Monday, 15 June 2026
Hard News Team

'โบว์' ยัน!! ไม่ควรยกเลิกมาตรา 112 แต่ควรปรับ!! ส่วนจะแก้หรือไม่ อยู่ที่เสียงส่วนใหญ่ในสภา

‘โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา’ ชี้!! มาตรา 112 มีปัญหาในหลักกฎหมายที่ควรปรับปรุงได้จริง แต่ไม่ควรยกเลิก ส่วนจะแก้ไขได้หรือไม่ อยู่ที่เสียงส่วนใหญ่ในสภา ซึ่งต้องเคารพ

โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวทางการเมืองได้โพสต์เฟซบุ๊ก และทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ถึงเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ว่า…

สิ่งที่ควรพูดกันตรง ๆ คือ ตัวบทบัญญัติมีปัญหาในหลักกฎหมายที่ควรปรับปรุงได้จริง ส่วนการละเมิดที่เกินเลยและ “ผิด” ก็มีจริง ไม่มีความจำเป็นอะไรต้องไปให้ท้ายกัน ต้องตรงไปตรงมากับสังคม จึงจะเกิดบรรยากาศที่คุยกันรู้เรื่อง

‘ดีอีเอส’ ตั้งทีมเฉพาะกิจ ต้านอาชญากรรมออนไลน์ แก้ปัญหาผู้บริโภคซื้อสินค้า ‘ไม่ตรงปก’

‘ชัยวุฒิ’ เตรียมดึงสภาองค์กรของผู้บริโภค ภาคประชาสังคม ร่วมคณะทำงานศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ หวังแก้ปัญหาผู้บริโภคซื้ออสินค้าไม่ตรงปก

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึง ปัญหาการซื้อสินค้าออนไลน์ ‘ไม่ตรงปก’ ของผู้บริโภค ว่าในเรื่องนี้กระทรวงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส มีศูนย์ร้องเรียนที่เรียกว่า ‘ศูนย์สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์’ หรือสายด่วน 1212 และมีเพจ Facebook รับร้องเรียนต่าง ๆ ซึ่งเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนก็จะเร่งประสานงานกับผู้ค้าอีคอมเมิร์ซ ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทันที 

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้มีการดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้เข้มข้นขึ้น รวมถึงต่อไปจะมีศูนย์ต่อต้านปัญหาออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งจะมีคณะกรรมการเข้ามาดูแล โดยเตรียมดึงองค์กรเอกชนภาคประชาชน สื่อมวลชน รวมทั้งสภาผู้บริโภค หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเหล่านี้ เข้ามาร่วมในคณะทำงาน เพื่อต่อต้าน อาชญากรรมออนไลน์ทั้งหมด 

‘ท่านใหม่’ คารวะหัวใจ ‘เสรีพิศุทธ์’ แม้โผงผาง แต่ยึดมั่นสถาบันฯ ยิ่งชีพ

ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก คารวะนักการเมืองที่แสดงจุดยืนไม่แก้ไขมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา โดยระบุว่า ขอบคุณท่านเสรีพิศุทธ์ ถึงแม้ท่านเป็นคนโผงผาง ปากกล้า แต่ผมขอคารวะ จิตใจท่าน ที่ยังมีจุดยืน ในความจงรักภักดี และยังเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต

ใครจะว่าอย่างไร ท่านเสรีพิศุทธ์ ผมก็ขอคารวะ ท่านตลอดจน ส.ส. และพรรคการเมืองทุกพรรคที่แสดงออก ในการต่อสู้เพื่อสถาบัน อย่างอื่น ๆ จะดีเลวอย่างไรบ้าง อยู่ในความวินิจฉัยของ ปชช. ทั้งประเทศ เราก็ไม่ว่ากัน 

ศาลฮ่องกงตัดสิน 'วัยทีน' ผิดฐานแบ่งแยกดินแดน เจ้าตัวกร้าว!! “ไม่มีอะไรต้องละอาย”

รายงานจากเอเอฟพีและรอยเตอร์ (3 พ.ย. 64) เผย คำพิพากษาของศาลฮ่องกง โดยระบุถึง ‘โทนี ชุง’ นักเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชฮ่องกงวัย 20 ปี กลายเป็นคนอายุน้อยที่สุดที่ถูกตัดสินว่าทำผิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ที่จีนออกมาบังคับใช้กับฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

โทนี ชุง ซึ่งเป็นอดีตแกนนำกลุ่มหนุนเอกราชในชื่อ ‘นักศึกษาท้องถิ่นนิยม’ ที่ยุบตัวก่อนหน้ากฎหมายความมั่นคงจะมีผลบังคับใช้ ยอมรับสารภาพผิดในข้อหาแบ่งแยกดินแดน และข้อหาฟอกเงินอีก 1 ข้อหา แต่เขาปฏิเสธข้อหาปลุกปั่นโค่นล้มรัฐและข้อหาฟอกเงินอีกข้อหา

