Friday, 12 June 2026
Hard News Team

'โฆษก ทร.' เผย 'ผบ.ทร.'​ รับมอบตู้พ่นฆ่าเชื้อโควิค19 จากบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อติดตั้ง ณ จุดคัดกรอง รพ.ปิ่นเกล้า

10​ ส.ค.64 พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย พลเรือโท วิชัย มนัสศิริวิทยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ และ พลเรือตรี นิธิ พงษ์อนันต์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ร่วมรับมอบตู้พ่นฆ่าเชื้อโรค สำหรับภารกิจต่อต้านการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ซึ่งผลิตโดยกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ จำนวน 2 ตู้ มูลค่า 200,000 บาท จากคุณไพบูลย์ อังคณากรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) และ คุณทรงเดช วรยุทธการ ประธานกรรมการ บริษัท พีท แอนด์ เฟรนด์ จำกัด และ พลเรือตรี สราวุฒิ ใจชื้น เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ ในฐานะผู้ผลิต ร่วมส่งมอบให้โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

สืบเนื่องมาจากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เดิมทีกองทัพเรือมีระบบการคัดกรองการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 หลายรูปแบบ เช่น การใช้เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายที่เปรียบเสมือนด่านแรกในการคัดกรอง แต่ยังคงมีช่องว่างของการแพร่กระจายของเชื้อเพื่อตอบสนองต่อมาตรการของ พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19

ในการนี้ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ จึงได้ทำโครงการวิจัยในการศึกษาความเป็นไปได้ และสร้างตู้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ขึ้น เป็นเครื่องที่สามารถสร้างละอองหรือไอของสารฆ่าเชื้อโรค/ยับยั้งเชื้อโรคที่ปนเปื้อนภายนอกกับบุคคล ด้วยประสิทธิภาพของเครื่องมือในการสร้างละอองที่มีขนาดละเอียดเล็กมาก และครอบคลุมพื้นที่ในเวลาสั้นนี้ จึงเป็นตู้พ่นฯ ที่ประหยัดความสิ้นเปลืองของน้ำยา/สารเคมีได้ สามารถใช้งานได้กับน้ำยาหลากหลายแบบ ทั้ง Chemical Based และสารผสม เช่น สารสกัดสมุนไพร สารชีวภาพที่มีสารออกฤทธิ์ ยับยั้งเชื้อโรคได้ (Bioactive ingredients)
มีระบบทำลายพิษตนเองอัตโนมัติ (Auto self -cleaning Machine) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของสารเคมี รวมถึงเชื้อโรค ก่อนใช้งานกับบุคคลอื่น และก่อนการปล่อยสาร/ของเสียสู่สิ่งแวดล้อม

องค์ประกอบของเครื่องพ่นฆ่าเชื้อโรค ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ดังนี้... 

1. ส่วนสร้างละอองน้ำยาขนาดอนุภาคละเอียด (Ultrasonic Atomizer) 
2. ส่วนเติมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและหรือยับยั้งเชื้อโรค (Disinfectant solution tank)  
3. ส่วนห้องหรืออุโมงค์เพื่อเป็นพื้นที่ทำลายพิษ (Decontamination area) 
4. ระบบควบคุมอัตโนมัติและเซนเซอร์จับวัตถุ (Automatic Control & Sensors)​

บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ที่ประชาชนทั่วไปจะได้รับ จึงให้การสนับสนุนในการผลิตตู้ พ่นฆ่าเชื้อฯ และส่งมอบให้โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อนำไปติดตั้ง ณ จุดผ่านเข้า-ออก ภายในโรงพยาบาล เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิค 19

องค์กรผู้ใช้น้ำ (สทนช.) ร่วมมือ แบ่งปันน้ำใจ  มอบน้ำดื่มให้ รพ.สนาม และศูนย์พักคอย รองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 กทม.และชลบุรี

