Thursday, 11 June 2026
Hard News Team

ไขคำตอบ '2D 3M' เบื้องหลังความสำเร็จ #จีนแก้จนแบบมุ่งเป้า จนนำมาสู่หนทางขจัดความยากจนในประเทศจีน

ไขคำตอบ '2D 3M' เบื้องหลังความสำเร็จ #จีนแก้จนแบบมุ่งเป้า จนนำมาสู่หนทางขจัดความยากจนในประเทศจีน

แนวทาง #2D 3M คืออะไร?

2D คือ Direction + Data

3M คือ Man + Money + Materials

#Direction ชัดเจน ผู้นำดีมีชัย

#Data จัดการฐานข้อมูล เป็นระบบ

#Man มีเอกภาพ ตรวจเข้ม ชี้วัดผลงานจริง

#Money งบโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน

#Materials ทรัพยากร ทั้งจากรัฐและเอกชน

ติดตาม #ระบบแบบจีน สารคดี 'เส้นทางขจัดความยากจน' เบื้องหลังความสำเร็จ #จีนแก้จนแบบมุ่งเป้า ตามแนวทางที่เรียกว่า '2D 3M' เป็นอย่างไร ? ได้ที่ >> https://youtu.be/VjfGvlxbTW0

EP1 : ตอนที่ 1-4

ตอนที่ 1 คำมั่นสัญญาที่เป็นจริง

ตอนที่ 2 การดำเนินนโยบายที่แม่นยำ

ตอนที่ 3 แบกรับภาระหน้าที่

ตอนที่ 4 ร่วมแรงร่วมใจเอาชนะความยากลำบาก

วิเคราะห์โดย รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน แห่ง วช.


ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10223651906299173&id=1037140385


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘ศักดิ์สยาม’ ย้ำ! เปิดทดลองนั่งรถสายสีแดงฟรี 3 เดือน ปรับรูปแบบพิธีเปิดงาน 2 ส.ค.นี้เป็นแบบออนไลน์ สอดรับมาตรการป้องกันโควิด

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 ส.ค. 64 กระทรวงคมนาคม ยังคงจัดพิธีเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน (Soft Opening) มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานตามกำหนดเดิม แต่จะปรับรูปแบบการจัดงานโดยใช้การเปิดงานแบบออนไลน์แทน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งมาตรการที่รัฐบาลกำหนดให้ประชาชนลด และจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทาง

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคม ยังคงเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการฟรีประมาณ 3 เดือน (ส.ค.-ต.ค. 64) ก่อนจะเปิดให้บริการแบบเก็บค่าโดยสารในเดือนพ.ย. 64 โดยในการให้บริการนั้นจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนประกาศของกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เรื่อง มาตรการพึงปฏิบัติการจัดการระบบขนส่งทางราง ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ฉบับที่ 11 ด้วย เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวก และความปลอดภัย

โดยขณะนี้กระทรวงคมนาคม เตรียมความพร้อมในทุกด้านแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของขบวนรถไฟฟ้าที่จะให้บริการ ซึ่งที่ผ่านมาการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ได้ทดสอบเดินรถทั้ง 2 เส้นทางอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการฝึกซ้อมเพื่อรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ โดยทุกการทดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และพร้อมแล้วที่จะเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการ ซึ่งนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชานเมืองที่จะเดินทางเข้ามายังใจกลางเมืองกรุงเทพฯ แล้ว ยังอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่จะเดินทางมาเข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่สถานีกลางบางซื่อด้วย


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘หมอเหรียญทอง’ ประกาศแบน ‘ฟู้ดแพนด้า’ ห้ามรถส่งสินค้าเข้าพื้นที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ และเครือโรงพยาบาลสนามทั้งหมด ให้พนักงาน-ผู้ใช้บริการ สั่งอาหารจากแพลตฟอร์มอื่นแทน ล่าสุด ตำรวจขออนุมัติหมายจับ ‘หนุ่มฟู้ดแพนด้า’ แล้ว

พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ประกาศ รพ.มงกุฎวัฒนะ และเครือ รพ.สนามทั้งหมดไม่อนุญาตให้มีการสั่งอาหารหรือสินค้าผ่าน FOODPANDA ดังนั้น จึงห้ามรถส่งสินค้า FOODPANDA เข้าสู่พื้นที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ และเครือ รพ.สนามทั้งหมด ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

พนักงานหรือผู้ใช้บริการ รพ.มงกุฎวัฒนะ กรุณาใช้แพลตฟอร์มอื่นในการสั่งอาหารหรือสินค้าที่จะนำส่ง รพ.มงกุฎวัฒนะ จนกว่า FOODPANDA จะมีนโยบายที่ชัดเจนและเด็ดขาดต่อการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะการดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับพนักงานที่กระทำการเป็นอริราชศัตรูต่อพระเจ้าแผ่นดิน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากแถลงการณ์ล่าสุดของฟู้ดแพนด้า ประเทศไทย ยืนยันจะไม่ไล่ออกพนักงานที่ทำการเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ขณะร่วมชุมนุมกลุ่มเยาวชนปลดแอก พร้อมประกาศไม่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออกส่วนบุคคลแต่อย่างใด ภายหลังจากถูกฝ่ายต่อต้านรัฐบาลกดดันอย่างหนัก

ล่าสุด มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายสิทธิโชค เศรษฐเศวต ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์และพระราชินี, วางเพลิงเผาทรัพย์ฯ ของผู้อื่นและทำให้เสียทรัพย์ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

สำหรับพฤติการณ์การกระทำผิดโดยย่อของ นายสิทธิโชค นั้น พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รอง ผกก.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง ผู้ออกหมายระบุว่า “ตามวันเวลาเกิดเหตุ ได้มีกลุ่มมวลชนหลายร้อยคน ซึ่งเรียกกลุ่มของตนเองว่า “เยาวชนปลดแอก” เข้าปะทะกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.40 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ได้มี นายสิทธิโชค เศรษฐเศวต ผู้ต้องหา (ทราบชื่อภายหลัง) ใช้ขวดพลาสติกบีบของเหลวคล้ายน้ำมันเชื้อเพลิง พ่นใส่กองเพลิงซึ่งลุกไหม้อยู่บริเวณผ้าประดับพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ซึ่งประดิษฐานอยู่บริเวณเกาะกลางถนนราชดำเนินนอก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ทำให้กองเพลิงดังกล่าว เริ่มลุกไหม้มากขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน ได้ฉีดน้ำดับเพลิงดังกล่าวได้ทัน เพลิงจึงไม่ลุกลามไปถึงพระบรมฉายาลักษณ์ พ.ต.ท.จงศักดิ์ ชาญศรี จึงได้มาร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด”


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

จับตาครม.จ่อเยียวยาเพิ่มเติมหลังล็อกดาวน์เพิ่ม 13 จังหวัด

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบ Video Conference วันที่ 20 ก.ค. 2564 ที่ประชุมเตรียมพิจารณาเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เตรียมเสนอผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ในคราวประชุมครั้งที่ล่าสุดให้กับที่ประชุมพิจารณา ซึ่งมีการประเมินกันว่า ผลการประชุมครั้งนี้อาจจะมีแนวทางของการช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมออกมาด้วย หลังจากที่รัฐบาลยกระดับการควบคุมสถานการณ์ในประเทศเพิ่มขึ้นมาเป็น 13 จังหวัด 

ขณะเดียวกันคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ยังเสนอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 พ.ศ. .... 

