Sunday, 14 June 2026
Hard News Team

'ศรีสุวรรณ' จ่อร้องนายกฯตั้ง กก.สอบปศุสัตว์-กรมศุลกากรไม่ปฏิบัติตามคำแนะกฤษฎีกา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงกำหนดพื้นที่ที่ได้รับการยกเว้นไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมการนำเข้า-ส่งออกทั้งใน-นอกราชอาณาจักร การครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ซึ่งของในเขตปลอดอากรหลายพื้นที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำสินค้าใดๆ เข้ามาในพื้นที่ปลอดอากรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการส่งออกนั้น ไม่ต้องขออนุญาตนำเข้า-ส่งออกจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้พื้นที่ปลอดอากรเป็นฮับ (Hub) ของภูมิภาค ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล

แต่ปรากฏว่ากรมปศุสัตว์ได้ออกมาคัดค้านเรื่องดังกล่าว โดยอ้างว่าสินค้าปศุสัตว์ทุกประเภทจะต้องขอรับใบอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ตาม ม.31 แห่ง พรบ.โรคระบาดสัตว์ 2558 เสียก่อน จนกลายเป็นข้อขัดแย้งและเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อผู้ประกอบการอย่างมาก ที่จะต้องเพิ่มภาระ ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม และเวลา ไปกับการตรวจลงตราของกรมปศุสัตว์ ซึ่งกรณีนี้กรมศุลกากรได้มีการหารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วหลายครั้ง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ย.64 ที่ผ่านมา คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้แนะให้กรมปศุสัตว์และกรมศุลกากรให้แก้ไขปัญหาด้วยวิธีการทางบริหารโดยการหารือร่วมกันของทั้งสองหน่วยงาน เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน อันจะนำไปสู่การใช้อำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่คำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของประเทศ

โดยแนะนำให้พิจารณาผ่อนปรนกฎเกณฑ์ในทางบริหารเพื่อลดขั้นตอนในการดำเนินงาน ตลอดจนกำหนดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและเหมาะสม ตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมิให้เป็นภาระจนเกินสมควรแก่ผู้ประกอบการที่นำเข้าสินค้าปศุสัตว์เข้าไปในเขตปลอดอากรตาม ม.152 แห่ง พรบ.ศุลกากร 2560 และเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยไม่กระทบต่อการคุ้มครองสุขภาพและอนามัยของประชาชนจากความเสี่ยงของการเกิดและแพร่กระจายของโรคระบาดสัตว์ แต่ทว่าจนบัดนี้ การนำเข้าสินค้าปศุสัตว์เพื่อนำมาพักไว้ยังเขตปลอดอากรเพื่อผ่านแดนส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนก็ยังคงเป็นปัญหาเหมือนเดิม ไม่มีการร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อเพื่อประโยชน์ในการด้านการค้า การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศแต่อย่างใด

'สภากาชาดไทย' ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลพบุรี 

พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ ฯ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ เข้ารับฟังรายงานสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรีจากนายสุทัศน์ นันโท จ่าจังหวัดลพบุรี รักษาการนายอำเภอชัยบาดาล โดยมีนางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการ ฯ และกิ่งกาชาดอำเภอชัยบาดาล ให้การต้อนรับและร่วมรับฟังการบรรยาย พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมรถผลิตน้ำดื่ม สภากาชาดไทย บริการผลิตน้ำดื่มสะอาด ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ใช้อุปโภค บริโภค พร้อมทั้งมอบชุดธารน้ำใจ ฯ แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 20 ราย  ณ ตำบลท่ามะนาว อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

“เทพไท” โพสต์เตือน อย่าผูกขาดเป็นเจ้าของวีรชนเดือนตุลา ชี้ต้องแยกแยะอดีตกับปัจจุบัน

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ผมคนหนึ่ง ที่เป็นคนเดือนตุลาเช่นกัน เพราะตอนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ผมยังเป็นนักเรียน อยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษา และได้ร่วมกิจกรรมสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.)ที่ กรุงเทพฯอีกด้วย หลังจากนั้นก็มาเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำนักศึกษาในตำแหน่งนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง (อศ.มร.) และเลขาธิการองค์การบริหารองค์การนักศึกษา 20 สถาบัน อีกด้วย จึงมีความผูกพันกับการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษา และถือได้ว่าเป็นผู้หนึ่งที่ได้สืบทอดเจตนารมย์ของวีรชนเดือนตุลามาเช่นกัน 

