Friday, 26 June 2026
Hard News Team

“โฆษกกห.” ชี้ บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม เอาจริง ปราบปรามค่ามนุษย์ วอน หยุดพาดพิง ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องค้ามนุษย์ ร้องขอความยุติธรรมกับกำลังทหารและกองทัพ ยกคดี “พล.ท.มนัส” หากช่วยกัน คงได้ประกันออกมาแล้ว 

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม  เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ จากสำนักข่าวอัลจาซีลา ที่ผ่านมา โดยมีการกล่าวพาดพิงว่า  ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์นั้น  ดูจะไม่ให้ความยุติธรรมกับกำลังทหารและกองทัพในภาพรวม  ซึ่งที่ผ่านมา กองทัพได้เข้าสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอย่างแข็งขัน ในการแก้ปัญหาสำคัญๆที่เป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะ การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาที่สั่งสมมาต่อเนื่องยาวนานในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา 

“ขอยืนยันว่ากระทรวงกลาโหม สนับสนุนรัฐบาลในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างแข็งขัน และมีนโยบายชัดเจนห้ามกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ หรือ สิ่งผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด  ซึ่งผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นต้องกำกับดูแลกำลังพล หากปรากฏพบการกระทำผิดของกำลังพล ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ที่ต้องสอบสวนเอาผิดทั้งทางวินัยและอาญาให้ถึงที่สุด โดยให้สืบเชื่อมโยงกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่มีการปกป้องหรือยกเว้นเป็นเด็ดขาด  และกระทรวงกลาโหม จะไม่เก็บคนเหล่านี้ไว้ในกองทัพ ให้เกิดความเสื่อมเสียกับองค์กรและประเทศชาติ”พล.อ.คงชีพ กล่าว

โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวอีกว่า สำหรับคดีการจับกุม พล.ท.มนัส ในข้อหาค้ามนุษย์ที่ผ่านมา เป็นการยืนยันถึงความจริงใจในการบังคับใช้กฎหมายแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ในสมัยยุครัฐบาล คสช.  โดยมีการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งหากมีการช่วยเหลือ แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและปกป้องกันจริง พล.ท.มนัส คงไม่ติดคุกและได้รับการประกันตัว  ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าคดีมีการสืบสวนออกหมายจับแล้ว 153 หมาย มีผู้ต้องหาถูกจับกุมแล้วกว่า 120 ราย  โดยเฉพาะการกล่าว หาเชื่อมโยงพาดพิง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นแกนหลักระดับนโยบายของรัฐบาล ในการนำและขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังที่ผ่านมา จนสถานภาพและปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศไทยดีขึ้นตามลำดับ  

โดยการกล่าวหาที่ไม่มีข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ จะเป็นการสร้างความสับสนกับสังคมและต่างประเทศ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับการประเมินสถานภาพการจัดอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทยที่จะมีขึ้น และจะกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวม

เกษตรฯ เปิดฤดูกาลหมอนทอง ดีเลิศที่คุณภาพเยี่ยม

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID - 19 ตั้งแต่ระดับสวนเกษตรกร และมาตรการควบคุมป้องกันแก้ไขทุเรียนอ่อนภาคตะวันออกปี 2565 ระดับสวนเกษตรกร เพื่อใช้เป็นมาตรฐานให้ทุกสวนผลไม้ส่งออกได้ยึดถือปฏิบัติ และเป็นแนวทางให้ทุกฝ่ายได้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเป้าหมายให้ทุเรียนไทยมีคุณภาพดีที่สุดในโลก และมีมาตรฐานความปลอดภัย โดยมีหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมเป็นพี่เลี้ยง และพร้อมแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ทั้งนี้ยังได้เปิดงานประชาสัมพันธ์ “Eastern Monthong Best Quality เปิดฤดูกาลทุเรียนหมอนทองตะวันออก ดีเลิศที่คุณภาพ ดีเยี่ยมเพื่อส่งออก” ณ สวนทุเรียนน้ำกร่อย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี โดยยอมรับว่า ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตและการส่งออกผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน มีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตามสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยเราประสบปัญหาภาวการณ์แข่งขันที่มีข้อกำหนดและเงื่อนไขทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการควบคุมสินค้าให้มีคุณภาพ และปัญหาผลไม้ราคาตกต่ำในช่วงผลผลิตกระจุกตัว 

