Friday, 26 June 2026
Hard News Team

'คลังมะกัน' เตือน 'ยุโรป' แบนพลังงานรัสเซีย อาจไม่สะเทือนหมี แต่เสี่ยงกระทบศก.ตัวเอง

AFP รายงานว่า เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐเตือนว่า การห้ามนำเข้าน้ำมันและก๊าซของรัสเซียในยุโรปอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยไม่ได้ตั้งใจ

ที่ผ่านมาชาติยุโรปถูกสหรัฐฯ กดดันให้หยุดซื้อพลังงานจากรัสเซียเพื่อลดรายได้รัสเซีย โดยบรรดาประเทศใหญ่ๆ ในยุโรป รวมทั้งเยอรมนีต้องเผชิญกับการเรียกร้องให้หยุดซื้อพลังงานจากรัสเซีย เพื่อตัดรายได้ และเป็นการลงโทษที่รัสเซียรุกรานยูเครน จนผู้คนต้องอพยพหนีภัยสงครามแล้วกว่า 5 ล้านคน

หลังจากพบปะหารือกับ เดนิส ชไมฮาล นายกรัฐมนตรียูเครน และเซอร์เก มาร์เชนโก รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของยูเครนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เยลเลน ก็ได้เผยกับผู้สื่อข่าวว่า การแบนดังกล่าว ในท้ายที่สุดแล้วอาจก่อให้เกิดผลร้ายมากกว่าผลดี

“แน่นอนว่ายุโรปจำเป็นต้องลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย แต่เราต้องระมัดระวังหากจะแบนการนำเข้าน้ำมันโดยสิ้นเชิง” เยลเลนกล่าว

รัฐมนตรีคลังกล่าวต่อว่า การแบนพลังงานของยุโรปจะทำให้ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น “และอาจขัดกับความรู้สึกบ้างที่มันอาจส่งผลกระทบในทางลบกับรัสเซียน้อยมาก เนื่องจากแม้ว่ารัสเซียจะส่งออกน้อยลง แต่ราคาน้ำมันที่รัสเซียส่งออกจะสูงขึ้น”

เยลเลนกล่าวถึงการแบนในอนาคตว่า “หากเราสามารถหาวิธีที่จะทำอย่างนั้นได้โดยไม่ทำร้ายทั้งโลกจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะดีมาก”

รมว.เฮ้ง เชิญ 127 บ.รับอนุญาตจัดหางาน เร่งเครื่องหารือขยายตลาดแรงงานไทยในต่างประเทศ

วันที่ 22 เมษายน 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายด้านการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ ประจำปี 2565 โดยมีคณะผู้บริหารฝ่ายการเมือง นายวรรณรัตน์ ศรีสุกใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติ นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวรายงาน และผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ จำนวน 127 บริษัท ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน

โดยนายสุชาติฯ เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ผ่านมา ทำให้มีข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศ เพราะประเทศผู้รับแรงงานบางประเทศ มีการปรับนโยบายและชะลอการรับแรงงานต่างชาติเข้าไปทำงาน แต่ปัจจุบันประเทศผู้รับแรงงานเริ่มมีมาตรการผ่อนคลายในการเดินทางระหว่างประเทศมากขึ้น โดยปีงบประมาณ พ.. 2566 ตั้งเป้าหมายจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศไว้ประมาณ 50,000 คน ไม่รวมการเดินทางแบบ Re-entry จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับแรงงานไทยและภาคเอกซนที่ดำเนินธุรกิจด้านการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ ในวันนี้กระทรวงแรงงานได้
เชิญผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 127 บริษัท และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในภารกิจ

การจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศ มาร่วมกันหารือ รับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ  เพื่อให้การจัดส่งแรงานไทยไปทำงานในต่างประเทศเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม แรงงานไทยได้รับประโยชน์สูงสุด รับคำจ้าง สวัสดิการ และการคุ้มครองที่เหมาะสม ตลอดจนป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เพื่อปลดล็อก Tier 2 Watch List

