Wednesday, 1 July 2026
Hard News Team

ชัดเจนแล้ว!! เปิดเอกสาร 'มีชัย' ส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นปม 8 ปีนายกฯ เริ่มปี 60

(6 ก.ย. 2565) จากกรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมวินิจฉัยกรณีวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยล่าสุด นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคำชี้แจงของพยาน 3 ปากเรียบร้อยแล้ว โดยพยานปากสำคัญคือคำชี้แจงของนายมีชัย ฤชุพันธ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้สำหรับคำชี้แจงของนายมีชัย ที่ส่งเป็นเอกสารถึงศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีทั้งสิ้น 3 แผ่นโดยมีรายละเอียดดังนี้

เรื่อง ความเห็นเกี่ยวกับ มาตรา ๒๖๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

กราบเรียน ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

อ้างถึง หนังสือเรียกของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔๐/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕

ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งตามหนังสือที่อ้างถึงข้างต้นสั่งให้ข้าพเจ้าในฐานะประธานกรรมการร่างรัฐธรมนูญ จัดทำความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่กำหนด ซึ่งมีความว่า "ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖o ใช้บังคับ ตามบทเฉพาะกาลมาตรา ๒๖๔ สามารถนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีดังกล่าวเข้ากับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งรารอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๕๘ วรรคสี่หรือไม่ และนับแต่เมื่อใด" นั้น

ข้าพเจ้ามีความเห็นในประเด็นดังกล่าว ดังต่อไปนี้

๑. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ ตามที่ปรากฏในพระบรมราชโองการในวรรคห้า และถูกต้องตรงตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ผลบังคับจึงมีตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ เป็นต้นไป และไม่อาจมีผลไปถึงการใด ๆ ที่ได้ดำเนินการมาแล้วโดยชอบก่อนวันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้ใช้บังคับ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ

๒. ในส่วนที่เกี่ยวกับคณะรัฐมนตรีนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติเรื่องคุณสมบัติ (มาตรา ๑๖๐) ที่มา (มาตรา ๘๘) วิธีการได้มา (มาตรา ๑๘๙ และมาตรา๒๗๒) กรอบในการปฏิบัติหน้าที่ (มาตรา ๑๖๔) ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง (มาตรา ๑๕๘ วรรคสี่) และผลจากการพ้นจากตำแหน่ง (มาตรา ๑๖๘) ไว้แตกต่างจากรัฐธรรมนูญที่เคยมีมา และส่วนใหญ่เป็นไปในทางจำกัดสิทธิและเพิ่มความรับผิดชอบ บทบัญญัติต่าง ๆ เหล่านั้น จึงไม่อาจนำไปใช้กับบุคคลหรือการดำเนินการใดๆ ที่ได้กระทำไปโดยชอบแล้วก่อนที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติกำหนดไว้เป็นประการอื่นโดยเฉพาะ โดยหลักทั่วไปกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดขึ้นย่อมต้องมุ่งหมายที่จะใช้กับคณะรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐

๓. อย่างไรก็ตาม การที่จะได้มาซึ่งคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อการเลือกตั้งทั่วไป มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาที่จะต้องแต่งตั้งขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ก่อน แต่ประเทศไม่อาจว่างเว้นการมีคณะรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีบทเฉพาะกาลเพื่อกำหนดให้การบริหารราชการแผ่นดินสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่ติดขัด จึงได้มีบทบัญญัติมาตรา ๒๖๔ บัญญัติขึ้นเป็นการเฉพาะว่า "ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่..." โดยมีบทบัญญัติผ่อนปรนเกี่ยวกับคุณสมบัติและการปฏิบัติหน้าที่บางประการไว้ให้เป็นการเฉพาะ

๔.โดยผลของมาตรา ๒๖๔ ดังกล่าว คณะรัฐมนตรีรวมทั้งนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่เฉพาะในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงเป็นคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตั้งแต่วันที่รัฐชรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้บังคับ คือ วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ และโดยผลดังกล่าวบทบัญญัติทั้งปวงของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งบทเฉพาะกาลที่ผ่อนปรนให้จึงมีผลต่อคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ อันเป็นวันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับเป็นต้นไป และระยะเวลาตามมาตรา ๑๕๘ วรรคสี่ จึงเริ่มนับตั้งแต่บัดนั้น คือ วันที่ ๖ เมษายน เป็นต้นไป