“ในวันนี้เป็นวันครบรอบ 45 ปีของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งยังอยู่ในความทรงจำ ยังระลึกถึงวีรกรรมของวีรชนเดือนตุลา อย่างไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าในช่วงหลังนี้ จะไม่ค่อยได้เข้าร่วมกิจกรรม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา บริเวณสี่แยกคอกวัวมากนัก เพราะมีความรู้สึกลึกๆว่า การจัดงานรำลึกวีรชนเดือนตุลา กำลังผูกขาดแสดงความเป็นเจ้าของ จากคนเพียงกลุ่มเดียว ทำให้คนที่มีความคิดแตกต่างกัน ไม่กล้าเข้าร่วมกิจกรรม เพราะมีความรู้สึกแปลกแยก กับคนที่จัดงานรำลึกวีรชนเดือนตุลา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย”

"บิ๊กติ๊ก” แจงปมถูกกล่าวหา “บัญชีทรัพย์สินเท็จ” กรณีบ้านที่ จ.พิษณุโลก-เงินฝากภรรยาต่อ​ ป.ป.ช.แล้ว อนุไต่สวนฯลุยรวบรวมหลักฐานเกี่ยวข้อง ก่อนสรุปสำนวน​ คาดใช้เวลาไม่นาน

รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ แจ้งว่า​ สำหรับความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการ​ ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาแก่ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ถูกกล่าวหาว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเท็จและเอกสารประกอบ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ กรณีมิได้แจ้งถือครองบ้านใน จ.พิษณุโลก

 

 

พท.เหน็บ “ประยุทธ์” ไปเอาความมั่นใจจากไหนมา ถึงกล้าบอกเป็นนายกฯ อีกสมัย ซัดบริหารล้มเหลวทุกด้าน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวในขณะลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จ.ลพบุรีว่า ประชาชนเดือดร้อนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในวงกว้าง ขณะที่รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลปมยึดคืนหน่วยงาน-ทวงคืนหน่วยงานกันไปมาจนวุ่นวาย น้ำท่วมมาเกือบเดือนยังไม่เห็นรัฐบาลออกมาตรการเยียวยาประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ข้าวหอมมะลิที่กำลังจะออกต้องจมน้ำ ส่วนที่พอขายได้ก็ขายในราคาถูก ไม่พอต้นทุนการผลิต วิกฤตเศรษฐกิจลามถึงโรงสีขาดสภาพคล่องจนต้องปิดกิจการ กระทบในห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด รัฐบาลเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน แต่ไม่ยอมแก้ไข เพราะสาละวนอยู่แต่กับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ ต้องช่วยเหลือเกษตรกรอย่างทันท่วงที ไม่ใช่ว่าพอทวงคืน 4 หน่วยงานกลับมาได้ ก็กระหยิ่มยิ้มย่องกอดคอกันต่อไป ละทิ้งและไม่สนใจแก้ปัญหา ทอดทิ้งประชาชน 

อนุทิน-พิพัฒน์ ติดตามคืบกระจาย วัคซีน-พื้นที่ท่องเที่ยว กระบี่ พังงารองรับเปิดเมือง-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 7-8 ต.ค. 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อเปิดเมืองฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดพังงา ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามการดำเนินงานตามแผนของรัฐบาลที่ทยอยเปิดพื้นที่ของจังหวัดต่างๆเพื่อรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติตามแนวทางที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กำหนดเป็น 3 ระยะ เริ่มตั้งแต่เดือนต.ค. 2564 เป็นต้นไป  ภายใต้เงื่อนไขว่า 70% ของประชาชนในพื้นที่ที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวจะต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบโดส ขณะที่กลุ่ม 608 ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 80% 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับภารกิจของรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พร้อมคณะนั้น วันที่ 7 ต.ค. 2564 ที่จังหวัดกระบี่จะมีการตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างท่าอากาศยานกระบี่ จากนั้นจะมีการมอบวัคซีนป้องกันโควิด- 19  มีประชุมร่วมกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว โดยในการประชุมจะได้รับทราบจากรายงานของกรมทางหลวงชนบทถึงความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะลันตา หัวหิน-คลองหมาก และนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่จะรายงานความคืบหน้าความพร้อมการเปิดรับนักท่องเที่ยวตามนโยบายของส่วนกลาง  ซึ่งหลังการประชุมให้นโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รองนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะจะเดินทางตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม ร.15 พัน1 อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เพื่อให้กำลังใจบุคลาการทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ต่อไป  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ส่วนภารกิจวันที่ 8 ต.ค. 2564 ที่จังหวัดพังงา รองนายกรัฐมนตรีและคณะจะมีการมอบวัคซีนแก่จังหวัดพังงา และตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม ณ ศูนย์ศึกษาวิจัย ศิลปกรรม วัฒนธรรมและประเพณีแห่งอันดามัน  และบริเวณท่าเทียบเรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา บ้านท่าด่าน ตำบลเกาปันหยี อำเภอเมืองพังงา  และตรวจท่าเทียบเรือเกาะคอเขา บ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