องค์กรผู้ใช้น้ำ (สทนช.)โดยคุณธนวัฒน์ สันตินรนนท์ กรรมการบริหาร บ.อินดัสเตรียลวอเตอร์ รีซอร์สแมนเนจเม้นท์ จก. ผู้แทนกลุ่ม "ตนรักษ์น้ำ"และ คุณวิเชษฐ์ เกตุแก้ว ผู้แทน กลุ่ม"สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราลุ่มน้ำบางปะกง" ร่วมแบ่งปันน้ำดื่ม ให้แก่ นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครฯ ณ.โรงพยาบาล เอราวัณ 2 บางกอก อารีน่า เขตหนองจอก กทม.จำนวน 12,000 ขวด เพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสนาม 13 แห่ง ในความรับผิดชอบของ กทม. เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 


ที่ผ่านมา คุณวิเชษฐ์ เกตุแก้ว องค์กรผู้ใช้น้ำ ( สทนช.)ผู้แทนกลุ่ม "สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ลุ่มน้ำบางปะกง” และคุณศราวุฒิ​ เปลี่ยนอารมย์​  ผู้จัดการทั่วไป บ.อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ส แมนเนจเมนท์(IWRM) ผู้ผลิตน้ำประปาเพื่อบริโภคและเพื่ออุตสาหกรรม ในเขตพื้นที่EECร่วมสนับสนุน น้ำดื่มและน้ำยาฆ่าเชื้อ" มอบให้ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง  จ.ชลบุรี จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม รองรับผู้ติดเชื้อโควิด19 ในพื้นที่จากจังหวัดกรุงเทพฯและจังหวัดชลบุรี จำนวน 80 เตียงโดยมีคุณศลิศา ศัลยกำธร ผู้อำนวยการศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องพร้อมทีม เจ้าหน้าที่ อสม.อบตหนองบอนแดง อ.บ้านบึง ร่วมรับมอบ

ทั้งนี้ ยังได้มอบน้ำดื่ม CHON Water ให้กับ  ศูนย์พักคอย เทศบาลตำบลพานทอง  จำนวน1,200 ขวด โดย นายศิริเกียรติ ไม้งาม  นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลพานทอง  อ.พานทอง รับมอบและสนับสนุนน้ำดื่มอีก จำนวน1,200 ขวดให้กับ อบต.หน้าประดู่ รับมอบโดย นายรัชกฤต เจริญสุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหน้าประดู่  ว่าที่ร้อยตรีศุภชัย สนธิรักษ์ปลัด อบต.หน้าประดู่และ นายนรภัทร แสงจันทร์ ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.หน้าประดู่  อ.พานทอง จากการระบาดของเชื้อโควิด-19  ขยายเป็นวงกว้างมีการพบเชื้อที่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง อปท.จึงจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอยเพิ่ม มีความจำเป็นต้องการน้ำ อาหาร ของใช้ที่จำเป็น ให้กับผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ อาสา ประจำศูนย์ จึงขอเชิญชวนร่วมบริจาค ณ.ศูนย์พักคอยได้ทุกที่ ไกล้บ้านท่าน เราจะก้าวผ่าน โควิด-19ไปด้วยกัน

'ทิพานัน' ย้ำไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์เคลมประกันโควิด เจอจ่ายจบ ใช้แค่ผล RT-PCR เท่านั้น เผยนายกฯ กำชับทุกภาคส่วนอำนวยความสะดวก-ป้องกันการเอาเปรียบประชาชนในยามวิกฤต กระตุกนักการเมืองช่วยกันกระจายข่าวสารมีประโยชน์ให้ชุมชน ดีกว่ามุ่งทำร้ายกันทางการเมือง

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องประชาชนชุมชนวัดมงคลวราราม ชุมชนศิลปเดช และชุมชนวุฒากาศ 46 เขตจอมทอง พบว่าพี่น้องประชาชนผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีความวิตกกังวลกรณีไม่สามารถขอใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลมายืนยันว่าตนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้อาจไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามกรมธรรม์ เนื่องจากก่อนหน้านี้หากติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะต้องใช้ทั้งเอกสารรายงานผลการตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งใบรับรองแพทย์

แต่เมื่อติดเชื้อไวรัส-19 แล้วทำให้การเดินทางไปเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงไม่สามารถขอใบรับรองแพทย์ได้ ตนจึงได้ชี้แจงทำความเข้าใจข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า ขณะนี้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.ได้ผ่อนปรนสำหรับผู้เอาประกันแบบ เจอ จ่าย จบ สามารถใช้เพียงเอกสารการรายงานผลตรวจจากห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยวิธี RT-PCR แทนใบรายงานหรือรับรองจากแพทย์ เพื่อยื่นเคลมประกันกับบริษัทประกันภัยผู้รับทำประกัน

