Saturday, 4 July 2026
Hard News Team

'เฉลิมชัย'ห่วงใยชาวประมง เร่งดีเดย์สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง 5 พันล้านเปิดยื่นกู้ 15 ธันวาคมนี้

'อลงกรณ์' มอบกรมประมงจับมือกรมเจ้าท่าเตรียมเปิดขึ้นทะเบียนเรือประมงเพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่ให้ชาวประมง

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทยเปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมครั้งที่5/2565 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบตามโครงการ ดังนี้
1) คณะกรรมการฯ เห็นชอบให้สนับสนุนการดำเนินการจัดทำโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำและการเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงามในการส่งออกต่างประเทศ (Aqua Feed & Ornamental Fish Industry : AFOF) และมอบหมายกรมประมง กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประสานกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมพิจารณาหารือในการสนับสนุนงบประมาณหรือการลงทุนจากภาคเอกชนโครงการนี้ 
2) ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการใช้ประโยชน์เรือประมงเพื่อการท่องเที่ยว โดยมอบหมายกรมประมง กรมเจ้าท่าและหน่วยงานรัฐอื่นๆจัดประชุมหารือในความร่วมมือกับตัวแทนองค์กรประมงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางออกใบอนุญาตทะเบียนเรือประมงเพื่อการท่องเที่ยวสามารถประกอบการทั้งประเภทท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ และการท่องเที่ยวรูปแบบอื่นๆเช่นการดูปลาวาฬบรูดาและการดำน้ำเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวประมง

นอกจากนี้ ที่ประชุม ยังรับทราบความก้าวหน้าในโครงการ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งรัดดำเนินการเพื่อประโยชน์ของพี่น้องชาวประมง ได้แก่ 
(1) ความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง ระยะที่ 2 โดยมีวงเงินสินเชื่อรวม 5,000 ล้านบาท คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงดำเนินการ สำหรับวงเงินสินเชื่อแบ่งเป็น (1.1) ธนาคารออมสิน ให้สินเชื่อผู้ประกอบการประมงที่มีเรือประมงขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไป วงเงินสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท โดยสนับสนุนรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท (1.2) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ให้สินเชื่อผู้ประกอบการประมงที่มีเรือประมงขนาดต่ำกว่า 60 ตันกรอส วงเงินสินเชื่อ 3,000 ล้านบาท โดยสนับสนุนรายละไม่เกิน 5 ล้านบาท

ทั้งนี้คณะกรรมการอำนวยการด้านสินเชื่อ ระยะที่ 2 ซึ่งมี อธิบดีกรมประมง เป็นประธานจะมีการประชุม กำหนดหลักเกณฑ์การกู้ยืม ในวันที่ 6 ธันวาคม 2565จากนั้นหน่วยงานในพื้นที่จะทำการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรชาวประมงมายื่นความประสงค์ขอกู้ยืมภายตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมนี้ซึ่งเป็นข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย 
ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ห่วงใยพี่น้องชาวประมงจึงได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบและมอบกรมประมงเร่งรัดดำเนินการโดยเร็วเพื่อเป็นสินเชื่อเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ

(2) ความก้าวหน้าการดำเนินงานคณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติสภาการประมง พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนประมง พ.ศ. ....ซึ่งกรมประมงได้มีการปรับปรุง ร่าง ดังกล่าว และได้จัดทำหน้งสือเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป 
(3) รับทราบโครงการน้ำมันเพื่อการประมง เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงพาณิชย์และพื้นบ้านในการลดต้นทุนกการประกอบอาชีพประมง
(4)ความคืบหน้าโครงการนำเรืออกนอกระบบโดยวิธีบริหารจัดการแบบใหม่ให้แล้วเสร็จภายในปีหน้า
(5) ความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล การส่วเสริมการปลูกป่าโกงกาง การเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล การเพิ่มหญ้าทะเลที่เป็นอาหารสัตว์น้ำ

