Sunday, 14 June 2026
Hard News Team

กองทัพอากาศสหรัฐส่งหนังสือเชิญ 2 เสืออากาศ ไทย “บิ๊กป้อง” และ”บิ๊กจิ๋ว”  ร่วมพิธีจารึกชื่อลงในแผ่นป้ายของ Air University ในฐานะศิษย์เก่าที่มีความเจริญก้าวหน้าในการรับราชการ

พลอากาศโท เจมส์ บี เฮกเกอร์ ผู้บัญชาการและประธาน Air University แจ้งในนามของผู้บัญชาการทหารอากาศสหรัฐ ได้ทำหนังสือเชิญ พลอากาศเอก นภาเดช ธูปะเตมีย์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ ว่าที่ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพลอากาศเอกเดชอุดม คงศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมงาน Chief of Staff of the Air Force and Chief Master Sergeant of the Air Force International Honor Roll ในวันที่ 3 พ.ย.2564 ณ ฐานทัพอากาศ Maxwell มลรัฐอลาบามา สหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ พลอากาศเอก นภาเดช ธูปะเตมีย์  เคยเข้ารับการศึกษา หลักสูตรเสนาธิการทหารอากาศสหรัฐ (Air command &Staff College) และเมื่อสำเร็จการศึกษาได้รับราชการในกองทัพอากาศ มีความเจริญก้าวหน้าจนได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศและได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศคนที่ 28 ในวันที่ 1 ต.ค.64 และ พลอากาศเอก เดชอุดม คงศรี เคยเข้ารับการศึกษาหลักสูตร วิทยาลัยการทัพอากาศ สหรัฐ (Air war College) ณ Air University ฐานทัพอากาศ Maxwell มลรัฐอลาบามา สหรัฐอเมริกา และเมื่อสำเร็จการศึกษาได้รับราชการในกองทัพอากาศ มีความเจริญก้าวหน้าดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ

พท.เย้ย “ประยุทธ์” แพ้ “ประวิตร” แม้แต่ ส.ส.พปชร.ก็ไม่เอา ถึงเวลารับความจริง ยุติบทบาท ชี้ไปต่อลำบาก

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีการแยกตัวลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปรากฏว่า ส.ส.พรรคไปร่วมคณะรับนายกฯ แค่ 9 คน แต่แห่ไปต้อนรับหัวหน้าพรรค 55 คนว่า พล.อ.ประยุทธ์มักทำอะไรผิดที่ผิดเวลา ตอนโควิดวิกฤตหนักสุด ประชาชนเรียกร้องให้ใส่ชุด PPE ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชน แต่กลับเวิร์กฟรอมโฮมในค่ายทหาร มีเพียงนักรบเสื้อกาวน์ที่ยืนหยัดสู้โควิดเพื่อประชาชน รอจนโควิดซา พล.อ.ประยุทธ์ถึงค่อยออกมา ประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากการลงพื้นที่ประลองกำลัง เพื่อแก้ปัญหาทางการเมืองภายในพรรครัฐบาล อยู่มาเกือบ 8 ปีเพิ่งคิดจะมาพลิกโฉมประเทศ ในขณะที่ประชาชนเกือบร้อยละ 70 สะท้อนผ่านนิด้าโพล ถึงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ควรยุติบทบาททางการเมืองได้แล้ว เพราะบริหารงานล้มเหลว ขาดภาวะผู้นำ ไม่มีศักยภาพ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในประเทศได้ ส่งผลกระทบให้ประชาชนเดือดร้อน

'ม.จ.จุลเจิม' โพสต์ข้อความตั้งคำถาม ‘ขบวนการยุติธรรม’ ไร้น้ำยาหรือหลิ่วตา ถึงปล่อยให้เผาพระบรมฉายาลักษณ์ได้ทุกวัน

ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ 'ท่านใหม่' โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กชื่อ จุลเจิม ยุคล ระบุว่า...

