Sunday, 21 June 2026
Hard News Team

ครม. เห็นชอบ วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566  จำนวน 3,185,000 ล้านบาท มอบหมาย หน่วยงานดำเนินการตามข้อสั่งการนายกฯ สร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ เร่งติดตามการขับเคลื่อนมาตรการของรัฐบาล

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 3,185,000 ล้านบาท และ มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี
โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1)เห็นชอบกรอบวงเงินและโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 งบประมาณรายจ่าย จำนวน 3,185,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 85,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.74 ประกอบด้วยประมาณการรายจ่าย ดังต่อไปนี้ (1)รายจ่ายประจำ จำนวน 2,390,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 16,990.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.72 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 75.04 ของวงเงินงบประมาณ (2)รายจ่ายลงทุน จำนวน 695,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 83,066.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.57 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 21.82 ของวงเงินงบประมาณ (3)รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้จำนวน 100,000 ล้านบาท เท่ากับปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.14ของวงเงินงบประมาณ

2) รายได้สุทธิจำนวน 2,490,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 90,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.75 

3) งบประมาณขาดดุล จำนวน 695,000 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 5,000 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 0.71 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.89 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ทั้งนี้วงเงินงบประมาณรายจ่าย จำนวน 3,185,000 ล้านบาท ดังกล่าว เท่ากับกรอบวงเงิน ตามแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2566 – 2569) ที่ครม. ได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2564 สำหรับงบประมาณรายจ่ายลงทุนและงบประมาณรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้มีสัดส่วนอยู่ภายในกรอบที่กำหนด ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

ครม.อนุมัติกรอบวงเงิน 4,180 ล้านบาทให้ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialised Expo ณ จังหวัดภูเก็ต ภายใต้ชื่องาน EXPO 2028 – Phuket, Thailand

น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณจำนวน 4,180 ล้านบาท ให้ประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน Specialised Expo ณ จังหวัดภูเก็ต ภายใต้ชื่องาน EXPO 2028 – Phuket, Thailand โดยครม.เคยมีมติเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 อนุมัติในหลักการให้ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน EXPO 2028 – Phuket, Thailand และนายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในหนังสือเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564

กองทัพไทย จัดแสดงกิจกรรมของทหารในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 รูปแบบออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “เด็กไทย ใจเป็น 1” พร้อมร่วมตอบปัญหาความรู้รอบตัว และรับของรางวัลมากมายส่งตรงถึงหน้าบ้าน 

พันเอกหญิง ฉัตรรพี พูนศรี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า กองบัญชาการกองทัพไทยคำนึงถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชนไทย ซึ่งเป็นพลังสำคัญพัฒนาประเทศชาติในอนาคต จึงได้จัดกิจกรรมตอบปัญหาชิงรางวัลในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 ของกองบัญชาการกองทัพไทยผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 5 ม.ค. เวลา 12.00 น. โดยมีเงื่อนไขการร่วมสนุกดังนี้

1.เข้าไปที่เว็บไซต์ https://childrenday2022.rtarf.mi.th/childday/index.php/home เพื่อศึกษาความรู้รอบตัว อาทิ ศาสตร์พระราชา ประวัติศาสตร์ชาติไทย โบราณราชพระเพณี อาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร เครื่องจักรกลในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ และการบรรเทาภัยพิบัติ ตลอดจนความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และฐานวิถีชีวิตใหม่ (นิวนอร์มอล) ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

2.ลงทะเบียนเพื่อตอบปัญหาความรู้ ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. เวลา 12.00 น. ถึงวันที่ 5 ม.ค. เวลา 12.00 น. ที่เว็บไซต์  https://childrenday2022.rtarf.mi.th/childday/index.php/home  โดยให้ระบุชื่อ-นามสกุล/วันเดือนปีเกิด/เพศ และภูมิลำเนาที่พักอาศัย โดยผู้ร่วมกิจกรรมฯ สามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เว้นแต่มีภูมิลำเนาที่พักอาศัยเดียวกัน (บ้านเลขที่เดียวกัน) แต่ต้องมิใช่บุคคลเดียวกันกับผู้ที่ได้ลงทะเบียนแล้ว

