Tuesday, 23 June 2026
Hard News Team

‘พรรคประชาชาติ’ ไม่ทิ้งประชาชนประสบอุทกภัย ลั่น!! ประชาชน คือ ประชาชาติ พร้อมเปิดตัวผู้สมัครในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

นราธิวาส - พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.3 จังหวัดยะลา นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.4 จังหวัดปัตตานี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต.4 จังหวัดนราธิวาส และคณะ เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดนราธิวาส พร้อมหารือแนวทางช่วยเหลือฟื้นฟูทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย โดยคณะได้เยี่ยมชาวประมงที่เรือประมงถูกน้ำหลากซัดออกทะเลที่หาดเสด็จตาบา ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ ต่อด้วยเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยประมาณ 100 คน ที่บ้านปูโป๊ ะ ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโกลก และเยี่ยมศูนย์ พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีผู้อพยพประมาณ 150 คน ที่ รร.ดารุลฟุรกอน ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ทั้งนี้ ในช่วงเย็นได้เดินทางเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีผู้ประสบภัยประมาณ 600 คน ที่ รร.ศึกษาสงเคราะห์ ต.โล๊ะจูด อ.แว้ง และเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม ที่ ต.สากออ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

นอกจากนี้พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเลขาธิการพรรคประชาชาติ ยังมีการลงพื้นที่ต่อเนื่องใน วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม 2565 ลงพื้นที่ เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่วัดลำภู อ.เมืองจ.นราธิวาส และในพื้นที่จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานีอีกด้วย

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า คณะประชาชาติได้มาเยี่ยมให้กำลังใจ และหาแนวทางช่วยเหลือผู้ที่ประสบ อุทกภัยในสามจังหวัด โดยเริ่มต้นที่จังหวัดนราธิวาสก่อน เป็นจุดที่เกิดการสูญเสียมากที่สุด อย่างเรือประมงที่ออกหาปลาต้องโดนพายุซัดเกิดการเสียชีวิตและเรือจม 2 - 3 ลำ ก็ร่วมทำการกู้โดยต้องขอความช่วยเหลือจากกองทัพเรือให้มาช่วยเหลือเพราะความลำบากต่อการค้นหา สิ่งสำคัญอาชีพประมงเกิดชะตากรรมที่ไม่ใช่ชะตากรรมของความขยัน เป็นชะตากรรมที่รัฐกำหนดให้ ที่รัฐมาจัดระเบียบการประมง ทำให้ชาวประมงใช้ระเบียบที่ไม่เป็นธรรม ใช้กฎหมายที่อยู่เหนือกว่าเป็นธรรม จึงทำให้ประมงพาณิชย์ประมงชายฝั่ง และประมงพื้นบ้านได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง แม้รัฐจะปรับเพดานลงแต่กฎหมายยังอยู่ ซึ่งพรรคการเมืองทุกฝ่ายกำลังนำเสนอแก้อยู่ ในส่วนของพรรคประชาชาติเอาร่างกฎหมายที่แก้แล้วให้ประชาชนดูว่าความสมดุลระหว่างประมงพื้นบ้านที่หาดนราทัศน์ หรือประมงทั้งหมด คือกฎหมายจะต้องให้เกิดความยุติธรรมกับทุกคนและทุกสิ่ง