‘ชัยวุฒิ’ เผย ‘เศรษฐกิจดิจิทัล’ พาศก.ไทยก้าวหน้า ชี้ รัฐบาลหนุนเต็มกำลัง มุ่งยกระดับประเทศอย่างยั่งยืน

‘ดีอีเอส’ จัดสัมมนาและนิทรรศการ ‘Thailand 4.0 ประเทศไทยไปไกลกว่าที่คิด : Thailand 4.0 The Future and Beyond’ มุ่งผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล ยกระดับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) จัดงานสัมมนาและนิทรรศการเศรษฐกิจดิจิทัล ‘Thailand 4.0 ประเทศไทยไปไกลกว่าที่คิด : Thailand 4.0 The Future and Beyond’ โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกิจกรรม ในวันที่ 28 - 29 พฤศจิกายน 2565 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญ ในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อการพัฒนาประเทศ ก้าวสู่ Thailand 4.0

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานสัมมนาและนิทรรศการเศรษฐกิจดิจิทัล ‘Thailand 4.0 ประเทศไทยไปไกลกว่าที่คิด: Thailand 4.0 The Future and Beyond’ ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามามีบทบาท ในทุกกิจกรรมของประชาชน และยังเป็นเครื่องมือหลัก ในการช่วยให้ การประกอบธุรกิจ เกิดผลสำเร็จ ได้ง่ายขึ้น และที่ผ่านมาประเทศไทยเอง มีความก้าวหน้า ไม่แพ้ชาติใดในโลก ในด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อการเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดพฤติกรรมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีดิจิทัล ในการขับเคลื่อนสังคมอีกด้วย อันเป็นการตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ เป็น ‘ประเทศไทย 4.0’ ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยนวัตกรรม รวมทั้งการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างเกราะป้องกันให้ประชาชนรู้เท่าทันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นภารกิจที่รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญ สอดคล้องกับการจัดงานสัมมนาและนิทรรศการเศรษฐกิจดิจิทัล ‘Thailand 4.0 ประเทศไทยไปไกลกว่าที่คิด : Thailand 4.0 The Future and Beyond’ ที่นับว่าเป็นประโยชน์กับภาคธุรกิจและประชาชนในการสร้างองค์ความรู้ ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง และสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และความรู้เกี่ยวกับภัยอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น จากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดความเสี่ยง ในการใช้เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม สามารถรู้ทันภัยออนไลน์ต่างๆ เกิดความตระหนักรู้ และสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างถูกทาง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการใช้ชีวิตในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล 

ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า เศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Digital Economy เป็นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เนื่องจากจะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในอีก 10 - 20 ปี ข้างหน้าต่อจากนี้ด้วย และจากการสนับสนุนของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นได้ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีการเติบโตขึ้นจากปีก่อน ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศไทยถูกโจมตีด้วยการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เข้ามาเป็นแรงผลักดันให้ภาคประชาชน ภาคการศึกษา และกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมหันมาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล 

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล มักแฝงมาด้วยภัยคุกคามทางไซเบอร์ รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญ และได้มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์ สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างถูกทาง

รายงานพิเศษการไม่แต่งตั้ง 'นริศ ขำนุรักษ์' เป็น รัฐมนตรี ตามมติ พรรคประชาธิปัตย์ สุดท้ายผู้ที่เสียหาย อาจจะเป็น 'บิ๊กตู่' ที่ถูกมองว่า เล่นการเมือง ด้วยการเอาเปรียบพรรครวมรัฐบาล

การออกมาแสดงความอึดอัดของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์,รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่มีท่าทีที่จะปรับ ครม.เพื่อแต่งตั้งนายนริศ ขำนุรักษ์ สส.เขต 3 จ.พัทลุง เป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย แทนนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ที่ได้ลาออกจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทย มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และพรรคประชาธิปัตย์ก็มีมติส่ง นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็น รมช.มหาดไทยแทน ซึ่งตำแหน่ง รมช.มหาดไทย เป็นโควต้า ของพรรคประชาธิปัตย์ และนายจุรินทร์ ก็ได้นำมติพรรคไปแจ้งให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้รับทราบมติของพรรคฯ เพื่อให้มีการปรับ ครม.ในส่วนของโควต้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่เป็นโควต้าของพรรครวมรัฐบาลอื่น ๆ

แต่รอแล้วรอเล่า การปรับ ครม.ไม่ว่าจะเป็นทั้งคณะ หรือเป็นเพียงตำแหน่งเดียวที่เป็นโควต้าของประชาธิปัตย์ก็ไม่เกิดขึ้น นริศ ขำนุรักษ์ กลายเป็น แม่สายบัว ที่แต่งตัวเก้อเพราะบิ๊กตู่ไม่มีท่าที่ในการปรับ ครม.ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งเดียว ที่เป็นของประชาธิปัตย์ หรือของพรรคอื่นๆ ที่ยังว่างอยู่ ทั้งโควต้าของ 'พลังประชารัฐ' และ 'ภูมิใจไทย' ซึ่งแน่นอนว่า เป็นความอึดอัดของคนในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย ย่อมมีความสำคัญในการขับเคลื่อนงานเพื่อ ช่วยประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนและการขับเคลื่อนงานในส่วนที่ 'นิพนธ์ บุญญามณี' ได้ดำเนินการไว้ แต่ไม่ได้รับการสานต่อซึ่งเป็นเรื่องของความเสียหายทั้งเรื่องของการบ้านและเรื่องของการเมือง โดยเฉพาะการเมืองที่เหลือวาระการเป็นรัฐบาลอีกไม่กี่เดือน ตำแหน่ง รมต.จึงเป็นตำแหน่งที่สามารถให้คุณกับพรรคในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

หลังการเสร็จสิ้นการประชุมเอเปคจึงเห็น 'แกนนำ' และ สมาชิกของ 'ประชาธิปัตย์' จึงได้ชักแถวออกมาทวงถามกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ในการที่จะมีการปรับครม.ในส่วนของประชาธิปัตย์เพราะรัฐบาลเหลือเวลาในการทำหน้าที่ไม่ถึง 4 เดือน และหากมีการยุบสภาก่อนครบวาระ ก็ยิ่งเหลือเวลาเพียงน้อยนิด แต่ก็ไม่มีการตอบรับหรือมีสัญญาณจากบิ๊กตู่แต่อย่างใด

สิ่งที่เห็นจากบิ๊กตู่หลังเสร็จจากการประชุมเอเปคคือเรื่องของการเมืองในส่วนของการช่วงชิงความได้เปรียบของบิ๊กตู่ในการเตรียมพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปในการเลือกตั้งสมัยหน้า ตั้งแต่การปิดบ้านให้แกนนำสายต่าง ๆ นำ สส. เข้าพบเพื่อทำการเช็คชื่อว่า จะมี สส.จากพรรคไหน กี่มากน้อย ที่จะเข้ามาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่า เป็นพรรคการเมืองใหม่ ที่จะเป็นนั่งร้านในการส่ง พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็น นายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 3 ในการ เลือกตั้งในปี 2566 โดยที่มี พล.อ.ประยุทธจะมีตำแหน่งในพรรครวมไทยสร้างชาติ นั่นเอง

วันนี้บิ๊กตู่กำลังช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง ในห้วงที่ใกล้ยุบสภาหรือใกล้หมดวาระการเป็นรัฐบาล เช่นการไปตรวจราชการที่ เพชรบูรณ์ และถือโอกาส ในการคิ๊กออฟจ่ายเงินประกันราคาข้าวที่เหมือกับเป็นการแย่งซีนจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ที่มีการ คิ๊กออฟจ่ายเงินประกันราคาข้าวให้ชาวนาในวันเดียวกัน

ชาวบ้านชุมนุมขับไล่รองปลัดอบต.ให้ออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชม.