เช่นเดียวกับการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สำหรับการปฏิบัติ ของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถนการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 1 ต.ค.2563 - 31 ม.ค.2564 รวม 123 วัน

ส่วนวาระอื่น ๆ กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอร่างระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจำหน่ายน้ำตาลทรายเพื่อใช้บริโภคในราชอาณาจักร พ.ศ. .... ด้าน กระทรวงพลังงาน เสนอการจัดตั้งบริษัทนวัตกรรมของกลุ่มการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขณะที่กระทรวงการคลัง เสนอการปรับปรุงหลักการและแนวทางการพิจารณาการออกสลากการกุศล 

นอกจากนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2563 เรื่องขออนุมัติโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง ผู้ประกอบการประมง และกระทรวงสาธารณสุข เสนอแผนระดับที่ 3 ของกระทรวงสาธารณสุข (ร่าง) แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2564 – 2565

กห. เสริมจัดตั้ง รพ.สนามเพิ่มในหน่วยทหาร วอนร่วมรับผิดชอบลดภาระแพทย์พยาบาล

ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม  กล่าวถึง สถานภาพ รพ.สนาม ที่ กระทรวงกลาโหม โดยทุกเหล่าทัพสนับสนุนจัดตั้งขึ้นปัจจุบัน ได้ใช้อาคารสถานที่ในหน่วยทหาร ที่มีที่ตั้งกระจายอยู่ใน กทม.และปริมณฑล รวมทั้งอีก 24 จว.ทั่วประเทศ จำนวน 34 แห่ง รองรับผู้ป่วยได้ 6,135 เตียง ซึ่งกองทัพได้จัดกำลังพล บุคลากรทางการแพทย์ทหาร ทำงานร่วมกับ สธ.และ กทม. ดูแลประชาชนในพื้นที่ชุมชนต่างๆที่มีการแพร่ระบาด เพื่อนำเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างต่อเนื่องมา ตั้งแต่ เม.ย.63 

นอกจากนั้น กองทัพ ยังได้จัดกำลังทหาร บุคลากรทางการแพทย์ทหาร รวมทั้งเตียง เครื่องนอน และสิ่งอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปเสริมจัดตั้ง รพ.สนามในพื้นที่ต่างๆ เช่น รพ.สนามบุษราคัม รพ.สนามบางขุนเทียน รพ.สนามวัฒนาแฟคตอรี่ สมุทรสาคร และ รพ.สนามอื่นๆ อีก 5 แห่ง 

อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคที่ยังรุนแรง  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.และ รมว.กห. ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพ ระดมทรัพยากรขยายขีดความสามารถ รพ.สนามที่มีอยู่เดิมและจัดตั้ง รพ.สนามในหน่วยทหารเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยสีเขียวที่มีเพิ่มขึ้นในพื้นที่ต่างๆอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะ กทม.และปริมณฑล  

ซึ่งปัจจุบันทุกเหล่าทัพ อยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่และระดมบุคลากรทางการแพทย์แถว 2 และอาสาสมัครเข้ามาช่วย โดยประสานการทำงานร่วมกับสาธารณสุขในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้มีความจำเป็นต้อง เตรียมพื้นที่ให้เหมาะสมแยกจากทหารและชุมชนในหน่วย เพื่อให้การแยกผู้ป่วยควบคุมโรคออกจากชุมชนสามารถจำกัดได้ใน รพ.สนามของหน่วยทหาร พร้อมกันนี้ ได้เตรียมการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ประจำหน่วยทหาร เข้าสนับสนุน กทม.และ จว.พื้นที่สีแดงเข้ม ดูแลสถานที่แยกรักษาตัวชุมชน ( Home Isolation )

พล.ท.คงชีพ กล่าวต่อไปว่า การทำหน้าที่ของกำลังทหารทุกนายในกองทัพว่า ยังสนับสนุนและทำงานร่วมกับ สธ.และหน่วยงานอื่นๆต่อสู้กับโรคระบาดรุนแรงโควิท-19 ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นมา โดยถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่มีผลกระทบร้ายแรงกับประชาชนในทุกมิติเป็นวงกว้าง และเป็นเวลาที่เราทุกคนต้องการความร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสูงสุดจากทุกฝ่าย ช่วยกันดูแลกันและกัน ไม่สร้างปัญหาให้สถานการณ์เลวร้ายลง  รวมทั้งต้องมีความรับผิดชอบตนเองและสังคมมากขึ้น เพื่อหยุดและ ควบคุมวิกฤตสถานการณ์ครั้งนี้ให้ผ่านไปด้วยกัน