เลขาพรรคประชาชาติ ยังได้บอกอีกว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้เรามีต้นทุนที่ยิ่งใหญ่มากคือเป็นจังหวัดชายแดน เราจะต้องพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้านแต่ในช่วงหลังนี้ทางรัฐได้หลงลืมโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และในช่วงประสบอุทกภัยอยากจะวิงวอนรัฐบาลเมื่อเรามาประสบกับโรคระบาดโควิด-19 และอุทกภัยต่างๆ สิ่งที่รัฐบาลจะทำได้คือการเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาหรือเข้ามาฟื้นฟู ให้ประชาชนมีคุณภาพที่ดียืนอยู่ได้ และการส่งเสริมสนับสนุนคุณเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ ถ้าหากเค้าคิดจะทำอะไรอยู่แล้วก็ควรส่งเสริมขยายอำนาจให้เขา ไม่ควรจะขยายอำนาจมาครอบงำจนไม่สามารถจะทำอะไรได้ นายกเคยพูดว่าถ้ามีปัญหา ไม่ต้องไปบอกกับนายกฯแต่ให้บอกกับข้าราชการอันนี้เป็นความคิดที่ผิด ถ้าหากมีปัญหาควรให้ชุมชนท้องถิ่นเค้ายืนได้ด้วยตัวเองช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ยังงั้นรัฐก็เข้าไปอำนาจเอาทรัพยากร เข้าไปเอางบประมาณไว้หมด ไม่ได้กระจายงบประมาณเข้ามาในท้องถิ่น ส่วนข้าราชการที่มาก็เป็นตัวแทนของส่วนกลางและวิธีคิดของรัฐบาลกับวิธีคิดของประชาชนจะต่างกันไป

‘ทหารพราน’ ยึดยาบ้าและยาอีหลากสีเกือบ 2.3 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า100 ล. ริมแม่น้ำโขง

เมื่อ 2 มีนาคม 65 ที่หน้าหอประชุมประจักษศิลปาคม ศาลากลางจังหวัดหนองคาย นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ,พล...พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก..จว.หนองคาย ,..มงคล หอทอง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า จำนวน 2,286,000 เม็ด ยาอีหลากสี จำนวน 23,867 เม็ด และระบุชนิดไม่ได้ จำนวน 1,540 เม็ด มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจยึดได้ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ปากน้ำเปบ้านน้ำเป ตำบลรัตนวาปี อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย

สืบเนื่องจาก ร..วิทยา สิงห์อร ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2105 ได้รับแจ้งจากสายว่าในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ - ต้นเดือนมีนาคม 2565 จะมีการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศ ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ปากน้ำเป บ้านน้ำเป ตำบลรัตนวาปี อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ พ..จักรพงษ์ โพธิ์นาแค ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมที่ 2 จึงได้ให้ กรมทหารพรานที่ 21 จัดกำลังของกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 และสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันลาดตระเวนเฝ้าตรวจบริเวณริมฝั่งโขงและดักซุ่มใกล้จุดที่ได้รับแจ้ง

‘เทศมนตรีหัวหิน’ เจ๋ง!! คว้ารางวัลชนะเลิศดีเด่น ระดับประเทศ ทีมผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ จากนายกตู่

(4 มี..65) ประจวบคีรีขันธ์ - ที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร กระทรวงสาธารณสุข, นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหัวหิน เข้ารับโล่เกียรติคุณ “ชนะเลิศระดับทอง (ดีเด่น)” ทีมผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ” (MERIT MAKER) ระดับประเทศ ประจำปี 2564 จากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นผู้มอบรางวัลและกล่าวแสดงความยินดี พร้อมกันนี้ นายพงษ์ดนัย เทพวนิลกร หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างหัวหินธรรมสถาน ได้นำผลงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศในครั้งนี้มาร่วมจัดแสดงด้วย

