Friday, 26 June 2026
Hard News Team

'ยุโรป' แห่เปิดบัญชีธนาคารรัสเซีย จ่ายค่าก๊าซ ด้วย 'รูเบิล' ให้หมีขาว

สหพันธรัฐรัสเซีย ถือเป็นมหาอำนาจพลังงานก๊าซที่ยุโรปต้องใช้ราวปีละ 150 พันล้านลูกบาศก์เมตร โดยขายให้ในราคาแสนจะถูกเหมือนได้เปล่าราว 0.25 ดอลลาห์/ลูกบาศก์เมตร (250 ดอลลาห์/พันลูกบาศก์เมตร) มีท่อบริการส่งให้ถึงประตูบ้านแต่ละชาติ เปิดวาล์วใช้ได้เลยไม่ต้องมีการแปรรูปใดๆ 

แต่มาวันนี้ สหรัฐฯ กลับบอกว่ายุโรปซื้อก๊าซถูกไป จงมาซื้อก๊าซเหลว LNG ของตนดีกว่า โดยขายให้ในราคาราว 1.1 ดอลลาห์/ลูกบาศก์เมตร (1,100 ดอลลาห์/พันลูกบาศก์เมตร) แพงกว่ารัสเซีย 4.4 เท่า และซ้ำร้ายก๊าซยี่ปั๊วสหรัฐฯ จะต้องแปรสภาพจากสถานะก๊าซ เป็นของเหลว LNG ก่อนขนส่งมาทางเรือ พ่วงค่าผ่านคลองสุเอซ อียิปต์ เที่ยวละ 1 ล้านดอลลาห์ และประเทศปลายทางต้องมีการสร้างสถานที่จัดเก็บขนาดยักษ์แปรรูปคืนสภาพจากสถานะของเหลวกลับไปเป็นก๊าซดังเดิมอีกขั้นตอนหนึ่ง จึงโดนบวกราคา 2-3 เด้ง!!

แถมตามสัญญาจะต้องใช้เวลานานถึง 7 ปี ถึงปี 2029 ยี่ปั๊วสหรัฐฯ จึงจะส่งให้ยุโรปได้แค่ 50 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ส่วนอีก 100 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ก็ต้องซื้อจากรัสเซียอยู่ดี 

เมื่อนำก๊าซจากสหรัฐฯ มาผลิตไฟฟ้า จึงส่งผลให้ค่าไฟฟ้าครัวเรือนครอบครัว 3-4 คน ที่ใช้อย่างประหยัดสุด กระโดดจั๊มพ์แพงขึ้นมหาโหดไปปีละราว 30,000 ดอลลาร์ (กว่า 1 ล้านบาท) รวมถึงกระทบชิ่งไปยังอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยยุโรปที่เกือบ 10% ซึ่งบางประเทศเกินกว่านี้ไปเยอะแล้วด้วย 

แต่นั่นก็ไม่ใช่ความเห็นใจที่พี่หมีต้องสน เพราะเกมสงครามพ่วงสงครามพลังงาน คือ แต้มต่อที่ทำมาเพื่อให้คนที่ไม่ง้อต้องถูกเชือดโชว์!!

อย่างล่าสุดโปแลนด์ และ บัลกาเรีย ที่ค้างชำระค่าก๊าซรัสเซียเป็นเงินรูเบิล ก็ถูกบริษัท Gazprom รัสเซีย "เชือดไก่ให้ลิงดู" ไม่ต่อสัญญาขาย พร้อมระงับการจ่ายก๊าซจากท่อยามาลในทันที จนสร้างความตระหนกให้ชาติยุโรปอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่เกินครึ่งกลัวกันหัวหดว่ารัสเซียจะเชือดนิ่มๆ แบบ 2 ชาตินั้นบ้าง จึงแห่กันไปเปิดบัญชีกับ Gazprombank ของรัสเซียร่วม 10 ประเทศ เพื่อเตรียมคุกเข่าศิโรราบจ่ายค่าก๊าซเป็นรูเบิล และมีอีก 4 ประเทศ เอาตัวรอดหนีตายจ่ายค่าก๊าซเป็นรูเบิลไปก่อนแล้ว เหลืออีก 13 ประเทศใน EU ยังเขิน เก้ๆ กังๆ 

