Friday, 19 June 2026
Hard News Team

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเดินสายบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดนครปฐมและปทุมธานี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า หัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วยนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ลงพื้นที่จังหวัดนำเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่บริเวณศาลาการเปรียญวัดไทร ตำบลท่ากระชับ อำเภอนครไชยศรี  และบริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม และบริเวณวัดสามัคคียาราม ตำบลคลองควาย 

บริเวณศาลาริมทางหน้าวัดเจดีย์ทอง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี รวมทั้งสิ้น 2 จังหวัด รวม 1,000 ชุด  คิดเป็นมูลค่า 350,000 บาท (สามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)  โดยมี สำนักงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละจังหวัดเป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐร่วมในพิธี เมื่อวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 64 ที่ผ่านมา

 

Jai Bhim สุดยอดหนังอินเดีย สะท้อน ‘วรรณะ - ความยุติธรรม’ ขึ้นแท่น IMDb เหนือ The Shawshank Redemption

#ถกหนังแขก ‘ตำรวจทุกคนไม่ได้เป็นคนเลวนะ’ … ‘ก็จริง แต่ตำรวจทุกคน ก็ไม่ได้เป็นคนดีหนิ’ … นี่คือเรื่องราวเรียกน้ำย่อยของ Jai Bhim (2021) หนังอินเดียอันดับ 1 ใน Top 250 และ Top 1000 ของ IMDb ที่ทำคะแนนโหวตสูงสุด ที่ 9.6/10 โดยเพจ ‘หลงอินเดีย’ ได้นำมาเผยถึงเหตุผลที่หนังเรื่องนี้ได้คะแนนแซงหน้าหนังอมตะอย่าง The Shawshank Redemption ที่ 9.3 คะแนน และ The Godfather ที่ 9.2 คะแนน ว่า…

#พล็อตเรื่องสั้นๆ
ทนายความ Madras K. Chandru ผู้ที่เข้ามาว่าความต่อสู้ กับคดีที่ดูจะไม่เป็นธรรมแก่ชาวเผ่า Irulas ที่ถูกผู้มีอิทธิพลในชุมชน และบรรดาผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ใส่ความว่าได้เข้าไปขโมยของมีค่า จากบ้านหลังหนึ่ง ทำให้พวกกลุ่มคนชาวเผ่าอิรูลัส ต้องกลายมาเป็นแพะรับบาป และต้องถูกกดขี่ ด้วยการใช้อำนาจที่เกินกว่ากฎหมาย กระทั่งทนายความจันดรู ได้เข้ามาต่อสู้กับคดีนี้เพื่อชาวเผ่า และต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดัน ที่อยู่เหนือกฎหมายมากมาย...และทนายความจันดรู จะสามารถช่วยชาวเผ่าที่เกือบ เป็นผู้ไร้ตัวตนของประเทศอินเดีย ในคดีนี้ได้หรือไม่ เพราะบรรดาผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย สามารถทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดถึงได้เลยจริง ๆ

#ความสนุกของหนัง
ช่วงแรกของหนัง อาจจะสร้างความสงสัยให้แก่ผู้ชมมากพอสมควร เพราะหนังเปิดมาด้วยฉาก การคัดแยกคนกระทำผิด ด้วยการให้ขานชื่อของวรรณะ แล้วหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้เลือกปฏิบัติ กับคนกลุ่มหนึ่งทันที

หนังพาเราย้อนไปในเหตุการณ์ปี 1993 ว่า ในประเทศอินเดียนั้น ยังคงมีกลุ่มชาวเผ่าอาศัยอยู่ ซึ่งปัจจุบันก็ยังมี โดยกลุ่มชาวเผ่าต่าง ๆ นี้ มักจะถูกกดขี่ ข่มเหง รวมถึงถูกตั้งชนชั้นวรรณะให้แก่พวกเขา ในลำดับที่เกือบจะต่ำที่สุดด้วย

และเพราะชนชั้นที่สังคมได้ตีตราให้นั้น มันค่อนข้างต่ำมาก จึงทำให้การที่ชาวเผ่า จะกลายเป็น #แพะรับบาป ในกรณีผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัย เป็นการง่าย ที่จะโยนความผิดให้

