Friday, 12 June 2026
Hard News Team

อ.ไชยันต์ ย้ำ สภาไม่ได้มีปัญหา ชี้ นายกรัฐมนตรี ต้องลาออกสถานเดียว เซ่นปมคลิปเสียงสนทนาฮุนเซน

เมื่อวันที่ (18 มิ.ย. 68) ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ต่อกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และ สมเด็จฮุนเซน โดยระบุว่า "งานนี้ ยุบสภาไม่ได้เลย ต้องลาออกสถานเดียว สภาไม่ได้มีปัญหา"

พร้อมย้ำว่า ปัญหาเรื่องคลิปเสียงหลุด ไม่เป็นเงื่อนไขให้ยุบสภา ถ้าเรื่องคลิปเป็นปัญหาเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยมีสิทธิ์ไม่สนับสนุนให้คุณแพทองธารเป็นนายกฯและหัวหน้าพรรคต่อไป เมื่อเพื่อไทยไม่สนับสนุน ก็ต้องหานายกรัฐมนตรีใหม่ ซึ่งเพื่อไทยเหลือคุณชัยเกษมเป็นตัวเลือกสุดท้าย หากหาพรรคอื่นร่วมได้เสียงเกินครึ่ง เพื่อไทยก็จะยังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อไปได้

“แต่ถ้าเรื่องคลิปเสียง ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องที่กรรมการพรรคร่วมรู้เห็นด้วย นั่นคือ คิดจะรับแบกคุณแพทองธารไว้  พรรคเพื่อไทยก็ต้องไปทั้งยวงครับ เลือกเอานะครับ ว่าจะเลือกประเทศชาติและตัวเอง หรือจะเลือกลูกนาย?”

โฆษกรัสเซียฟาดแรงอิสราเอล ‘อย่าบีบอิหร่านเปลี่ยนระบอบ’ เตือนการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์คือหายนะ

(19 มิ.ย. 68) มาเรีย ซาคาโรวา กระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ออกมาแถลงอย่างชัดเจนว่า ‘อิสราเอลไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับให้อิหร่านเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง’ และเตือนว่าการโจมตีเป้าหมายด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านนั้นอยู่ ‘ใกล้เคียงกับหายนะระดับมิลลิเมตร’

ซาคาโรวาเน้นถึงสิทธิของอิหร่านในโครงการพลังงานนิวเคลียร์ทางสันติภาพ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการลอบโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ถือเป็น ‘เกมอันน่าสยดสยอง’ ที่สามารถนำไปสู่ผลที่ไม่อาจคาดเดาได้ โดยย้ำว่าอิหร่านมีสิทธิ์ ‘มีและจะมี’ โรงงานนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพต่อไป

ขณะที่ ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียชี้ว่า ขณะนี้อิหร่านกำลังรวมตัวกันอย่างแข็งแกร่ง แม้จะมีการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากอิสราเอล และยอมรับความเป็นกลางของรัสเซียในการใช้มาตรการทางทหาร แต่จะยังคงให้การสนับสนุนในระดับการทูตเพื่อหลีกเลี่ยงการลุกลามของวิกฤตการณ์

ขณะที่ชาติตะวันตกและสื่อระหว่างประเทศหลายแห่งเตือนว่าการมุ่งเป้า ‘เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง’ อาจนำไปสู่ความวุ่นวายในภูมิภาคและมิใช่ทางออกที่เหมาะสม เป้าหมายหลักควรเป็นการหยุดโครงการนิวเคลียร์ทางทหารของอิหร่านเท่านั้น

นอกจากนี้ สหภาพยุโรปได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่สนับสนุนแนวทางบีบบังคับให้อิหร่านเปลี่ยนผู้นำ และเรียกร้องให้เผชิญหน้าด้วยบทบาททางการทูตและการเจรจาที่จริงจังแทน ทั้งนี้ รัสเซียและชาติยุโรปยังคงผลักดันให้เปิดโต๊ะเจรจาเพื่อคลี่คลายวิกฤตอย่างสันติ

