Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

มิจฉาชีพเหิมเกริม!! สร้างเว็บไซต์ราชการปลอม หวังหลอกปชช. จุดสังเกตต้องลงท้ายด้วย '.go.th' ไม่ใช่ '.com'

เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 65 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์หน่วยงานรัฐ 'ระดับกรม' ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลหรือดักข้อมูลจากประชาชน แล้วโทรไปหลอกให้โอนเงินและอาจถึงขั้นเข้าทำธุรกรรมในมือถือทั้งหมดแทนเจ้าของ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าทำการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ปลอมแล้ว 

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ จึงขอเตือนประชาชนให้สังเกตชื่อเว็บไซต์ (URL) ให้ดี โดยเว็บไซต์ของกระทรวงและกรมต่างๆ จะลงท้ายด้วย '.go.th' ไม่ใช่ '.com'

ตัวอย่างเช่น กรมสรรพากรแจ้งเตือนเว็บไซต์ปลอม ใช้ชื่อ URL ว่า https://afdw7.com และมีปุ่ม 'คลิกเพื่อดาวน์โหลด' แตกต่างจากเว็บไซต์จริงของกรมสรรพากร ที่ใช้ชื่อว่า www.rd.go.th 

'ส.ส.เพื่อไทย' ถาม 'ประยุทธ์' แทนปชช. เงินประกัน 'เจอ-จ่าย-จบ' ต้องรออีกนานแค่ไหน? 

(12 ส.ค. 65) ขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงกรณีปัญหาประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับเงินประกันภัยโควิด-19 หลังจากที่รัฐบาลประกาศเพิกถอนใบอนุญาต 4 บริษัทประกันภัย และกองทุนประกันวินาศภัยที่รัฐตั้งขึ้นมาเป็นหน่วยงานที่จะต้องดูแลแก้ปัญหาและชำระหนี้ให้ประชาชน โดยมีประชาชนที่ทำประกันภัยโควิดอยู่ในเกณฑ์จะต้องได้รับการชำระเงินมากกว่า 670,000 แสนราย รวมเป็นเงินที่จะต้องชำระหนี้ให้ประชาชนมากกว่า 65,000 ล้านบาท แม้บางส่วนจะชำระไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีประชาชนไม่ได้รับเงินอีกมากกว่า 62,000 ล้านบาท 

แต่จนถึงวันนี้เป็นเวลานานนับปีแล้วประชาชนก็ยังไม่ได้รับเงินและที่ผ่านมารัฐบาลก็นิ่งเฉย จนประชาชนต้องมาร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นรัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า เมื่อไรประชาชนจะได้รับเงินจากการทำประกันภัยโควิดไว้ครบถ้วนทุกคน

“หากรัฐบาลไม่ดำเนินการแก้ปัญหาโดยเร็วเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะวันนี้กองทุนประกันวินาศภัยมีเงินอยู่แค่ 3,000 ล้านบาท ถ้าในภาวะปกติถือว่าเยอะมาก แต่ในภาวะที่กองทุนมีภาระที่จะต้องรับผิดชอบจ่ายเงินค่าประกันภัยโควิดให้ประชาชนมากกว่า 65,000 ล้านบาท แสดงว่าจะมีคนได้รับชำระเงินค่าประกันภัยโควิด ภายในปี 2565 นี้ เพียง 30,000 รายเท่านั้น แต่อีก 650,000 ราย จะยังไม่ไดัรับการชำระเงินภายในปีนี้ และอาจต้องใช้เวลามากถึง 103 ปี ถึงจะจ่ายให้ประชาชนได้ครบตามจำนวนทั้งหมด” ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าว

อินโดนีเซีย ไม่ร่วมด้วยกับ 'สหรัฐฯ' เทแผนจำกัดเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย

ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเสาะหาแรงสนับสนุนจากพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ในเอเชีย อย่างญี่ปุ่นและอินเดีย ในการกำหนดมาตรการจำกัดเพดานควบคุมราคาน้ำมันรัสเซีย แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่า อินโดนีเซียน่าจะปฏิเสธความพยายามล็อบบี้ดังกล่าว ซึ่งคาดหมายว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้

