Sunday, 28 June 2026
Hard News Team

‘วิษณุ’ แจงเหตุทำ กม.แยกจากสมรสชาย-หญิง ชี้ กฎหมายคู่ชีวิต ไม่จำเป็นต้องเหมือน ‘คู่สมรส’

‘วิษณุ’ เผยร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต มีรายละเอียดต่างกับการสมรสชาย-หญิง จำเป็นต้องทำกฎหมายแยก คาดเสร็จทันรัฐบาลนี้ รับเป็นเรื่องอ่อนไหว

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต ซึ่งพรรคก้าวไกลมีความเห็นว่าทำไมไม่จัดทำให้เหมือนการสมรสของชาย-หญิงทั่วไป ว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไปรับฟังความคิดเห็นกันมาว่าอย่างไรก็ไม่เหมือนคนทั่วไป เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องทำให้เหมือน ซึ่งบางประเทศใช้แบบนี้ เพราะเหตุนี้บางพรรคฝ่ายค้านเห็นว่าไม่ต้องทำพ.ร.บ.คู่ชีวิต แต่ให้แก้ประมวลกฏหมายแพ่ง เช่น จากเดิมที่เป็นชายกับหญิง ก็เปลี่ยนเป็นชายกับชาย หญิงกับหญิง แต่ตนคิดว่า เป็นคนละระบบและต้องคู่ขนานกัน

“เหมือนกับมีประมวลกฏหมายแพ่งว่าด้วยบริษัท แต่เมื่อวันหนึ่งมีบริษัทมหาชน จะเข้าไปแทนบริษัทในประมวลกฏหมายแพ่งเลยก็ไม่ได้ จึงต้องออกเป็นพ.ร.บ.มหาชนอีกฉบับหนึ่ง เพราะมีรายละเอียดแตกต่างกันเช่นเดียวกับ พ.ร.บ. คู่ชีวิตของคนเพศเดียว จะมีความแตกต่างที่ไม่เหมือนชายกับหญิง” นายวิษณุ กล่าว

'วิสาร' ชี้ 8 ปี 'ประยุทธ์' คนไทยจนเพิ่มขึ้น 10 ล้านคน ลั่นอภิปรายไม่ไว้วางใจพุ่งเป้า 'บิ๊กตู่' ปฏิรูปล้มเหลวทุกด้าน

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคฝ่ายค้านพุ่งประเด็นไปที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องผลการบริหารงานที่ผ่านมา 8 ปี ล้มเหลวทุกด้านโดยเฉพาะการแก้ปัญหาประเทศที่ไม่สามารถ พาประชาชน ก้าวข้ามความยากจนไปได้เลย

ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่พลเอกประยุทธ์ รับปากไว้ไม่เคยทำได้แม้แต่เรื่องเดียว ไม่สามารถปฏิรูปประเทศได้เลย เมื่อทำไม่ได้ มักอ้างปัญหารัฐบาลที่ผ่านมาทั้งเรื่องการบริหารการเงินการคลัง อ้างผลจากโครงการจำนำข้าว แต่ไม่พูดถึงการทุ่มงบประมาณให้เหล่าทัพ 8 ปี ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้าน อยากถามพลเอกประยุทธ์ นี่หรือคือผลการปฏิรูปกองทัพนายพลกว่า 1,500 คนนั่งตากแอร์ไปวันๆ ไม่มีงานทำ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงไม่เคยสั่งการให้เฝ้าระวังกลุ่มบุคคลสัญชาติอิหร่านและคนไทยมุสลิมชีอะห์ที่อาจแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงไม่เคยสั่งการให้เฝ้าระวังกลุ่มบุคคลสัญชาติอิหร่านและคนไทยมุสลิมชีอะห์ที่อาจแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศ

ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างอิงเว็บไซต์สำนักข่าว Bangkok Post ที่อ้างว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีข้อสั่งการลับไปยังหน่วยงานในสังกัดให้เฝ้าระวังกลุ่มบุคคลสัญชาติอิหร่านและคนไทยมุสลิมชีอะห์ที่อาจแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศซึ่งเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อ