"ผมขอขอบคุณ ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่มีการจัดหางานอย่างมีจริยธรรม
ให้ความสำคัญกับประโยชน์สูงสุดของแรงงานไทยซึ่งเป็นกลไกหลักในระบบเศรษฐกิจของประเทศและมาร่วมงานในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงาน ทั้ง 2 ท่านต่างให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้แรงานไทยในการไปทำงานในต่างประเทศมา
โดยตลอด ในปีนี้กระทรวงแรงงานจะเป็นเรี่ยวแรงหลัก ในการเจรจากับทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และร่วมกันแก้ไขปัญหาอุปสรรค ตลอดจนสร้างความเชื่อมั้นและเพิ่มแรงจูงใจในการจ้างแรงงานไทยของนายจ้างในต่างประเทศ เพื่อรักษาตลาดแรงงานเดิม และเร่งขยายตลาดแรงงานใหม่"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โขติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่าหนึ่งในภารกิจสำคัญของกรมการจัดหางานคือการส่งเสริมแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีนโยบายขยายตลาดแรงงานใหม่ในต่างประเทศ โดยปีที่ผ่านมาสามารถจัดทำข้อตกลงความร่วมมือด้านแรงงานกับซาอุตีอาระเบีย ลงนามบันทึกความร่วมมือต้านข้อมูลพื้นฐานเพื่อการจัดระบบและการพำนักของแรงงานที่มีทักษะเฉพาะ ร่วมกับประเทศญี่ปุ่น อยู่ระหว่างความพยายามในการจัดทำบันทึกความร่วมมือโครงการวีช่าเกษตรออสิทรีย์ (Australian Agriculture Visa (AAV) Program) กับออสเตเลีย และเสนอให้มีการจัดส่งแรงงานรูปแบบ G to G (Government to Government) และ A to A (Agency to Agency) ภายใต้การกำกับดูแล ควบคุมของกระทรวงแรงงาน กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยดำเนินการควบคู่กับการคุ้มครองดูแล
สิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยไมให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน มิให้แรงงานไทยถูกหลอกลวงจากสาย/นายหน้าจัดหางานเถื่อน ที่ปัจจุบันนิยมใช้สื่อโซเซียลมีเตียที่มีอิทธิพลอย่างมากในการโฆษณาเชิญชวนหลอกลวงแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งผู้รับอนุญาตจัดหางานฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในภารกิจการจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศที่มาร่วมประชุมหารือในวันนี้ มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม
แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย
 

‘ศบค.’ แจง!! ปรับพื้นที่ ‘สีเหลือง 65 จว. - สีฟ้า 12 จว.’ พร้อมผ่อนคลายให้ดื่มถึงเที่ยงคืน ผับบาร์ยังงด

ศบค.เห็นชอบปรับพื้นที่สีใหม่ เหลือแค่สีเหลือง 65 จังหวัด และสีฟ้าท่องเที่ยว 12 จังหวัด เพิ่มขึ้น 2 จังหวัดคือ ระยองและสงขลา ผ่อนคลายดื่มเหล้าในร้านอาหารจาก 5 ทุ่มเป็นเที่ยงคืน ผับบาร์คาราโอเกะยังไม่ให้เปิดเว้นปรับเป็นร้านอาหาร ยันปรับกักตัวเสี่ยงสูงเป็น 5+5

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ว่า การประชุมเรื่องที่ 2 การปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอการปรับพื้นที่สีมีผลเริ่มวันที่ 1 พ.ค. โดยเหลือเพียงพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) และพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) เท่านั้น โดยเดิมมีพื้นที่สีส้ม 20 จังหวัด ปรับเหลือเป็น 0 พื้นที่สีเหลืองเพิ่มจาก 47 จังหวัด เป็น 65 จังหวัด และพื้นที่สีฟ้าจากเดิม 10 จังหวัด ได้แก่ กทม. กระบี่ กาญจนบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ นนทบุรี ปทุมธานี พังงา เพชรบุรี และภูเก็ต เป็น 12 จังหวัด ที่เพิ่มขึ้น 2 จังหวัด คือระยองและสงขลา ส่วนพื้นที่สีฟ้าบางพื้นที่มี 16 จังหวัด

'ซักเคอร์เบิร์ก-แฮร์ริส' ติดโผ!! บุคคลที่รัสเซีย ห้ามเข้าประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศรัสเซียตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรจากบรรดาชาติตะวันตกอีกครั้ง โดยได้จำกัดการเดินทางเข้ารัสเซียสำหรับพลเมืองสหรัฐฯ เพิ่มอีก 29 คน รวมถึงจำกัดการเดินทางพลเมืองแคนาดาอีก 61 คน หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำเจ้าหน้าที่ของรัสเซียไปก่อนหน้านี้