สตูล จัดกิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชุมชนหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและสานสัมพันธ์ไมตรีอันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย

ที่ร.5 พัน.2 ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ หมู่ที่ 6 ตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล พลตรีอภินันท์ แจ่มแจ้ง ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย และพลตรี ดาโต๊ะ ฮัจญี ฟาซาล บิน ฮัจญี อับดุล ราห์มัน  ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 เป็นประธานร่วมฝ่ายมาเลเซีย ในพิธีเปิดกิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชุมชนหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่น ประชาชนจิตอาสา นักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก 

สำหรับกิจกรรม “การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมชุมชนร่วมหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน” จัดขึ้นโดยหน่วยทหาร ร.5 พัน.2 ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่ตามแนวชายแดนให้มีความอุดมสมบูรณ์และคงอยู่อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายประชาคมหมู่บ้านเข้มแข็งแบบคู่ขนาน ในการต่อต้านการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ พร้อมส่งเสริมและปลูกฝังให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นำแนวคิดด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีสร้างความร่วมมือและทัศนคติที่ดีต่อกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนภาคประชาชน และผู้นำทางด้านทหารฝั่งประเทศมาเลเซียอีกด้วย

 

19 มิถุนายน พ.ศ. 2516 ในหลวง ร.๙ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้าง ‘รร.ร่มเกล้า’ โรงเรียนพระราชทานแห่งแรกของไทย

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2516 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 92,063 บาท เพื่อสร้างอาคารเรียนถาวรขนาด 5 ห้องเรียนให้แก่โรงเรียนบ้านหนองแคน ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร พร้อมพระราชทานนามใหม่ว่า “โรงเรียนร่มเกล้า” นับเป็นโรงเรียนพระราชทานแห่งแรกของประเทศไทย

การก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้มีจุดเริ่มต้นจากพื้นที่บ้านหนองแคนซึ่งเคยเป็นพื้นที่สีแดงในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ท่ามกลางความขัดแย้งและความเสี่ยงจากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่คอยขัดขวางการลำเลียงวัสดุก่อสร้างและลอบทำร้ายผู้ปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามด้วยพระราชดำริเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนชาวไทยภูเขาเผ่ากระโซ่และภูไท โรงเรียนแห่งนี้จึงถือกำเนิดขึ้น

โรงเรียนบ้านหนองแคนเปิดการเรียนการสอนครั้งแรกในปี พ.ศ. 2486 เฉพาะชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และขยายชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากชุมชน จนกระทั่งได้รับพระราชทานทุนก่อสร้างอาคารถาวรเมื่อปี 2516 ต่อมาในวันที่ 30 ตุลาคมปีเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารเรียนด้วยพระองค์เอ

ทั้งนี้ “โรงเรียนร่มเกล้า” ไม่เพียงเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณูปการด้านการเรียนรู้ในพื้นที่ห่างไกล แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งพระเมตตาและพระราชปณิธานในการพัฒนาคนไทยอย่างยั่งยืน โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบของโรงเรียนพระราชทานทั่วประเทศในเวลาต่อมา

‘เจือ ราชสีห์’ แจ้งข่าวดีโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา หลังกรมทางหลวงชนบท บรรจุค่าจ้างปรึกษาฯ ในงบปี 69

‘เจือ ราชสีห์’ แจ้งข่าวดีชาวสงขลา หลังกรมทางหลวงชนบท บรรจุค่าจ้างปรึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อม อ.เมืองสงขลา - อ.สิงหนคร จ.สงขลา จำนวน 9 ล้านบาท ไว้ในร่างงบประมาณ ปี 2569  

(18 มิ.ย.68) นายเจือ ราชสีห์ ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีและของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แจ้งข่าวดีกับพี่น้องชาวสงขลา วันนี้!! กรมทางหลวงชนบทได้เสนอรับการจัดสรรงบประมาณ โครงการศึกษาความเหมาะสมสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ได้บรรจุไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 9,000,000 บาท เป็นค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อม อ.เมืองสงขลา - อ.สิงหนคร จ.สงขลา เพื่อเข้าสู่การพิจารณางบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 105 วัน 

