Thursday, 2 July 2026
Hard News Team

ผบ.ตร.เปิดพิธีสวนสนาม 'วันตำรวจ' ประจำปี 2565 สดุดีข้าราชการตำรวจเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ นับเป็นผู้เสียสละ เพื่อชาติ บ้าน เมือง ถือเป็นเกียรติยศ ฝากไว้ในแผ่นดิน

วันนี้ (17 ต.ค.65) เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รร.นรต.) อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เดินทางมาเป็นประธาน พร้อมด้วย รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในพิธีสวนสนามของ นักเรียนนายร้อยตำรวจ และข้าราชการตำรวจ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2565 โดยมีผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจระดับสูง เข้าร่วมพิธี 

โดยก่อนพิธีสวนสนาม จะเริ่มขึ้น ผบ.ตร. ได้ประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ต่อมาได้กล่าว สดุดีข้าราชการตำรวจพร้อมกับประกอบพิธีประกาศเกียรติคุณข้าราชการตำรวจ ที่เสียชีวิตจากการปฎิบัติหน้าที่ ประจำปี 2564 พร้อมตรึงหมุดแผ่นจารึกรายชื่อข้าราชการตำรวจ ที่จบการศึกษาจาก รร.นรต. และเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ บริเวณแท่นจารึกที่ 10 อนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชน ก่อนเดินทางเข้าสู่พิธีการสวนสนาม

จากนั้น ผบ.ตร. ได้ขึ้นรถตรวจกำลังพลสวนสนาม และนำข้าราชการตำรวจกล่าวคำสัตย์ปฎิญาณตน ก่อนให้โอวาท พร้อมกันนั้นได้มีการเชิญธงชัยประจำกองพัน ก่อนเดินสวนสนาม

โดยในการเดินสวนสนามครั้งนี้ มีการจัดกำลังตำรวจเข้าร่วมจำนวน 7 กองพัน กองพันที่ 1-4 เป็นกำลังพลจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กองพันที่ 5 เป็นกำลังพลจาก กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล 

สำหรับกองพันที่ 6 ใช้กำลังพลจากกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกองพันที่ 7 ขบวนรถยนต์และรถจักรยานยนต์เกียรติยศจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล

กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดแถลงข่าว 'ร่วมมือ มั่นใจ สร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา'

โดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้บริหารระดับสูง 2 ส่วนราชการ เข้าร่วมงานแถลงข่าว

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม 2565 เวลา 09.00 น.

ณ พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ

พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน FB LIVE "ศธ.360 องศา"

https://www.facebook.com/MOE360degree

ผบ.ตร. มอบเงิน "น้ำใจตำรวจไทย" กว่า 12 ล้านบาท ช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสีย จ.หนองบัวลำภู พร้อมสั่งปิดบัญชีรับบริจาคทันที ส่งกำลังใจให้ทุกครอบครัว

วันนี้ (17 ต.ค.65) เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้กองการสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำเงินบริจาคที่ได้รับจากข้าราชการตำรวจและครอบครัวทั่วประเทศ จำนวน 12,540,000 บาท ไปมอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ที่ อบต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู

พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. กล่าวว่า หลังเหตุการณ์ความรุนแรงที่ อบต.อุทัยสวรรค์ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มีดำริให้เปิดบัญชี "น้ำใจตำรวจไทย เพื่อพี่น้องผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ จังหวัดหนองบัวลำภู” ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 052-0-64449-2 เพื่อรับบริจาคเงินจากข้าราชการตำรวจและครอบครัว ซึ่งจะนำไปช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยได้ทำการปิดบัญชีไปเมื่อวันที่ 16 ต.ค.65 เวลา 24.00 น. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมเงินบริจาคทั้งสิ้น 12,540,000 บาท โดยครอบครัวผู้เสียชีวิต 34 ราย ได้รับเงินรายละ 310,000 บาท บาดเจ็บสาหัส 6 ราย ได้รับรายละ 275,000 บาท บาดเจ็บ (รักษาตัวไม่เกิน 20 วันบาท) 1 รายได้รับรายละ 200,000 บาท และบาดเจ็บ (กลับบ้านได้) 3 ราย ได้รับรายละ 50,000 บาท รวมผู้ที่ได้รับมอบเงินช่วยเหลือครั้งนี้ทั้งหมดจำนวน 44 ราย ซึ่ง พล.ต.ต.พงษ์พิพัฒน์ ศิริพรวิวัฒน์ ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู ได้เป็นผู้แทนในการมอบ ณ สภ.นากลาง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ผบ.ตร. รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหวังว่าเงินที่ได้จากความร่วมแรงร่วมใจของข้าราชการตำรวจและครอบครัว รวมกับเงินที่รัฐบาลและหน่วยงานราชการอื่นได้มอบให้ จะสามารถเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อน และอยากให้ทุกครอบครัวมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป 