ชาวอเมริกันและแคนาดาทั้งหมดนี้ ถูกห้ามมิให้เดินทางเข้ารัสเซียอย่างไม่มีกำหนด โดยบุคคลที่อยู่ในลิสต์ดังกล่าว ปรากฏรายชื่อของ 'กมลา แฮร์ริส' รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสามี 'ดักลาส เอ็มโฮฟฟ์' รวมถึง 'มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก' ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta, จอร์จ สเตฟาโนปูลอส ผู้สื่อข่าว ABC News, เดวิด อิกนาติอุส คอลัมนิสต์ The Washington Post ตลอดจนผู้นำธุรกิจและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน

สหรัฐฯ พัฒนา Ghost Drone อาวุธลับเพื่อยูเครนรับมือรัสเซีย โจมตีเป้าหมาย-ทำลายตัวเองทิ้งหลังจากใช้เพียงครั้งเดียว 

ไม่นานมานี้ เพนตากอนเผย สหรัฐฯ ออกแบบอาวุธใหม่อากาศยานไร้คนขับแบบโจมตี 'Ghost drone' เพื่อยูเครนโดยเฉพาะ ใช้โจมตีเป้าหมายครั้งเดียวทิ้ง ขณะที่ปฏิบัติการในยูเครนย่างเข้าเดือนที่ 3 รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ จะจัดประชุมกลาโหมว่าด้วยยูเครนในวันที่ 26 เมษายนนี้ที่เยอรมนี

จอห์น เคอร์บี โฆษกเพนตากอน หรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 21 เม.ย. 65 เปิดเผยถึงอาวุธใหม่ของสหรัฐฯ อย่างอากาศยานไร้คนขับ ที่มีชื่อว่า 'โกสต์ โดรน' (Ghost Drone) ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของอาวุธชุดใหม่ ที่สหรัฐฯ จะส่งไปให้แก่ยูเครน ใช้โจมตีเป้าหมายและถูกทำลายทิ้งหลังจากใช้เพียงครั้งเดียว 

เคอร์บี ระบุว่า หลังจากหารือกับทางยูเครนแล้ว สหรัฐฯ เชื่อว่า 'โกสต์ โดรน' จะเป็นอาวุธที่เหมาะสมกับภูมิภาคดอนบาสของยูเครน ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นที่ราบคล้ายคลึงกับรัฐแคนซัสของสหรัฐฯ

ก่อนหน้าการแถลงข่าว เคอร์บี ระบุว่า 'โกสต์ โดรน' ถูกพัฒนาขึ้นอย่างเร่งด่วนโดยกองทัพอากาศสหรัฐฯ เพื่อยูเครนโดยเฉพาะ แต่ในการแถลงข่าวหลังจากนั้นในวันเดียว เขาแก้ว่า สหรัฐฯ ได้เริ่มพัฒนาอากาศยานไร้คนขับตัวนี้ ตั้งแต่ก่อนที่รัสเซียจะเปิดปฏิบัติการในยูเครนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ขณะนี้ มีทหารยูเครนจำนวนหนึ่งอยู่ในสหรัฐฯ กำลังได้รับการฝึกควบคุมอากาศยานโจมตีไร้คนขับของสหรัฐฯ อีกชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า 'สวิตช์เบลด' (Switchblade) ซึ่งเป็นอาวุธแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเช่นกัน โดยจะบินเข้าชนเป้าหมายและจะระเบิดเมื่อกระทบเป้าหมาย

สัญญาณฟื้นพบยอดตั้งโรงงานครึ่งปีลงทุนพุ่ง 5.6 หมื่นล้านอ

นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ยอดตั้งโรงงานใหม่ ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีทั้งหมด 1,110 โรงงาน คิดเป็นเงินลงทุน 56,354.19 ล้านบาท และมีการจ้างงาน 31,330 คน ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการประกอบกิจการใหม่สูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร แปรรูปไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ และผลิตภัณฑ์โลหะ ตามลำดับ 

ส่วนของการขยายโรงงานมีจำนวน 152 โรงงาน เงินลงทุน 41,510.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.41 % การจ้างงาน 37,550 คน เพิ่มขึ้น 52.02 % ขณะเดียวกันมีการเลิกประกอบกิจการลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จำนวน 361 โรงงาน ลดลง 8.38% เงินลงทุน จำนวน 21,427.65 ล้านบาท ลดลง 4.57% เลิกจ้างงาน 12,172 คน ลดลง 8.74% สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากที่โรงงานขนาดเล็กส่วนใหญ่และขนาดกลางบางส่วนได้รับผลกระทบของวิกฤตการณ์โควิด-19