'เพื่อไทย' ชม 'บิ๊กป้อม' รักษาการฯ เพียงไม่กี่วัน เห็นผลงานโดดเด่น

(6 ก.ย. 65) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ต้องเข้ามาทำหน้าที่แทนพล.อ.ประยุทธ์ ปรากฎว่าการทำงานของพล.อ.ประวิตร ในเวลาไม่กี่วันกลับทำได้ดีกว่าพล.อ.ประยุทธ์ มาก เข้าใจปัญหาและเข้าถึงใจประชาชนได้มากกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ขนาดทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเสียศูนย์ออกมาแสดงอาการหวงตำแหน่งเดิมอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยรูปนั่งคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และ รมว. สาธารณสุข นั่งพร้อมกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา โดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม เพราะโดยตำแหน่งแล้วนายอนุทิน ที่เป็นรองนายกฯ ย่อมมีฐานะสูงกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็น รมว. กลาโหมเท่านั้น ยิ่งแสดงถึงภาพการยึดติดและอิจฉาทำใจไม่ได้ที่มีกับพล.อ.ประวิตร ทั้งที่น่าจะรู้ว่าเวลาของตนเองหมดแล้ว แต่ยังพยายามจะดันทุรัง 

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ กลับเสียคะแนน เพราะนั่งรถกันกระสุนและไม่ยอมเปิดหน้าต่างคุยกับประชาชน โดยอ้างว่าเปิดไม่ได้เพราะเป็นรถกันกระสุน ซึ่งถ้าหากกลัวคนทำร้ายและกลัวตายขนาดนี้ ก็ไม่น่าจะยังดื้อรั้นจะอยู่ตำแหน่งต่อไปอีกเลย ควรออกไปได้แล้ว ทั้งสองเรื่องนี้แสดงถึงความเสื่อมของพล.อ.ประยุทธ์ได้ชัดเจนและพิสูจน์ได้เลยว่าใครเหมาะจะมาเป็นนายกฯ ก็จะทำได้ดีกว่า จากผลงานของพล.อ.ประวิตรเพียงไม่กี่วันมานี้พิสูจน์แล้ว

นายพิชัย กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร โชว์ฟอร์มเหนือชั้นกว่าพล.อ.ประยุทธ์ แล้ว ก็อยากให้เร่ง แก้ไขปัญหาของประเทศที่ควรจะเร่งทำทันที อย่าปล่อยให้มีปัญหามากขึ้นเหมือนพลเอกประยุทธ์ ทำโดยนอกจากนโยบายของพรรคพลังประชารัฐที่ยังไม่ได้ทำแล้ว อยากให้เร่งทำ 8 เรื่องดังนี้…

1.) การแก้ไขหนี้ ทั้งหนี้ธุรกิจและหนี้ครัวเรือน โดยจัดระบบการพิจารณาลดหนี้ ลดดอกเบี้ย ยืดเงินต้น เพื่อให้ประชาชนทำธุรกิจและประคองชีวิตต่อได้ โดยหนี้ไม่ท่วม และวิธีแก้ที่ดีที่สุดคือการต้องเพิ่มรายได้ เพื่อให้ชำระหนี้ได้ เรื่องนี้ควรเร่งทำก่อนดอกเบี้ยจะขึ้นไปอีกมาก

2.) การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งราคาน้ำมัน ก๊าซ และ ไฟฟ้า เพื่อแก้ไขให้ยุติธรรม อย่าให้บริษัทพลังงานและนายทุนพลังงานเอาเปรียบประชาชน

3.) การเจรจาพื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา เพื่อให้ได้พลังงานในราคาถูก อีกทั้งยังจะมีรายได้เข้ารัฐสามารถนำไปทำสวัสดิการได้

4.) เร่งก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ หนองคาย-เวียงจันทน์-จีน เพื่อให้ส่งสินค้าไทยไปจีน และนักท่องเที่ยวจีนมาไทยได้

โซเชียลร้อน!! ผุด #แบนลีน่าจัง หลังมีท่าทีคุกคามทางเพศ 'ยุ่น ภูษณุ'