ทั้งนี้ หากงบประมาณผ่านสภาผู้แทนราษฎร สามารถเริ่มดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อให้พี่น้องชาวจังหวัดสงขลาได้ติดตามและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ด้วย 

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ ดังกล่าวที่นายเจือ ราชสีห์ ได้หารือในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2565 และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี(ในขณะนั้น) ได้เดินทางลงพื้นที่ เพื่อสำรวจความเหมาะสมเบื้องต้นด้วยตัวเอง และจังหวัดสงขลาได้แต่งตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงาน โดยได้มีการสอบถามความต้องการของชาวสงขลา ประกอบกับนายเจือ ราชสีห์ ได้จัดส่งรายชื่อพี่น้องชาวสงขลา ผู้ได้รับผลกระทบซึ่งเดิมนั้นต้องใช้บริการแพขนานยนต์ข้ามฟากที่ให้บริการโดย อบจ.สงขลา ที่บางครั้งประสบปัญหาความล่าช้า แพเสียกะทันหัน ทำให้ต้องรอคิวเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบทั้งเรื่องของการเรียนและการทำงานและผู้สนับสนุนให้มีการก่อสร้างสะพานฯ จำนวนกว่า 4 หมื่นรายชื่อเพื่อเป็นเสียงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เพื่อแก้ปัญหาการสัญจร และหวังเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ทางการท่องเที่ยว”

‘แม่ทัพภาค 2’ ยันไม่ติดใจ ‘นายกฯอิ๊งค์’ ปมคลิปเสียง ลั่นขอเดินหน้าทำงานเพื่อประโยชน์ชาติ - ประชาชน

(18 มิ.ย.68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โทรมาปรับความเข้าใจ พร้อมทั้งอธิบายเนื้อหาในการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน เพื่อต้องการให้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเบาบางลง เป็นการพูดคุยกันหลังบ้าน

โดยตนได้บอกกับนายกไปว่า “ผมไม่มีอะไรครับ ผมเข้าใจ”

ทั้งนี้นายกฯได้ขอบคุณที่เข้าใจ ถือว่าคุยแล้วเข้าใจแล้ว ก็ไม่ติดใจอะไร ตนทำเพื่อประเทศชาติเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของพี่น้องประชาชน

พล.ท.บุญสิน ระบุต่อว่า วันนี้กำลังเดินทางไปเยี่ยม ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับบาดเจ็บจากภารกิจชายแดน ตนทำงานตามปกติไม่มีอะไร

‘ปิยบุตร’ จี้ ‘นายกฯอิ๊งค์’ ยุบสภาแสดงภาวะผู้นำ เซ่นคลิปเสียงคุย ‘ฮุน เซน’ หลีกเลี่ยงรัฐประหาร

(18 มิ.ย.68) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล ระบุว่า...

จากกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับสมเด็จฮุนเซน และกรณีความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยในเรื่องการแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จนกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาล

ประกอบกับ เกือบ 2 ปี ภายใต้รัฐบาล 'ข้ามขั้ว' นี้ พรรคเพื่อไทยไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้

จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ ได้ตัดสินใจกันใหม่ว่าต้องการให้ใครเป็นรัฐบาล

เพื่อแก้วิกฤตการเมืองในระยะสั้น ทั้งของประเทศ และทั้งของพรรคเพื่อไทยเอง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถึงทางตัน และเพื่อไม่ให้สถานการณ์เดินไปจนเข้าทางพวกจ้องรัฐประหาร

