Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

‘ครูแก้ว’ แนะใช้ ‘กัญชา’ เป็นยาประจำบ้าน พร้อมสนับสนุนต้นกล้าให้ชาวบ้าน

(16 สิงหาคม 2565) นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือ 'ครูแก้ว’ ได้ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชนในหลายหมู่บ้าน อาทิ บ้านโนนสวรรค์ บ้านนาข่าท่า และบ้านโคกสว่าง ในตำบลพะทาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พร้อมทั้งได้นำต้นกล้ากัญชา ไปมอบให้พี่น้องชาวบ้านที่มารอต้อนรับด้วย 

ทั้งนี้ ครูแก้ว ยังได้แนะนำคุณประโยชน์ของพืชกัญชา ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการรักษาโรคได้หลากหลาย หากใช้ได้อย่างถูกต้อง อาจกล่าวได้ว่า เป็นยาหม้อใหญ่ประจำบ้าน ที่ควรปลูกไว้ในครัวเรือนอย่างยิ่ง

“ในปัจจุบัน กัญชาถือว่าเป็นพืชที่ถูกกฎหมาย ชาวบ้านสามารถปลูกไว้ใช้ประโยชน์ในครัวเรือน สรรพคุณใช้เป็นยาบรรเทาอาการได้หลายโรค อีกทั้งยังนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่จะสร้างรายได้ให้กับประชาชนได้อีกด้วย”

'ดร.อานนท์' วิเคราะห์เส้นทางแปดปีเก้าอี้นายกฯ ความกังวลสู่ชนวนความขัดแย้งบ้านเมืองในอนาคต

ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล (Citizen data sciences) คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้วิเคราะห์ถึง 8 ปีเก้าอี้นายกรัฐมนตรีว่า 

ระยะนี้เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมากกว่านายกรัฐมนตรีของไทยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาจะดำรงตำแหน่งต่อไปได้หรือไม่ เนื่องจากในรัฐธรรมนูญนั้นเขียนไว้ว่าเป็นนายกรัฐมนตรียาวนานรวมกันได้ไม่เกิน 8 ปีซึ่งก็เป็นที่ถกเถียงของผู้รู้ทางกฎหมายจำนวนมากมาย มีทั้งฝั่งที่สนับสนุน และฝั่งที่ไม่เห็นด้วยกับการดำรงตำแหน่งเกินกว่า 8 ปีของนายกรัฐมนตรี และรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเร็ววันนี้

ถ้าดูจากไทม์ไลน์การเริ่มนับระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา น่าจะนับได้ สามแบบ

แบบที่หนึ่งคือนับตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. พร้อมกันในปีที่ทำรัฐประหารคือปี 2557 ซึ่งถ้านับแบบนี้ก็ย่อมเท่ากับว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปีแล้วตามรัฐธรรมนูญ

หลายคนก็มองว่าวิธีการนับแบบนี้ไม่น่าจะถูกต้องเท่าไหร่ในทางกฎหมายเพราะกฎหมายไม่ควรจะมีผลย้อนหลังในทางที่ไม่เป็นคุณ

ในกรณีนี้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ประกาศใช้ในปี 2560 และนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเริ่มเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งในปี 2562 จึงเป็นวิธีการนับที่หลายคนคิดว่าไม่ถูกต้อง แต่คนที่ต่อต้าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาจำนวนมากก็เห็นว่าควรนับแบบนี้ และถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญมีวินิจฉัยเอกมาในแนวทางนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาก็จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้อีกต่อไป ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่

การนับเวลาเป็นนายกรัฐมนตรีแบบที่ 1 นี้ ถ้าหากผมเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและผมทราบ แน่นอนว่าจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ ผมก็จะชิงความได้เปรียบในการยุบสภาก่อนวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีวินิจฉัยตัดสินเพื่อให้ตนเองยังมีอำนาจในการยุบสภาได้และควบคุมสถานการณ์ได้