ดังนั้น แนวทางที่จะพัฒนาภาคเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน จึงต้องพัฒนาทั้งระบบด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งเกษตรกร ล้ง ภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เน้นการผลิตที่สอดคล้องกับตลาดโดยยึดหลักตลาดนำการผลิต สร้างและขยายตลาดโดยเฉพาะตลาดภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญ คือการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม 

“บิ๊กบี้” ย้ำหน่วยทหารทั่วปท. บูรณาการความร่วมมือ ด้านความมั่นคงกับปท.เพื่อนบ้าน เข้มสกัดยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย ลักลอบเข้าเมืองเข้าไทย

ที่กองบํญชาดารกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุมผ่านระบบออนไลน์กับหน่วยทหารทั่วประเทศ โดยได้สั่งการเกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก เน้นย้ำการบูรณาการประสานความร่วมมือในทุกมิติงานด้านความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการสกัดกั้นยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ให้ทุกหน่วยบริหารจัดการสร้างพื้นที่ให้มีความปลอดภัยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศและประชาชนในพื้นที่ชายแดนภายใต้กรอบนโยบายของรัฐบาล

โดยผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวถึงการตรวจเลือกทหารกองประจำการที่เสร็จสิ้นลงอย่างเรียบร้อย ได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการและชายไทยเป็นอย่างดี ประกอบกับมีผู้สมัครเป็นทหารกองประจำการตามที่กองทัพได้เชิญชวน ทั้งนี้ในเรื่องการดูแลและการจัดการฝึกทหารใหม่ กองทัพบกยังคงให้ความสำคัญกับการป้องกันโควิด-19 ด้วยมาตรการที่สอดคล้องกับสถานการณ์โรค การตรวจคัดกรองหาเชื้ออย่างสม่ำเสมอ การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น และการดูแลพื้นฐานทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโควิด-19 สำหรับการฝึกทหารใหม่ จะมุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาศักยภาพของทหารใหม่ให้เป็นผู้ที่มีวินัย มีความรักสามัคคี เสียสละ ทำประโยชน์เพื่อประเทศ รวมทั้งการคัดเลือกทหารใหม่ให้ได้ทำงานในตำแหน่งหน้าที่ตามความถนัดและมีโอกาสพัฒนาตนเองได้มากที่สุด

สาธารณะสุขไทย เจ๋ง WHO ยกเป็นต้นแบบประเทศที่ 3 มีความพร้อมรับมือภาวะฉุกเฉินโควิด

25 เม.ย. 65 ที่ โรงแรม รอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเต็ล แอนด์ ทาวเวอร์ส กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกิจกรรมการทบทวนการเตรียมความพร้อมกรณีภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและสุขภาพถ้วนหน้า (นำร่อง) หรือ Universal Health and Preparedness Review (UHPR) Pilot โดยมี ดร.สมิลา อัสมา (Dr. Samira Asma) ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก นพ.จอส ฟอนเดลาร์ (Dr.Jos Vandelaer) ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค คณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข บุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวม 200 คน ร่วมงาน

นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีการบริหารจัดการและรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความมั่นคงด้านสุขภาพเป็นอันดับที่ 5 จากทั้งหมด 195 ประเทศ เป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศเดียวที่อยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก และเป็นอันดับที่ 1 ของเอเชีย ที่มีความพร้อมในการรับมือการระบาดของโรคมากที่สุด เป็นผลจากการบูรณาการทำงานร่วมกัน มีการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขที่เกิดขึ้นทุกภาคส่วนของภาครัฐ และทุกภาคส่วนของสังคม (Whole-government and whole society response) ได้แก่ เครือข่ายภาคประชาชน อสม. ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ หน่วยงานด้านสาธารณสุข ภาคเอกชน และภาคธุรกิจอื่นๆ ผ่าน ศบค. ภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของระบบป้องกันควบคุมโรคในประเทศไทยในการขับเคลื่อนกฎหมายการดำเนินงานตอบโต้ภาวะฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้ประเทศไทยก้าวผ่านช่วงวิกฤติมาได้

ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ดร.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส (Dr.Tedros Adhanom Ghebreyesus) จึงเชิญให้ประเทศไทยเป็นประเทศต้นแบบประเทศที่ 3 นำร่องจัดกิจกรรมการทบทวนการเตรียมความพร้อมกรณีภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและสุขภาพถ้วนหน้า ในการรับมือการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ข้อเสนอแนะระหว่างประเทศสมาชิกขององค์การอนามัยโลก และไทยเป็นประเทศนำร่องที่จะได้เผยแพร่ประสบการณ์สู่สาธารณะในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก 2565 เพื่อเป็นประโยชน์แก่ประเทศสมาชิก และเกิดการพัฒนาเครื่องมือและกลไกใหม่ รองรับวิกฤติด้านสาธารณสุขสำหรับใช้งานทั่วโลกในอนาคต

ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า การทบทวนการเตรียมความพร้อมกรณีภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและสุขภาพถ้วนหน้า เป็นการทบทวนอย่างครอบคลุมรอบด้าน ทั้งด้านสาธารณสุขและด้านอื่นๆ ซึ่งต้องใช้การตอบโต้จากทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน และภาคประชาชน โดยมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การฝึกซ้อมสถานการณ์สมมติ (Simulation Exercise) การสัมภาษณ์และประชุมกลุ่มย่อย, การพบผู้บริหารหน่วยงานระดับประเทศ และการตรวจเยี่ยมหน่วยงานระดับปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน และความท้าทายของประเทศไทยในการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในระยะที่ผ่านมา

รมว.คลัง ดับฝัน คนละครึ่ง เฟส 5 ยังไม่ออกตอนนี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ว่า กระทรวงการคลัง ขอประเมินภาวะเศรษฐกิจ และฐานะทางการคลังอีกระยะหนึ่ง โดยเมื่อโครงการคนละครึ่ง เฟส 4  ครบกำหนดสิ้นเดือนเม.ย.นี้ไปแล้ว จะยังไม่มีมาตรการต่อเนื่องในทันที 

ทั้งนี้เห็นว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ประชาชนออกเดินทางไปใช้จ่าย ออกไปท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร เริ่มจำหน่ายดีขึ้นบ้าง โรงงานเริ่มรับคนกลับเข้ามาทำงาน เพิ่มกำลังการผลิต และเอกชนบางรายอาจเริ่มจ่ายโบนัสในปีนี้  เมื่อเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ความจำเป็นในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นน้อยลง 

สื่อโซโลมอน จวกมะกัน ปมบีบยกเลิกข้อตกลงกับจีน ซัด! ตลอด 30 ปี ไม่เคยเหลียวแล ตั้งแต่หลังสงครามโลก

เพจ “ลึกชัดกับผิงผิง” สื่อที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศจีน โพสต์ข้อความกรณีตัวแทนทำเนียบขาวเดินทางเยือนโซโลมอน ว่า ...

สื่อโซโลมอนชี้ สหรัฐฯ ลืมพวกเรานานแล้ว พอรู้สึกตัวก็มาบังคับให้เรายกเลิกข้อตกลงระหว่างโซโลมอนกับจีน

วันที่ 20 เมษายน 2022 นายมานัสเซห์ โซกาวาเร (Manasseh Sogavare) นายกรัฐมนตรีโซโลมอนยืนยันว่าได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงกับจีนแล้ว และกล่าวว่า “นี่สอดคล้องกับผลประโยชน์สำคัญที่สุดของโซโลมอน ส่งเสริมการพัฒนาแห่งชาติ ฟื้นฟูความมั่นใจของนักธุรกิจและนักลงทุนท้องถิ่น”

เรื่องดังกล่าวทำให้โซโลมอนกลายเป็น “ศูนย์กลางพายุ” ของมหาสมุทรแปซิฟิก 

วันที่ 22 เมษายน นายแคมป์เบลล์ ผู้ประสานงานกิจการอินโด-แปซิฟิก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งทำเนียบขาว ได้นำคณะผู้แทนไปเยือนโซโลมอนและจัดประชุมหารือกับนายกรัฐมนตรีโซโลมอน หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดสถานทูตประจำโซโลมอนเป็นเวลานานถึง 30 ปี และไม่เคยจัดคณะผู้แทนไปเยือนโซโลมอนในช่วง 80 ปีที่ผ่านมา 

