Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

'รัฐบาลสหรัฐฯ' ล้างหนี้ 'กยศ.' คนละ 3 แสน เพิ่มพื้นที่หายใจครอบครัวชั้นกลาง-แรงงาน

(25 ส.ค. 65) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศเมื่อวันพุธ ปลดหนี้เพื่อการกู้ยืมทางการศึกษา เป็นวงเงินสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 359,890 บาท) ให้เป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ที่มีความเดือดร้อนทางการเงิน ซึ่งจะมีเกณฑ์พิจารณา คือการเป็นผู้มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ ราว 4.49 ล้านบาท) หรือมีรายได้ครัวเรือนต่อปีไม่เกิน 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.9 ล้านบาท)

ปัจจุบัน ในสหรัฐฯ มีชาวอเมริกันเป็นหนี้ กยศ.อยู่ประมาณ 43 ล้านคน รวมเป็นเงินถึง 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ โดย 1 ใน 5 ของจำนวนนี้เป็นหนี้ไม่ถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ประธานาธิบดี ไบเดน กล่าวที่ทำเนียบขาวในวันพุธ ระบุว่าแผนการของเขาจะทำให้ครอบครัวชั้นกลางและชั้นแรงงานมีพื้นที่หายใจมากขึ้น “ภาระมันหนักหนามากถึงขั้นที่คุณเรียนจบไปแล้ว คุณอาจจะยังไม่สามารถเข้าถึงการใช้ชีวิตของคนชั้นกลาง ที่ครั้งหนึ่งวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีเคยให้ได้” ไบเดนเสริมด้วยว่า 1 ใน 3 ของผู้กู้ กยศ. มีหนี้แต่ไม่มีปริญญา

'เพื่อไทย' เย้ย!! สังขาร 'บิ๊กป้อม' นั่งรักษาการนายกฯ คงต้องมีคนพยุง ไปรับแขกบ้านแขกเมือง

(25 ส.ค. 65) น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องฝ่ายค้านปมดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมมีมติให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาการนายกฯ แทน ว่าประเทศไทยเหมือนตกอยู่ในสภาวะหนีเสือปะจระเข้ ไม่หลุดพ้นจากการครอบงำของกลุ่มอำนาจ 3 ป. ได้เลย การมี พล.อ.ประวิตร รักษาการนายกฯ ไม่ต่างจากพาประเทศเดินถอยหลังเข้าคลองอีกครั้ง ภายใต้สถานการณ์และวิกฤตรอบด้านที่ท้าทาย ความเชื่อมั่นและความสามารถของผู้นำประเทศเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะนำพาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตที่รุมเร้าไปได้ โดยเฉพาะการประชุมเอเปกที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2565 พล.อ.ประวิตรไม่ได้อยู่ในสภาพหรือมีความพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมได้ แต่เกรงว่าอาจกลายเป็นภาระให้กับประชาชนและคนรอบข้างแทนหรือไม่ ทั้งสภาพร่างกายภายนอกและความรู้ความสามารถในการบริหารงานราชการแผ่นดิน เชื่อว่าคนไทยคงไม่ต้องการเห็นผู้นำของตัวเองอยู่ในสภาพที่ต้องมีคนประคอง หรือพยุงมารับแขกบ้านแขกเมืองบนเวทีระดับโลกแน่

คอนเฟิร์ม 'ประยุทธ์' หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังเป็นนายกฯ ส่วนรักษาการนายกฯ ยก 'บิ๊กป้อม' คุม เป็นไปตามลำดับ

>> เปิดไทม์ไลน์ วินิจฉัยวาระปม 8 ปี นายกฯ
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 65 เวลา 10.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีการประชุมพิจารณาคดีต่างๆ ตามกำหนดการที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้บรรจุระเบียบวาระไว้ รวมทั้งพิจารณาคำร้องกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 เพื่อขอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสองและมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ รวมทั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งนายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะมีคำสั่ง เนื่องจากเห็นว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน

>> มติศาลรธน. 9 ต่อ 0 รับคำร้อง ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านวินิจฉัยปม 8 ปี
หลังจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องจาก ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน แล้วเห็นว่า กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (9) จึงมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย ***โดยให้ผู้ถูกร้อง ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง***

>> มติศาลรธน. 5 ต่อ 4 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ของ 'พล.อ.ประยุทธ์'
สำหรับคำขอของผู้ร้องที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัตินายกรัฐมนตรี จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสองนั้น ทางศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง จึงมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 ให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่  24 ส.ค. 2565 จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

>> บิ๊กป้อมรักษาการนายกฯ ตามมติ ครม./คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อ 13 ส.ค. 2563
ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องของประธานรัฐสภา ที่ขอให้วินิจฉัยเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าสิ้นสุดในวันที่ 24 ส.ค. 2565 หรือไม่ และมีมติ 5 ต่อ 4 เสียง สั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

 'ผบ.ทร.' ร่วมประชุม ผบ.ทร.อาเซียน ณ เกาะบาหลี อินโดนีเซีย เพื่อสร้างความมั่นคงแข็งแรง ของกองทัพเรืออาเซียน

พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ทร. และคณะ เข้าร่วมการประชุม ผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน ครั้งที่ 16 ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในห้วง 21-23 สิงหาคม 2565 ตามคำเชิญ ของ ทร.อินโดนีเซีย ในฐานะเจ้าภาพ  

โดยในการประชุม ได้มีการบรรยายสถานการณ์ ความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค ซึ่งจากสถิติเห็นได้ชัดว่าภัยคุกคามทางทะเลมีจำนวนมากขึ้น รวมถึงได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่าง ผบ.ทร. ประเทศต่างๆ ซึ่งในภาพรวม เห็นว่า กองทัพเรืออาเซียน ควรจะมีความร่วมมือกันมากขึ้น เพื่อที่จะสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ในการนี้ ได้มีการรายงานผลการปฏิบัติต่างๆ ในรอบปี รวมถึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน จัดทำ Road map ทร.อาเซียน ในวงรอบ 8 ปี (ปี 67- 75) เพื่อสร้างความมั่นคงแข็งแรง ของกองทัพเรืออาเซียนในอนาคต อย่างต่อเนื่อง  

การประชุมในครั้งนี้ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ทร.ได้นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายจากภัยคุกคามทางทะเล และอิทธิพลของประเทศต่างๆ ต่ออาเซียน และเน้นย้ำการสร้างความเข้มแข็ง ในกรอบของการไว้เนื้อเชื่อใจกัน (Mutual thrust) บนผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual benefit) และการยอมรับนับถือซื่งกันและกัน (Mutual respect) และเน้นย้ำว่า "จะไม่มีชาติใดปลอดภัย หากมีชาติใดชาติหนึ่งไม่ปลอดภัย "

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งปล่อยขบวนคาราวานเครื่องอุปโภคบริโภคมูลค่ากว่า 12.3 ล้านบาท เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี2565 โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี

วันนี้ (วันที่ 25 สิงหาคม 2565 เวลา 08.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีปล่อยคาราวานเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายชุดข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา บรรจุกระเป๋าผ้าดิบมูลนิธิฯ  ออกแจกจ่ายให้กับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร (รวม 50 เขต) เขตละ 500 ชุด รวมจำนวน 25,000 ชุด โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการฯ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ  คณะกรรมการ และผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับและร่วมในพิธี  พร้อมด้วย  นายสัมฤทธิ์  สุมาลี ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย นายฉัตรชัย อังสุเชษฐานนท์ หัวหน้าฝ่ายปกครอง เขตสาทร พันตำรวจเอก มนัส รุ่งนาค ผู้กำกับสถานีตำรวจพลับพลาไชย 1 และ พันตำรวจเอกพนม เชื้อทอง ผู้กำกับสถานีตำรวจพลับพลาไชย 2  อาสาสมัครกิตติมศักดิ์  อาสาสมัครศิลปิน อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในพิธีปล่อยคาราวาน ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า สำหรับประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2565 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดเครื่องอุปโภคบริโภค ลงพื้นที่ออกแจกจ่ายแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา  ชลบุรี และ สมุทรสาคร และในวันนี้มูลนิธิฯ จัดได้พิธีปล่อยคาราวานเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเพื่อเป็นตัวแทนผู้มีจิตศรัทธาลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนทั่วทุกเขตกรุงเทพมหานคร (รวม 50 เขต)

