Tuesday, 23 June 2026
Hard News Team

ตร. เตือน! ระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างค้างชำระค่าปรับจราจร หลอกเอาเงิน

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

ในช่วงที่ผ่านมาอาชญากรรมในรูปแบบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นอกจากจะแอบอ้างเป็นตำรวจหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และอ้างว่าบัญชีธนาคารของท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต้องโอนเงินมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หรืออ้างเอกสารราชการปลอมแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าปัจจุบันได้พัฒนาการไปถึงการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์หลอกว่าท่านค้างชำระค่าปรับจราจร หากไม่ชำระตอนนี้จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นเหตุให้มีพี่น้องประชาชนหลงเชื่อได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อโอนเงินให้กับคนร้ายที่โทรศัพท์มาทวงถามให้ชำระค่าปรับจราจร เด็ดขาด ทั้งนี้ท่านสามารถตรวจสอบด้วยตนเองว่าท่านมีใบสั่งจราจรที่ค้างชำระค่าปรับหรือไม่  ผ่านทางเว็บไซต์ “ใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน” https://ptm.police.go.th/ โดยท่านสามารถสมัครสมาชิกเพื่อ ตรวจสอบใบสั่ง โต้แย้งใบสั่ง และชำระค่าปรับ ได้โดยตรงผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าว

กระชับความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.และรมว.กห. ได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กห.เป็นผู้แทนให้การต้อนรับ พล.อ.อ. Tan Sri Dato’ Sri Haji Affendi bin Buang (ตัน ซรี ดาโตะ ซรี ฮัจญี อัฟเฟนดิ บิน บวง) ผบ.ทสส.มาเลเซีย ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของ กองทัพไทย ระหว่าง 7-10 มี.ค.65 

โดยทั้งสองฝ่าย เห็นร่วมกันในการประชุมหารือภายใต้กลไกและกรอบความร่วมมือต่างๆที่มีร่วมกันเพื่อผลักดันให้เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และผลักดันความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

รมช.กห กล่าวต้อนรับและได้กล่าวถึงความขอบคุณที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.และรมว.กห.ได้ส่งไปถึง นรม. ของมาเลเซียที่ได้เดินทางมาพบและได้หารือข้อราชการระหว่างกันอันจะนำไปสู่ความร่วมมือในทุกด้าน อาทิ ด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง ส่วนในด้านการทหาร รมช.กห.ได้ย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างกระทรวงกลาโหมทั้งสองประเทศและความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ทางมาเลเซียสนับสนุนไทยเป็นอย่างดีมาตลอด

‘ปางช้างสวนนงนุชพัทยา’ ได้รับมาตรฐาน ‘มกษ.แห่งแรก’ ในประเทศไทย จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

(9 มี..65) ที่ สวนนงนุชพัทยา นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา รับมอบใบรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี สำหรับปาง แห่งแรกในประเทศไทย จาก นายสักรินทร์ เนื้อทอง ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์เขต 2 โดยมี นางดวงกมล เปรมอำพล ปศุสัตว์อำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย นายศิลปชัย โฉมเผือก นักวิชาการชำนาญการ สำนักพัฒนาระบบ และรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์, นายพิทักษ์ ชายสม ผู้เชียวชาญด้านมาตรฐานสุขอนามัยสัตว์สำนักกำหนดมาตรฐานสินค้าการเกษตร และอาหารแห่งชาติ และผู้บริหาร สวนนงนุช ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายกัมพล ตันสัจจา กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจ ที่ปางช้างสวนนงนุชพัทยาได้รับการรับรองการปฏิบัติงานที่ดี สำหรับปางช้างสวนนงนุชพัทยาเราได้ตระหนักถึงความสำคัญเป็นอย่างมากถึงเรื่องการปฏิบัติงานที่ดีต่อช้างและคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับช้าง ตลอดจนสวัสดิภาพความปลอดภัย ของนักท่องเที่ยว ที่มาใช้บริการในสวนนงนุชพัทยา

 

ดินเนอร์พรรคร่วมชื่นมื่น ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ โชว์หวาน ย้ำ ‘เศรษฐกิจไทย’ หนุนรัฐบาล 100% ยกเว้น ‘ธรรมนัส’

