Friday, 12 June 2026
Hard News Team

‘ไซลุน ไทร์’ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ชูเทคโนโลยี Ecopoint³ เอาใจสาย Performance ยกระดับสมรรถนะยาง ให้เต็มพิกัด

(1 มิ.ย. 68) มร.บรูซ โจว รองประธานบริษัท ไซลุน กรุ๊ป และกรรมการบริหารภูมิภาคการขายเอเชีย (Mr.Bruce Zhou Vice President of Sailun Group and Executive Director of  Asia Sales Region) เปิดเผยว่า “ในปี 2567 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของไซลุน ไทร์ โดยมีรายได้รวมกว่า 4.436 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 22.42% ก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 1 ของบริษัทผู้ผลิตยางที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีน และครองอันดับที่ 10 ของโลกในบรรดาบริษัทผู้ผลิตยางชั้นนำ อีกทั้ง ไซลุน ไทร์ ยังครองอันดับหนึ่งในด้านอัตราการเติบโตของรายได้และปริมาณยอดขาย สะท้อนถึงศักยภาพของแบรนด์และการยอมรับในตลาดโลก 

การจัดอันดับของ Brand Finance ประจำปี 2025 ไซลุน ไทร์ เป็นบริษัทจีนเพียงหนึ่งเดียวที่ติดอันดับ Top 10 แบรนด์ยางที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก  แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระดับสากล  นอกจากนี้  ในด้านการแข่งขันระดับนานาชาติ ไซลุน ไทร์ ยังเป็นผู้จัดหายางอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน F4 และมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ FIA โดยจัดหายางสมรรถนะสูงสำหรับการแข่งขันในหลายประเทศ ถือเป็นการยกระดับเทคโนโลยียางของจีนในเวทีระดับโลกอีกด้วย สำหรับเทคโนโลยียางรุ่น EcoPoint³  ที่เปิดตัวใหม่ เป็นผลลัพธ์ของการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยียางสมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้น โดยยาง SAILUN มีคุณสมบัติเด่นทั้งด้านการควบคุมที่แม่นยำ การเบรกบนถนนเปียก ความต้านทานการหมุน และความเงียบขณะขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีอากาศร้อนชื้นและสภาพถนนที่หลากหลาย ยาง EcoPoint³ สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย มั่นคงในทุกสภาพถนน รวมถึงประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์แนวคิด “เทคโนโลยีเปลี่ยนการขับขี่”

สำหรับประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญในกลยุทธ์ของภูมิภาคเอเชีย โดยทาง ไซลุน ไทร์ (ไทยแลนด์) ได้ร่วมมือกับบริษัท เค พี เอส แอ็คเซสเซอรี่ส์  จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายยาง SAILUN อย่างเป็นทางการในประเทศไทย  ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการจับมือทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการหลอมรวมแนวคิด เพื่อขยายความแข็งแกร่งในด้านผลิตภัณฑ์ ช่องทางจำหน่าย แบรนด์ และการบริการ  ในตลาดประเทศไทย โดยในอนาคต ไซลุน ไทร์ จะยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่น  พร้อมร่วมมือกับ บริษัท เค พี เอส แอ็คเซสเซอรี่ส์  จำกัด และพันธมิตรในการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง  มืออาชีพ และเข้าถึงได้”

มร.สตีฟ จาง ผู้อำนวยการทั่วไปประจำประเทศไทยและกัมพูชาของบริษัท ไซลุน ไทร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (Mr.Steve Zhang General Manager of Thailand and Cambodia, Sailun Tire (Thailand) co., Ltd) กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยางรถยนต์ที่มีความคึกคักที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไซลุน ไทร์ จึงได้จัดตั้งสำนักงานขายในประเทศไทย พร้อมสร้างเครือข่ายคลังสินค้าและโลจิสติกส์ครอบคลุมทั้งประเทศ และทีมบริการหลังการขายที่เป็นคนไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และใกล้ชิดยิ่งขึ้น

