Sunday, 5 July 2026
Hard News Team

อว. จับมือ มช.มุ่งผลักดัน โครงการ U2T สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสื่อมวลชน ตอกย้ำความสำเร็จการทำงานบูรณาการ

อว. มุ่งผลักดัน โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ(มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) (U2T) U2T x RSP @ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผนึกกำลังอุทยานวิทยาศาสตร์ ตอกย้ำความสำเร็จการทำงานบูรณาการ มุ่งเน้นพัฒนาคน ดึงเทคโนโลยีเข้าช่วยสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ยืนหยัดเพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชน พร้อมยกระดับเศรษฐกิจให้เกิดความยั่งยืน สำหรับ โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) หรือ โครงการ U2T โดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ล่าสุดขึ้นเหนือเยือน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างการรับรู้สำหรับโครงการ U2T ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง จากการปรับบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และชุมชนในพื้นที่ บูรณาการแก้ไขปัญหาในมิติต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาสินค้าให้แก่คนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมีการผสานความร่วมมือกับอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ อว. ที่ดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 10 ปี ในการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อเกิดการทำงานที่เป็นรูปธรรม และต่อยอดโครงการ U2T ให้เกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ดร. ดนุช  ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  เป็นประธานในงานแถลงข่าว “โครงการ U2T x RSP @ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการ ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ) กิจกรรมที่ 2 U2T สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสื่อมวลชน” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้การต้อนรับคณะ

โครงการ U2T ที่จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในครั้งนี้ เพื่อตอกย้ำความสำเร็จและนวัตกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้การดำเนินงานโครงการ U2T ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเสริมศักยภาพในการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ อีกทั้งมุ่งมั่นเสริมความรู้ให้กับประชาชนในเรื่อง BCG หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว อันเป็นโมเดลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อให้เกิดความเข้าใจและปรับตัวในการผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับ BCG ได้ โดยผสานความร่วมมือกับอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ U2T ให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ถือเป็นการโชว์สินค้า แชร์เทคโนโลยี และนำไปต่อยอดต่อไปได้

ดร. ดนุช  ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงการดำเนินโครงการ U2T ในตลอดปี 2565 ว่า “ โครงการ U2T ได้มีการพัฒนาคนในชุมชนครอบคลุมทั้งสิ้น 7,435 ตำบล โดยตลอดการดำเนินงานได้มีผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่ายมากมายและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน พร้อมเกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ โดยเป็นผลสำเร็จจากการปรับบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และชุมชน นำศักยภาพที่มีทั้งความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการแก้ไขปัญหาและความต้องการของชุมชนที่แตกต่างกัน โดยมุ่งสร้างและบ่มเพาะผู้ประกอบการให้สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญต้องมีความรู้เรื่อง BCG หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว อันเป็นโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับปรุง แปรรูปและต่อยอดผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เกิดความน่าสนใจได้ ซึ่งโครงการ U2T ได้เสริมองค์ความรู้ให้กับคนในชุมชน พร้อมสนับสนุนในทุกมิติเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อันโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์จากของในท้องถิ่นได้รับการการันตีในคุณภาพ เสริมสร้างความมั่นใจในอีกระดับ รวมถึงการเสริมทักษะในด้านการตลาดและบริหารจัดการ โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ จากความร่วมมือของอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งตั้งอยู่ใน 44 มหาวิทยาลัย ครอบคลุมทุกภาคทั่วไทย เป็นการเพิ่มศักยภาพของอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในมิติของการทำงานร่วมกับโครงการ U2T อีกด้วย”

ดร. ดนุช  ตันเทอดทิตย์ กล่าวเสริมอีกว่า “ในการส่งเสริมศักยภาพของประชาชนจากโครงการ U2T มุ่งหวังให้เกิดการต่อยอด เพื่อสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ และสามารถผลักดันให้มีการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมหวังให้ส่งออกนอกประเทศได้อีกด้วย เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการ”
 
 ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่าถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า “การดำเนินโครงการ U2T เป็นความสำเร็จจากการทำงานแบบบูรณาการ ของหน่วยงานต่างๆ ใน อว. ที่พร้อมพัฒนาคนในชุมชนให้เกิดความรู้และเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน พิสูจน์ได้อย่างเป็นรูปธรรมในความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นของขึ้นชื่อในท้องถิ่นแต่ได้มีการต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนช่วยเสริมทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และสร้างความแตกต่าง เมื่อได้รับความร่วมมือจากอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าช่วยในการพัฒนาให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ได้มากขึ้น นับเป็นผลดีกับคนในชุมชนที่ได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่”