ความน่าจะเป็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยแบบที่ 1 โดยเริ่มนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่รัฐประหารและมีหัวหน้า คสช.นั้นมีค่อนข้างน้อย แม้จะตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็ตาม เนื่องจากมีปัญหาหลายประการ ประการแรกเป็นการบังคับใช้กฎหมายให้มีผลย้อนหลังในทางที่ไม่เป็นคุณซึ่งโดยปกติจะไม่ทำกัน ประการที่สอง เป็นการไม่ยุติธรรมกับพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาจนเกินไปเพราะรัฐธรรมนูญประกาศใช้ในปี 2560 และการเลือกตั้งมีขึ้นในปี 2562

การนับแบบนี้นี้มีผู้สนับสนุนค่อนข้างมากโดยเฉพาะคนที่ไปเอารายงานการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 มาอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและรองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัย ฤชุพันธุ์และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ ได้แสดงความเห็นไว้ว่าต้องนับระยะเวลารวมทั้งหมดแล้วย้อนหลังได้ด้วยดังที่มีเอกสารเผยแพร่กันในโลกออนไลน์อยู่ทั่วไปกว้างขวาง

การนับระยะเวลาเป็นนายกรัฐมนตรีแบบที่ 2 นับตั้งแต่ มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่าห้ามนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งระยะเวลารวมกันเกินกว่า 8 ปี

ในทางนิติภาวะถือว่าประเด็นนี้มีความสำคัญเพราะก่อนจะมีการประกาศใช้กฎหมายนี้นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2560 แล้วเพิ่งมาทราบในภายหลัง เนื่องจากกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าห้ามดำรงตำแหน่งเกินกว่า 8 ปีนับรวมกัน จึงไม่ควรจะนับย้อนหลัง แต่ก็ควรจะนับตั้งแต่วันที่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ คือวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี 2560 การเริ่มต้นนับแบบนี้ทำให้พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อได้อีก 2 ปีจนถึงปี 2568

ความน่าจะเป็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินแบบที่ 2 นี้มีค่อนข้างสูงเนื่องจากเป็นไปตามหลักกฎหมายแม้จะไม่ได้ทำตามเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ก็ไม่ผิดหลักกฎหมายเพราะบังคับใช้กฎหมายนับตั้งแต่วันที่มีการประกาศใช้กฎหมายนั้น

หากท่านนายกรัฐมนตรีทราบว่าตนเองจะได้อยู่ต่ออีก 2 ปีการยุบสภาก็อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น

แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินในแบบที่สองนั้นจะเป็นชนวนให้เกิดการเคลื่อนไหวลงถนนและเกิดการต่อต้านจนนำไปสู่การนองเลือดหรือไม่ แล้วถ้ามีการเลือกตั้งจะสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก 2 ปีจะทำได้หรือไม่ แล้วประชาชนจะรู้สึกแปลกๆ ที่จะเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีวาระการดำรงตำแหน่งได้เพียง 2 ปีแทนที่จะเป็น 4 ปีอย่างที่เคยเป็นมาซึ่งจะเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก

การนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแบบที่ 3 คือนับระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนับตั้งแต่พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาเข้ามาเป็นนายกปีในสมัยที่ 2 หลังการเลือกตั้งในปี 2562 อันเป็นการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560 ประเด็นนี้มีผู้สนับสนุนหลายคนเลยมองว่าต้องอ่านรัฐธรรมนูญทุกวรรคในมาตราเดียวกันประกอบกันทั้งหมดจึงจะสามารถตีความได้

มท. สร้างบ้านแจก ตามนโยบายขจัดความจน หลังได้รับมอบเงินจากกองสลาก 16.6 ล้าน

มท. สร้างบ้านแจก ตามนโยบายขจัดความจน หลังได้รับเงินจากกองสลาก 16.6 ล้าน ประเดิม ‘นครนายก’ เป็นจังหวัดแรก พ่วงออกหวยสัญจร งวด 1 ก.ย.