เอลิซาเบธ โรเซนเบิร์ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านต่อต้านเงินอุดหนุนก่อการร้ายและอาชญากรรมทางการเงิน อยู่ระหว่างเดินทางเยือนกรุงจาการ์ตา เป็นเวลา 2 วันในสัปดาห์นี้ เพื่อพบปะกับบรรดาผู้ช่วยรัฐมนตรีจากกระทรวงประสานงานกิจการทางทะเลและการลงทุน ผู้ช่วยรัฐมนตรีจากกระทรวงการคลัง ผู้ช่วยรัฐมนตรีจากกระทรวงพลังงานและทรัพยากรเหมือง รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของศูนย์รายงานและวิเคราะห์การทำธุรกรรมทางการเงิน เช่นเดียวบรรดาผู้นำภาคเอกชน

ระหว่างพบปะพุดคุยกับ โรเซนเบิร์ก ประณามสงครามที่ปราศจากการยั่วยุและไม่ชอบธรรมของรัสเซียในยูเครน และหารือถึงความพยายามต่างๆ ในการลดผลกระทบที่ลุกลามออกมาจากสงคราม ในนั้นรวมถึงความเป็นไปได้ของการจำกัดเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย ถ้อยแถลงของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุ

โรเซนเบิร์ก สานต่อความพยายามของ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่เคยเรียกร้องมาตรการนี้ระหว่างร่วมประชุมกับรัฐมนตรีคลังจี 20 และบรรดาผู้ว่าการธนาคารกลางประเทศต่างๆ เมื่อเดือนกรกฎาคม โดยคราวนั้น เยลเลน ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ศรีมุลยานี รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซีย และลูฮุท ปันด์จัยตัน ผู้ประสานงานกระทรวงกิจการทางทะเลและการลงทุน เรียกร้องให้พวกเขาสนับสนุนแผนกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย

ในตอนนั้น ศรีมุลยานี ตอบกลับเพียงว่า อินโดนีเซียจะพิจารณาผลที่ตามมาจากการจำกัดเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย เนื่องจากมันจะส่งผลกระทบต่อบรรดาประเทศผู้ผลิตน้ำมันทั้งหลาย รวมถึงประเทศผู้ซื้อด้วย

นอกเหนือจากอินโดนีเซีย สหรัฐฯ จะพูดคุยกับมาเลเซีย ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ด้วยเช่นกัน เพื่อโน้มน้าวให้สนับสนุนเป้าหมายของจี 7 ในการฉุดราคาน้ำมันรัสเซียให้ลดต่ำลง จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่วอชิงตันรายหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์กับจาการ์ตาโพสต์

ถ้าจาการ์ตาสนับสนุนข้อเสนอนี้ เจ้าหน้าที่วอชิงตัน ซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนามอ้างว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับอินโดนีเซียเอง เพราะว่าปัจจุบันรัฐบาลต้องใช้เงินจำนวนมากไปกับการอุดหนุนราคาน้ำมัน

ในปีนี้ อินโดนีเซียต้องจัดสรรงบประมาณไปแล้วกว่า 502 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 34,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากระดับ 170 ล้านล้านรูเปียห์ในปีที่แล้ว สำหรับอุดหนุนราคาพลังงาน สืบเนื่องจากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง ขณะที่ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ยอมรับเมื่อวันอังคาร (9 ส.ค.) ว่ามาตรการอุดหนุนน้ำมันในปัจจุบันนั้นใช้เงินมากเกินไป

ณ ที่ประชุมเมื่อเดือนมิถุนายน บรรดาผู้นำจี 7 บอกว่าจะพิจารณากำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย เพื่อควบคุมแหล่งเงินทุนทำสงครามของเครมลิน ด้วยที่คาดหมายว่ากลไกกำหนดเพดานนี้อาจเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 5 ธันวาคม บรรดานักวิเคราะห์คาดว่า อินโดนีเซีย ไม่น่าจะสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าวของจี 7 และพวกเขาคงอยากรอดูเสียก่อนว่าจีนกับอินเดีย จะเข้าร่วมในแผนการนี้หรือไม่

'ศิลปินแห่งชาติ' ถอดความบทกวีเวียดนาม 'ลูกแม่' ทุกสิ่งผูกสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่

(12 ส.ค. 65) เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ถอดความ บทกวี 'ลูกแม่' จากเวียดนาม ความว่า...

