Monday, 22 June 2026
Hard News Team

“สุชาติ” รมว.แรงงาน เผยข่าวดี ผู้ประกันตนมาตรา 40 เฮ!! อีกรอบ ครม.เห็นชอบของขวัญปีใหม่ 65 ลดเงินสมทบเหลือร้อยละ 60 ต่ออีก 6 เดือน (ก.พ. – ก.ค. 65)

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการ จ่ายเงินสมทบประเภทของประโยชน์ทดแทนตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... และร่างกฎกระทรวงกำหนดที่รัฐบาลอัตราเงินสมทบที่รัฐบาลจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตน พ.ศ. ...

ซึ่งเป็นของขวัญปีใหม่ 2565 จากกระทรวงแรงงาน ที่พร้อมมอบให้กับผู้แรงงงานนอกระบบ ซึ่งประกอบอาชีพอิสระ และสมัครใจเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ให้เหลือร้อยละ 60 ของเงินสมทบ ต่ออีกเป็นระยะเวลา 6 เดือน ในงวดเดือนกุมภาพันธ์ – กรกฎาคม 2565 ให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ในอัตราใหม่ 3 ทางเลือก ดังนี้

ทางเลือกที่ 1 ให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย จากเดิมจ่ายในอัตรา 70 บาท/เดือน จ่ายอัตราใหม่ เป็น 42 บาท/เดือน

ทางเลือกที่ 2 ให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และกรณีชราภาพ จากเดิมจ่ายในอัตรา 100 บาท/เดือน จ่ายอัตราใหม่เป็น 60 บาท/เดือน

ทางเลือกที่ 3 ให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย ชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร จากจากเดิมจ่าย ในอัตรา 300 บาท/เดือน จ่ายอัตราใหม่เป็น 180 บาท/เดือน

ส่วนสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนมาตรา 40 จะได้รับทั้ง 3 เลือก ยังคงเดิม ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน สำหรับขั้นตอนของกฎกระทรวงดังกล่าว กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคมจะได้เร่งดำเนินการเพื่อให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ทันภายในกำหนดต่อไป

"นายกฯ" ปลื้ม! ไทยเป็นจุดหมาย "ตรุษจีน" ย้ำ! เป็นเจ้าบ้านที่ดี-สร้างความเชื่อมั่นนทท.ปลอดภัย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2565 เว็บไซด์ท่องเที่ยวอะโกด้า ระบุว่า กรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในทวีปเอเชีย ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกเดินทางพักผ่อนและฉลองเทศกาลตรุษจีน 2565 โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบข้อมูลและรู้สึกยินดีที่ประเทศไทยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่อเนื่อง จึงขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน ที่ทำงานอย่างแข็งขันรวมถึงประชาชนชาวไทยทุกคน ที่มีส่วนสร้างภาพลักษณ์และเป็นเจ้าบ้านที่ดี ทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียง เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ทั้งนี้ความสำเร็จดังกล่าว เป็นผลจากความพยายามของรัฐบาลในการผลักดันศักยภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย และปรับนโยบายให้สอดรับกับสถานการณ์โลกอยู่เสมอ และจากการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศผ่านระบบ Test & Go อีกครั้ง ภายใต้มาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทำให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่น เดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น สร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ และเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ  โดยนายกฯกำชับให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดมาตรการทางสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่อ ไป และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการเพื่อการท่องเที่ยวที่ผ่อนคลายและปลอดภัย
 

'บิ๊กตู่' เร่ง ตั้งกรรมการฟื้นไทย-ซาอุฯ เดินหน้าดัน แรงงาน-เศรษฐกิจ-การทูต คาดเห็นผลภายใน 2 เดือน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สืบเนื่องจากการเยือนราชอาณาจักร ซาอุดีอาระเบีย ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของไทยและซาอุดีอาระเบีย ในรอบ 30 ปี  ทำให้เกิดการหารือในระดับทวิภาคีในหลายมิติ ครอบคลุม ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การทูต และ แรงงาน ฯลฯ 

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี สั่งการเร่งรัดให้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตลอดจนแรงงาน เร่งดำเนินการหลังการเจรจาหารือที่เกิดขึ้น โดยได้มอบหมายนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งกรรมการเร่งดำเนินการเพื่อติดตามการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ 