วันนี้ (16 ส.ค. 2565) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย ว่า ต้นเดือน ก.ย.นี้ กระทรวงมหาดไทย เตรียมประเดิมส่งมอบบ้านให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ตามโครงการของศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) 

ภายหลัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้รับมอบเงิน 16,600,000 บาท ตามโครงการ “บ้านห่วงใย จากใจ GLO” จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (กองสลาก)

โดยส่งมอบให้กับ กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) เพื่อนำไปสร้างบ้านให้กับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย จำนวน 83 หลังตามนโยบายขจัดความยากจนของรัฐบาล ในระดับพื้นที่ ผ่านระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform – TPMAP)

‘ยูเนสโก’ เตือน!! หลายเมืองในยุโรป จะโดนคลื่นยักษ์ถล่มแน่นอน 100%

ผู้เชี่ยวชาญขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ‘ยูเนสโก’ ออกมาเตือนว่า มีโอกาส 100% ที่จะเกิดคลื่นสึนามิถล่มเมืองใหญ่รอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ยูเนสโก เน้นย้ำว่า อันตรายจากคลื่นสึนามิถูกประเมินต่ำเกินไปในบริเวณพื้นที่ชายฝั่งที่ไม่มักค่อยเผชิญกับสึนามิบ่อยนัก แต่ตอนนี้ความเสี่ยงดังกล่าวถูกมองว่า มีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง

ทั้งนี้ หากย้อนไปเมื่อต้นปียูเนสโก ได้ประกาศว่า ชุมชนเสี่ยง 5 แห่งในแถบเมดิเตอร์เรเนียน อาจต้องเตรียมรับมือกับภัยสึนามิที่พร้อมจะลุกลามให้ได้ภายในปี 2030 ไม่ว่าจะเป็น มาร์เซยและคานส์ในฝรั่งเศส, อเล็กซานเดรียในอียิปต์, อิสตันบูลในตุรกี และชิพิโอนาในสเปน เพราะมีความเป็นไปได้ที่เมืองเหล่านี้จะมีโอกาสเผชิญคลื่นสูงกว่า 1 เมตรใน 30 ปีข้างหน้า บนความเป็นไปได้ถึง 100% อีกด้วย

กรมการค้าภายใน เบรก!! ขึ้นราคา 'บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป' ชี้!! หากฝ่าฝืนมีความผิดทั้งจำ ทั้งปรับ

5 ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าขึ้นราคาจาก 6 บาท เป็น 8 บาท/ซอง หากไม่ได้ก็จะขออีก ด้านอธิบดีกรมการค้าภายในขอพิจารณาเป็นรายๆ พร้อมย้ำตอนนี้ยังไม่ให้ขึ้นราคา ชี้กระทบผู้บริโภค หากฝ่าฝืนมีความผิด

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2565 ตัวแทนผู้ประกอบการบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เข้ายื่นหนังสือ ต่อนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เพื่อทวงถามความคืบหน้าการขอปรับขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดซองจาก 6 บาท เป็น 8 บาท หลังจากวานนี้ผู้ประกอบการ 5 ราย ได้แก่ บ.ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด(มหาชน), บ.โชคชัยพิบูล จำกัด, บ.โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด, บ.วันไทย อุตสาหกรรมอาหาร จำกัด และ บ.นิสชินฟูดส์ (ไทยแลนด์) จำกัด แถลงและลงนามร่วมกัน และนำหนังสือมายื่นในวันนี้ โดยมีนายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการสำนักอำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อมาม่า และนายวีระ นภาพฤกษ์ชาติ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อไวไว เป็นตัวแทนเข้ายื่น

นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ เปิดเผยว่า การมาวันนี้เพื่อขอให้เร่งรัดพิจารณาการปรับขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดซอง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภค และขาดแคลนสินค้า ยอมรับว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขายดีขึ้น แต่ยิ่งขายยิ่งขาดทุนเนื่องจากขณะนี้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นแบบปรับฐาน ไม่ใช่ขึ้นแบบหวือหวา และไม่ใช่การขาดทุนกำไร หากไม่ได้รับอนุมัติ ก็พร้อมจะยื่นขอปรับราคาอีก อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับการปรับขึ้นราคา จะยังคงผลิตจำหน่ายไม่ให้สินค้าขาดตลาด แต่อาจจะเพิ่มสัดส่วนขายต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบอยู่ได้

ครั้งแรกในรอบ 19 ปี ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้ครั้งที่ 5 กระทรวงทรัพย์ฯ มอบกรมป่าไม้เตรียมความพร้อมมุ่งร่วมมือจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ครั้งแรกในรอบ 19 ปี  พาไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้  ครั้งที่ 5 หรือ MMRF5 ระหว่างวันที่ 23 – 25 ส.ค. 65 ที่จังหวัดเชียงใหม่ มอบกรมป่าไม้ เตรียมความพร้อมจัดยิ่งใหญ่ มุ่งสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค ร่วมบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เปิดเผยว่า เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ในปี 2565 นี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้  ครั้งที่ 5 หรือ The Fifth APEC Meeting of Ministers Responsible for Forestry : MMRF5 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23 – 25 สิงหาคม 2565 โรงแรมเลอ เมอริเดียน จังหวัดเชียงใหม่ โดยถือเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในประเทศไทยในรอบ 19 ปี และนับจากการจัดประชุมครั้งแรก ใน ปี 2007 ณ นครซิดนีย์เครือรัฐออสเตรเลีย การประชุม MMRF ถือเป็นเวทีการประชุมเพื่อสนับสนุนให้ทุกเขตเศรษฐกิจของเอเปค ให้ความร่วมมือระหว่างกันในด้านวิชาการเทคนิค และกระบวนการด้านการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้เกิดความยั่งยืน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนภายใต้ความรับผิดชอบของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านการป่าไม้ในแต่ละเขตเศรษฐกิจ ดังนั้น การมารวมตัวกันของเขตเศรษฐกิจจากทั่วโลก จึงเป็นเวทีที่สำคัญในการที่จะแสวงหาความร่วมมือในการร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อคนรุ่นเราและลูกหลานของเราในอนาคต

“จากการประชุม MMRF5 ที่มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ ของกลุ่มเขตเศรษฐกิจเอเปค เพื่อนำไปสู่การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ดังนั้น สำหรับท่าทีของประเทศไทย โดยกระทรวงทรัพยากร   ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการโดยอ้างอิงจาก Themeการประชุม APEC 2022 THAILAND คือ “OPEN. CONNECT. BALANCE.” และถือโอกาสใช้เวทีแห่งนี้เรียกร้องและกระตุ้นให้สมาชิกเอเปคก้าวข้ามความขัดแย้งหันมาให้ความร่วมมือส่งเสริมและพัฒนา โดยเน้นให้เห็นถึงทางเลือก (Scenario) ใน 3 ทางเลือกหลัก คือ หนึ่ง ทางเลือกโดยการดำเนินการตามธุรกิจปกติ (Business-as-usual) ซึ่งหากพิจารณาตามแนวโน้มในปัจจุบัน ยังคงต้องประสบกับปัญหาที่จำเป็นต้องมีการแก้ไขอีกมาก สอง ทางเลือกแบบท้าทาย (Aspiration) สมาชิกเอเปคทุกเขตเศรษฐกิจร่วมกันกำหนดเป้าหมาย โดยอาศัยหมุดหมายหลักเป็นจุดอ้างอิงให้บรรลุเป้าหมาย เช่น การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ข้อตกลงปารีสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการลงมือปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และสาม ทางเลือกที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง (Disruptive)” นายจตุพรกล่าว

