Friday, 26 June 2026
Hard News Team

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชาสัมพันธ์การบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เริ่มใช้ 1 มิถุนายน 2565 รวมถึงการรักษาสิทธิของประชาชนที่เป็นเจ้าข้องข้อมูลตามกฎหมาย

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนประชาสัมพันธ์ถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หากผู้ที่เป็นเจ้าของข้อมูลพบการกระทำผิด การละเมิด หรือกระทบสิทธิตามกฎหมายก็สามารถดำเนินการทั้งในทางอาญา ทางแพ่ง หรือทางปกครองตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2565 นี้ 

เนื่องจากปัจจุบันมีการล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก จนสร้างความเดือดร้อนหรือความเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นการล่วงละเมิดดังกล่าว ทำได้ โดยง่าย สะดวก และรวดเร็ว ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม จึงกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการทั่วไปขึ้นมา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เล็งเห็นถึงความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรมและเกิดประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาอาชญากรรมและดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำชับให้หน่วยงานต่างๆ ในสังกัดที่เกี่ยวข้องเร่งทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว และสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจถึงสาระสำคัญของกฎหมาย  โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็พร้อมที่จะบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยความเป็นธรรม เกิดประสิทธิภาพ สมกับเจตนารมณ์ที่มีการประกาศบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้นมา

โดยกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ย่อมาจาก คำว่า Personal Data Protection Act B.E. 2562 (2019) กฎหมายว่าด้วยการให้สิทธิกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การสร้างมาตรฐานการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัย และนำไปใช้อย่างถูกวัตถุประสงค์ตามคำยินยอมที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต สำหรับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 ซึ่งได้เลื่อนให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 
กฎหมายฉบับนี้จะมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองและให้สิทธิกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงได้สร้างมาตรฐานให้กับบุคคลหรือนิติบุคคลในการเก็บข้อมูล รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการใช้ข้อมูล หรือเพื่อการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้หากผู้ใดหรือองค์กรใดไม่ปฏิบัติตามนั้น มีโทษทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และโทษทางปกครองหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

โดยสาระสำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้  มี 3 ประเด็นหลัก ดังนี้...
1.เจ้าของข้อมูลต้องให้ความยินยอม (Consent) ในการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ผู้เก็บรวบรวม ผู้ใช้ แจ้งไว้ตั้งแต่แรกแล้วเท่านั้น กล่าวคือ ต้องขออนุมัติจากเจ้าของข้อมูลก่อน เช่น หากแอปพลิชันหนึ่งจะเก็บข้อมูลบัตรเครดิตของเราไว้ในระบบ ก็ต้องมีข้อความให้เรากดยืนยันเพื่อยินยอม พร้อมแจ้งวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม และการใช้ หากเราไม่ยินยอมให้ใช้ข้อมูลบัตรเครดิต ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันนั้นก็ไม่สามารถ  ใช้ข้อมูลบัตรเครดิตของเราได้ เป็นต้น

2.ผู้เก็บรวบรวมข้อมูลต้องรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือถูกเข้าถึงโดยผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล เช่น สถานพยาบาลจะต้องเก็บข้อมูลของผู้ป่วยให้เป็นความลับและไม่เปิดเผยให้กับผู้อื่น ธนาคารต้องเก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น

3.เจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์การขอเข้าถึง การโอน การแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตน เป็นต้น

หากมีการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบฯ ก็จะมีความผิดตาม มาตรา 79 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรโดยมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นฯ ตามมาตรา 79 วรรคสอง ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  อีกทั้งหากล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.นี้ ถ้าผู้นั้นนำไปเปิดเผยแก่ผู้อื่น ตามมาตรา 80 วรรคหนึ่ง  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงมีความผิดในทางปกครอง ตามมาตรา 82-90 โดยมีโทษปรับทางปกครอง 500,000 – 5,000,000 บาท อีกทั้งผู้เสียหายอาจใช้สิทธิเรียกร้องในทางแพ่งหรือความผิดตามกฎหมายอื่นได้อีกด้วย

