Friday, 3 July 2026
Hard News Team

'วราวุธ' หารือ อเมริกา ถกประเด็นลดก๊าซมีเทน ต้นเหตุสำคัญปัญหา Climate Change ระดับโลก

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 ณ Sharm El Sheikh International Convention Center สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม COP27 พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) และคณะ หารือร่วมกับผู้แทนสหรัฐอเมริกา MR.John Kerry ผู้แทนพิเศษว่าด้วยประเด็นสภาพภูมิอากาศ (Special Presidential Envoy for Climate) และคณะ ถึงแนวทางความร่วมมือในการลดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายหลังการขึ้นกล่าวถ้อยแถลง บนเวทีการประชุมระดับสูงของ COP27

โดยในการหารือ นายวราวุธ ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์และเป้าหมายของประเทศไทย ในการลดก๊าซเรือนกระจก โดยมีเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ NDC ที่จะลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 40 ภายในปี ค.ศ. 2030 รวมถึงการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน ทั้งยังส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Model อย่างจริงจัง 

เพจดัง ชี้!! Thai PBS สื่อจากภาษีคนไทย ที่นำเสนอความจริง 'ยังทำไม่ได้'

(17 พ.ย. 65) เพจ 'ฤๅ - Lue History' จากกรณีที่ Thai PBS เสนอข่าวเพื่อจับโป๊ะรัฐบาลเรื่อง 'ปลากุเลาตากใบ' ที่ถูกเลือกเป็นหนึ่งในเมนูอาหารสำหรับงานเลี้ยงกาลาดินเนอร์แก่ผู้นำต่างชาติในงานประชุม APEC 2022 ว่าไม่ได้เป็นปลาที่มาจากตากใบ ซึ่งเป็นการไปเอาข้อมูลสัมภาษณ์มาจากคนในพื้นที่ (บางคน) โดยไม่ได้สืบสาวต้นตอข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง

สุดท้าย Thai PBS โป๊ะแตกเอง เมื่อเชฟใหญ่ที่รับผิดชอบเมนูอาหารครั้งนี้ยืนยันด้วยตัวเองว่า ได้ซื้อวัตถุดิบปลากุเลาจากร้านค้าในพื้นที่ตากใบจริง พร้อมแสดงใบเสร็จสั่งซื้อชัดเจน

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แค่เมนูอาหาร แต่มันสร้างผลกระทบถึงเศรษฐกิจภาพรวมของตากใบ รวมไปถึงภาพลักษณ์การประชุมระดับโลกที่ถูกด้อยค่า ที่จะต้องมาตามแก้ไขความเท็จที่ไม่ควรเกิดขึ้นจากการทำงานของสื่อไร้จรรยาบรรณ

จริง ๆ แล้วการสืบค้นหาข้อมูลจากต้นตอของแหล่งข่าว ถือเป็นพื้นฐานของการทำงานสื่อมวลชนด้วยซ้ำ ซึ่งในเคสนี้แค่ไปสอบถามข้อเท็จจริงจากหน่วยงาน หรือผู้รับผิดชอบโดยตรงก็จบแล้ว

แต่มาตราฐานแบบนี้กลับไม่มีเลยในการทำงานของ Thai PBS

ซ้ำร้ายยังมีข้อมูลมาด้วยว่า สื่อนี้มีการสนับสนุนช่องทางของขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเปิดเผยอีกด้วย ซึ่งเราจะนำประเด็นนี้มาพูดคุยในครั้งต่อไป

‘ม็อบต้านเอเปค’ ป่วน ปะทะ คฝ.แยกอโศก พบส่วนใหญ่ล้วนหน้าเดิม - บางคนมีคดีติดตัว

จากกรณีที่นักกิจกรรมการเมืองและประชาชนที่เรียกตัวเองว่า 'เครือข่ายราษฎรหยุด APEC 2022' นำโดย น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ดาวดิน และแนวร่วมเครือข่ายต่าง ๆ เตรียมได้ฉวยโอกาสช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค 2022 นัดชุมนุมขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากห่างหายไปหลายเดือน ด้วยหวังส่งสารไปถึงผู้นำระดับโลกที่เข้าร่วมการประชุมเอเปค