‘ชัยวุฒิ’ ชี้ MOU ป้องโกง จุดเปลี่ยนซื้อขายออนไลน์ ยกระดับมาตรฐาน ทำลายล้างสินค้าไม่ตรงปก

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวในการเป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการคุ้มครองผู้บริโภคในการซื้อขายสินค้าและบริการในตลาดออนไลน์ว่า…

ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการคุ้มครองผู้บริโภคในการซื้อขายสินค้าและบริการในตลาดออนไลน์ระหว่างองค์กรผู้บริโภค หน่วยงานส่งเสริมการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ให้บริการตลาดออนไลน์ และหน่วยงานรัฐที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค

ในวันนี้ กระทรวงดิจิทัลและเศรษฐกิจเพื่อสังคม มีพันธกิจที่จะเสนอแผนและนโยบายระดับชาติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปลอดภัย โดยหนึ่งในหน่วยงานสังกัดของเรา คือ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. (Electronic Transactions Development Agency : ETDA) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ มีภารกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทันกับสถานการณ์โลก โดย ETDA จะมีภารกิจหลัก 3 ด้าน คือ... 

1.) กำกับดูแลธุรกิจบริการดิจิทัลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสังคมดิจิทัล 

2.) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 

และ 3.) ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างบูรณาการและเชื่อมโยง

‘กรณ์’ จี้!! ครม.สัญจร ช่วยด่วน 'ท่องเที่ยว' ภูเก็ต ยก 3 ข้อควรทำ ก่อนภาคธุรกิจหมดลมหายใจ

‘กรณ์’ กร้าว!! ขอเป็นกระบอกเสียงคนภูเก็ต ยก 3 ข้อเรียกร้อง จี้!! ครม.สัญจร เร่งแก้ปัญหาตอบโจทย์ 'เศรษฐกิจท่องเที่ยว' ไม่ปล่อย ‘เฮือกสุดท้าย’ ผู้ประกอบการภูเก็ตสูญเปล่า 

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า…

ตนได้ใช้ชีวิตในภูเก็ต สิ่งที่น่าดีใจคือนักท่องเที่ยวเยอะขึ้น ป่าตองเริ่มคึกคัก และจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการชาวภูเก็ตหลายกลุ่มและหลายวงสนทนา เราเห็นตรงกันว่าภูเก็ต คือ เมืองแห่งศักยภาพของประเทศไทยที่จะเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้สบาย ๆ ซึ่งหมายความว่าคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของคนภูเก็ต รวมถึงรายได้เข้าประเทศโดยรวม ดีกว่านี้ได้อีกมาก 

เวลานี้หลายปัญหาของภูเก็ตรอการแก้ไข และส่วนใหญ่อุปสรรคมาจากระบบราชการที่ช้าและไม่ยืดหยุ่นตามบริบทที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ 

นายกรณ์ กล่าวว่า ภูเก็ตน่าจะเป็นเมืองที่รวบรวมจำนวนคนที่รอบรู้และเข้าใจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไว้มากที่สุดในโลก และไม่มีใครหวังดีต่ออนาคตคนภูเก็ตมากเท่าคนภูเก็ต ดังนั้นเมื่อคนที่รู้ บวกกับคนที่ใส่ใจเป็นคนภูเก็ต แล้วทำไมการกำหนดยุทธศาสตร์และการตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับภูเก็ตยังอยู่ที่อำนาจส่วนกลางที่กรุงเทพ 

ดังนั้นเมื่ออำนาจยังรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพ การประชุม ครม. สัญจร วันที่ 15-16 พฤศจิกายน จึงยังมีความสำคัญต่ออนาคตภูเก็ต มีหลายเรื่องที่ตนขอเป็นกระบอกเสียงแทนคนภูเก็ตไปถึงรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวนและรีบตัดสินใจ เพื่อช่วยให้ “เฮือกสุดท้าย” ของผู้ประกอบการในภูเก็ตไม่สูญเปล่า 