น.ส.ทิพานัน กล่าวย้ำว่า วันนี้ใช้เพียงผลตรวจ แบบ RT-PCR เพียงอย่างเดียวเท่านั้นในการเคลมประกัน เจอ จ่าย จบ ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน สอดคล้องกับมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของรัฐบาลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทุกภาคส่วนกำกับดูแลอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในยามวิกฤตและไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชนได้

“ในยามวิกฤตแบบนี้ มีอะไรช่วยได้ ตนพร้อมจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แม้วันนี้ ทางคปภ. จะออกคำสั่งมาแล้ว แต่พี่น้องประชาชนในหลาย ๆ พื้นที่ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว กังวลจะเสียสิทธิในการเคลมประกันไป จึงขอเชิญชวนให้ฝ่ายการเมืองที่มีเครือข่ายอยู่ในชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยร่วมกันสื่อสารกระจายข้อมูล สร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อคลายความทุกข์ และความกังวลใจในเรื่องดังกล่าว ดีกว่าหมกมุ่นกับการทำร้ายกันทางการเมือง” น.ส.ทิพานัน กล่าว


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ครม. เห็นชอบเร่งร่างกฎหมายล้มละลายฉบับใหม่ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ทุกกลุ่มยื่นคำร้องฟื้นฟูกิจการได้

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย ฉบับใหม่ โดยในส่วนกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ โดยผลักดันให้เป็นกฎหมายที่ต้องปฏิรูปในระยะเร่งด่วน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีหลักการสำคัญในการสร้างกลไกให้ลูกหนี้ที่เป็นเอสเอ็มอี สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้เช่นเดียวกับการฟื้นฟูกิจการปกติ ลดขั้นตอนและใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่า

สำหรับสาระสำคัญ คือ

1.) เพิ่มเติมจำนวนหนี้ของลูกหนี้ ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ที่สามารถร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการได้ จาก “จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท” เป็น “ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท” เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งการเพิ่มจำนวนหนี้อ้างอิงจากข้อมูลเชิงสถิติระหว่างปี 2560-2563 คดีที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอลูกหนี้มีจำนวนหนี้มากกว่า 50 ล้านบาท กว่า 90% ของคดีทั้งหมด

2.) กำหนดกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่มีลักษณะเป็นเอสเอ็มอี ดังนี้

(2.1.) ยกเลิกเงื่อนไขที่กำหนดให้ลูกหนี้ที่เป็นเอสเอ็มอี ต้องขึ้นทะเบียนกับ สสว. หรือที่จดทะเบียนกับหน่วยงานอื่นของรัฐ จึงจะสามารถร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการได้

(2.2.) กำหนดให้ลูกหนี้สามารถยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ โดยที่ยังไม่ต้องจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการเสนอศาลเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และให้มีการพักชำระหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ โดยลูกหนี้สามารถยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนศาลมีคำสั่งฟื้นฟูกิจการได้

3.) กำหนดให้มีกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัด ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการ ได้แก่ ลูกหนี้ที่เป็นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ และลูกหนี้ที่เป็นเอสเอ็มอี สามารถเลือกยื่นคำร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัดได้ โดยแนบแผนพร้อมหลักฐานแสดงว่าเจ้าหนี้ได้มีมติยอมรับแผนแล้วต่อศาล

โดยให้ศาลพิจารณาคำร้องขอดังกล่าวเป็นการด่วน แต่หากศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอเพราะแผนไม่เข้าหลักเกณฑ์ ลูกหนี้อาจยื่นคำร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการอีกได้ โดยไม่ติดเงื่อนไขข้อห้ามเรื่องระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันที่ศาลยกคำร้องขอกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัด


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ครม. เคาะ อนุมัติวงเงิน 3.3 หมื่นล้านบาท ชดเชย ม.39-40 ในพื้นที่ 29 จังหวัดสีแดงเข้ม