โดยประสานงานกับสำนักงานเขต และหน่วยงานภาครัฐในภูมิภาคในการจัดเตรียมสถานที่และชุมชนในพื้นที่ในแต่ละจุด รวมถึงมาตรการการแจกจ่ายเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) พร้อมทั้งสนับสนุนข้าวสารอาหารแห้งให้แก่ มูลนิธิ/สมาคมจีน ประจำจังหวัดต่างๆ รวมการแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งสิ้น 4 จังหวัด รวมมูลค่าการแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2565 มูลค่ากว่า 12.3 ล้านบาท

‘เต้ มงคลกิตติ์’ เตรียมหารือฝ่ายค้าน ยื่น ‘ชวน’ ส่งศาล สั่งพักงานครม.ยกชุด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี จนกว่าศาลรัฐธรรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยนั้น ในทางปฏิบัติของกฎหมาย ทำให้รัฐมนตรีทั้งคณะไม่สามารถที่จะปฎิบัติหน้าที่ได้ หรือการลงนามในคำสั่งใดได้ จะต้องให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่แทนรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เตรียมที่จะเสนอพรรคฝ่ายค้านเข้าชื่อ ส.ส. 1 ใน 10 ของจำนวนสภาผู้แทนราษฎร หรือให้ได้ 49 คน เพื่อยื่นคำร้องถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นนี้ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่จะมีการเซ็นแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงกลาโหมที่มีการประชุมวันนี้ (25 สิงหาคม) และขอย้ำว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ต้องมีผลผูกพันถึงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลในวันนี้ได้

'รัฐบาล' ปลื้ม!! ท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 4 ล้านคน

ข่าวดี!! ต่างชาติแห่เที่ยวไทย พุ่งเกิน 4 ล้านคน เชื่อสิ้นปี 65 ดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทย 10 ล้านคน หลังเพิ่มวันพำนักต่างชาติ ช่วยทำรายได้เข้าประเทศเพิ่ม 

(25 ส.ค. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในปี 2565 ว่า ขณะนี้จำนวนมากกว่า 4 ล้านคน นับเป็นสัญญาณเชิงบวก สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยเป็นผลสืบเนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงรุกของรัฐบาล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิจารณาหาแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 ล้านคน ในปีนี้ 

นายอนุชา กล่าวว่า ข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย สะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 16 สิงหาคม 2565 อยู่ที่ 4,015,504 คน และคาดการณ์ว่าภายในเดือนส.ค.นี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสะสม 4.5 ล้านคน โดย5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย อินเดีย สปป.ลาว สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร

นายอนุชา กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้มีนโยบายที่สอดคล้องกันเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยขยายระยะเวลาการพำนักของผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทาง และเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ดังนี้...

ตร. แนะนำ '3 ไม่' วิธีการป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการถูกแบล็คเมล์ออนไลน์

วันที่ 25 ส.ค. 2565 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าในปัจจุบัน มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายจากการถูกข่มขู่ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการถูกข่มขู่ในลักษณะของการแบล็คเมล์หรือรีดเอาทรัพย์ ซึ่งมักจะมีต้นเหตุมาจากการที่คนร้ายสามารถเข้าถึงหรือครอบครองข้อมูลที่เป็นภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอของเหยื่อ ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็จะทำให้เหยื่อได้รับความอับอาย ทำให้คนร้ายฉวยเอาโอกาสนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการข่มขู่เหยื่อให้ส่งมอบทรัพย์สิน ภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอไปให้กับคนร้าย หรือบางกรณีอาจขู่ให้เหยื่อยอมมามีเพศสัมพันธ์ด้วย แลกกับการที่จะไม่ปล่อยภาพและคลิปวิดีโอดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอแนะนำ หลัก “3 ไม่” ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนตกเป็นเหยื่อของการแบล็คเมล์ออนไลน์ ดังนี้

