Monday, 22 June 2026
Hard News Team

‘ปูติน’ เริ่มของขึ้น!! ออกสื่ออัด ‘สหรัฐฯ-ยุโรป’ หลังตั้งใจดึงรัสเซียเข้าสู่สงครามให้ได้

ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ฉุนขาด!! ออกมาอัดยับ เหล่าบรรดาชาติตะวันตกที่กำลังสร้างสถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครน เพื่อดึงรัสเซียเข้าสู่สงครามให้ได้ โดยไม่สนใจข้อต่อรองขั้นพื้นฐานของรัสเซียในเรื่องความมั่นคงภายในของยูเครนและรัสเซียเลยแม้แต่น้อย

ท่ามกลางกระแสข่าวว่ารัสเซียเตรียมนำกองทัพบุกยึดยูเครนในไม่ช้านี้ที่หลุดออกมาสะพัด แต่จนแล้วจนรอดรัฐบาลเครมลินก็ปฏิเสธในทุกทีไป เฉกเช่นเดียวกันกับปูตินเอง ที่ไม่ได้ออกสื่อแสดงความเห็นโดยตรงเกี่ยวกับความตึงเครียดบริเวณชายแดนยูเครน-รัสเซียมานาน 

อย่างไรก็ตามแรงกดดันจากสหรัฐอเมริกา และชาติพันธมิตรตะวันตก ซึ่งได้ส่งกองทหารหนุนยูเครน กดดันรัสเซียอย่างหนัก โดยล่าสุด โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมส่งกองหนุนเพิ่มให้อีกกว่า 3,000 นาย เข้าไปในเยอรมัน, โรมาเนีย และโปแลนด์ นอกเหนือจากกองกำลังต่างหากของ NATO โดย จอห์น เคอร์บี โฆษกของแพนทากอน ได้กล่าวว่า กองกำลังส่วนนี้มีภารกิจเพื่อสกัดการรุกราน และเสริมกำลังให้กับกองรบแถวหน้าให้กับพันธมิตรของเรา ซึ่งพร้อมเคลื่อนพลประจำการได้ในทันทีเร็วๆ นี้

พอมาถึงจุดนี้ ก็เหมือนจะทำให้ผู้นำรัสเซียเริ่มเดือด และดูท่าจะไม่อดทนอีกต่อไป จนได้มีการออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวขณะไปเยือนนายกรัฐมนตรีฮังการีว่า “จนถึงตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า ชาติพันธมิตรตะวันตกไม่ได้สนใจข้อเรียกร้องของรัสเซียเรื่องความมั่นคงเลย”

'โค้ชเช' เฮ 'บิ๊กตู่' เซ็นมอบสัญชาติไทย หลังทุ่มเทเพื่อวงการกีฬาไทย  

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้ลงนามคำสั่งมอบสัญชาติไทยเพิ่มเติมประจำปีตามวาระ ซึ่งวันนี้นายยอง ซอก เช หรือโค้ชเช หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย  ก็ได้รับสัญชาติไทยเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นคนไทยตามที่เขาข้อร้องมา เพราะเขาดูแลการกีฬาให้ประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร 

‘พรรคกล้า’ หนุนตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ ชี้ รัฐตั้งได้ด้วยเสียง ส.ส. ข้างมาก โดยไม่ต้องพึ่ง ม.272 อยู่แล้ว

"พรรคกล้า" ร่วมหนุน คณะรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ ม.272 ตัดอำนาจ ส.ว. เลือกนายกฯ ย้ำเพื่อรักษาหลักปฏิบัตินิยม ยุติปมความขัดแย้ง ไม่ควรอาศัยเสียง ส.ว. แต่งตั้ง จัดตั้งรัฐบาล ชี้ต้องแก้ก่อนเลือกตั้ง

รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร แกนนำคณะรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ ม.272 พร้อมคณะ อาทิ นางลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ เลขาธิการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย, นางสาวณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหว เข้าเชิญชวนนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ร่วมลงชื่อสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 ตัดอำนาจ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรี

โดยนายสมชัย กล่าวว่า ขณะนี้รวบรายชื่อผู้สนับสนุนได้เกือบ 80,000 รายชื่อแล้ว โดยจะส่งรายชื่อผู้สนับสนุน 70,000 รายชื่อแรก ให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจความถูกต้อง เพื่อบรรจุในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยประชุมหน้า 22 พ.ค. 65 โดยจะเปิดให้ลงชื่อต่อไปจนกว่าสภาฯ จะมีการพิจารณาวาระนี้ พร้อมมอบป้าย QR Code เพื่อลงชื่อสนับสนุนและเสื้อยืดรณรงค์ ให้นายกรณ์ เพื่อให้พรรคได้เชิญชวนประชาชนร่วมสนับผ่านทางช่องทางการสื่อสารของพรรค