นวัตกรรมสำคัญที่สร้างชื่อให้กับแบรนด์นี้ก็คือ เทคโนโลยี Ecopoint³ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสารประกอบอย่างขั้นสูงที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก  ด้วยกระบวนการ “LPM (Liquid Phase Mixing)” หรือการผสมยางในสถานะของเหลว ซึ่งช่วยให้ยางธรรมชาติ ซิลิกา และสารเสริมแรงต่างๆ สามารถผสมผสานเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบในระดับโมเลกุล ส่งผลให้โครงสร้างเนื้อยางมีความสม่ำเสมอ แข็งแรง ยึดเกาะถนน ลดแรงต้านการหมุน ทำให้พร้อมรองรับสมรรถนะในทุกสภาวะการใช้งาน เพื่อยกระดับสมรรถนะยางใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความปลอดภัยในการขับขี่ ด้านความทนทาน และประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงาน ซึ่งเหนือกว่ายางทั่วไป โดยยังคงรักษาความสมดุลในทุกด้านของสมรรถนะไว้อย่างครบถ้วน  และด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการวิจัยและกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ครอบคลุมศูนย์วิจัยและเครือข่ายการผลิตทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ทุกเส้นยางล้วนได้รับการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด พร้อมด้วยสิทธิบัตรกว่า 3,500 รายการ  นับเป็นบทบาทสำคัญในการร่วมกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมยางระดับสากล  

สำหรับช่องทางจัดจำหน่ายยางรถยนต์ “ EcoPoint³ และ SAILUN” ปัจจุบัน ทางบริษัท เค พี เอส แอ็คเซสเซอรี่ส์  จำกัด เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ สามารถติดตามข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : kps-accessories / Facebook : SAILUN TIRE THAILAND และ Facebook : EcoPoint3 Thailand  หรือ โทร.02-751-1853

Union Grands Crus de Bordeaux 2025 ศูนย์กลางแห่งรสนิยมระดับโลก ดื่มด่ำรสชาติไวน์ที่น่าหลงใหล ในบรรยากาศสุดหรู ริมฝั่งเจ้าพระยา

(30 พ.ค. 68) เมื่อเวลา 14.45 – 17.30 น. ของวันที่ 30 พฤษภาคม 2025 ห้องบอลรูมของโรงแรม Capella Bangkok ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่แห่งวัฒนธรรมไวน์ฝรั่งเศส กับการกลับมาของงาน Union des Grands Crus de Bordeaux (UGCB) ที่กรุงเทพฯ – งานชิมไวน์ระดับโลกที่รวมสุดยอดแกรนด์ครูจากแคว้นบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส กว่า 50 ชาโตว์ไว้อย่างพร้อมหน้า

บ่ายของวันที่บอร์กโดซ์มาพบกรุงเทพฯ

บรรยากาศในงานอบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งรสนิยม ภายใต้แสงนวลของโคมไฟทรงกลมที่ประดับชื่อ “Union Grands Crus Bordeaux” อย่างโดดเด่น ผู้ร่วมงานจากหลากหลายวงการ ทั้งซอมเมอลิเยร์ ผู้นำเข้า ผู้เชี่ยวชาญไวน์ และแขกผู้หลงใหลในเสน่ห์ของไวน์ฝรั่งเศส ต่างทยอยเข้าร่วมงานเพื่อสัมผัสรสชาติและเรื่องราวของวินเทจใหม่จากแต่ละชาโตว์

ในงานจะพบกับไวน์ที่โดดเด่นอย่างเช่น Château Le Gay จาก Pomerol ที่นำเสนอไวน์วินเทจ 2022 ซึ่งโดดเด่นด้วยสัดส่วน Merlot 90% ผสาน Cabernet Franc อีก 10% ให้รสสัมผัสที่เข้มข้น ลุ่มลึก และซับซ้อนในสไตล์ Right Bank อย่างแท้จริง