วิทยุการบินฯ แจ้งปรับทิศทางการวิ่งขึ้นและร่อนลงของอากาศยาน จากกระแสลมเปลี่ยนทิศทางในช่วง ฤดูหนาว คนกรุงเทพฯ อาจเห็นเครื่องบินผ่านใจกลางเมือง

วันที่ 17 ตุลาคม 2565 บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ปรับเส้นทางวิ่งขึ้นและร่อนลงของอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม 2565 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2566

ดร.ณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 15.04 น. เป็นต้นไป ท่าอากาศยานดอนเมือง มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทิศทางการวิ่งขึ้นและร่อนลงของอากาศยาน จากปกติที่เคยใช้ทางวิ่ง 21 เป็นทางวิ่ง 03 เนื่องจากกระแสลมเปลี่ยนทิศทาง ซึ่งพัดมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และมีความเร็วลมค่อนข้างแรงอยู่ที่ 10 - 15 น็อต หรือ 20 - 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นลักษณะอากาศปกติในช่วงฤดูหนาว 

ผู้ช่วย ผบ.ตร. เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เผยผลการปฏิบัติในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 เร่งรัดแก้ไขปัญหาให้ประชาชนเสร็จสิ้นแล้ว 14,470 เรื่อง

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together) ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งการบูรณาการความร่วมมือ ของส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน รวมพลังกันเพื่อทำนุบำรุงสถาบันหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติ 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยดำเนินโครงการ “สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together)” โดยมีเป้าหมาย “เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอและแก้ไขปัญหาชุมชน สังคมมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อความผาสุกของประชาชนอย่างยั่งยืน” โดยมอบหมายให้พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขับเคลื่อนโครงการ โดยในปัจจุบันมีเครือข่ายประชาชนแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 371,063 คน   

พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า ผลการปฏิบัติในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ตั้งแต่เริ่มดำเนินการโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.65 ถึง 30 ก.ย.65 ได้รับรายงานปัญหาที่ประชาชนเดือนร้อน จำนวน 14,616 เรื่อง และได้ติดตามขับเคลื่อนและเร่งรัดให้หน่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว 14,470 เรื่อง ได้แก่ 

1.ปัญหาด้านสังคม เช่น ยาเสพติด การแข่งรถในทาง การลักลอบเข้าเมือง กลุ่มผู้มีอิทธิพล แหล่งอบายมุขและสถานบริการ หนี้นอกระบบ อาวุธปืน อาชญากรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์และเทคโนโลยี ฯลฯ จำนวน 10,818 เรื่อง 

2.ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เช่น ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ค่าครองชีพสูง การว่างงาน ความยากจนปัญหาหนี้สิน การขาดแคลนที่ทำกิน ฯลฯ จำนวน 529 เรื่อง 

3.ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การขาดแคลนแหล่งน้ำ มลภาวะทางอากาศ ฝุ่นควันโรงงานอุตสาหกรรม แหล่งเสื่อมโทรมในชุมชน ภัยแล้งและอุทกภัย ฯลฯ จำนวน 2,161 เรื่อง 

4.ปัญหาด้านความขัดแย้ง เช่น ความเห็นต่างทางการเมือง ศาสนาและเชื้อชาติ ข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกินทับซ้อน การสร้างความเดือดร้อนรำคาญในรูปแบบต่าง ๆ ฯลฯ จำนวน 962 เรื่อง และมีปัญหาที่อยู่ระหว่างหน่วยดำเนินการแก้ไข โดยได้สั่งการเร่งรัดและคาดว่าจะสามารถแก้ไขได้ จำนวน 146 เรื่อง ได้แก่ ปัญหาด้านสังคม 97 เรื่อง ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 30 เรื่อง ปัญหาด้านเศรษฐกิจ 17 เรื่อง และปัญหาด้านความขัดแย้ง 2 เรื่อง ตามลำดับ