ไร้น้ำยาหรือหลิ่วตา

คน (เด็กๆ) แค่หยิบมือเดียวเผาพระบรมฉายาลักษณ์ได้แทบทุกวัน และกำลังขยายไปเผาป้าย หรืออนุสาวรีย์ ที่มีความหมายของสถาบันฯ กันเป็นรายวัน จนกระทั่งล่าสุด หน่วยราชการบางแห่งถึงกับต้องไปปลดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ออกกันหลายแห่ง เพราะเกรงว่าจะถูกเผา ถูกสาดสี ฯลฯ แล้วจะถูกตำหนิ ถูกเพ่งเล็ง จากผู้บังคับบัญชาหรือจากประชาชนที่ไม่สามารถปกป้องได้

ป.ป.ช. เผย คืบ ไต่สวน สหายแสง จ่อชง กก.ชุดใหญ่ เคาะ มีมูลพอแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่

แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหา นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 แจ้งถือครองที่ดินของรัฐ (น.ส.2)โดยมิชอบ ซึ่งแจ้งถือครองไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ทั้งที่ไม่มีสิทธิในการถือครอง ว่า กรณีของนายศุภชัย โพธิ์สุ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนไปแล้ว โดยอาจจะต้องมีข้อมูลพิจารณาเพิ่มเติมว่า ข้อกล่าวหานั้นมีมูลหรือไม่ คาดว่าเร็ว ๆ นี้ จะมีการสรุปสำนวนเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาว่าข้อกล่าวหานั้นมีมูลหรือไม่ หากมีจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา และให้นายศุภชัยมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีนักการเมืองแจ้งถือครองที่ดิน น.ส.2 ทำได้หรือไม่ แหล่งข่าว กล่าวว่า เดิมที่ดินดังกล่าวเป็นสิทธิในการถือครอง ไม่ต้องแจ้งในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน คล้ายคลึงกับการถือครอง ภ.บ.ท.5 เพราะเป็นที่ดินของรัฐ แต่ปัจจุบันมีบางรายได้แจ้งในบัญชีทรัพย์สินเข้ามาบ้าง ดังนั้นเมื่อแจ้งว่า ป.ป.ช. ต้องตรวจสอบ หากปรากฏกรณีว่าถือครองไม่ถูกต้อง เช่น กรณีของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ แต่เป็นความผิดตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

'ศรีสุวรรณ' จ่อร้อง กกต. ปม 'แอมมี่-บุ๊ง' โพสต์ พาดพิง เพื่อไทย หนุนม็อบ ส่อขัดพรบ.พรรคการเมือง

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเปิดเผยว่า ตนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เพื่อให้ไต่สวนและวินิจฉัยกรณีที่ปรากฎเป็นการทั่วไปว่านายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือ แอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ หนึ่งในแกนนำการเคลื่อนไหวชุมนุมที่ผิดกฎหมาย และผู้ต้องหาคดี ม.112 ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก กล่าวพาดพิงพรรคเพื่อไทยว่า“เพื่อไทยที่สู้ไปกราบไป ที่คอยสนับสนุนเงินทุนบ้าง” ต่อมานายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือ บุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองผู้เปิดบัญชีรับบริจาคเพื่อสนับสนุนกลุ่มราษฎร ได้โพสต์ข้อความในลักษณะเดียวกันว่า“เพื่อไทยไม่ควรทำการเมือง กล้าๆกลัวๆ ไม่ต้องกลัวว่ามาแตะม็อบแล้วจะโดนยุบอะไรหรอก ถ้าโดนยุบเพราะต่อสู้ ยังไงพวกเราก็เลือกแน่ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เคยสนับสนุนอะไรในการต่อสู้มาเยอะแยะ แต่ไม่เคยประกาศออกสื่ออะไรใดๆ ทุกๆครั้งเลือกที่จะวางเอาไว้เงียบๆ แล้วเดินออกไป”
   
 

'สุดารัตน์' บินพบ 'แทมมี่' จับมือร่วมสู้โควิด แสวงหาความร่วมมือสนับสนุนวัคซีน mRNA ให้ไทยเพิ่ม รวมทั้งผลักดันการส่งออกสินค้าไทยไปขายสหรัฐฯ  หลังเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัว กำลังซื้อกลับมาอย่างรวดเร็ว

ตามเวลาประเทศไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ได้เข้าพบนางแทมมี่ ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาแห่งสหรัฐอเมริกา พรรคเดโมแคท จากรัฐอิลลินอยส์ ณ สำนักงานวุฒิสมาชิกแทมมี่ ที่กรุงวอชิงตันดีซี

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ และวุฒิสมาชิกแทมมี่ ได้หารือกันถึงความร่วมมือระหว่างไทยและอเมริกาในการต่อสู้กับการระบาด covid 19 ซึ่งสว.แทมมี่ มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้รัฐบาลสหรัฐ บริจาควัคซีนไฟเซอร์จำนวน 2.5 ล้านโดส ให้ประเทศไทย  สว.แทมมี่ได้แสดงความห่วงใยต่อการแพร่ระบาดของ covid 19 ในไทย และประสงค์จะช่วยผลักดันรัฐบาลสหรัฐ ให้บริจาควัคซีนให้ประเทศไทยเพิ่มเติม จากที่ได้แสดงเจตจำนงบริจาคไปแล้ว 2.5 ล้านโดส
และส่งมอบมาแล้ว 1.5 ล้านโดส

ซึ่ง สว. แทมมี่ ดักเวิร์ธกล่าวว่าสหรัฐพร้อมที่จะส่งมอบวัคซีนที่เหลืออีก 1 ล้านโดส แต่ขณะนี้รัฐบาลไทย ยังไม่ส่งเอกสารตอบรับมา จึงทำให้ยังไม่สามารถส่งมอบอีก 1 ล้านโดสที่เหลือให้ชาวไทยได้ นอกจากนี้ สว.แทมมี่ ได้แสดงความเห็นว่าถ้าประเทศไทยรีบดำเนินการเข้าโครงการโคแวค จะทำให้ไทยมีโอกาสในการได้รับจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติม เพื่อมาเร่งฉีดให้คนไทยได้มากขึ้น ซึ่งสหรัฐพร้อมจะสนับสนุนวัคซีนให้ประเทศที่เข้าโครงการโคแวค ใน อินโด แปซิฟิก หลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ได้ 12.6 ล้านโดส เกาหลีใต้ได้ 1.5 ล้านโดสเป็นต้น

คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ใช้โอกาสนี้ในการขอบคุณรัฐบาลสหรัฐ โดยเฉพาะท่านสว.แทมมี่ ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้มีการจัดสรรวัคซีนจำนวน 2.5 ล้านโดสให้ประเทศไทย และหวังในความร่วมมือในการจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติมให้ชาวไทย

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เสนอว่าท้องถิ่นของประเทศไทยหลายแห่งมีความพร้อมและประสงค์จะซื้อวัคซีน mRNA ที่ FDA สหรัฐ รับรองอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เพื่อไปฉีดให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้ทั่วถึง เร็วขึ้น โดยท้องถิ่นมีเงินสะสมอยู่หลายแสนล้าน จึงขอให้สว.แทมมี่ ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วย ซึ่งทางสว.แทมมี่ได้ตอบรับที่จะประสานงานให้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลไทยจะเปิดทางให้หรือไม่ด้วย

“วิษณุ” แย้ม กฎหมายโรคติดต่อฉบับแก้ไขให้อำนาจประกาศเคอร์ฟิว-ห้ามชุมนุมได้ แม้ยกเลิก ศบค.-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

‘วิษณุ’ เผย พ.ร.ก.แก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นจะยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่งผลให้ยุบ ศบค.โดยปริยาย แต่ กฎหมายใหม่ให้อำนาจประกาศเคอร์ฟิว-ห้ามคนชุมนุมเพื่อสกัดโรคระบาดได้ เผยเหตุออกเป็น พ.ร.ก.เพราะเร่งด่วน หากเป็น พ.ร.บ.ต้องผ่านสภา ใช้เวลาหลายเดือน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ว่าร่าง พ.ร.ก.ฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นจะยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ทำให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.ต้องหมดไป เพราะเป็นสิ่งตั้งขึ้นตามอำนาจของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่กฎหมายฉบับใหม่ ไม่ว่าเป็นในรูปของร่าง พ.ร.ก.โรคติดต่อฯ หรือร่าง พ.ร.บ.โรคติดต่อฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฯ มีหมวดที่ว่าด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่เปิดช่องให้สามารถตั้งหน่วยหรือศูนย์ขึ้นมาทำงานแทน ศบค. 