นายกรัฐมนตรีโปรดแสดงภาวะผู้นำ ยุบสภาเถิดครับ

ไม่มีอะไรใหญ่กว่าประชาชน

อัยการย้ำเมาแล้วขับริบรถหวังลดความสูญเสีย เผยชลบุรีแชมป์ประเทศไทย

เมื่อวานนี้ (17 มิ.ย.68) ที่ห้องเยอร์บีร่า 2 ชั้น 3 อาคารล็อบบี้ โรงแรมทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ มูลนิธิเมาไม่ขับร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด จัดแถลงข่าวแนวทางใหม่ฟ้องคดีเมาแล้วขับ เสนอศาลริบรถ โดยมีนายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด, นายโกเมท ทองภิญโญชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานวิชาการ, นายวรวุฒิ วัฒนอุตภานนท์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานวิชาการ, ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง เลขานุการรองอัยการสูงสุดและนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมในการแถลงข่าวชี้แจงแนวทางการปฏิบัติของอัยการทั่วประเทศ 

นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด เปิดเผยว่าอัยการถือเป็นทนายของแผ่นดิน มีหน้าที่ในการฟ้องผู้กระทำความผิดเพื่อขอให้ศาลลงโทษเพื่อให้สังคมเกิดความสงบสุข บทบาทหน้าที่ของอัยการจึงเป็นที่พึ่งของประชาชนในการอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม

คดีเมาแล้วขับที่ผ่านมาอัยการได้ทำหน้าที่ฟ้องร้องผู้กระทำความผิดต่อศาลทั่วประเทศมีสถิติสูงมาก ปีพ.ศ.2567 มีคดีที่ฟ้องต่อศาล 101,864 คดี 10 อันดับคดีเมาแล้วขับสูงสุด ได้แก่ 1.จังหวัดชลบุรี 12,346 2.กรุงเทพฯ 11,673 3.จังหวัดนครราชสีมา 7,066 4.จังหวัดอุบลราชธานี 6,038 5.จังหวัดสมุทปราการ 5,557 6.จังหวัดเชียงใหม่ 5,153 7.จังหวัดสุรินทร์ 3,225 8.จังหวัดอุดรธานี 2,696 9.จังหวัดขอนแก่น 2,639 10.จังหวัดระยอง 2,218

ทั้งนี้พฤติกรรมเมาแล้วขับปัจจุบันสังคมมองว่าเป็นพฤติกรรมที่เป็นอันตรายกับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ตนในฐานะรองอัยการสูงสุดปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือที่ อส 0007(ปผ)/ว 197 เรื่องแนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดีผู้ขับรถขณะเมาสุราแล้วทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น ไปถึงรองอัยการสูงสุด ผู้ตรวจการอัยการ อธิบดีอัยการ อธิบดีอัยการภาค อัยการพิเศษฝ้าย เลขานุการอัยการสูงสุด เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ อัยการจังหวัด ผู้อำนวยการสถาบัน เลขาธิการสำนักงาน อัยการสูงสุด และผู้อำนวยการสำนักงาน โดยให้พนักงานอัยการพิจารณาว่าพฤติการณ์ในการขับรถขณะเมาสุราของผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีมีลักษณะเป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงถึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (8) ด้วยหรือไม่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาได้ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นความผิดดังกล่าวด้วย และยังมิได้มีการแจ้งข้อหาดังกล่าวแก่ผู้ต้องหาให้พนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดังกล่าวเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหา และในการฟ้องคดีให้พนักงานอัยการขอให้ศาลสั่งริบรถของกลางตามหนังสือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ อส (สฝปผ.) 0018/ว 380 ลงวันที่ 29 กันยายน 2549 ตามที่อ้างถึงด้วย

รองอัยการสูงสุด ยังเปิดเผยต่อไปอีกว่าแนวทางปฏิบัติในเรื่องนี้ตนเชื่อว่าจะช่วยลดพฤติกรรมเมาแล้วขับได้เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ปัจจุบันประชาชนมีทางเลือกในการที่จะไม่เสี่ยงกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายเมาไม่ขับได้หลายทางเลือก โดยเลือกใช้บริการรถสาธารณะก็จะปลอดภัยทั้งกับตนเองและไม่ก่อผลกระทบกับผู้อื่นบนท้องถนน เนื่องจากพฤติกรรมการเมาแล้วขับก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก 