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้เห็นชอบกรอบวงเงิน 33,471.0050 ล้านบาท เยียวยาผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ในพื้นที่ 29 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐตามข้อกำหนดฯ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยช่วยเหลือค่าครองชีพคนละ 5,000 บาท รวมทั้งสิ้น 6,694,201 คน โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

1.) พื้นที่ดำเนินการ 29 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา ระยอง ราชบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี ตาก อ่างทอง นครนายก สมุทรสงคราม และสิงห์บุรี

2.) กลุ่มเป้าหมายรวมประมาณ 6,694,201 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จำนวน 1,436,171 คน และมาตรา 40 จำนวน 5,258,030 คน

3.) คุณสมบัติของกลุ่มเป้าหมาย เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ที่มีสัญชาติไทย สถานะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ในฐานทะเบียนประกันสังคมที่มีสถานะ A (Active) ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด) หรือ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2564 (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 16 จังหวัด)

กรณีเป็นผู้สมัครเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ในฐานทะเบียนประกันสังคมที่มีสถานะรอชำระเงิน W (Wait) ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 ทั้งนี้ ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ต้องไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39 และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ต้องไม่เป็นข้าราชการหรือผู้รับบำนาญของกรมบัญชีกลาง

4.) วิธีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 จะโอนเงินให้กับผู้ประกันตนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ (Prompt Pay) เฉพาะที่ผูกบัญชีกับเลขประจำตัวประชาชน

โฆษกรัฐบาลยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ครม.ยังให้กระทรวงแรงงาน เร่งตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือตามเป้าหมายเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน รวมทั้งขอให้โอนเงินให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนตาม ม. 39 และ ม. 40 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดใน 10 จังหวัด ก่อนระยะเวลาที่กำหนด ภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2564 เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ที่มีสถานการณ์การระบาดของโควิด -19 ที่รุนแรงและได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามข้อกำหนดฯ ก่อนพื้นที่อื่น ๆ

อีกทั้ง กำหนดให้ผู้ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 เพิ่มเติมในพื้นที่ 10 จังหวัด ต้องเป็นผู้ที่ลงทะเบียนและจ่ายเงินสมทบงวดแรกภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2564 และในพื้นที่ 19 จังหวัดต้องเป็นผู้ที่ลงทะเบียนและจ่ายเงินสมทบงวดแรกภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2564

นอกจากนี้ ได้ให้กระทรวงแรงงานจัดทำข้อเสนอขยายระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเป้าหมายที่รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในพื้นที่ 13 จังหวัดเพิ่มเติมอีกจำนวน 1 เดือน ซึ่งจะช่วยให้การให้ความช่วยเหลือนายจ้างและผู้ประกันตนในพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

"สภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์" รับมอบน้ำดื่ม 3,600 ขวด อาหาร 150 กล่อง ช่วยเหลือประชาชน ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

ณ สภาสังคมสงเคราะห์แห่ง ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  เลขที่ 257 ตึกมหิดล ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ "แพทย์หญิงสุวณี  รักธรรม" รองประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณศิริพร  คัมภีรยส ผู้ช่วยเลขาธิการ สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณนงลักษณ์  รอมไธสง ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เกียรติเป็นประธานรับมอบน้ำดื่ม จำนวน 3,600 ขวด อาหาร จำนวน 150 กล่อง จาก "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย น.ส.ภัสวรินทร์ กิตติโชคกุลพัทธ์ นายกสมาคมส่งเสริมและพัฒนาคนพิการไทย นายโกสินธ์ จินาอ่อน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์ ที่ปรึกษาสมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคมเป็น "สะพานบุญ" ของ "บริษัทดับเบิ้ลพี แลนด์ จำกัด" และ "น.ส.ชาลินี ลอยนุ้ย" เจ้าของร้านทุเรียน นุช-นนท์ (ตลาดสี่มุมเมือง) เพื่อนำสิ่งของดังกล่าวมามอบ และเป็นขอร่วมเป็นกำลังใจในการดำเนินงานของทาง "สภาสังคมสงเคราะห์" ที่มีบทบาทสำคัญให้การช่วยเหลือดูแล คนพิการ คนยากไร้ คนด้อยโอกาส คนไร้ที่พึ่ง ในช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้