โดยหัวหน้าพรรคกล้า ได้ยก 3 ข้อเรียกร้องที่ฝากไปถึงรัฐบาล ได้แก่…

1.) ปัญหาใบอนุญาตโรงแรม ที่กำลังทำให้ธุรกิจที่พักขนาดเล็กหมดแรงและกำลังจะตายไป ตอนนี้ในเว็บไซต์การจองโรงแรมมีโรงแรมในภูเก็ตเปิดขายห้องพักมากกว่า 1 หมื่นแห่ง แต่ที่มีใบอนุญาตถูกต้องนั้นไม่ถึง 800 แห่ง ทั้ง ๆ ที่โรงแรมขนาดเล็ก คือ ท่อลำเลียงทำให้เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวกระจายเงินออกไปในวงกว้าง เพราะนักท่องเที่ยวที่พักในโรงแรมเล็ก ๆ คือ กลุ่มที่ออกมาขึ้นรถโดยสาร เรียกแท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก กินข้าวตามร้านอาหาร ซื้อทัวร์ ใช้บริการนวดและสปา หลายธุรกิจจะมีโอกาสสร้างรายได้และไปต่อ รัฐบาลควรเร่งออกมาตรการให้โรงแรมขนาดเล็กสามารถเปิดได้อย่างถูกกฎหมาย เพื่อทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่เป็นหัวใจของการสร้างรายได้จากท่องเที่ยว มีโอกาสการสร้างรายได้ และให้โอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในการฟื้นฟูธุรกิจอีกด้วย

‘ศ.ดร.กนก’ ห่วง!! ความล้มเหลวการศึกษาไทย เมื่อครูดี ๆ เริ่มทนไม่ไหวกับระบบที่เป็นอยู่

ศ.ดร.กนก ชี้!! ครูโพสต์ใบลาออก ทนภาระงานเอกสารไม่ไหว สะท้อนความล้มเหลวระบบการศึกษาไทย ให้ความสำคัญงานวิชาการ มากกว่าพัฒนาการเรียน การสอน แนะ รื้อระบบแรงจูงใจ เพิ่มค่าตอบแทน ก่อนสมองไหล ไร้คนอยากเป็นแม่พิมพ์ของชาติ

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีครูสาวโรงเรียนแห่งหนึ่ง โพสต์ภาพหนังสือลาออก พร้อมข้อความสรุป หมดความอดทนกับการทำเอกสารประเมิน ตั้งใจสอน แต่แพ้คนทำเอกสารปลอม ซึ่งสะท้อนความล้มเหลวระบบการศึกษาไทย ที่ดูเหมือนจะให้แต่ความสำคัญกับงานวิชาการ มากกว่าพัฒนาการเรียนการสอน ว่า…

เป็นการฉายภาพความล้มเหลวของระบบการศึกษาไทย ซึ่งตนเคยสะท้อนไปหลายครั้งแล้ว เกี่ยวกับภาระงานของครู ว่าเป็นกับดักอันตรายที่ฉุดคุณภาพการศึกษาไทย เนื่องจากภาระครูในเรื่องเอกสารไม่เคยลดลง เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ระบบกำหนดให้ต้องทำทั้งงานวัดผล งานวิชาการ งานธุรการ งานงบประมาณ ฯลฯ แทนที่จะให้เวลาครูได้ทำงาน ในเรื่องการพัฒนาการเรียน การสอน อาทิ งานหลักสูตร งานแนะแนว ถ้าไม่แก้ไขเรื่องเหล่านี้ จะมีครูดี ๆ อีกจำนวนมาก ที่ทนไม่ไหวกับระบบที่เป็นอยู่ จนต้องเดินจากอาชีพแม่พิมพ์ของชาติ

นอกจากนี้ ศ.ดร.กนก ยังได้กล่าวฝากเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพครูไว้ 3 ประการ ดังนี้…

1.) ควรมีการรวบรวมข้อมูล ‘การขาดแคลนครู’ ทั้งในสาระวิชาและโรงเรียน มาใช้บริหารบุคลากรทางการศึกษา ความพยายามทางนโยบายในลักษณะนี้จะสำเร็จได้ ต้องปฏิบัติเงื่อนไขสำคัญ คือ หนึ่ง ข้อมูลสถานภาพครู (ทั้งสาระวิชาและจำนวน) ต้องเป็นปัจจุบัน และสามารถบอกได้ว่า บัญชีสถานภาพครูทั้งประเทศที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ศ.น.) ถืออยู่ในมือเป็นอย่างไร และการมีครูจริงในแต่ละโรงเรียนตรงกับบัญชีนั้นหรือไม่ เมื่อตรวจสอบข้อมูลจริงแล้ว จะเห็นว่าความเป็นจริงกับข้อมูลไม่ตรงกัน ตั้งแต่จำนวนครูไม่ตรงกัน การบรรจุครูสาระวิชาไม่ตรงกับตำแหน่งที่มี เป็นต้น 