 

นายกรณ์ กล่าวว่า ยินดีร่วมสนับสนุน เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญในการแสดงหลักความถูกต้องของกฎหมายบ้านเมือง ทำให้คนไว้วางใจร่วมลงชื่อสนับสนุนจำนวนมาก ซึ่งตนเองเคยแสดงความคิดเห็นตั้งแต่ก่อนเริ่มลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2560 และการรณรงค์เรื่องนี้สอดคล้องกับจุดยืนของพรรคมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรค หากมองตามหลักปฏิบัตินิยม มาตรานี้ไม่มีประโยชน์ เพราะรัฐบาลต้องมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร  แม้มีเสียง ส.ว. สนับสนุน แต่หากไม่มีเสียงข้างมากในสภาฯ รัฐบาลก็ทำงานไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล โดยเฉพาะการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี และยังเกิดข้อครหาความไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองโดยไม่จำเป็น ดังนั้นการจะลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ต้องยกเลิกมาตรา 272

'บีโอไอ' ไฟเขียว เปิดประเภทกิจการใหม่หนุนภาคเกษตร

น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บอร์ดบีโอไอ ที่มี นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบให้เปิดประเภทกิจการใหม่ โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ Bio Hub ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน รองรับการขยายตัวในอุตสาหกรรมเกษตร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีการแข่งขันสูงมากในตลาดโลก ประกอบด้วย

1.กิจการศูนย์การค้าผลิตผลทางการเกษตรระบบดิจิทัล เพื่อเป็นการยกระดับภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ต้องมีแพลตฟอร์มสำหรับให้บริการเกษตรกรและผู้ประกอบการ และสนับสนุนให้เกิดระบบการติดตามและปรับปรุงควบคุมคุณภาพผลผลิต โดยจะต้องจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรในรูปแบบ B2B (Business-to-Business) เท่านั้น

“ผบ.ทบ.” เยือนราชอาณาจักรกัมพูชา สานสัมพันธ์ ความร่วมมืองานความมั่นคง

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมคณะ เดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา อย่างเป็นทางการในฐานะแขกของ กองทัพบกกัมพูชา ระหว่าง 3-4 ก.พ. 2565  นับเป็นการเดินทางไปยังประเทศกลุ่มอาเซียนครั้งแรก หลังเข้ารับตำแหน่ง ในโอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้เข้าเยี่ยมคำนับผู้นำประเทศและผู้บริหารระดับสูงของกองทัพกัมพูชา สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา, สมเด็จพิชัยเสนาเตียบันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา, พล.อ.วงษ์ ปิเซน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา และพบปะแลกเปลี่ยนประสานความร่วมมือกับ พล.อ.ฮุน มาเน็ต ผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา  

โดยเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และสานต่อความร่วมมือของกองทัพบกทั้งสองประเทศในทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ตามแนวชายแดนและด้านสิ่งแวดล้อม การฝึกศึกษา การแลกเปลี่ยนการเยือนของเจ้าหน้าที่ในทุกระดับ 

ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า ประเทศไทยกับกัมพูชามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เป็นมิตรแท้ที่จริงใจต่อกัน ความสามัคคีและความร่วมมือถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะทำให้ทั้งสองประเทศ สามารถเผชิญกับภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ได้อย่างมั่นคง รวมทั้งกองทัพบกจะผลักดันและส่งเสริมในความร่วมมือต่างๆตามกลไกที่มีอยู่ต่อไป โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน ทั้งเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือการพัฒนาหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ตลอดจนการช่วยเหลือผู้ป่วยเจ็บตามแนวชายแดน เป็นต้น 

“ผบ.ทร.” ประณามนายทหารชั้นยศนาวาตรี สังกัดกองทัพเรือ ซ่อนกล้องแอบถ่ายในห้องน้ำหญิง สั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ลงโทษให้ถึงที่สุด

พล.ร.ท.ปกครอง  มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่มีกำลังพลกองทัพเรือชั้นยศ “นาวาตรี” ตั้งกล้องแอบถ่ายในห้องน้ำหญิง ภายในสำนักงาน โดยผู้ตกเป็นเหยื่อประกอบด้วยข้าราชการพนักงานลูกจ้างและนักเรียนฝึกงาน โดยผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ  จังหวัดชลบุรีไปแล้วนั้น
     