เลขาฯรมต.ประจำสำนักฯ ชี้ ม็อบไม่ได้ชุมนุมอย่างสันติ เสี่ยงโควิด-19 เพิ่มภาระแพทย์ เหน็บ รองหน.พท. ใจอำมหิต

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ว่า อยากขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เพราะการชุมนุมดังกล่าวไม่ได้เป็นการชุมนุมอย่างสันติ แต่มีการใช้ความรุนแรง แกนนำพกอาวุธ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปฏิบัติตามหลักสากล ไม่ได้ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมทันที ตนเห็นดารานักแสดงบางคนออกมาตำหนิรัฐบาล รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ารัฐบาลทำร้ายประชาชน ตำรวจทำร้ายประชาชน ทั้งๆ ที่ไม่เป็นความจริง จึงไม่อยากให้มีการบิดเบือนข้อมูล เพราะทุกฝ่ายทำตามหน้าที่ และมีหลักฐานการกระทำผิดทุกอย่าง ที่สำคัญคือ ไม่มีใครคิดทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง จึงอยากให้ดารานักแสดงกลุ่มดังกล่าวได้เข้าใจด้วย อย่าพยายามสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคม อย่าพยายามแบ่งแยกประชาชน การกระทำของม็อบผิดกฏหมายชัดเจน มีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ และบางคนยังพยายามจะเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งสร้างความปวดใจให้กับพี่น้องคนไทยเป็นอย่างมาก

นายธนกร กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดความวุ่นวายแก่บ้านเมือง ในขณะที่ทั่วโลกเผชิญกับปัญหาวิกฤติโควิด-19 ประชาชนให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ แต่ประเทศไทยกลับมีประชาชนกลุ่มหนึ่งออกมาชุมนุมประท้วง ทั้งๆ ที่ควรจะเห็นใจบุคลากรทางการแพทย์บ้างที่จะต้องทำงานอย่างหนักในการรักษาดูแลผู้ที่ติดเชื้อ รัฐบาลไม่อยากเห็นความขัดแย้ง จึงพยายามทำทุกอย่างในการแก้ปัญหาโควิด-19 เวลานี้ควรเป็นเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าวิกฤติโควิด-19 ตนอยากเห็นความรักความสามัคคีของคนไทยที่จะเอาชนะโควิด-19 ไปด้วยกัน 

นายธนกร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ยืนเคียงข้างม็อบนั้น อยากบอกนายอนุสรณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่รักษากฏหมาย ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ม็อบทำผิดกฏหมายและใช้ความรุนแรง แล้วจะให้ไปอยู่ข้างได้ม็อบอย่างไร บ้านเมืองมีขื่อมีแปทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฏหมายเดียวกัน ใครทำผิดก็ต้องรับโทษ หรือต้องให้เจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายสูญเสียนายอนุสรณ์ถึงจะพอใจ แบบนั้นนายอนุสรณ์จะไม่จิตใจอำมหิตไปหน่อยหรือ  ตนไม่อยากจะคิดว่า นายอนุสรณ์สนับสนุนม็อบเพราะกำลังดำเนินการแผนเดินสองขาในการล้มรัฐบาลตามที่มีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้ใช่หรือไม่
 

ทบ.แจ้ง อย่าหลงเชื่อ มีการปล่อยเอกสารเท็จ ประกาศใช้กฎอัยการศึกใน กทม. เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ วาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ด้วยในขณะนี้มีการ จัดทำเอกสารเท็จและถูกปล่อยออกมาในโซเชียลมีเดีย อ้างว่าเป็น การแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ก่อนการประกาศใช้กฎอัยการศึกใน กทม. เพื่อป้องกัน อันตรายจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 ในราชอาณาจักร ประกาศโดย ศบค19ทบ. นั้น

“ขอเรียนว่าเป็นข่าวเท็จโดยสิ้นเชิง อย่าได้หลงเชื่อเพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมายและไม่มีหน่วยงานใดจัดทำขึ้น หากได้อ่านข้อความก็คงจะประเมินได้ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ขอย้ำอย่าส่งต่อ เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของผู้ปล่อยข่าวเท็จ ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังดำเนินการต่อข่าวเท็จดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป”รองโฆษกกองทัพบก กล่าว