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน นั้น พล.ต.ต.เขมรินทร์ หัสศิริ ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนให้ทราบว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง สำนักงานตำรวจแห่งชาติมิได้มีการสั่งการให้เฝ้าระวังกลุ่มบุคคลข้างต้น 

พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้กองการต่างประเทศตรวจสอบยืนยันกับประเทศที่เกี่ยวข้อง ผ่านช่องทางตำรวจสากลเกี่ยวกับการจับกุมคนร้ายที่ประเทศอินโดนีเซียในปี 2564 ผลปรากฏว่าทางการตำรวจอินโดนีเซียมิได้มีการประสานข้อมูลการข่าวกับทางการตำรวจไทยในการขยายผลถึงบุคคลอื่นที่อาจมี ส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ ในประเด็นที่เกี่ยวกับความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มี การประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องในการรักษาสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC 2022  ในปีนี้ 

อนุดิษฐ์ ตอก “โฆษกทัพเรือ” เมินยุทธศาสตร์ชาติ มุ่งซื้อโดรน UAV ของนอก ทั้งที่ไทยผลิตเองได้-ถูกกว่าเท่าตัว

“อนุดิษฐ์” ขยี้ปม “ทัพเรือ” จัดซื้อโดรน UAV 4 พันล้านบ.แต่ไร้อาวุธติดตั้ง หวั่นขอซื้ออาวุธทีหลังแล้วมีปัญหา ติดใจไม่สนยุทธศาสตร์ชาติ ที่เน้นส่งเสริมอุตฯป้องกันประเทศของไทย ยัน สทป.ผลิตได้เหมือนกัน แถมราคาถูกกว่าเท่าตัว สอนมวย “โฆษก ทร.” ตอบไม่ตรงคำถาม ยิ่งทำให้คนสงสัยว่ามีเบื้องหลังหรือไม่อย่างไร

จากกรณีที่ พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ออกชี้แจงกรณีที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่อภิปรายในระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ถึงโครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ประจำฐานบินชายฝั่ง ของกองทัพเรือ วงเงิน 4,070 ล้านบาทๅ ว่ามีความโปร่งใส และมีการแข่งขันราคาที่เป็นธรรมนั้น

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องขอเน้นย้ำว่า ประเด็นที่ตนตั้งข้อสังเกตขึ้นมานั้น เป็นไปเพื่อปกป้องภาษีของพี่น้องประชาชนที่จะถูกใช้จ่ายไปอย่างไม่คุ้มค่า หรือที่แย่ไปกว่านั้นอาจเข้าข่ายการทุจริตประพฤติผิดมิชอบ จึงขอให้กองทัพเรือช่วยชี้แจงชัดๆก่อนว่า ในเมื่อกองทัพเรือระบุความต้องการจัดหา UAV ที่สามารถใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายได้ ทำไมจึงตัดเรื่องการส่งมอบอาวุธที่ต้องมาพร้อมกับ UAV ทิ้งไป เพราะการที่กองทัพเรืออ้างว่าสามารถจัดหาอาวุธมาติดตั้งได้ภายหลังนั้น ย่อมย้อนแย้งกับความต้องการในการจัดหา UAV ติดอาวุธของตัวเอง เพราะขอเงินภาษีประชาชนกับสภาผู้แทนราษฎร โดยบอกว่าจะไปซื้อ UAV ติดอาวุธ 3 ลำ ด้วยเงิน 4,070 ล้านบาท แปลว่า กองทัพเรือต้องซื้อ UAV ที่สามารถปฏิบัติภารกิจโจมตีเป้าหมายได้ แต่สุดท้ายกลับไปเซ็นสัญญาซื้อ UAV จำนวน 7 ลำ แต่ไม่ซื้ออาวุธมาด้วย ซึ่งแปลความว่า หลังจากการจัดซื้อครั้งนี้แล้ว กองทัพเรือต้องตั้งงบประมาณเพื่อจัดหาอาวุธมาติดตั้งให้ UAV อีก