อัยการอีวาน เฉิง กล่าวว่า ชุง เป็นผู้ดำเนินการเพจเฟซบุ๊กของกลุ่มนักศึกษาท้องถิ่นนิยมสาขาสหรัฐฯ และองค์กรชื่อ ‘พรรคริเริ่มเอกราช’ การตรวจค้นที่บ้านของเขาพบเสื้อยืด, ธง และหนังสือที่สนับสนุนเอกราชฮ่องกง ส่วนข้อหาฟอกเงินนั้นเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคที่เขาได้รับผ่านบัญชี PayPal

เจ้าหน้าที่ฮ่องกงจับกุม ชุง ซึ่งตอนนั้นอายุ 19 ปี พร้อมกับพวกอีก 2 คน ที่ร้านกาแฟร้านหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำฮ่องกงไม่กี่เมตร เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เขาถูกปฏิเสธประกันตัวและโดนคุมขังมานับแต่ตอนนั้น

กลุ่ม ‘เพื่อนของฮ่องกง’ ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก ออกแถลงการณ์หลังจากชุงถูกจับกุมว่า พวกเขากำลังพยายามจัดการให้ชุงเข้าสถานกงสุลสหรัฐฯ ในวันนั้นเพื่อขอลี้ภัย

ระหว่างให้การในศาลเมื่อวันพุธ ชุงกล่าวต่อศาลว่า ‘เขามีสติสัมปชัญญะและไม่มีสิ่งใดต้องละอายแก่ใจ’ ทำให้ผู้พิพากษาสแตนลีย์ ชาน กล่าวเตือนทันทีว่า ศาลไม่อนุญาตให้กล่าวถ้อยคำเกี่ยวข้องกับการเมืองในศาล และนัดวันอ่านคำพิพากษาโทษวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้

คดีของชุงเป็นคดีแบ่งแยกดินแดนคดีที่ 4 ที่ถูกพิจารณาคดีตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา เขาก็ถูกตัดสินจำคุก 4 เดือนฐานดูหมิ่นธงชาติจีนและชุมนุมอย่างผิดกฎหมาย

ทางการฮ่องกงเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติจะไม่มีผลย้อนหลังกับการกระทำในอดีต แต่อัยการอ้างความผิดหลายประการที่เกิดขึ้นก่อนหน้ากฎหมายจะเริ่มบังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว

ครม.เคาะงบสนับสนุนวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด ChulaCov19-วัคซีนใบยาฝีมือคนไทย 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 ว่า ครม.อนุมัติโครงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด19 ChulaCov19 mRNA เพื่อทำการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 3 และการผลิตเพื่อขึ้นทะเบียนวัคซีน เพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉิน กรอบวงเงิน 2,316 ล้านบาท และเห็นชอบในหลักการโครงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 (Baiya) กรอบวงเงิน 1,309 ล้านบาท ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม (อว.)โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดกู้เงินเพิ่มเติมฯ พ.ศ.2564 มีรายละเอียดดังนี้

1.โครงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 “ChulaCov19 mRNA” กรอบวงเงิน 2,316 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการทดสอบวิจัยในอาสาสมัครระยะที่ 3 เพื่อใช้ในการขึ้นทะเบียนตามเกณฑ์ที่องค์การอาหารและยา (อย.) กำหนด และเพื่อการผลิตวัคซีนสำหรับทดสอบระยะที่ 3 และเตรียมการผลิตสำหรับขึ้นทะเบียนรับรองจาก อย.  ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานของการผลิตวัคซีนชนิด mRNA อย่างครบวงจร ทำให้ไทยสามารถผลิตวัคซีนโควิด-19 ใช้ได้เอง และสามารถต่อยอดเทคโนโลยีนี้สู่การผลิตวัคซีนสำหรับป้องกันโรคอื่นๆ รวมถึงโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดำเนินการกำหนดกลไกการกำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

 

ครม.ไฟเขียว ร่างพ.ร.บ.ปราบปรามฟอกเงิน ค้าสื่อลามกอนาจารเด็ก-หนีภาษี-เก็บดอกเบี้ยโหด 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.อนุมัติร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เสนอ โดยแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยปรับปรุงมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้สอดคล้องมาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ตามข้อแนะนำของคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (The Financial Action Task Force – FATF) เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน เกิดความเป็นธรรมและการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้ไทยสามารถเข้ารับการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้าน AML/CFTX ทันตามรอบการประเมิน ซึ่งจะผลักดันให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก FATF ภายในปี 2566 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฯ แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยาม ความผิดมูลฐานให้ครอบคลุมความผิดในสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ค้าสื่อลามกอนาจารเด็ก การหลีกเลี่ยงหรือลักลอบหนีศุลกากร การปลอมเอกสารสิทธิ เอกสารราชการ การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล การสมยอมในการเสนอราคา การเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และเพิ่มบทนิยาม “ผู้ประกอบอาชีพ” ให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับผู้ประกอบธุรกิจในไทย

และปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับแจ้ง การรวบรวม และจัดส่งข้อมูลของพนักงานศุลกากรให้สำนักงาน ปปง. ครอบคลุมตราสารเปลี่ยนมือข้ามแดน (จากเดิมกำหนดเฉพาะเงินตราหรือเงินตราต่างประเทศ) รวมทั้งกำหนดให้พนักงานศุลกากรมีอำนาจยึดเงินตรา เงินตราต่างประเทศ และตราสารเปลี่ยนมือข้ามแดนดังกล่าวได้ นอกจากนั้น
กำหนดหน้าที่สมาคม มูลนิธิ และองค์กรไม่แสวงหากำไร เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน การสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้ายฯ เช่น การจัดทำงบการเงินประจำปี ที่ระบุแหล่งที่มาของรายได้ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริหารหรือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ และหากมีเหตุอันควรสงสัย สำนักงานปปง.โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สั่งระงับการทำธุรกรรมเป็นการชั่วคราวได้

 

สนามบินดอนเมือง แจ้งปิดซ่อมรันเวย์บางส่วนนาน 3 เดือน

ร.ต.ธานี ช่วงชู ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า สนามบินดอนเมือง มีแผนปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่ง (รันเวย์) ฝั่งตะวันตก เพื่อซ่อมแซมรันเวย์ 21R – 03L ความยาว ประมาณ 3,400 เมตร (จากความยาวทั้งหมด 3,700 เมตร) ความกว้าง 60 เมตร โดยจะปิดใช้ทางวิ่ง 21R – 03L เป็นช่วงเวลา และยังคงเปิดใช้งานทางวิ่ง 21L – 03R เป็นปกติ โดยในช่วงแรกจะดำเนินการซ่อมแซม ระหว่างวันที่ 4 พ.ย.64 – 23 ก.พ.65 ความยาวประมาณ 2,400 เมตร

ทั้งนี้หากสายการบินจะเพิ่มปริมาณเที่ยวบิน ทางสนามบินดอนเมืองจะปรับแผนการซ่อมแซม โดยได้กำหนดประชุมแผนการดำเนินงานปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่งดังกล่าวทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน และหากมีการเปลี่ยนแปลงจะออกประกาศนักบินอีกครั้ง โดยการปรับปรุงซ่อมแซมทางวิ่งครั้งนี้ จำเป็นที่ต้องเร่งรัดให้มีการดำเนินการตามแผน เนื่องจากในสถานการณ์ปกติ ทดม.มีการรองรับจำนวนเที่ยวบินจำนวนมากในแต่ละวัน เพื่อให้คุณภาพพื้นผิวทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยานสามารถรองรับน้ำหนักของอากาศยานขนาดใหญ่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และความปลอดภัย

 

ข้าวหอมมะลิ-มันสำปะหลัง-ปาล์มน้ำมัน เตรียมราคาพุ่ง 

นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนพ.ย. 2564 โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 10,237 - 10,462 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 5.02 - 7.32% เนื่องจากปัญหาอุทกภัยในแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่สำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง 

ส่วนมันสำปะหลัง ราคาอยู่ที่ 2.17 - 2.22 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 4.85 - 7.25% เนื่องจากเป็นช่วงต้นฤดูกาลผลิตมันสำปะหลังปีการผลิต 2564/65 ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดไม่มาก ขณะที่ปาล์มน้ำมัน ราคาอยู่ที่ 7.62 - 7.72 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.24 - 2.30% เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ภาวะการค้าน้ำมันปาล์มภายในประเทศอาจชะลอตัวลงบางส่วนโดยเฉพาะการใช้พลังงานทดแทน 

ขณะที่ สุกร ราคาอยู่ที่ 67.67 - 68.14 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.09 - 2.53% เนื่องจากความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลาย มาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐในช่วงต้นเดือนพ.ย. 2564 ทำให้ร้านอาหาร โรงเรียน และสถานประกอบการอื่นๆ กลับมาเปิดให้บริการตามปกติ เช่นเดียวกับกุ้งขาวแวนนาไม ราคาอยู่ที่ 128.27 – 129.78 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.80 – 3% และโคเนื้อ ราคาอยู่ที่ 95.40 – 95.62 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.11 - 0.34%