ทางด้านนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่าขอขอบคุณท่านอัยการสูงสุดที่เห็นความสำคัญของปัญหาเมาแล้วขับ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละ 5 แสนล้านบาท ทุกๆปีจะมีคนไทยเสียชีวิต 17,000 – 20,000 คน เป็นอย่างต่ำ ย้อนหลังไป 10 ปี พ.ศ.2556 – 2566 คนไทยเสียชีวิตรวม 2 แสนคนทั่วประเทศ เท่ากับประชากรจังหวัดเล็กๆจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยสูญหายไปหมดทั้งจังหวัดเลย แนวทางที่ทางสำนักงานอัยการสูงสุดออกมาเรื่องการเสนอขอให้ศาลริบรถคนเมาแล้วขับที่ก่อให้เกิดความเสียหายในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์บนท้องถนนตนเชื่อว่าจะทำให้คนที่คิดจะเมาแล้วขับต้องคิดหนัก เพราะการถูกริบรถที่ก่อเหตุจะส่งผลกระทบกับวิถีขีวิตของบุคคลนั้น ทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

ในฐานะที่ตนทำงานรณรงค์สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเมาไม่ขับมากว่า 30 ปี ขอสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศถ้าไม่อยากถูกริบรถก็อย่าเมาแล้วขับ

‘เซเลนสกี้’ ต้องกลับบ้านมือเปล่าอีกครั้ง หลัง ‘ทรัมป์’ เทนัดออกจากงาน G7 ก่อนกำหนด

(18 มิ.ย.68) โวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ ผู้นำยูเครนต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้ง หลังจากที่เขาลงทุนบินข้ามทวีป เดินทางมาแคนาดาเพื่อเข้าร่วมวงประชุมสุดยอดผู้นำ G-7 ที่เมือง  Kananaskis แต่ปรากฏว่าสวนทางกับโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพียงไม่กี่ชั่วโมง เพราะทรัมป์ขอตัวกลับกรุงวอชิงตัน ดีซี อย่างกะทันหัน โดยอ้างเหตุสถานการณ์ความรุนแรงระหว่าง อิสราเอล-อิหร่าน 

ทำให้เซเลนสกี้ไม่มีโอกาสได้เจอทรัมป์เป็นการส่วนตัว เพื่อขอความช่วยเหลือด้านอาวุธ และ ทุนสนับสนุนอีก แต่เมื่อไม่ได้เจอ ก็คือไม่ได้เงิน ต้องบินกลับบ้านอย่างผิดหวัง

ส่วน มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ที่เป็นเหมือนเจ้าภาพของงาน ก็ยอมให้เซเลนสกี้เข้าพบ หารือเป็นการส่วนตัว และได้มอบเงินช่วยเหลือให้เล็กน้อยเป็นขวัญถุงก่อนกลับบ้าน แต่ไม่ยอมออกแถลงการณ์ร่วมของ G-7 ให้กับเซเลนสกี้ในการแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนยูเครน 

ซึ่งเซเลนสกี้ คงต้องยอมรับว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครน ไม่ใช่วาระสำคัญเร่งด่วนอีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่เกิดสงครามในกาซา เมื่อปี 2023 ตามมาด้วยความขัดแย้งระหว่างอินเดีย-ปากีสถาน และล่าสุด การยิงถล่มกันระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา 

แต่ทั้งนี้ การนัดพบระดับผู้นำสหรัฐอย่างทรัมป์ และ เซเลนสกี้ ที่ในงาน G-7 มีการลงกำหนดการล่วงหน้า ยืนยันเป็นมั่นเหมาะแล้ว เซเลนสกี้ถึงยอมลงทุนบินข้ามน้ำ ข้ามทะเลกว่า 5,000 ไมล์ เพื่อมาหา 

และแหล่งข่าวยืนยันว่า เซเลนสกี้ มีคิวนัดเป็นลำดับที่ 3 ในตารางนัดหมายของทรัมป์ด้วยซ้ำ และไปถึงแคนาดาในช่วงบ่ายวันที่ 17 มิถุนายน ก่อนจะถึงคิวนัด  ก่อนที่จะรู้ว่า ทรัมป์ ยกเลิกคิวนัดทั้งหมดอย่างกะทันหัน และบินกลับดี.ซี.ไปก่อนหน้านั้นแล้วตั้งแต่หลังงานเลี้ยงกาลาดินเนอร์ เพราะต้องการไปติดตามสถานการณ์ระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน 

