Thursday, 2 July 2026
Hard News Team

พรรคสร้างอนาคตไทยประกาศนโยบายล้างบางยาเสพติด ดึงเครือข่ายภาคประชาชนเป็น 'คลังสมองอนาคตชาติ'

พรรคสร้างอนาคตไทย ระดมสมองว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคใต้ผุดยุทธศาสตร์พื้นที่ ประกาศนโยบายล้างบางยาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติ เห็นผลใน 1 ปี พร้อมเปิดตัวเครือข่าย 'คลังสมองอนาคตชาติ' เชื่อมโยงคนเก่งทุกรุ่นวัยร่วมกำหนดแผนแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ หวังให้เกิดนโยบายที่ขับเคลื่อนจาดภาคประชาชนอย่างแท้จริง

(19 ต.ค. 65) พรรคสร้างอนาคตไทยนำโดย 3 รองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย นายสันติ กีระนันทน์ นายกำพล ปัญญาโกเมศ และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้จัดประชุมว่าที่ผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคในจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง  เพื่อระดมสมองแนวคิดการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ที่จะนำมากำหนดเป็นนโยบายเชิงพื้นที่และนโยบายภาพรวมของพรรคต่อไป 

นายสันติ กล่าวว่าการประชุมในวันนี้พรรคสร้างอนาคตไทยได้ประกาศนโยบายที่สำคัญมาก คือ นโยบาย “ล้างบางยาเสพติด” โดยกำหนดให้การแก้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติ ซึ่งจะต้องดำเนินการสองด้านไปพร้อมกัน ประกอบด้วยการปราบปรามผู้ค้ายา กับ การดูแลผู้ติดยาในฐานะผู้ป่วย โดยในส่วนของผู้ค้ายานั้นเป็นที่ทราบว่าเกี่ยวพันกับหลายมิติ ทั้งผู้มีอิทธิพล คนมีสี ปัญหาต่อเนื่องไปถึงการฉ้อราษฎร์บังหลวง ดังนั้นต้องให้ทุกหน่วยงานทุกฝ่ายร่วมกันจัดการเรื่องนี้ ส่วนอีกด้านคือการดูแลผู้ติดยาในฐานะผู้ป่วย ซึ่งที่ผ่านมามีการวิพากวิจารณ์เรื่องการรักษาดูแลที่ไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นพรรคสร้างอนาคตไทยจึงเสนอแนวทางว่า จะต้องมีศูนย์บำบัดผู้ติดยาเบื้องต้นในทุกอำเภอ และมีสถานรักษาผู้ติดยาขั้นรุนแรงในทุกจังหวัด

“ความรุนแรงของปัญหายาเสพติดวันนี้ มีความซับซ้อนเกี่ยวพันกับหลายมิติ จึงต้องใช้เครื่องมือในการแก้ไขทั้งด้านนิติบัญญัติ ด้านการบริหาร รวมทั้งด้านกระบวนการยุติธรรม โดยหากพรรคสร้างอนาคตไทยเข้าไปมีส่วนบริหารประเทศจะทำเรื่องนี้ให้เห็นผลภายใน 1 ปี และประเทศไทยจะหมดปัญหาเรื่องยาเสพติดภายใน 4 ปี” นายสันติ กล่าว

ด้านนายกำพล กล่าวว่า ความจริงปัญหาเศรษฐกิจก็เป็นเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ยาเสพติดรุนแรงขึ้น เพราะเมื่อคนทำมาหากินลำบากก็เกิดความเครียดขาดสติเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ดังนั้นหากเราสามารถทำให้เศรษฐกิจดีก็จะช่วยลดปัญหายาเสพติดลงได้ด้วยเช่นกัน สำหรับภาคใต้มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย แต่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจกลับต่ำกว่าภาคอื่น จึงต้องดึงศักยภาพของทรัพยากรที่มีอยู่ออกมาสร้างประโยชน์และเชื่อมโยงกันในทุกมิติ ทั้งการท่องเที่ยว ภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม สุดท้ายต้องกระจายรายได้ที่เกิดขึ้นให้เข้าถึงชุมชนซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานราก

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำทีมพิสูจน์ทราบศพเหลือแต่โครงกระดูกพบเป็นนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย

จากกรณีเมื่อวันที่ 12 ต.ค.65 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งเหตุพบศพไม่ทราบชื่อ ที่บริเวณป่าละเมาะเนินเขาขี้แรด อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี สภาพศพเหลือแต่โครงกระดูก บริเวณรอบๆ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ พบกระเป๋าคาดเอว ภายในพบหนังสือเดินทางระบุชื่อ นายนิกิต้า  เกรกอเยฟ อายุ 30 ปี สัญชาติรัสเซีย นั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ดำเนินการตรวจสอบพิสูจน์ทราบสาเหตุการเสียชีวิต รวมทั้งประสานญาติของผู้เสียชีวิตรวมทั้งหน่วยงานและสถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ทราบรายละเอียดการเสียชีวิต ของนายนิกิต้า ฯ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8, พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผบช.ทท.,พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท.,พล.ต.ต.พันธนะ  นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8, พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ทท.3, พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.ตม.6, ชุดปฏิบัติการสืบสวน ภ.8 ร่วมกับ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ตำรวจท่องเที่ยว เร่งพิสูจน์ทราบสาเหตุการเสียชีวิต และรวบรวมพยานหลักฐาน เรียบเรียงช่วงเวลาที่ผู้เสียชีวิตอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด 

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบรายละเอียดดังนี้ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.65 นายนิกิต้า ผู้ตาย ได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยผ่านทางสนามบินนานาชาติภูเก็ต โดยเดินทางมากับ นายอีกอ พันฟีลอฟ อายุ 36 ปี สัญชาติรัสเซีย จากนั้นได้ท่องเที่ยวและเข้าพักอยู่ภายในจังหวัดภูเก็ต และมีการขอต่อวีซ่าอีก 60 วัน จากกรณีโรคระบาดโควิด จะครบกำหนดวันที่ 30 ต.ค.65 แต่นายอีกอฯ ได้เดินทางกลับประเทศรัสเซียเมื่อวันที่ 7 ส.ค.65 นายนิกิต้าฯ จึงพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ส.ค.65 นายพาเวล เชตเวอตินอฟสกี้ อายุ 35 ปี สัญชาติรัสเซีย เดินทางจากรัสเซีย มาเที่ยวและพักผ่อนเป็นเพื่อนนายนิกิต้าฯ โดยเมื่อวันที่ 9 ก.ย.65 นายพาเวลฯ ได้ชวนนายนิกิต้าฯ มาเที่ยวงานเทศกาลฟูลมูนที่เกาะพะงัน จึงได้เช่ารถยนต์ขับกันมา ตั้งใจจะมาเที่ยวประมาณ 3-4 วัน ระหว่างนั้น นายนิกิต้าฯ มีอาการป่วย อาเจียน ทานอาหารไม่ได้ นอนไม่หลับ ต่อมาวันที่ 13 ก.ย.65 เวลา 08.00 น. นายพาเวลฯ จึงพานายนิกิต้าฯ ไปพบแพทย์ที่ รพ.เกาะพะงัน เบื้องต้นแพทย์ต้องการให้นายนิกิต้าฯ เข้าพักที่ รพ. เพื่อดูอาการ แต่นายนิกิต้าฯ ไม่ยินยอม และเดินออกจาก รพ. ไปทางเชิงเขาขี้แรด และหายตัวไป จนต่อมาวันที่ 15 ก.ย.65 นายพาเวลฯ เห็นว่านายนิกิต้าฯ ยังไม่กลับมาจึงได้แจ้งความที่ สภ.เกาะพะงัน เพื่อให้ช่วยติดตามหาตัว