“โฆษกรัฐบาลฯ” มั่นใจสถานการณ์น้ำ ไม่ซ้ำรอยปี 54 โว! เทียบอดีตสถิติความเสียหายภัยแล้ง-อุทกภัย ลดลงชัดเจน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตั้งแต่ต้นปี และวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันภัยพิบัติจากสถานการณ์อุกทกภัย และปัญหาน้ำแล้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ส่งผลให้สถิติความเสียหายภัยจากน้ำลดลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับปี 2554  ที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินถึง 65 จังหวัด เสียหาย 69 ล้านไร่  ขณะที่ในปี 2564 ครบรอบ 10 ปี ข้อมูลจากจิสด้าพบว่า ปีนี้น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง  21 จังหวัด มีพื้นที่เสียหาย 1.33 ล้านไร่ ส่วนสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของไทย ปี 2564 น้ำมีระดับน้ำน้อยและมีพื้นที่เพียงพอรองรับปริมาณน้ำฝนอีกมาก  รวมทั้งได้พัฒนารูปแบบการจัดการน้ำโดยใช้พื้นที่ลุ่มต่ำ รับน้ำนอง บรรเทาความเสียหาย ขขณะที่ปริมาณฝนที่ตกในกทม.ยังไม่มาก ทำให้สามารถบริหารจัดการระบายน้ำได้ และประเมินได้ว่ากทม.น้ำจะไม่ท่วมหรือรุนแรงเท่ากับปี 2554 

นายธนกร กล่าวว่า เปรียบเทียบสถานการณ์อุทกภัยในปี 2554 กับ 2564 ปริมาณฝนสะสม ทั้งประเทศ ในปี 2554 มีปริมาณฝนสะสม  1,948 มม. ปี 2564 ตั้งแต่ม.ค. - ปัจจุบัน มีปริมาณ 1,360 มม. น้อยกว่า อยู่ 588 มม. สำหรับปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2554 รวม 23,605 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 95%  แต่ในปีนี้รวม 11,969 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 48% ปี ทำให้ปริมาณน้ำรวม 4 เขื่อนน้อยกว่าปี 2554 อยู่ 11,636 ล้าน ลบ.ม. ส่วนปริมาณน้ำไหลผ่านบริเวณ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ปี 2554 อยู่ที่ 3,903 ล้าน ลบ.ม.ปี 2564  มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,561 ล้าน ลบ.ม.  น้อยกว่า ปี 2554 อยู่ 1,342 ลบ.ม.ต่อวินาที

นายธนกร กล่าวว่า นอกจากนั้น มีการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พ.ศ.2561 – 2580 มีผลงานที่เป็นรูปธรรมในช่วงปี 61-64  สามารถขยายเขตประปาเมืองพื้นที่เศรษฐกิจ 559 แห่ง ปริมาณน้ำใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้น 1,203.92 ล้านลบ.ม. เขื่อนป้องกันตลิ่ง 59 กม. ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 135,17 ไร่  มีโครงการจัดทำแผนหลักการบรรเทาอุทกภัยเจ้าพระยาตอนล่าง อาทิ คลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร การปรับปรุงระบบชลประทานเดิม การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา โครงการบริหารจัดการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ เป็นต้น ปัจจุบันขับเคลื่อนแล้ว 32%  ซึ่งการดำเนินการแก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วมแบบบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ผ่านมามีความก้าวหน้า

สภากาชาดฯ โต้ปม ‘ค้ากำไรวัคซีนโมเดอร์นา’ ย้ำชัด!! จัดหาโปร่งใสให้ปชช.ไม่คิดมูลค่า

จากกรณี น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul โจมตี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ สภากาชาดไทย มีสถานะเป็นหน่วยงานรัฐ ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งก็คือภาษีประชาชน ในการดำเนินงาน (และบางส่วนมาจากเงินบริจาค) แสวงผลกำไรจากวัคซีนโมเดอร์นา

ล่าสุด เฟซบุ๊ก สภากาชาดไทย ได้ชี้แจงประเด็นที่มีสื่อมวลชนบางสำนักได้เสนอข่าว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 โดยอ้างอิงข้อความในเฟซบุ๊กของผู้ใช้นาม Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล เรื่องวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 Moderna โดยเผยแพร่เอกสารมีเนื้อหาระบุว่า

