Thursday, 2 July 2026
Hard News Team

รัฐบาล เชื่อมั่น เศรษฐกิจจังหวัดชายแดนใต้มีโอกาสเติบโต หลังเอกชนเอกชนสนใจลงทุนต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ (27 ต.ค. 65) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนใต้ ส่งเสริมการจ้างงาน เพื่อประชาชนในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งขณะนี้มีสัญญาณบกบอกถึงโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม กล่าวคือ 

1. นักลงทุนจากต่างชาติ สมาคม ISEDAR, Malaysia ภายใต้ชื่อ 'USADA ASEAN' 10 ประเทศ สนใจร่วมลงทุนทำธุรกิจ เล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่ในอุตสาหกรรมฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นสินค้าฮาลาล การท่องเที่ยวรูปแบบฮาลาล ด้านการแพทย์ฮาลาล สุขภาพฮาลาล ประกอบกับนโยบายของรัฐบาล ที่ได้ส่งเสริมการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ยุทธศาสตร์ฮาลาบ มาตรการด้านการลงทุนต่าง ๆ ของ BOI และ มาตรการด้านภาษี

2. เอกชนไทยรายใหญ่ พร้อมเปิดตลาดจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเห็นโอกาสจากพื้นที่ที่มีความหลากหลาย อาทิ เทสโก้ โลตัส ประกาศเปิดสาขาแรกที่บ่อทอง ปัตตานี และเตรียมพร้อมขยายสาขาย่อยเพิ่มปลายปี รวมทั้งจะเปิดสาขาใหญ่ในปี 2566

'ดารานักแสดง' ร่วมแสดงความยินดีกับ 2 ผู้บริหารสถาบัน 'เสน่ห์มายา ปั้นหน้าเปลี่ยนชีวิต' หลังจัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ที่ร้านเสน่ห์มายา ปั้นหน้าเปลี่ยนชีวิต ซ.มังกร-นาคดี ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นำโดย อาจารย์สุภาวดี แสงสูงเนิน พร้อมด้วย อาจารย์ธีร์ นันทวริศ 2 ผู้บริหารสถาบันเสน่ห์มายา ปั้นหน้าเปลี่ยนชีวิต และคณะกรรมการ จัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปิดมงคลมหาบารมีพระแม่ธรณี ซึ่งในพิธีดังกล่าวมีการสะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตา รวมถึงการลงนะหน้าทอง นะเมตตา นะเสน่ห์มายา 

โดย ท่านอาจารย์ สัมพันธ์ กำบังภัย โหราศาสตร์แห่งบ้านโหรา ให้ความเมตตาเป็นเจ้าพิธี พร้อมด้วย อาจารย์สายมู ลูกแก้ว สื่อผ่านจิต อาจารย์วิโรจน์ ตลอดจน แขกผู้มีเกียรติและเหล่าศิลปินดาราร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

ฟรุ๊ตบอร์ด เห็นชอบโครงการพัฒนาลำไยอย่างยั่งยืนพร้อมรับทราบรายงานผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้-ภาคเหนือ 1 ล้าน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ตบอร์ด-Fruit Board)ผ่านระบบการประชุมทางไกล (ZOOM ฝMeeting) โดยที่ประชุมได้เห็นชอบ“โครงการพัฒนาลำไยอย่างยั่งยืน “เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตลำไยในฤดูและนอกฤดู เป็นสัดส่วนร้อยละ 60 : 40 ภายในปี 2567 ตามความต้องการของตลาดสอดคล้องกับแผนพัฒนาผลไม้ไทย ปี 2565 – 2570 และรายงานการศึกษาวิเคราะห์เสถียรภาพกลุ่มสินค้าลำไย รวมทั้งยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตโดยบูรณาการการทำงานเชิงรุกกับทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรสำรวจเกษตรกรที่ต้องการจะเข้าร่วมโครงการ พร้อมกับให้กระทรวงพาณิชย์จัดหาตลาดล่วงหน้า

เพื่อรองรับผลผลิตนอกฤดูตามเป้าหมายของโครงการและมอบธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เสนอหลักการและคุณสมบัติเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการ และอัตราดอกเบี้ยในการเข้าร่วมโครงการ

ประชุมยังได้รับทราบผลการบริหารจัดการผลไม้ปี 2565 ประจำฤดูกาลผลิตที่ 2/2565 (กรกฎาคม – ตุลาคม) โดยสถานการณ์ลำไย ภาคเหนือ สามารถดำเนินการได้ตามแผนบริหารจัดการ มีผลผลิตรวมทั้งสิ้น 742,563 ตัน แบ่งเป็น กระจายผลผลิตภายในประเทศ จำนวน 138,677 ตัน หรือร้อยละ 18.68 ผ่านวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร Modern Trade ตลาดออนไลน์ และตลาดผลไม้ภายในจังหวัด เป็นต้น