พล.ร.ท.ปกครอง กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ได้ถูกเปิดเผย เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ภายหลัง มีผู้พบกล้อง 2 ตัวติดตั้งอยู่บนฝ้าเพดานห้องน้ำ ในสำนักงานของหน่วยงานราชการในสังกัดกองทัพเรือ  ขณะทำการซ่อมแซมระบบสายไฟ ซึ่งเมื่อตรวจสอบจึงพบว่ามีการซ่อน กล้องต่อเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ของ ว่าที่ นาวาตรีเกียรติกร มั่งคั่ง สังกัดแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  กรมแพทย์ทหารเรือ ซึ่งการตรวจสอบข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์

พบหลักฐานคลิปวีดีโอของผู้เสียหายขณะทำภารกิจส่วนตัวซึ่งถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558  ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดของ ว่าที่ นาวาตรี  เกียรติกรทได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยได้ทำการกักควบคุมตัว ว่าที่ นาวาตรี เกียรติกูล เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ ไปข่มขู่ผู้เสียหายและมิให้ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ระหว่างสอบสวน ซึ่งผลการสอบสวนเบี้องต้นพบว่า ว่าที่ นาวาตรี เกียรติกรกระทำความผิดจริง 

นักอ่านแถลงการณ์คณะปฏิวัติชื่อดัง ถาม!! ศัตรูของศัตรูคือมิตร แล้วศัตรูนายพล-นายร้อยคือใคร?

นายอาคม มกรานนท์ อดีตพิธีรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และอดีตผู้ประกาศข่าวและผู้อ่านประกาศแถลงการณ์คณะปฏิวัติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Akhom Makaranond’ โดยมีเนื้อหาระบุว่า…

“ศัตรูของศัตรูคือมิตร แล้วศัตรูของนายพลกับนายร้อย คือ ใคร?”

คำถามนี้ยาวหน่อย ส่วนตอบจะยาวหรือสั้นไม่ทราบ ขอย้อนหลังเล่าเรื่องเก่าให้ฟัง แล้วช่วยกันคิดก็แล้วกันว่า มันพอจะเป็นไปได้ไหม? ถ้าฟังแล้วคิดว่าไม่ใช่ ก็ไม่ผิดกติกาใดๆ

พรรคพลังประชารัฐ มีหลายคนบอกว่าเป็นพรรคการเมืองเฉพาะกิจ ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับอำนาจรัฐของรัฐบาล คสช. จะเดินหน้าต่อไปหรือจะล่มสลาย คำถามนี้ดังขึ้นมาเรื่อยๆ ในสังคมไทย

วันที่พรรคพลังประชารัฐแพ้การเลือกตั้งซ่อมสามจังหวัดติดต่อกันอย่างหมดศักดิ์ศรีของการเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล

หลายคนที่ติดตามสถานการณ์ภายในพรรคนี้ ต่างทราบดีว่ามีความแตกแยกอย่างหนักเกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่เหตุที่พรรคยังไม่ถึงกับแตกละเอียด ก็เพราะยังมีอำนาจรัฐอยู่ในกำมือของนายกรัฐมนตรีและกลุ่ม ๓ ป.

คนที่เขามองพรรคอย่างเข้าใจเนื้อแท้ย่อมทราบดีว่า แม้ ๓ ป.จะประกาศว่ารักใคร่กลมเกลียวกันก็ตาม แต่ ป.ป้อม กับ ป.ประยุทธ์ ก็งัดกันมาในทีเป็นประจำ แต่ก็สู้อุตส่าห์กล้ำกลืนฝืนทนกอดคอกันมาได้ เพราะทุกๆ ป. รู้ซึ้งอยู่แก่ใจว่า หากแตกแยกกันวันใด จะต้องตกบัลลังก์แห่งอำนาจ และเมื่อหล่นแล้ว อำนาจก็จะถูกศัตรูที่ตนเคยรัฐประหารเขามา กลับมาเล่นงานอย่างหนัก

เพราะฉะนั้น ทั้ง ๓ ป. จึงต้องทนอยู่บนหลังเสือต่อไป เพราะไม่ต้องการลงมาแล้ว ต้องกลายเป็นศพไม่สวย

เห็นหรือยังว่า ฉากการเมืองแห่งความขัดแย้งระหว่างนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๙ กับนายร้อยนอกประจำการ ผู้เต็มไปด้วยบาดแผลเต็มตัว และข้อรังเกียจจากสังคมที่มีต่อตัวของผู้กองนอกราชการคนนี้ และเป็นอดีตแกนนำคนสำคัญของพรรค 