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ส.ค.ส.) มีหน้าที่กำหนดมาตรฐานในการเก็บรวบรวมข้อมูล การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงให้ความรู้และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ภาครัฐ เอกชน และบุคคลทั่วไปให้มีความเข้าใจและสามารถรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอย่างปลอดภัย อีกส่วนคือ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีหน้าที่พิจารณาเรื่องร้องเรียนเมื่อมีการละเมิด ตรวจสอบผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทต่าง ๆ  

ขอฝากให้ประชาชนศึกษาข้อกฎหมายดังกล่าว เพื่อประโยชน์และสิทธิของตัวท่านในฐานะบุคคลทั่วไปหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนจะให้ข้อมูลสำคัญ ควรมีการเก็บบันทึกเป็นหลักฐานไว้ หรือมีการขอสำเนาของเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จะได้ใช้เป็นหลักฐานในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีหน้าที่พิจารณาเรื่องร้องเรียนตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ หรือใช้ในการดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย 

รวมถึงฝากเตือนการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่เว็บไซต์/แอปพลิเคชัน ที่มีการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เช่น การทำงานของเว็บไซต์/แอปพลิเคชัน จะเชื่อมต่อระบบสมาชิกกับเฟซบุ๊ก มีการขอชื่ออีเมลและรายชื่อเพื่อนในเฟซบุ๊กของเรา หากเห็นว่าไม่จำเป็นที่ต้องให้ข้อมูลก็สามารถคลิกเพื่อไม่ยินยอม  ซึ่งถือเป็นการคุ้มครองข้อมูลของตนเองด้วยอีกส่วนหนึ่ง ไม่ควรรีบยินยอมหรือให้เข้าถึงข้อมูลโดยที่ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดของขอบเขตการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลให้ชัดเจนเสียก่อน

‘กอบศักดิ์’ ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ไม่ฉุดตลาดหุ้น หลัง ปธ.เฟด ส่งสัญญาณไม่ใช้ยาแรงขึ้นดอกเบี้ย 0.75%

‘กอบศักดิ์’ ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ไม่กระทบตลาดหุ้น เหตุมี ‘ประโยคทอง’ ของประธานเฟดช่วยให้ตลาดสบายใจ ส่งสัญญาณไม่ใช้ยาแรงขึ้นดอกเบี้ย 0.75%

วันที่ 5 พฤษภาคม 2565 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ ถึงการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ล่าสุดว่า เมื่อคืนนี้หลายคนคงไม่ยอมนอน รอลุ้นว่า เฟดจะตัดสินใจอย่างไร และคงสงสัยว่า ทำไมตลาดหุ้น Dow Jones ถึงสุดท้ายแล้วขึ้นถึง 932 จุด เพราะตั้งแต่เช้า ตลาดแกว่งไปมาเล็กน้อย Dow Jones บวกลบไม่ถึง 100 จุด

เมื่อคืนนี้ก็ได้ติดตาม ‘ลุ้น’ ไปพร้อมกับทุกคน สำหรับผลการประชุมออกมาตอนช่วงตี 1 บ้านเรา โดยรวมต้องบอกว่า ‘ตามคาด’ เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.5% และจะถอนสภาพคล่องกลับในอัตราเดือนละ 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่อาจดีกว่าคาดเล็กน้อย ก็คือ ‘ไม่เริ่มเลย’ แต่จะรอไปเริ่ม 1 มิถุนายน และช่วง 3 เดือนแรก เฟดจะลองดูดสภาพคล่องกลับประมาณ 4.75 หมื่นล้านดอลลาร์ (หรือครึ่งหนึ่ง) ของระดับที่ตั้งใจไว้ก่อน