ลูกแม่

"ขอบประตูสวยดีสีเขียวทอง
นี้เป็นของใครกัน….นะแม่จ๋า…."
"ประตูเป็นของลูกเสมอมา"
"แล้วชิงช้า…สวนดอกไม้…ของใครกัน"

"ทั้งชิงช้า…สวนดอกไม้…ก็ของลูก"
"หนูจะปลูกดอกไม้ในสวนนั่น…
แล้วท้องฟ้าสีครามงดงามนั้น
ดวงตะวันสีทองเล่าของใคร"

"ทั้งท้องฟ้าดวงตะวันนั้นของลูก
ทุกสิ่งผูกสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่
เป็นของลูกทั้งหมดกำหนดไว้
ลูกจงได้ไตร่ตรองมองให้ดี
…แม้ตัวแม่นี้ก็ต้องเป็นของลูก"

"แม่จ๋าแม่พูดถูกทุกทุกที่
ลูกมีของมีค่ากว่าใครมี
มากกว่าใครในโลกนี้เป็นแน่แท้"

"ใช่แล้วลูกมีค่ากว่าใครปอง
ลูกมีของมีค่ากว่าใครแน่
แต่แม่มีมากกว่านั้นไม่ผันแปร… (แม่มีอะไรจ๊ะแม่)
แม่มีลูกของแม่….คนนี้ไง"
(แหมะวากอน แปลว่า แม่กับลูก)
*ถอดความจาก บทกวีเวียดนาม

นายกฯ สั่งเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวเข้าไทย คาด!! เป็นโอกาสฟื้นเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 12 ส.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวจีน 

โดยจากรายงานของ Global Times ระบุว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศปลายทางที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมามากที่สุด ภายหลังรัฐบาลจีนเริ่มผ่อนคลายให้ประชาชนในประเทศเดินทางออกนอกประเทศได้ ถือเป็นโอกาสสำคัญของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอย่างมากในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19

'อุตตม' โพสต์เรียกร้อง ส.ส. หยุดเล่นเกมส์การเมือง - มองแค่ประโยชน์พวกพ้อง ชี้ ปชช.จะเสื่อมศรัทธา

(11 สิงหาคม 2565) ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นกรณีสภาล่ม ระบุว่า ตนในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งต่อการทำหน้าที่ของพรรคการเมือง ในกรณีการประชุมร่วมของสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรียกง่ายๆว่ากฎหมายลูกเลือกตั้ง ที่ล่มแล้วล่มอีก จนสังคมตั้งข้อสงสัยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในระบบการเมืองของประเทศ และการปฏิบัติหน้าที่ของคนที่เขาเลือกเข้าไปเป็นผู้แทน  

ปัจจุบันบ้านเมืองอยู่ในภาวะหัวเลี้ยวหัวต่อ เผชิญวิกฤตและความเสี่ยงรอบด้าน ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง หนี้สินพอกพูน หากินยากลำบาก ซึ่งประชาชนต่างหวังว่าฝ่ายการเมืองจะทุ่มเทในการดูแลแก้ไขปัญหาให้อย่างเร่งด่วนและจริงจัง แต่ปรากฎว่าหลายคนกลับต้องมาเสียความรู้สึกกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในสภาครั้งนี้

ความคิดเห็นในมุมมองของประชาชน สูตรคำนวณ ส.ส. จะหาร 100 หรือหาร 500 คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด แต่กระบวนการพิจารณากฎหมายที่ล่มซ้ำซาก คงต้องตั้งคำถามว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของพรรคการเมืองในสภา ตามวิถีทางประชาธิปไตยที่เหมาะสมแล้วหรือไม่ อีกทั้งการกระทำดังกล่าวนั้น เป็นการใช้อำนาจที่ประชาชนมอบให้และใช้ภาษีของประชาชนไปในทางที่เหมาะสมแล้วหรือ

เปิดแล้ว! World HAPEX 2022 'ฮาลาลเพื่อสุขภาพหลังวิกฤติโควิด-19' พร้อมผนึกกำลัง 4 หน่วยงาน ลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนงานด้านฮาลาล

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสถาบันฮาลาล เปิดงานแสดงสินค้าและการประชุมสัมมนานานาชาติด้านฮาลาล 2565 (World HAPEX 2022) ภายใต้แนวคิด 'ฮาลาลเพื่อสุขภาพหลังวิกฤติโควิด-19' จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 - 14 สิงหาคม 2565 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยได้รับเกียรติจาก นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน พร้อมด้วย ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นายอับดุลรอหมาน กาเหย็ม ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย รศ. ดร.อิสมาแอ อาลี รองประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ผศ. ดร.อัสมัน แตอาลี ผู้อำนวยการ สถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจเข้าร่วมงาน