‘ศาลอาญา’ สั่งจำคุก ‘เสี่ยโป้’ 50 ปี 48 เดือน คดีชวนเล่นพนันออนไลน์ - ฟอกเงิน 1.7 พันล้าน

(14 ธ.ค. 65) ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีชักชวนเล่นพนันออนไลน์ หมายเลขดำอ.981/2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ อดีตผู้กว้างขวางย่านฝั่งธนบุรี น.ส.จุฑามาศ จันที แฟนสาว กับพวก เป็นจำเลยที่ 1-21 ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478, พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2504, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ฯลฯ

อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 10 ส.ค.61- 20 ธ.ค.63 จำเลยทั้ง 21 คนกับพวกที่หลบหนี อาทิ น.ส.บานเย็น ชาญนรา มารดานายเสี่ยโป้ บังอาจร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกันโดยจัดและโฆษณาชักชวน จูงใจ หรือไลฟ์สด ในฐานะเจ้ามือรับกินรับใช้ โดยจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ โปรแกรม แอปพลิเคชันต่าง ๆ ทุกประเภทการพนัน ลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำเป็น 3 กลุ่มคือกลุ่มบริหารสั่งการ มีนายเสี่ยโป้ จำเลยที่ 1, น.ส.จุฑามาศ แฟนสาวนายเสี่ยโป้ จำเลยที่ 2, นายพุทธรักษ์ ชัชอานนท์ ญาตินายเสี่ยโป้ จำเลยที่ 3, น.ส.พลอยพิชชา ปะดุลัง จำเลย ที่ 4 และน.ส.บานเย็น มารดา ที่หลบหนี

กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มครอบครองและใช้บัญชีเงินฝาก 

กลุ่มที่ 3 เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่ใช้ในการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ พบว่า มีการรับโอน-รับแทงจำนวน 575,323 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1,760,970,545 บาท รวมทั้งการโอนเงิน อันเป็นการฟอกเงินรวม 2,713 รายการ รวมยอดเงิน 841,678,523 บาท

โจทก์จึงขอให้ศาล พิพากษาลงโทษพวกจำเลยตามความผิดด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ โดยนายเสี่ยโป้ กับพวกรวม 19 คน ไม่ได้รับการประกันตัว ถูกคุมขังในเรือนจำ

ส่วนนายพุทธรักษ์ จำเลยที่ 3 และน.ส.พลอยพิชชา จำเลยที่ 4 ได้รับการประกันตัว แต่หลบหนีระหว่างพิจารณา ศาลสั่งออกหมายจับ โดยวันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ถูกคุมขังในเรือนจำมาศาล ส่วนจำเลยที่ 3-4 (พี่ชาย-พี่สะใภ้) ซึ่งได้ประกันหลบหนี

ศาลพิจารณาเเล้วเห็นว่า นายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 กระทง จำคุก 3 เดือน, ฐานเป็นเจ้ามือ จำนวน 3 กระทง จำคุก 3 เดือน, ฐานช่วยประกาศโฆษณาชักชวน ให้เข้าเล่นพนัน จำนวน 14 กระทง จำคุกกระทงละ 3 เดือน รวมจำคุก 48 เดือน และฐานฟอกเงิน จำนวน 25 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 50 ปี รวม 4 ฐานความผิด เป็นจำคุก 50 ปี 48 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้ว คงลงโทษได้ไม่เกินเพดานโทษจำคุก 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) 

น.ส.จุฑามาศ จันที ภริยาเสี่ยโป้ จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานช่วยประกาศโฆษณาชักชวนให้เข้าเล่นพนัน จำนวน 2 กระทง จำคุกกระทงละ 3 เดือน รวมจำคุก 6 เดือน 

นายพุทธรักษ์ ชัชอานนท์ พี่ชายเสี่ยโป้ จำเลยที่ 3 มีความผิดฐานช่วยประกาศโฆษณาชักชวนให้เข้าเล่นพนัน จำนวน 1 กระทง จำคุก 3 เดือน 