รวมคู่รักคนบันเทิง ขอแต่งงานแล้ว แต่สุดท้าย...วิวาห์ล่ม

การขอแต่งงาน ก็ไม่ได้การันตีว่าจะมีชีวิตรักจบเหมือนในนิยายที่สุดท้ายได้ลงเอยกันแบบหวาน ๆ ระหว่างที่แฟน ๆ กำลังลุ้นอย่างใจหายใจคว่ำ ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 'โต้ง ทูพี' และ 'ปราง กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล' จะกลับมาลงเอยกันเหมือนเดิมหรือไม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้คุกเข่าขอแต่งงานและวาดฝันถึงชีวิตสามีภรรยากันแล้ว

เรื่องแบบนี้...หากมองย้อนกลับไปในวงการบันเทิงบ้านเรา ก็มีหลายคู่เลยนะที่มีซีนหวานๆ คุกเข่าขอแต่งงาน บางรายถึงขั้นจัดงานหมั้นสุดอลังการกันไปแล้ว แต่สุดท้ายรักก็ไปไม่รอด แต่จะมีคู่ไหนบ้าง ไปดูกัน!!

📌'เจนนี่ ได้หมดฯ - เนเงิน' ขอแต่งได้ไม่นาน 3 เดือนก็เลิก
หลังจากที่ถูก 'เนเงิน เจตริน ศรีสังข์' ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอ 'เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น' หรือ 'รัชนก สุวรรณเกตุ' แต่งงานระหว่างสตรีมไลฟ์สดคอนเสิร์ตมนต์รัก DM ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 64 หลังคบหาดูใจกันมา 4 ปี ทำสาวเจนนี่ซึ้งบ่อน้ำตาแตก แต่แค่เพียง 3 เดือนให้หลัง สาวเจนนี่ก็ทำเอาช็อกทั้งวงการ เพราะออกมาประกาศได้เลิกรากับเนเงินท่ามกลางสารพัดข่าวลือและดรามา โดยเจนนี่เผยว่ากลับมาเป็นเพื่อนเป็นทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งปัจจุบัน เจนนี่ก็ได้แต่งงานกับ 'ยิว ฉัตรมงคล' มีลูกด้วยกัน 1 คนเรียบร้อยแล้ว

📌'ซาร่า - เต้ย' คุกเข่าขอแต่ง 4 ปี ปิดฉากรักมาราธอน 14 ปี
คบหาดูใจมายาวนานถึง 14 ปี ก่อนที่ 'เต้ย ธโนทัย เอื้ออมรรัตน์' จะเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอ 'ซาร่า นลิน โฮเลอร์' แต่งงานเมื่อปลายปี 60 กลางงานมินิคอนเสิร์ต แต่ก็เกิดเรื่องราวสุดช็อกใจ เพราะในเดือนก.พ. ปี 64 เต้ยได้ออกมายอมรับว่าถูกซาร่าบอกเลิกแล้ว ขณะที่ซาร่าก็ได้เผยผ่านรายการเจ๊คิ้มกินรอบวงทั้งน้ำตาว่าตนเป็นฝ่ายขอเลิก และมันเกิดขึ้นเร็วมาก ไลฟ์สไตล์บางอย่างไม่สอดคล้องกัน และรู้สึกเหนื่อยกับบางเรื่องในความสัมพันธ์จึงขอเลิก ซึ่งหนุ่มเต้ย ถือว่าเป็นแฟนคนแรกของสาวซาร่า และปัจจุบัน สาวซาร่าก็ได้เปิดตัวหนุ่มคนใหม่เรียบร้อยแล้ว

