กองทัพเรือเร่งระดมเฮลิคอปเตอร์ –เรือจากภาครัฐและภาคเอกชน ป้องกันและขจัดคราบน้ำมัน ไม่ให้กระทบอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า
พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เเถลงความคืบหน้าเรื่องการเร่งขจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลในทะเลท่าเรือมาบตาพุด จ.ระยองว่า ตามที่กองทัพเรือได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน กองทัพเรือ หรือ ศอปน.ทร. เนื่องจากเหตุการณ์ท่อน้ำมันดิบใต้ทะเลของบริษัทสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) มีน้ำมันดิบรั่วไหล จากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล บริเวณอ.มาบตาพุด จ.ระยอง เมื่อเวลา 21.06 น. ของวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ทิศทางของคราบน้ำมันได้เคลื่อนที่ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ และกระจายตัวเข้าหาฝั่ง ปัจจุบันห่างจากชายฝั่ง 4.7 ไมล์ทะเล คาดว่าถึงอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า ต.เพ อ.เมือง จ.ระยองในช่วงบ่ายวันนี้ (28 ม.ค.)
ด้านน.ท.อนุสรณ์ คล้ายมงคล หัวหน้าสนับสนุนปฏิบัติการ กองปฏิบัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล กรมยุทธการทหารเรือ กล่าวว่า บทบาทหน้าที่กองทัพเรือในการขจัดคราบน้ำมันในครั้งนี้ เกิดจากแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ ได้กำหนดให้กองทัพเรือเป็นหน่วยปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมัน กรณีที่มีน้ำมันรั่วไหลเกินกว่า 20 ตันขึ้นไป และอยู่นอกเขตท่าเรือที่กรมเจ้าท่ารับผิดชอบ เหตุการณ์ครั้งนี้เมื่อกองทัพเรือได้รับแจ้งจึงได้จัดตั้งศอปน.ทร. และจัดตั้งศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการในการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน ทัพเรือภาคที่ 1 หรือ ศคปน.ทรภ.1 ที่มีกำลังพลจากกองทัพเรือ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกำหนดแผนและกลยุทธ์ในการขจัดคราบน้ำมันในพื้นที่ปฏิบติการ โดยมีการจัดอากาศยานขึ้นบินตรวจสอบคราบน้ำมันในพื้นที่ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย จัดเรือหลวงแสมสาร เรือภาคเอกชนและกรมเจ้าท่า รวมแล้ว 10 ลำ เพื่อพ่นสารเคมีขจัดคราบน้ำมันในพื้นที่ที่เกิดคราบน้ำมันขึ้น

