จากที่นโยบายเฟดออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย ตลาดจึงปรับตัวเล็กน้อยเช่นกัน แกว่งตัวบวกขึ้นไปอีกนิด

แต่เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย และเป็นหมัดเด็ด เป็น Highlight ของเมื่อคืนนี้ ตอนตี 1 ครึ่ง คือ การแถลงข่าวของประธานเฟด ตลาดก็กลับมาที่เดิม คือ บวกประมาณ 90 จุด จากนั้นก็ถึงช่วงสำคัญ และถึง ‘จุดเปลี่ยน’ ที่ทำให้ตลาดกลับมาคึกคัก

โดยมีการส่งสัญญาณว่า กรรมการเฟดยังคิดจะขึ้น 0.5% อีก 2-3 ครั้งในช่วงการประชุมข้างหน้า แต่ไม่ใช่ขึ้นแค่ครั้งนี้และครั้งหน้า ตามที่ทุกคนคาดการณ์กัน

ไม่น่าแปลกใจ ด้วยคำพูดที่แรงและแนวการขึ้นดอกเบี้ยที่น่าจะมากกว่าตลาดคาดไว้เล็กน้อยเช่นกัน ในช่วงการอ่านแถลงการณ์ ตลาดก็ค่อย ๆ ตก จากที่บวก 90 จุด ก็กลายมาเป็นลบเล็กน้อย

สิ่งที่น่าติดตามที่สุดระหว่างการแถลงข่าวเมื่อคืน อยู่ที่ช่วงถามตอบ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ที่เฟดเชิญนักข่าวมาที่อาคาร และได้ซักถามกันต่อหน้าเป็นเวลาเกือบ 40 นาที

โดย ‘ประโยคทอง’ ที่ทำให้ตลาดเปลี่ยนจากที่เคยซึม ๆ กลายเป็นกระทิงเปลี่ยว ทำให้เหวี่ยงขึ้นมาประมาณ 1,000 จุด เป็นผลจากคำถามที่ 2 ที่นักข่าวจาก CNBC ที่ถามถึงการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดว่า ‘มีโอกาสไหมที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยที่ 0.75%’

เด่นสง่าริมเจ้าพระยา ‘วัดกาลหว่าร์’ วัดคริสต์คู่กรุงรัตนโกสินทร์ บนแผ่นดินพระราชทานจาก รัชกาลที่ 1 

วัดกาลหว่าร์ พ.ศ. 2564

วัดคริสต์คู่กรุงรัตนโกสินทร์
ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 

บนแผ่นดินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ให้ชาวคาทอลิกโปรตุเกสในสยาม

ตอบแทนพระราชินีมาเรียแห่งโปรตุเกสที่พระราชทาน "ปืน" 
ช่วยสยามรบในสงครามเก้าทัพ กับพระเจ้าปดุงแห่งกองบอง


ที่มา : https://www.facebook.com/532544466865594/photos/a.532552690198105/4407909315995737/


👍มาหลงกรุงไปด้วยกันได้ที่ : https://thestatestimes.com/tag/หลงกรุง

ก่อนอำลา ล้ง 1919!! ยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน จากท่าเรือขนส่งสินค้า สมัยร. 4 สู่โครงการศูนย์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก

ก่อนอำลา ล้ง 1919 คลองสาน (กลางภาพ)

สร้างปี ค.ศ. 1850 ในสมัยรัชกาลที่ 4
โดย พระยาพิศาลศุภผล (ชื่น พิศาลบุตร) เป็นท่าเรือขนส่งสินค้า

ตัวเลข 1919 มาจากปี ค.ศ. 1919
ปีที่นายตัน ลิบ บ๊วย (ต้นตระกูลหวั่งหลี) เข้ามาถือครองและรับช่วงต่อจาก “ตระกูลพิศาลบุตร” ปรับเปลี่ยนเป็นอาคารสำนักงานและโกดังเก็บสินค้า สำหรับกิจการการค้าด้านการเกษตรของตระกูลหวั่งหลี ที่ขนมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา

ค.ศ. 2017 ทายาทตระกูลหวั่งหลี ทำศูนย์การค้าและท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่อ "ล้ง 1919"

ค.ศ. 2020-2021 มหาภัยพิบัติ COVID19 ถล่มโลกและประเทศไทย

ค.ศ. 2021 ปิด "ล้ง 1919" ทายาทตระกูลหวั่งหลี ให้กลุ่มสิริวัฒนภักดีเช่า 64 ปี มูลค่าลงทุนรวม 3,436 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเช่า 1,269.2 ล้านบาท และเงินลงทุนในการพัฒนาโครงการ 2,166.8 ล้านบาท

'เซเลนสกี้' โวย 'ตุรกี 2 มาตรฐาน' ทำตัวเป็นคนกลาง แต่กลับอ้าแขนรับนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ แห่งยูเครน วิพากษ์วิจารณ์ตุรกีเมื่อวันจันทร์ (2 พ.ค.) ต่อการใช้มาตรการต่าง ๆ ดึงดูดกระตุ้นนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย ทั้งที่ขณะเดียวกัน อังการาพยายามรับบทบาทเป็นคนกลางในการเจรจาสันติภาพระหว่างเคียฟกับมอสโก

เซเลนสกี้ ให้สัมภาษณ์กับ ERT สถานีโทรทัศน์กรีซ ว่า ตุรกีกำลังแสดงออกถึงความ 2 มาตรฐาน เพราะว่าพวกเขาทำตัวในฐานะคนกลางสำคัญช่วยยุติปฏิบัติการรุกรานยูเครนของรัสเซีย แต่ขณะเดียวกัน กลับกำลังเตรียมการสำหรับเป็นจุดหมายปลายทางต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย

เซเลนสกี้ ระบุอีกว่า ด้านหนึ่งตุรกีทำตัวเป็นคนกลาง และสนับสนุนยูเครนด้านมาตรการต่าง ๆ ที่สำคัญ แต่อีกด้านหนึ่งที่เราเห็น ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงเวลาเดียวกันนี้พวกเขากำลังเตรียมการเส้นทางการท่องเที่ยวหลายเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวรัสเซีย คุณไม่สามารถจัดการมันด้วยแนวทางนั้น มันคือ 2 มาตรฐาน

ทั้งนี้ รัฐบาลตุรกี ได้วางกรอบแผนการสำหรับปล่อยกู้ราว 300 ล้านดอลลาร์แก่บริษัทท่องเที่ยวของตุรกีที่ทำธุรกิจกับรัสเซีย และเพิ่มเที่ยวบินทั้งขาออกและขาเข้าจากมอสโก และเมืองอื่น ๆ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมแก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของพวกเขา ในขณะที่การท่องเที่ยวตุรกีพึ่งพานักท่องเที่ยวรัสเซียเป็นหลัก

'สุริยะ' ปลื้ม!! คะแนนประเมินกองทุนฯ เอสเอ็มอีสูงขึ้นต่อเนื่อง เล็งยกระดับ 'กลุ่ม BCG - อุตฯ เป้าหมาย' เพิ่มต่อ

'สุริยะ' เผยผลประเมินการดำเนินงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีปีบัญชี 2564 มีผลคะแนนสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังดำเนินมาตรการด้านสินเชื่อ และพัฒนาผู้ประกอบการให้มีผลิตภาพเพิ่มขึ้นเป็นไปตามเป้าหมาย ตั้งเป้าพัฒนาต่อยอดธุรกิจกลุ่ม BCG และอุตสาหกรรม S-Curve ในประเทศเพิ่มขึ้น พร้อมปรับปรุงระบบดิจิทัลรองรับการให้บริการกลุ่มเป้าหมาย และใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วเต็มประสิทธิภาพ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงรายงานผลประเมินการดำเนินงาน ประจำปีบัญชี 2564 ของสำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จากกรมบัญชีกลาง และ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ว่า ปีนี้กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ กระทรวงอุตสาหกรรม มีผลคะแนนเท่ากับ 4.098 คะแนน ซึ่งสูงขึ้นจากปีบัญชีก่อนหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถดำเนินมาตรการด้านสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย ควบคู่กับการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีผลิตภาพเพิ่มขึ้น และที่สำคัญ คือ การปรับปรุงระบบดิจิทัลเพื่อรองรับการให้บริการกลุ่มเป้าหมาย และใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้บริหารเพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 

