Sunday, 21 June 2026
Hard News Team

“ลุงป้อง” มุ่งหวังให้เด็กตั้งใจเรียน กตัญญู อ่อนน้อมถ่อมตนตามลักษณะนิสัยคนไทย คาดหวัง ครอบครัว-สังคม สร้างรากฐานให้เด็กมั่นคง เปรียบเหมือนต้นไม้ ต้องปลูกฝังดูแลให้รากฐานแข็กแรง ทอ.นำชมฝูงบิน-เครื่องบิน ออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรางานว่า กองทัพอากาศ ได้จัดกิจกรรมวันเด็กออนไลน์ ทอ.พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)  กล่าวทักทายเด็กและเยาวชน ว่า เด็ก และ เยาวชนนั้นเปรียบเสมือนต้นไม้ซึ่งจะเติบโตงดงามได้ก็ต้องมีรากที่แข็งแรงดังนั้นการสั่งสอนเลี้ยงดู ปลูกฝัง จากครอบครัวรวมถึงสังคมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง การช่วยกันสร้างรากฐานให้เด็กและเยาวชนในด้านต่างๆจะทำให้เขาเติบโตมีความรู้ความสามารถก้าวเดินไปสู่อนาคตได้อย่างมั่นคง กองทัพอากาศได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชนอย่างยิ่งจึงได้จัดให้มีหลักสูตรการเรียนการสอนการอบรม และการแข่งขันระดับวิชาการต่างๆมากมาย พร้อมทั้งมีสถานที่เสริมความรู้อีกหลายแห่งเช่นพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศการบินแห่งชาติและห้องสมุดกองทัพอากาศเป็นต้น

“ทอ. มุ่งสร้างให้เด็กและเยาวชนเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของชาติและบ้านเมืองในอนาคต ผมและข้าราชการกองทัพอากาศมุ่งหวังให้เยาวชนและเด็กตระหนักถึง ถึงความสำคัญของตนเองตั้งใจศึกษาเล่าเรียนด้วยความขยันหมั่นเพียรมีความกตัญญูและอ่อนน้อมถ่อมตน ตามลักษณะนิสัยของคนไทยตลอดจนช่วยทำกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติขอให้ขอให้เด็กทุกคนมีความสุขสุขภาพแข็งแรงเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของชาติที่มีคุณภาพ เป็นคนดีสังคมและประสบความสำเร็จในชีวิตสมความปรารถนาตลอดไป” ผบ.ทอ.กล่าว 

กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติแบบออนไลน์  จับสลากแจกของขวัญให้บุตรกำลังพล พร้อมอบรมเยาวชนน้อมนำพระบรมราโชวาทในหลวง เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2565 และโอวาทของนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) และหน่วยขึ้นตรงกองพลที่ 1 รักษาพระองค์  ได้จัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติภายในพื้นที่ของหน่วยทหารตามนโยบายของกองทัพบกในรูปแบบการจัดกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ ด้วยโปรแกรมซูม และเฟซบุ๊กไลฟ์ เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ประกอบกับเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค โดยในกิจกรรมมีการจับสลากของขวัญให้แก่บุตรกำลังพลทุกราย เพื่อส่งมอบความสุข สร้างขวัญกำลังใจสู่บุตรและครอบครัวกำลังพล พร้อมทั้งมีการอบรมเยาวชนให้รับรู้และได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าหัวที่ได้พระราชทานให้แก่เยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2565 และโอวาทของนายกรัฐมนตรีในการส่งเสริมให้เยาวชน มีจิตสำนึก มีความรัก ในสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความรู้คิด รอบคอบและมีความรับชอบผิดชอบต่อสังคม เป็นเยาวชนที่ดีของครอบครัว และประเทศชาติต่อไป 

"ลุงบี้" พบหลานออนไลน์ ให้โอวาทเด็กตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ หมั่นฝึกฝนตนเอง ประพฤติตนเป็นคนดี ใฝ่คุณธรรม มีใจจิตอาสา ให้เตรียมพร้อมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่า ยึดพระบรมราโชวาทในหลวงเป็นรากฐานสร้างความสงบร่มเย็นให้ประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ของกองทัพบก ว่า ทางกองทัพบกจัดงานวันเด็กออนไลน์ภายใต้ชื่องาน “คิดดี Kid’s Day by ARMY 65” ตั้งแต่เวลา 8.00น.-12.00 น. ผ่านทาง Facebook เพจกรมกิจการพลเรือนทหารบก  มีกิจกรรมบันเทิง การแสดงต่างๆ  พร้อมสอดแทรกประวัติศาสตร์ นำเสนอภาพยนต์สารคดีสั้นในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ดำรงยศร้อยเอกร่วมปฏิบัติปราบปรามคอมมิวนิสต์ที่บ้านหนองหมากแข้ง การจัดตั้งอุทยานราชภักดิ์ พร้อมตั้งเป็นคำถามให้เด็กๆ ตอบเข้ามาชิงรางวัลด้วย นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมพิเศษในการร่วมฟังโอวาท จาก พล.อ.ณรงค์พันธ์  จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ได้บันทึกไว้จากห้อง Easy Room ภายในกองบัญชาการกองทัพบก ชิงไอแพด แทบเล็ต พร้อมรางวัลอื่นอีกมากมาย  รวมไปถึงหมีขาวตัวใหญ่ ที่ตั้งอยู่ระหว่างให้โอวาท โดยคัดเลือกผู้ที่ตอบคำถามลำดับที่ 22 ซึ่งเป็นรุ่นเตรียมทหารของ พล.อ.ณรงค์พันธ์  เป็นผู้ได้รับรางวัลดังกล่าวไป 