'บก.ตม.1'​ ห่วงใยต่างชาติ ลดแออัดป้องกันติดเชื้อโควิด-19 แจ้งต่ออายุวีซ่า ก่อนครบกำหนดไม่เกิน 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.64 นี้ เป็นต้นไป

19 กรกฎาคม 2564 พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะรอง โฆษก สตม. และโฆษก บก.ตม.1 เปิดเผยว่า กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 โดย พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม. 1 ได้มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย และชาวต่างชาติที่มาติดต่อขอรับบริการที่ บก.ตม.1 (ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะฯ)

สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิดในขณะนี้ ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น และมีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากเพื่อลดความแออัด และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ทาง บก.ตม.1 จึงขอความร่วมมือผู้ที่จะมายื่นเรื่องขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักรที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (เคาเตอร์ J,L,M,N) โดยเป็นการขออยู่ต่อระยะยาว ประเภท Non-Immigrant Visa อาทิเช่น NON-O, NON-B, NON-E, เกษียณอายุ, เยี่ยมคู่สมรส/เยี่ยมบุตร, สามีไทย/ภรรยาไทย/อุปการะบุตร, ธุรกิจ, ครู/นักเรียน, องค์การระหว่างประเทศ มูลนิธิ สมาคม, Tourist Visa (TR-60), Tourist MT Visa, Special Tourist Visa (STV) โดยให้เข้ามาติดต่อยื่นคำร้องขออยู่ต่อฯ ก่อนวันอนุญาตสิ้นสุด ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 วัน เท่านั้น ทั้งนี้ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

พล.ต.ต.ปิติ กล่าวว่า  ช่วงนี้การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และตามสั่งการของ​ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม. ที่ได้สั่งการให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัดเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทาง บก.ตม.1 ได้มีความห่วงใย และตระหนักถึงสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงได้คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน 

ดังนั้น เพื่อเป็นการลดความแออัดและลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในการรวมกลุ่มคนจำนวนมากในการมายื่นขออยู่ต่อฯ ที่ บก.ตม.1 จึงขอความร่วมมือผู้ที่จะมายื่นเรื่องขออนุญาตอยู่ต่อฯ ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (เคาเตอร์ J,L,M,N) ยื่นคำร้องขออยู่ต่อฯ ก่อนวันอนุญาตสิ้นสุด ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 วัน เท่านั้น โดยได้มีการเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19  โดยจัดให้มีการเว้นระยะห่างในการจัดที่นั่ง และดำเนินตามมาตรการ Social Distancing  มีแผงกั้นระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้มารับบริการ รวมถึงมีการตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองก่อนเข้าพื้นที่ สวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกฮอล์ และได้กำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้มีความเอาใจใส่ระมัดระวังตนเองในการปฏิบัติงานและให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและเต็มความสามารถในการทำงาน 

ทางด้าน พ.ต.อ.ภัคพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ขอฝากประชาสัมพันธ์และช่วยแจ้งข่าวให้ชาวต่างชาติ หรือผู้ที่มีชาวต่างชาติทำงาน หรือเป็นญาติพี่น้อง ให้ส่งต่อข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกันว่า ผู้ที่จะมายื่นเรื่องขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักรที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (เคาเตอร์ J,L,M,N) สามารมาติดต่อยื่นคำร้องขออยู่ต่อฯ ก่อนวันอนุญาตสิ้นสุด ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 วัน ทั้งนี้ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่อจะได้ดำเนินการให้ถูกต้อง ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางมาติดต่อแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้มาติดต่อรับบริการให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค เพื่อลดความเสี่ยงและการแพร่ระบาดอขงโรคไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวดและเคร่งครัดต่อไป
และทาง บก.ตม.1 ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป

พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เรียกร้อง แพทย์กองทัพ ทั้งทหาร - ตำรวจ ร่วมกันตั้งโรงพยาบาลสนามขนาดใหญ่ช่วยแก้วิกฤตโควิด