“ราเมศ” เผย เลือกตั้งซ่อมชุมพร-สงขลา ปชช.ตอบรับดีมาก มั่นใจประชาชนเข้าคูหาเลือกผู้สมัครปชป.อย่างแน่นอน

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประสานงานส่วนกลาง กล่าวถึงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซ่อมเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชุมพร และเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.สงขลา ว่าจากการรณรงค์หาเสียงของผู้สมัครและพรรค ที่ได้นำเสนอทั้งแนวนโยบายพรรคและคุณสมบัติของผู้สมัครที่มีความพร้อมทั้งความรู้ความสามารถและที่สำคัญพร้อมทำงานให้กับ ประชาชนได้ทันที  โดยในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชุมพร นายอิสระพงษ์ มากอำไพ ผู้สมัครของพรรคฯ เป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้คลุกคลีทำงานในพื้นที่กับชาวบ้านมาโดยตลอด มีความรู้ความสามารถหากได้รับการเลือกตั้งสามารถเข้ามาทำหน้าที่ในสภา ขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนตามนโยบายพรรคได้ทันที

เชื่อว่าปัญหาของประชาชนในพื้นที่จะนำไปแก้ปัญหาผ่านสภาฯอย่างมีประสิทธิภาพ และจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะมาสานต่อการทำหน้าที่ของนายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร ได้เป็นอย่างดี ซึ่งในพื้นที่ประชาชนเป็นจำนวนมากต้องการคืนความเป็นธรรมให้กับนายชุมพล ที่ถูกเพิกถอนสิทธิจากการไปต่อสู้เพื่อความถูกต้องให้กับประเทศ โดยการเลือกผู้สมัครของพรรค

“เรืองไกร” ร้องกกต.สอบ “หมอชลน่าน” ปม “ทักษิณ” เป็นเจ้าของพรรคหรือไม่ เหตุ “พล.อ.พัลลภ” โวยถูกขับพ้นพรรคเพื่อไทย

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากกรณีการให้ข่าวของพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตนายทหารยังเติร์ก แกนนำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 7 ( จปร.7) กล่าวอ้างว่าถูกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปลดออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยนั้น อาจจะเป็นหลักฐานที่มีมูลอันควรเชื่อได้ว่าพรรคเพื่อไทยเข้าข่ายกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 หรือไม่ตามมาได้ กรณีดังกล่าวพล.อ.พัลลภให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวยอมรับว่าถูกนายทักษิณ ปลดออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยไม่ทราบสาเหตุและไม่แจ้งล่วงหน้า และได้โทรศัพท์สอบถาม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทราบว่านายทักษิณให้ปลด ข้อเท็จจริงดังกล่าวพล.อ.พัลลภ ได้กล่าวอ้างและพาดพิงนพ.ชลน่าน และยังกล่าวอ้างว่านายทักษิณ เป็นเจ้าของพรรคด้วย กรณีจึงมีเหตุต้องขอให้กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวจากนพ.ชลน่าน ดังต่อไปนี้ 1.พล.อ.พัลลภ ได้โทรศัพท์หานพ.ชลน่านจริงหรือไม่ เบอร์โทรอะไร วัน เวลาใด 2.พล.อ.พัลลภ ถูกนายทักษิณปลดออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยจริงหรือไม่ 3.พล.อ.พัลลภ ถูกลบชื่อออกจากการประชุมใหญ่ประจำปีที่จ.ขอนแก่น จริงหรือไม่
4.นพ.ชลน่าน ทราบเรื่องที่นายทักษิณให้ปลดพล.อ.พัลลภ จริงหรือไม่ 5.การกล่าวอ้างของพล.อ.พัลลภ ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหายหรือไม่ และพรรคเพื่อไทยจะฟ้องร้องดำเนินคดีกรณีนี้อย่างไร หรือไม่