นายธนกร กล่าวว่า และให้กระทรวงแรงงานประสานไปยังหน่วยงานในกำกับเพื่อเร่งเตรียมความพร้อมในการเยือนของรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อลงนาม MOU ซึ่งถือว่าเป็นการขับเคลื่อนที่เร็วกว่าที่กำหนดไว้ภายใน 2 เดือน โดยมีความคืบหน้าในส่วนของกระทรวงแรงงาน มีการดำเนินการจัดหาแรงงานมีฝีมือตามความต้องการของฝ่ายซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีความต้องการแรงงานต่างชาติจำนวนกว่า 8 ล้านคน ในสาขาภาคบริการ โรงแรม สุขภาพ และอุตสาหกรรมก่อสร้างในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่

ซึ่งขณะนี้ได้เร่งประชุมกับหน่วยงานในกำกับ ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้ประชุมหารือร่วมกับสมาคมการจัดหางานไทยไปต่างประเทศเกี่ยวกับรายละเอียดขั้นตอนต่าง ๆ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และกระบวนการจัดส่งแรงงานไทยที่มีฝีมือในสาขาบริการ โรงแรม สุขภาพ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อไปทำงานในซาอุดีอาระเบีย ภายใต้หลักการ “รัฐจัดหา เอกชนจัดส่ง” 

นายธนกร กล่าวว่า ด้านกระทรวงการต่างประเทศ ได้สานต่อการหารือเกี่ยวกับการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุฯ ซึ่งในระยะแรกจะมีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตและการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคี ตลอดจน การร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกันในกรอบพหุภาคีต่าง ๆ อาทิ องค์การ OIC (โอไอซี) อาเซียน GCC (จีซีซี) รวมถึงการเป็นเจ้าภาพ APEC ของไทยในปีนี้ด้วย 

อาชีวะสุดเจ๋ง คว้าแชมป์ Design Creativity งานแกะสลักหิมะนานาชาติฮาร์บิน ครั้งที่ 14

วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี-วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศ Design Creativity ร่วมกันในการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2565

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศ Design Creativity (ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ) ร่วมกันในการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2565 : The 14th International Collegiate Snow Sculpture Contest 2022 ณ มหาวิทยาลัยวิศวกรรมฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 51 ทีม จาก 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศมองโกเลีย และสหพันธรัฐรัสเซีย 

ซึ่งในปีนี้ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จึงจัดแข่งขันในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งหัวข้อที่กำหนดในการคัดเลือกครั้งนี้ คือ “มีความฝัน สู่อนาคต ด้วยความฝัน เพื่ออนาคต” (Having Dreams, to the Future. With Dreams, For Future) และมีเนื้อหาที่เชื่อมโยงสัมพันธ์ และสื่อถึงงานกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ที่จะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีคำขวัญว่า ร่วมกันเพื่ออนาคต แสดงให้เห็นจุดยืนที่เข้มแข็งของมวลมนุษยชาติเมื่อเผชิญความทุกข์ยาก (Together for a Shared Future, showing the strong stance of mankind in the face of plight)

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ส่งประกวด ภายใต้ชื่อผลงาน “นางฟ้าของฉัน” ผลงานของ นางสาวนริศรา พริกนุ่น นางสาวชนากานต์ ใจงาม และนายพัชรพล สารภี นักศึกษา ปวช.3 สาขาวิจิตรศิลป์ โดยมีนายพฤติพงษ์ วงศ์วรรณา เป็นครูผู้ควบคุม มีแนวคิดมาจากสถานการณ์ ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ระบาดหนักตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ไวรัสชนิดนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ส่งผลกระทบต่อประชากรทุกประเทศ ทั่วโลก เกิดสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนเจ็บป่วย และเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รัฐบาลของหลายๆ ประเทศรวมทั้งประเทศไทยมีมาตรการล็อกดาวน์ ปิดประเทศ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แพร่กระจายออกไป 