หรืออีกหนึ่งไวน์ที่เปล่งประกายภายในงาน คือ Château Lagrange 2022 จาก Saint-Julien – Grand Cru Classé ที่หลอมรวมความแม่นยำแบบญี่ปุ่นเข้ากับวิญญาณของบอร์กโดซ์ไว้อย่างสง่างาม เป็นไวน์ที่ทั้งทรงพลัง ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของการบ่มเพาะอย่างมีปรัชญา

นอกจากนั้นยังได้พบกับ มรดกแห่งศตวรรษที่ 13 สู่ไวน์ชั้นเยี่ยม คือ Château Carbonnieux จาก Graves ที่นำเสนอไวน์ขาววินเทจ 2022 อันบริสุทธิ์และหรูหรา ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของไวน์ฝรั่งเศสสายพันธุ์เก่าแก่ ที่ยังคงส่องประกายได้ในทุกยุคสมัย

มากกว่าการชิม คือการเชื่อมโยง
นอกจากรสไวน์ งานนี้ยังเป็นสะพานแห่งโอกาสและวัฒนธรรม เชื่อมโยงฝรั่งเศสกับประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง นับเป็นเวทีสำคัญที่คนไทยในอุตสาหกรรมไวน์ได้พบปะ แลกเปลี่ยนมุมมองกับเจ้าของชาโตว์ตัวจริง เสริมสร้างความสัมพันธ์ในระดับนานาชาติอย่างเป็นกันเอง

Union Grands Crus de Bordeaux 2025 ไม่เพียงเป็นการชิมไวน์ แต่คือการเดินทางของรสชาติ สัมผัส และมิตรภาพในช่วงบ่ายของวันที่แสนพิเศษ — วันที่กรุงเทพฯ ได้กลายเป็น “ศูนย์กลางแห่งรสนิยมระดับโลก” อีกครั้ง

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

✨ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2568

🟢รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 559352

🔴รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 559351  559353

🔴รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 349  134

🔴รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 307  044

🔴รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 20

🔴รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
932285  451156  212788  481541  001173

🔴รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
813752  662416  694383  476905  290140  
438599  103713  718370  426942  197136  

🔴รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
822771  035801  047179  428815  408321  
694311  551569  645152  007294  376131  
655157  295657  686012  204925  654751  
797377  568383  920659  390415  384590  
410393  870753  094880  792049  603406  
214641  643759  592533  506866  252353  
558484  893445  350517  782025  740051  
426814  291589  211342  196407  172944  
212453  936938  006965  827822  403648  
061957  581133  262358  395027  285171 

‘ออยศรีและผองเผือก’ โพสต์ข้อความ!! ‘บอสณวัฒน์’ ชี้!! ทุกเวทีควรให้โอกาสกับทุกคน เดินตามความฝัน

(1 มิ.ย. 68) ‘ออยศรีและผองเผือก’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ตลกอะ จริงๆมันก็ลิขสิทธิ์เขาแต่เขา

แต่เราในฐานะประชาชนผู้ติดตามนางงามและมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ ฉันคิดว่าผู้เข้าประกวด ทุกคนเข้าประกวดตามความฝันของตัวเอง การที่เคยเข้าประกวดในเวทีไหนช่วงเวลาไหน แล้วนำมาเป็นข้อแม้ไม่ว่าข้อแม้นั้นมาจากเหตุผลไหนในทางส่วนตัวก็ตาม หรืออาจจะทำธุรกิจซึ่งก็ไม่รู้สิ

ทุกเวทีควรให้โอกาสกับทุกคนโดยไม่ยึดเอาเรื่องที่ผู้เข้าประกวดไม่มีส่วนมาตัดสิทธิ์ 

เห็นมีนางงามโดนปลดเพราะเคยประกวดเวทีที่ไม่ถูกใจตามนี้มาก่อนก็น่าเห็นใจนะ 

แต่ก็เอาเถอะถ้าฉันลงประกวดฉันก็จะไปคว้ามง 3 มาให้ ประเทศไทย รอหน่อยเดี๋ยวฉันก็สูงแล้ว 55555