คณะกรรมการกลางท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น หรือ ก.อบต. มีมติให้ รองปลัด อบต.โคกสี ช่วยราชการ ที่อำเภอเมืองขอนแก่น เป็นการชั่วคราว เพื่อลดความขัดแย้ง ภายใน อบต. หลังมีคลิปพูดจาในลักษณะคล้ายข่มขู่เจ้าหน้าที่ ขณะที่ วันนี้ ชาวบ้าน ตำบลโคกสี รวมตัวประท้วง ให้ย้ายออกจาก อบต.โคกสีภายใน24ชั่วโมงพร้อมเตรียมยกระดับการชุมนุมไปตัวจังหวัด หากไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้อง

สลดใจแม่เต่าตนุ วัย 20 ปี สิ้นใจหลังกิน พลาสติก วัสดุทำกระทงเต็มท้อง

จากกรณีเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 65 ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ ( หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ) ได้รับแจ้งจากพบซากเต่าทะเลขนาดใหญ่ลอยเกยตื้น บริเวณริมหาดกินรี ( หาดขลอด ) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ ไปทำการเก็บกู้ซากเต่า นำกลับมาผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ โรงพยาบาลเต่าทะเล กองทัพเรือ  

ล่าสุดวันนี้ (28 พ.ย. 65) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ น.สพ.กิริน สรพิพัฒน์เจริญ สัตวแพทย์ประจำศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังได้ทำการตรวจสอบพบว่า ซากเต่าเป็น เต่าตนุ ( Chelonia mydas ) เพศเมีย ขนาดกระดองกว้าง 90 ซม. ยาว 96.5 ซม.อายุประมาณ 20 ปี พบเลขรหัสไมโครชิพ 116918551A

รมว.เฮ้ง เปิดบ้าน ต้อนรับกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เผย นโยบายช่วงโควิด ช่วยแรงงาน - ธุรกิจอยู่ได้ เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว

วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2565) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีครั้งที่ 10/2565 โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน และผู้เข้าร่วมประชุมให้การต้อนรับ ซึ่งการประชุมครั้งนี้กระทรวงแรงงานได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ ณ ห้องประชุมอำพล สิงหโกวินท์ ชั้น 6 อาคารอำนวยการ สำนักงานประกันสังคม จังหวัดนนทบุรี และการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล 

นายสุชาติ กล่าวว่า การประชุมกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีในครั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีถือว่าเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการพิจารณาและประเมินผลการดำเนินการของผู้ช่วยรัฐมนตรี และเสนอแนะมาตรการอันเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี หรือของรัฐมนตรี ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้สถานประกอบการ และพี่น้องผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ตลอดระยะ 2 ปี ที่ผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีนโยบายและมาตรการช่วยเหลือพี่น้องลูกจ้าง ผู้ประกอบการที่สำคัญ อาทิ ในปี 2564 ได้เปิดจุดตรวจโควิดแบบประจำจุดและตรวจเชิงรุกในโรงงาน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกจ้างเพื่อให้ภาคเอกชนยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ซึ่งผลตรวจโควิด 409,972 คน ในเดือนพฤษภาคม 2564 แรงงานไม่ได้รับการฉีดวัคซีน จึงขอรับการสนับสนุนวัคซีนให้แก่ผู้ใช้แรงงานกว่า 11 ล้านคน ต่อรัฐบาล และได้ฉีดวัคซีนให้แรงงานแล้ว 3,962,206 โดส ในเดือนสิงหาคม 2564 โรงงานปิดตัวลงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงาน กระทรวงแรงงานจัดโครงการแฟคทอรี่ แซนบ๊อก บนฐานแนวคิดเศรษฐกิจศาสตร์และสาธารณสุขมุ่งเป้าภาคการผลิตส่งออกสำคัญทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ อาหาร ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ใน 12 จังหวัด 730 โรงงาน มีแรงงานเข้าร่วม 407,770 คน ตรวจ RT-PCR พบผู้ติดเชื้อ 11,298 คน โดยทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการรักษา และได้มีฉีดวัคซีนให้ทุกคน ผลสัมฤทธิ์จากโครงการทำให้โรงงานไม่มีการปิดตัวลง ภาคการผลิตส่งออกสูงสุดในรอบ 30 ปี 