รัฐบาลอิสราเอล จี้ ‘รัสเซีย’ ขอโทษ หลังรัฐมนตรีต่างประเทศอ้าง ‘ฮิตเลอร์’ มีเชื้อสายยิว

รัฐบาลอิสราเอลแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงกรณี เซียร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย อ้างว่า “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” มีเชื้อสายยิว ระบุเป็นความผิดพลาดชนิดที่ “ให้อภัยไม่ได้” และเป็นการลดทอนความเลวร้ายของโศกนาฏกรรมสังหารหมู่ชาวยิวโดยน้ำมือของพวกนาซี (holocaust)

ผู้นำตะวันตกหลายประเทศต่างออกมาคัดค้านคำพูดของ ลาฟรอฟ รวมถึงประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนที่กล่าวหามอสโกว่า “ลืมบทเรียนจากสงครามโลกครั้งที่ 2” ไปหมดแล้ว

กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลได้เรียกเอกอัครราชทูตรัสเซียเข้าพบและเรียกร้องให้รัฐบาลหมีขาว “ขออภัย” ในความเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่

“คำพูดโกหกหลอกลวงเหล่านี้ถือเป็นการให้ร้ายชาวยิวเกี่ยวกับอาชญากรรมอันชั่วร้ายที่สุดในโลกที่กระทำต่อพวกเขา” นัฟตาลี เบนเนตต์ นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุในถ้อยแถลง

“การนำเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวยิวมาใช้เพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองจะต้องหยุดลงทันที”

จุดเริ่มต้นของเสียงประณามอื้ออึงนี้มาจากการที่ ลาฟรอฟ ไปให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์อิตาลีเมื่อวันอาทิตย์ (1 พ.ค.) โดยพิธีกรได้ถามเขาว่าเหตุใดรัสเซียจึงพูดว่าจำเป็นต้อง “ทำลายความเป็นนาซี” ของยูเครน ในเมื่อประธานาธิบดีเซเลนสกี เองก็มีเชื้อสายยิว

“เมื่อพวกเขาพูดว่า ‘ความเป็นนาซียังไงกัน? ในเมื่อพวกเราก็เป็นชาวยิว’ อืม... ผมคิดว่า ฮิตเลอร์ เองก็มีเชื้อสายยิวนะ ฉะนั้นมันไม่มีความหมายหรอก” ลาฟรอฟ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Rete 4 ผ่านล่ามชาวอิตาลี

“เป็นเวลานานแล้วที่เรามักได้ยินชาวยิวผู้เฉลียวฉลาดกล่าวว่า กลุ่มคนที่ต่อต้านเซมิติกมากที่สุดก็คือคนยิวเอง” รัฐมนตรีรัสเซียกล่าวเสริม

เซเลนสกี ได้แถลงผ่านคลิปวิดีโอว่า การที่รัสเซียยังคงนิ่งเฉยกับคำพูดของ ลาฟรอฟ “แปลว่าผู้นำรัสเซียลืมบทเรียนจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปหมดแล้ว หรือไม่พวกเขาก็อาจจะไม่เคยเรียนรู้เลย”

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ออกมาติเตียนคำพูดของ ลาฟรอฟ โดยระบุว่า “ทั่วโลกมีหน้าที่จะต้องออกมาตอบโต้คำกล่าวอ้างที่เลวทรามและอันตรายเช่นนี้”