ในการนี้ "แพทย์หญิงสุวณี  รักธรรม" รองประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กล่าวขอบคุณ ทุกท่านที่ได้นำสิ่งของเหล่านี้มาร่วมด้วยช่วยกันดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทย บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ จิตอาสา และ หลายๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19  ร่วมกันต่อสู้ภัยร้ายนี้เพื่อการอยู่รอดปลอดภัยไปด้วยกัน

ทบ.ชื่นชม พร้อม ส่งทหารช่างช่วยซ่อมแซมบ้านพัก นายธนากร ทองหนูนุ้ย ผู้สอบได้อันดับ1 นตท. 3 เหล่าทัพ ระบุเป็นเพราะความสามารถและการเลี้ยงดูของครอบครัว เชื่อจะเป็นทหารที่ดีในอนาคต 

ที่กองบัญชาการทหารบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผนว่า จากการสอบคัดเลือกนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพบก ประจําปี 2564 ซึ่ง นาย ธนากร ทองหนูนุ้ย นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จ.อุบลราชธานี สอบได้อันดับที่ 1 ของ 3 เหล่าทัพ คือเหล่าทหารบก ,ทหารเรือและทหาร อากาศ และยังสอบได้ท่ี 8 ในส่วนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติด้วย โดยเจ้าตัวได้ตัดสินใจ เลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพบก และวันนี้ได้เขา้ รายงานตัวตามระบบ ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเรียบร้อยแล้ว

กองทัพบกขอช่ืนชมในความรู้ ความสามารถ ของ นาย ธนากรฯ ทั้งด้าน วิชาการและความขยันหมั่นเพียรในการฝึกฝน และเตรียมตนเอง เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบคัดเลือก จนประสบผลสําเร็จ และจากประวัติครอบครัว พบว่ามีพื้นฐานครอบครัวที่อบอุ่น บิดามารดาอบรมเลี้ยงดูปลูกฝังให้เป็นคนดี ส่วนเจ้าตัวมีความมุ่งมั่นต้ังใจจะเป็นทหาร  ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจ ที่ผ่านประสบการณ์ด้านการทหารมาเมื่อปี 2553 ที่เกิดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณเขาพระวิหาร ซึ่งตนเองและครอบครัวต้องออกนอกพื้นที่ ชายแดน จ.ศรีสะเกษ ชั่วคราวตามแผนอพยพประชาชน ได้มีโอกาสเห็นการนํากําลังทหาร เข้าดูแลพื้นที่ชายแดน เพื่อปกป้องประเทศดูแลประชาชน จึงเกิดความประทับใจ และตั้งใจว่าจะหน้าท่ีดูแลชาติบ้านเมืองด้วยการเป็นทหาร

ท้ังนี้จากนโยบายของกองทัพบกในการส่งเสริมและให้โอกาสกับผู้ที่มีใจรักใน อาชีพทหาร ที่มีคุณสมบัติ และมีอุดมการณ์เพื่อประเทศชาติ เข้ามารับราชการในกองทัพบก ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบให้กองทัพภาคที่ 2 เข้าดูแลและมอบทุนสนับสนุนการรายงานตัว และกองทัพบกยังได้มอบทุนการศึกษาเป็นรายเดือนให้ตลอดการศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหาร  อีกทั้งเตรียมเข้าช่วยปรับปรุงบ้านพักของบิดามารดา นายธนากรฯ ที่ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีษะเกษ

กรณีดังกล่าว นับเป็นตัวอย่างของผู้ที่มีความอุตสาหะ พากเพียร มีความต้ังใจ โดยเฉพาะการมีใจรักในอาชีพทหาร ซึ่งตรงกับนโยบายของกองทัพบกที่ส่งเสริมและได้เพิ่มโอกาสในการรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เด็กเรียนดี ฐานะยากจน มีใจรักทหาร มีอุดมการณ์ เพื่อชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวกองทัพบก ได้ ความสําเร็จในเบื้องต้นครั้งน้ี นํามาซึ่งความภาคภูมิใจแก่ ตนเอง ครอบครัว และจะเป็นจุดเริ่มต้นในเส้นทางทหารอาชีพต่อไป

'TikTok' ยืนหนึ่ง แอปฯ ที่มีคนดาวน์โหลดมากที่สุด แซงหน้า Facebook ได้เป็นครั้งแรก