ตั๋วชมฟุตบอลโลก 2022 ที่การ์ตา จำหน่ายไปแล้วเกือบ 3 ล้านใบ

ยอดขายตั๋วฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์เป็นเจ้าภาพ ใกล้จะแตะ 3 ล้านใบแล้ว ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นวันที่ 20 พ.ย. 2565 โดยขณะนี้จำหน่ายไปแล้ว 2.89 ล้านใบ ซึ่งประเทศที่ซื้อมากที่สุด 3 อันดับคือ กาตาร์ สหรัฐอเมริกา และซาอุดีอาระเบีย

เมื่อวานนี้ (18 ต.ค. 65) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) จานนี อินฟานติโน เผยว่า ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ วันที่ 20 พ.ย. - 18 ธ.ค. นั้น ตอนนี้มีการจำหน่ายตั๋วไปแล้ว 2.89 ล้านใบ โดยยอดดังกล่าวยังคงตามหลัง ยอดขายตั๋วในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งในครั้งนั้นมีการจำหน่ายตั๋วมากที่สุดที่ 3.4 ล้านใบ

'จีน' ผลิตชิปล้ำโลก-โรงงานไฟฟ้าอนันต์ สวนทางยุโรป ย้อนยุคใช้ ‘ไม้ฟืน-ถ่านไม้’

(19 ต.ค. 65) World Update ได้เปิดเผยว่าถึงความล้ำหน้าด้านพลังงานของจีน ภายหลังได้ผลิตชิปสุดล้ำโฟโตนิก และพลังงานไฟฟ้าอนันต์ฟรีไม่มีวันหมด ไว้ว่า...

จีน ไปต่อไม่รอแล้ว! ผลิตชิปสุดล้ำโฟโตนิก และพลังงานไฟฟ้าอนันต์ฟรีไม่มีวันหมด

ปี 1964 กองทัพจีน ได้ทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรก ทำให้เป็นประเทศที่ติดอาวุธนิวเคลียร์ลำดับที่ 5 รองจากสหรัฐ สหภาพโซเวียต สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ระเบิดนิวเคลียร์ของจีนขณะนั้นเป็นอุปกรณ์นิเคลียร์ฟิวชัน จากแร่ยูเรเนียม 235 ที่มีกำลังระเบิด 22,000 ตัน

ปี 2000 จีนจัดเป็นประเทศยากจน ขนาดเศรษฐกิจเล็ก ผลิตแต่สินค้าทั่วไปจำหน่าย ทำให้ชาติตะวันตกปรามาสว่าทำแต่ของก๊อบปี้ คงไม่สามารถก้าวทันตนได้

ปี 2022 จีนกลายมาเป็นเศรษฐกิจสำคัญเติบโตเร็วที่สุดในโลก เป็นผู้ส่งออกสินค้ารายใหญ่ที่สุดของโลก และนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกเป็นอันดับที่ 2 ของโลก เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เป็นรัฐอาวุธนิวเคลียร์และมีกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดในโลก งบประมาณด้านกลาโหมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ถูกจัดว่ามีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมาเป็นอภิมหาอำนาจโลก

ปัจจุบันจีนมีธนาคารใหญ่ที่สุด 6 อันดับแรกของโลก เป็นผู้ส่งออกอุตสาหกรรม นวัตกรรมเทคโนโลยี สู่โลกราว 1 ใน 3 ทั้งโลกมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ 500 เครื่อง ในจำนวนนี้เป็นของจีน 227 เครื่อง หรือราว 45.4% องค์การสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ระบุว่าจีนเป็นประเทศที่มีจำนวนสิทธิบัตรระหว่างประเทศมากเป็นอันดับ 1 ของโลก 

เกือบ 50% ของสิทธิบัตรทั่วโลกเป็นของจีน เฉพาะปี 2019 จีนก็มีการจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศ 58,990 รายการ คำกล่าวที่ว่าจีนทำสินค้าก๊อบปี้จึงเป็นสิ่งตรงข้ามกับข้อเท็จจริงอย่างมาก