ซึ่งกรณีของโรคโควิด รัฐบาลสามารถใช้ชื่อ ศบค. สำหรับการตั้งศูนย์ใหม่ได้ ส่วนโครงสร้างหรือองค์ประกอบของศูนย์หรือหน่วยที่จะถูกตั้งขึ้นใหม่เป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมายฉบับใหม่

“บิ๊กตู่”ประกาศความมุ่งมั่นในนามรัฐบาลไทยเพื่อดำเนินการสนับสนุนเป้าหมายการประชุมสุดยอดว่าด้วยการยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น (Global COVID-19 Summit : Ending the Pandemic and Building Back Better) 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีส่วนร่วมในการประชุมสุดยอดว่าด้วยการยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น (Global COVID-19 Summit : Ending the Pandemic and Building Back Better) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ในรูปแบบการประชุมทางไกล โดยมีนายโจเซฟ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นประธานการประชุมฯ ซึ่งการมีส่วนร่วมของนายกรัฐมนตรีเป็นการแสดงสปิริต ความมุ่งมั่น และการสนับสนุนความพยายามร่วมกันในระดับโลกเพื่อประกาศคำมั่น และสะท้อนความร่วมมือเพื่อยุติโควิด - 19 และเพื่อการฟื้นตัว

นายกรัฐมนตรี กล่าวยินดีที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ไทยเชื่อมั่นในความร่วมมือพหุภาคีมาตลอดทั้งเพื่อยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเตรียมพร้อมสำหรับภัยคุกคามทางสุขภาพในอนาคต ทั้งนี้ รัฐบาลไทย ร่วมดำเนินการตามเป้าหมาย ดังนี้ 1. ไทยกำหนดให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ และจะฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนอย่างน้อยร้อยละ 70 ภายในปีนี้ นอกจากนี้ รัฐบาลได้ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตวัคซีนภายในประเทศ และพร้อมร่วมมือกับนานาประเทศในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตวัคซีนในภูมิภาคและส่งเสริมด้านสุขภาพโลก 2. ไทยสนับสนุนการเพิ่มกำลังการผลิตเวชภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์ เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้มีความปลอดภัย ที่ผ่านมา ไทยได้ให้ความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ แก่กว่า 10 ประเทศ ตลอดจนร่วมมือพัฒนาขีดความสามารถด้านสาธารณสุขกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง และจะเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ไทยขอขอบคุณสหรัฐฯ และมิตรประเทศที่ได้ให้ความช่วยเหลือตลอดมา

3. ไทยเห็นด้วยกับการสร้างความเข้มแข็งในการเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อโรคระบาดในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับสากล รวมทั้งสนับสนุน WHO ที่กำลังจัดทำตราสารระหว่างประเทศว่าด้วยโรคระบาด ซึ่งประเทศไทยอยู่ระหว่างแก้ไขพระราชบัญญัติโรคติดต่อให้สอดคล้องกับกฎอนามัยระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดในอนาคต   

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม Global COVID-19 Summit : Ending the Pandemic and Building Back Better นี้แล้ว นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 76 (76th Session of the United Nations General Assembly: UNGA76) และการประชุมที่เกี่ยวข้องแบบทางไกล โดยมีกำหนดการกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมที่สำคัญอีก 3 รายการ ดังนี้

ดีเดย์ กสทช.สั่งบล็อกส่ง SMS หลอกลวง ลามก เงินกู้ พนัน

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.เป็นต้นไป โอเปอเรเตอร์ทุกรายได้แก่ AIS TRUE DTAC NT และ 3BB จะบล็อก SMS ที่มีเนื้อหาหลอกลวง ลามกอนาจาร สินเชื่อออนไลน์ และเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงให้แชร์ข้อมูล SMS ลักษณะดังกล่าวระหว่างกัน แล้วกำหนดเป็นแบล็คลิส เพื่อให้ทุกค่ายดำเนินการบล็อก SMS จากผู้ส่งรายเดียวกันด้วย