เอเจนซีส์ - ผลการสำรวจทั่วโลกของการดาวน์โหลดประจำปี 2020 พบว่า TikTok แอปแชร์คลิปจากจีนสามารถโค่นเฟซบุ๊กจากโลกตะวันตกได้สำเร็จ และกลายเป็นผู้ให้บริการโลกโซเชียลมีเดียระดับท็อปของโลกได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการศึกษามาตั้งแต่ปี 2018

หนังสือพิมพ์นิเคอิเอเชีย สื่อธุรกิจญี่ปุ่นรายงานวันนี้ (9 ส.ค.) ว่า จากการที่มีความวิตกเพิ่มขึ้นถึงการรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคลทำให้ เทเลแกรม (Telegram) แอปส่งข้อความที่สามารถลบโพสต์ได้นั้นสามารถทำอันดับได้ในลำดับสูงระหว่างปีหลังแอปโซเชียลมีเดียได้อานิสงส์จากวิกฤตโควิด-19 ทำให้มีจำนวนผู้ใช้เป็นจำนวนมาก

บริษัทไบต์แดนซ์ที่มีฐานอยู่ในจีน และเป็นผู้พัฒนาแอป TikTok ได้เริ่มส่งเวอร์ชันนานาชาติออกมานับตั้งแต่ปี 2017 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพบว่า TikTok สามารถโค่นโซเชียลมีเดียเจ้าดังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ว็อตแอป (WhatApp) อินสตาแกรม และรวมไปถึงเฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์ ในแง่การดาวน์โหลดที่แม้แต่ในสหรัฐฯ เอง

ซึ่งรายชื่อแอปโซเชียลที่ว่ามาทั้งหมดนั้นมีเจ้าของเดียวคือ เฟซบุ๊ก เว้นแต่ TikTok ที่มาจากจีน นิเคอิเอเชียชี้

แม้สถานการณ์ของ TikTok ในสหรัฐฯ ยังคงไม่แน่นอนต่อไปแม้ว่ารัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะสั่งถอนคำสั่งทางบริหารออกไปหลังอดีตผู้นำ โดนัลด์ ทรัมป์ ลงจากตำแหน่ง ขณะที่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สรายงานวันอาทิตย์ (8 ส.ค.) ว่า บริษัทไบต์แดนซ์ได้เดินหน้าปัดฝุ่นแผนที่จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ทว่าโฆษกบริษัทไบต์แดนซ์เปิดเผยกับนิเคอิเอเชียในวันจันทร์ (9 ส.ค.) ว่า ข่าวที่ออกไปนั้นไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่า บริษัทยังไม่มีแผนที่จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เพื่อการซื้อขายแต่อย่างใด

การสำรวจการจัดอันดับแอปที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดประจำปี 2020 โดยนิเคอิและได้อ้างอิงข้อมูลทั้งหมดจากบริษัทข้อมูลการวิจัยทางการตลาด แอนนี (Annie) ที่มีฐานอยู่ในสหรัฐฯ อ้างอิงจากตารางการรายงานสำหรับข้อมูลที่เป็นการดาวน์โหลดในสหรัฐฯ พบว่า แอปที่มีคนดาวน์โหลดมากที่สุดประจำปี 2020 คือ TikTok ที่เคยเป็นอันดับ 2 ประจำปี 2019 และสามารถโค่นเฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์ที่แต่เดิมเป็นอันดับ 1 ของปีที่แล้วได้สำเร็จ ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของเฟซบุ๊ก ที่แต่เดิมอยู่ในอันดับ 5 ของปี 2019

แอปที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ประจำปี 2020 คือ อินสตาแกรม ที่ตกมาจากอันดับ 3 ในปี 2019 และอันดับ 5 คือ สแนปแชต (Snapchat) แอปจากสหรัฐฯ เคยอยู่ในอันดับ 4 ของปี 2019

ส่วนอันดับ 1 ของแอปที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดในจีนประจำปี 2020 คือแอป Douyin ซึ่งเป็นแอป TikTok เวอร์ชันจีนจากไบต์แดนซ์ และอันดับ 2 คือแอป WeChat จากจีนเช่นกัน