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มองเห็นแสงสว่างจากหัวใจของผู้คนในความเสียสละ “บุคลากรทางการแพทย์” ผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงในการต่อสู้ แข่งขันกับโรคร้ายให้ทุกคนบนโลกปลอดภัย เสมือนกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แต่หากจะเป็นการต่อสู้แข่งขันระหว่างมนุษยชาติ กับ เชื้อโรคร้าย โดยผลงานประติมากรรมนางฟ้า เปรียบเป็นตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน เป็นนางฟ้าในดวงใจของคนทั้งโลก กำลังประคองน้ำดื่มให้กับเหล่าหงส์ที่ได้รับบาดเจ็บเปรียบได้กับผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และเราจะก้าวผ่านสิ่งร้ายๆ ไปด้วยกันเพื่อความฝันสู่อนาคตที่ทุกคนจะกลับมาปกติสุขด้วยกันอีกครั้ง

วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี ส่งประกวด ภายใต้ชื่อผลงาน “The Hero หัวใจสิงห์ผู้ไม่เคยยอมแพ้แก่โชคชะตา” ผลงานของ นายธนพล ภูทองเงิน นายพรรณภัทร สมพงษ์ และนายพรรษา สายยาใจ นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 3 สาขาวิจิตรศิลป์ โดยมี นายวสัตน์ เมฆฉาย เป็นครูผู้ควบคุม ได้รับแรงบันดาลใจ ผ่านภาพความสำเร็จของนักกีฬาพิการในการแข่งวีลแชร์ของไทยที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการแข่งขันมหกรรมกีฬาโลก พาราลิมปิกเกมส์ 2020 เป็นแบบอย่างของผู้ที่มีความฝันและความพยายามฝ่าฟันเอาชนะความยากลำบากจากข้อจำกัดในร่างกาย ปลดปล่อยพลังชีวิตเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจตนเอง แสดงจุดยืนที่เข้มแข็งให้ปรากฏต่อมวลมนุษยชาติ ให้มีกำลังใจและมองเห็นความฝันในอนาคตเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถสร้างให้เป็นจริงได้ 

ลูกล้อวีลแชร์ที่ถูกปั่นด้วยความเร็วทะยานไปข้างหน้าเหมือนจะโบยบินได้ ดั่งนกพิราบขาวได้ประกาศเสรีภาพแห่งชีวิตให้ประจักษ์ไปทั่ว พร้อมกับเชิญชวนเพื่อนมนุษย์ร่วมกันนำอนาคตที่สดใสมาสู่โลกอีกวาระหนึ่ง รูปมือที่โอบอุ้มคือสัญลักษณ์ของความร่วมมือกันของมนุษยชาติที่จะเอาชนะความยากลำบาก จังหวะของเส้น และรูปทรงที่ดูเคลื่อนไหวพุ่งทะยานไปสู่จุดหมายเดียวข้างหน้า แสดงถึงพลัง ความเร็ว และความอิสระ มุ่งสู่ปลายทางที่อยู่เบื้องบน เพื่อสื่อให้เห็นถึงแนวคิดว่า ไม่มีใครกำหนดชีวิตที่เกิดมาในอดีตของตนเองได้ แต่การรู้จักตนเองและการได้ทำในสิ่งที่ตนเองรักและคาดหวังเอาไว้คือการสร้างชีวิต สู่อนาคต ที่เป็นจริงได้

ครม. ควักงบกลาง 251 ล้านบาท จ้างพนักงานกรมอุทยานฯ 3,999 อัตรา 

ครม.ไฟเขียว งบ 251 ล้านบาท จ้างเหมาพนักงาน 7 เดือน ปฏิบัติงานกรมอุทยานฯ 3,999 อัตรา 

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. อนุมัติโครงการจ้างเหมาพนักงานปฏิบัติงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชประจำปีงบประมาณ 2565 วงเงินงบประมาณ 251.94 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปีงบประมาณ 2565 สำหรับจ้างเหมาพนักงานจำนวน 3,999 อัตรา ในอัตราจ้าง 9,000 บาทต่อเดือน ระยะเวลาการจ้าง 7 เดือน ระหว่าง มี.ค. - ก.ย. 2565 เพื่อปฏิบัติงานตามภารกิจสำคัญของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ แซะ ‘คนละครึ่งเฟส 4’ ชี้ ไม่ช่วยฟื้นวิกฤตศก. แนะ รบ. หยุดสร้างหนี้