วันที่ 23 เมษายน โซโลมอนสตาร์ (solomon star) ที่เป็นสื่อสำคัญของโซโลมอนที่ติดตามรายงานข่าวเกี่ยวกับการเยือนของคณะผู้แทนสหรัฐฯ ครั้งนี้และชี้ชัดว่า “หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 วอชิงตันก็ลืมโซโลมอนโดยสิ้นเชิง พอตื่นขึ้นมาตอนนี้ก็มาบังคับให้นายกรัฐมนตรีโซกาวาเรยกเลิกข้อตกลงกับจีน”

รายงานข่าวของโซโลมอนสตาร์ระบุว่า หลังการประชุมสหรัฐฯ ได้ประกาศแถลงการณ์เชิงข่มขู่แสดงความห่วงใยต่อมาตรการการสร้างฐานทัพถาวรในโซโลมอน และจะมีปฏิกิริยาตอบโต้

“ดร.รัชดา” นำ กก.บห. หญิง แสดงเจตจำนง มุ่งมั่น ทำงานเพื่อประชาธิปัตย์ หวังเป็นส่วนสร้างศรัทธาจากพี่น้องประชาชนให้กลับคืน 

ดร.รัชดา ธนาดิเรก กก.บห. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขออภัยที่ทำให้รอ ไม่ได้มาแถลงตรงเวลาตามที่นัดไว้ ตามที่ได้เป็นประเด็นอยู่ในสื่อออนไลน์นั้น ต้องเรียนว่า มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากของพวกเรา กก.บห. พรรคหญิงทั้ง 7 คน ซึ่งประกอบด้วยตัวดิฉัน คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ อ.ผ่องศรี ธาราภูมิ คุณศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ที่อยู่ด้วยกัน และอีก 3 ท่านที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ ก็คือ ส.ส. พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล คุณอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ซึ่งก็หาเสียงอยู่ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ก็ปฏิบัติราชการอยู่ 

ตลอดห้วงเวลา 10 วันที่ผ่านมา มันมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เริ่มจากคนในพรรค แล้วก็มีเหตุการณ์ซ้ำซ้อน จนเกิดกระแสกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสถาบันการเมืองที่พวกเรารักยิ่ง พวกเรามีความทุกข์ใจ เสียใจ และอยากมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชน พวกเราไม่เคยคิดที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบ ยิ่งเป็นกรรมการบริหารพรรค เป็นผู้หญิง เรามีความเดือดเนื้อร้อนใจค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของคนในพรรค ของกรรมการบริหารพรรค เราไม่อยากแสดงสิ่งใดออกไปที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าพรรคมีความแตกแยก เรายังรักกัน พวกเรามีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อพรรคในทุกๆ ด้านที่ได้รับมอบหมาย เรายังมีความมั่นใจในอุดมการณ์ของพรรค และหวังว่าในอนาคต พวกเราจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างศรัทธาของพี่น้องประชาชนให้กลับมาสู่พรรคประชาธิปัตย์อีก เราน้อมรับทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เราพร้อมที่จะแสดงออกถึงความห่วงใย และเราจะไปปรับปรุงแก้ไขในทุกๆ สิ่งที่เราทำได้ 

ด้วยความที่เรารักพรรค สิ่งที่เราแสดงออก เราไม่อยากให้สังคมไปเข้าใจว่าพรรคมีความแตกแยก เพราะฉะนั้นวันนี้พวกเราทั้ง 4 คน ก็จะมุ่งมั่นทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรค และทั้ง 4 คนที่อยู่วันนี้ และอีก 3 คน ที่ได้ร่วมอุดมการณ์ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เราก็จะมุ่งมั่นทำหน้าที่สมาชิกพรรคอย่างเต็มที่ ส่วนในเรื่องของตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคนั้น ... 