‘ทิพานัน’ เผยนายกฯ ชวนสวมใส่ผ้าไทย ร่วมเฉลิมพระเกียรติ “พระพันปีหลวง”

‘ทิพานัน’ เผยนายกฯ ชวนคนไทยสวมใส่ผ้าไทยเฉลิมพระเกียรติ 90 พรรษา “พระพันปีหลวง” พร้อมสนองพระราชปณิธานส่งเสริมงานผ้าไทย เครื่องประดับ เครื่องใช้และสินค้าชุมชนแบบครบวงจร แก้ปัญหาความยากจนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ร่วมสวมใส่ผ้าไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565  เป็นการสนองแนวพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทบ.แจง พลทหาร หนีออกจากหน่วย ระบุ มีพฤติกรรมเสพยาเสพติดมาก่อนประจำการ หน่วยตรวจพบ สั่งพิจารณาปรับปรุงวินัย และหลบหนีไป

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่ มารดาของ พลทหาร พนา เบ็ญจวรณ์ สังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ได้ประกาศตามหาบุตรชายที่หายออกไปจากหน่วยทหารเมื่อ 11 มี.ค. 65 พร้อมร้องผ่านมูลนิธิกระจกเงาและสื่อมวลชน ขอให้ช่วยตรวจสอบและตามหาลูกชายนั้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า ทางหน่วยต้นสังกัดได้จัดชุดติดตามและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้นำชุมชนบุคคล ในภูมิลำเนาช่วยในการติดตามค้นหาตั้งแต่เกิดเหตุ รวมทั้งใช้เครือข่ายด้านการข่าวของกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตรวจและติดตาม  ที่สำคัญได้อำนวยความสะดวกและแจ้งความคืบหน้าในการติดตามตัวให้กับมารดาและครอบครัวรับทราบและร่วมในการติดตามอย่างต่อเนื่อง

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับ พลทหาร พนา เป็นทหารกองประจำการผลัด 2/2564 สังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ ซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดมาก่อนที่จะประจำการ และหน่วยต้นสังกัดได้ตรวจพบว่ามีการลักลอบเสพและตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย จึงพิจารณาปรับปรุงวินัยลักษณะเน้นการอบรมตักเตือนเรื่องยาเสพติดและเจ้าตัวได้ลงนามในหนังสือยอมรับการสอบสวน เมื่อ 10 มี.ค. 65 

ต่อมาเมื่อ 11 มี.ค. 65 หลักฐานจากกล้องวงจรปิดของหน่วยพบว่า พลทหารรายนี้ได้หนีออกจากหน่วยทหารเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น.  หน่วยต้นสังกัดจึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนและได้จัดชุดออกติดตามทันที จนถึงปัจจุบัน พร้อมแจ้งให้ทางครอบครัวรับทราบ รวมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ รวมถึงบุคคลในพื้นที่ภูมิลำเนา เพื่อบูรณาการข้อมูลข่าวสาร ช่วยกันติดตามค้นหาในทุกเส้นทางหรือตามที่ญาติแจ้งความประสงค์ให้ไปตรวจสอบ

ทบ. เสียใจเกิดเหตุ กำลังพล วิวาท ยาย 71 ขายล๊อตเตอรี่ พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัย 

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่คุณยายอายุ 71 ปี ผู้ขายล๊อตเตอรี่ เข้าร้องเรียน ว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทกับทหารชั้นประทวนเกี่ยวกับการขายฉลาก บริเวณ ถ.ประชาธิปไตย แขวงบางขุนพรหม กทม. เมื่อ 27 เม.ย.65 มี่ผ่านมา ว่า กองทัพบกรับทราบข่าวดังกล่าว และได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นนายทหารชั้นประทวน สังกัด กรมกำลังพลทหารบก