‘เอกนัฏ’ มอบ!! ‘ทีมสุดซอย’ ขยายผลตัดตอน ‘ขบวนการฝุ่นแดง’ ล่าจนเจอ!! ‘ตัวการใหญ่’ มีคดีคา ‘ดีเอสไอ’ ทำผิดกฎหมายเพียบ

(1 มิ.ย. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าชุดตรวจการณ์สุดซอย หรือ “ทีมสุดซอย” กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าตรวจสอบโรงงานเหล็ก ที่ใช้กระบวนการเตาหลอม IF (Induction Furnace) ทั้ง 11 โรงงาน ซึ่งขยายผลจากกรณีฝุ่นแดงของ บริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด ที่มีการส่งให้กับ บริษัท เอ็นเอฟเอ็มอาร์ จำกัด จังหวัดระยอง ที่ประกอบกิจการรับกำจัดกากของเสียจากกระบวนการผลิต ซึ่งถูกสั่งปิดโรงงานและปิดระบบการรับกากอุตสาหกรรมเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา พร้อมถูกดำเนินคดีใช้เอกสารกำกับการขนส่งของเสียอันตราย (Manifest) ปลอม และกรอกข้อมูลเท็จในระบบแจ้งรับกากอุตสาหกรรม รวมทั้งไม่มีศักยภาพในการจัดการฝุ่นแดง ซึ่งเป็นฝุ่นที่เกิดจากกระบวนการหลอมเหล็กในเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF Induction Furnace ) ที่ถือเป็นของเสียที่มีองค์ประกอบหรือสารปนเปื้อน เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย และจากการสืบสวนพบว่าโรงงานเหล็ก IF เกือบทุกโรงงานในประเทศส่งฝุ่นแดง ให้กับ บริษัท เอ็นเอฟเอ็มอาร์ จำกัด ดังกล่าว 

“จากการเข้าตรวจสอบ 11 โรงงานเหล็ก IF ในช่วงเดือนที่ผ่านมา นอกจากจะติดตามปราบปรามขบวนการผลิต และขายเหล็กไม่ได้มาตรฐานแล้ว ยังรวมถึงขบวนการฟอกฝุ่นแดงพบว่า เมื่อโรงงานเหล็กส่งฝุ่นแดงไปที่ บริษัท เอ็นเอฟเอ็มอาร์ ฯ แล้วก็ไม่ได้นำไปกำจัด หรือบำบัดตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม แต่กลับนำฝุ่นแดงไปคลุกสารเคมีและส่งต่อไปให้บริษัทในเครือเพื่อแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกต่างประเทศ“ นายเอกนัฏ ระบุ 

นางสาวฐิติภัสร์ เปิดเผยผลการตรวจสอบ บริษัท เซียว เชียง เคมีคอล อินดัสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมอมตะซิตี้ ระยอง ตำบลพนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ประกอบกิจการโรงงาน ผลิต จำหน่าย นำเข้าและส่งออก สังกะสีออกไซด์ ขณะเข้าตรวจสอบมีการประกอบกิจการตามปกติ พบ นายพาน หงโจว รับเป็นเจ้าของกิจการ ให้การเบื้องต้นว่า มีการรับฝุ่นแดงจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงผลิตโดยหลอมสังกะสี และเศษชิ้นส่วนโลหะภายในโรงงาน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบว่า โรงงานติดตั้งเครื่องจักรผลิตสังกะสีออกไซด์เพิ่มเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย 

นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนเพิ่มเติม นายพาน ให้การยอมรับว่าเป็นเจ้าของกิจการบริษัท เอ็นเอฟเอ็มอาร์ จำกัด  บริษัท เซียว เชียง เคมีคอล อินดัสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด รวมถึงบริษัท เซียวเซียง นัน-เฟอรัส เมทัล จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี โดยจะใช้บริษัท เอฟเอ็มอาร์ จำกัด เป็นผู้รับฝุ่นแดง ส่งต่อให้ บริษัท เซียวเซียง นัน-เฟอรัส เมทัล จำกัด เพื่อนำไปผ่านกระบวนการทำเป็นผลิตภัณฑ์สังกะสีแท่ง หรือซิงค์อินกอต (Zinc ingot) โดยจะจำหน่ายบางส่วน ที่เหลือส่งต่อให้ บริษัท เซียว เซียง เคมีคอลฯ เพื่อมาทำเป็นผงสังกะสีส่งขายทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งการดำเนินธุรกิจมีลักษณะฟอกฝุ่นตั้งแต่ขั้นตอนนำฝุ่นแดงจากของเสียที่เป็นกากอุตสาหกรรมมาแปลงสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ส่งขายต่างประเทศ หรือขายให้กับเครือข่าย 

นางสาวฐิติภัสร์ เปิดเผยอีกว่า ในส่วนของ นายพาน และบริษัท เอ็นเอฟเอ็มอาร์ จำกัด ได้ถูก กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขณะที่ บริษัท เซียว เชียง เคมีคอล อินดัสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด ถูกเจ้าหน้าที่การนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ดำเนินคดีฐานขยายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานนำเข้าของเสียที่เป็นวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมมีคำสั่งให้ระงับการใช้เครื่องจักร และการประกอบกิจการในส่วนที่ไม่ได้รับอนุญาต 

"ปฏิบัติการครั้งนี้ถือว่า เราได้พบตัวการสำคัญแห่งวงการฟอกฝุ่นแดง ที่จงใจดำเนินกิจการอย่างไม่โปร่งใส เปิดบริษัทเป็นเครือข่ายขบวนการรองรับกันอย่างตั้งใจ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการปิดเกมขบวนการฝุ่นแดง ตัดต้นตอการจัดหา และสร้างตลาดส่งออก หวังว่าจะส่งผลให้ผู้ประกอบการทุกๆ กิจการ คำนึงถึงการปฏิบัติที่ถูกต้องภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด" นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย

จีนต้องไม่ให้เกาหลีเหนือ เข้ามาแทรกแซง สงครามในยูเครน มิฉะนั้น NATO จะขยายเข้าสู่เอเชีย

(1 มิ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ปธน. มาครง แห่งฝรั่งเศส ขู่ลั่นว่า “จีนต้องไม่ให้เกาหลีเหนือ เข้ามาแทรกแซงสงครามในยูเครน มิฉะนั้น NATO จะขยายเข้าสู่เอเชีย”

Macron: China must prevent North Korea from interfering in the war in Ukraine, otherwise NATO will expand to Asia

เชียงใหม่-เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมทำความดี ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 

(1 มิ.ย. 68) เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมทำความดี ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นำเด็กด้อยโอกาสเข้าทำกิจกรรม “ศูนย์การเรียนรู้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (Chiang Mai Night Safari Learning Center)”

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี  จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 โดยมี นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร พร้อมด้วย นายกฤษดา ลาพิมล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง, คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล ณ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
          
นอกจากนี้ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้จัดกิจกรรมทำความดี ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยพาเด็กด้อยโอกาสจากโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ และโรงเรียนบ้านตองกาย จำนวนกว่า 50 คน เข้าทำกิจกรรม “ศูนย์การเรียนรู้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (Chiang Mai Night Safari Learning Center)” ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าผ่านกิจกรรมและสื่อต่าง ๆ เช่น เกมอนุรักษ์ธรรมชาติ สัตว์ 3D animation หนังสือ AR book เป็นต้น และชมกิจกรรมต่างๆ ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี 

‘ทนายเชาว์’ แฉ!! ‘แม่ สส.เมืองคอน’ วิ่งบิ๊ก ตร.ช่วยเคลียร์ คดีรุมกระทืบนักธุรกิจ ลั่น!! ยอมไม่ได้ จี้!! โอนไปกองปราบ