เราก็จะรับผิดชอบในส่วนที่เราทำได้ หากมีการตัดสินใจอย่างใดก็จะมาแจ้งให้ทราบ แต่วันนี้เราไม่อยากให้สังคมคิดว่า ใครๆ ก็เดินออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนั่นไม่ใช่ความจริง 

‘กนก วงษ์ตระหง่าน’ ไขก๊อก รองหัวหน้าปชป. ผิดหวังต่อมาตรฐานจริยธรรมผู้บริหารพรรค

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. เวลา 10.00 น. นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า จำเป็นต้องลาออกจาก “รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” ด้วยสำนึกทางศีลธรรม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกี่ยวข้องกับการกระทำของผู้บริหารระดับสูงของพรรคท่านหนึ่ง ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด และได้เข้าสู่การพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมแล้วนั้น สาธารณชนจำนวนมากแสดงการไม่ยอมรับ และรังเกียจต่อการกระทำตามที่ถูกกล่าวหานั้น ด้วยเห็นว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อศีลธรรมอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การตั้งคำถามต่อมาตรฐานความรับผิดชอบทางศีลธรรมของผู้บริหารพรรคโดยรวม และจากการดำเนินการของพรรคต่อเรื่องนี้โดยหัวหน้าพรรค กลับสวนทางกับความคาดหวังของสาธารณชนในเรื่องสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวมของพรรค

‘ผบ.ตร.’ ไลฟ์เฟซบุ๊ก เปิดรายการ ‘ปั๊ดอยากเล่า น้องอยากแชร์’ เล่าที่มาโครงการ Smart Safety Zone 4.0 สร้างชุมชนปลอดภัย ลดความหวาดกลัวอาชญากรรม ปลุกตำรวจทั่วประเทศปรับตัว ฝากข้อคิด เรียนรู้ มุ่งมั่นทำสิ่งใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน เพื่อสร้างสังคมที่ดี

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2565 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในรายการ "ปั๊ดอยากเล่า น้องอยากแชร์" รายการสดเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กแฟนเพจ Smart Safety Zone และ คลับเฮ้าส์ : ปั๊ดอยากเล่าน้องอยากแชร์ เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 22 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งรายการ "ปั๊ดอยากเล่า น้องอยากแชร์" เป็นรายการสด ที่ผบ.ตร.พูดคุยกับตำรวจและประชาชน เกี่ยวกับโครงการ Smart Safety Zone 4.0 โครงการที่นำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย อาทิ กล้องวงจรปิด, ศูนย์ควบคุม CCOC, ระบบ AI และแอปพลิเคชัน ต่างๆ เป็นกลไกหลักในการดูแลความปลอดภัยของชุมชน จนได้รับรางวัลจากการประชุมสุดยอดตำรวจโลก World Police Summit 2022 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

โดยรายการในตอนแรก พูดคุยในประเด็น ที่มาของโครงการ Smart Safety Zone 4.0 มี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร. , ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยแห่งชาติ และ ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA ร่วมรายงาน มีข้าราชการตำรวจและประชาชนที่สนใจ ร่วมรับฟัง
 
พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ กล่าวถึงที่มาของ Smart Safety Zone 4.0 ว่า การดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะภัยอันตรายบนพื้นที่สาธารณะ เป็นภารกิจแรกๆ ของตำรวจ การจะทำให้สำเร็จต้องอาศัยทรัพยากรทุกอย่าง ทั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภาคประชาชน ส่วนราชการอื่นๆ ระดมสรรพกำลังเพื่อภารกิจนี้ ซึ่งการวัดผลของโครงการคือการที่ประชาชนรู้สึกปลอดภัย ไม่หวาดกลัวอาชญากรรม
 
“จะมีสักซอยไหม ที่เดินกลางคืน คนไม่กลัวอะไร โดยเฉพาะสุภาพสตรี นี่คือเป้าหมายของโครงการนี้ ที่ต้องไปให้ถึง ตำรวจทั่วประเทศต้องเข้าใจว่าเรามีหลักชัยเดียวกัน ทำอย่างไรให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัย” ผบ.ตร. กล่าว
 
ผบ.ตร. ระบุว่า โครงการ Smart Safety Zone 4.0 เริ่มต้นจากการทำแซนด์บ็อกซ์ ในพื้นที่ทดลองก่อน เนื่องมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ และกำลังคน ดังนั้นจึงเริ่มทำในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ ใส่เทคโนโลยีเข้าไป ใส่คนเข้าไป และที่สำคัญใส่ความร่วมมือเข้าไป ทั้งความร่วมมือจากส่วนราชการและประชาชน ใช้หลักการคอมมูนิตี้ โพลิซซิ่ง หรือตำรวจชุมชน ผสมผสานกับการสร้างเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City ที่กำลังเป็นเทรนด์ของโลก หัวใจสำคัญคือการแสวงหาความร่วมมือ โดยช่วงเริ่มต้นได้รับความมือจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว.ให้งบประมาณเริ่มต้น จากเดิมพื้นที่นำร่อง ตอนนี้ขยายไปหลายจุดทั่วประเทศ และจะทำต่อไป
 