ล่าสุด เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 17 พ.ย. 65 พบว่า มีการรวมตัวกันของกลุ่มราษฎร 63 พร้อมแนวร่วมอีก 13 เครือข่าย จัดกิจกรรม What happening in Thailand? และพยายามจะฝ่าแนวกั้นเข้าไปบริเวณด้านหน้าอาคารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมให้ได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศให้ผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุมต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากจะจัดชุมนุมจะต้องแจ้งการชุมนุม ส่วนจะเคลื่อนย้ายไปสถานที่ใดจะต้องแจ้งล่วงหน้า และห้ามชุมนุมกีดขวางการจราจร

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มราษฎร 63 และแนวร่วม ประมาณ 60 คน ซึ่งรวมตัวกันที่บริเวณแยกอโศกมนตรีนั้น ล้วนเป็นบุคคลที่ออกมาชุมนุมเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ ออกจากตำแหน่ง และเชื่อมโยงกับขบวนการล้มล้างสถาบัน ซึ่งมีบางคนในกลุ่มนี้ที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 อาทิ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธ์ หรือใบปอ และน.ส.เนติพร เสน่ห์ สังคม หรือ บุ้ง ทะลุวัง อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

นอกจากนี้ ทางฝ่ายความมั่นคง ยังพบว่ามีบุคคลซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มราษฎร 63 ในพื้นที่อีกจำนวนมาก อาทิ นายณัฐพงศ์ มาลี, นางนภัสสร บุญรีย์, นายพนัส พลายบัว, นายกีรติ สโมรินทร์, นายสามารถ ปุยปัญจะ, นายเจษฎา ศรีปลั่ง, นายธัชพงศ์ แกดำ, นายธีรัตน์ พณิชอุดมพัชร์, นางธนพร วิจันทร์, นายกรกช แสงเย็นพันธ์, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, น.ส.อันนา อันนานนท์, นายพิชัย เลิศจินตวงษ์, นางสาคร คำแถลง, นายพิชัย เลิศจินตวงษ์, นางจิรัชยา สกุลทอง, นางเงินตา คำแสน, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นางพรวลัย ทวีธนวาณิชย์, นายวสันต์ กล่ำถาวร, นายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล, นายสุรเมธ น้อยอุบล, นายกันต์ แสงทอง, นายเชน ชีวอบัญชา, นายแซม สามแมท, นายจิรภาส กอรัมย์, นายสมพร งามสง่า, น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก

‘ดร.นิว’ พารู้จัก ‘มายด์’ เด็กโข่งแห่งม็อบ 3 นิ้ว ชี้!! พูดดี-แสดงเก่ง-ฉลาดน้อย ไม่รู้ตัวกำลังถูกสนตะพาย

(17 พ.ย. 65) ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง ‘ทำความรู้จักน้องมายด์สามนิ้วผ่าน 3 ข้อเรียกร้อง’

ดูเหมือนว่าน้องมายด์พึ่งจะได้รับบทพูดบทใหม่ ถึงได้ออกหน้าแสดงความห่วงใยต่อทรัพยากรของประชาชนในช่วงนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ น้องมายด์ไม่เคยออกมาช่วยกัน ทวงคืนป่าสงวนแห่งชาติสองพันกว่าไร่จากนายทุนตระกูลหนึ่งเลยแม้แต่นิดเดียว

[ ข้อ 1. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องยกเลิกนโยบาย BCG กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่พยายามนำเสนอเข้าที่ประชุมเอเปครับรอง เนื่องจากเป็นแนวคิดที่เอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุนชั้นนำในประเทศ ]

BCG (Bio-Circular-Green) Economy เป็นแนวคิดบูรณาการทางเศรษฐกิจ ที่ได้รวบรวมแนวคิดทางเศรษฐกิจที่หลากหลายมาไว้ด้วยกัน แล้วมุ่งเน้นนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยเสริมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม Bio Economy - เศรษฐกิจชีวภาพ Circular Economy - เศรษฐกิจหมุนเวียน Green Economy - เศรษฐกิจสีเขียว

นับได้ว่าเป็นแนวคิดที่ทันสมัยและเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่นี้เป็นอย่างมาก มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระจายรายได้ อีกทั้งยังสอดคล้องกับกระแสประชาคมโลกในการเผชิญหน้ากับวิกฤตปัญหาโลกร้อนอีกด้วย