“แล้วคราวนี้ไม่ใช่ยอดแค่ 3 ลำ แต่ต้องจัดหาอาวุธมาให้ทั้ง 7 ลำ แล้วสภาฯจะไปอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมให้อีกได้อย่างไร เพราะให้ไปตั้ง 4 พันล้านบาทแล้วเพื่อไปซื้อ UAV ติดอาวุธ แต่กลับได้มาแค่ UAV ที่ไม่มีอาวุธ เพราะฉะนั้นคำถามของผม ตรงไปตรงมาแบบนี้ ขอให้กองทัพเรือช่วยตอบให้ตรงคำถามด้วย” น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุ

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญไปกว่านั้น หากในอนาคตกองทัพเรือของบประมาณไปซื้ออาวุธมาติดตั้งเพื่อนำไปปฏิบัติภารกิจ แต่ประเทศผู้ขายปฏิเสธไม่ขายให้กับประเทศไทย กองทัพเรือช่วยตอบด้วยว่าจะให้ใครรับผิดชอบ UAV ติดอาวุธ ที่ปฏิบัติภารกิจไม่ได้ เรื่องนี้ต้องบันทึกไว้เลยว่าตกลงใครต้องรับผิดชอบ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะซ้ำรอยกับเรือดำน้ำที่ซื้อเครื่องยนต์เยอรมันมาติดตั้งไม่ได้ แต่ไม่เห็นมีใครออกมารับผิดชอบให้เป็นไปตามสัญญา ส่วนประเด็นที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) มีเอกสารยืนยันว่า ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการผลิต UAV ขนาดกลาง หรือ MALE UAV (Medium Altitude Long Endurance) ตาม TOR เดียวกันกับที่กองทัพเรือซื้อด้วยราคาที่ถูกกว่าเท่าตัวนั้น โดยกองทัพเรือซื้อจากต่างประเทศ 4 พันล้านบาท แต่ผลิตในประเทศราคาประมาณ 2 พันล้านบาท แต่กองทัพเรือชี้แจงว่าได้ตรวจสอบแล้วยังไม่มีบริษัทในประเทศเคยผลิต UAV ตาม TOR ที่กองทัพเรือต้องการนั้น แต่บริษัทของประเทศอิสราเอลที่กองทัพเรือไทยสั่งซื้อ UAV นั้น วันแรกที่กองทัพอิสราเอลสั่งซื้อ UAV ลำแรกจากบริษัทนี้ ทางบริษัทก็ไม่เคยผลิต UAV แบบนี้มาก่อนเช่นกัน แต่บริษัทก็สามารถสร้างขึ้นมาตามความต้องการของกองทัพอิสราเอล โดยหลังจากบริษัทส่งมอบ UAV ลำแรก กองทัพอิสราเอลก็สั่งซื้อมาเรื่อยๆ จนอุตสาหกรรมด้าน UAV ของอิสราเอล เป็นสินค้าส่งออกไปหลายประเทศในขณะนี้

“การที่กองทัพเรือชี้แจงว่า ได้ตรวจสอบแล้วยังไม่มีบริษัทในประเทศเคยผลิต UAV ตาม TOR ที่กองทัพเรือต้องการนั้น คำตอบเช่นนี้ไม่ควรออกมาจากกองทัพเรือได้เลย เพราะแปลว่ากองทัพเรือไม่ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ที่เป็น S Curve ตัวที่ 11 ตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติเลยแม้แต่น้อย กรณีที่ของประเทศอิสราเอล วันแรกที่กองทัพเขาสั่งกับบริษัทในประเทศก็ยังไม่มีการผลิตเช่นกัน แต่ตอนนี้เขาสามารถผลิตแล้วจำหน่ายไปทั่วโลกแล้ว ถือเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของประเทศโดยแท้ เรื่องแบบนี้ทำไมกองทัพเรือถึงไม่เอาเป็นตัวอย่าง” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