📌'ปู ไปรยา - แมทธิว บราก' เลิกฟ้าผ่า คืนแหวนหมั้น
เมื่อเดือนเม.ย. ปี 62 'ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก' ก็ชื่นมื่นสุดๆ หลังจากที่ 'หนุ่มแมทธิว บราก' ที่คบหามานานกว่า 3 ปี ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงาน ระหว่างควงกันไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกกลางสวนดอกซากุระ แต่ต่อมาก็ทำเอฟซีช็อกกันถ้วนหน้า เพราะต้นปี 63 สาวปูก็ออกมายอมรับว่าได้เลิกรากันไปแล้ว โดนเจ้าตัวคืนแหวนให้ฝ่ายชาย ส่วนสาเหตุเป็นเพราะตนยังไม่พร้อมเสียสละสิ่งที่ตัวเองสร้างมาที่เมืองไทย เพื่อย้ายไปอยู่กับฝ่ายชายเต็มตัว

📌'แจม เนโกะจัมพ์ - กิต' อาถรรพ์เลข 7 สุดยื้อ รักไปไม่รอด
ถูกพิษอาถรรพ์เลข 7 เล่นงานเข้าจัง ๆ สำหรับ 'แจม ชรัฐฐา' หรือ 'แจม เนโกะจัมพ์' หลังจากที่แฟนหนุ่ม 'กิต' เซอร์ไพรส์คุกเข่าขอวิวาห์ไปเมื่อปี 63 ก่อนที่เดือนพ.ค. ปี 65 เจ้าตัวได้ออกมาประกาศว่าโสดแล้วแบบช้ำ ๆ ก่อนเปิดใจทั้งน้ำตานองหน้าถึงสาเหตุเลิกราก่อนที่จะถึงงานแต่งในอีก 2 เดือนข้างหน้า ยอมรับว่าต้องยอมปล่อยมือทั้งที่ยังรัก เพราะผ่านการปรับ การยื้อ แต่สุดท้ายรักก็ไปไม่รอด

📌'เฌอเบลล์ - พีท ศักดิเดช' ขอผู้ชายแต่งงานเอง แต่สุดท้ายก็เลิก
เรียกว่าเป็นมิติใหม่ สร้างความเซอร์ไพรส์ไปทั้งเมืองเมื่อ 'เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน' คุกเข่าขอ 'พีท ศักดิเดช พูลสวัสดิ์' แต่งงานเอง หน้าสวนสนุก Universal Studios Japan ประเทศญี่ปุ่น ในปี 63 สำหรับ แต่แล้วในปี 64 เจ้าตัวก็ออกมาประกาศว่าโสดอีกครั้ง ฝ่ายชายไม่ได้มาง้อขอคืนดี แต่ยังมีการพูดคุยกัน ยอมรับว่ามูฟออนเร็ว ตัดสินใจแล้วก็ควรเดินหน้า

📌'เมย์ พิชญ์นาฏ - สารวัตรโจ้' ขอดูไปเรื่อยๆ ก่อน สุดท้ายเข้ากันไม่ได้
เมื่อถูกขอแต่งงานก็ทำเอาเหวอเลย สำหรับ 'เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร' ที่ถูก 'โจ้ เฟอร์รารี่' หรือ 'ผกก.โจ้' ขอแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกและเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการที่ร่วมงานตรึม แต่เมย์เผยว่ามันไม่ใช่โมเมนต์ที่มีความสุข อาจเพราะยังคบกันไม่นาน ตอนนั้นก็สวมแหวน แต่ก่อนนอนก็สวดมนต์อธิษฐานว่าถ้าเขายังไม่ใช่ก็ขอให้เกิดอะไรขึ้นก็ได้ให้ตนรู้ ซึ่งก็เกิดเรื่องไม่สบายใจตลอดเวลา ก็เลยขอดูไปก่อนเรื่อยๆ สุดท้ายก็เข้ากันไม่ได้ โดยเมย์เผยว่าฝ่ายชายเร่งรัดมากเกินไป จนทำให้กลัว อยู่ด้วยแล้วรู้สึกไม่ปลอดภัย

‘กรณ์’ ผิดหวัง รัฐบาลออก พ.ร.ก.ค้ำหนี้กองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้าน ไม่ยอมเก็บภาษีลาภลอย - กำกับค่าการกลั่น โยนภาระหนี้กองทุนน้ำมันให้ประชาชน เปิดช่องก่อหนี้ สวนทางวินัยการคลัง

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กกรณี ครม.เห็นชอบออก พ...ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้กองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาท ว่า...

การบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลว !

วันนี้รัฐบาลมีวาระในที่ประชุม ครม.ให้ ออก ‘พ...ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันหนี้กองทุนน้ำมัน 150,000 ล้านบาท

ความหมายคือ สุดท้ายรัฐบาลเลือกที่จะแก้ปัญหากองทุนน้ำมันขาดสภาพคล่องด้วยการ 'โยนภาระหนี้ให้ประชาชน' แทนที่จะบริหารต้นเหตุที่ทำให้ราคานํ้ามันแพงเกินควร

กองทุนนํ้ามันเป็นหนี้ เพราะนํ้ามันแพง นํ้ามันแพงก็เพราะค่าการกลั่นและค่าการตลาดสูงเกินไป จึงส่งผลให้บริษัทนํ้ามันกำไรเพิ่มขึ้นเป็นหลัก 10 เท่า หรือ 1,000%

พรรคกล้า ได้เสนอให้เก็บ #ภาษีลาภลอย นำเงินภาษีมาลดหนี้กองทุนนํ้ามัน และให้รัฐบาลกำกับ ’ค่าการกลั่น’ และ ‘ค่าการตลาด’ ให้เป็นธรรม

โดยก่อนนี้ รัฐมนตรีพลังงานบอกว่าจะไปเค้นกำไรจากโรงกลั่นมาช่วยลดภาระหนี้ 24,000 ล้านบาท

แต่สรุปไม่ได้มาแม้แต่บาทเดียว จนวันนี้ต้องเอาเงินภาษีไปค้ำหนี้ที่ยังเพิ่มขึ้นอยู่ทุกวัน

เดิมทีกฎหมายจำกัดหนี้กองทุนน้ำมันไว้ที่ 20,000 ล้านบาท แต่เมื่อต้นปีรัฐบาลได้มีมติรื้อเพดานออกหมด เพื่อใช้วิธี ‘สร้างหนี้’ แทนที่จะบริหารจัดการโครงสร้างการทำธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมในสถานการณ์ปัจจุบัน

น่าผิดหวังมากครับ!!

อรรถวิชช์' เสียใจ มติ ครม.ปล้นประชาชน ออก พ.ร.ก.ค้ำประกันหนี้กองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้าน ไม่ยอมเก็บกำไรลาภลอยโรงกลั่น โยกหนี้ให้ประชาชนแบก

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงกรณี ครม.เห็นชอบ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 1.5 แสนล้านบาทว่า เป็นมติ ครม. ของรัฐบาลนี้ที่เสียใจที่สุด เรื่องนี้มันเหมือนปล้นประชาชน เราปล่อยให้โรงกลั่นน้ำมันกำไรมหาศาล ปล่อยให้ขึ้นค่าการตลาด ธุรกิจน้ำมันได้กำไร พอราคาน้ำมันสูง รัฐก็เอาเงินกองทุนน้ำมันไปจ่ายแทนราคาที่เพิ่มขึ้น ก็คือเงินของประชาชนนี่แหละครับ มันคือการเอาเงินของประชาชนไปใส่กระเป๋าโรงกลั่นชัดๆ แต่พอกองทุนติดลบ แทนที่จะไปเก็บกำไรส่วนเกินกับกลุ่มธุรกิจน้ำมัน ครม. กลับออกกฎหมาย โยกมาเป็นหนี้สาธารณะ ให้ประชาชนแบกต่อ