ทั้งนี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้เริ่มต้นแนะนำตัวว่า ลุงชื่อว่า ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ หรือเรียกว่า “ลุงบี้” พร้อมกล่าวว่า  รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบกับหลานๆทุกคน  การจัดงานวันนี้นับเป็นปีที่2 แล้วที่ต้องจัดงานผ่านทางออนไลน์ เพราะเป็นช่วงโควิด19 เป็นที่น่าเสียดายที่หลานๆ ไม่ได้มาสัมผัสเรียนรู้ ถ่ายรูป กับยุทโธปกรณ์ต่างๆ เช่น รถถัง ยานเกราะล้อยาง เฮริคอปเตอร์ ปืนใหญ่ เช่นปี ต่างๆที่ผ่านมาแต่ก็ได้นำคลิปการปฏิบัติงานของกองทัพบกมาให้ชมแทน และ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ  รวมทั้งนายกรัฐมนตรีได้มอบคำขวัญ ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อคิดและคติเตือนใจให้เด็กและเยาวชนได้ความรู้ และคุณธรรม ด้วยจิตใจที่เสียสละเพื่อพัฒนาตนเองและประเทศชาติ

ลุงบี้ กล่าวอีกว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ก็เพื่อให้หลานๆ ทุกคนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมและสืบทอดความเป็นชาติไทย โดยผ่านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นผู้นำประชาชนในการสร้างชาติ สร้างประเทศนี้ขึ้นมา การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม การกตัญญูกตเวทิตาต่อพ่อแม่และผู้มีพระคุณ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมสันทนาการสร้างความสนุกสนาน ความบันเทิง โดยหลานๆจะได้รับของขวัญ ซึ่งจะจัดส่งไปให้ถึงบ้านทุกคน 

“บิ๊กตู่” สั่งเหล่าทัพ ติดตามสถานการณ์ ยกระดับและเตรียมพร้อม รพ.สนาม ศูนย์คัดกรองและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รับมือโควิด-19

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พร้อม ปลัดกระทรวงกลาโหม  ได้ร่วมประชุมกับทุกเหล่าทัพ ตร.และ กอ.รมน.ผ่าน ระบบ VTC ณ ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อติดตามสถานการณ์และสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 หลังปีใหม่ ที่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนมากขึ้น

โดยรมช.กลาโหม ได้ย้ำสั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้ทุกเหล่าทัพ กอ.รมน.และตำรวจ โดยเฉพาะ กองกำลังป้องกันชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท โดยยังคงตรึงกำลังคุมเข้มมาตรการเฝ้าตรวจ สกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองและสินค้าผิดกฎหมายทั้งพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นในต่อเนื่องเข้ามา  ขณะเดียวกันให้ดูแลช่วยเหลือผู้หนีภัยการสู้รบจากฝั่งเมียนมา โดยให้ควบคุมคัดกรองโรคอย่างเคร่งครัด

พร้อมกันนี้ ขอให้ติดตามสถานการณ์และสนับสนุนมาตรการควบคุม และการปรับระดับพื้นที่ในจว.ต่างๆของศบค.รับมือกับการแพร่ระบาดของโรคที่พบผู้ป่วยติดเชื้อมากขึ้น โดยให้ทุกเหล่าทัพยกระดับการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด เตรียมความพร้อม รพ.หลัก รพ.สนาม และศูนย์คัดกรอง ที่สามารถปรับเป็นพื้นที่แยกกักตัวชุมชน (CI) และให้พร้อมแปรสภาพเป็น รพ.สนามได้หากจำเป็น  พร้อมทั้งเตรียมระบบการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแยกจากชุมชนออกสู่การรักษา และขอให้สนับสนุนจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ระดับพื้นที่ทั้งใน กทม.และจังหวัดต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ของโรคที่มีแนวโน้มแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในวงกว้าง  