โดยสามารถจำแนกผลการดำเนินการของหน่วยที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ดังนี้ บช.น. จำนวน 1,218 เรื่อง (100%), ภ.1 จำนวน 1,230 เรื่อง (99.43%), ภ.2 จำนวน 1,179 เรื่อง (100%), ภ.3 จำนวน 1,826 เรื่อง (98.33%), ภ.4 จำนวน 3,184 เรื่อง (99.41%), ภ.5 จำนวน 1,441 เรื่อง (99.65%), ภ.6 จำนวน 1,662 เรื่อง (99.94%), ภ.7 จำนวน 767 เรื่อง (99.22%), ภ.8 จำนวน 1,035 เรื่อง (98.76%) และ ภ.9 จำนวน 928 เรื่อง (93.55%) รวมทุกหน่วยสามารถแก้ไขปัญหาได้ 14,470 เรื่อง (99%)

สาวไทย มึน!! โดนโขกค่าชุดตักบาตรกว่า 600 บาท หลังเจอมนุษย์ป้าสปป.ลาวสวมรอยแทนของรร.

สาวนักท่องเที่ยวชาวไทย โพสต์เตือนภัยตักบาตรที่หลวงพระบาง สปป.ลาว หลังเจอมนุษย์ป้าสวมรอยวางชุดตักบาตรแทนของโรงแรม ตักบาตรเสร็จโดนโขกเงินไปกว่า 600 บาท

กำลังเป็นประเด็นร้อนในโซเชียล เมื่อนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเที่ยวที่ สปป. ลาว และตั้งใจจะตักบาตรข้าวเหนียวที่หลวงพระบาง จึงให้ทางที่พักช่วยเตรียมของไว้ให้ ก่อนจะโดนมนุษย์ป้ามาสวมรอยวางชุดตักบาตรให้หน้าที่พัก สุดท้ายเหมือนโดนปล้นหมดเงินกับค่าชุดตักบาตร 2 ชุดไปกว่า 600 บาทไทย!

เรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์ในเฟซบุ๊กกลุ่ม 'เที่ยวลาว' โดยสมาชิกกลุ่มชื่อบัญชี Phinyada Sirisakorn ที่ได้มาแชร์ประสบการณ์ 'การตักบาตรข้าวเหนียว' ที่หลวงพระบาง สปป.ลาว โดยได้โพสต์เรื่องราวสรุปใจความว่า

เธอได้ไปเที่ยวและพักที่หลวงพระบาง และได้ตกลงให้ทางที่พักเตรียมชุดตักบาตรข้าวเหนียวให้ 1 ชุด เป็นเงิน 60,000 กีบ (ประมาณ 140 บาท) แต่ถึงเวลาตอนเช้าเธอเตรียมจะใส่บาตร และเห็นว่ามีการเตรียมของวางไว้ให้แล้วที่หน้าที่พักแล้ว แต่มีด้วยกัน 2 ชุด เธอจึงไม่ได้คิดอะไรและทำการตักบาตรจนพระหมด

เมื่อเสร็จเรียบร้อยได้มีชาวบ้านเข้ามาเรียกเก็บเงินค่าของตักบาตรทั้งข้าวเหนียว ข้าวหลาม ขนมห่อ ๆ รวมแล้วเกือบ 300,000 กีบ ซึ่งตีเป็นเงินไทยได้ถึง 600 บาทเลยทีเดียว!

โดยเธอได้ออกมาแชร์ประสบการณ์เตือนภัยพร้อมกับบอกว่าทางพนักงานโรงแรมรู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น และได้บอกว่าชาวบ้านมาสวมรอยวางของเช่นนี้ทำให้เสียชื่อที่พักเช่นกัน และพนักงานจะพาเธอไปแจ้งความไว้ แต่ตัวเธอไม่ติดใจและคิดว่าเป็นการทำบุญไปแทน

สำหรับข้อความจากโพสต์ต้นทาง ระบุว่า 

ขออนุญาตเตือนภัยได้ไหม??
ในฐานะนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง

ขอตั้งชื่อเรื่องว่า “การตักบาตรที่แสนเจ็บปวด” 😭
เป็นทริปเที่ยว สปป ลาว ของครอบครัวเราครั้งแรก