ในตอนหนึ่ง ผบ.ตร.ตอบคำถามถึงการหลอกลวง ฉ้อโกงทางออนไลน์ ว่า หากถูกหลอกลวง ทางออนไลน์ ได้รับความเสียหาย ประชาชน สามารถแจ้งความออนไลน์ ได้ที่ www.Thaipoliceonline.com ซึ่งเปิดรับแจ้งความทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังแจ้งได้ที่สายด่วน 1441 ของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)

พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ กล่าวว่า ถ้าคุณถูกหลอกออนไลน์ได้ คุณก็ต้องแจ้งความทางออนไลน์ได้เหมือนกัน รับประกัน 4 ชั่วโมง จะมีเจ้าหน้าที่ตอบกลับ และดำเนินการต่อหากพบว่าเป็นคดีเกี่ยวโยงต่อเนื่อง ตำรวจ บช.สอท.จะดำเนินการต่อ หากเป็นคดีเสียหายไม่มาก ไม่เกี่ยวโยงกันเป็นเครือข่าย ระดับสถานีตำรวจจะรับไปดำเนินการสืบสวนสอบสวน อย่างไรก็ตามการรับแจ้งความออนไลน์ยังเป็นเรื่องใหม่ ตำรวจยอมรับว่ายังมีจุดที่ต้องปรับปรุง แก้ไขตลอดเวลา โดยจะปรับปรุง พัฒนาอย่างเต็มที่จนลงตัว ตนให้กำลังใจทีมที่คิดทำระบบรับแจ้งความออนไลน์ ให้ทิศทางในการพัฒนา ขณะนี้ปรับแก้ตลอดเวลา

นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้ทำความตกลง (MOU) กับสถาบันการเงิน 21 แห่ง มีความร่วมมือในการประสานงานอายัดบัญชีธนาคาร แต่ยังต้องปรับปรุงเพื่อให้การอายัดบัญชีทำได้รวดเร็วที่สุด ขณะเดียวกันมีความร่วมมือกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ในการระงับ ตรวจสอบ หมายเลขโทรศัพท์จากต่างประเทศที่โทรเข้ามาหลอกลวง ทั้งนี้หากมีเบอร์ไม่พึงประสงค์โทรเข้ามา ประชาชนสามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 1200 ของกสทช. หรือ Call Center ของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือต่างๆ

ผบ.ตร. กล่าวย้ำว่า สิ่งสำคัญที่ฝากพี่น้องประชาชนคือการมีไซเบอร์วัคซีน ที่จะป้องกันจากโรคนี้ สร้างการรับรู้ภัยอาชญากรรมประเภทนี้ ตนดีใจมากที่เห็นคลิป TikTok ต่างๆ ที่ประชาชนนำแผนประทุษกรรมของคนร้ายออกมาเตือนภัยให้คนอื่นเห็น คนอื่นๆจะได้ไม่ถูกหลอก แต่ก็ยังมีหลายคนที่ไม่ทราบ ยังเข้าไม่ถึงข้อมูลเตือนภัยเหล่านี้ ขอให้ช่วยกันกระจาย เผยแพร่เตือนภัยอาชญากรรมออนไลน์ รูปแบบการหลอกลวงให้เข้าถึงทุกครัวเรือนโดยเฉพาะเด็กๆและเยาวชน ขณะเดียวกันมีแนวคิดสังคยานากฎหมายให้สามารถเป็นเครื่องมือที่เท่าทันอาชญากรรมออนไลน์

พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ กล่าวในตอนหนึ่ง ฝากถึงเพื่อนข้าราชการตำรวจในยุคเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนจากการทำงานแบบเดิมๆ ไปสู่การทำงานแบบใหม่ที่ไม่คุ้นชิน โดยเฉพาะคดีฉ้อโกงออนไลน์ต่างๆ ต้องเรียนรู้การไล่ตามจับคนร้ายจาก IP address จนบางทีรู้สึกเป็นภาระกดดัน