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เป็นประธานพิธีปิดและมอบเกียรติบัตรโครงการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบ Smart Safety Zone 4.0 ของนักเรียนนายร้อยตำรวจ

วันนี้ (24 ส.ค. 65) เวลา 16.30 น. ณ สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีปิดฝึกอบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบ Smart Safety Zone 4.0 ตามโครงการวิจัย
เรื่อง สมาร์ท เซฟตี้ โซน เพื่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน (Smart Safety Zone for the Safety of People’s Lives and Properties) รุ่นที่ 2      

โดยหลังจากที่นักเรียนนายร้อยตำรวจได้ผ่านการฝึกอบรมดังกล่าวเป็นเวลา 2 วัน เพิ่มทักษะในการนำเทคโนโลยีที่มีการติดตั้งเพิ่มเติมตามสถานีตำรวจที่เข้าร่วมโครงการ Smart Safety Zone 4.0 ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้ในด้านการติดตามสืบสวนสอบสวนหรือด้านจราจร และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ และเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีระบบ Smart Safety Zone 4.0 ตามแนวความคิด “เมืองอัจฉริยะ” ซึ่งเป็นเรื่องใหม่และมีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน

'ดร.สมเกียรติ' โพสต์รำลึกคุณูปการของ 'ป๋าเปรม' ชวนลูกหลานจำไว้ 'ประเทศไทย' ไม่ได้สร้างด้วยน้ำลาย

ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ 'พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประเทศนี้ ไม่ได้สร้างด้วยน้ำลาย'

กองทัพฝ่ายปฏิวัติของเวียดนาม ลาว และกัมพูชา บุกยึดเมืองหลวงได้ทั้งสามประเทศ เมื่อ พ.ศ. 2518 เกิดการอพยพออกนอกประเทศมากมาย ยิ่งกว่าซีเรียหรือประเทศใดๆ

ทั้งสามประเทศรวมกันจัดตั้งสหพันธรัฐอินโดจีน ประเทศไทยคือ เป้าหมายต่อไป 

วันนั้น อเมริกาถอนทัพ ประเทศไทยมีกระสุนพอสู้ได้สามวัน

ห้องส่งรหัสลับที่วังปารุสก์ ดังไม่หยุด ทั้งวันและคืนต่อเนื่องมาก่อนหน้าไซ่ง่อนแตกมา สิบปีก่อนหน้า

ยิ่งต้องทุ่มกำลังทั้งวันและคืน 

คนไทยจำนวนมาก หนีออกนอกประเทศ พร้อมทรัพย์สมบัติ

แต่เสียงเพลงเราสู้ก็ดังกระหึ่มหัวใจคนไทย พร้อมเพลงความฝันอันสูงสุด เราสู้ไม่ถอยแม้จนก้าวเดียว และเพลงจากยอดดอยของป๋าเปรม นายกรัฐมนตรี

ลูกหลานจำไว้นะครับ

เพราะวันนั้น วันนี้เราจึงยืนอยู่บนแผ่นดินนี้

พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ วีรบุรุษจากภาคอีสาน อดีตแม่ทัพภาค 2 ขึ้นดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี 2523 ห้าปีหลังจากอินโดจีนเปลี่ยนการปกครอง
---------------------------------------------------------------------
ป๋าเปรมสร้างความเคารพมายาวนานก่อนดำรงตำแหน่งนี้ 