นายอนุทิน กล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเด็ก 3 เรื่องหลัก คือ ว่ายน้ำเป็น ลอยตัวในน้ำหรือรอให้คนมาช่วยได้ การออกกำลังกายและการเรียน 2 ภาษา โดยเรื่องป้องกันการจมน้ำ สธ.ดำเนินงานตามมติสหประชาชาติร่วมมือกับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ ดำเนินงานป้องกันการจมน้ำและสร้างทีม “ผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ” (MERIT MAKER) ซึ่งช่วยลดการจมน้ำเสียชีวิตของเด็กได้ร้อยละ 56 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากเดิมเด็กจมน้ำเสียชีวิตปีละ 1,500 คน เหลือ 658 คนในปี 2564 เรามีเครือข่ายฝึกฝนดูแลอบรมเด็กเล็กทั้งในโรงเรียนหรือตามสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งรูปแบบการช่วยเหลือมีแต่ต้องให้ประชาชนใส่ใจกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะถึงเวลาเราคงอ่านศึกษาไม่ทัน จากการครองสติต่างๆ จึงต้องมีการศึกษาการช่วยเหลือหรือเอาตัวรอดจากเหตุฉุกเฉินก่อน ซึ่งจะให้กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต ทำการสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนว่าการจะไปเที่ยวที่ไหนหรือไปไหนก็ตาม ให้มองเรื่องความปลอดภัย สอดส่องว่าหากมีเหตุฉุกเฉินจะทำอย่างไร ประตูทางออกฉุกเฉิน อุปกรณ์ช่วยชีวิตอยู่ที่ไหน เช่น ชูชีพในเรือ ค้อนทุบกระจกในรถ หลักเดียวกับการออกจากบ้านที่เราพกยาดมยาหม่อง เจลแอลกอฮอล์ หรือเรื่องของภูมิปัญญาการช่วยการจมน้ำ เช่น หากไม่มีชูชีพก็สามารถหาขวดมาเย็บรวมกันเพื่อทำตัวช่วยลอยน้ำก่อนได้ เป็นต้น

“นายกฯ” ขอ ปชช.มั่นใจ รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19  OPD case ภายใต้ขยายบริการ "เจอ แจก จบ"  รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่เพิ่มขึ้นอย่างทั่วถึง  

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)สายพันธุ์โอมิครอน ในประเทศไทยและต่างประเทศ แม้จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแต่อาการรุนแรงน้อยกว่าการระบาดก่อนหน้า ขณะนี้อัตราผู้เสียชีวิตในรอบ 7 วัน ของประเทศไทย มีอัตราต่ำกว่าหลายประเทศ ขณะที่การใช้เตียงในโรงพยาบาลร้อยละ 57  

นายธนกร กล่าวว่า นายกฯขอให้ประชาชนมั่นใจ ว่ารัฐบาลปรับการดูแลรักษาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภายใต้โครงการการขยายบริการ เจอ แจก จบเพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว หรือที่อาการไม่รุนแรงมาก อย่างทั่วถึง เมื่อเข้าสู่ระบบผู้ป่วยนอก ทุกคนจะถูกบันทึกเข้าไปอยู่ระบบบริการ จะได้รับการดูแลรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย

“เทพไท” เตรียมผลักดัน กมธ. การจัดการบริการสาธารณะ กิจกรรมสาธารณะ ฯ ควบรวม อบต.-เทศบาล เป็นหนึ่งตำบล หนึ่งอปท. เพื่อเพิ่มบทบาทหน้าที่

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาอุปสรรค ในการจัดการบริการสาธารณะ กิจกรรมสาธารณะ และหาแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจ ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงผลการประชุม กมธ.ฯว่า ตนได้เสนอให้คณะอนุกมธ.พิจารณาศึกษาการจัดตั้งหน่วยงานส่งเสริมการกระจายอานาจ และพัฒนาการปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับชาติ ที่มี นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เป็นประธานฯ ได้พิจารณาประเด็นการควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้ยกฐานะตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ.2542 เรื่องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองท้องถิ่น ยกฐานะสุขาภิบาลขึ้นเป็นเทศบาล และเปลี่ยนแปลงสภาตำบล เป็นองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทำให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายองค์กรอยู่ในตำบลเดียวกัน เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในองค์กร ขาดงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่ และมีอำนาจหน้าที่จำกัด

‘องคมนตรี’ ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ‘ด้านการผลิตครู - การยกระดับการศึกษา - การพัฒนา Soft Skill’ ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม

พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ พร้อมร่วมรับฟังการสรุปงานด้านการผลิตและพัฒนาครู การยกระดับคุณภาพการศึกษาของทุกคณะ โครงการพัฒนา Soft Skill ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม การพบผู้แทนนักศึกษาร่วมรับฟังเสียงสะท้อนด้านการจัดการเรียนการสอน เพื่อน้อมนำพระราโชบายด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สู่การลงมือปฏิบัติจริง ตลอดพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินงานพัฒนาท้องถิ่น และให้ความร่วมมือกับจังหวัดอย่างแน่นเฟ้น เพื่อขับเคลื่อนฟื้นฟูผลกระทบด้านต่างๆ กระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างความสามัคคี

โดยได้บูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างให้ประชาชนในท้องถิ่นมีความพร้อมต่อการพัฒนาตนเองและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยมี นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชัย ศรีขวัญ นายกสภามหาวิทยาลัย ผศ.ดร.วัฒนา รัตนพรหม รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคใต้ 4 แห่ง ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับและร่วมประชุม เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2565 ณ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

ในโอกาสนี้ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปในหัวข้อยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและการพัฒนาครูของคณะครุศาสตร์ ในประเด็นการจัดการเรียนการสอน การยกระดับคุณภาพการศึกษา การวิเคราะห์ SWOT ของคณะครุศาสตร์ ซึ่งคณะครุศาสตร์ได้มีการพัฒนาหลักสูตรการเน้นผลิตบัณฑิตครูและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเป็นเลิศในวิชาชีพและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากลสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางการศึกษาที่มีคุณภาพให้เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาของสังคมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ทอ.จัดอากาศยานร่วมปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง 

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ  (ผบ.ทอ.) สั่งการให้หน่วยเกี่ยวข้องจัดอากาศยานของกองทัพอากาศ เข้าร่วมการปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง ประจำปี 2565 โดยร่วมกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยเกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้งและลดผลกระทบที่เกิดจากพพายุลูกเห็บ 

โดยการปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้งในปี 2565 นี้ กองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินพร้อมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์สนับสนุนกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในโครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง” จํานวน 3-5 เครื่อง ประกอบด้วย
    
เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2 ก (BT-67) จำนวน 2-3 เครื่อง ในการปฏิบัติการฝนหลวงด้านการป้องกันและแก้ปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งการเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนกักเก็บน้ำ
     
เครื่องบินโจมตีแบบที่ 7 (Alpha Jet) จำนวน 1-2 เครื่อง ในการปฏิบัติการฝนหลวงด้านการยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ 

รวมถึงให้ทุกสนามบินมีความพร้อมในการสนับสนุนและเป็นฐานปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งในขั้นต้นกรมฝนหลวงและการบินเกษตรขอรับการสนับสนุนจำนวน 7 กองบิน ประกอบด้วย 
     
กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่ตั้งของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จังหวัดนครราชสีมา
     
กองบิน2 จังหวัดลพบุรี เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง
     
กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้
     
กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ตอนล่าง)
     
 กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
     
กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ
     
และ กองบิน 46จังหวัดพิษณุโลก เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ(ตอนล่าง)
 

“นายกฯ” สั่ง เร่งดับไฟป่าภาคเหนือ กำลับไม่ให้ขยายสร้างความเสียหายในพื้นที่อื่น ลั่น  เอาผิดคนลอบเผาป่า

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุไฟป่าในพื้นที่ต.แม่แฝกใหม่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมรับทราบ โดยนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กำชับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ร่วมกับกองทัพระดมกำลังลงพื้นที่เร่งดับไฟป่า กระชับพื้นที่ไม่ให้ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่นจัดเวรยามคอยเฝ้าสอดส่องดูแลสถานการณ์ รวมถึงคอยสังเกตพฤติกรรมลูกบ้านที่อาจจะลักลอบไปจุดไฟเพื่อเตรียมพื้นทีทำการเกษตร และหาของป่าในช่วงเวลานี้