2.) กระทรวงศึกษาธิการ ควรต้องรื้อ ‘ระบบแรงจูงใจ’ และ ‘ค่าตอบแทน’ ใหม่ เพื่อเก็บรักษาครูเก่ง ครูคุณภาพ ไว้กับนักเรียนที่ด้อยโอกาสในที่ทุรกันดารให้นานที่สุด

3.) การร่วมมือกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ผลิตครูที่สามารถส่งความรู้และทักษะให้นักเรียนได้ เป็นแนวความคิดที่ดี เพราะการผลิตครูในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา เน้นสร้าง ‘นักบริหารการศึกษา’ มากกว่าสร้าง ‘ครู’ ที่จะสอนนักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ ทำให้ ‘คณะศึกษาศาสตร์’ ตามมหาวิทยาลัยจะให้ความสำคัญกับเรื่องเฉพาะทางการศึกษา เช่น การบริการการศึกษา, การวัดประเมินผลการศึกษา, นโยบายการศึกษา เป็นต้น ส่วนหลักสูตรที่เน้นการเรียนการสอนโดยตรงมีน้อยมาก

‘สุวินัย’ มั่นใจ ไร้เงื่อนไขจุดไฟสงครามปชช. จับตาปฏิบัติการเช็กบิล ‘ขบวนการล้มล้างฯ’

ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อมีสถานภาพเป็น "ขบวนการล้มล้างการปกครองฯ" ไปแล้ว ต่อไปผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะถูกดำเนินคดีในข้อหากบฏทั้งสิ้น

นี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอันเนื่องมาจากข้อวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

อีกฝ่ายพยายามสร้างวาทกรรมสงครามประชาชนขึ้นมาต่อสู้ ต่อต้านศาลรัฐธรรมนูญ

คปภ. ห้ามยกเลิกประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’ ให้เปลี่ยนแบบประกันได้ แต่ลูกค้าต้องสมัครใจ

สำนักงาน คปภ. ยันห้ามบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิดเจอจ่ายจบ กางข้อสรุปประชุมสมาคมประกันวินาศภัยไทย อนุญาตเสนอออปชันลูกค้าต้องสมัครใจ พร้อมย้ำ ลูกค้า เดอะวันประกันภัย ยังได้รับสิทธิคุ้มครองเหมือนเดิม 

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงกรณีปัญหาการประกันภัยโควิด-19 แบบเจอจ่ายจบ ว่า วันนี้หลังจากได้มีการประชุมหารือเร่งด่วนร่วมกับ นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และคณะกรรมการบริหารจำนวนประมาณ 11 ท่าน สำนักงาน คปภ. มีมติดังนี้

1.) การดำเนินการแก้ไขปัญหา คปภ. จะยึดถือประโยชน์สูงสุดของประชาชนผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ

2.) คำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 เรื่อง ให้ยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันโควิดสำหรับบริษัทประกันวินาศภัย ยังมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายอยู่ บริษัทจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว ส่วนประเด็นที่ยังเห็นไม่สอดคล้องกันนั้นต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้งเพื่อให้ได้มาตรการที่เหมาะสมต่อไป

3.) การช่วยเหลือบริษัทประกันวินาศภัยเพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุด จะขึ้นอยู่กับสถิติตัวเลข ข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกต้องและแม่นยำ และผลกระทบต่าง ๆ ในทุกมิติ ซึ่งจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ และที่สำคัญจะต้องไม่ทำให้ผู้เอาประกันภัยเดือดร้อน และไม่เป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชนผู้เอาประกันภัย

"ปิยบุตร" โพสต์จับตา ส.ส. โหวตร่าง รธน.ฉบับปชช. เหน็บ ส.ว. ขอให้จิตสำนึกอยู่เหนือฝักฝ่าย พร้อมถามหาโอกาสใช้อำนาจที่แท้จริงของประชาชน