'ไทยสร้างไทย' ชี้ คนละครึ่งเฟส 4 ไม่ช่วยประเทศฟื้นวิกฤตเศรษฐกิจ แนะใช้งบลงทุนจ้างงาน เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กเข้าถึงแหล่งทุน

1 ก.พ. 65 - นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงกรณีการเริ่มต้นใช้ โครงการคนละครึ่งระยะที่ 4 วงเงิน 34,800 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ถึง 30 เมษายน 2565 วงเงิน คนละ 1,200 บาทว่า นโยบาย คนละครึ่ง ที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่มักนำมาอวดอ้างว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีนั้น แท้จริงแล้วยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย สะท้อนในทิศทางเดียวกันว่า ไม่มีเงินเพียงพอที่จะเติมเงินเข้าไปในแอปเป๋าตัง ทำให้นโยบายนี้ไม่ได้ผลเท่าที่ควร โดยเฉพาะในแง่การกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพ และประเทศไทยไม่ใช่เป็นประเทศที่มีรายได้สูง การแจกเงิน โดยไม่สร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ จะไม่ช่วยให้ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเจริญเติบโตต่ำที่สุดในอาเซียน ตั้งแต่ก่อนโควิด และช่วงโควิด เศรษฐกิจของประเทศ หดตัวมากที่สุดในอาเซียน โดยเฉพาะในปีล่าสุด ประเทศไทยมีการฟื้นตัวต่ำที่สุดในอาเซียน สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวต่อแผนการกระตุ้นทางเศรษฐกิจของรัฐบาล

“ความสำเร็จต้องมาจากการทำงานหนัก และความสามัคคีของคนในชาติ” คำกล่าวตรุษจีน 2022 จาก สีจิ้นผิง

ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน แห่ง วช. โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก วิเคราะห์คำกล่าวของสีจิ้นผิงในวาระตรุษจีนปีเสือ 2022 โดยระบุว่า Tang Ping #ถ่างผิง กระแสถ่างผิง คือ การอยากจะแค่เอนหลัง นั่งๆ นอนๆ ขี้เกียจไปวันๆ เป็นกระแสที่เกิดขึ้นในหมู่คนจีนรุ่นใหม่ที่เริ่มจะท้อแท้ ทำนองว่า ทำงานไปก็ไร้อนาคต จนกลายเป็น Tang Ping Movement ในจีน ทำให้สี จิ้นผิง และรัฐบาลจีนต้องลงมาดูแลปัญหานี้อย่างจริงจัง ก่อนที่จะสายเกินแก้ค่ะ

Tang ping (Chinese: 躺平; pinyin: tǎng píng; lit. 'lying flat') is a lifestyle choice and social protest movement in China by some young people who reject societal pressures on hard work or even overwork…

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวอวยพรตรุษจีน 2022 ย้ำ “ความสำเร็จของจีนเกิดจาก #ความสามัคคี และ #ทำงานหนักของคนจีนทุกคน”

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในนามของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และคณะรัฐมนตรีจีน ได้ส่งสารต้อนรับวันตรุษจีน-เทศกาลฤดูใบไม้ผลิไปยังชาวจีนทุกคน เมื่อวันอาทิตย์ 30 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา 

สี จิ้นผิง กล่าวทักทายชาวจีนจากทุกกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อนร่วมชาติในฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน และชาวจีนโพ้นทะเล

เทศกาลฤดูใบไม้ผลิปีนี้หรือวันตรุษจีนตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์

สี จิ้นผิง กล่าวว่าความสำเร็จทั้งหมดของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประชาชนในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากความสามัคคีและการทำงานหนักของคนจีน 

“ตราบใดที่ #ชาวจีน 1.4 พันล้านคนยังคงสามัคคีกันอยู่เสมอ และ #สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน 95 ล้านคนยังคงใกล้ชิดกับประชาชนเพื่ออนาคตร่วมกัน เราจะสามารถ #สร้างปาฏิหาริย์ ที่น่าประทับใจต่อไปได้อย่างแน่นอนในการเดินทางครั้งใหม่ในอนาคต” สี จิ้นผิงกล่าว