'เกาหลีใต้-สหรัฐฯ' ส่งฝูงบิน 20 ลำ สำแดงเดช เตือนเปียงยางอย่าคิดทดสอบนิวเคลียร์

เกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา สำแดงแสนยานุภาพทางอากาศร่วมกัน เพื่อให้ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้เห็นในวันอังคาร (7 มิ.ย.) ระหว่างการเดินทางเยือนของ 'เวนดี เชอร์แมน' รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอเมริกา ผู้ซึ่งเตือนว่าจะตอบโต้อย่างหนักหน่วงและชัดเจน หากว่าเปียงยางทำการทดสอบนิวเคลียร์

การสำแดงแสนยานุภาพทางอากาศร่วมกันในครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องบินรบ 20 ลำ ในนั้นรวมถึงเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35A มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธชนิดจากพื้นดินสู่พื้นดินจำนวน 8 ลูกไปตกที่นอกชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลีเช้าวันจันทร์ (6 มิ.ย.) ซึ่งเป็นการตอบโต้ที่เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยใกล้ติดต่อกันถึง 8 ลูกเมื่อวันอาทิตย์ (5 มิ.ย.)

กองทัพเกาหลีใต้ระบุในถ้อยแถลงว่า "เกาหลีใต้และสหรัฐฯ แสดงถึงความสามารถอันแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในการโจมตีอย่างรวดเร็วและแม่นยำต่อการยั่วยุใดๆ ของเกาหลีเหนือ" พร้อมระบุว่าพันธมิตรทั้งสองกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดและกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือจะดำเนินการยั่วยุอีก

ถ้อยแถลงนี้ถูกเผยแพร่ออกมาหลังจาก เชอร์แมน พบปะกับ โช ฮยุน-ดง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้ ในกรุงโซล หารือกันในประเด็นเกาหลีเหนือ หลังจากเปียงยางทำการยิงทดสอบขีปนาวุธเป็นชุดๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้ และพวกนักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่าเกาหลีเหนือกำลังเตรียมการกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง หลังหยุดไปนาน 5 ปี

"สนธิรัตน์" แนะ รัฐต้องกล้าตัดสินใจ เร่งหาแหล่งพลังงานราคาถูก และชี้แจงประชาชน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์  เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ ข้าวแกง อาหารตามสั่งขึ้นราคา อย่างกะเพราไข่ดาว 1 จานนี้วันนี้ 55 บาทแล้ว  ตนได้รับคำตอบว่า ที่ราคาขึ้นก็เพราะผัก และหมูแพง แถมแก๊สก็จะขึ้นราคา อย่างนี้ต้องเรียกว่าต้นทุนขึ้น ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

เรื่องราคาน้ำมันแพง วันนี้รัฐบาลทำอยู่ 2 อย่าง คือ ชดเชยจากเงินกองทุนน้ำมัน กับ ลดภาษี เพราะราคาน้ำมันดิบที่ผ่านมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม ก็อยู่ในระดับที่สูงกว่า 110 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มว่าอาจจะไปแตะ 120 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ได้ และตอนนี้กองทุนน้ำมันฯ ก็ติดลบอยู่กว่า 8 หมื่นล้านบาท (สิ้นเดือนพฤษภา) ถ้าจะกู้มาใช้มาช่วย ก็ต้องคิดว่า เราจะมีหน้าตักตรงนี้ได้นานอีกแค่ไหน

'อดีตผกก.โจ้' รับโทษจำคุกตลอดชีวิต กรณีคลุมถุงดำฆ่าทารุณผู้ต้องหา

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ตลิ่งชันศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้อง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ หรือ โจ้ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ กับพวกรวม 7 คน ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต 

ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายและ ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157, 288, 289 (5), 309 วรรค 2 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561มาตรา 4,172

สืบเนื่องจากนายจิระพงษ์หรือมาวิน ธนะพัฒน์ ผู้เสียชีวิต ซึ่งถูกจับและควบคุมไว้ในคดียาเสพติดและถูกฆ่าถึงแก่ความตายขณะอยู่ในความความควบคุมของเจ้าพนักงาน เมื่อช่วงระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม พ.ศ.2564 ที่ สภ.นครสวรรค์