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า 

ความหวังถึงรัฐสภา : ขอให้จิตสำนึกอยู่เหนือฝักฝ่าย ทำเพื่อชาติและประชาชนจริง ๆ สักครั้ง

ส.ว. มักทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลองตลอด เวลาจะมีการแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นสำคัญ ๆ ที่ลดทอนอำนาจของตนเอง แต่กลับไปสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญที่ไม่เกี่ยวกับวุฒิสภา เช่น ระบบเลือกตั้ง ส่วนอะไรก็ตามที่นำไปสู่การทำให้ตนเองเสียประโยชน์ หรือกระทั่งนำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ส.ว. ก็ไม่เคยเอาด้วย

คำถามก็คือตกลงแล้วรัฐธรรมนูญ 2560 จะอยู่ชั่วฟ้าดินสลายไปอย่างนั้นหรือ โดยที่เราเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรไม่ได้เลย? หรือเราจะได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขเฉพาะเรื่องประเด็นเล็กน้อยเท่านั้น? นี่คืออุปสรรคใหญ่ จนนำมาซึ่งวิกฤติการเมืองที่เป็นอยู่ตลอดปีที่ผ่านมา ทั้งเสียงเรียกร้องของเยาวชนคนรุ่นใหม่ เสียงเรียกร้องจากพี่น้องประชาชน

อุปสรรคการแก้รัฐธรรมนูญมีเยอะพอสมควร ขั้นแรกต้องมี ส.ว. เห็นด้วยจำนวน 1 ใน 3 แล้วต่อให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น เราผ่านด่านนี้ไปได้ เมื่อไปถึงการลงมติวาระที่สาม ก็ยังต้องมี ส.ว. และเสียงของฝ่ายค้านด้วย สุดท้ายด้วยความที่เราแก้ไขหลายประเด็น ก็จะต้องประชามติอีก ยังไม่นับรวมว่าจะมีมือดีร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแน่ ๆ

การแก้รัฐธรรมนูญของประเทศนี้ต้องผ่านผู้ออกใบอนุญาตไม่รู้กี่ด่าน ปัญหาก็คือแล้วประชาชนอยู่ตรงไหนของสมการแบบนี้? ประชาชนซึ่งถูกอ้างว่าเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ที่เป็นเจ้าของอำนาจ แต่ถึงเวลาพอประชาชนจะใช้อำนาจจริงกลับถูกสกัดขัดขวางตลอดเวลา

ครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่า “ระบบผู้แทน” จะสนองต่อความต้องการของประชาชนมากน้อยแค่ไหน? เปิดให้ประชาชนมีสิทธิในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เข้าชื่อเสนอแก้รัฐธรรมนูญได้ ประชาชนก็ทำตามกระบวนการทั้งหมด แต่แล้วแต่ถึงเวลา ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมีอำนาจที่จะขัดขวางได้ตลอด

“ผบ.ทร.” ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลทัพเรือภาคที่ 2 จังหวัดสงขลา

พล.ร.อ.สมประสงค์  นิลสมัย  ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลทัพเรือภาคที่ 2 ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา โดยมี พลเรือโท   สุนทร  คำคล้าย ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ให้การต้อนรับ  โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ  พร้อมทั้งมอบโอวาทแก่กำลังพล  

โดยได้กล่าวชื่นชมทัพเรือภาคที่  2  ว่า เป็นหน่วยกำลังรบหลักของกองทัพเรือในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในทะเล  ด้วยความเข้มแข็งตลอดมา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงไทย การปราบปรามยาเสพติด การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล ตลอดจนการป้องกันการทำลาย และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ป้องกันและขจัดมลพิษในทะเลบริเวณชายฝั่ง รวมทั้งการอนุรักษ์และเพาะพันธุ์เต่าทะเล จึงนับว่าเป็นตัวแทนของกองทัพเรือ ที่ได้สร้างชื่อเสียงความภาคภูมิใจจนเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั่วไป ว่าเป็นกองทัพเรือ เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง  


นอกจากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวถึงผลการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของทัพเรือภาคที่ 2  ว่า "ผมได้ติดตามการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด ท่านทั้งหลายสามารถปฏิบัติภารกิจที่มอบหมายได้เป็นอย่างดียิ่งจนเป็นที่ยอมรับและศรัทธาของพี่น้องประชาชน ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่เสมอมา แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพมีการบูรณาการอย่างแท้จริง