สี จิ้นผิง กล่าวอีกว่า ปี 2021 ที่ผ่านมา ได้เห็นความก้าวหน้าอย่างน่าทึ่งของพรรคฯ และประเทศจีน โดยระบุเหตุการณ์สำคัญต่างๆ รวมถึงการฉลองครบรอบ 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน การผ่านมติครั้งที่สามในประวัติศาสตร์ 100 ปีของพรรค #ชัยชนะในการต่อสู้กับความยากจน การบรรลุเป้าหมายร้อยปีแรกในการสร้าง #สังคมที่เจริญรุ่งเรืองในระดับปานกลางทุกประการ (สังคมเสี่ยวคัง) และการเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่เพื่อสร้างจีนสังคมนิยมสมัยใหม่อย่างเต็มที่

ปีที่แล้ว จีนยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำของโลกทั้งในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและการควบคุมโรคโควิด-19 สี จิ้นผิงระบุ โดยอ้างถึงความก้าวหน้าของจีนในการพัฒนาคุณภาพสูง ความสามารถในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ การปฏิรูปและการเปิดกว้าง และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน

'ฟลุ๊ค พชร' เชื่อ พท.ชนะที่หลักสี่ สะท้อนคนอยากให้ 'พี่โทนี่' ช่วยฟื้นศก.

‘ฟลุ๊ค พชร’ โหนผลเลือกตั้งซ่อมเพื่อไทยชนะ คนกรุงเบื่อ ‘บิ๊กตู่’ อยากได้ ‘พี่โทนี่’ กลับมาช่วยฟื้นเศรษฐกิจ

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 นายพชร ธรรมมล หรือ ‘ฟลุ๊ค เดอะสตาร์’ สมาชิก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งซ่อมกรุงเทพมหานครเขต 9 จตุจักร-หลักสี่ ที่นายสุรชาติ เทียนทอง จากพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งแบบขาดลอยด้วยคะแนนแบบไม่เป็นทางการ 29,416 คะแนน ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐเจ้าของพื้นที่เดิมได้เพียง 7,906 คะแนนเท่านั้น ซึ่งเป็นการพ่ายแพ้แบบหมดฟอร์ม นอกจากจะแปลว่าคน กทม. และคนไทยส่วนใหญ่จะเบื่อหน่ายพลเอกประยุทธ์ อย่างสุดขีดแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ คงอยากให้คนมีความรู้ความสามารถอย่าง ‘พี่โทนี่’ กลับมาช่วยคิด ช่วยทำ ช่วยดูแล การบริหารประเทศไทยที่กำลังย่ำแย่โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจเหมือนที่โพลสำรวจบอกว่าคนส่วนใหญ่อยากให้พี่โทนี่ กลับมาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย เพราะหากให้คนขาดความรู้ความสามารถและไม่รู้เรื่องแบบพลเอกประยุทธ์ บริหารต่อไป เศรษฐกิจไทยได้แต่รอวันเจ๊งและพังแน่ ซึ่งตอนนี้เศรษฐกิจไทยก็พังมากอยู่แล้วและยังไม่มีวี่แววจะฟื้นเลย คนลำบากกันมาก และประชาชนเบื่อหน่ายความด้อยประสิทธิภาพของพลเอกประยุทธ์แล้ว 

‘ความไม่มั่นคงของฝั่งรัฐบาลน่าจะมีปัญหาอย่างมาก ดังจะเห็นได้จาก ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาโพสต์หลังทราบผลการเลือกตั้งแบบไม่เป็นทางการว่า ‘ผมดีใจมากครับที่เห็นพี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงเลือกตั้ง นี่คือ ‘ประชาธิปไตย’ ครับ the enemy of my enemy is my friend หรือแปลว่า ‘ศัตรูของศัตรูผมคือเพื่อนผม’ ซึ่งน่าจะแปลได้อีกว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ น่าจะนับถอยหลังได้แล้ว ซึ่งเชื่อได้ว่าผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะเป็นรูปแบบของการเลือกตั้งใหญ่ในอนาคตที่พรรคเพื่อไทยจะมีโอกาสชนะแบบแลนสไลด์ได้สูง ถ้าหากประชาชนให้ความเชื่อถือพรรคเพื่อไทย เหมือนการเลือกตั้งซ่อมในกรุงเทพมหานครเขต 9 นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่พรรคเพื่อไทยน่าจะมีความพร้อมในเรื่องนี้มากกว่าพรรคอื่นทั้งหมด’ นายพชร กล่าว