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลสนามหลายแห่ง โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้ทหารแพทย์ทั้ง 3 เหล่าทัพและองค์กรตำรวจ ร่วมกันจัดตั้งโรงพยาบาลสนามขนาดใหญ่ในสถานการณ์วิกฤตโควิดระบาด

พล.ต.นพ.เหรียญทอง ระบุว่า เหล่าทหารแพทย์ทั้ง 3 เหล่าทัพและสำนักงานแพทย์ใหญ่ตำรวจ ท่านจะต้องร่วมมือกันจัดตั้ง รพ.สนามขนาดใหญ่กันได้แล้ว โดยไม่มีข้อจำกัดใดใดทั้งสิ้น เพราะนี่คือสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดครั้งยิ่งใหญ่ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ นี่คือภารกิจช่วยเหลือประชาชนอันเป็นภารกิจทางทหารของเหล่าทหารแพทย์

ผม คือ ทหารเก่าเหล่าแพทย์ ผู้มีกำเนิดชีวิตทหารจากนักเรียนแพทย์ทหาร วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ผมถูกฝึกมาให้พร้อมทุกสถานการณ์ ไม่มีคำว่า 'ทำไม่ได้ ทำไม่ไหว' จากปากของผม

โคราชเตียงรักษาโควิดเต็ม! ผู้ว่าสั่งทุกอำเภอตั้งโรงพยาบาลสนามด่วน พล.ต.เหรียญทอง ตั้งโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน 2 รักษาผู้ป่วยโควิด

แม้ผมลาออกจากราชการนานกว่า 14 ปีแล้ว ทั้งยังแก่กว่า 60 ปีด้วย ผมก็ยังสู้ไม่ถอยจนก้าวเดียวตามพระราชนิพนธ์ขององค์จอมทัพไทยในอดีต ทั้งยังสนองพระราชดำริขององค์จอมทัพไทยในรัชกาลปัจจุบันโดยไม่จำเป็นต้องมีพระบรมราชโองการหรือพระบัญชา...แล้วทหารเหล่าแพทย์ทุกนาย หมายรวมถึงตำรวจด้วย ...ท่านพร้อมแล้วหรือยัง

ผมคาดหวังอย่างสูงว่า ทหารแพทย์ทุกนาย ซึ่งหมายรวมถึงนักเรียนแพทย์ทหาร นักเรียนพยาบาล นักเรียนนายสิบเหล่าแพทย์ทุกเหล่าทัพ จะร่วมแรงกายใจออกมาปฏิบัติหน้าที่ รพ.สนาม อย่างเกินกำลัง เกินกว่าอัตราศึก

ผมรอคอยท่านทั้งหลายว่า เราจะร่วมรบต่อสู้ภัยโควิดอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ ดั่งพี่น้องผองเพื่อนที่พวกเราผูกพันกันมาชั่วชีวิต เราจะสู้ภัยโควิดดั่งนักรบเหล่าแพทย์ของจอมทัพมหาวชิราลงกรณ์กันเพื่อพสกนิกรใต้ร่มพระบารมีแห่งองค์พระมหากษัตริย์เจ้า


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กมธ.การสื่อสารมวลชนฯ จี้ประยุทธ์-ผบ.ตร รับผิดชอบกรณี ใช้กระสุนยางต่อ 'ผู้ชุมนุม-สื่อมวลชน' ซัดเเรง!! ทำเพื่อรับใช้นายใช่หรือไม่? ชี้ชัด!! ละเมิดสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล

ณัฐชา บุญอินไชยสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์กรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอก ประกาศชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ค. เวลา 14.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยการชุมนุมดังกล่าว ชุมนุม เพื่อยืนยัน 3 เรียกร้อง ได้แก่