“รมช.กลาโหม” นั่งหัวโต๊ะประชุมสภากลาโหม กำชับฝึกทหารใหม่พ.ค.นี้คัดกรองโรค -กักตัวก่อนฝึก ประสานความร่วมมืออาเซียนป้องลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ช่วยซื้อสินค้าเกษตร หลังราคาตกต่ำ

ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 4/2565 ว่า  พล.อ.ชัยชาญมอบนโยบายให้ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม สนับสนุนการดำเนินงานของศบค. และศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.)ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังกำชับประสานความร่วมมือด้านความมั่นคง กับอาเซียน และนานาชาติ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสู้รบตามแนวชายแดน การลักลอบค้ายาเสพติด  อาวุธสงครามและสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท รวมทั้งอาชญากรรมข้ามประเทศ โดยพื้นที่ชายแดนต้องเป็นพื้นที่เข็มแข็งและปลอดภัย 

'หมออุดม' ชี้ตัวเลขหลังสงกรานต์ดีกว่าคาด หนุน!! 'ปลดล็อกเข้าปท.-ฟื้นศก.' ก่อนเสียโอกาส

'นพ.อุดม' ชี้ โควิดไทยถึงช่วง 'ขาลง' หนุน ปลดล็อกเข้าปท. ฟื้นเศรษฐกิจ หลังรั้งท้ายนานาชาติ ย้ำ สวมแมสก์-เว้นระยะห่าง ยังสำคัญ 

(22 เม.ย. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กล่าวก่อนการประชุมศบค.ชุดใหญ่ ถึงการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการ ว่า เราต้องดูสถานการณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่ายอดผู้ป่วยจะเพิ่มสูงขึ้นหลังเทศกาลสงกรานต์ ปรากฏว่าประชาชนให้ความร่วมมือดีมาก ตอนนี้จึงต่างจากที่คาดการณ์ไว้เยอะ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จากการตรวจ RT-PCR อยู่ที่ 2.1 หมื่นราย หากรวมกับการตรวจเชื้อแบบ ATK จะอยู่ที่ 4-5 หมื่นราย ซึ่งเราเคยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้หลายเท่า แต่ปรากฏว่าไม่ขึ้น อีกทั้งเรามีคนไข้อยู่ในโรงพยาบาลทั่วประเทศเพียง 1.9 แสนราย แสดงว่าอาการของคนไข้ไม่ได้หนัก คนไข้ที่ต้องใช้เตียงผู้ป่วยระดับสีเหลืองและระดับสีแดง รวมกันใช้ไปเพียง 25% ของเตียงทั้งหมด ถือว่าน้อยมาก โดยรวมจึงอยากสรุปว่า คนไข้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ได้มากขึ้น และลดลงด้วย ขณะนี้ผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์หลังจากเทศกาลสงกรานต์ จึงคิดว่าแนวโน้มอยู่ในช่วงขาลง ดีกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ 

นพ.อุดม กล่าวว่า ส่วนที่ยังมีความกังวลเรื่องจำนวนผู้เสียชีวิต ที่ยังมีตัวเลขประมาณ 120 ราย ตนอยากให้ดูตัวเลขกันใหม่ เพราะหากเทียบกับจำนวนผู้ป่วยหนักที่ต้องเข้าโรงพยาบาล อยู่ที่ 0.29% หากนับผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมดอยู่ที่ 0.67% เมื่อเทียบกับทั่วโลกเรายังต่ำกว่าเขา จึงเป็นช่วงขาลง และลงเร็วกว่าที่เราคิด แต่หากจะเอาให้ชัวร์ต้องรอให้ถึงสิ้นเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วง 14 วันหลังเทศกาลสงกรานต์ ที่พ้นระยะฟักตัว และเชื่อว่าตัวเลขไม่น่าจะขึ้นแล้ว 