สำหรับการจัดงานแสดงสินค้าและการประชุมสัมมนานานาชาติด้านฮาลาล หรือ World HAPEX ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 10 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความสามารถและสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตสินค้าและบริการฮาลาลไทยสู่ตลาดฮาลาลโลก รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านวิชาการฮาลาลให้เกิดการพัฒนาสินค้าและบริการเชิงสุขภาพด้านสินค้าและบริการฮาลาลในยุค COVID-19

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ปาฐกถาพิเศษ 'ฮาลาลเพื่อสุขภาพหลังวิกฤตโควิด-19' โดย     ดร.ซอฟวาน มูฮัมหมัด ริฎอ อาลี อุฎอยบาต และผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบและรับรองด้านชารีอะห์ สำนักวินิจฉัยข้อชี้ขาดด้านศาสนา ประเทศจอร์แดน การเสวนาทางวิชาการจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียงด้านฮาลาลทั้งในและต่างประเทศ การประชุมองค์กรความร่วมมือด้านฮาลาลระดับนานาชาติ ในส่วนภาคภาษาอังกฤษเสวนาในหัวข้อเรื่อง 'ฮาลาลเพื่อสุขภาพหลังวิกฤติโควิด-19 ในประเทศอาเซียน' (Online) ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพประเทศบรูไน, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และประเทศไทย และภาคภาษาอาหรับ การเสวนาในหัวข้อเรื่อง 'กิจการฮาลาลไทยและจอร์แดน' ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทางคุณวุฒิประเทศจอร์แดน และบาห์เรน ในส่วนเสวนาภาษาไทย ได้แก่ หัวข้อ 'มาตรฐานตอยยิบันสู่การยกระดับผลิตภัณฑ์ฮาลาลชั้นพรีเมี่ยม และแนวทางการปรับตัวการท่องเที่ยวฮาลาลเชิงสุขภาพหลังวิกฤตโควิด-19' การเปิดตัวหลักสูตรโลจิสติกส์ฮาลาล และกิจกรรม Halal Business Matching

นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนฮาลาล และมีการแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ ประมาณ 200 ร้านค้า หลายหมวดหมู่สินค้า เช่น อาหารปรุงสด อาหารเครื่องดื่ม เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง ธุรกิจบริการ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของมุสลิมในภาคใต้ การแข่งขันอนาชีด การแข่งขันชาชัก และการแข่งขันอาหารฮาลาล เป็นต้น

‘คลัง’ เคาะ!! 5 กันยายน – 19 ตุลาคม 2565 ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม มติเห็นชอบการกำหนดระยะเวลาในการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 โดยจะเริ่มเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน – 19 ตุลาคม 2565 ทั้ง ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และลงทะเบียน ณ หน่วยงานรับลงทะเบียนในพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งช่วงเวลาในการเปิดรับลงทะเบียน หากตรงกับวันเสาร์ - วันอาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานรับลงทะเบียนแต่ละแห่ง

ส่วนการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ กระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนภายในเดือนมกราคม 2566 ผ่านทางเว็บไซต์ โดยสำหรับผู้ลงทะเบียนที่ผ่านคุณสมบัติของโครงการฯ จะต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ที่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน หรือธนาคารกรุงไทยฯ โดยสามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ขณะที่ผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านคุณสมบัติของโครงการฯ สามารถดำเนินการยื่นเรื่องอุทธรณ์ผ่านทางเว็บไซต์ หรือช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนดได้ตั้งแต่วันที่ 9 – 31 มกราคม 2566

ชาวเน็ตชื่นชม!! พ่อแม่สอนลูกอย่างใจเย็น หลังลูกกดซื้อของในเกม ยอดรวม 50,000 บาท

วันที่ 11 สิงหาคม 2565 โลกออนไลน์ได้แชร์คลิปวิดีโอจากผู้ใช้ TikTok @bankchartlimpsuwanindy ที่ได้เผยคลิปขณะพูดคุยกับลูกชายที่กดซื้อของในเกมเป็นเงิน 5 หมื่นบาท โดยคุณพ่อและคุณแม่ค่อย ๆ สอนให้ลูกชายเข้าใจสถานการณ์อย่างใจเย็น โดยไม่มีการพูดเสียงเกรี้ยวกราด หรือดุด่าแต่อย่างใด