ตลอดจน BCG ยังเป็นวิสัยทัศน์ที่ได้รับการยอมรับโดย APEC มาก่อนหน้านี้แล้วเสียด้วยซ้ำ เห็นได้จากเอกสารให้ความรู้ของ APEC ฉบับนี้ https://www.apec.org/publications/2022/08/understanding-the-bio-circular-green-(bcg)-economy-model

ไม่นึกว่าคนที่ร่ำเรียนวิศวกรรมโยธาจะขาดความรู้ความเข้าใจต่อแนวคิดสิ่งแวดล้อมพื้น ๆ เช่นนี้ ได้ข่าวว่าน้องมายด์อายุ 26 ปีแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เรียนหนังสือในระดับปริญญาตรีจบแล้วหรือไม่ แสดงถึงความไม่รู้จักหน้าที่และความรับผิดชอบต่อตนเอง

[ ข้อ 2. พลเอกประยุทธ์ ไม่มีความชอบธรรมที่จะลงนามข้อตกลงร่วมกับผู้นำกลุ่มเอเปค และต้องยุติบทบาทการเป็นประธานในที่ประชุมโดยทันที ]

ถ้าพลเอกประยุทธ์ไม่มีความชอบธรรม ผู้นำและตัวแทนต่างชาติทั้งหมดก็คงไม่เดินทางมาร่วมในการประชุมในครั้งนี้หรอก ตัวน้องมายด์เองใหญ่มาจากไหน ถึงได้ทำตัวกร่างและกล้ามาออกคำสั่งผู้นำนานาชาติไม่ต่างจากเด็กโข่งที่เป็นเผด็จการทางความคิด

แถมน้องมายด์ยังฉลาดน้อยและอาจตกเป็นเครื่องมือในการสร้างสถานการณ์รุนแรง เพราะวันที่ 18 พ.ย. นี้ น้องมายด์ไม่มีความจำเป็นต้องออกมาก่อม็อบสร้างปัญหาเลย เดี๋ยว 19 พ.ย. ก็จะมีพิธีส่งมอบการเป็นเจ้าภาพ APEC แก่สหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว

ดังนั้น การออกมาอ้างว่าต้องการหยุด APEC จึงเป็นเพียงแค่โฆษณาชวนเชื่อที่ดูน่าตลกขบขันเสียมากกว่า และไม่ใช่เจตนาที่แท้จริงของคนที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังม็อบอีกด้วย เพราะถ้าต้องการหยุด APEC จริง ต้องหยุดตั้งนานแล้ว ไม่ใช่จะมาหยุดในวันท้าย ๆ แบบนี้

[ ข้อ 3. พลเอกประยุทธ์ ต้องยุบสภา เปิดทางให้มีการเลือกตั้ง จัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อันจะทำให้ได้มาซึ่งผู้นำปประเทศที่สง่างาม คู่ควรกับการเป็นเจ้าภาพในการประชุมประชาคมโลกในอนาคต ]

อีกไม่นานพลเอกประยุทธ์ก็จะหมดวาระแล้ว ส่วนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ไม่ได้นำไปสู่การสร้างประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งพยายามช่วงชิงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคอยชี้นำอย่างบิดเบือน มีแต่จะสร้างความแตกแยกครั้งมโหฬารเท่านั้น

การเคลื่อนไหวของม็อบสามนิ้ว #ราษฎรหยุดAPEC2022 โดยมีน้องมายด์เป็นนักแสดงนำกับ 3 ข้อเรียกร้อง จึงเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนน้อย มีแต่จะขัดขวางความเจริญและบั่นทอนผลประโยชน์ของประเทศชาติและปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ

อีกทั้งการใช้ม็อบสร้างสถานการณ์กดดันนำไปสู่ความรุนแรง จงใจเคลื่อนไหวต้องการให้เกิดการเผชิญหน้า สร้างเงื่อนไขให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปราบปราม แล้วนำภาพมาขยายผลอย่างบิดเบือน ก็เป็นวิธีการสกปรกเดิม ๆ ที่ม็อบสามนิ้วกระทำมาโดยตลอด