“เรืองไกร” เครื่องร้อน จ่อยื่น กกต. ถกปม “นายกฯ8 ปี” 10ม.ค.นี้ สอนมวย “ฝ่ายค้าน” รธน.เปิดช่อง ไม่ต้องรอถึง 24 ส.ค. เย้ย อ่านกฎหมายให้แม่น  ไม่สน “บิ๊กตู่” โกรธ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงปัญหาการนับวาระพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบ 8 ปีว่า จากการติดตามบรรดานักการเมือง นักกฎหมาย ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ สรุปได้ว่าวันที่ 24 ส.ค. 2565 จะยื่นเรื่องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย แต่ตนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรอถึงวันนั้น เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ให้สิทธิ์สามารถยื่นร้องผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ ฉะนั้น ตนจึงตั้งใจว่าวันที่ 10 ม.ค.นี้ จะไปยื่นสำนวนต่อกกต. ให้ศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และเมื่อถึงวันที่ 24 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญก็สามารถสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้เลย เพราะไม่เช่นนั้นหากมีคำสั่งการบริหารราชการต่างๆเกิดขึ้นในขณะนั้นจะยุ่งยาก 

‘ลาว’ เปิดตัว ยา ‘โมลาโคเวียร์’ ยารักษาผู้ป่วยโควิด ผลิตเองในประเทศ

เวียงจันทน์ไทม์ รายงานเมื่อวันที่ 4 มกราคม ระบุว่า บริษัทรัฐวิสาหกิจโรงงานผลิตยาหมายเลข 3 ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศลาว ได้ผลิตยาที่มีชื่อว่า “โมลาโคเวียร์” ยาเม็ดสำหรับใช้รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระยะเริ่มแรกพร้อมจำหน่ายและนำไปใช้กับผู้ป่วยแล้ว

รายงานระบุว่ายา “โมลาโคเวียร์” เป็นชื่อในเชิงพาณิชย์ที่ใช้ในประเทศลาวเป็นยาตัวเดียวกันกับ “โมลนูพิราเวียร์” ที่เดิมใช้รักษา “ไข้หวัดใหญ่” พัฒนาขึ้นโดย มหาวิทยาลัยเอโมรี ในสหรัฐอเมริกา ก่อนที่บริษัท “ริดจ์แบ็คไบโอเธอราพูติกส์” ร่วมกับ “บริษัทเมอร์ค” จะได้รับสิทธินำไปพัฒนาเป็นยาเม็ดรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในเวลาต่อมา

โดยรัฐบาลลาวได้สิทธิในการนำมาผลิตในเชิงพาณิชย์ และมีการอนุมัติให้มีการผลิตเมื่อเดือนพฤศจิกายน และเริ่มผลิตจริงแล้วในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

โดยล่าสุดลาวสามารถผลิตยาเม็ด “โมลาโคเวียร์” เพียงพอสำหรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้ราว 1,000 คน โดยการผลิตทั้งหมดรวมไปถึงโครงการทดลองเชิงคลินิกที่เป็นโครงการนำร่องจะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลขององค์การอนามัยโลก

‘อนุทิน’ พร้อมชะลอมาตรการคลายล็อก หลังยอดติดเชื้อโควิดกลับมาพุ่งอีกรอบ

4 มกราคม พ.ศ. 2565 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น จากคลัสเตอร์ร้านอาหาร สถานบันเทิง ระบุว่า 