"ตามที่มีสื่อมวลชนบางสำนักได้เสนอข่าว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 โดยอ้างอิงข้อความในเฟซบุ๊กของผู้ใช้นาม Sarinee Achavanuntakul – สฤณี อาชวานันทกุล ซึ่งเขียนข้อความทำนองว่าสภากาชาดไทยใช้เงินของตัวเองจองโควตาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 Moderna ผ่านองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เพื่อนำมาขายต่อให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั่วประเทศนั้น

ข้อความและข่าวดังกล่าว อาจก่อให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องต่อการดำเนินงานของสภากาชาดไทย ดังนั้น สภากาชาดไทยจึงขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

1.) สภากาชาดไทยเป็นองค์กรการกุศลที่มีรายได้เป็นเงินบริจาคจากพี่น้องประชาชน และได้รับเงินงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งสภากาชาดไทยไม่ได้เป็นหน่วยงานภาครัฐโดยตรง

2.) เดือนเมษายน 2564 ท่ามกลางสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่มีการระบาดรุนแรงมากขึ้น สภากาชาดไทยได้ริเริ่มจัดหาวัคซีนมาฉีดให้แก่ประชาชน โดยได้ติดต่อกับหน่วยงานกาชาดในต่างประเทศ และบริษัทผู้จำหน่ายวัคซีนเพื่อจัดหาหรือขอซื้อวัคซีนมาฉีดให้แก่ประชาชนตามภารกิจของสภากาชาดไทย

3.) ผลการประสานงานกับ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นาในประเทศไทย ได้ตกลงจะขายวัคซีน จำนวน 1 ล้านโดส ให้แก่สภากาชาดไทย แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องซื้อผ่านหน่วยงานของรัฐ คือ องค์การเภสัชกรรม จึงจะขายให้ได้เพราะเป็นนโยบายของบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกา

3 กลุ่มไหน ไม่น่า 'ทานเจ'

แม้เทศกาลกินเจ ถือศีลกินผัก จะเป็นกิจกรรมที่ใครหลายคนอยากเข้าร่วม แต่การรับประทานเจ ก็ยังมีข้อจำกัดแก่บางกลุ่มบุคคล เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารบางอย่างด้วย

“ผบ.ทอ.” รับมอบ “รพ.สนาม BDMS สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)” จากบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หลังร่วมกันจัดตั้งและรักษาผู้ป่วย COVID-19 ระดับสีเหลือง-แดง โดยหลังจากนี้จะให้บริการภายใต้ชื่อ “รพ.สนามสนามกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)”

ที่สนามกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)” พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธีรับมอบ “โรงพยาบาลสนาม BDMS สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)” จาก แพทย์หญิง ปรมาภรณ์  ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายแพทย์ ดุลย์  ดำรงศักดิ์ ผู้ช่วยประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 1 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) และ รองศาสตราจารย์ อัจจิมา  เศรษฐบุตร กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิเวชดุสิต ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อจัดตั้งเป็น “โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)”

ด้วยในห้วงที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีการขยายวงกว้างมากขึ้นและแพร่ระบาดไปในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดจากกรณีที่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ มีจำนวนผู้ขอเข้ารับการตรวจคัดกรองจำนวนมากในแต่ละวัน และมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันเช่นกัน

กองทัพอากาศ จึงได้ผนึกกำลังกับ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จํากัด (มหาชน) หรือ BDMS ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลสนาม BDMS สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)” เพื่อเป็นการ รองรับสถานการณ์ดังกล่าวร่วมกัน โดยได้ปรับปรุงสนามกีฬาเปลี่ยนให้เป็นโรงพยาบาลสนาม สนับสนุนทีมแพทย์และบุคลากรจากเครือ BDMS โดยมูลนิธิเวชดุสิต ฯ เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ โดยกองทัพอากาศให้การสนับสนุนสถานที่และบุคลากรดูแลรักษาความปลอดภัย

โรงพยาบาลแห่งนี้มุ่งเน้นให้บริการผู้ป่วยระดับสีเหลือง-แดง พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและทีมงานเป็นสำคัญ อาทิ การใช้หุ่นยนต์ในการส่งยาและอาหาร การติดต่อสื่อสารผ่าน Line Official ส่งผู้ให้ผู้ป่วยทุกรายได้รับการดูแลรักษาที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและปลอดภัย มีขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยได้ 100 เตียง

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม – 10 กันยายน 2564 มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาทั้งสิ้น 230 ราย รักษาหาย 198 ราย ส่งต่อไปรับการรักษา ณ โรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนด้วยปัญหาของโรคอื่น ๆ 32 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top