‘3 พ. เพื่อไทย’ กดดัน ‘บิ๊กตู่’ ยุบสภาฯ ฟาด!! 8 ปีไร้ผลงาน มุ่งแต่รักษาอำนาจ

(28 พ.ย. 65) นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.เขตบึงกุ่ม-คันนายาว พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองว่า ขณะนี้เป็นช่วงปลายรัฐบาล ที่ทุกพรรคการเมืองเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง แต่ละพรรคการเมืองเริ่มทยอยประกาศนโยบายในการแก้ไขปัญหาประเทศกันแล้ว แต่สิ่งที่เกิดคำถามในใจประชาชน คือนโยบายของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะพรรคแกนนำหลักของรัฐบาล ที่ประกาศไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ยังไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้เลย เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท ต่อวัน, เงินเดือนผู้จบ อาชีวะ 18,000 บาทและปริญญาตรี 20,000 บาท นโยบายมารดาประชารัฐ เป็นต้น ทำให้เห็นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่รับปากกับประชาชนไว้เลย มัวแต่สนใจแต่ประเด็นการเมืองเพื่อรักษาอำนาจของกลุ่มตัวเองไว้ให้ได้นานที่สุด

“วันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะสร้างดาวดวงใหม่เพื่อกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ แบบนี้แล้วประชาชนจะหวังพึ่งอะไรได้ นโยบายที่จะประกาศมาไม่มีอะไรรับประกันว่าจะได้รับความใส่ใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต่างจากพรรคเพื่อไทย ที่เราเสนอนโยบายอะไรไว้เราทำได้จริง ประชาชนได้รับการแก้ปัญหาตามที่เราประกาศไว้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถทำสิ่งที่ตัวเองหาเสียงไว้ได้แบบนี้ก็ยุบสภาฯ ไปเลยดีกว่า ประเทศจะได้มีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำงาน” นายพลภูมิ กล่าว

ด้าน น.ส. เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตยานนาวา บางคอแหลม กล่าวว่า 8 ปีที่ผ่านมา ประชาชนเดือดร้อนจากพิษเศรษฐกิจ และคะแนนลำดับทุจริต Corruption Perceptions Index หรือ CPI คะแนนลดลงอย่างมาก จากภายใต้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ส่งผลกระทบภาพรวมในการบริหาร และความไว้ใจจากประชาชน ที่ผ่านมารัฐบาลภายใต้การบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์นั้น ประชาชนมีความเดือดร้อน ทั้งด้านหนี้สิน ข้าวของแพง และ เงินเฟ้อ รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัวต่ำ และหนี้ครัวเรือนเป็นระเบิดเวลาข้างหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย การกระตุ้นเศรษฐกิจในการหารายได้เข้าประเทศนั้นมีไม่มากพอ

‘พี่โทนี่’ ออกอาการอิจฉาด้อยค่าเจ้าภาพเอเปค คาดรับไม่ได้ ‘บิ๊กตู่’ จัดงานสำเร็จระดับเวิลด์คลาส

เมื่อไม่นานมานี้ ใครบางคนที่ร่อนเร่เป็นสัมภเวสีในดูไบ ออกมาประกาศว่าตนเองนั้นสะกดคำว่า 'แพ้' ไม่เป็น ดูแล้วก็น่าจะเป็นตามนั้น อยากชนะทุกคนทุกหนทุกสิ่ง แม้จะใช้เกมสกปรกทุกอย่างก็เอา รวมถึงการดิสเครดิตอย่างหน้าด้านก็ทำเป็นประจำ