“ผมอยากจะเรียนว่า ถ้าเราทำไป มีพลาดบ้าง ผิดบ้าง ถูกบ้าง แต่ถ้าเรามุ่งมั่น วันหนึ่งมันจะประสบความสำเร็จ และความยากจะกลายเป็นนิวนอร์มอลของเรา มันจะเป็นสิ่งที่เราทำได้ง่ายต่อไป เรากำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน หลายคนบ่นกับผมทำไมโครงการเยอะจังเลย แต่ทั้งหมดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ถ้าเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงว่าสิ่งที่เราทำวนไปวนมาแล้วไม่เกิดประโยชน์มันจะลดลง เราเชื่อว่ามันจะทำให้เราทำงานอย่างชาญฉลาด คือทำงานจำนวนหนึ่ง แต่ได้ผลมากกว่าเดิม อยากให้ทุกคนตั้งใจ ผมจะเป็นกำลังใจให้”

ผบ.ตร. ย้ำด้วยว่า เรากำลังอยู่บนโลกใบนี้ โลกที่มีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นมา “ผมพยายามพูดหลายครั้ง สิ่งสำคัญในยุคนี้ คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่แข็งแรงที่สุด หรือคนอ่อนแอไม่รอด แต่คนที่อยู่รอดไม่ใช่เพียงต้องแข็งแรง แต่คือคนที่ปรับตัวได้ดีที่สุด เราอยู่ในช่วงของการปรับตัว” ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวฝากถึงประชาชนว่า ต้องเข้าใจและเรียนรู้สังคมใหม่ๆ เทคโนโลยี ความรู้ใหม่ๆและอาชญากรรมใหม่ๆ อาชญากรรมเป็นสิ่งที่อยู่คู่สังคมเราต้องเรียนรู้ ปรับตัวให้อยู่รอด ในส่วนของตำรวจนั้นมีความตั้งใจจริง หวังว่าสิ่งที่เราทำ ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ เพื่อสังคมที่ดีขึ้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับมือผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เปิดสายด่วนแจ้งเบอร์แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ เพื่อปิดกั้นการใช้งานและดำคดีตามกฏหมาย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT: Police Cyber Taskforce เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน อาชญากรรมทางออนไลน์ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มจะสูงขึ้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงมีนโยบาย ให้ทำความร่วมมือกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หาแนวทางตัดการทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยทุกครั้งที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหรือส่งข้อความเข้ามาให้ประชาชนแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวเข้าระบบเครือข่ายมือถือทั้ง 3 ค่าย เพื่อตรวจสอบพร้อมบล็อคเบอร์ดังกล่าว จากนั้นเบอร์โทรศัพท์จะถูกส่งต่อให้กับศูนย์ PCT เพื่อดำเนินการต่อไปภายใน 72 ชม. เพียงเท่านี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็จะใช้เบอร์โทรศัพท์นั้นหลอกลวงประชาชนไม่ได้และถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ซึ่งช่องทางการแจ้งมีดังนี้
📞Ais 🟢 1185
📞True🔴 9777
📞Dtac🔵 1678

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า จากสถิติคดีทางออนไลน์ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ (1 มี.ค.65) ถึงปัจจุบัน พบว่า มีผู้เสียหายแจ้งความคดีออนไลน์แล้ว 15,557 ราย โดยอาชญากรรม 9 ลำดับ ที่ประชาชนถูกหลอกมากที่สุด ได้แก่ 1.ความผิดเกี่ยวกับการซื้อสินค้าที่ไม่ได้รับสินค้า 5,311 คดี 2.หลอกทำภารกิจ (เช่น ให้รีวิวสินค้า,กดไลท์ Tiktok, กดไลท์สินค้า) 1,884 คดี 3.หลอกให้กู้เงิน 1,573 คดี 4.ทำให้รักแล้วหลอกลงทุน (Hybrid scam) 1,296 คดี 5.Call center 1,206คดี 6.แชร์ลูกโซ่ 554 คดี 7.หลอกยืมเงิน 553 คดี 8.ซื้อสินค้าแต่ได้ไม่ตรงปก 227 คดี และ 9.หลอกลวงรูปแบบอื่นๆ อีก 1,889 คดี 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top