นายธนกร กล่าวว่า ทุกปีตั้งแต่เดือนม.ค. - เม.ย.ของทุกปี ภาคเหนือมักจะประสบปัญหาวิกฤตหมอกควัน สาเหตุหลักมาจากการเผาป่า การเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และการเผาในพื้นที่ทำไร่หมุนเวียน ทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และทัศนวิสัยการเดินทางของประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมการรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น

ศิริกัญญา’ ห่วงวิกฤต 'รัสเซีย-ยูเครน' ทำราคาน้ำมันพุ่ง หวั่น!! 2 มาตรการตรึงราคาภาครัฐท่าจะเอาไม่อยู่ 

‘ศิริกัญญา’ ห่วงวิกฤต 'รัสเซีย-ยูเครน' ทำราคาน้ำมันพุ่ง ซ้ำเติมปัญหาปากท้องประชาชน ย้ำ 2 มาตรการตรึงราคาเอาไม่อยู่ เหตุรัฐบาลเมินแก้กฎหมายบริหารหนี้สาธารณะ ปิดประตูทางรอดทางการคลังของประเทศ

4 มี.ค. 65 ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แสดงความกังวลปัญหาค่าครองชีพของประชาชนที่จะมากขึ้น สืบเนื่องจากกรณีปัญหาสงครามระหว่าง รัสเซีย-ยูเครน ว่า ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง เมื่อวานนี้ (3 มี.ค. 65) น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นมาปิดที่ 114.59 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่ เดือน พ.ค. 54 ขณะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) พุ่งขึ้นมาปิดที่ 119.02 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ยังไม่ต้องพูดถึงราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาอาหารสัตว์ และปุ๋ย ที่ตบเท้าเรียงแถวกันขึ้นพร้อมๆ กันย่อมกระทบกับเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม

“ถึงแม้ว่าสงครามอาจไม่ยืดเยื้อยาวนาน แต่ก็ไม่มีใครทราบว่าจะจบลงในรูปแบบใด และการแซงก์ชั่นหรือคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจะจบลงพร้อมกับสงครามหรือไม่ ราคาพลังงานและสินค้าต่างๆ จะกลับมาเป็นปกติเมื่อใด รัฐบาลยังคงมีเป้าหมายที่จะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาท/ลิตร และแย้มมาว่าจะอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซินไปพร้อมๆ กัน แต่ ณ วันนี้ปั๊มต่างๆ ปรับราคาดีเซลขึ้นไปเกิน 30 บาทกันหมดแล้ว แม้จะเป็นเป้าหมายที่ดี แต่เริ่มเกิดความไม่มั่นใจว่าจะทำอย่างไร และยังมีคำถามคาใจที่ยังไม่มีคำตอบคือจะเอาเงินมาจากไหน ประชาชนส่วนนึงยังเฝ้ารอคำตอบชัดๆ ถึงมาตรการ” รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลระบุ

ศิริกัญญา ยังกล่าวต่อไปว่า มาตรการที่มีอยู่ตอนนี้มี 2 ส่วน ส่วนแรก คือใช้เงินจากกองทุนน้ำมัน ซึ่งติดลบอยู่ 20,000 ล้านบาทแล้วในปัจจุบัน ข่าวแว่วมาว่าจะใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนเพิ่มอีกเป็น 4 บาท/ลิตร ในสถานการณ์ที่กองทุนยังกู้เงินจากสถาบันการเงินไม่ได้ เนื่องจากติดปัญหาการเปลี่ยนสถานะจากนิติบุคคลเป็นองค์การมหาชน จึงยังไม่ได้รับรองบัญชี ทำให้วงเงินที่ครม.เคยอนุมัติไว้ 30,000 ล้าน ยังไม่มีเม็ดเงินจริงๆ เข้ากองทุนเลยแม้แต่บาทเดียว ยังคงต้องลุ้นกันต่อว่าจะกู้ได้เมื่อไหร่ เพราะถึงแม้จะเปลี่ยนสถานะได้ กว่าจะกู้ผ่านก็ยังต้องใช้เวลาอีก 2-3 สัปดาห์สำหรับธนาคารในการดำเนินการ ข้อจำกัดคือเงินที่ใช้อุดหนุนอยู่จะตกราว 8,000 ล้านบาทต่อเดือน หากกู้เพิ่มได้จริง 30,000 ล้าน ก็ไม่เพียงพอ ส่วน ครม. ยังมีช่องให้อนุมัติเพิ่มได้อีกเพียง 10,000 ล้าน หลังจากนี้หากจะกู้เพิ่มคงต้องแก้กฎหมายกองทุนน้ำมันที่กำหนดเพดานการกู้ไว้