นี่คือฉากการเมืองที่คอการเมืองไทยรู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่า มันคือภาพของความขัดแย้งระหว่างนายพลกับนายพล คนหนึ่งหนุนหลังผู้กองนอกราชการมาตลอด แล้วเมื่อวันที่ผู้กองเดินออกจากพรรคไป พร้อมกับ ส.ส. อีก ๒๐ คน ทำให้ภาพความแตกแยกระหว่างนายพลกับนายพลเด่นชัดขึ้น จนไม่สามารถจะปิดบังได้อีกต่อไป แล้วก็ทำให้ทุกคนรู้ด้วยว่า วันที่ผู้กองคนนี้กล้าต่อกรกับคนเป็นนายกฯ ในวันลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งล่าสุดนั้น มีภาพของนายพลอีกคนอยู่เบื้องหลังการแสดงบทกร้าวของผู้กอง

วันนี้ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อย อาจจะยังรักนายกฯ ประยุทธ์ฯ เพราะเห็นว่าเป็นคนซื่อมือสะอาด แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่มองว่า ท่านนายกฯ คนนี้นั่งอยู่บนเก้าอี้แห่งอำนาจได้ ก็เพราะมีแรงหนุนจากพี่ใหญ่และ ส.ส.ในส่วนของพี่ใหญ่ 

ทีนี้เมื่อพี่ใหญ่เปิดภาพการเมืองออกมา โดยสั่งให้ผู้กองยอดรักและก๊วนออกไปอยู่พรรคอื่น (หลายคนมองว่าเป็นพรรคของพี่ใหญ่) ก็หมายความว่า นี่คือการเปิดศึกฉากสำคัญ เพื่อโจมตีนายกฯ โดยตรงนั่นเอง

“ไผ่" เผย “พรรคเศรษฐกิจไทย” จ่อแถลงเปิดตัวเร็วนี้ โว ฟัง “ธรรมนัส” หนุน “บิ๊กตู่” ต่อหรือไม่ 

การเมือง/ 3 กพ./ 

นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงการเข้าสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย ภายหลังจากถูกขับออกจากพรรคพปชร. ว่า ขณะนี้มี ส.ส.จำนวน 18 คน ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ซึ่งขั้นตอนขณะนี้อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  จะส่งเรื่องไปยังสภาผู้แทนราษฎรเมื่อไหร่

ส่วนเรื่องร้องเรียนกระบวนการขับออกจากพรรคพลังประชารัฐที่อาจจะไม่ถูกต้องนั้น ส่วนตัวไม่กังวล เพราะคิดว่าน่าจะถูกต้องและจบแล้ว ขณะเดียวกันได้พูดคุยกับนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แต่จะมาสังกัดพรรคเดียวกันหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ ซึ่งนายสมศักดิ์เป็นอีกหนึ่งคนที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะ หัวหน้าพรรคพปชร. ยืนยันว่าขั้นตอนการขับออกจากพรรคนั้นจบไปแล้ว ซึ่งคิดว่าจะได้มาอยู่ด้วยกัน รวมถึงนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และนายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส. ขอนแก่น อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เช่นเดียวกัน 

เมื่อถามถึง แนวทางพรรคเศรษฐกิจไทย ที่จะทำงานให้กับประชาชนนั้นจะเป็นอย่างไร นายไผ่  กล่าวว่า จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง และที่ผ่านมาได้ทำถูกต้องมาตลอด แต่ต้องดูถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ส่วนการโหวตลงมติในสภา รวมถึงการลงมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ตอนนี้ยังไม่ขอตั้งธงว่าจะต้องโหวตเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย เพราะเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผู้อภิปรายต้องบอกว่าไม่ดีตรงไหน เช่นเดียวกับกฎหมายงบประมาณ ที่ต้องดูตามหน้างาน เพราเรื่องงบประมาณจะเอามาเป็นเรื่องการเมืองไม่ได้ เนื่องจากต้องทำงบประมาณไปทำประโยชน์ให้กับประชาชน 

"จุติ" นำทีม พม. ช่วย "โกดังชาบู" ดึง เชฟชุมพล สอนเมนูใหม่ สู้ชีวิตอีกรอบ!!!