สำหรับในญี่ปุ่น พบว่า แอปที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดประจำปี 2020 คือ ไลน์ (Line) จากญี่ปุ่น อันดับ 2 อินสตาแกรมของสหรัฐฯ อันดับ 3 แอป TikTok ของจีน อันดับ 4 ทวิตเตอร์จากสหรัฐฯ และอันดับ 5 คือ Pinterest จากสหรัฐฯ

ในรายงานยังระบุว่า แอปไลน์จากญี่ปุ่นได้รับความนิยมอย่างมากในไทย และในญี่ปุ่นเองช่วงระหว่างเกิดวิกฤตโควิด-19 พบว่าจังหวัดโอซากาได้ใช้แอปไลน์สำหรับการประกาศการจองวัคซีนโควิด-19 และรัฐบาลท้องถิ่นอื่น ๆ ในญี่ปุ่นใช้แอปไลน์ในการเผยแพร่ข้อมูลและทำให้ไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานในชีวิตประจำวันไป แต่ทว่าพบว่ามีการวิตกมากขึ้นถึงความปลอดภัยด้านความเป็นส่วนบุคคลจากการที่พาร์ทเนอร์ในจีนสามารถแอบเห็นข้อมูลผู้ใช้ในญี่ปุ่นได้

บริษัทแอนนีซึ่งเป็นผู้รวบรวมข้อมูลสำหรับการสำรวจในสหรัฐฯ ให้นิเคอิเอเชียกล่าวว่า ช่วงเวลาของการดูทั้งหมดสำหรับแอป TikTok ในสหรัฐฯ และอังกฤษมีระยะเวลาที่นานกว่าของยูทูป และคลิปสั้นจะยังคงเป็นที่ได้รับความสนใจจากผู้ดูต่อไป

และระบุว่า เมื่อพิจารณาในแง่ของคอนเทนต์พบว่า เพลงและตลกบันเทิงนั้นมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ส่วน Vocal แอปโซเชียลมีเดียนั้นกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่คลับเฮาส์ (Clubhouse) พบว่าได้ออกไปจากญี่ปุ่นและสหรัฐฯ มาตั้งแต่ต้นปีนี้แล้ว


ที่มา : https://mgronline.com/around/detail/9640000078190


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ครม. ไฟเขียว ต่ออายุ ปลัดก.ดิจิทัลฯ อีก1ปี ตั้ง รวีวรรณ ภูริเดช นั่ง ผอ.คทช. ยืดเก้าอี้ ผู้ช่วยรมต. 19 คน

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเสนอแต่งตั้ง พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. (นักบริหารระดับต้น) สำนักงาน ป.ป.ส. ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

ครม.อนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้ง นายธีรวัฒน์ วลัยเสถียร ผู้อำนวยการสำนักงาน [ผู้อำนวยการเฉพาะด้าน (แพทย์) ระดับสูง] สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น กรมควบคุมโรค ให้ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

ครม.อนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอ การต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะดำรงตำแหน่งดังกล่าวครบ 4 ปี ในวันที่ 30 กันยายน 2564 ต่อไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 

ครม.อนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) เสนอรับโอน นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมในการการโอนแล้ว 

ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอแต่งตั้ง ศาสตราจารย์ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม) ในคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลยีป้องกันประเทศ แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมที่ลาออก ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป และให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตนแทน 

ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการธนาคารออมสิน ดังนี้ 

1. นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นกรรมการ 2. นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา เป็นกรรมการ 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอแต่งตั้ง นายชนินทร์ แก่นหิรัญ เป็นกรรมการอื่นในคณะกรรมการการบินพลเรือน แทนนายปฐม เฉลยวาเรศ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป โดยอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากำหนดเวลาเดิมของกรรมการเดิม 

ครม. อนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) จำนวน 5 คน เนื่องจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมได้ดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี ดังนี้ 

1. นายวัลลภ พริ้งพงษ์    ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารงานท้องถิ่น  

2. นายวสันต์ วรรณวโรทร  ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารงานบุคคล 

3. นายปวิณ ชำนิประศาสน์  ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบบราชการ 

4. นายธวัชชัย ฟักอังกูร    ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านบริหารและการจัดการ 