ผมเข้าคารวะป๋าที่ค่ายทหารม้าสระบุรีราวปี 2512 หลังจากทำค่ายที่จังหวัดนั้น ทำถนน

พวกเราได้ยินว่าท่านเป็นทหารที่เก่ง น่านับถือ เป็นที่ปรึกษาให้ค่าย 

เน้นว่าเอาชนะความยากจนได้ ประเทศไทยจะสุขสงบ ไม่ต้องรบกัน

เป็นแนวคิดที่แปลกใหม่

เมื่อท่านเป็นนายกรัฐมนตรี

1. ประเทศไทยยันสหพันธรัฐอินโดจีน มีสงครามใหญ่ชายแดนทุกปี 

เส้นทางกัมพูชามาสุรินทร์ เสี่ยงสุด เพียงหกชั่วโมงถึงกรุงเทพ สามชั่วโมงถึงโคราช

การป้องกันประเทศตลอดแนวจึงสำคัญมาก ต้องการผู้นำที่รู้พื้นที่ ป้องกันประเทศได้ รวมหัวใจทหารและคนทั้งประเทศได้ แตกหนึ่งแนวรบ พังทั้งประเทศ

พลเอกเปรมรักษาชาติไว้ได้ ในยามคับขันที่สุด

2. ยุคของพลเอกเปรม คือ สงครามกลางเมืองครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของประเทศ  

Time ทำแผนที่แดงเถือกทั้งประเทศ ยุทธการทำการเมืองนำการทหารเกิดขึ้น จากวนาสู่นาคร รับนักศึกษากลับบ้าน รับชาวบ้านกลับบ้าน  

ความมั่นคงภายใน เกิด ความมั่นคงภายนอกก็เกิด เอาชนะไทยไม่ได้หรอก

เป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง

ไม่ด่ามัน ไม่ฆ่ามัน ไม่ส่งทหารไปล้อม ตามแนวประธานเหมา คือ การสร้างความปรองดองครั้งใหญ่ของชาติ

3. ยุคของพลเอกเปรม ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือ ยุคที่ต้องฟันฝ่าวิกฤติโลกที่เกิดจากการรวมตัวของโอเปค ขึ้นราคาน้ำมัน ต้องซื้อสดล่วงหน้า

เกิดขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลการค้า ดุลงบประมาณ พังทั้งโลก 

แต่ไทยสามารถผ่านมาได้ ไม่เกิดวิกฤติ

4. พลเอกเปรม สามารถระดมคนดีทั้งแผ่นดินไปร่วมงาน ไม่มีคอรัปชั่น

ค้นพบแก๊สในอ่าวไทย เกิดโครงการอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เปโตรเคมี น้ำมัน เกิดอีสเทอร์นซีบอร์ด เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งสำคัญ อุตสาหกรรมขยายไปทั่วประเทศ เชื่อมโยงกันหมด เยี่ยมมาก

คือ การปฏิวัติอุตสากรรม

คนมาลงทุนกันมาก ยุคทองของการลงทุนจากต่างประเทศ

5. มีโครงการชนบทยากจนเกิดขึ้น ได้ผลมาก กระจายเงินไปต่างจังหวัด เริ่มยุคพุ่งความสนใจไปที่คนจน แม้เงินจะมีไม่มาก อยู่ระหว่างสงคราม

ผมออกไปทำงานอีสานยุคนี้แหละ (อุดมการณ์)

6. เป็นแปดปีของการรวมพลังคนทั้งโลก เข้าต่อสู้กับมหาอำนาจที่เข้ามาทางอินโดจีน

เป็นการต่อสู้ทางการทูตครั้งสำคัญที่สุดของไทย

เป็นปรากฎการณ์โลกตะลึง ทางการทูต เรียบร้อยอย่างที่เป็นปัจจุบัน

7.เป็นเวลาที่ระดมใจของคนไทยให้รักชาติบ้านเมือง ได้มากที่สุด 

คนเชื่อผู้นำครับ  

ราชการต่าง ๆ ก็เดินดี เดินกันด้วยหัวใจไทย กลัวเสียบ้านเสียเมือง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top