ขณะนี้ต้นสังกัดได้เรียกเจ้าตัวมาให้ข้อมูลและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว เบื้องต้นแม้เป็นเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างบุคคล แต่เมื่อเกิดการร้องเรียนว่ามีการใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเกินกว่าเหตุและไม่เหมาะสม ทางต้นสังกัดจะได้พิจารณาลงโทษตามวินัยทหารตามพฤติกรรมที่ปรากฎต่อไป  ส่วนการแจ้งดำเนินคดีตามกฎหมายก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละฝ่าย  

"รองฯรอย"สั่งการ ทีม ปส. เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ทำลาย 3 เครือข่ายยาเสพติด 9 จังหวัด ตรวจค้น 38 จุด ยึดทรัพย์กว่าร้อยล้านบาท

ที่จังหวัดสระบุรี พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.ตร. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติ เร่งสืบสวนขยายผลผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดและยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่ง พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. จึงได้สั่งการให้ บช.ปส. เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ 9 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ,สระบุรี, ลพบุรี, สมุทรปราการ, นนทบุรี, ชลบุรี, อยุธยา, นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี รวม 38 จุด โดยให้กวาดล้างจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่และกวาดล้างยาเสพติดที่แพร่ระบาดในแหล่งชุมชน รวมทั้งพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง และยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินการตามมาตรการยึดทรัพย์ตามกฎหมายต่อไป

ซึ่งกรณีนี้ พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.วิวัฒน์ สีลาเขต ผบก.ขส. และพล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด บก.ปส.2 , บก.ขส. และ บก.ปส.4ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และหน่วยข่าวกรองทหาร ศูนย์ปฏิบัติการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้ร่วมกันปิดล้อม ตรวจค้น ใน 9 จังหวัด รวม 38 จุด โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ดังนี้(1) น.ส.สุทธิตา สิงห์เคน อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 58 ม.5 ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 242/2565 ลง 4 เม.ย.65 ข้อหา สนับสนุนช่วยเหลือ , สมคบฟอกเงิน(2) น.ส.กมล ไชยฤกษ์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/3 ม.3 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดเวียงสระ ที่ 26/2565 ลง 10 ก.พ.65 ข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน(3) นายพงษ์พันธ์ ทิพย์เกิด อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/8 ม.2 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดเวียงสระ ที่ 25/2565 ลงวันที่ 10 ก.พ.65 ข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน

พร้อมด้วยยาเสพติดของกลาง ยาบ้า 5 กระสอบ ประมาณ 1,900,000 เม็ด , ยาอี ประมาณ 50,000 เม็ดและยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ ได้แก่ บ้านและสิ่งปลูกสร้าง 6 หลัง , รถยนต์ 25 คัน , จยย. 17 คัน , อาวุธปั่น 2กระบอก , กระเป๋าแบรนด์เนม , เงินสดในบัญชีธนาคาร , เครื่องประดับ รวมทั้งสิ้นมูลค่าประมาณ 108 ล้านบาท