ทรัมป์ได้กล่าวก่อนขอตัวออกจากงานประชุมว่า "พวกเราจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำกับผู้นำชาติสมาชิกแสนวิเศษ แต่ผมจะต้องขอตัวบินกลับก่อน ด้วยเหตุที่เป็นที่รู้กัน และผมหวังว่าพวกเขาจะเข้าใจ" 

แม้จะรู้ถึงเหตุจำเป็นของทรัมป์ แต่คณะทูตยูเครนก็อดแสดงความน้อยใจไม่ได้ ที่เห็นว่าทรัมป์ลดลำดับความสำคัญของสงครามในยูเครน ซึ่งนอกจากจะไม่พูดถึงแล้ว ทรัมป์ยังใช้สิทธิ์ฐานะชาติสมาชิกหลัก ขอให้ยับยั้งแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุม G-7 ที่เกี่ยวข้องกับยูเครนด้วย โดยให้เหตุผลว่าถ้อยแถลงของเซเลนสกี้ต่อต้านรัสเซียมากเกินไป ที่อาจกระทบกับวาระการเจรจาระหว่างทรัมป์ กับปูติน ที่กำลังดำเนินอยู่

ซึ่งเป็นข้ออ้างที่จะให้พูดแบบตรง ๆ ก็คือ เหมือนดีดเซเลนสกี้ออกจากงาน เพราะหากเทียบกับการเจรจาระหว่าง สหรัฐ-อิหร่าน ที่ก็ยังดำเนินอยู่เหมือนกัน แต่อิสราเอลก็ยังยกพลไปโจมตีทางอากาศอิหร่านได้โครม ๆ ไม่เห็นทรัมป์จะว่าอะไรเลย

เท่ากับว่าทริปนี้ เซเลนสกี้มาเพื่อถ่ายรูปกับเจ้าภาพ และ กลับบ้านมือเปล่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่การทูตยูเครน ถึงกับแสดงอาการถอดใจว่า ในสัปดาห์หน้าที่จะมีงานประชุมกลุ่มประเทศสมาชิก NATO ที่กรุงเฮก หากเซเลนสกี้จะเดินทางไปขอเข้าประชุมด้วย มันจะคุ้มหรือไม่ แม้ผู้นำเยอรมันจะออกมายืนยันว่า ทรัมป์จะเดินทางไปร่วมงานประชุม NATO ด้วยอย่างแน่นอนก็ตาม 

ถึงชาติพันธมิตรยุโรปจะปลอบใจเซเลนสกี้ และยืนยันว่ายังไงก็อยู่ข้างยูเครน แต่สำหรับเซเลนสกี้แล้ว มันไม่มีความหมายเลยถ้าสหรัฐอเมริกาไม่ลงมาช่วยสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง อย่างที่โจ ไบเดน เคยให้มาก่อน 

ซึ่งเซเลนสกี้ก็ต้องทำใจว่า ช่วงกระแสพีคสุดของยูเครนได้ผ่านไปแล้ว ต่อให้ในวันนี้ผู้นำสหรัฐยังเป็นโจ ไบเดน ก็ใช่ว่ายูเครนจะได้รับการสนับสนุนเหมือนเมื่อก่อน เพราะตอนนี้กระแสไหลมาที่ตะวันออกกลางหมดแล้ว และผลลัพธ์ของสงครามระหว่าง อิสราเอล-อิหร่าน อาจกลายเป็นจุดพลิกขั้วอำนาจในตะวันออกกลางได้นานอีกหลายสิบปีทีเดียว

เมื่อเป็นเช่นนี้ เซเลนสกี้ ต้องถอยกลับไปต่อคิวใหม่ เพราะหัวแถวไม่ว่างซะแล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top