โดยวันนี้จะเป็นการอ่านคำพิพากษา ผ่านระบบ Video Conference ไปยังเรือนจำให้จำเลยทั้ง 7 คน เนื่องจากสถานการณ์โควิด

ไทย สมายล์ บัส  และ อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต นำรถและเรือพลังงานไฟฟ้า โชว์ นายกรัฐมนตรี พิธีเปิดท่าสาทรและท่าช้าง พร้อมขานรับนโยบายการเดินทางไร้มลพิษ

วันที่ 8 มิ.ย. 65 เวลา 8.45 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางมา ณ ท่าเรือสาทร พร้อมชมรถเมล์พลังงานไฟฟ้า ของบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB ผู้นำระบบแพลตฟอร์มการให้บริการนวัตกรรมรถเมล์พลังงานไฟฟ้า โดยมีนายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ให้การต้อนรับ

ไทย สมายล์ บัส เป็นรถเมล์ไฟฟ้า ให้บริการสาธารณะในรูปแบบวิถีใหม่ เน้นความปลอดภัย เป็นมิตรแก่สิ่งแวดล้อมและเพื่อความประทับใจในการให้บริการ รวมถึงยังมีแอปพลิเคชัน ทีเอสบี โก (TSB GO) ในการติดตามรถโดยสารด้วยระบบจีพีเอส ปัจจุบันไทย สมายล์ บัส ให้บริการ ทั้งหมด 8 เส้นทาง จำนวน 112 คัน และในอนาคตจะให้บริการอีก 71 เส้นทาง

“เกรซ กาญจน์เกล้า" ร้องดีอีเอส ปิดเพจ อ้างชื่อลวงแฟนคลับลงทุนทิพย์ หลายล้านบาท 

“ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส รับเรื่องร้องเรียนจากนักแสดงชื่อดัง “เกรซ กาญจน์เกล้า” ถูกแอบอ้างชื่อเปิดเพจหลอกลวงแฟนคลับ หลอกลวงร่วมลงทุนธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์ทิพย์ ล่าสุดแจ้งเฟซบุ๊กเร่งปิดกั้นเพจปลอม และประสานงานตำรวจแกะรอยเส้นทางบัญชีโอนเงินมิจฉาชีพ กร้าวคดีนี้ผิดทั้ง กม.อาญา พ.ร.บ.คอมพ์ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ และกฎหมาย PDPA

วันนี้ (8 มิ.ย. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมกับ พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (รองผบก.สอท.1) แถลงข่าว "เกรซ  กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า นักแสดง เดินทางมายื่นเรื่องต่อรมว.ดิจิทัลฯ พร้อมแจ้งความออนไลน์ กรณีถูกปลอมเฟซบุ๊ก” พร้อมเรียกร้องปิดเพจปลอมทันที 

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ นักแสดงชื่อดัง นางสาวกาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า (เกรซ กาญจน์เกล้า) เดินทางมาร้องเรียนกรณีถูกแอบอ้างชื่อและรูปภาพ ไปสร้างเพจ 'เกรซ กาญจน์เกล้าFc!' และมีพฤติกรรมจ่ายเงินค่าโปรโมทโพสต์ (Boost Posts) กับเฟซบุ๊ก ให้มียอดคนจำนวนมากเห็นโพสต์ และหลอกลวงมาร่วมลงทุนทำธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์กับเกรซ มีผู้เสียหายจำนวนมาก ขณะที่ตัวนักแสดงก็ได้รับผลกระทบจากการเสียชื่อเสียงด้วย