วันที่ 6 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชื่อ 'ลีน่าจัง' ลีนา จังจรรจา ถูกพูดถึงอีกครั้งในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะทวิตเตอร์ หลังเจ้าตัวไลฟ์ขายของให้กับสินค้าแบรนด์หนึ่งร่วมกับ 'ยุ่น' ภูษณุ วงศาวณิชชากร พระเอกจากซีรีส์วาย 'ร้ายนักนะ… รักของมาเฟีย'

โดยระหว่างไลฟ์นั้น ลีน่าจังแสดงกิริยาและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายครั้ง เช่น การพูด การดึงศีรษะ โดยเฉพาะการดมวงแขน อ้างว่าเพื่อพิสูจน์กลิ่นผลิตภัณฑ์

พฤติกรรมดังกล่าวถูกตั้งคำถามจากโซเชียลผ่านแฮชแท็ก #แบนลีน่าจัง และเรียกร้องให้ทั้งลีน่าจังและทีมงานออกมาแสดงความรับผิดชอบถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว Y.Entertainment ต้นสังกัดของ ยุ่น-ภูษณุ ได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า ได้รับรู้ถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นและได้ตระหนักถึงความไม่เหมาะสมของเนื้อหา คำพูด และการกระทำที่ทำให้เกิดการคุกคามทางเพศต่อศิลปิน

เด็กเทพฯเจ๋ง! ชัชชาติ มอบรางวัล เยาวชนดีเด่น(ประกายเพชร) จากผลงาน “เครื่องขุดดิน พรวนดิน รดน้ำ หยอดเมล็ด ด้วยโปรแกรม Arduino”

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเชิดชูเกียรติเยาวชนดีเด่นกรุงเทพมหานคร (ประกายเพชร) ครั้งที่ 16 ประจำปี 2564 และ ครั้งที่ 17 ประจำปี 2565 พร้อมกล่าวในพิธีเปิดว่า เยาวชน คือ อนาคตของเมือง การเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถในด้านต่าง ๆ ถือ เป็นเรื่องที่ดี และต้องดูว่าเยาวชนต้นแบบ แบบนี้จะสามารถขยายผลต่อได้อย่างไร และเป็นกำลังใจให้เยาวชนคนอื่น ๆ ที่จะเอาสิ่งดีดีแบบนี้ไปเป็นต้นแบบด้วย

“เยาวชนคือสิ่งมีค่าที่สุด ต่อไปเยาวชนจะเป็นเจ้าของเมือง ต้องขยายผลให้เด็กกทม. ทั้งหมดดีเด่นในอนาคต โดยเป็นเด็กที่ทั้งเก่งและดี เก่ง คือ เก่งด้านวิชาการ สิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน ดี คือ ไม่เห็นแก่ตัว เห็นแต่ประโยชน์ส่วนรวม เอาประโยชน์ของสังคมเป็นที่ตั้ง หน้าที่ของผู้บริหารกทม. ไม่ใช่การทำเมืองให้ตนเองอยู่ แต่เป็นการทำเมืองให้มีคุณภาพ เด็กเรามีความสามารถหลายอย่าง อนาคตอยากให้มาหาคำตอบร่วมกัน และถึงเวลาแล้วที่เด็กต้องมายึดเมืองคืน เป็น Active Citizen ต้องเก่งและแก้ปัญหาได้” นายชัชชาติ กล่าว ในงานนี้ กลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทพศิรินทร์ กรุงเทพฯ ได้ขึ้นรับรางวัลชนะเลิศ ด้านสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ประเภทกลุ่ม จากผลงาน เครื่องขุดดิน พรวนดิน รดน้ำ หยอดเมล็ด ด้วยโปรแกรม Arduino โดยมี นายปรวรรษ ธีรภากร นายปัณฑภัทร พงศ์อัมพรโฆษิต นายศุภวิชญ์ ตันนิติไพศาล นายธนกฤต จิรอนันตกุล นายชญานิน รติรุ่งโรจน์ และนายพิตตินนท์  ปิยะเจริญวัฒนา ร่วมกันพัฒนาเครื่องให้สมบูรณ์และใช้งานได้จริงจนได้รับรางวัลครั้งนี้ 