ผมขอแสดงความชื่นชมและขอให้ทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ดังเช่นที่ผ่านมา ด้วยความรัก ความสามัคคีด้วยความซื่อสัตย์ มีความวิริยะอุตสาหะ จงรักภักดี ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยสติรู้ตัว  ด้วยปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนอื่น พัฒนาขีดความสามารถให้เป็นมาตรฐานสูงขึ้นไปอีก โดยยึดนโยบายกองทัพเรือ และเจตนารมณ์ผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ 2565 ที่ผมให้ไว้เป็นกรอบทิศทางหลักและแนวทางปฏิบัติงานที่สำคัญที่จะดำเนินการเพื่อร่วมกันเสริมสร้างและพัฒนากองทัพเรืออันเป็นที่รักยิ่งของเราให้มีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคงสืบไป  "

ทั้งนี้ ทัพเรือภาคที่ 2 มีภารกิจในการป้องกันราชอาณาจักรและรักษาความมั่นคง รวมทั้งผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในพื้นที่รับผิดชอบบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง โดยปัจจุบันมีศูนย์ปฏิบัติการต่างๆ ในความรับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ 2 ประกอบด้วย ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 2 ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 2  ศูนย์ควบคุมชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านมาเลเซีย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 2  ศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัยในทะเล ทัพเรือภาคที่ 2  ศูนย์ควบคุมการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน ทัพเรือภาคที่ 2 ศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเลเขตทัพเรือภาคที่ 2 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ประจำพื้นที่ ทัพเรือภาคที่ 2 และ ศูนย์ให้บริการด้านการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโรคติดต่อ Covid - 19  ประจำพื้นที่จังหวัดสงขลา    

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจับกุมการลำเลียงยาเสพติดทางทะเล   การป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ  Covid – 19  การให้ความช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่าง ๆ และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid – 19   ทัพเรือภาคที่ 2 ได้จัดศูนย์พักคอย (Community Isolation)  สำหรับรองรับผู้ป่วย  การให้บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมถึงการจัดกำลังพลอำนวยความสะดวกและจัดนักดนตรีสร้างความผ่อนคลายให้แก่ประชาชนที่เข้ามารับการฉีดวัคซีน ณ สนามกีฬาติณสูลานนท์  ตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนถึงปัจจุบัน

 

'นายกรัฐมนตรี' เป็นประธานเปิดศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า OTOP อันดามัน 6 จังหวัด แห่งแรกของไทย

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า OTOP อันดามัน (ANDAMAN OTOP SHOP) 6 จังหวัด (ระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล) ณ ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน เทศบาลเมืองกระบี่ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ รวมทั้งได้เยี่ยมชมภายในศูนย์ฯ ทักทายผู้ประกอบการร้านค้า และประชาชนที่มารอต้อนรับ

สำหรับศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนสินค้าโอทอปอันดามันแห่งแรกของไทยนี้ เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้กับประเทศชาติและประชาชนในท้องถิ่น เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าที่มีชื่อเสียงกลุ่ม 6 จังหวัดอันดามัน อาทิ น้ำพริกกุ้งเสียบ เม็ดมะม่วงหิมพานต์เผา ปลากรอบ กาแฟชงสำเร็จรูป เครื่องประดับมุข ผลิตภัณฑ์บาติก เรือหัวโทงจำลอง มีดพร้า รูปแกะสลักหนังตะลุง ผลิตภัณฑ์จากเกล็ดปลาและใบยาง ผ่าปาเต๊ะ เป็นต้น

อาคารศูนย์ฯ ดังกล่าวได้รับงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดอันดามัน ปี 2561 จำนวน 21 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 ถึง 9 กันยายน 2562 จากนั้นจังหวัดกระบี่ส่งมอบให้สำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ เมื่อ 20 มกราคม 2563 ทำการตกแต่งจัดภูมิทัศน์ด้านหน้าและด้านข้างอาคาร เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและสินค้าโอทอปภาคใต้ฝั่งอันดามัน และเป็นหนึ่งในกลุ่มอาคารศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน ซึ่งประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ลูกปัด หอศิลป์อันดามัน เป็นต้น

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top