จีนกับไต้หวัน ที่สหประชาชาติ (UN) รับรองให้เป็นมณฑลของจีน ส่งออกชิปคอมพิวเตอร์เกิน 70% ของโลก ทำให้สหรัฐฯ, อังกฤษ ที่เคยทำสงครามฝิ่นยึดครองดินแดนจีน ได้กลับตาลปัตรกลายเป็นชาติที่ล้าหลังจีนแทบทุกด้าน ต่างพากันตาร้อนผ่าวประกาศนโยบายว่าจีนเป็นภัยคุกคามของชาติตน แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นนำเข้าสินค้าและเทคโนโลยีจากจีน จ่ายเงินให้จีนเพิ่มขึ้นทุกปีไม่หยุด แม้แต่เครื่องบินรบ F-35 ของสหรัฐ ที่เคยอ้างว่ามีชิ้นส่วนจากจีน และหยุดผลิตไปแต่หาของมาทดแทนไม่ได้ ตอนนี้ก็กลับไปใช้อะไหล่จากจีนผลิตต่อหน้าตาเฉย

ล่าสุดจีนพัฒนาสายการผลิตแรกของ 'ชิปโฟโตนิก' หลายวัสดุและข้ามขนาด หรือวงจรออปติคัลรวม ที่นครปักกิ่ง ใช้ในอุตสาหกรรมภายในประเทศก่อน และจะเริ่มส่งออกเชิงพาณิชย์ในปี 2024 การพัฒนานี้จะช่วยเติมช่องว่างการผลิตระดับบนสุดของประเทศ เมื่อเทียบกับชิปอิเล็กทรอนิกส์ด้วยกันแล้ว โดยชิปโฟโตนิกมีความเร็วสูงกว่าและสิ้นเปลืองพลังงานน้อยกว่า ความเร็วในการคำนวณและอัตราการส่งข้อมูลมากกว่า 1,000 เท่าของชิปอิเล็กทรอนิกส์

สายการผลิตนี้ถูกสร้างโดย Sintone ซึ่งเป็นองค์กรไฮเทคในปักกิ่ง ศูนย์ข้อมูลแห่งนี้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดในหลากหลายสาขา เช่น การสื่อสาร ศูนย์ข้อมูล การทดสอบทางการแพทย์ และภาคส่วนอื่นๆ

การใช้โฟโตนิกชิปในจีนขณะนี้ ขยายไปสู่ในอุตสาหกรรม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ยานพาหนะ การป้องกันประเทศ และอื่นๆ

โรงงานผลิตแห่งใหม่นี้จะช่วยเติมเต็มช่องว่างในด้านโรงผลิตชิปโฟโตนิกในจีนให้เพิ่มมากขึ้น และเร่งกระบวนการเปลี่ยนชิปธรรมดา ไปสู่โฟโตนิกในประเทศให้เร็วขึ้น โดยชิปโฟโตนิกจะเป็นทิศทางสำคัญต่อไปของการพัฒนาชิป เนื่องจากความเสถียรและการใช้พลังงานต่ำ

ชิปล้ำอนาคตนี้ยังไม่มีการผลิตในขนาดใหญ่ที่ใดในโลก ดังนั้นโรงงานแห่งใหม่นี้จะแสดงให้เห็นว่าจีนเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีนี้ในโลก แสดงว่าอุตสาหกรรมไฮเทคของจีนมีกระบวนการวิจัยและพัฒนาพรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นผู้นำของโลกไปเรียบร้อยแล้ว

จีนกลายเป็นตลาดการสื่อสารด้วยแสงใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดของตลาดชิปโฟโตนิกในประเทศได้ขยายตัวอย่างน่าทึ่ง ปี 2015 มูลค่า 5,760 ล้านหยวน ในปี 2021 ขยายเป็น 14,457 ล้านหยวน โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 15% ต่อปี 

สำหรับการผลิตชิปโฟโตนิกนั้น ไม่ต้องใช้วัตถุดิบมากเท่าชิปอิเล็กทรอนิกส์ในข้อกำหนดด้านโครงสร้าง เนื่องจากชิปโฟโตนิกไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องพิมพ์หินระดับไฮเอนด์ เช่น การพิมพ์หินอัลตราไวโอเลตขั้นสูง