งานเลี้ยงดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาลชื่นมื่น ‘ประยุทธ์-ประวิตร’ โอบเอวโชว์ นายกฯ ยอมรับห่วงสถานการณ์สู้รบกระทบราคาน้ำมัน-สินค้า ขณะ ‘บิ๊กป้อม’ ยันกลางวง พรรคเศรษฐกิจไทย หนุนรัฐบาลร้อยเปอร์เซ็นต์ ยกเว้น ‘ธรรมนัส’

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 65 ที่ผ่านมา บรรยากาศภายในงานเลี้ยงดินเนอร์ พรรคร่วมรัฐบาล ที่สโมสรราชพฤกษ์ ถนนวิภาวดีรังสิต เป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 18.00-21.30 น. ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มาพร้อมกับ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นตัวแทน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ติดภารกิจต่างประเทศ 

ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนามีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยมีรายงานว่า ในวงสนทนาบนโต๊ะอาหารค่ำของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น นายกรัฐมนตรี มีความกังวลชัดเจนถึงกรณีสงครามการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันของไทยและสินค้าอีกหลายอย่างตามมา อาจจะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน จึงสั่งให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งไปดูแล

ปธน.ยูเครน ส่งสัญญาณถึงรัสเซีย ยอมถอย ไม่รั้นขอเป็นสมาชิกนาโต้อีกแล้ว

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี เผยว่าเขาจะไม่เดินหน้ากดดันขอยูเครนเป็นสมาชิกนาโต้อีกต่อไปแล้ว เพราะถือเป็นประเด็นละเอียดอ่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่รัสเซียใช้อ้างความชอบธรรมในการยกพลรุกรานเพื่อนบ้านฝักใฝ่ยุโรปแห่งนี้

เซเลนสกี บอกด้วยว่าเขาเปิดกว้างสำหรับ "ประนีประนอม" ในประเด็นสถานะของ 2 เขตแบ่งแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซีย ที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เพิ่งรับรองในฐานะรัฐเอกราช ไม่นานก่อนปิดฉากรุกรานยูเครนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์

"ผมใจเย็นลงในเรื่องเกี่ยวกับคำถามนี้มาสักพักแล้ว หลังจากเราตระหนักว่า นาโต้ไม่พร้อมอ้าแขนรับยูเครน" เซเลนสกีให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอบีซีนิวส์ ซึ่งออกอากาศในคืนวันจันทร์ (7 มี.ค.) "พันธมิตรกลัวสิ่งต่างๆ อันเป็นที่ถกเถียงและกลัวการเผชิญหน้ากับรัสเซีย" ประธานาธิบดีรายนี้กล่าว

เมื่อถูกถามถึงประเด็นถึงการเป็นสมาชิกนาโต้ เซเลนสกี ระบุว่า เขาไม่ต้องการเป็นประธานาธิบดีของประเทศหนึ่งที่ต้องคุกเข่าอ้อนวอนขออะไรบางอย่างจากใคร

“บิ๊กตู่”โพสต์ข้อความ โลกกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากโควิด-เงินเฟ้อ-เงินฝืด-ความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย “ชี้”ผลกระทบราคาน้ำมัน พลังงาน “ยัน”ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลมีแผนการรองรับไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ขณะนี้โลกของเรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตซ้อนวิกฤต อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 สภาวะเงินเฟ้อพร้อมกับเงินฝืด และความขัดแย้งยูเครน-รัสเซียที่ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกและราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าและค่าขนส่งที่มีน้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตขยับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย กระทบต่อค่าครองชีพของเราชาวไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามออกมาตรการเร่งด่วน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง เช่น การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร การปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การลดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน (ค่าน้ำ-ค่าไฟ) รวมทั้งการอุดหนุนเงินให้แก่ผู้ที่มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผ่านโครงการคนละครึ่ง เป็นต้น ซึ่งก็สามารถกระตุ้นกำลังซื้อและเสริมสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามวิกฤตต่างๆ ยังคงมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง และต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเรื่องของราคาพลังงานโลก ซึ่งในวันนี้ (9 มี.ค.) จะมีการประชุม “วาระเร่งด่วน” ของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อกำหนดมาตรการด้านพลังงาน และเร่งรัดให้มีผลบังคับใช้ เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชนโดยเร็วต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับมาตรการด้านพลังงานในระยะยาว ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) นั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม เช่น 1.โครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำแบบไฮบริด “Hydro Floating Solar Hybrid System” ที่เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประมาณ 70 สนามฟุตบอล มีแผงโซลาร์เซลล์มากถึง 145,000 แผง สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า 45 เมกะวัตต์ ลักษณะสำคัญคือเป็น "ทุ่นลอยน้ำ" ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ส่งผลกระทบกับระบบนิเวศใต้น้ำ