“บิ๊กตู่”สั่งการยกระดับช่วยเหลือประชาชน แก้ไขปัญหาราคาสินค้า โภคภัณฑ์อาหาร ที่ปรับราคาสูงขึ้น เพื่อลดภาระ ค่าใช้จ่ายประชาชน วางมาตรการระยะสั้นระยะยาว ให้สอดคล้องต่อสถานการณ์ และเพื่อความยั่งยืน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์ และห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาหารซึ่งปรับตัวสูงขึ้นในหลายประเภท โดยกำชับสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันกำกับดูแลราคาสินค้า และช่วยเหลือประชาชนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและควบคุมได้ ทั้งนี้ การปรับตัวของราคาดังกล่าว เป็นไปตามกลไกตลาดอาหารโลก ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีราคาอาหารโลก FAO Food Price Index: FFPI) ที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) รายงานว่า

ค่าเฉลี่ยของราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลักที่มีการซื้อขายมากที่สุดทั่วโลกในปี 2564 อยู่ที่ร้อยละ 125.7 ซึ่งเพิ่มขึ้น 28.1% จากปี 2563 และเป็นระดับสูงสุด นับตั้งแต่เมื่อปี 2554 ซึ่งเคยสูงถึงร้อยละ 131.9 ขณะเดียวกัน รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศไทย ยังชี้ให้เห็นว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยค่าเฉลี่ยของปี 2564 เมื่อเทียบกับปี 2563 เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 1.23 และในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 เทียบกับไตรมาสที่ 4 ปี 2563 เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 2.42 โดยราคาสินค้ากลุ่มอาหารสด เช่น ราคาของเนื้อสุกร ซึ่งเป็นผลกระทบจากต้นทุนการเลี้ยง (อาหารสัตว์ ยารักษาโรค) เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งปัญหาโรคระบาดในสุกรและมาตรการลดความเสี่ยงโดยการจำกัดจำนวนการเลี้ยงที่ทำให้ปริมาณสุกรในระบบลดลง 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลได้ยกระดับมาตรการขั้นสูงสุดในการควบคุมราคาอาหารสด โดยราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2565 เรื่อง ห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตไปนอกราชอาณาจักร และประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2565 เรื่อง การแจ้งปริมาณ ราคา สถานที่เก็บ และจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร เนื้อสุกร กำหนดห้ามมิให้ส่งออกสุกรมีชีวิตไปนอกราชอาณาจักรทุกกรณีเป็นการชั่วคราว เป็นระยะเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2565 เพื่อให้ปริมาณสุกรและเนื้อสุกร มีเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ

เลขา สมช.แจงจำเป็นต้องยกระดับความพร้อมรับความเสี่ยง เตรียมพร้อม รพ.หลัก รพ.สนาม การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและศูนย์บริหารสถานการณ์ (EOC) ระดับพื้นที่

พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช)​ กล่าวย้ำอีกครั้ง ภายหลัง ศบค.มีมติยกระดับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโอมิครอน จากไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนของประชาชน ว่า​ มาตรการกำหนดไว้อย่างชัดเจน คือ 

1.การปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.65 โดยพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวยังคงเดิม ได้แก่ พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวทั้งจังหวัดจำนวน 8 จังหวัด และเป็นพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวบางพื้นที่ 18 พื้นที่/จังหวัด ซึ่งใช้มาตรการเดียวกับพื้นที่เฝ้าระวัง ส่วนที่เหลือ ปรับเป็นพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) รวม 69 จังหวัด ได้แก่ พื้นที่ทั้งจังหวัดจำนวน 51 จังหวัด และบางพื้นที่จำนวน 18 พื้นที่/จังหวัด โดยใช้มาตรการพื้นที่ควบคุม (สีส้ม)

พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า 2.เพิ่มมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว สำหรับบริโภคสุราในร้านอาหาร โดยร้านอาหารปิดตามเวลาที่กำหนด และจำกัดเวลาบริโภคสุรา ไม่เกิน 21.00 น. ,จำกัดประเภทร้านอาหารที่บริโภคสุราได้ ต้องผ่าน SHA Plus หรือ Thai Stop COVID 2 Plus เท่านั้น 3.ขยายเวลา Work From Home ออกไปถึงวันที่ 31 ม.ค. 65 ทั้งนี้ ต้องไม่กระทบต่อบริการประชาชน และการดำเนินงานขององค์กร 4.สถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ เต็มรูปแบบ ยังคงงดการเปิดให้บริการ แต่สามารถขอเปิดดำเนินการในรูปแบบร้านอาหารได้ โดยให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. ตรวจประเมิน และพิจารณาอนุญาตก่อนการเปิดกิจการ และจัดระบบกำกับติดตามอย่างเคร่งครัด