ผบ.ตร. วางระบบ CCTV 22,848 ตัว ครอบคลุมทุกพื้นที่ คุมเข้มความปลอดภัยประชุม APEC 2022 มั่นใจ!! เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ห่วงกลุ่มผู้ชุมนุมขวางการประชุม เตรียมแผนพร้อมรองรับไว้แล้ว

(17 พ.ย. 65) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร./รอง ผอ.กองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจรฯ การประชุม APEC 2022 เป็นประธานประชุมขับเคลื่อน กอ.ร่วมฯ ติดตามสถานการณ์ด้านการข่าว สภาพภูมิอากาศ และแผนการปฏิบัติรักษาความปลอดภัยและการจราจรประจำวัน บูรณาการทุกภาคส่วน รวมกว่า 30 หน่วยงาน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ภาพรวมการปฏิบัติมีความพร้อมทุกภาคส่วน และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การจราจรยังคล่องตัวดี เนื่องจากรัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดราการ มีการติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวทั้งในและนอกพื้นที่ กทม. อย่างใกล้ชิด

ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV เขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 17,848 ตัว และส่วนภูมิภาคในจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และ สมุทรปราการ อีกจำนวน 5,000 ตัว รวมทั้งสิ้น 22,848 ตัว มั่นใจว่าครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อการรักษาความปลอดภัย หากมีใครเข้ามาก่อเหตุ จะถูกตรวจจับด้วยกล้องทันที

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งจุดตรวจเป็นใยแมงมุม ครอบคลุมทุกเส้นทาง โดยเฉพาะสถานที่ประชุม ที่พักผู้นำ เส้นทาง และสถานที่สำคัญต่าง ๆ โดยใช้เจ้าหน้าที่กว่า 35,000 นาย พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้สำหรับการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจง กรณี จนท.ตำรวจ มีการควบคุมตัวนักศึกษา

ตามที่ปรากฏข้อมูลตามสื่อต่าง ๆ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการควบคุมตัวนักศึกษา จำนวน 3 คน นั้น
พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.สส.บก.น.4) ได้รับการแจ้งเบาะแสว่าสถานที่ดังกล่าวจะมีการมั่วสุมและมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจจะมีการกระทำความผิดกฎหมายในทางอาญา จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และได้นำหมายค้น ศาลอาญา ที่ ค.1314/2565 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 เข้าทำการปิดล้อม-ตรวจค้น บ้านเช่าไม่มีเลขที่ฯ ย่านซอยรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ในการเข้าตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เพื่อความบริสุทธ์ใจและโดยความยินยอมของผู้ถูกตรวจค้น จำนวน 3 ราย (อายุ 27 ปี 2 คน อายุ 23 ปี 1 คน) เจ้าหน้าที่ จึงได้พานักศึกษาดังกล่าวไปบันทึกถ้อยคำและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล ๔ ว่าไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จากนั้นแล้วจึงได้ปล่อยตัวไป โดยไม่มีการควบคุมตัวหรือจับกุมแต่อย่างใด

‘อนุสรณ์’ แซะ ‘บิ๊กตู่’ เตรียมย้ายไปค่ายใหม่ เย้ย!! ไปต่อกับ ‘พลังประชารัฐ’ มีแต่จะลำบาก

‘เพื่อไทย’ ชี้นโยบายพรรคการเมืองแค่พูดแล้วทำไม่พอ แต่ต้องทำอย่างถูกต้องด้วย แซะขนาด ‘ประยุทธ์’ ยังเตรียมขนก๊วนย้ายค่ายใหม่ เย้ยไปต่อพลังประชารัฐลำบาก

(17 พ.ย. 65) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ... ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ช่วงหลังการประชุมเอเปคว่า ก่อนที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะมาโทษฝ่ายค้าน ควรหันกลับไปดูการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลก่อน จนถึงขณะนี้ยังมีความเห็นต่างกันอย่างมากในหลายประเด็น และไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ เชื่อว่ายิ่งใกล้วันยุบสภาจะยิ่งเกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งกำลังประสบกับปัญหาเผชิญกับสภาวะวิกฤติศรัทธาจากประชาชน หลายนโยบายที่หาเสียงไว้แล้ว ทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ คาดว่าในช่วงโค้งสุดท้าย จะหันกลับมาร่วมวงไพบูลย์ถล่มพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง เพราะอาจจะเหลือแนวทางที่เป็นทางเลือก และทางรอดสุดท้ายที่จะใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า 