(1 มิ.ย. 68) นายเชาว์ มีขวด ทนายความชื่อดัง อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Chao Meekhuad” เรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้ามาดูแลกรณีเหตุทำร้ายร่างกายกลางงานบวชที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง และผู้ที่ตกเป็นข่าวว่าเป็นผู้ก่อเหตุ คือ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมระบุว่ามีการยกพวกเข้ารุมทำร้ายนักธุรกิจท้องถิ่นกลางงานบวชลูกชายนายก อบต. ต่อหน้าชาวบ้านนับร้อยคน

“ไม่ใช่ข่าวลือ แต่เป็นคดีอุกฉกรรจ์กลางงานบุญที่เกิดขึ้นต่อหน้าสาธารณชน มีพยานเห็นเหตุการณ์ชัดเจน มีใบรับรองแพทย์ และมีคำให้การจากผู้เสียหายว่า ถูกนายชัยชนะเข้ามาพูดจากดดันไม่ให้ลงสมัครนายก อบต. และเมื่อการพูดคุยไม่เป็นผล จึงถูกตบหน้า ก่อนจะถูกน้องชายและพวกพ้องของ ส.ส.รายนี้รุมทำร้ายจนหัวแตก และยังมีการชักปืนขู่ด้วย” นายเชาว์ ระบุ

นายเชาว์ยังเปิดเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความแล้ว แต่ภายหลังกลับถูกกดดันให้ถอนคำร้อง โดยมี “แม่ของ ส.ส.” เข้ามาเจรจาและมี “นายตำรวจใหญ่ในจังหวัด” คอยประสานเพื่อให้ยุติคดี

“นี่คือคดีอาญาแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความได้ และไม่ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำคดีต่อไป เพราะไม่มีใครกล้าขยับท่ามกลางอิทธิพลของผู้ต้องหา ซึ่งมีตำแหน่งสูงเป็นถึงประธานกรรมาธิการตำรวจ”

นายเชาว์จึงเรียกร้องให้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตนเอง และสั่งโอนคดีไปยังกองปราบทันที เพื่อคุ้มครองพยาน–ผู้เสียหาย และให้กระบวนการสอบสวนเป็นธรรม

“คดีนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวระหว่างคนสองฝ่าย แต่เป็นบททดสอบว่า กระบวนการยุติธรรมไทย จะยอมจำนนต่ออิทธิพลทางการเมืองหรือไม่” นายเชาว์ระบุทิ้งท้าย

จิ้นห่วย Chin Huay CH ส่งออกสินค้าไทย!! ขายไปทั่วโลก 100 ปี เจริญอุตสาหกรรม ทำยอดขายกว่า 2 พันล้านบาท

1 มิ.ย. 68) รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า …

100 ปี เจริญอุตสาหกรรม จิ้นห่วย Chin Huay CH

ขยัน & ประหยัด คือ DNA ของโรงงานเครื่องกระป๋องแห่งแรกๆ ของสยาม คุณทวด ฮวงน้ำ ศรีแสงนาม และคุณปู่ ประชา ศรีแสงนาม ริเริ่มมรดกไว้ให้พวกเราเมื่อปี 1925 ด้วยโรงหมักน้ำปลา&ซีอิ๊ว ที่อำเภอ ท่าฉลอม สมุทรสาคร 

ต่อมาขยายเป็นโรงงานปลากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง อาหารทะเลอบแห้ง ผลไม้และผักแช่แข็ง และกิจการห้องเย็น 

วันนี้กิจการของเรายังคงผลิตปลากระป๋อง และเสริมทัพด้วยผลไม้อบแห้ง และ ขนมขบเคี้ยว

วันนี้กิจการของเราจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และมียอดขายราว 2,000 ล้านบาท

วันนี้กิจการของเราส่งออกสินค้าไทยออกไปมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่ร้านชำใน China Town ไปจนชั้นวางใน Harrod's

วันนี้กิจการของเราออกไปลงทุนในกัมพูชา และสิงคโปร์

ทั้งหมดวางอยู่บน DNA ของเรา นั่นคือ "ขยัน" "ประหยัด" และ "กตัญญูกตเวที"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top