5.ยกระดับมาตรการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร โดยระงับการลงทะเบียนประเภท Test and Go   ออกไปก่อน โดยจะมีการประเมินและพิจารณาอีกครั้ง สำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรในรูปแบบ Test and Go ที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วยังสามารถเดินทางเข้ามาได้ตามมาตรการที่กำหนด และตามวันเวลาที่ขออนุมัติไว้ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้จะมีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดพื้นที่ Sandbox ที่อนุญาตให้ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพิ่มเติมจาก จ.ภูเก็ต ได้แก่ จ.สุราษฏธานี (เฉพาะ เกาะสมุย เกาะเต่า เกาะพงัน) จ.กระบี่ และ จ.พังงา ทั้งจังหวัด

4 แนวทางจัดการ ‘หมูแพง’

4 แนวทางจัดการ ‘หมูแพง’

- ห้ามส่งออกหมูชั่วคราว 3 เดือน

- สั่งเช็กสต็อกหมูทั่วประเทศ ป้องกันการกักตุน

ลงดาบ ทหารเรือเมากร่างแอบอ้างเบื้องสูง ‘ปลัด กห.’ เซ็นปลดออกจากราชการแล้ว

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 7 มกราคม รายงานข่าวเปิดเผยว่า จากกรณีคลิปเหตุการณ์ชายซึ่งอ้างตนว่าเป็นข้าราชการสังกัดกองทัพเรือ มีลักษณะอาการมึนเมา และพูดจาข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในอำเภอสัตหีบ โดยล่าสุด ได้มีคำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ 14/2565 เรื่องให้ปลดนายทหารออกจากราชการ อาศัยอำนาจตามข้อบังคับกลาโหมว่าด้วยการบรรจุ ปลด ย้าย เลื่อน และลดตำแหน่งข้าราชการกลาโหม พ.ศ. 2502 หมวด 1 ข้อ 4 (2) และข้อบังคับทหาร ที่ 11/1653 ลง 14 พ.ย. 82 ว่าด้วยการแบ่งประเภทนายทหารสัญญาบัตร มาตรา 4 ข้อ 2 และข้อ 12 กับคำสั่ง กห.(เฉพาะ) ที่ 281/60 ลง 27 พ.ค. 60

ตำรวจ เตือนระวังลูกหลานถูกหลอกถ่ายภาพอนาจาร หวังเพียงแลกของในเกมออนไลน์

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น 

ปัจจุบัน พบว่าเด็กและเยาวชนหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกให้ถ่ายคลิปลามกอนาจารเป็นจำนวนมาก โดยคนร้ายจะใช้วิธีการล่อลวงเด็กผ่านเกมออนไลน์ หลอกว่าจะเติมเงินหรือส่งไอเทมภายในเกมให้ เพื่อแลกกับการที่ต้องส่งภาพลามกอนาจารให้กับคนร้าย ซึ่งเด็กส่วนมากมักจะหลงเชื่อและส่งภาพลามกอนาจารเพื่อแลกกับของในเกม

จากนั้นคนร้ายก็บันทึกภาพลามกอนาจารไว้ แล้วนำมาข่มขู่กรรโชกทรัพย์ โดยให้เด็กจ่ายเงินหรือบังคับให้ส่งภาพหรือคลิปลามกเพิ่มเติม หรือมิฉะนั้นจะเผยแพร่ภาพของเหยื่อในสื่อสังคมออนไลน์หรือขู่ว่าจะส่งไปให้ครูอาจารย์ หรือบุคคลที่เด็กรู้จัก ทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัวและยอมทำตามคนร้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าห่วงใยอย่างมาก ในการกระทำต่อเด็กและเยาวชน

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ฯ ได้ฝากถึงผู้ที่คิดจะกระทำความผิดหลอกถ่ายภาพหรือคลิปลามกเด็กและเยาวชน จะมีความผิดหลายข้อหาด้วยกัน ดังนี้

ปราจีนบุรี-สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานปราจีนบุรีดันเครือข่ายจัดตั้งศูนย์ทดสอบช่างเครื่องปรับอากาศ

สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานปราจีนบุรี ร่วมกับอาชีวศึกษาพัฒนากำลังแรงงานรองรับภาคอุตสาหกรรม จัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างเครื่องปรับอากาศภายในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็ก ระดับ 1 ณ วิทยาลัยการอาชีพปราจีนบุรี หวังสร้างแรงงานฝีมือป้อนตลาด  นายประทีป ทรงลำยอง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ขับเคลื่อนภารกิจด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน เป้าหมายพัฒนากำลังแรงงานในทุกๆด้าน ทั้งการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพในหลักสูตรตามความต้องการของพื้นที่หรือชุมชน การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ รวมถึงการประเมินและรับรองความรู้ความสามารถ จึงสั่งการให้สำนักงาน/สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้สามารถแข่งขันกับ นานาประเทศได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top