เมื่อมีผู้ละเลยมาตรการ การติดเชื้อย่อมเกิดขึ้นได้ ผู้ที่ละเลย มีตั้งแต่ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้มาใช้บริการ ถ้าคิดแต่เรื่องสนุก ไม่คำนึงถึงคนอื่น ก็ย่อมสร้างความเดือดร้อนให้ส่วนรวม ตอนนี้ ขอให้คิดถึงคนอื่นให้มาก ส่วนภาครัฐ ก็ต้องไล่สืบสวน ควบคุมโรคกันต่อไป น่าเสียดาย เพราะโรคนี้ มันจัดการได้ แต่ขอให้ไม่ประมาท สำหรับผู้ที่ป่วย ภาครัฐรักษาให้อยู่แล้ว แต่ไม่อยากให้ใครป่วย เพราะเดือดร้อนกันหมด คลัสเตอร์ที่เกิดขึ้น ต้องไปดูว่า ทำผิดตรงไหน แล้วใครรับผิดชอบ ผับบาร์ ที่มาจดทะเบียนเปิดเป็นร้านอาหารนั้น เปิดเป็นร้านอาหารจริงหรือไม่ 

‘หมอมนูญ’ ชี้ ‘โอมิครอน’ ระบาดในไทยแน่ แต่เชื่อเป็นวัคซีนธรรมชาติ ไม่ต้องฉีดเข็ม 3 เข็ม 4

วันที่ 4 ม.ค. 65 - นพ.หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ให้ข้อคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ‘หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC’ โดยระบุว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 2 ปี หลังวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่นี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะก้าวกระโดดหลายหมื่นคนแต่ละวันในไม่ช้า แต่คนไทยไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจมากเกินไป 

เชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์โอมิครอน มีวิวัฒนาการเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ปรับตัวเองให้เข้ากับคนได้ดียิ่งขึ้น แพร่จากคนสู่คนง่ายขึ้น ลดระยะฟักตัว และเปลี่ยนจากการก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบทั้งส่วนบนและส่วนล่างรุนแรงเฉียบพลัน กลายเป็นเชื้อโคโรนาไวรัสที่ทำให้เกิดหวัดเล็กธรรมดา ไม่รุนแรง เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ไม่ค่อยลงปอด เหมือนกับเชื้อโคโรนาไวรัสที่เรารู้จักมานานอย่างน้อย 50 ปีแล้ว ได้แก่ human coronavirus-229 E, human coronavirus-NL63, human coronavirus-OC43 และ human coronavirus-HKU1 

เชื้อโคโรนาไวรัสดั้งเดิม 4 ชนิดนี้ก่อให้เกิดโรคหวัดธรรมดาในเด็ก เป็นเองหายเอง ส่วนผู้ใหญ่มักไม่ติดเชื้อนี้ เพราะมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติเนื่องจากเกือบทุกคนเคยติดเชื้อนี้มาแล้วสมัยเป็นเด็ก ถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม

รัฐบาลหนุนคุมธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์-จักรยานยนต์ ช่วยลูกหนี้ไม่เจอโกง

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในปี 2565 รัฐบาลกำหนดเป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน โดยเตรียมกำหนดหน่วยงานเพื่อเข้ามากำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อหรือธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายสินเชื่อเพื่อให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์มีหน่วยงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ, พิจารณามาตรการดูแลประชาชนที่เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ปัจจุบันไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เช่น คนขับรถแท็กซี่ คนขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เช่าซื้อรถมอเตอร์ไซต์ เกษตรกรที่เช่าซื้อรถไถมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน ซึ่งปัจจุบันคนกลุ่มนี้กำลังประสบปัญหาและไม่ได้รับความเป็นธรรม และ จัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาจากกรณีเช่าซื้อรถและการทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรมเพื่อให้มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน 

สำหรับถึงการแก้ไขปัญหาหนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ปัจจุบันพบว่า ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อ และไม่มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกรรมเช่าซื้อเป็นการเฉพาะ ทำให้เกิดการทวงหนี้ที่ไม่เป็นธรรม ล่าสุดคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ จึงได้เข้าไปแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในเบื้องต้นได้มีการออกประกาศกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการทวงหนี้ เพื่อคุ้มครองลูกหนี้ไม่ให้ถูกเก็บเงินในการทวงถามหนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เกินความจำเป็น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top