น.ส.พลอยพิชชา ปะตุลัง จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฟอกเงิน จำนวน 7 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 14 ปี 

‘เป๊ก-สัณณ์ชัย’ รับอดีตทำตัวเฮีย แม้มีเมียดี ลั่น!! ต่อจากนี้ขอหยุดอยู่กับ ‘ธัญญ่า-ลูก’

‘เป๊ก สัณณ์ชัย’ ควง ‘ธัญญ่า ธัญญาเรศ’ เปิดชีวิตคู่ที่ไม่น่ารอด แต่ก็รอด บอกไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนกันเลย ขอโทษที่ผ่านมา ทำตัวเฮียจริง ๆ รู้ตัวว่ามีเมียที่ดี สุดยอดที่สุด รับผ่านมาเยอะกว่าผู้ชายทั่วไป ตอนนี้เบื่อแล้ว ไม่เอาแล้ว เคยบนดอกไม้หมื่นดอกขอให้กลับมาดีกัน เผย เคยง้อมากที่สุด เงิน 8 หลัก รถจากัวร์ซื้อสด 1 คัน ลั่น! เขียนพินัยกรรมสมบัติ-ที่ดินทั้งหมด ยกให้ ‘ลียา’ ไม่เอาเงินลูกมาใช้แม้แต่บาทเดียว บั้นปลายชีวิตอยู่กับธัญญ่าไปอย่างนี้ คู่เวรคู่กรรม

นาน ๆ จะเห็นออกมาเปิดอกเคลียร์ใจสารพัดข่าวด้วยกัน สำหรับคู่สามีภรรยา 'เป๊ก สัณณ์ชัย เองตระกูล' กับ 'ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล' ล่าสุดทั้งคู่เปิดใจผ่านช่องยูทิวบ์ หม่อมถนัดแดก หรือ 'เสก สหัสวรรษ ชอบชิงชัย' งานนี้เรียกว่าเปิดใจหมดเปลือก ถึงขั้นเป๊กเผยว่าเมียตนสุดยอดที่สุด