รวมทั้งช่วยลดการระเหยของน้ำในเขื่อนได้ประมาณ 460,000 ลูกบาศก์เมตร/ปี และมีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าดีกว่าการติดตั้งบนบกถึง 10-15% ซึ่งได้เริ่มดำเนินการจ่ายกระแสไฟตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว และกลายเป็นต้นแบบการผลิตพลังงานสะอาดที่ต่างประเทศให้ความสนใจเป็นอันมาก ซึ่งรัฐบาลมีโครงการสนับสนุนการสร้างโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำแบบไฮบริดนี้ในเขื่อนอื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากจะได้พลังงานสะอาดแล้ว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นและจุดยืนของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคให้กับประชาคมโลก และยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอีกด้วย 

มุกไม่ฮาพาเครียด!! ทัวร์ลง ‘พิมรี่พาย’ ไลฟ์มุกเมียปูตินขายของ จวกยับ เอาสถานการณ์สงครามมาเป็นเรื่องตลก

กลายเป็นดราม่าร้อนไปทั้งโซเชียล เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้ลงคลิปแม่ค้าออนไลน์สาวชื่อดัง "พิมรี่พาย" พูดถึงสงครามรัสเซียกับยูเครนในเชิงตลกระหว่างไลฟ์ขายของ พร้อมระบุแคปชันว่า "ประเทศหนึ่งถูกรุกราน ละเมิดอำนาจอธิปไตย บ้านเมืองเสียหาย ประชาชนล้มตาย ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนแก่ และคนอีกมากมายต้องพลัดบ้านพลัดถิ่น มีคนต้องหลบซ่อนในชั้นใต้ดิน หวาดกลัวเสียงไซเรน สมควรแล้วเหรอที่เอามาเป็น Joke ในการขายสินค้า"

ซึ่งต่อมาได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากจนแฮชแท็ก #พิมรี่พาย ติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ อาทิ ...

"อีกแล้วหรอ ชาติที่แล้วเกิดเป็นหนอนหรอบ้งไม่เลิก เล่นกับความเป็นความตายแบบลอยหน้าโอ้ยไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยาย(ด่า)ล่ะ #พิมรี่พาย"

“นายกฯ” ห่วงปชช.สั่ง ศปม.จัดกำลังพล ช่วยรับโทรศัพท์ สายด่วนสปสช. 1330 บรรเทาความเดือดร้อน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(ศบค.)มีคำสั่งให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.)จัดกำลังพลสนับสนุนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)ปฏิบัติหน้าที่รับสายด่วนของ สปสช. (1330)ซึ่งมีปริมาณผู้โทรเข้ามาจำนวนมาก เพื่อช่วยเร่งนำผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เข้าสู่ระบบ ให้ประชาชนเข้าถึงการดูแล และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน

นายธนกร กล่าวว่า ศปม. ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานสายด่วน ศปม.สนับสนุนสปสช. (1330) จำนวน 200 คู่สาย โดยแบ่งเป็น กองบังคับการศปม.40 คู่สาย ศปม.กองทัพบก 80 คู่สาย ศปม. กองทัพเรือ 40 คู่สาย และศปม. กองทัพอากาศ 40 คู่สาย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา สปสช. ได้จัดการอบรมและซักซ้อมการปฏิบัติงานให้เจ้าหน้าที่สายด่วน และการบันทึกข้อมูลเข้าระบบ  โดยสปสช. มีแนวทางการปฏิบัติเป็นคู่มือ มีรายละเอียดของหน่วยงานที่จะต้องประสานส่งต่อข้อมูล มีกลุ่มไลน์ของผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำเจ้าหน้าที่ และรับเคสที่มีความซับซ้อนไปดำเนินการต่อ รวมทั้งมีช่องทางประสานส่งต่อเคสด่วนไปยัง 1669 โดยแต่ละเหล่าทัพจัดสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และคอมพิวเตอร์ ให้เพียงพอกับการปฏิบัติภารกิจ