การจับกุมนางสุทธิตา(ผู้ต้องหาลำดับที่ 1) บก.ปส.2 ได้สืบสวนติดตามเครือข่ายขนยาเสพติดจากแนวชายแดนโดยขนผ่าน จ.เลย เข้าสู่พื้นที่ส่วนกลาง โดยมีการจับกุม น.ส.สุทธิตา สิงห์เคน (ผู้ต้องหา ลำดับที่ 1) สืบเนื่องจาก บก.ปส.2 บช.ปส. ได้จับกุมขบวนการขนยาบ้ารายใหญ่ ซึ่งขนยาบ้าจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้านมุ่งหน้าสู่พื้นที่ชั้นใน โดยจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า 12 ล้านเม็ด ได้ที่ อ.ภูกระดึง จ.เลย และขยายผลจับกุมเคตามีน 51 กก. ไอซ์ 516 กก. และรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับ น.ส.สุทธิตา กับพวกซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการนี้ ต่อมาวันที่ 28 เม.ย.65 บช.ปส. ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจคันกวาดล้างจับกุมขบวนการยาเสพติด และสามารถจับกุม สุทธิตา สิงห์เคน ได้ขณะปิดล้อมตรวจคันที่บ้านเลขที่ 32/3 ต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี จากนั้น ได้ติดตามไปตรวจค้นและยึดทรัพย์ผูเกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้หลายรายการ ได้แก่ บ้านและสิ่งปลูกสร้าง ร้านค้ารถยนต์ รถจักรยานยนต์เงินสดในบัญชี กระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องประดับ รวมมูลค่าประมาณ 90.9 ล้านบาท

จากการสืบสวนหาข่าวเพื่อเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบความเคลื่อนไหวของขบวนการขนยาเสพติดจากแนวชายแดน ผ่าน จ.เลย จะขนยาเสพติดล็อตใหญ่เข้าสู่ส่วนกลางอีก โดยสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 3 เม.ย.65เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 และ บก.ขส. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา พร้อมยาบ้าจำนวน 6 ล้านเม็ด ที่บริเวณตลาดไท อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกันกับที่ขนยาเสพติดจากแนวชายแดน ผ่านมาทาง จ.เลย การจับกุมดังกล่าวทำให้กลุ่มผู้รับจ้างขนยาเสพติดไม่ได้ค่าจ้างในครั้งก่อน จึงจะทำการ "ซ่อมงาน" คือขนลงมาใหม่ อีกครั้ง โดยจะมีการขนยาเสพติดจากแนวชายแดน ผ่าน จ.เลย ลงมาสู่ส่วนกลางเหมือนเคย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนจับกุม 

จนต่อมา เมื่อวันที่ 26 เม.ย.65 เวลาประมาณ 08.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก. ปส.2 และ บก.ขส. ได้ร่วมกันจับกุม นายไตรภพ ยอโง้กับพวกรวม 5 คน ได้พร้อมยาบ้า 5 กระสอบ (จำนวน 1.9 ล้านเม็ด) ยาอี 50,000 เม็ด และรถยนต์ 3 คัน ได้ที่ ม.6 ต.โพสะ อ.เมือง จ.อ่างทอง นำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.2 ดำเนินคดี

ก.แรงงาน ปิดอบรมหลักสูตรพัฒนาข้าราชการบรรจุใหม่ของกระทรวงแรงงาน รุ่นที่ 30

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาข้าราชการบรรจุใหม่ของกระทรวงแรงงาน รุ่นที่ 30 ณ ห้องประชุม Urbrino ชั้น 5 โรงแรม เดอะ พาลาสโซ รัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร โดยมีนายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน  นายขัตติยะ แพนเดช ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางาน และนายสมพงษ์ คล้อยแคล้ว ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมให้เกียรติในพิธีฯ ดังกล่าว

นายบุญชอบ กล่าวว่า ขอให้ข้าราชการใหม่ทุกคนเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของกระทรวงแรงงาน ตระหนักถึงความสำคัญในบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในฐานะข้าราชการที่ดี ทุกคนต้องเป็นข้าราชการรุ่นใหม่ที่ใฝ่เรียนรู้ มุ่งพัฒนาตนเองให้ทันยุคทันสมัย รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในด้านต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีความสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาปรับใช้และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

'กอบศักดิ์' วิเคราะห์ สัญญาณบวกนักท่องเที่ยวไหลสู่ไทย หลังสี่แยกหลักการเดินทางของภูมิภาค เริ่มพลุกพล่าน!!

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ภาพเล็กๆ ที่มีความหมาย !!!

เมื่อตอนต้นเดือนเมษายน ได้เดินทางผ่านสนามบินสิงคโปร์

สิ่งที่คิดขึ้นมาในใจทันที ก็คือ..