‘เปลว สีเงิน’ จวก ‘สื่อ – กลุ่มสามนิ้ว’ ป่วนเอเปค ซัด ดีแต่ทำตัวถ่วงชาติ แทนที่จะเป็นเจ้าบ้านที่ดี

เปลว สีเงิน นักหนังสือพิมพ์และคอลัมนิสต์ชื่อดัง เขียนบทความถึงกลุ่มคนบางกลุ่มที่พยายามปลุกม็อบให้ออกมาต่อต้านการประชุมเอเปค ที่กำลังจัดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้ ว่า 

ขอให้กูได้ 'ชังชาติ' เถอะ

'แขกบ้าน-แขกเมือง' ทยอยมาเหยียบชานเรือนแต่วาน (๑๖ พ.ย.๖๕) แล้วนะครับ

ประธานาธิบดีเวียดนาม 'นายเหวียน ซวน ฟุก' และภริยา เป็นท่านแรก ที่เดินมาถึง

ตามด้วย 'เจมส์ มาราเป' นายกฯ ปาปัวนิวกินี 'นายลี  เซียนลุง' นายกฯ สิงคโปร์

'นายเฟอร์ดินานด์ โรมูอัลเดซ มาร์กอส จูเนียร์' ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ 'นายกาบริเอล โบริซ ฟอนต์' ประธานาธิบดีชิลี

และ 'นายเอมมานูเอล มาครง' ประธานาธิบดีฝรั่งเศส

วันนี้ (๑๗ พ.ย.๖๕) เมื่อการประชุม G 20 ที่อินโดฯ จบ

ประธานาธิบดีจีน 'สี จิ้นผิง' และผู้นำอีก ๒๐ เขตเศรษฐกิจ รวมทั้งแขกรับเชิญของนายกฯ ก็จะทยอยมาถึงตามลำดับ

เพื่อเข้าร่วมประชุม APEC ระดับผู้นำ ระหว่าง  ๑๘-๑๙ พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เต็มที่ครับ...

คนไทยทุกคน พร้อมและตั้งอก-ตั้งใจทำหน้าที่ 'ประเทศเจ้าภาพ' ที่ดี แข็งขัน น่าชื่นใจจริง ๆ

แต่ก็นั่นแหละ ในมวลหมู่ดอกไม้ ย่อมมีหนอนจัญไร คอยชอนไชปะปน เป็นธรรมดา

ในขณะที่คนส่วนใหญ่ทั้งบ้าน-ทั้งเมือง ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี

ก็มีขบวนการ 'แดง-ส้ม' สามนิ้ว และ 'นางหน้ามึน' แก๊งขี้ข้าองค์กรต่างชาติ ตัวเดิม ๆ ออกมาป่วนบรรยากาศ

ที่จริง ก็รู้อยู่ 'พวกนี้-พวกไหน' กินน้ำข้าวกระถางใคร?

มันคือ 'ขยะ' ไม่ต่าง 'หมาในคอก'

อ้างเป็น 'รุ่นใหม่' จะมานำชาติ นำพวก 'ชาติชั่ว' ด้วยกันละพอได้ แต่ที่สะเออะ จะมานำประเทศชาตินั้่น

ไปเล่นกันไกล ๆ เลย ไป๊!

ตัวการ 'ชังชาติ-ล่มสถาบัน' มันเอาไปปั่นสมอง ป้อนวาทกรรม ๓-๔ ประโยค ให้ท่องไว้พ่น เป็นนกแก้ว-นกขุนทองเข้าหน่อย

'สื่อร่วมแก๊ง' เชิญไปออกจอ ก็เหมือนนังรุ้ง ที่เจอคำถามอาจารย์อานนท์คราวนั้น

รุ่นใหม่ 'ขยะเปื้อนสารพิษ' นี่เหมือนกัน พ้นจากที่เขาสอนให้ท่องจำแล้ว ไม่ต่างจาก 'สากกะเบือ' ตรงไหน?

ทำซ่ากันไปเถอะ....