ดังนั้นจีนจึงสามารถผลิตได้โดยใช้วัตถุดิบและประเภทของอุปกรณ์ที่มีสมบูรณ์ครบถ้วนที่มีในจีนอยู่แล้ว

การพัฒนาภาคส่วนในประเทศจีนในปัจจุบันนั้นก้าวหน้าทั้งการใช้งานและการออกแบบ ดังนั้นจีนจะใช้ความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์เพื่อสนับสนุนภาคส่วนหลัก เช่น คอมพิวเตอร์ควอนตัมในทางปฏิบัติและเชื่อถือ เพื่อเสริมหนุนโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์และการผลิต

ปัจจุบันจีนได้มีการนำชิปคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยต่างๆ เหล่านี้ไปใช้ในอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ต่างๆ ตั้งแต่ความก้าวหน้าทางอวกาศ, อากาศยานโดรน, รถบิน, หุ่นยนต์, ยานยนต์, อาวุธ, อากาศยานโดรนโจมตี และจีนก็จำหน่ายเครื่องบินขับไล่ขนาดเบาพิสัยบินปานกลางแบบ FTC-2000G มาให้กองทัพเมียนมาหลายลำ

Amazon ทุ่มเฉียด 2 แสนลบ. เปิด AWS Asia Pacific (Bangkok) สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศไทย

ภายหลังข่าวแผนกคลาวด์คอมพิวติ้งของแอมะซอน หรือ AWS ได้ออกมาเปิดเผยว่า มีแผนลงทุนมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ในไทย เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของ AWS

(19 ต.ค. 65) ด้าน ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่า...

AWS ประกาศแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ในไทย มูลค่ามากกว่า 5 พันล้าน ดอลลาร์ หรือ 1.9 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 15 ปี ด้วยการเปิดตัว Region แห่งใหม่ ที่มีชื่อว่า 'AWS เอเชียแปซิฟิก' (กรุงเทพฯ)

อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services: AWS) บริษัทในเครือ Amazon.com, Inc. ประกาศแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ ด้วยการเปิดตัว Region ในประเทศไทย ที่จะมีชื่อว่า AWS Asia Pacific (Bangkok)

โดย Region แห่งใหม่นี้จะประกอบด้วย Availability Zone สามแห่ง ซึ่งเพิ่มเติมจาก Availability Zone ของ AWS ที่มีอยู่แล้ว 87 แห่งใน 27 ภูมิภาคทั่วโลก และ AWS ได้ประกาศแผนที่จะสร้าง Availability Zone ทั่วโลกอีก 24 แห่งและ AWS  Region อีก 8 แห่งในออสเตรเลีย, แคนาดา, อินเดีย, อิสราเอล, นิวซีแลนด์, สเปน, สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงประเทศไทย

AWS Region ที่กําลังจะมีขึ้นในประเทศไทยจะช่วยให้นักพัฒนา สตาร์ตอัพ และองค์กรต่างๆ รวมถึงภาครัฐ การศึกษา และองค์กรไม่แสวงผลกําไร สามารถเรียกใช้แอปพลิเคชันของตนและให้บริการผู้ใช้ปลายทางจากศูนย์ข้อมูล AWS ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย เพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการเก็บข้อมูลของตนไว้ในประเทศไทยสามารถทําได้

'บิ๊กตู่' สั่ง!! รีบหาช่องทางถ่ายสดบอลโลก หลังคอลูกหนังถามหากันเข้ามาเยอะ

'บิ๊กตู่' สั่งรีบหาช่องทางถ่ายทอดสดบอลโลกให้เร็วที่สุด หลังคอลูกหนังถามหา 'สมศักดิ์' แนะเทคนิคทำลิขสิทธิ์ถูก ให้อุบไว้ก่อน