ชาวเน็ตถกเถียง!! ปูเสื่อกินข้าวกลางสนามบินเหมาะสมหรือ? บ้างบอกทำได้ไม่เป็นไร บ้างบอกนี่คือสนามบินไม่ใช่ที่ปิกนิก

คลิปไวรัลบนทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นภาพสมาชิกครอบครัวหนึ่งกำลังปูเสื่อรับประทานอาหารร่วมกันที่สนามบินแห่งหนึ่งในมาเลเซีย กำลังได้รับความสนใจจากผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก และก่อข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางว่ามันมีความเหมาะสมหรือไม่

วิดีโอหนึ่งซึ่งเบื้องต้นอัปโหลดบนติ๊กต็อก ซึ่งเวลานี้ถูกลบไปแล้ว แต่มันโหมกระพือประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางบนทวิตเตอร์ ในคลิปเขียนคำบรรยายว่า "แคมปิ้งบนชายหาด❌ แคมปิ้งที่สนามบิน✅" อยู่ตรงกลางภาพครอบครัวหนึ่งกำลังปูเสื่อล้อมวงนั่งรับประทานอาหารในสนามบิน

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ซึ่งอัปโหลดวิดีโอ ได้จัดทำผลสำรวจความคิดเห็นของผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งผลปรากฏว่ามีถึง 73% ที่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของครอบครัวนี้ ส่วนที่เหลือไม่มีปัญหาใดๆ กับพฤติกรรมของพวกเขา บางส่วนเชื่อว่ามันเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับได้ ตราบใดที่พวกเขาไม่ขวางทางการสัญจรผ่านไปมาและก่อความวุ่นวายแก่บริเวณดังกล่าว

'แสนยากรณ์' หวังรัฐสภา รับหลักการแก้ รธน. ยกเลิกอำนาจ ส.ว. ย้ำต้องรีบแก้ก่อนเลือกนายกฯ คนต่อไป ไม่งั้นวุ่นแน่ หวังเสียง ส.ว. เป็นทางออกประเทศ

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า ในฐานะคณะรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 กล่าวก่อนเข้าประชุมรัฐสภา เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีว่า คาดหวังให้สมาชิกรัฐสภารับหลักการร่างแก้ไข ม.272 ในวาระ 1 เพราะเป็นเรื่องจะเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องแก้ไขให้สำเร็จ ก่อนการเลือกตั้ง ก่อนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ถ้ายังมีกลไกนี้อยู่ เกรงว่ารัฐบาลชุดต่อไป จะมีปัญหาเรื่องความชอบธรรม  แล้วจะมีปัญหาความขัดแย้งอีกหลายอย่างตามมา

"เราอยากให้ ส.ว. เป็นทางออกให้กับประเทศ ตัดอำนาจนี้ออกไป จะแสดงถึงประชาธิปไตยมากขึ้น ลดสามารถขัดแย้งได้ ขอให้รับหลักการและเป็นทางออกประเทศ" โฆษกพรรคกล้า กล่าว

สำหรับลำดับการอภิปราย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร , นายบุญส่ง ชเลธร เป็นผู้ชี้แจงเปิด จากนั้นให้สมาชิกรัฐสภาอภิปราย โดยนายแสนยากรณ์ จะเป็นผู้ชี้แจงตอบคำถามที่สมาชิกตั้งข้อสังเกต แล้วปิดสรุป โดยนางสาวณัฏฐา มหัทธนา ก่อนการลงมติ

สมาชิกพรรคปชป.เชียร์ 'อลงกรณ์' เป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย มั่นใจฝีมือสามารถสร้างผลงานเพิ่มความนิยมพรรคก่อนเลือกตั้งครั้งหน้า