"เริ่มฟื้นแล้ว"

จากที่เงียบเหงา แทบไม่มีใครเดิน ในช่วงปีที่แล้ว

สนามบินเริ่มกลับมาเปิดร้านค้าอีกครั้ง แม้ว่ายังไม่ 100%

แต่ก็เปิดเกินครึ่ง

แต่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ 'นักเดินทาง'

นักเดินทาง เริ่มเดินกันขวักไขว่อีกรอบ 

สนามบินสิงคโปร์เป็นจุดต่อเชื่อมที่สำคัญของการบินโลก 

การที่สี่แยกหลักของทางการเดินทางของภูมิภาค เริ่มพลุกพล่านอีกครั้ง 

เป็นสัญญาณว่า ต่อไปนักท่องเที่ยวกำลังกลับมา 

และจะมาที่ประเทศไทยต่อไป 

ปศุสัตว์แจ้งเตือนพร้อมรับมือ หลังจีนพบไข้หวัดนกในคนเป็นครั้งแรก

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ เตรียมความพร้อม และป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ อาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทันที เพื่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการ ควบคุมโรคทันที

ทั้งนี้ยอมรับว่า แม้ว่าประเทศไทยจะไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วเป็นระยะเวลา 14 ปี แต่ก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม และป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทย หลังจากเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2565 คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติประกาศพบผู้ป่วยไข้หวัดนก H3N8 ในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน เป็นเด็กชาย อายุ 4 ขวบ มีอาการมีไข้และมีอาการอื่นๆ โดยบ้านผู้ป่วยได้เลี้ยงไก่และกา อีกทั้ง มีเป็ดป่าอยู่รอบๆ บ้าน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนได้ดำเนินการสังเกตอาการและสุ่มตัวอย่างจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และไม่พบความผิดปกติใดๆ

ก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H3N8 ในม้า สุนัข นก และแมวน้ำ จากทั่วโลก แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วย H3N8 ในมนุษย์มาก่อน ทั้งนี้ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติกล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้นระบุว่าเชื้อดังกล่าว มีความสามารถในการแพร่เชื้อสู่มนุษย์และความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในวงกว้างอยู่ในระดับต่ำ

“พี่เอ้”ลงพื้นที่ย่านบางพลัด  บอกใจเกินร้อยลุยหาเสียงไม่หยุด ลั่นจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนแรก แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำทะเลหนุน ที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน

ที่ตลาดวัดรวก เขตบางพลัด นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางพลัด หมายเลข 6 และ นายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต ส.ส. กทม. ร่วมกันเดินแนะนำตัวขอเสียงสนับสนุนที่ตลาดวัดรวก และทักทายชุมชนตลาดวัดรวก อย่างเป็นกันเอง ซึ่งได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนทั้งพ่อค้า แม่ค้า และพี่น้องประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของเป็นอย่างดี

โดยนายสุชัชวีร์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เขตบางพลัดมาหลายครั้ง พบว่าต้องประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำทะเลหนุน ทำให้เขตบางพลัดได้รับความเดือดร้อนมาก ตนจะจัดการปิดล้อมแนวกั้นที่เป็นฟันหลอให้หมด และในอนาคตเรื่องของน้ำทะเลหนุนนั้น ตนมีความตั้งใจว่าจะเป็นผู้ว่าฯ คนแรกที่ดำเนินการเรื่องนี้ เพราะปัญหาดังกล่าวต้องใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี หากไม่เริ่มวันนี้ มันจะสายเกินไป

“ผมมีใจเกินร้อย เพราะยิ่งเดินยิ่งมั่นใจ ได้พบปะพี่น้องประชาชนตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ และต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนจริงๆ ที่ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน บอกได้เลยว่า สุชัชวีร์ เบอร์ 4 จะเป็นผู้ว่าฯ ที่ดี ไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง”นายสุชัชวีร์ กล่าว