(19 ต.ค. 65) รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 18 ต.ค.แจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกประเทศไทย เรื่องการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกที่จะมีการแข่งขันในช่วงเดือน พ.ย. ว่าเป็นอย่างไร เพราะประชาชนเรียกร้องอยากให้มีการถ่ายทอดสด โดยระบุว่าเห็นเขาพูดกันเยอะ โดย พล.อ.ประวิตรระบุว่า เรื่องคณะกรรมการโอลิมปิกกำลังคุยกันอยู่ว่าจะเอาอย่างไรกันในอาเซียน

กลุ่ม ปตท. มอบบัตรเติมน้ำมัน 200,000 บาท สนับสนุน กทม. ทำงานบรรเทาเหตุน้ำท่วม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้มอบบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 200,000 บาท ในนามกลุ่ม ปตท. แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กลางขวา) เพื่อสนับสนุนการทำงานของกรุงเทพมหานครในการช่วยเหลือเหตุอุทกภัย และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ณ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ ถ.วิภาวดีรังสิต กทม.

โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวด้วยว่า ปตท. ถือเป็นส่วนสำคัญของเมือง ทั้งในเรื่องการสร้างงานและเศรษฐกิจ ต้องขอขอบคุณทาง ปตท. เป็นอย่างมากที่ช่วย กทม. มาตลอด และหวังว่าจะร่วมมือกันต่อไป

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังได้กล่าวถึงโครงการ Saturday School Bangkok ซึ่งขณะนี้เปิดรับคุณครูอาสา (Volunteer Teacher) พร้อมเชิญชวนพนักงาน ปตท. มาช่วยสอนภาษาอังกฤษ สอนเรื่องพลังงาน เรื่องแยกขยะ ฯลฯ เพื่อให้พนักงานมีความเข้าใจปัญหาสังคม เข้าถึงเด็กๆ และได้ร่วมแบ่งปันโอกาสให้น้อง ๆ อีกด้วย

จากข้อสังเกตของในหลวง ร.9 สู่โครงการชื่อน่ารัก สร้างคุณประโยชน์มหาศาลต่อสยามประเทศ

ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่รัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ ทำให้แผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุขเสมอมา ด้วยความที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ จึงเกิดโครงการในพระราชดำริมากถึง 4,000 กว่าโครงการ ที่ล้วนเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนชาวไทยทั้งสิ้น  

บางโครงการมีชื่อเป็นทางการ แต่บางโครงการก็มีชื่อน่ารักและชวนฉงน จึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อคนรุ่นหลังที่เคยได้ยินชื่อโครงการเหล่านี้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นโครงการอะไร

โครงการที่ดังที่สุดเห็นจะเป็น 'โครงการแก้มลิง'  

พระราชวังไกลกังวลที่หัวหินนั้นมักมีแขกขนฟูมาเยี่ยมเยียนเสมอ พระองค์สังเกตฝูงลิงและตรัสว่า...

“ลิงโดยทั่วไป ถ้าเราส่งกล้วยให้ ลิงจะรีบปอกเปลือก เอาเข้าปากเคี้ยว แล้วนำไปเก็บไว้ที่แก้มก่อน ลิงจะทำอย่างนี้จนกล้วยหมดหวีหรือเต็มกระพุ้งแก้ม จากนั้นจะค่อย ๆ นำออกมาเคี้ยวและกลืนกินภายหลัง”

นั่นคือจุดกำเนิดของโครงการชื่อน่ารักในชื่อโครงการแก้มลิง โครงการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ ที่มีการแบ่งเป็น 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง และเล็ก  

โดยพระองค์มีพระราชดำริให้จัดหาพื้นที่ลุ่ม บึง สระ เป็นที่รองรับน้ำ เมื่อฝนตกหนักให้นำน้ำเข้ามาเก็บกักไว้ในแก้มลิงชั่วคราว น้ำฝนจะไม่ไหลลงสู่ทางระบายน้ำทันที แต่จะขังไว้ในพื้นที่พักน้ำ เมื่อน้ำในคลองมีสภาพปกติ จึงระบายน้ำออกจากแก้มลิง ซึ่งนอกจะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแล้ว ยังช่วยแก้ไขปัญหาการขาดน้ำในฤดูแล้งได้ด้วย