ครม.เห็นชอบ! แนวทางการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา เน้น รองรับพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย-ยกระดับนวัตกรรมการศึกษา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบมอบอำนาจให้สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา และมีคำสั่งให้สถาบันอุดมศึกษาหรือส่วนงานในสถาบันอุดมศึกษาจัดการศึกษาที่แตกต่างไปจากมาตรฐานการอุดมศึกษา แทน ครม. โดยให้ถือว่าการอนุมัติและความเห็นชอบดังกล่าวเป็นมติของครม. 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า การจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา มีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ สถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันการศึกษาอื่น ทั้งรัฐและเอกชน ทั้งในสังกัดและนอก อาทิ 1.การทดลองใช้นวัตกรรมการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ที่อาจยังไม่มีมาตรฐาน การอุดมศึกษาในปัจจุบันมารองรับ เช่น ใช้ระบบออนไลน์ แทนการเรียนในห้อง และจัดการเรียนการสอนลักษณะหลักสูตรระยะสั้นประกอบการเรียนรู้ทฤษฎีร่วมกับการฝึกปฏิบัติในภาคอุตสาหกรรม และจับคู่ภาคเอกชนเพื่อร่วมผลิตนักศึกษา เป็นต้น 2.ปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นข้อจำกัดต่อการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ โดยมีกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องรวม เช่น กฎกระทรวงว่าด้วยด้านมาตรฐานการจัดการระดับอุดมศึกษา กฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา กฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา เป็นต้น

เพื่อให้เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมการผลิตบัณฑิตมากขึ้น และให้ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่เป็นที่ยอมรับจากภาคอุตสาหกรรม เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาได้ รวมทั้งลดจำนวนหน่วยกิตในหมวดวิชาศึกษาทั่วไปและลดเวลาหลักสูตรในการเรียนให้เหลือเพียง 3 ปี หรือน้อยกว่า เป็นต้น และจะมีผลกับสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งต่อไป โดยระหว่างการจัดทำร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ หากสถาบันอุดมศึกษาต้องการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา สามารถดำเนินการได้ภายใต้มาตรา 69 พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นการยกเว้นมาตรฐานการอุดมศึกษาสำหรับสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการอนุมัติเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการอุดมศึกษาใหม่

ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงแรงงาน กำหนดให้สถานประกอบ ต้องมีจนท.ความปลอดภัยในการทำงาน

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอ

โดยสาระสำคัญของร่างฯ เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเป็นกลไกในการกำกับดูแลและบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ 1.กำหนดสถานประกอบการที่ต้องดำเนินการตามร่างกฎกระทรวงนี้ในบัญชีท้าย โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ สถานประกอบการตามบัญชี 1 เช่น อุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมปิโตรเลียม อุตสาหกรรมปิโตรเคมี เป็นต้น สถานประกอบการตามบัญชี 2 เช่น อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร อุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นต้น และสถานประกอบการตามบัญชี 3 เช่น โรงรับจำนำ โรงถ่ายทำภาพยนตร์ สนามกีฬา เป็นต้น2.กำหนดประเภทและระดับของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน มี 2 ระดับ ได้แก่ ระดับหัวหน้างาน และระดับบริหาร

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานโดยหน้าที่เฉพาะ มี 3 ระดับ ได้แก่ ระดับเทคนิค ระดับเทคนิคชั้นสูง และระดับวิชาชีพ โดยเจ้าหน้าที่แต่ละประเภทและระดับต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง 3.นายจ้างของสถานประกอบการ ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ถานประกอบการตามบัญชี 1 ที่มีลูกจ้าง 2 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพอย่างน้อย 1 คน ส่วนสถานประกอบการตามบัญชี 2 ที่มีลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 100 คน ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคชั้นสูงอย่างน้อย 1 คน สถานประกอบการตามบัญชี 3 ที่มีลูกจ้าง 20 คนขึ้นไป ต้องจัดให้ลูกจ้างระดับหัวหน้างานทุกคนได้รับการฝึกอบรมเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top