“รัชดา”โว ปชช. พอใจ 5 ปี ปฏิรูปประเทศ พัฒนาภาครัฐ-ยกระดับประเทศ -พัฒนาดิจิทัล

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าตามแผนปฏิรูปประเทศที่ปรับปรุงใหม่ 6 ประเด็น จากแผนการปฏิรูป 13 ด้าน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประชาชน โดยขอให้มุ่งมั่นสร้างผลงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยการปฏิรูปประเทศตลอดระยะ 5 ปี ที่ผ่านมา ภาครัฐขับเคลื่อนนโยบายจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ สร้างความพึงพอใจให้ประชาชน สอดคล้องกับผลการสำรวจขององค์กรต่างประเทศที่ประเมินประเทศไทย ดังนี้1. พัฒนาบริการเพื่อความพึงพอใจของประชาชน ประชาชนมีความพึงพอใจต่อบริการภาครัฐในภาพรวมสูงขึ้นทุกปี ล่าสุด ปี 2564 อยู่ที่ 84.81 เปอร์เซ็นต์ โดยด้านเจ้าหน้าที่ให้บริการประชาชนพึงพอใจมากที่สุด และมีความพึงพอใจต่อการให้บริการในรูปแบบ e-Service ของที่ว่าการอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ 86.53 เปอร์เซ็นต์ เพราะผู้รับบริการเห็นว่าสะดวก ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากขึ้น 

ภาครัฐมีการบริการที่รวดเร็วขึ้นจากการปรับลดขั้นตอนและระยะเวลาในการอนุมัติ อนุญาต กว่า 532 ใบอนุญาต ทำให้บริการเร็วขึ้นเฉลี่ย 41.71 เปอร์เซ็นต์ ด้านติดต่อราชการประชาชนสามารถติดต่อได้ง่ายขึ้นจากการออกมาตรการให้หน่วยงานภาครัฐยกเลิกการขอสำเนาเอกสารที่ราชการออกให้ประชาชน นอกจากนึ้ ยังปรับอัตราค่าธรรมเนียมให้ถูกลง รวมถึงการยกเลิกค่าธรรมเนียมในการให้บริการประชาชนแล้ว จำนวน 111 ใบอนุญาต และยังปรับแก้กฎ ระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการให้บริการประชาชนให้ผ่อนคลายมากขึ้น และยังปลดล็อกข้อจำกัดการบริหารราชการในพื้นที่ ส่งผลให้ระบบราชการไทยได้รับรางวัล United Nations Public Service Awards (UNPSA) ขององค์การสหประชาชาติต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ปี 2560 – 2564 2. ยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการจัดอันดับระดับนานาชาติ อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยด้านประสิทธิภาพภาครัฐ โดย IMD (IMD Competitive Ranking) ในปี 2564 อยู่อันดับที่ 20 จาก 64 ประเทศ ดีขึ้น 3 อันดับจากปี 2563 มีปัจจัยย่อยด้านนโยบายภาษีที่ติด 1 ใน 6 อันดับแรก และด้านกฎหมายธุรกิจที่อันดับดีขึ้นถึง 8 อันดับเมื่อเทียบกับปี 2560 ส่วนอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของประเทศไทย โดยธนาคารโลก จัดอันดับดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากอันดับที่ 49 ในปี 2559 เป็นอันดับที่ 21 ในปี 2563


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top