'รัฐบาล' เห็นชอบ ร่างปฏิญญาร่วมของการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านแรงงานรอบอ่าวอาหรับ (ADD) จับมือ พัฒนาขีดความสามารถ คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของแรงงาน 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้ให้ความ เห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมของการประชุมระดับรัฐมนตรี Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 6 (The Joint Declaration of the Abu Dhabi Dialogue Sixth Consultation) ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ 

ซึ่งการประชุม ADD นี้ เป็นการประชุมหารือระหว่างประเทศสมาชิกกระบวนการโคลัมโบ (ประเทศผู้ส่งแรงงาน) 12 ประเทศ ได้แก่ อัฟกานิสถาน บังกลาเทศ กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไทย และเวียดนาม กับกลุ่มประเทศรอบอ่าวอาหรับผู้รับแรงงาน รวม 7 ประเทศ ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล พัฒนาขีดความสามารถ ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของแรงงาน ณ ประเทศปลายทาง เพื่อให้การเคลื่อนย้ายแรงงานที่ไปทำงานตามสัญญาจ้างชั่วคราวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต้นทางที่ส่งออกและประเทศปลายทางที่รับแรงงาน

ร่างปฏิญญาร่วมฉบับนี้ มีขอบเขตความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกใน 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.การพัฒนาการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของแรงงานที่มีสัญญาจ้างชั่วคราว เช่น  สนับสนุนให้มีโครงการเพื่อแบ่งปันความรู้ระหว่างประเทศสมาชิกเกี่ยวกับการนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นระบบการแก้ปัญหาข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งสร้างระบบที่เอื้อให้เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ตลอดจนมีการแบ่งปันบทเรียนทางนโยบายที่ได้รับระหว่างประเทศสมาชิก ADD และอื่นๆ รวมทั้งสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกพิจารณาขยายขอบเขตระบบการคุ้มครองด้านค่าจ้างให้ครอบคลุมแรงงานที่มีสัญญาจ้างชั่วคราว

2.การอำนวยความสะดวกและยกระดับการเคลื่อนย้ายฝีมือแรงงานและการเทียบคุณวุฒิแรงงานระหว่างประเทศผู้รับและประเทศผู้ส่งแรงงาน เพื่อตอบสนองต่อภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปของงาน เช่น การศึกษาเพื่อวิเคราะห์บทเรียนที่ได้รับ โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความต้องการทักษะแรงงาน รวมทั้งพัฒนาทักษะที่สอดคล้องในระดับภูมิภาคระหว่างคู่เจรจา เพื่อให้ตรงกับความต้องการและประเด็นที่ให้ความสำคัญของประเทศสมาชิก ADD

“โฆษกรัฐบาล” ซัด “ผู้นำฝ่ายค้าน" เลิกโหมโรงซักฟอก เย้ย แค่พิธีกรรม ชี้ พรรคร่วมรัฐบาลนัดทานข้าว โชว์เสียงหนุนรัฐบาลมั่นคง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่าพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคเล็ก จะเทเสียงให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อโหวตคว่ำรัฐบาล ว่า ฝ่ายค้านโหมโรงรายวัน เหมือนกลัวว่าจะหายไปจากพื้นที่สื่อ ทั้งที่ขณะนี้ยังระบุไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ ประเด็นใดบ้าง ควรจะไปตกลงกันให้ชัดเจนก่อนจะดีกว่า ว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ อย่าทำเหมือนการอภิปรายเป็นแค่พิธีกรรมที่ต้องทำ แต่ไม่สนใจเนื้อหาข้อเท็จเพราะประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

“เชื่อว่าข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านคงไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก โดยจะกล่าวหาว่ารัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด มีการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการแสวงหาผลประโยชน์ เหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถระบุให้ชัดเจนได้ว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านกล่าวหานั้น มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงอะไรมารองรับบ้าง นอกจากใช้โวหารเพียงอย่างเดียว ท้ายที่สุดฝ่ายค้านก็ถูกประชาชนไม่ไว้วางใจในการทำหน้าที่เสียเอง” โฆษกรัฐบาล กล่าว
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top