เริ่มจากเรามาจากเวียงจันทร์ วังเวียง
ละมาจบด้วยหลวงหลวงพระบาง

ตลอดทั้งทริปเจอผู้คนน่ารัก ช่วยเหลือแนะนำทุกอย่าง
อาจมีบางคน ที่เกินไปบ้าง แต่ในราคาที่เราพอรับได้
ก็ปล่อยผ่าน ไม่ได้อะไร…

เรื่องบันเทิงได้เริ่มขึ้น เมื่อวานเราเข้าพัก ที่หลวงพระบาง
ที่พักของเราสามารถเดินลงมาตักบาตรข้าวเหนียวตอนเช้าได้เลย
เราได้ถามน้องพนักงานว่า ว่าชุดตักบาตรตักบาตร
ซื้อที่ไหนได้ ตอนเช้ามีขายไหม??
น้องก็แจ้งว่าที่พักมีขายชุดละ 60,000 กีบ
มีข้าวเหนียวและขนม 3 อย่าง
เราก็โอเค รับ 1 ชุด น้องบอกเดี๋ยวเตรียมไว้หน้าโรงแรม
ตี 5.30 น. พี่ลงมาใส่บาตรได้เลย มีพระเดินผ่านตรงนี้

เช้าวันนี้ เราก็ลงมาใส่บาตร
พนักงานโรงแรมไม่มี ณ เวลานั้น ประตูที่พักก็ปิดอยู่
แฟนเราก็เปิดกลอนที่ลอคที่พักไว้!!
เห็นมีชุดใส่บาตรตั้งไว้
เราก็คิดว่า เป็นของที่โรงแรมที่เราสั่งไว้ 1 ชุด
แต่มีตั้งไว้ 2 ชุด แฟนเราก็แบบ คนละชุดก็ได้
ก็คง 120,000 กีบ แหละ แต่มีชาวบ้านหิ้ว โน่นนี่
มาตั้งเราก็บอกไม่เอา เค้าก็ยัดเยียดสุดฤทธิ์ สุดเดช
มีวางไว้ตรงข้างหน้าเราด้วยนะ แต่เราไม่ได้เอาของเค้านะ
เรากับแฟนก็ใส่บาตร จนพระหมด
ในส่วนที่เราคิดว่า รร. เตรียมไว้ให้!!!!

พอพระหมดแล้ว โห!! นึกว่าโดนโจรปล้นนน บ้าบอมาก 😵
เจ๊คนนึง บอกค่าข้าวหลาม 1 ชุด
มีประมาณ 6-7 กระบอก 100,000 กีบ
ป้าอีกคนบอก ค่าข้าวเหนียวห่อ ๆ 200.-
มีไม่ถึง 10 ห่อ 🙄🙄🙄
แฟนเราก็เอออ ควักจ่าย
คิดว่ารวมค่าข้าวเหนียวกระติ๊บ หมดแล้ว!!
ไม่จ้าาา ป้าบอกค่าข้าวเหนียว 3 กระติ๊บ 80,000 กีบ
เราก็บอก เราใส่ไปแค่ 2 นางบอกเอา 60,000 ก็ได้
เหตุการณ์เกิดขึ้น ไวและงงมากกก เออคิดว่าหมดละจริงๆ

กำลังจะเดินขึ้นห้องพัก ป้าอีกคนบอก
ยังไม่จ่ายค่าขนมห่อป้า😵😵😵
มีฟันโอ อยู่ 10 ซอง 2 ถาดได้ ป้าคิด 80,000 กีบ
อ่ะหือ ซื้อบ้านเราอันละ 2.- 20 อัน แค่ 40.- ป้าคิดมา 160
จะบ้าตายรายวันมากกก 😵‍💫🤢🤢
ตักบาตรราคาแพงมว๊ากก 🙄🙄🙄
เจอแบบนี้ คือ หมดอารมณ์เที่ยวต่อ

‘เลขาสอบ.’ ผุดเอกสารหลุดควบรวม ‘ทรู-ดีแทค’ เชื่อ!! รวมกันเมื่อไร ศก.ดิจิทัลไทยล้าหลังเมื่อนั้น

มหากาพย์ดีลควบรวมระหว่าง TRUE และ DTAC ยิ่งลึกลับซับซ้อน!! หลังเฟซบุ๊ก ‘Saree Aongsomwang’ โดยนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค หรือ สอบ.) ได้ออกมาเผยเอกสารหลุด เรื่องผลกระทบด้านต่างๆ ของไทย หาก ‘ทรู-ดีแทค’ สามารถควบรวมกิจการได้ โดยระบุว่า... 