ครม.ผุดแผนพัฒนาฯ ฉบับ 13 ตั้งเป้าหลัก 5 ข้อ ฉุดพ้นปท.รายได้ปานกลาง รายได้ต่อหัว 3 แสนบาท

เมื่อเวลา 13 .40 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่13 พ.ศ. 2566-2570 เพื่อทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเรามีการออกแบบแผนนี้มาจากฐานคิด 4  ประการ 

1.) เศรษฐกิจพอเพียง 
2.) ความสามารถในการที่จะล้มแล้วลุกให้ไว เดินไปข้างหน้าให้ได้ 
3.) เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ 
และ 4.) การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนวียน เศรษฐกิจสีเขียว  

‘ชัชชาติ’ ยันไม่หวนคืนการเมืองสนามใหญ่ หลัง ‘วิษณุ’ ระบุติดลิสต์นายกฯ สำรอง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ยืนยันว่า จะไม่กลับไปเล่นการเมืองสนามใหญ่ หลังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า นายชัชชาติ เป็นผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีสำรอง ซึ่งไม่ทราบวิธีเอารายชื่อออก อีกทั้งตนเองมาทางการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชัดเจนแล้ว จึงขอมุ่งเน้นไปที่สนามผู้ว่าฯ กทม. พร้อมยืนยันว่าไม่เคยทำผิดกฎหมาย และไม่เคยซื้อเสียงเลือกตั้ง ซึ่งข่าวที่ปล่อยออกมาเป็นข่าวปลอม และมองว่าเริ่มมีการพยายามใส่ร้ายป้ายสี โดยขอให้แข่งขันกันที่นโยบาย


ที่มา : https://mgronline.com/uptodate/detail/9650000041973

ผบ.ตร. เปิดสูตรแก้หนี้ตำรวจ เป้าปลดหนี้ผู้ใต้บังคับบัญชา 3 แสนล้านบาท ยกเคส ช่วย ‘ตร.หญิง’ หนี้ 1.8 ล้าน จากการค้ำประกัน

ผบ.ตร. เปิดสูตรแก้หนี้ตำรวจ เป้าปลดหนี้ผู้ใต้บังคับบัญชา 3 แสนล้านบาท ยกเคส ช่วย ‘ตร.หญิง’ หนี้ 1.8 ล้าน จากการค้ำประกัน

พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ เปิดสูตรแก้หนี้ตำรวจ ตั้งเป้าปลดหนี้ 3 แสนล้านบาท แก้แล้ว 2,000 ราย กลุ่มสีแดงหนี้ท่วมขั้นวิกฤต ยกเคส ตร.หญิง หนี้ 1.8 ล้านบาท จากการค้ำประกัน เล่าโครงการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน พร้อมไอเดีย “สร้างแบรนด์” เพิ่มรายได้ครอบครัวตำรวจ

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์เว็บไซต์ Policenewsvarieties เผยแพร่เมื่อ 1 พฤษภาคม 2565 ถึงการแก้ปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจ โดยระบุว่า ถึงเรื่องงานบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ฝากเป็นการบ้านให้กับผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติรุ่นต่อไป 

“ในด้านการบริหารจะมีเรื่องแก้ปัญหาหนี้สินตำรวจ สร้างบ้านพักสวัสดิการ อยากให้ทำต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องหนี้ตำรวจ หลังจากรวมหลายรอบพบว่าตำรวจมีหนี้ 300,000 กว่าล้านบาท โดยแก้ปัญหาไปได้แล้ว 2,000 กว่าราย”

พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ เผยว่า จากการสำรวจระดับหนี้ของข้าราชการตำรวจ พบว่า กว่า 97% เป็นสีเขียว คืออยู่ในวิสัยที่ยังผ่อนได้ 2% สีส้ม คือร่อแร่ และ 1% สีแดงที่เข้าขั้นวิกฤต ตอนนี้ความเร่งด่วนคือแก้ปัญหากลุ่มสีแดง ซึ่งกลุ่มนี้ช่วยแก้ปัญหาไปแล้ว 2,000 ราย

ผบ.ตร. เล่าว่า วันก่อน คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ มาเล่าให้ฟังว่า มีตำรวจหญิงคนหนึ่งมาเล่าให้ฟัง ดีใจจะร้องไห้บอกว่า เป็นหนี้อยู่ 1.8 ล้านบาท หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แต่เกิดจากการไปค้ำประกัน พอมีโครงการแก้ปัญหาหนี้ จึงสมัครเข้าโครงการ ก็เลยช่วยกันเจรจาปรับดอกเบี้ย ตัดลงไปเหลือ 400,000 บาท เขาดีใจมาก

“หลัก ๆ ของเราคือการทำรีไฟแนนซ์ สมมติว่าต้นทุนเงินกู้แพง ดอกเบี้ยเงินกู้ก็ต้องแพง โดยต้องดูดอกเบี้ยเงินฝากสหกรณ์ว่าเท่าไหร่ ถ้าดอกเบี้ยเงินฝากแพง แสดงว่าต้นทุนแพง เขาจะมาให้กู้ดอกเบี้ยถูก เป็นไปไม่ได้ เราก็พยายามหาสหกรณ์ที่อยากมาเข้าโครงการของเราเพื่อช่วยเหลือตำรวจ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล สมัครเป็นสหกรณ์ต้นแบบ อาจจะแก้ปัญหาแรก ๆ ก่อน รายที่มีหนี้ท่วมมาก ๆ อาจทำรีไฟแนนซ์ให้เฉพาะรายนั้นไป”

“ธนาคารออมสินเขายินดีมาช่วยเรา ดอกเบี้ยเขาไม่เกิน 2 บาท สมมุติต้นทุนมาไม่เกิน 2 บาท ถ้าเราปล่อยสัก 4 บาท สหกรณ์ก็ยังอยู่ได้ แทนที่จะ 7 - 8 บาท แต่อย่างนี้ จะทำทุกคนไม่ได้ มันจำกัด และด้วยสัญญาเดิมที่มีต้นทุนเก่า เพราะฉะนั้นต้องค่อย ๆ ถ่ายเทกันไป ส่วนสหกรณ์ไม่ได้อยู่ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขาเป็นอิสระ เขามีการเลือกตั้งประธานสหกรณ์ บางทีเป็นตำรวจที่เกษียณแล้ว จึงอยู่ที่การเจรจา” ผบ.ตร. เผยวิธีแก้ปัญหาหนี้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชา

พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ ย้ำถึงการแก้หนี้ว่า ขอให้ผู้บริหาร ผู้บังคับการ ผู้กำกับการ เข้าใจหลักการ แล้วก็เอาหลักการไปประยุกต์ใช้เป็นราย ๆ ไป ไปคุยกับเจ้าหนี้ให้ลูกน้อง แต่เป้าหมายของเราไม่ใช่ 1 - 2% เป้าหมายเราคือ 97% กับเป้าหมายที่ 2 คือ คนที่ไม่ได้อยู่ใน 100% นี้ ที่เป็นตำรวจเข้าใหม่

ผบ.ตร. เผยว่า สำหรับ “ตำรวจเข้าใหม่” ใช้วิธีการสร้างภูมิคุ้มกันหนี้ ให้วัคซีนทางการเงิน ป้องกันการสร้างหนี้ 

“ตอนนี้ สมาคมแม่บ้านตำรวจไปให้ความรู้เกี่ยวกับการออม การบริหาร การใช้เงิน โครงการ Money Management & Investment เสียงตอบรับดี แล้วก็พยายามขยายไปทุก ๆ หลักสูตรการศึกษาของตำรวจ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top