"พรรคกล้า" เดินหน้าเปิด "ศูนย์กล้าดูแล" พร้อม "กรณ์" แนะให้ทีมแพทย์ชนบท ผู้ป่วยกักตัวที่บ้าน เสี่ยงระบาดในครอบครัว เปิดศูนย์พักคอยชุมชน "อรรถวิชช์" เร่งเยียวยากลุ่มประกันสังคมตกหล่น เสนอสมาชิกประกันสังคมพื้นที่สีแดงเข้ม ทุกคนต้องได้รับการเยียวยา
นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรรกล้า พร้อมทีมกล้าอาสา ร่วมมือกับชุมชนจรัญสนิทวงศ์ 25 เปิดศูนย์กล้าดูแล แห่งที่ 6 ที่สวนสิรินธราพฤกษาพรรณ เป็นศูนย์พักคอยแยกตัวผู้ติดเชื้อออกจากครอบครัวและชุมชน ซึ่งเป็นโครงการที่พรรคกล้าสนับสนุนให้เกิดในชุมชนต่าง ๆ ต่อเนื่อง และมีแผนร่วมมือกับชุมชนเปิดศูนย์ในต่างจังหวัดด้วย

นายกรณ์ กล่าวว่า ระหว่างการลงพื้นที่มีโอกาสได้คุยกับทีมแพทย์ชนบท ที่อาสามาตรวจเชิงรุกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งตรวจไปได้แล้วกว่า 3 หมื่นคน โดยเป็นการตรวจทั้ง Rapid Antigen Test และ RT-PCR โดยคนที่ติดเชื้อก็จะได้รับยา ส่วนคนที่ยังไม่ได้ติดเชื้อก็จะได้รับวัคซีน แต่ปัญหาขณะนี้คือเมื่อตรวจเสร็จแล้ว ผู้ป่วยก็ต้องกลับไปเข้าระบบ Home isolation กักตัวที่บ้าน แต่ส่วนใหญ่บ้านไม่ได้เหมาะสำหรับการกักตัว มีโอกาสแพร่เชื้อให้กับสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนบ้าน ดังนั้นจึงควรมีพื้นที่รองรับเป็นศูนย์พักคอยชุมชน อย่างที่พรรคกล้าร่วมมือกับชุมชนเปิดศูนย์กล้าดูแล เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อในชุมชน จึงอยากรณรงค์ให้ทุกชุมชนจัดตั้งศูนย์พักคอยลักษณะเดียวกันนี้ โดยพรรคกล้าพร้อมสนับสนุน

ขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงการเยียวยากลุ่มคนทำงานในกองทุนประกันสังคมที่ตกหล่นว่า ความเร็วเป็นหัวใจสำคัญในการเยียวยา แต่ขั้นตอนของส่วนราชการยุ่งยาก ประมวลข้อมูลได้ไม่ดี การจ่ายเงินจึงไม่ทันกับความเดือนร้อน จึงเสนอให้รัฐบาลใช้หลักการง่าย ๆ ว่า สมาชิกประกันสังคม “ทุกคน!” ใน "เขตพื้นที่สีแดงเข้ม" ใครเป็นลูกจ้างประจำและยังไม่ออกจากงาน รับ 2,500 บาท กรณีอื่นรวมถึงอาชีพอิสระรับ 5,000 บาทเต็ม เร็ว ง่าย ไม่มั่ว ทั่วถึง ตรงเป้า

วันนี้พรรคกล้า ยังเปิดศูนย์กล้าดูแลที่ต่างจังหวัดด้วย โดยผศ.ดร.เอราวัณ ทัพพลี ผู้อำนวยการพรรคกล้า ลงพื้นที่เปิดศูนย์กล้าดูแล ที่จังหวัดหนองคาย อีก 4 แห่ง เช่นเดียวกัน รวมขณะนี้พรรคกล้าร่วมมือสนับสนุนชุมชนเปิดศูนย์กล้าดูแลไปแล้ว 10 แห่ง และเตรียมร่วมมือกับชุมชนต่าง ๆ เปิดศูนย์ต่อเนื่อง



















เมื่อถามว่า ในส่วนของสินค้าอุปโภคบริโภคได้มีการเตรียมมาตรการรองรับแล้วหรือไม่นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นประเด็นที่เมื่อมีการล็อกดาวน์ในช่วงแรกประชาชนอาจจะตื่นตระหนกและกังวล ทำให้สินค้าขาดแคลน แต่ตอนนี้สถานการณ์คลี่คลายลงได้บ้าง ผู้บริโภคเริ่มเรียนรู้และเข้าใจว่าไม่ต้องกังวลว่าสินค้าจะขาดแคลน ซึ่งไข่ไก่ที่กังวลว่าจะขาดแคลน ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีสถานการณ์ที่ขาด ยกเว้นช่วงเวลาที่ห้างสรรพสินค้าเติมสินค้าไม่ทันแต่โดยภาพรวมไข่ไก่เฉลี่ยทั้งประเทศยังมีเพียงพอและถ้าหากขาดแคลนจริง กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการในการเข้ามาแก้ปัญหาซึ่งขอยังไม่พูดในตอนนี้ เพราะจะสร้างความตื่นตกใจ และราคาไข่ไก่เบอร์ 3 ตอนนี้ฟองละ 3 บาท 50 สตางค์ ถือว่าสูงกว่าหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ถือเป็นช่วงฤดูกาลด้วยที่จะมีผลกับกลไกตลาด แต่เราก็พยายามดูอยู่ว่าถึงขั้นค้ากำไรเกินควรหรือไม่ถ้าหากว่ามีการค้ากำไรเกินควรในสินค้าตัวใดก็ตามตนสั่งการพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดไปแล้วว่าต้องใช้มาตรา 29 ที่ระบุว่า ใครค้ากำไรเกินควรจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และสินค้าจะต้องติดป้ายแสดงราคาถ้าไม่ติดป้ายจะปรับ 1 หมื่นบาท