“ต้องเข้าใจว่าค่าการกลั่นเป็นต้นทุนสมมุติของโรงกลั่น โดยการเอาราคาน้ำมันดิบดูไบ ลบกับ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ พอเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาน้ำมันที่ผันผวน ราคาน้ำมันสำเร็จรูปพุ่งสูงเกินจริง มันก็กำไรมหาศาล แบบลาภลอยจากต้นทุนสมมุติ ทำไมไม่เก็บภาษีลาภลอย ตามที่พวกเราพรรคกล้าได้นำเสนอไป ซึ่งสากลเขาก็ทำกันแบบนี้ แต่ดันมาออก พ.ร.ก.ให้รัฐบาลค้ำประกันกองทุนน้ำมัน เท่ากับดันหนี้กองทุน มาเป็นหนี้สาธารณะที่ประชาชนต้องรับเต็มๆ” นายอรรถวิชช์ กล่าว

'เพื่อไทย' เปิดตัว 93 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อีสาน ทวงคืน 'ประชาธิปไตยกินได้' ให้ประชาชน

วันนี้ (16 ส.ค. 65) ที่พรรคเพื่อไทย ได้มีการจัดกิจกรรม 'ม่วนซื่นโฮแซว เพื่อไทยตุ้มโฮม ชื่นมื่นสดใส เพื่อไทยรวมพล' เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคอีสาน จำนวน 93 คนของพรรคเพื่อไทย มี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน ในฐานะหัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรค พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค ส.ส.และสมาชิกพรรค ร่วมกิจกรรม

ช่วงต้นของกิจกรรมได้มีการประกาศชื่อ และเชิญว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ออกมาเป็นรายบุคคล ซึ่งมีทั้ง ส.ส.ปัจจุบัน, อดีต ส.ส., อดีตผู้สมัคร ส.ส. รวมไปถึงคนรุ่นใหม่ ที่เสนอตัวเข้าสู่กระบวนการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค อย่างไรก็ตามการเปิดตัว 93 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น จากจำนวนที่นั่ง ส.ส.ภาคอีสาน 20 จังหวัด รวม 132 ที่นั่ง โดยจังหวัดที่ไม่ได้เปิดตัวในครั้งนี้ ได้แก่ จ.อุดรธานี, บึงกาฬ และกาฬสินธุ์

น.ส.แพทองธาร กล่าวให้กำลังใจให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคตอนหนึ่งว่า เสียงตอบรับที่คึกคักในวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดี หลังจากนี้พวกเราต้องทำงานหนัก ในการเดินเข้าหาพี่น้องประชาชน เพื่อบอกกับพี่น้องว่า พรรคเพื่อไทย พร้อมแล้วที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น ดีกว่าที่เป็นอยู่ และดีกว่า 8 ปีที่ผ่านมาที่ทำให้พี่น้องต้องมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น

นพ.ชลน่าน กล่าวเสริมว่า พรรคเพื่อไทย ยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตย ยึดพี่น้องประชาชนเป็นศูนย์กลางสร้างสรรค์นโยบายเพื่อความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชน จากพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน ตลอดเวลามากกว่า 20 ปี เราได้รับความไว้วางใจและสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด วันนี้พรรคเพื่อไทย ขอนำเสนอผู้ที่อาสาเป็นตัวแทนพรรคเพื่อรับใช้พี่น้องคนอีสาน เบื้องต้น จำนวน 93 คน ซึ่งมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งที่จะมาถึง และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการสรรหาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป สำหรับพื้นที่อื่นๆ ที่ยังไม่ได้เปิดรายชื่อนั้นยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของผู้บริหารพรรคก่อนที่จะเปิดรายชื่ออีกครั้งหนึ่ง

“พรรคเพื่อไทยมีภารกิจสำคัญ ในการทวงคืนประชาธิปไตย ทวงคืนความกินดีอยู่ดีให้พี่น้องประชาชน ให้กลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่กินได้ ดังนั้นเราต้องชนะอย่างแลนด์สไลด์ถล่มทลายทั้งภาคอีสาน และแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน” นพ.ชลน่าน กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top