อีกทั้งยังมีการแปรรูป ทั้งลำไยอบแห้งทั้งเปลือก ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง และอื่น ๆ เช่น ลำไยกระป๋อง และน้ำลำไยสกัดเข้มข้น จำนวน 511,434 ตัน หรือร้อยละ 68.87 และส่งออก จำนวน 92,451 ตัน หรือร้อยละ 12.45 สถานการณ์ทุเรียน ภาคใต้ มีปริมาณผลผลิตรวม 328,818 ตัน แบ่งเป็น กระจายภายในประเทศ จำนวน 116,868 ตัน หรือร้อยละ 35.54 การแปรรูป ทั้งแช่แข็ง อบแห้ง ฟรีซดราย กวน และอื่น ๆ จำนวน 18,191 ตัน หรือร้อยละ 5.53 และส่งออก จำนวน 193,760 ตัน หรือร้อยละ 58.93

สถานการณ์มังคุด ภาคใต้ มีปริมาณผลผลิตรวม 19,536 ตัน แบ่งเป็น กระจายภายในประเทศ 15,416 ตัน หรือร้อยละ 78.91 การแปรรูป ทั้งอบแห้ง ฟรีซดราย กวน และอื่น เช่น ไอศกรีม และน้ำมังคุด จำนวน 78 ตัน หรือร้อยละ 0.40 และการส่งออก (ผลสด) จำนวน 4,042 ตัน หรือร้อยละ 20.69

สถานการณ์เงาะ ภาคใต้ มีปริมาณผลผลิตรวม 25,956 ตัน และสถานการณ์ลองกอง ภาคใต้ มีปริมาณผลผลิตรวม 2,007 ตัน ซึ่งมีบริหารจัดการโดยการกระจายภายในประเทศทั้งหมด ผ่านล้งภายในประเทศ วิสาหกิจชุมชน Modern Trade ตลาดออนไลน์ และจำหน่ายถึงผู้บริโภคโดยตรง เป็นต้น

สำหรับความก้าวหน้าโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2564/2565 ฝ่ายเลขานุการ ได้เสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี โดยเสนอแนวทางให้มีขนาดพื้นที่ปลูกรายละไม่เกิน 25 ไร่ ในอัตรา 2,000 บาทต่อไร่ กรอบวงเงิน 3,821.54 ล้านบาท รอการบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ เสด็จเยือนแขวงคำม่วน สปป.ลาว เชื่อมสัมพันธไมตรี บ้านพี่ เมืองน้อง 

วันนี้ (26/10/65) หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ เสด็จเยือนแขวงคำม่วน สปป.ลาว เชื่อมสัมพันธไมตรี บ้านพี่ เมืองน้อง ปรองดองสามัคคี ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมประเพณี มิตรภาพบ้านน้อง เมืองพี่ ไทย-ลาว 

เมื่อเวลา 16.00 น. หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ เสด็จโดยเครื่องบินสายการบิน แอร์-เอเชีย จัดถวายโดย นายพิศณุภงศ์ ศรีศากยวรางกูร จากท่ากาศยาน ดอนเมือง -นครพนม เมื่อเสด็จถึงแล้ว มีนายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าหน่วยราชการ พร้อมด้วยคณะเจ้าภาพเชิญเสด็จ ตัวแทนสายตระกูลโทนแก้ว เฝ้ารับเสด็จ จากนั้นเสด็จขึ้นรถยนต์ที่นั่ง จากท่ากาศยานนครพนม ไปเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ข้ามสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 3 คำม่วน-นครพนม โดยมี ท่านวันไช พองสะหวัน เจ้าแขวงคำม่วน พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยราชการ สปป.ลาว เฝ้ารับเสด็จ ในการนี้ทรงมีปฏิสันธานสัมพันธไมตรีกับเจ้าแขวงคำม่วน ตรัสถึงความรัก ความผูกพันธ์ ที่ทั้ง 2ประเทศ ผูกพันกันมาหลายร้อยปี และทางเจ้าแขวงคำม่วนได้จัดพิธีรับขวัญผูกแขน ซึ่งเป็นพิธีโบราณของ สปป.ลาว ที่ใช้จัดต้อนรับแขกบ้าน แขกเมือง แสดงถึงความเคารพ รัก ให้เกียรติ มีความยินดี ในการเสด็จเยือนครั้งนี้

ยอดสตรีมเพลงลิซ่าบน Spotify แตะ 1,000 ล้านครั้ง ไวที่สุดในประวัติศาสตร์ K-Pop โดยใช้เวลาแค่ 411 วัน

