมาคมเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร เกษตรกร ภาคท้องถิ่นเช่นอบจ. เทศบาล อบต. กทม. เมืองพัทยา รวมทั้งภาคีเครือข่ายมูลนิธิ องค์กรเอกชนตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบรายงานผลการดำเนินการที่ผ่านมาของโครงกาสินเชื่อไม้ยืนต้นจากข้อมูลของกองทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์รายงาน ณ วันที่​ 5 ก.ค. 2564​ ว่า​ตั้งแต่ปี2562ถึงปัจจุบัน มีผู้ขอนำไม้ยืนต้นมาจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจแล้ว จำนวน 87​ สัญญา จำนวน 119,498 ต้น วงเงิน​ 134,375,912.00 บาทโดยแบ่งเป็น กลุ่มให้สินเชื่อรายย่อย​ (พิโกไฟแนนซ์ ปล่อยสินเชื่อวงเงิน5หมื่นถึง​ 1​ แสนบาท) 80 สัญญา คิดเป็น 92%ของสัญญารวมวงเงินค้ำประกัน​ 4​ ล้านบาท กลุ่มสถาบันการเงิน​ (ธนาคารกรุงไทยและธกส.) 7​ สัญญา คิดเป็น 8% ของสัญญา รวมวงเงินค้ำประกัน 130ล้านบาท

“ระบบการให้สินเชื่อโดยใช้ไม้ยืนต้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ผ่านมายังดำเนินการได้ไม่มากนัก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนจึงมอบนโยบายให้ต่อยอดขยายผล​ (Scale up) โครงการด้วยการเร่งส่งเสริมเกษตรกรและประชาชนปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจบนที่ดินตนเองซึ่งเป็นการเพิ่มทรัพย์สินสร้างหลักประกันให้กับครอบครัวและความมั่นคงในอนาคตรวมทั้งสามารถใช้ไม้ยืนต้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อโดยเกษตรกร ประชาชนและผู้ประกอบการจะได้รับวงเงินสินเชื่อรายย่อย​ 50,000-100,000 บาทต่อรายและวงเงินสินเชื่อรายใหญ่จากสถาบันการเงินเช่นธนาคารเป็นต้น” นายอลงกรณ์​ กล่าว

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง (Sustainable Urban Agriculture Development Project : SUAD Project)โดยมีการแต่งตั้งโครงสร้างและระบบในการทำงานดังนี้.. 

1) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง ระดับเขต แบ่งตามพื้นที่รับผิดชอบตามการแบ่งเขตตรวจราชการของกระทรวงฯ โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำเขตตรวจราชการ เป็นประธานอนุกรรมการ 

2) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองทั้ง 77 จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน มีเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เป็นเลขานุการ 

3) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ (นายอลงกรณ์ พลบุตร) เป็นประธาน มีผู้อำนวยการสำนักสวนสาธารณะ กรุงเทพมหานคร เป็นเลขานุการ

4) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่เมืองพัทยา โดยมอบหมายให้เมืองพัทยาพิจารณาสรรหาบุคคลที่เหมาะร่วมเป็นอนุกรรมการ

5) คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่วัด (Green Temple) มีนายโฆสิต สุวินิจจิต เป็นประธาน 

6) คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่วิทยาลัย (Green College) โดยมีนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย เป็นประธาน 

7) คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่โรงเรียน (Green School) มีนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา เป็นประธาน 

8) คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่มหาวิทยาลัย (Green Campus) มี รศ.ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล เป็นประธาน 

9) คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่การเคหะแห่งชาติ มีผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธาน

10) คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองระดับชุมชนและท้องถิ่น (Green Community) มีนายกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด เป็นประธานคณะทำงาน 

11) คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่อาคารชุด (Green Condo) โดยมีนางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดเป็นประธาน

รวมทั้งรับทราบความคืบหน้าในการจัดตั้งสถาบันเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)และมีมติให้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นตามระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาดำเนินการต่อไป

สำหรับการจัดตั้งและขับเคลื่อนสภาเกษตรอินทรีย์ พี จี เอส แห่งประเทศไทยจะมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแนวทางและแผนการดำเนินงานผ่านระบบออนไลน์ ในวันที่ 18 สิงหาคม

ที่ประชุมยังรับทราบผลการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล โดยผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการโครงการไปแล้วร้อยละ 46 ของโครงการ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 30,000 คน และดำเนินการจ้างผู้ปฏิบัติงานจากเกษตรกร บัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชนที่ว่างงานจากผลกระทบของ COVID-19 แล้วจำนวน 9,157 ราย 

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ครั้งที่ 2/2564 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุมพร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นายสถาพร ใจอารีย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นายวิชัย ไตรสุรัตน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงฯ นายปริญญา พรศิริชัยวัฒนา ประธานชมรมเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย นายธีระ วงษ์เจริญ ประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ นายศรีสะเกษ สมาน ตัวแทนสภาเกษตรกรแห่งประเทศ นายกันตพงษ์ แก้วกมล ประธานเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer Thailand) และกรรมการภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ (zoom)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top