'ออสเตรเลีย' กลับลำ!! ขอแยกทางจากสหรัฐฯ ยกเลิกรับรองเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงให้อิสราเอล

รัฐบาลออสเตรเลียได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า ได้ยกเลิกการรับรองกรุงเยรูซาเล็มฝั่งตะวันตกว่าเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลแล้ว ซึ่งเป็นการถอนคำสั่งของ อดีตนายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน (Scott John Morrison) ที่ได้ประกาศรับรองเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงให้อิสราเอลไว้ในปี 2018

สาเหตุเบื้องหลังเกิดจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศรับรองให้กรุงเยรูซาเล็ม เป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการ (ตามความเห็นของผู้นำสหรัฐฯ) ให้กับอิสราเอล พร้อมทั้งย้ายสถานทูตสหรัฐฯ ไปตั้งในเขตเยรูซาเล็ม อย่างเป็นนัยสำคัญให้กับฝ่ายอิสราเอล ท่ามกลางการประท้วงคัดค้านอย่างหนักของชาวปาเลสไตน์ และ ผู้นำหลายชาติทั่วโลก 

แต่ทั้งนี้ ด้านออสเตรเลีย ที่ถือว่าเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดมากที่สุดชาติหนึ่งของสหรัฐฯ อีกทั้ง สกอตต์ มอร์ริสัน ก็เป็นนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ที่มีแนวคิดคล้าย ๆ กับ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ตัดสินใจเดินตามรอยเท้าลูกพี่ใหญ่อย่างไม่ลังเล ออกมาประกาศรับรองการอ้างสิทธิ์เหนือกรุงเยรูซาเล็มของอิสราเอลเช่นกัน เมื่อปี 2018 และกำลังรอเวลาที่จะย้ายสถานทูตออสเตรเลียจากกรุง เทล อาวีฟ ไปตั้งในเขตเยรูซาเล็ม ตามสหรัฐอเมริกาไปติด ๆ

แต่พอจบรัฐบาลของสกอตต์ มอร์ริสัน ไปแล้ว แอนโทนี แอลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เชื้อสายอิตาลีคนใหม่จากพรรคแรงงาน ก็ได้กลับมาทบทวนนโยบายการรับรองกรุงเยรูซาเล็มอีกครั้ง และตัดสินใจคว่ำแผนการย้ายสถานทูตทิ้งแบบไม่ใยดีเช่นกัน

ตอนแรกทางรัฐบาลออสเตรเลียตั้งใจจะกลับลำแบบเงียบ ๆ ด้วยการแอบไปลบแผนนโยบายต่างประเทศเก่า ๆ ในสมัยของสกอตต์ มอร์ริสัน ที่โพสต์อยู่บนเว็บไซต์ของรัฐบาลทิ้ง โดย 2 ประโยคเด็ดที่ถูกลบออกไป คือช่วงที่มีการเขียนรับรองว่ากรุงเยรูซาเล็ม ให้อิสราเอล รวมถึงแผนการย้ายสถานทูต ดังนี้...

“Consistent with this longstanding policy, in December 2018, Australia recognised West Jerusalem as the capital of Israel, being the seat of the Knesset and many of the institutions of the Israeli government.

“Australia looks forward to moving its embassy to West Jerusalem when practical, in support of, and after the final status determination of, a two-state solution.”

แต่ทว่า ทุกประเทศล้วนมีทีม 'แคปทัน' เสมอ หูตาไวเวอร์ ที่สังเกตว่า อ้าว! นโยบายเรื่องเกี่ยวกับอิสราเอลหายไปแล้วนิหน่า หมายความว่ารัฐบาลออสเตรเลียชุดใหม่ จะทิ้งขบวน ไม่ตามสหรัฐฯ ไปกรุงเยรูซาเล็มแล้วใช่หรือไม่?