คงจำกันได้ว่าโทนี่ขี้หมากองเดียวแห่งดูไบ โหมโรงแขวะกระทบนายกรัฐมนตรีตลอดเวลา  ตั้งแต่ยังไม่มีการประชุมเอเปค ทำนองว่าไม่เหมาะสมในการจัดประชุมงานระดับโลกแบบนี้หรอก ยกแม่น้ำทั้งห้ามาอ้างสารพัดว่าให้รอดูเถอะว่างานนี้ต้องเละแน่นอน ตบท้ายแบบจิกหัวว่านายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคงจะอิจฉาตนเองนั่นแหละ ที่เคยจัดงานเอเปคมาแล้ว เลยอยากเป็นประธานในการจัดงานเอเปคบ้าง

ผลกลับไม่เป็นอย่างที่โทนี่ทำนาย เพราะทั่วโลกต่างชื่นชมและประทับใจเจ้าภาพ  การจัดงานครั้งนี้เต็มไปด้วยความยอดเยี่ยม เห็นได้จากการที่นางรีเบคกา สตามาเรีย ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการเอเปคชมว่าการจัดงานครั้งนี้จัดได้ในระดับเวิลด์คลาสทุกด้าน 

มาดูความเห็นของคนไทยกันบ้าง ผลสำรวจซูเปอร์โพลที่สำรวจความเห็นคนไทยพบว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.6 เห็นว่าการประชุมเอเปคเป็นประโยชน์มากถึงมากที่สุด นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.5 พอใจมากถึงมากที่สุดต่อนายกฯที่มีผลงานจัดประชุมเอเปคในประเทศไทย ดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ความสำเร็จแบบเต็มคาราเบลหนนี้ของนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ เล่นเอาบางคนถึงกับนอนไม่หลับกระสับกระส่ายคล้ายจะเป็นลม จากนั้นก็ใช้มุขเก่าๆ เดิมๆ นั่นคือรีบทำคลิปออกมาอวยตัวเองรัวๆ ในทุกแพลตฟอร์มโซเชียล แม้กระทั่งเอาคลิปเก่ามาฉายวน

อย่างใน Tik Tok ก็แปะคลิป “คิดถึงทักษิณ” ขึ้นมาทันทีทันใด ทั้งที่เป็นคลิปเก่าเมื่อปี 2544 โดยโพสต์อวยว่า ตอนนั้นประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ทักษิณเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกที่อาสามาแก้ปัญหา คงหาจุดขายอะไรไม่ได้แล้วสินะ ถึงต้องยกของเก่ามาเป็นจุดขายอีกรอบ แล้วคนที่เอามาอวยก็คือแคนดิเดตนายกในอนาคตนั่นเอง เข้าทำนอง 'หมาขี้ไม่มีใครยกหาง'

'บิ๊กป้อม' เปิดงาน 'Thailand 4.0 ประเทศไทยไปไกลกว่าที่คิด' ชู!! ดิจิทัลไทยก้าวหน้าไม่แพ้ชาติใดในโลก

พล.อ.ประวิตร เปิดงาน 'Thailand 4.0 ประเทศไทยไปไกลกว่าที่คิด' ผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล สู่ผู้นำภูมิภาค เร่งให้ความรู้ ปชช. สร้างภูมิคุ้มกัน ปก.ภัยออนไลน์ ลดเสี่ยงไซเบอร์  

(28 พ.ย. 65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ไปเป็นประธานพิธีเปิด งานสัมมนาและนิทรรศการเศรษฐกิจดิจิทัล 'Thailand 4.0 ประเทศไทยไปไกลกว่าที่คิด : THAILAND 4.0 THE FUTURE AND BEYOND' ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องประชุมวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 28-29 พ.ย.65 โดยมีกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมดังกล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top