ทั้งนี้ หากสำนักงาน กสทช. ได้รับแจ้งจากโอเปอเรเตอร์ว่า บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมซึ่งให้บริการขายต่อ SMS กับผู้ให้บริการด้านเนื้อหาเป็นผู้ส่ง SMS ที่มีลักษณะเนื้อหาหลอกลวง ลามกอนาจาร สินเชื่อออนไลน์ และเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ สำนักงาน กสทช. จะตรวจสอบและพิจารณาลงโทษทางปกครอง ตั้งแต่ เตือน ปรับ พักใช้ใบอนุญาต โดยโทษสูงสุดคือ การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการและจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับบริษัทด้วย

มูลนิธิโครงการหลวง ห่วงใยคนเมืองกรุง มอบ ผักสด-สอาด-ปลอดภัย ให้ “จิตอาสา 4ส12” ลุยเข้าชุมชนส่งถึงมือนำไปปรุงทาน เพื่อบรรเทาทุกข์โควิด

(22 ก.ย.64)​ ที่ศูนย์บรรจุคัดแยกผลผลิตโครงการหลวง จตุจักร กรุงเทพฯ ทีมจิตอาสา นายสุทธิพงษ์ สุริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขาบสไตล์ จำกัด และ นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ตัวแทนนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข​ (สสสส.) รุ่นที่ 12 

รับมอบอาหารจากวัตถุดิบคุณภาพ โครงการหลวง ดี-อร่อย เพื่อร่วมขับเคลื่อนภารกิจช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ประกอบด้วยวัตถุดิบจำนวน 315 กิโลกรัม ประกอบด้วย มะเขือเทศ ชาโยเต้ หรือฟักแม้ว ต้นหอมญี่ปุ่น โดยมอบให้กับ 2 ชุมชน คือ ชุมชนอยู่เจริญบุญมา เขตดอนเมือง และสำนักจุฬาราชมนตรี เขตหนองจอก

ต่อมา ที่ศาลาเอนกประสงค์ชุมชนอยู่เจริญบุญมา กลุ่ม “พันธมิตรจิตอาสา” นำโดย นายสมชาย จรรยา ตัวแทนนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่น 12 (สสสส.) สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มูลนิธิสหชาติ และ นพขวัญ นาคนวล นักข่าวสาวเสียงหัวเราะอร่อยเหาะ ฉายา “จุ๋ม ปอยเด้ง” ร่วมส่งมอบอาหารจากวัตถุดิบคุณภาพ โครงการหลวง ดี-อร่อย สู่ชุมชนผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และข้าวกล่องพร้อมทานจาก “โครงการครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” ของเครือซีพี พร้อมน้ำดื่ม ให้กับกับคณะกรรมการชุมชนอยู่เจริญบุญมา โดยมี คุณจิ๋ม พูลสุข ประธานชุมชน เป็นผู้รับมอบ จากนั้นนำสิ่งของที่ได้รับการสนับสนุน มอบต่อให้กับชาวชุมชนอยู่เจริญบุญมา ที่ยืนเข้าคิวเว้นระยะเป็นแถวยาว เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารได้รับประทาน 

นายสุริยันต์ พูลสุข เลขาประธานชุมชน กล่าวว่า ชุมชนอยู่เจริญบุญมา เป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีบ้านพักจำนวน 593 หลังคาเรือน มีประชากร 1,729 คน มีผู้ป่วยติดเตียง 15 คน มีผู้กักตัวอยู่ในบ้าน 30 คน และเติดเชื้อโควิด 2 ครัวเรือน ขอบคุณมูลนิธิโครงการหลวง กลุ่มพันธิมิตรจิตอาสา และเครือซีพี กับน้ำใจที่นำมาแบ่งปันให้กับชาวชุมชนของเรา ในยามที่ได้รับผลกระทบและต้องลำบากขาดรายได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top