เมื่อวันที่ (18 ต.ค. 65) เพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรเลีย จึงออกมาแถลงข่าวยืนยันว่า รัฐบาลออสเตรเลียได้ตัดสินใจใหม่แล้วว่า จะไม่รับรองกรุงเยรูซาเล็ม ฝั่งตะวันตก เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอีกต่อไป เพื่อรักษาบรรยากาศแห่งความสันติสุขระหว่าง อิสราเอล และ ปาเลสไตน์ ให้เข้าสู่กระบวนการเจรจาหาทางออกในแนวสันติวิธี และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ 

ทั้งนี้ออสเตรเลีย ยังสนับสนุนนโยบาย Two-state solution และสถานทูตออสเตรเลีย ก็จะยังคงอยู่ที่กรุง เทล อาวีฟ เช่นเดิม ไม่ย้ายไปไหนด้วย

เพนนี หว่อง ยังกล่าวถึงรัฐบาลอิสราเอลว่า "ทางออสเตรเลียยังเป็นมิตรประเทศกับอิสราเอลอยู่นะ และต้องไม่ลืมว่า ออสเตรเลียคือชาติแรก ๆ ที่รับรองเอกราชให้กับชาติอิสราเอล เพียงแต่การยกเลิกนโยบายเก่าไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ดูแลชุมชนชาวยิวในออสเตรเลีย แต่ทั้งนี้ ออสเตรเลียก็มีหน้าที่ดูแลชุมชนชาวปาเลสไตน์ของเราด้วยอย่างเสมอภาค รวมถึงการสนับสนุนด้านมนุษยธรรมให้กับทุกชุมชน"

เมื่อรัฐบาลชุดใหม่ของออสเตรเลียออกมากลับคำ จากสิ่งที่เคยให้สัญญาไว้ย่อมสะเทือนถึงรัฐบาลอิสราเอลเป็นธรรมดา 

โดยด้าน ยาอีร์ ลาปิด นายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกมาตอบโต้ทางออสเตรเลียอย่างเผ็ดร้อน ทำนองว่าเหยาะแหยะเป็นไม้หลักปักขี้เลนที่พูดแล้ว คืนคำ และยังวิจารณ์ว่า "เราได้แต่หวังว่ารัฐบาลออสเตรเลียจะบริหารนโยบายที่ลั่นวาจาไว้อย่างจริงจัง และเป็นมืออาชีพกว่านี้" 

ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอล ก็ได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำอิสราเอล ให้มาอธิบายถึงสาเหตุการกลับลำ 360 องศาของรัฐบาลชุดใหม่ของออสเตรเลียว่า มีปัญหาอะไร?? 

ญาติผู้เสียชีวิต 'ลุงวัย 58' จมบ่อปลาลึก 9 เมตร ตื้นตัน!! หลังทหารรุดช่วยค้นหาร่างสำเร็จ ทันทีที่ขอความช่วยเหลือ

เมื่อ (17 ต.ค. 65) กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล 4 (ร้อย.ลว.ไกล 4/พล.ร.4) จัดกำลังชุดปฏิบัติการช่วยเหลือกู้ภัยทางน้ำจำนวน 8 นาย พร้อมอุปกรณ์ดำน้ำ ร่วมกับ มูลนิธิประสาทบุญสถาน/หน่วยกู้ภัยจังหวัดพิษณุโลก ในการร่วมกันค้นหาร่างผู้เสียชีวิต ภายหลังได้รับแจ้งเหตุมีคนสูญหายเมื่อวันที่ 16 ต.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. จากการจมน้ำ ทราบชื่อ นายมานะ วิชัย อายุ 58 บ้านเลขที่ 187 หมู่ 3 ตำบลปากแรด อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก

โดยเหตุเกิด บริเวณบ่อปลาท้ายชุมชน ซึ่งลักษณะพื้นที่มีน้ำท่วมหลาก ความลึกประมาณ 9 เมตร พิกัด  47Q PU 177533 บ.วังแดง ม.7 ต.บางระกำฯ ต่อมาพบร่างผู้จมน้ำเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ของวันที่ (17 ต.ค. 65) 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top