แค่ลูกกิ้งก่า คอยังสั้น อย่าชูให้มันสูง ด้วยผยองมี "ไอ้สามสัส" เป็นแบ็กใหญ่ และ 'ลูกพี่ใหญ่' ของมัน แถว ๆ 'ถนนวิทยุ' จะคุ้มกะลาหัวได้

ไอ้พวกนี้ 'ตาบอดไม่กลัวเสือ' ขนานแท้จริง ๆ!

มันชุมนุมบ้าง พยายามจะเข้าไปบริเวณที่ประชุมบ้าง ไปขึงป้าย ชูป้ายประท้วงการประชุม ด้วยคำหยาบ ๆ บ้าง

ความจริง ที่ทำกันนั้น เจตนาเดียวที่พวกนี้ต้องการ คือ

เป็น 'อีเวนต์' ให้สื่อที่ร่วมขบวนการ

'ถ่ายภาพ' นำไปทำเป็นข่าวเผยแพร่ออกจอ ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย 'ดิสเครดิต' นายกฯ ได้ นั่นคือความสำเร็จ

'วิน-วิน' ด้วยกัน........

เบอร์บัญชีใคร-บัญชีมัน นี่คือ 'ประเทศไทย' วันนี้ ที่เป็นอยู่!

แค่ 'ปลาเค็ม' มันยังสรรค์เป็นเรื่อง-เป็นประเด็นขึ้นมา 'เข่นฆ่า' บ้านเมืองตัวเองได้

ก็ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลอะไรมาแถ เพราะพฤติกรรมทนโท่ 'ซ้ำซาก' สมค่า-สมราคา ๒,๐๐๐ ล้านต่อปี ที่รัฐบาลจัดหามาให้

ทำหน้าที่ 'ก้อนกรวด' ในรองเท้าประเทศอย่างเท่ ๆ!

ผู้ทรงคุณสมบัติ ระดับชั้น 'กูรู' ด้านสื่อทั้งนั้น ตั้งแต่ ผอ.ลงไปถึงบอร์ดบริหารนโยบาย

แต่ไม่รู้จักการ 'เช็กข่าว ๒ ด้าน' ทั้งที่ต้นตอของข่าวอยู่ที่เชฟ 'ชุมพล แจ้งไพร' แต่กลับไปไล่สัมภาษณ์ร้านค้าปลาเค็มทั้งตลาดด้านเดียว

ทั้งที่ในความเป็นจริง ใครซื้อ ซื้อเอาไปไหน.....

ทั้ง 'คนซื้อ-คนขาย' ปลาเค็ม จะต้อง 'กรอกแบบสอบถาม' กันด้วยงั้นหรือ?

ทีขายข้าวจำนำ 'เจ๊ทูเจี๊ยะ' เป็นแสนล้าน ควรต้องสงสัยกลับไม่สงสัย ไม่ไปไล่เช็กทั้งปลายทาง 'เสี่ยเปี๋ยง' และต้นทาง 'ยิ่งลักษณ์' เหมือนปลาเค็มเลย

ไล่ถามร้านค้าอันเป็น 'ปลายทาง' นั่นก็ไม่ว่า

แต่เห็นแถลงการณ์ ชนิดองอาจ-ผึ่งผายว่า 'ไทยพีบีเอสเสนอข้อมูลอย่างถูกต้องรอบด้าน เป็นธรรม'

ขอโทษนะ อดไม่ได้จริง ๆ ขอถามนิด

แล้วที่ออกข่าว 'ด้านเดียว' โดยไม่สอบถามข้อเท็จจริงจากต้นตอข่าวคือเชฟ 'ชุมพล' อีกด้านแบบนั้นนะ

'รอบด้าน' หรือ 'รอบจัด' มิทราบ?

เรื่อง 'ปลากุเลาเค็ม' อยากรู้ ต้องมาถามผมนี่ เพราะผมนี่แหละทายาท 'ราชาปลากุเลาเค็ม' ตัวจริง-เสียงจริง

โตจำความได้ ก็เห็นพ่อเขาทำปลากุเลาเค็มกับปลากระบอกเค็มตากเป็นราวพรืด

ในกระบวนการปลาเค็ม ต้องยกให้ปลากุเลาเป็นราชา ปลาอินทรี ไว้กินตอนไม่มีอะไรจะกิน อันดับสอง ก็ต้อง 'ปลากระบอกเค็ม'

ข้อสำคัญ ต้องเอาปลาสดมาทำ ห้ามเอาปลาแช่เย็นมาทำเด็ดขาด ใครฝ่าฝืน ถือว่า 'ฝืนบัญชาสวรรค์'

ต้องจับตัวไปให้เชฟชุมพล 'โบยหลัง' ๓๐ ที!