ทำเอาชาวบลิ้งค์ปลื้มปริ่ม กรี๊ดแตกกันยกด้อมเลย หลังมีการรายงานว่า ช่องทางสตรีมเพลงใน Spotify ของลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK มียอดการเข้าถึง 1,000 ล้านสตรีมไวที่สุดในประวัติศาสตร์ K-Pop แบบไม่แบ่งชายหญิง ไม่แบ่งกลุ่มและเดี่ยว ไม่แบ่ง Gen ไม่ต้องจัดอันดับแค่ในค่าย แต่คือไวที่สุดใน K-pop ใช้เวลาเพียงเเค่ 411 วันเท่านั้นด้วยเพลงเพียง 3 เพลง ในฐานะศิลปินเดี่ยว

โดย 3 เพลงของลิซ่าที่อยู่ใน Spotify ได้แก่ เพลง MONEY, LALISA และเพลง SG ที่ร่วมกับ DJ Snake 

ซึ่งหลังจากที่มีรายงานนี้ออกมา ชาวบลิ้งค์ทั่วโลกต่างพากันติดเเฮชเท็ก #LISA1BillionOnSpotify เพื่อแสดงความยินดี และชื่นชมความสามารถของลิซ่าในครั้งนี้ด้วย


ที่มา : https://cloutnews.com/lisa-of-blackpink-becomes-the-fastest-k-pop-artist-to-reach-1-billion-streams-on-spotify/

นิพนธ์ เชื่อมั่น ปชป. 'คืนฟอร์ม' ประชาชนภาคใต้กลับมาหนุน ปชป.อีกครั้ง เฉพาะภาคใต้ต้องได้ สส.ต้องเกิน 40 ที่นั่งชัวร์

ไม่ผิดหรอก!! ถ้าจะบอกว่าการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นในปี 2566 เป็นการตัดสินชะตาของพรรคการเมืองเก่าแก่ อย่าง “พรรคประชาธิปัตย์” เพราะการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่ “บอบช้ำ” ที่สุด ในบรรดาของพรรคการเมืองที่เข้า “สัประยุทธ์” ในสนามการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และที่ภาคใต้

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นการชี้ชะตา และบอกถึงอนาคตของพรรคการเมืองเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ ที่ก่อนจะมีการเลือกตั้ง ก็มีสมาชิกของพรรคไหลออกจำนวนหนึ่ง เพื่อไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นๆ ที่เห็นว่าเป็นพรรคที่ “มีเงินกว่า” และ “มีอนาคต” ทางการเมืองที่ดีกว่า

การเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะมาถึงได้มีโอกาสสนทนากับ “นิพนธ์ บุญญามณี” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้อำนวยการเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ถึง “ทิศทาง” ของพรรคประชาธิปัตย์ ในการลงสนามการเลือกตั้งในปี 2565 (ถ้ามี) เพื่อทราบถึงความพร้อม ทราบถึงทิศทาง และสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ แต่ละภูมิภาค

ซึ่งประเด็นแรกที่ “นิพนธ์” ได้กล่าวถึง คือเรื่องการไหลออกจากพรรค ของสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่งว่าเป็นเรื่องปกติของทุกพรรคการเมือง และที่ผ่านมา “ประชาธิปัตย์” เคยเจอการไหลออกของสมาชิกพรรคที่หนักกว่านี้มาแล้ว พรรคการเมืองอื่นๆ ก็มีการไหลเข้าไหลออกของสมาชิกพรรค เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องปกติของทางการเมือง ที่พรรคไม่ได้ตกใจและหวั่นไหว เมื่อคนเก่าออกไป ก็มีคนใหม่หรือเลือดใหม่เข้ามาแทนที่ ซึ่งสังเกตได้ว่าเลือดใหม่ที่เข้ามาแทนที่ ล้วนเป็น “คนรุ่นใหม่” ที่เป็นหนุ่มสาว แสดงให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ และเชื่อมั่นในแนวทางของพรรค นี่เป็นเรื่องที่ควรจะดีใจมากกว่า

พร้อมแค่ไหนกับการเลือกตั้งที่จะมาถึงในปีหน้า

“นิพนธ์” กล่าวว่า “ประชาธิปัตย์” มีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ผ่านการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ที่พรรคเราประสบกับความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งของภาคใต้ และของ กทม. พรรคได้ “ถอดบทเรียน” ของความพ่ายแพ้ เพื่อที่จะแก้มือในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดังนั้น ประชาธิปัตย์ พร้อมมานานแล้วกับการเลือกตั้งที่จะมาถึง