5. นายนิรวัชช์ ปุณณกันต์  ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป  

ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ รวม 10 คน เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการอื่นเดิมได้ดำรงตำแหน่งครบวาระสองปี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 ดังนี้ 

1. นายพงศ์บุณย์ ปองทอง ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานกรรมการ  

2. นายณพงศ์ ศิริขันตยกุล      กรรมการ 

3. พลเรือเอก พิเชฐ ตานะเศรษฐ      กรรมการ 

4. นายพรชัย หาญยืนยงสกุล     กรรมการ 

5. นายวีระชัย อมรรัตน์       กรรมการ 

6. นายศศิศ มนต์เสรีนุสรณ์    กรรมการ 

7. นายประสิทธิ์ วังภคพัฒนวงศ์      กรรมการ 

8. นายนำชัย แสนสุภา     กรรมการ 

9. พลตำรวจตรี วิวัฒน์ ชัยสังฆะ      กรรมการ  

10. ร้อยตำรวจโทหญิง ศรัณย์กร เลิศโอภาส ผู้แทนกระทรวงการคลัง กรรมการ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป   

ครม.เห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอให้กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง 1 ปี คงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่ออีกหนึ่งวาระ จำนวน 19 ราย ดังนี้ 

1. นายประสาน หวังรัตนปราณี      ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2564 

2. นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี      ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2564 

3. นายนภินทร ศรีสรรพางค์     ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2564 

4. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ      ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2564

5. นายสากล ม่วงศิริ       ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2564 

6. นายสรรเสริญ สมะลาภา      ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2564 

7. นายนราพัฒน์ แก้วทอง     ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2564 

8. พลตำรวจโท ณัฐพิชย์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา    ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2564

9. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์    ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2564 

10. นายธีระยุทธ วานิชชัง    ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2564

11. นายชาญกฤช เดชวิทักษ์    ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2564

12. นายทวี สุระบาล     ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2564

13. นายทศพล เพ็งส้ม      ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2564

14. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา     ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2564

15. นายเสกสกล อัตถาวงศ์ (เดิมชื่อนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์)    ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2564

16. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ     ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2564

17. นายอภิวัฒน์ ขันทอง      ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2564

18. นายชื่นชอบ คงอุดม      ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2564

19. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ    ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2564

ครม.อนุมัติงบเพิ่มเติม กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท จ่ายค่าตอบแทนบุคลากรการแพทย์ อีก3 เดือน ตั้งแต่ก.ค.-ก.ย. พร้อมไฟเขียวงบ กว่า 1.8 พันล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากรอื่นช่วยสนับสนุน ฉีดวัคซีน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.อนุมัติ งบประมาณจากงบกลาง ปี2564 เพิ่มเติม วงเงินกว่า 12,669ล้านบาท สำหรับแก้ปัญหาโควิด-19 มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนก.ค.-ก.ย.2564 โดยเป็นค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรด่านหน้า แบ่งเป็นค่าเสี่ยงภัย ค่าล่วงเวลา(โอที)ค่าตอบแทนคณะทำงาน ผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษาบุคคลภายนอก ค่าใช้สอย เช่นค่าอำนวยการ และสั่งการเชิงบูรณาการ และเป็นค่าจ้างเหมาบริการอื่น

ทั้งนี้เป็นการอนุมัติเพิ่มจากเดิมที่เคยอนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่5 พ.ค.ที่ผ่านมา วงเงินกว่า12,000 ล้านบาท เป็นเวลา3 เดือน ตั้งแต่เดือนเม.ย.-มิ.ย.2564แต่ทางกระทรวงสาธารณสุข ยังมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติต่อเนื่องในการระงับการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงอนุมัติเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง

นอกจากนี้นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักมนตรี ยังแถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.อนุมัติการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เพื่อดำเนินการฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาลวงเงิน 1,877 ล้านบาทเศษ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล โดยจะมีบุคลากร ที่จะเข้ามาช่วยงานเพิ่มเติมนอกจากกระทรวงสาธารณสุขโดยจะมีส่วนอื่นเข้ามาเพื่อสนับสนุน จึงต้องมีงบประมาณเพิ่มขึ้นมาให้ดำเนินการ โดยกำหนดกรอบเวลาตั้งแต่มิ.ย.-ก.ย.2564


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top