มีเอกสารหลุดรายงานการศึกษาที่ กสทช. จ้างบริษัทที่ปรึกษาต่างประเทศ SCF Associates Ltd. ในเรื่องผลกระทบของการควบรวมค่ายมือถือทรู-ดีแทค ที่มีต่อสังคมไทยทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม โอกาสการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ และสิทธิการเข้าถึงบริการของสังคม 

ซึ่งทำให้เห็นหายนะที่สังคมไทยจะต้องเผชิญหน้า หาก กสทช. มีมติอนุญาตให้เกิดการควบรวม  ที่ทำให้สามค่ายมือถือยักษ์ เหลือสองค่าย (ทรู+ดีแทค และ เอไอเอส) สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้...

1. พื้นที่คนจน พื้นที่ห่างไกล ที่ที่ไม่สร้างผลกำไรจะไม่มีโครงข่าย หรือบริการใหม่ๆ เข้าไปถึง ซึ่งแปลว่า “คนจน คนชายขอบจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” โดนละเมิดสิทธิ์การเข้าถึงบริการคลื่นความถี่ที่ประชาชนเป็นเจ้าของ 

2. ในขณะที่กลุ่มรายได้สูง กลุ่มชุมชนเมืองที่จะสร้างกำไรสูงสุดให้สองค่ายที่เหลือในตลาด จะได้รับบริการโดยเฉพาะระบบ 5 จี อย่างเต็มประสิทธิภาพ กลุ่มคนรายได้ปานกลางและคนจนเมืองต้องจ่ายค่าบริการที่สูงเกินความจำเป็น กับเทคโนโลยีทันสมัย

3.  การควบรวมที่มีเหลือสองค่าย หรือ duopoly จะไม่เกิดการแข่งขัน และกลายเป็นระบบร่วมมือกัน หรือ "ฮั้ว" ไปในที่สุด ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุนในโครงข่ายสำหรับการให้บริการใหม่ๆ และ ลดการแข่งขันกันเอง

4.  การเข้าสู่ระบบสองค่ายหรือ duopoly จะทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศล้าหลัง ตามหลังประเทศฟิลิปปินส์ ที่ขณะนี้รั้งท้ายในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน

5.  จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าสิบปีถึงจะสามารถพลิกฟื้นระบบตลาดสองค่ายนี้ กลับเป็นตลาดที่มีการแข่งขัน หรือเกิดคู่แข่งหน้าใหม่ในตลาด

ทันทีที่ข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา ด้านนายไตรรงค์ ตันทสุข นักกฎหมาย ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน ก็ได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษอาญากับนางสาวสารี และผู้เกี่ยวข้อง ข้อหาเผยข้อมูลลับทางราชการ โดยนายไตรรงค์กล่าวว่า ผลการศึกษาจากที่ปรึกษาต่างประเทศ SCF Associates Ltd. ถือเป็นความลับทางราชการ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของบอร์ด กสทช. จึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลให้คนอื่นล่วงรู้ได้ 

ซึ่งคาดว่าใน 1-2 วันนี้จะยื่นเอกสารเพิ่มเติมเพื่อกล่าวโทษบุคคลและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป จากกรณีที่เผยแพร่ผลการศึกษาของที่ปรึกษาต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นความผิดฐานเปิดเผยความลับทางราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 , 86 , 164 และบิดเบือนข้อความจริงหรือนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พศ.2550 มาตรา 14

มาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านอาจสงสัย ว่าแท้จริงแล้วมหากาพย์นี้ เริ่มต้นจากตรงไหนกันแน่ ทีมข่าว The States Times จะมาสรุปให้ทราบดังนี้... 

ปีที่แล้วได้มีข่าวออกมาว่าบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE กำลังเจรจาซื้อกิจการบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ต่อมาสำนักข่าวรอยเตอร์ ก็ได้เผยว่า บริษัทแม่ของ DTAC กำลังเจรจากับ CP Group เกี่ยวกับการควบรวม DTAC เข้ากับ TRUE

‘สุริยะ’ สั่งอุ้มโรงงานรับผลกระทบวิกฤตน้ำท่วม งัดมาตรการ ‘ป้องกัน-เยียวยา-ฟื้นฟู’ เร่งด่วน