จากกรณีที่นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลาออกจากตำแหน่ง

วันนี้ (6 ก.ย.) ปรากฎว่ามีการเคลื่อนไหวในพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับบุคคลที่จะขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่างลงโดยล่าสุดในกลุ่มไลน์ "ประชาธิปัตย์ ปชป." มีสมาชิกพรรคตัวแทนพรรคและอดีตผู้สมัครส.ส.ในภาคใต้ภาคเหนือภาคตะวันออกภาคอีสานภาคกลางและกทม.แชร์ข้อความเสนอให้นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งอื่นหากมีการสลับปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีในโควต้าพรรคในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า มีข้อความหนึ่งเขียนโดย ดร.สุเมต สุวรรณพรหม สมาชิกเก่าแก่สายใต้ของพรรค นักวิชาการสื่อมวลชนและอดีตผู้สมัครส.ส.เขียนในกลุ่มไลน์ว่า “ผมเห็นด้วย รมช.มหาดไทย ควรพิจารณา..ท่านอลงกรณ์ พลบุตร.. "เลือดประชาธิปัตย์แท้ไม่แปรพรรค.." ท่านออกไปเป็นสปท.ได้เป็น รองประธานสภา..ได้ช่วยเหลือชาติเป็นอย่างมาก..เสร็จภารกิจแล้วขอกลับมาช่วยขับเคลื่อนพรรคอย่างต่อเนื่อง..พรรคจะโด่งดัง พรรคจะตกต่ำอลงกรณ์..และพี่น้องทุกคนในครอบครัวอยู่เคียงข้างพรรคเสมอมา ผมจำได้จำแม่นตั้งแต่ปี2535 -ปัจจุบันการปรับครม.ครั้งนี้

หาก รมช.มหาดไทย..เป็นคุณอลงกรณ์..นอกจากจะเก่ง..เป็นประชาธิปัตย์มืออาชีพ เป็นที่พึ่งของประชาชนได้แน่นอน

ผมมั่นใจว่า ประชาธิปัตย์ภาคกลาง..จะกลับมาได้ ได้สส.มากขึ้นแต่นอน..เพชรบุรี..ประจวบกลับมาหมดแน่
สมุทรสาคร  สมุทรสงคราม ราชบุรี..กาญจนบุรี..จะดีขึ้นมากๆครับ..และวงการสื่อวงการข่าว  จะกลับมาเชียร์แน่นอน..เกษตรกรชอบท่านอลงกรณ์..ข้าราชการ ก็ชอบทำงานกับท่านอลงกรณ์..เพราะไปช่วยเขาทำงานครับ..ประวัติท่านดีมากๆ..เป็นดารา..ในวงการเมืองในสายตาประชาชน คอการเมือง.. นอกจากนี้ยังมีสมาชิกพรรคกลุ่มหนึ่งได้โพสต์ข้อความเป็นหนังสือถึงคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ให้พิจารณาเลือกนายอลงกรณ์ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ.เป็นรมช.มหาดไทยโดยอ้างเหตุผลว่า
 

ผู้ดีเซ็ง!! 'ลิซ ทรัสส์' ขึ้นเป็นนายกฯ ไม่เชื่อน้ำยาแก้ปัญหาค่าครองชีพ

ชาวสหราชอาณาจักร ดูเหมือนจะไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าไหร่กับการที่ ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จากผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยสำนักโพล YouGov ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (5 ก.ย.)

ผลสำรวจความคิดเห็นของ YouGov พบว่า มีประชาชนในสหราชอาณาจักรมากกว่าครึ่งที่บอกว่ารู้สึกผิดหวังหลังได้รู้ว่า ทรัสส์ ได้รับเลือกจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟให้เป็นผู้นำคนใหม่ พร้อมก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมตรี และจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และ 1 ใน 3 ระบุ "รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก" ต่อแนวโน้มดังกล่าว

มีเพียงแค่ 4% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่ยินดีต่อข่าวนี้ โดยบอกว่ารู้สึก "พึงพอใจมาก" ที่ได้เห็น ทรัสส์ ณ บ้านพักเลขที่ 10 ถนนดาวนิ่ง และอีก 18% ระบุรู้สึกพอใจพอสมควรต่อผลลัพธ์นี้

ผู้คนส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักร (67%) ดูเหมือนมีความเคลือบแคลงสงสัยโดยเฉพาะต่อความสามารถของทรัสส์ ในการจัดการกับวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูง ประเด็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของชาวสหราชอาณาจักรมากที่สุด อ้างอิงจากผลสำรวจของ YouGov หนล่าสุด

ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 40% บอกว่าไม่มีความเชื่อมั่นใดๆ เลยในเรื่องเกี่ยวกับศักยภาพของนายกรัฐมนตรีรายนี้ ในการจัดการกับวิกฤตดังกล่าว

ทรัสส์ เอชนะ ริชิ ซูนัค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในศึกเลือกตั้งผู้นำพรรคคอนเซอร์เวทีฟ หลังจากเธอได้รับแรงสนับสนุนจากสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟ 81,326 เสียง ส่วน ซูนัค ได้ 60,399 เสียง อย่างไรก็ตาม YouGov ระบุว่า เสียงสนับสนุนของเธอในบรรดาผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งคอนเซอร์เวทีฟนั้นดูจะต่างออกไป

หนาวนี้สะท้าน!! หลังราคาก๊าซในยุโรปพุ่ง 30% เหตุรัสเซียปิดท่อ 'นอร์ดสตรีม 1' อย่างไม่มึกำหนด

ราคาก๊าซในสหภาพยุโรปพุ่งกระฉูด ภายหลังรัสเซียปิดท่อส่ง ‘นอร์ดสตรีม 1’ อย่างไม่มีกำหนด หลังรัสเซียแจ้งว่า เกิดการรั่วไหล่ในอุปกรณ์ท่อส่ง

ราคาก๊าซในอียูพุ่งขึ้นอีก 30% หลังรัสเซียบอกว่า ท่อส่งก๊าซหลักไปยุโรปตัวหนึ่งจะต้องปิดอย่างไม่มีกำหนด ทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับการขาดแคลนและการปันส่วนก๊าซในสหภาพยุโรปช่วงฤดูหนาว โดยราคาก๊าซพุ่งขึ้นเป็น 272 ยูโร หรือราว 9,881 บาทต่อ 1 เมกะวัตต์ชั่วโมง ภายหลังรัสเซียแจ้งว่า เกิดการรั่วไหล่ในอุปกรณ์ท่อส่งนอร์ดสตรีม 1 ทำให้ต้องปิดท่อต่อไป หลังหยุดบำรุงรักษา 3 วันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ ยุโรปกล่าวหารัสเซียใช้การส่งพลังงานเป็นอาวุธ ตอบโต้ชาติตะวันตกที่คว่ำบาตรรัสเซีย กรณีบุกยูเครนเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่รัสเซียบอกว่าชาติตะวันตกทำสงครามเศรษฐกิจและคว่ำบาตร เป็นตัวการขัดขวางปฏิบัติการท่อส่งก๊าซ

ทั้งนี้ ท่อส่งนอร์ดสตรีม 1 ซึ่งส่งก๊าซไปเยอรมนี ในปริมาณก๊าซแค่ 20% ก่อนที่รัสเซียหยุดส่งชั่วคราว เพื่อบำรุงรักษาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การที่รัสเซียส่งก๊าซไปยุโรปลดลงทำให้อียูต้องแสวงหาแหล่งพลังงานทางเลือก เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว ส่งผลให้หลายประเทศในสหภาพยุโรปมีแผนฉุกเฉิน เพื่อนำไปสู่การปันส่วนพลังงาน และมีโอกาสสูงที่เข้าสู่ภาวะถดถอย

GWM ฉลุยตลาดไทย!! วางแผนลงทุนต่อ 22,600 ลบ. ดันไทยศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ป้อนอาเซียน

GWM (เกรท วอลล์ มอเตอร์) ประกาศความสำเร็จในปีที่สองของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมเฉลิมฉลอง การผลิตรถยนต์คันที่ 10,000 จากโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ที่จังหวัดระยอง

โดยรถยนต์คันที่ 10,000 คือ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV

ปัจจุบัน GWM ลงทุนในไทยไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 3,000 ตำแหน่ง 

ทั้งนี้ GWM มีแผนที่จะลงทุนในไทยอีก รวมทั้งสิ้น 22,600 ล้านบาท โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลาง R&D และเป็นศูนย์กลางการผลิตออกสู่ตลาดอาเซียน

นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายศูนย์อะไหล่และบอดี้พาร์ท เพื่อรองรับอัตราการขยายตัวของตลาดและยอดจำหน่ายที่โตต่อเนื่อง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top