โดยหลังรับทราบว่ามีมิจฉาชีพนำชื่อไปอ้างเปิดเพจ เมื่อวานนี้ (7 มิ.ย. 65) ทางเกรซ กาญจน์เกล้า ได้โพสต์ชี้แจงแฟนคลับว่า “เนื่องด้วยเกรซได้รับทราบข้อมูลจาก พี่บุ๋ม ปนัดดา ว่ามีบุคคลแอบอ้างสร้างเพจ 'เกรซ กาญจน์เกล้าFc!' โดยนำเพจดังกล่าวไปบูสท์โพสต์หลอกให้ร่วมลงทุน หลายล้านบาท โดยอ้างว่าทำธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์กับเกรซ จนมีผู้เสียหายหลายรายได้นำเรื่องราวทั้งหมดมาแจ้งให้ทางทีมพี่บุ๋มทราบ ทั้งนี้หลังทราบเรื่องเกรซไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงขอชี้แจงว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์นี้ รวมถึงจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุดค่ะ”

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ล่าสุดได้ประสานกับทางเฟซบุ๊ก เพื่อทำการปิดกั้นเพจปลอมดังกล่าวแล้ว ขณะเดียวกัน เตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยพฤติกรรมของมิจฉาชีพดังกล่าว อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 (2) และมาตรา 343 วรรคสอง กระทำความผิดฐานฉ้อโกง แสดงตนเป็นคนอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท 

มาตรา 14 (1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

และมาตรา 16 ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท

รวมทั้ง อาจเข้าข่ายฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 27  (2) เผยแพร่งานลิขสิทธิ์ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความรับผิดทางทางแพ่งมาตรา 77 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

‘นายกฯ’ เร่งปลูกข้าวบาสมาติป้อนตลาดซาอุฯ ต่อยอดสัมพันธ์สินค้าเกษตร ‘ไทย-ซาอุฯ’

(8 มิ.ย.65) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ส่งเสริมและผลักดันความร่วมมือทางด้านสินค้าเกษตร ระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย ให้มีความก้าวหน้า มีพัฒนาการอย่างเป็นรูปธรรม หลังกรมการข้าวเตรียมต่อยอดจากการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปซาอุดีอาระเบีย และเห็นถึงศักยภาพในการขยายความร่วมมืออย่างใกล้ชิดทางด้านการเกษตร 

นายธนกร กล่าวว่า นายกฯ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างไทยและซาอุดีฯ เดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการเกษตร ชลประทาน ปศุสัตว์และประมง, ฮาลาล, อุตสาหกรรมเกษตร และเทคโนโลยีเกษตร โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกรมการข้าว ครั้งที่ 6 ประจำปีงบประมาณ 2565 เพราะเห็นถึงโอกาสของข้าวไทยจากสถานการณ์ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่ประเทศไทยมีความมั่นคงและสามารถรับมือได้น่าพอใจ ได้รับผลกระทบขาดแคลนอาหารน้อย จึงเป็นโอกาสของไทย ที่จะขับเคลื่อนนโยบายตอบโจทย์ความต้องการ นอกจากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันศึกษาหาช่องทางปลูกข้าวบาสมาติ ที่ไทยเคยปลูกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เพื่อขยายตลาดของไทยในซาอุดีฯ ที่มีความต้องการข้าว 30 ล้านตัน เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรมการปลูกข้าวให้มากขึ้น และเสริมศักยภาพด้านการส่งออกข้าวไทยในตลาดโลกให้มีอำนาจต่อรองยิ่งขึ้น 

นายธนกร กล่าวว่า นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงาน พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่ดำเนินงานเพื่อประโยชน์กับประเทศ และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย และซาอุดีฯ โดยเชื่อมั่นในความรู้ ความสามารถของคนไทยประสบการณ์ที่สืบทอดภูมิปัญญาการปลูกข้าวมาอย่างยาวนาน และยินดีที่สถานการณ์ส่งออกข้าวในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 ระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค. มีอัตราการส่งออกเพิ่มขึ้น 48.5% อยู่ที่ 1.76 ล้านตัน สูงสุดในรอบ 5 ปี เป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 ของโลก โดยตั้งเป้าส่งออกข้าวในปีนี้รวมกว่า 7 ล้านตัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top