พร้อมระบุข้อความว่า บทเรียนราคาแพงของลูก ซื้อของในเกม 50,000 บาท ม๊าลืมเปิดการขออนุญาตซื้อในแอป แนะนำทุกคนที่ลูกโตใช้มือถือเป็นแล้ว ตั้งตัวเราเป็นผู้ปกครอง และเปิดการขออนุญาตการซื้อทุกครั้ง

เวลาลูกซื้อของในเกมหรือในแอปอะไร จะมีแจ้งเตือนให้เรากดทุกครั้งว่าอนุญาตไหม บางทีลูกยังไม่เข้าใจว่าการโหลดการซื้อของต้องเสียตังค์จริง ๆ ในกรณีนี้ลูกเข้าใจว่าเล่นเกมล่าเหรียญได้ เลยซื้อของในเกม เป็นคนรวยในเกมเฉย

อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไปได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ชื่นชมผู้ปกครองที่มีสติ ใช้เหตุผลค่อย ๆ พูดคุยกับลูก ซึ่งหลังจากผ่านไป 1 วันได้มีคนเข้ามาชมคลิปดังกล่าวกว่า 1.8 ล้านครั้ง


ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/society/2469932

ชาวเน็ตแห่ดูคลิป #ผีน้อยเกาหลี ใน TikTok แนะนำการใช้ชีวิต-วิธีผ่านตม. ยอดวิวทะลุล้าน

ท่ามกลางข่าว ตม.เกาหลีใต้ ส่งคนไทยกลับประเทศนับร้อยคน แต่คนไทยบางส่วน และแรงงานผิดกฎหมายยังยอมเสียเงินเสี่ยงเดินทางไป หวังจะได้ทำงานในต่างแดน ขณะที่ในสื่อสังคมออนไลน์พบ #ผีน้อยเกาหลี ถึงขั้นมีคลิปแนะนำวิธีผ่าน ตม. ยอดคนรับชมหลักหมื่นถึงหลักแสน

หลังสถานการณ์ COVID-19 เริ่มผ่อนคลาย คนไทยหลายคนเริ่มวางแผนที่ต้องการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น บางคนเดินทางไปอย่างถูกกฎหมาย แต่ก็พบว่าบางส่วนได้มีการเดินทางไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะคนไทยที่เดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ มีจำนวนไม่น้อยที่เจ้าหน้าที่ ตม. ส่งกลับไทยทันที

ขณะที่ในแอปพลิเคชันยอดฮิตอย่าง Tiktok พบว่า #ผีน้อยเกาหลี และ #ผีน้อย มีผู้รับชมวิดีโอมากกว่า 5 ล้านครั้ง และมีคลิปวิดีโอจำนวนมากที่โพสต์คลิปบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ตั้งแต่แนะนำทั้งการเตรียมเอกสาร การลงทะเบียน การจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หรือแม้กระทั่งการแต่งกายเพื่อให้ผ่าน ตม.เกาหลีใต้

นอกจากนี้ ยังมีคลิปของผีน้อยที่ทำงานอยู่ในเกาหลีใต้แล้วอัดคลิปเล่าบรรยากาศการทำงาน การใช้ชีวิตในเกาหลีใต้ และเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน บ้างก็บอกเล่าวิธีการขอวีซ่าใหม่ บางส่วนก็ช่วยคนอื่นให้มาทำงานที่เกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมายด้วย โดยแต่ละคลิปมียอดรับชมหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนวิว

ยอดการเข้าถึงของคอนเทนต์ 'ผีน้อย' ในโซเชียลเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนถึงความนิยมของคนไทยบางกลุ่มที่มีความต้องการจะลักลอบไปทำงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ ขณะเดียวกันอีกเสียงสะท้อนที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวจากสำนักข่าวเกาหลีใต้รายงานเกี่ยวกับคนไทยที่ถูกส่งกลับประเทศหลักร้อยคน หลังเจ้าหน้าที่ ตม.ปฏิเสธเดินทางเข้าประเทศ เมื่อเดินทางถึงเกาะเชจู กลายเป็นกระแสให้ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประเด็น 'ผีน้อย' หรือคนไทยที่ตั้งใจเดินทางไปทำงานที่เกาหลีอย่างผิดกฎหมายจำนวนมาก 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top