มั่นใจแค่ไหนว่าจะยึดพื้นที่คืนได้สำเร็จ

เรื่องของความมั่นใจ “นิพนธ์” กล่าวว่า สิ่งแรกคือเรื่องของผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือก มีการคัดเลือกตามขั้นตอนของพรรค ที่ต้องเลือกคนดี คนที่ใกล้ชิดประชาชน มีประสบการณ์ทางการเมือง ในกรณีที่มีผู้สมัครหลายคนในเขตเดียวกันก็มีการทำโพล ซึ่งบางเขตมีการทำโพลถึง 2 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจ และสร้างความโปร่งใสและชอบธรรม ทั้งกับพรรคและกับผู้สมัครเอง ซึ่งอาจจะมีข่าวการถกเถียงกันบ้าง แต่สุดท้ายก็มีการยอมรับ เพราะเป็นไปตามกติกาของพรรค ดังนั้น เรื่องของผู้สมัครมีความพร้อมกว่าทุกครั้ง เพราะเราใช้เวลาทำมานานแล้ว

ภาคใต้จะยึดคืนได้ทั้งหมดหรือไม่

“นิพนธ์” กล่าวว่า ถ้าบอกว่าได้ทั้งหมดก็เกินความเป็นจริง แต่ครั้งนี้พรรคเราเชื่อมั่นว่า เราจะได้ ส.ส.เขตคืนมามากกว่า 40 เขต จากทั้งหมด 58 เขต โดยเฉพาะในจังหวัดที่ประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็น “เมืองหลวง” ของภาคใต้ เช่น จ.นครศรีธรรมราช, จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.สงขลา ต้องยกจังหวัด และจังหวัดที่เสียไป 1-2 ที่นั่ง อย่าง จ.ตรัง, จ.พัทลุง, จ.กระบี่ และ จ.สตูล เราก็จะได้คืนมาทั้งหมด แม้แต่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ในครั้งที่แล้วเราได้แค่ 1 ที่นั่ง เลือกตั้งครั้งนี้เราเชื่อมั่นว่าจะได้เพิ่มขึ้นแน่

ประชาธิปัตย์จะส่งผู้สมัครทั้งหมดหรือไม่

เรื่องนี้ “นิพนธ์” กล่าวว่า เราส่งครบ 400 เขต และเขตที่เราหวังมี 100 เขต ที่เราเชื่อว่าเราสู้กับผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่นๆ ได้ การต่อสู้ครั้งนี้เราไม่ได้ตั้งเป้าแบบเลิศเลอ แต่เราตั้งความหวังอยู่กับความเป็นจริง ที่ต้องการ 80 ที่นั่งขึ้นไป รวมทั้งกับที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

การเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ๆ และการที่ “บ้านใหญ่” ที่เคยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ อย่างที่ จ.ชุมพร, จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.พัทลุง เป็นปัญหาที่หนักใจของพรรคหรือไม่

ประเด็นนี้ “นิพนธ์” กล่าวว่า การเลือกตั้งทุกครั้งไม่มีที่จะไม่หนักใจ เพราะเป็นการทำงานหนักเพื่อการแข่งขัน และบางพื้นที่ต้องแข่งกับ “กระสุน” แต่ในวิถีทางการเมือง ก็ต้องใช้ “กลยุทธ์” ในการต่อสู้ “บ้านใหญ่” ไปสนับสนุนพรรคการเมืองอื่น แต่ “บ้านเล็ก” ที่หมายถึงประชาชนยังอยู่กับเรา ถ้าเขาเลือกเราๆ ก็ชนะ

รวบหนุ่มแดนมังกรหนีคดีผลิต/จำหน่ายอาวุธปืน ซุกไทย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อาภากรโกมลสุทธิ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ชย พาหะกิจ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ จำนวน 4 คดี โดยมีรายละเอียดดังนี้

รวบหัวหน้าแก๊งจีนค้ามนุษย์หลอกคนไทยบังคับทำ Call Center ที่กัมพูชา

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อาภากรโกมลสุทธิ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ชย พาหะกิจ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ จำนวน 4 คดี โดยมีรายละเอียดดังนี้

รวบโจ๋ไต้หวัน หลบหนีเข้าเมือง พบประวัติหนีคดีฆ่า อ้างถูกหลอกมาทำโรแมนซ์สแกมในกัมพูชา 

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อาภากรโกมลสุทธิ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ชย พาหะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ จำนวน 4 คดี โดยมีรายละเอียดดังนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. จับกุมนายเฉิน (นามสมมติ) อายุ 17 ปี สัญชาติไต้หวันโดยกล่าวหา ว่าเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไม่มีหนังสือเดินทางแสดง และเมื่อตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. ผลการตรวจสอบไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแต่อย่างใด จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การว่าตนเองได้ถูกเพื่อนชาวไต้หวันชักชวนให้ไปทำ Romancs scam ในประเทศกัมพูชา 

รวบหนุ่มแดนมังกรหนีคดี ทวงหนี้ผิดกฎหมาย เสียหายร่วม 100 ล้านบาท

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือน พ.ย. 2565 และเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่อง การควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเข้ามากระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและ
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในประเทศไทย หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทย หรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด 

 

 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top