‘สุริยะ’ สั่งการกระทรวงอุตสาหกรรมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสำหรับเฝ้าระวังสถานการณ์ ย้ำให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมมาตรการป้องกัน เยียวยา และฟื้นฟู ช่วยเหลือโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต พร้อมจัดม้าเร็วในการติดตาม ประสานงานสถานการณ์ในพื้นที่แบบทันที

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง เบื้องต้นได้รับรายงานจากศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม ว่าขณะนี้มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบใน 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, เพชรบูรณ์, ชัยภูมิ, สิงห์บุรี, ปราจีนบุรี, หนองบัวลำภู, มหาสารคาม, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี โดยมีผู้ได้รับผลกระทบแล้วจำนวน 59 ราย แบ่งเป็นโรงงานอุตสาหกรรม 55 ราย เหมืองแร่ 1 ราย และวิสาหกิจชุมชน 3 ราย ซึ่งได้ สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือโรงงานอุตสาหกรรมและประชาชนที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว โดยมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเร่งด่วนสำหรับประเมินสถานการณ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้ความช่วยเหลือได้ในทันที

พร้อมสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในด้านต่าง ๆ เช่น มาตรการด้านสินเชื่อ การจัดทีมงานทำความสะอาดและซ่อมแซมเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม การจัดตั้งคลินิกให้คำปรึกษาแนะนำทางธุรกิจ และการจัดเตรียมถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ภายใต้มาตรการ 3 ระยะ ‘ป้องกัน เยียวยา ฟื้นฟู’ 

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมแผนการรับมือไว้แล้วตามนโยบายของรัฐมนตรีฯ สุริยะ ตามมาตรการ 3 ระยะ ได้แก่... 

ศธ.เตรียมเสนอยูเนสโก ยกย่อง 'ในหลวง ร.9' เป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าของโลก

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้กองการต่างประเทศสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) วางแผนเตรียมการเสนอพระนามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ประกาศยกย่องเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าของโลก เนื่องจากพระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระปณิธานแน่วแน่ที่จะทำประโยชน์เพื่อประชาชนชาวไทย และสังคมโลก โดยเฉพาะหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านและทั่วโลกให้การยอมรับ เพราะในวันที่ 5 ธันวาคม 2570 จะเป็นวาระครบรอบ 100ปี วันประสูติของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ดังนั้นศธ.จึงต้องวางแผนเตรียมข้อมูลด้านต่างๆเอาไว้  

ด้าน ดร.อรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการดังกล่าวสืบเนื่องจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ที่ประเทศฝรั่งเศสจะพิจารณาบุคคลสำคัญและผู้ทรงคุณค่าจากทุกประเทศทั่วโลกเป็นประจำทุกปี โดยในส่วนของประเทศไทยในปีที่ผ่านมาศธ.ได้เสนอพระนามสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ให้ที่ประชุมยูเนสโกประกาศยกย่องเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าโลกมาแล้ว ดังนั้น ในแผนงานต่อไปเรามีแนวคิดนำเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ของยูเนสโกพิจารณาเช่นเดียวกัน แต่ในระหว่างนี้จึงได้เตรียมจัดทำข้อมูลเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อที่ครม.เสนอเรื่องไปยังสำนักพระราชวัง เพื่อกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสนอพระนามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นบุคคลผู้ทรงคุณค่าของโลก และจากนั้นจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของยูเนสโกต่อไป

ปปง. ออกกฎ 'ต้องยืนยันตัวตน' ก่อนใช้ตู้ CDM ป้องกันการฟอกเงินจากการค้ายา - การพนันผิดกฎหมาย

เมื่อไม่นานมานี้ ธนาคารกรุงไทยได้เผยแพร่เอกสาร ระบุว่าต้องเปลี่ยนแนวทางการให้บริการตู้ฝากเงินสด (CDM) โดยมีการยืนยันตัวตนก่อนฝากเงิน ตามกฎเกณฑ์ของ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายใต้โครงการ CDM AMLO 

ผู้ฝากเงินสามารถใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตเพื่อยืนยันตัวตนของธนาคารใดก็ได้ 11 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย (ยกเว้นบัตร KTC ตามข้อมูลปัจจุบัน) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารยูโอบี ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยผู้ฝากจะไม่เสียค่าบริการยืนยันตัวตน ส่วนค่าธรรมเนียมในการฝากเงินไปยังบัญชีปลายทางต่างธนาคารขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละธนาคาร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top