 “นายกฯ” ติดตามผลการเปิดประเทศทุกมิติ ไม่มีประเด็นที่ต้องกังวล หลังพบ 6 รายนำเชื้อเข้า มีระบบสาธารณสุขดูแล ส่วนปัญหาติดขัดอื่นๆคลี่คลายได้ทั้งหมด ยันให้ความสำคัญเปิดเทอมไม่น้อยกว่าเปิดปท. 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมาย ถึงกรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานว่าภายหลังการเปิดประเทศมีผู้ติดเชื้อเข้ามา มีความกังวลอย่างไรบ้าง ว่า นายกรัฐมนตรีได้ติดตามผลการดำเนินงานของการเปิดประเทศมาโดยตลอด ไม่ใช่เฉพาะด้านสาธารณสุขเท่านั้น ส่วนเรื่องตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มาจากการเดินทางนั้น พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่านับตั้งแต่วันที่ 1-3 พ.ย.มีจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทั้งหมด 7,124 คน จาก 3 ระบบ คือผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ ผู้ที่เดินทางเข้าในระบบแซนด์บ็อกซ์ และคนที่เข้าระบบกักกันตัว ทั้งหมดนี้มีผู้ติดเชื้อรวม 6 คนเท่านั้น และได้รับการดูแล ซึ่งในเรื่องสาธารณสุขตรงนี้ ไม่มีประเด็นไหนที่ต้องกังวล 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการต้อนรับนักท่องเที่ยว เช่น บางจุดในสนามบินที่เป็นช่วงเวลาที่มีผู้เดินทางเข้ามาเยอะ และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขมีจำนวนน้อยอยู่ ทางสาธารณสุขได้เร่งดำเนินการหาเจ้าหน้าที่มาเพิ่มเติมได้ครบถ้วน ซึ่งคาดว่าปัญหาเหล่านี้จะคลี่คลาย ส่วนอีกปัญหาพบสายการบินตรวจเอกสารตั้งแต่ต้นทางไม่ครบถ้วน เมื่อมาถึงไทยเลยเกิดปัญหา ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้ประสานงานในการจัดระเบียบให้เข้ม ว่าต้นทางที่จะรับผู้โดยสารขึ้นเครื่องต้องทำอย่างไรบ้าง ส่วนระบบไทยแลนด์ พาส (Thailand Pass) แม้จะเปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 1 พ.ย.แล้ว แต่ในช่วงนี้ระยะเปลี่ยนผ่าน นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยจะอยู่ภายใต้ระบบการขอหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (ซีโออี)อยู่ แต่เมื่อระบบไทยแลนด์ พาส ได้ใช้อย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเริ่มในวันที่ 8 พ.ย. ปัญหาในการตรวจสอบต่างๆจะคลี่คลายไปทั้งหมด ซึ่งนายกฯติดตามครบทุกมิติในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเปิดประเทศ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนเรื่องการเปิดเทอมเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นายกฯให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเปิดประเทศอย่างที่มีคนกล่าวหา ทั้งนี้รมว.ศึกษาธิการได้รายงานให้ครม.รับทราบ โดยเฉพาะเรื่องของการฉีดวัคซีนให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา นับจนถึงวันที่ 2 พ.ย.ฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 800,000 กว่าคน เข็มที่ 2  จำนวน 557,000 คน ส่วนที่ยังไม่ได้รับการฉีด 87,000 คน ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุขจะเร่งฉีดให้ครบถ้วน สำหรับการฉีดวัคซีนให้กับเด็กและนักเรียนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป โดยตัวเลขวันที่ 3 พ.ย.ฉีดวัคซีนแล้ว 3 ล้านกว่าคน คิดเป็น 78 เปอร์เซ็นต์ จากยอดที่แจ้งประสงค์ฉีดวัคซีน 840,000 คน 

 

บุกจับผับพัทยา ปล่อยนักท่องเที่ยวจิบมึนในร้าน พบตบตาด้วยการใส่แก้วพลาสติกสีขุ่น

(3 พ.ย. 64) พ.ต.อ.เมฒาวิศ ประดิษฐ์ผล รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รรท.ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ออกตรวจตราความเรียบร้อยในพื้นที่ เพื่อเตรียมต้อนรับการจัดแสดงพัทยามิวสิก เฟสติวัล 2021 ที่จะมาถึงในวันที่ 5 - 6 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ 

ทว่าระหว่างออกตรวจได้พบสถานบริการชื่อร้าน ‘ลิซ่า ออนเดอะ บีช’ ลักลอบปล่อยปละละเลยให้นักท่องเที่ยวดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน ซึ่งฝ่าฝืนคำสั่งของคณะควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top