'ดรามาปลาเค็ม' จบ ชนิดศพไม่สวยไปแล้ว มีโง่แล้วเสือกแซะโผล่มาอีกราย

"เมนูอาหารรับผู้นำ APEC เสิร์ฟคาเวียร์หรู จากปลาสเตอร์เจียน มันไทยตรงไหน?"

ไม่อยากอวดรู้ เอาที่คนรู้เขาโพสต์ไว้มาให้อ่านดีกว่า .........................

อาณาจักร โกวิทย์

'ปลาสเตอร์เจียน' สถานีวิจัยโครงการหลวงดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ สามารถเพาะเลี้ยงได้เมื่อ 17 ปีก่อน

ปัจจุบันเนื้อขายกิโลกรัมละ 800 บาท 

ส่วนไข่นำมาทำ 'คาเวียร์' ขายกิโลกรัมละ 6 หมื่นบาท  ต้องสั่งจองล่วงหน้า

การเพาะเลี้ยงต้องใช้เวลา 3 ปี เนื้อจะขายได้ ขณะที่ผลิตคาเวียร์ได้ ปลาต้องมีอายุ 7 ปีขึ้นไป และน้ำไหลเวียนตลอดเวลา

อาศัยน้ำจากน้ำตกบนดอยอินทนนท์และมีอากาศเย็นตลอดเวลา

'คาเวียร์' สถานีวิจัยโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ถูกนำไปเป็นส่วนประกอบสำคัญเมนู

'กระทงทองไส้ครีมซอสและไข่ปลาสเตอร์เจียน' ในการประชุมเอเปกครั้งนี้

มีอะไรจะ 'ด้อยค่า-ขัดขา' ประเทศอีกล่ะ?

'เนื้อวากิว' ไง ไม่ยกมาโชว์โง่อีกล่ะว่า เป็นของญี่ปุ่นแท้ ๆ ไหงตีขลุมว่า 'วากิวไทย' ที่ใช้เลี้ยง APEC

ก็บอกซะเลย ที่โคราช 'บ้านเฮา' นี่แหละ เขาเลี้ยง 'โควากิว' เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน 'วากิวโคราช' โด่งดังทั้งบ้าน-ทั้งเมือง

อย่าดันทะลึ่งเอา 'หมี่กรอบข้าวซอยล้านนา' ที่เชียงใหม่มาโพสต์แซะ ว่าไทยไปเอา "ข้าวซอยของนิวยอร์ก" มาเคลมเป็นของไทยล่ะ

จะถูก ถ.สระอี บ.!

ผมเคยตาม 'พลเอกนิพนธ์ ภารัญนิตย์' รองประธานที่ปรึกษาโครงการพัฒนาราษฎรชาวไทยภูเขาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ไปดู 'ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง ตามพระราชดำริ' ที่แม่ฮ่องสอนเมื่อ ๒-๓ ปีก่อน

'พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร' มีพระราชดำริให้ตั้งขึ้น ตั้่งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๓

เป็นแหล่งเรียนรู้การใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่สูง ปรับปรุงแหล่งน้ำ อนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้้ำ การปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งเพาะเลี้ยงปลาบนที่สูง

มีผู้ชำนาญการแต่ละด้านของกระทรวงเกษตรฯ คอยดูแลและวิจัยพืชพันธุ์และสัตว์

ที่ศูนย์เพาะเลี้่ยงปลา โอ้โฮ...ถ้าไม่เห็นด้วยตา ใครบอกก็ไม่เชื่อ มาเพาะพันธุ์และเลี้ยงปลาบนเขา ปลากดเงี้ย...แต่ละตัว โตเท่าขา!

และที่นี่ ทดลองเลี้ยง 'ปลาสเตอร์เจียน' ในบ่อซีเมนต์ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top