“อนุทิน” ลั่นละครยังไม่จบอย่าด่วนสรุปปมข่าวลือโหวตล้มนายกฯ เชื่อ“ประยุทธ์”ไม่กังวลการโหวต มั่นใจ ภท.ไม่แตกแถว อุปตอบข่าวนายกฯสำรอง ชี้มีกลไกตามขั้นตอนอยู่แล้ว 

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกระแสข่าว ส.ส.รวมตัวโหวตคว่ำนายกรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ว่า ละครยังไม่จบอย่าเพิ่งไปด่วนสรุปอะไร ทั้งนี้เมื่อวานตนอ่านข่าว ท่านนายกฯก็ไม่ได้มีความกังวลว่าการโหวตจะเป็นอย่างไร และท่านบอกว่ามั่นใจในการชี้แจงตอบข้อสงสัยข้อซักถามของพรรคฝ่ายค้าน

ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนก็ต้องไปทำการบ้านเสริมข้อมูล หรือชี้แจงในส่วนที่ถูกพาดพิงหน่วยงานที่ตัวเองรับผิดชอบ ทั้งนี้ทุกคนก็ต้องทำการบ้าน ฝ่ายค้านก็ต้องทำอย่างเต็มที่ในการหาข้อมูลมาชี้ข้อบกพร้องของรัฐบาล ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องทำอย่างเต็มที่ที่จะต้องชี้แจงว่าสิ่งที่ถูกกล่าวหานั้น แท้จริงเป็นอย่างไร มีการแก้ไขมีการปฏิบัติอย่างไร ความจริงเป็นย่างไร และเอาข้อมูลมาชี้แจงตอบข้อซักถามให้ผู้แทนประชาชนฟัง ถ้าตอบได้ดีเขาก็ไว้วางใจ ถ้าตอบไปไนมาสามวาสองศอกเขาก็ไม่ไว้วางใจนี่คือความสวยงามของประชาธิปไตย 

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีการแตกแถวตอนโหวต นายอนุทิน ถามกลับว่า “เคยไหมล่ะ” พร้อมกล่าวว่า เราให้อิสระกับลูกพรรคทุกคน ไม่ใช่ว่าเราไปบังคับใครได้ ส.ส.ทุกคนเป็นผู้ทรงเกียรติ ไปบังคับไม่ได้ แต่ความที่เป็นปึกแผ่น ต้องมีการประชุมหารือก่อนจะลงมติ ไม่ใช่ว่าทุกคนเห็นด้วยกันหมด แต่คนที่มีความเห็นต่างเห็นแย้งก็ต้องมาชี้แจงกัน  แต่ก็ต้องเคารพกติกาว่ามติของพรรคอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น ตนคิดว่าเป็นสปิริตทางประชาธิปไตย เราต้องเคารพในเสียงข้างมาก 

“ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราอยู่ด้วยกันเป็นรัฐบาล ถ้าไม่มีใครที่ทำความผิด ทุจริตอย่างเห็นชัดเจน พิสูจน์ได้ แบบนี้ก็อย่าไปโหวตให้เขา แต่หากเป็นการกล่าวหาที่เขาชี้แจงได้ เป็นเพียงเกมการเมือง เราก็ต้องเคารพมติของพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะให้โหวตอย่างไร ทุกอย่างอยู่ที่สปิริต อยู่ที่ดุลยพินิจของ ส.ส.แต่ละคน แต่ก็ต้องดูว่าการอยู่ร่วมกันเป็นอย่างไร การไปโหวตแหกคอกไป ก็ต้องคิดว่ารัฐมนตรีแต่ละคนก็ต้องมีพรรคมีพวก เดี๋ยวก็ไม่จบไม่สิ้น การเมืองก็จะไม่นิ่ง เพราะฉะนั้นต้องนึกถึงภาพรวมเป็นใหญ่ ประคองรัฐบาลให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็เหลือเวลาเพียง 10 เดือน ดังนั้นทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”นายอนุทินกล่าว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top