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วย นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทีมผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ พม. ลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหาครอบครัวนางสาวมธุรา  อดเหนียว (แก้ว) อายุ 31 ปี เจ้าของร้านโกดังชาบู ย่านตลาดพลู เขตธนบุรี กทม. ซึ่งออกมาไลฟ์สดปิดกิจการทั้งน้ำตา หลังเปิดมานานกว่า 4 ปี และพยายามทำทุกทางเพื่อให้ร้านได้ไปต่อ เนื่องจากได้รับผลกระอย่างต่อเนื่องจากวิกฤตโควิด-19  ทำให้มีหนี้สินจำนวนมาก อีกทั้งต้องดูแลสามีที่มีอาการป่วยเป็นซึมเศร้า ลูกเล็กวัยเรียน 2 คนและคนงานอีก 7 คน

นายจุติ กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาที่ร้านโกดังชาบู เพราะเห็นข่าวจากสื่อออนไลน์  โดยทราบว่าปัญหาลักษณะนี้มีมากมายทั่วประเทศ แต่ปัญหาทุกอย่างมีทางออกทางแก้เสมอ มันไม่ง่ายแต่ชีวิตต้องสู้  ซึ่งตนเห็นความเป็นนักสู้ของน้องแก้วและสามีที่มีภาระหนัก ซึ่งวันนี้ ตนมาในฐานะตัวแทนรัฐบาล เพื่อมาช่วยเหลือประชาชน  ขณะนี้ รัฐบาลมีโครงการประนอมหนี้ โดยให้ธนาคารของรัฐและเอกชน เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ทั้งนี้  รัฐบาลอยากให้ทุกท่านรู้ว่า ท่านไม่ได้อยู่คนเดียว  เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง  และพร้อมให้โอกาสคนที่ทำงานโดยสุจริต เมื่อเศรษฐกิจฟื้นจากสถานการณ์โควิด-19 ก็จะทำให้ชีวิตเดินต่อไปได้

นายจุติ กล่าวว่า กระทรวง พม. มีความเป็นห่วงในเรื่องครอบครัว  เพราะลูกทั้ง 2 คนที่ไม่อยากไปโรงเรียนเพราะเห็นคุณพ่อคุณแม่เครียดจากปัญหาที่เกิดขึ้น ด้านคุณพ่อเครียดจากภาระหนี้สิน แต่มีคุณแม่ที่สู้ต่อและบอกให้โลกรู้ว่าจะสู้ต่อไป ดังนั้น กระทรวง พม. ได้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวนี้เท่ากับเราได้ช่วยอีก 11 ชีวิต รวมไปถึงลูกจ้างที่ไม่มีที่อยู่ ไม่มีงานทำ โดยเฉพาะช่วยให้เด็กๆ สามารถไปโรงเรียนได้

รวมไปถึงสามีให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม นับว่าเป็นการสร้างครอบครัวให้เข้มแข็ง ไม่ให้ครอบครัวเปราะบาง ทั้งนี้ กระทรวง พม. ได้ให้ความสำคัญตามนโยบายรัฐบาลว่า เราจะดูแลทุกครอบครัวให้เข้มแข็ง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เหมือนกับปัญหาทุกครอบครัวที่มี มันไม่ง่ายที่จะแก้ปัญหา ถ้าหากเจ้าตัวไม่สู้  ทุกคนพร้อมที่จะช่วยเหลือ เมื่อสู้แล้ว ต้องมีสติ ทักษะ และด้วยสองมือที่ไม่ย่อท้อ แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปได้

ศบค. เผย WHO ห่วงที่หลายประเทศผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมมากเกินไป หวั่นยอดติดเชื้อทำยอดตายพุ่ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โควิด-19ในประเทศไทยตอนหนึ่งว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ห่วงที่หลายประเทศที่กำหนดนโยบายผ่อนคลายโควิด19 มากจนเกินไป โดยให้เหตุผลว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดอีกต่อไป ซึ่ง WHO ค่อนข้างเป็นห่วง

จึงออกมาย้ำเตือนว่าการแพร่ระบาดที่มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นนั้นจะหมายถึงมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ตั้งแต่การแพร่ระบาดของโอมิครอนที่รายงานที่แรกที่แอฟริกาเมื่อ 10 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วโลกมียอดติดเชื้อไปแล้ว เกิน 90 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งปีของปี 63 จึงมีทิศทางที่ไม่เห็นด้วยกับการผ่อนคลายมากเกินไป ซึ่งประเทศที่ผ่อนคลายชัดเจนคือ เดนมาร์ก ที่เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาได้ยกเลิกมาตรการสาธารณสุขที่จำเป็นหลายอย่าง ทั้งเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ รวมทั้งในแง่การดำเนินชีวิตมีการกำหนดว่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top