นพ.อุดม กล่าวว่า เมื่อสถานการณ์ โควิด-19 อยู่ในช่วงขาลง เราต้องมานึกถึงเรื่องเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจของเราตอนนี้ฟื้นช้ากว่าประเทศอื่น และตนคิดว่าหากเราช้าไปอีก 1-2 เดือน ถือว่าเสียโอกาส แม้ที่ผ่านมาตนจะเน้นเรื่องสุขภาพเป็นหลัก แต่ตอนนี้ช่วงที่ไม่ได้มีผู้ป่วยมาก ประกอบกับคนไทยรู้จักระมัดระวังตัวเอง จึงคิดว่าทุกอย่างต้องผ่อนคลาย เพราะรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว เดิมที่เราตั้งใจว่าจะผ่อนคลายในช่วงเดือนมิถุนายนหรือเดือนกรกฎาคม ตนคิดว่าจะทำให้เสียโอกาส ใจตนวันนี้ 1 พฤษภาคมอยากให้ผ่อนคลายมาแล้วและได้มีการคุยกันที่กระทรวงสาธารณสุขมาแล้ว เพียงแต่ไม่กล้าตัดสินว่าจะเลิกตรวจทุกอย่างไปเลย และอยากให้มีการตรวจ ATK สัก 1 ครั้ง ภายใน 24 ชั่วโมงเมื่อเดินทางเข้าประเทศ สามารถทำได้เองไม่ยุ่งยาก อีกทั้งผู้ที่เดินทางเข้าประเทศมีอัตราการติดเชื้อน้อย และแนวโน้มหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการหมดแล้ว แต่ย้ำว่าแม้จะผ่อนคลายประชาชนต้องระวังตัวเอง ใส่หน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่าง ยืนยันว่าต้องผ่อน

"ระยอง-สงขลา" เตรียมรับนักท่องเที่ยว หลัง ศบค.เคาะ “พื้นที่สีฟ้า”  

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมศบค. เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านตามเงื่อนไขที่กำหนดได้จนถึง 24.00 น. และ ให้เพิ่มพื้นที่ท่องเที่ยวนำร่อง จากเดิม 10 จังหวัด เพิ่มอีก 2 จังหวัด คือ จังหวัดระยอง และจังหวัดสงขลา รวมพื้นที่นำร่องเที่ยวเป็น 12 จังหวัด โดยจะมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ยังปรับมาตรการผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร สำหรับผู้ได้รับวัคซีนตามเกณฑ์และผู้ไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ เริ่มมีผลบังคับใช้ 1 พฤษภาคม 2565 ทั้งนี้ ผู้ได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ที่เข้าราชอาณาจักรผ่านระบบ Thailand pass เพื่อแสดงหลักฐานวัคซีนและประกันภัย วงเงินประกันภัยหรือประกันในรูปแบบอื่นๆ จำนวน 10,000 USD  เมื่อเดินทางมาถึงให้ตรวจ Self-ATK ระหว่างพำนัก หากพบเชื้อฯ ให้เข้าสู่กระบวนการตามประกันภัยหรือตามความรับผิดชอบส่วนบุคคล หรือหากเป็นผู้เสี่ยงสูง ให้กักตัว 5 วัน +สังเกตอาการ 5 วัน และให้ตรวจ ATK Day5 และ 10 หลังสัมผัสผู้ติดเชื้อ 

สำหรับผู้เดินทางที่ไม่ได้รับวัคซีนครบตามกำหนด สามารถ ยื่นหลักฐานผลตรวจ RT-PCR ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทางถึงประเทศไทยและลงทะเบียนแสดงหลักฐานดังกล่าวในระบบ Thailand pass, กักตัวตามระบบ AQ โดยตรวจ RT-PCR Day 4-5, แนะนำให้ตรวจ Self-ATKระหว่างพำนัก หากพบเชื้อให้เข้าสู่กระบวนการตามประกันภัยหรือตามความรับผิดชอบของบุคคล และมีประกันภัยไม่ต่ำกว่า 10,000 USD

กระเป๋าฉีก! ราคาไข่ปรับเพิ่มขึ้นอีก หลังต้นทุนผู้เลี้ยงพุ่ง

นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม ได้ปรับขึ้นราคาฟองละ 10 สตางค์ จากเดิม 3.40 บาทต่อฟอง เพิ่มเป็น 3.50 บาทต่อฟอง โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากต้นทุนอาหารสัตว์ปรับขึ้นกิโลกรัมละ 60 สตางค์ ทำให้ต้นทุนมาอยู่ที่ 3.20 บาทต่อฟอง 

นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้กล่าวว่า สมาคมไม่ได้ประกาศปรับขึ้นราคาไข่ไก่เนื่องจากกรมการค้าภายในขอให้ตรึงราคาไว้ แต่ผู้เลี้ยงรายย่อยที่รวมตัวกันเป็นสหกรณ์และชมรมมีต้นทุนการเลี้ยงสูงกว่ารายย่อยได้ประกาศปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขึ้น 10 สตางค์จาก 3.40 บาท เป็น 3.50 บาท สาเหตุที่ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้นเกิดจากอาหารสัตว์ที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น รวมถึงค่ายา วิตามิน และเวชภัณฑ์ และไก่ให้ไข่น้อยลงด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top