1.) พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข

2.) ปรับลดงบสถาบัน-กองทัพ สู้โควิด

3.) เปลี่ยนวัคซีนหลัก เป็นชนิด mRNA

โดยในขณะที่ผู้ชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมกำลังเคลื่อนขบวนเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ระหว่างเส้นทางเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังเข้าควบคุมฝูงชน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.) จำนวนมากยืนขวาง โดยมีรถจีโน่ 2 คันตรึงกำลังอยู่ มีการวางแนวรั้วเหล็กและลวดหนามหีบเพลง ซึ่งกลุ่มการ์ดผ้าพันคอสีเขียวพยายามเจรจาเพื่อขอผ่านไปเส้นถนนราชดำเนิน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ประกาศเตือนผู้ชุมนุม และเริ่มมีการฉีดน้ำ เพื่อต้องการให้ผู้ชุมนุมหรือทีมการ์ดถอยห่างออกจากสิ่งกีดขวาง ที่เจ้าหน้าที่อ้างว่าต้องการรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สินราชการ โดยแกนนำได้ประกาศให้ประชาชนปรบมือให้กำลังใจการ์ดวีโว่ที่อยู่ด้านหน้า เเละได้มีการเเจ้งว่า มีผู้บาดเจ็บจากการโดนยิง โดยใช้กระสุนยาง ซึ่งทราบภายหลังว่าคือ สื่อมวลชนที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ในการชุมนุม

จากกรณีที่เกิดขึ้นนั้น ผมเองต้องขอสะท้อนว่า การบริหารราชการของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มันล้มเหลว มันถึงจุดจบเเล้ว เเละที่สำคัญ มันสะท้อนให้เห็นว่า ท่านนำพาประเทศชาติมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เราต้องสูญเสียบุคลากรทางการเเพทย์ ที่เปรียบเสมือนนักรบด่านหน้า ในการเผชิญต่อโรคระบาด ที่พวกเขาทำหน้าที่ด้วยจิตสาธารณะอย่างเต็มที่ เเต่กลับกัน นักรบตัวจริง กลับใช้อาวุธทำร้ายพี่น้องประชาชน เพียงเพราะเขาเห็นต่างกับสิ่งที่ท่านคิด ที่ท่านพยายามยัดเยียดให้ประชาชน เเต่ผลมันออกมาเเล้วว่า รัฐบาลของท่านไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทั้งระบบ ทั้งด้านสาธารณสุข เเละคุณภาพชีวิตของประชาชน

“พวกเขาออกมาร้องขอ ให้รัฐบาลนำวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ให้กับประชาชนเเละบุคลากรทางการเเพทย์ เเละอาสาสมัครสาธารณสุข ท่านไม่ให้เขา หาให้เขาไม่ได้ไม่เป็นไร เเต่ท่านกลับใช้กระสุนยิงใส่ประชาชน ที่สำคัญเป็นสื่อมวลชน ผู้เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน การกระทำเช่นนี้ ท่านจะให้คำตอบว่าอย่างไร ท่านต้องการปิดปากประชาชน ท่านกำลังเป็นฆาตกรอย่างเลือดเย็น ที่มองการตายของประชาชนเป็นเรื่องปกติใช่หรือไม่"

ทั้งนี้ ณัฐชา กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนยางยิงต่อกลุ่มผู้ชุมนุม โดยไม่ได้มีการประกาศบอกกล่าวก่อนเหมือนทุกครั้ง กรณีเช่นนี้ ผมขอตั้งคำถามไปยังพลตำรวจเอกสุวัจน์ เเจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ ว่าท่านปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านกระทำการป่าเถื่อนเช่นนี้ได้อย่างไร การกระทำเช่นนี้ เป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล กรณีนี้ลูกน้องท่าน ทำเพื่อเอาใจผู้บังคับบัญชาใช่หรือไม่ ท่านต้องให้คำตอบต่อพี่น้องประชาชน ว่าสิ่งที่พวกท่านกำลังทำอยู่ นี่หรือ คือ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตามคติของตำรวจไทย กรณีที่เกิดขึ้นหากสถานการณ์การเเพร่ระบาดโควิดดีขึ้น เเละรัฐสภาสามารปฏิบัติงานได้ปกติ ผมขอเชิญท่านเเละผู้เกี่ยวข้อง เข้ามาชี้เเจงต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อตอบข้อเท็จจริงต่อประชาชนอย่างเร่งด่วน


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top