จุดเริ่มต้นจีบ
เป๊ก : ผมเจอเขามาตลอด เขาเรียนโรงเรียนมาแตร์เหมือนน้องสาว ไปรับน้องก็ได้เห็นเขา สมัยนั้นเขาดัง เพิ่งเริ่ม
ธัญญ่า : สมัยเป็นนางเอกหนัง ตั้งแต่อายุ 15-16 พี่เป๊กไปรับน้องสาวเพื่อส่องสาว (หัวเราะ)
เป๊ก : ใช่ ยอมรับ (หัวเราะ)
ธัญญ่า : เจอเขาจริง ๆ คือ 27
เป๊ก : เป็นแฟนกันหรือเปล่าตอนนั้น
ธัญญ่า : เหมือนเจอกันเกือบแก่แล้วเนอะ เกือบ 30 แล้ว
โทร.มาหาตอนตี 3 เจอด่าเปิง
ธัญญ่า : ครั้งแรกคือด่า ตอนนั้นถ่ายหนังกับพี่เจ (เจตริน วรรธนะสิน) เขาบอกมีเพื่อนอยากคุยด้วย เราก็ได้ แต่พอถึงเวลา เราก็ไม่ได้รับสาย หรืออะไรสักอย่าง มีอยู่วันนึงโทร.มาตอนตี 3 ตอนนั้นไม่ปกติ แล้วพูดจาสไตล์เขา อวด ๆ เราก็เฮ้ย โทร.มาอะไรตีสาม มีมารยาทบ้างหรือเปล่า ด่า ๆ แล้วก็วางไป นั่นคือครั้งแรก แล้วหายไปประมาณปีนึง
เป๊ก : มันเขิน อาย ทุเรศ โทร.ไปตีสาม รู้สึกผิดด้วย ไม่น่าเลย ฉิบหายแล้ว รวบรวมกำลังใจใหม่
ธัญญ่า : ตอนนั้นก็จำไม่ได้ด้วยว่าคือใคร ประมาณเกือบปีจะเปลี่ยนรถ พี่เจบอกว่าเดี๋ยวแนะนำเพื่อน เราก็ลืมไปแล้วว่าคนนี้ มันก็มีเรื่องให้คุยกันเรื่อง
เป๊ก : ไม่เคยพูดที่ไหนนะ จริง ๆ ธัญญ่าเป็นผู้หญิงที่ผมหมายมั่นปั้นมือมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้เล็ง ต้องเอาให้ได้
ธัญญ่า : แล้วปล่อยไว้ทำไมตั้งแต่วัยรุ่นจนแก่ ๆ แล้ว
เป๊ก : ตอนนั้นไปใช้ชีวิตอยู่ (หัวเราะ)
ธัญญ่า : (หัวเราะ) พี่เป๊กก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนตอนนั้น จะแต่งด้วยมั้ง เขาคบใครเขาคบจริงจัง
เป๊ก : เขาเป็นดารา ที่สมัยนั้นเขาก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่เด็ก ๆ รุ่นเรา รู้อยู่แล้ว ธัญญ่ามีใคร ก็ชอบ
ธัญญ่า : สวย ดูดี (หัวเราะ) นิสัยดี
เป๊ก : เราก็พยายามหน่อย แต่ด้วยชีวิตเราเองมีทางเดินอยู่ ไม่ได้ไปเจอเขาเท่าไหร่ พอวันนึงเริ่มได้ไปรับน้องสาวที่โรงเรียนมาแตร์ ก็ได้เจอเขา
ธัญญ่า : ตอนนั้นไม่ได้รู้จัก มารู้หลังคบกันแล้ว ว่าจีบเพื่อนธัญญ่า จีบหลายคนมาก ผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาคุยกับพี่เป๊ก จีบเขาไปหมดเลย จีบเยอะมาก โห
เผยประทับใจ ที่อีกฝ่ายใส่ใจคนรอบตัว ทั้งที่ไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนกันเลย ชีวิตคู่จริง ๆ ไม่น่ารอด แต่ก็รอด
ธัญญ่า : ตอนนั้นไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้มองว่าเป็นคนเจ้าชู้ เราน่าจะไม่รู้ และไม่ได้คิด เรื่องมาแดงตอนหลัง ตอนนั้นพี่เป๊กเขาก็เป็นคนใส่ใจเพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง ประทับใจที่เขาใส่ใจ แต่ไลฟ์สไตล์เราไม่เหมือนกันเลย
เป๊ก : เขาไม่ชอบหาเรื่องใคร ไม่ชอบนักเลง ตรงข้ามหมดเลย เป็นคนเรียบร้อย
ธัญญ่า : ไป ๆ มา ๆ ก็แต่งงานมีลูก
เป๊ก : ระหว่างคบก็ 3 ปีนะ
ธัญญ่า : 2 ปี
เป๊ก : อ้าวเหรอ (หัวเราะ)
ธัญญ่า : อยู่กันดี ๆ จริง ๆ ไม่นาน (หัวเราะ) แต่อยู่จนเนี่ยแหละ 17 ปี มันไม่น่ารอดเลย ไม่ได้เลย
เป๊ก : เคมีเข้าไม่เข้าผ่านไปแล้วไง แต่ช่วงแต่งงานมาแล้วจนถึงวันนี้ แม่xไม่น่ารอด
ธัญญ่า : ดูหนังพระเอกนางเอกแต่งงานกัน คือจบ แฮปปี้เอนดิ้ง แต่ชีวิตจริงมันคือจุดเริ่มต้น เขาเปลี่ยนหลังมีลูก
รู้ตัวว่ามีเมียที่ดี ตอนที่ทำอะไรเฮีย ๆ เสียเขาไปแล้ว โชคดีเมียให้โอกาส
เป๊ก : จริง ๆ คนน่าจะรู้เรื่องนี้เมื่อสายแล้ว เมื่อเราไม่มีเขาแล้ว เสียเขาไปแล้ว เพิ่งมารู้ว่าฉิบหายกูมีเมียที่ดี ทำอะไรเหี้x ๆ เลว ๆ มันแก้ไขไม่ได้แล้ว เพราะมันสายไปแล้ว แต่โชคดีที่ธัญญ่าเป็นคนให้โอกาส
ธัญญ่า : เวลาโกรธจะจริงจัง แต่เวลาผ่านไปแล้วลืม ซึ่งไม่นานมาก
เป๊ก : อย่าให้จี๊ด จะกลับมาหมดเลย ตั้งแต่เริ่ม 20 ปียังเอามาด่าอยู่เลย (หัวเราะ)
ธัญญ่า : (หัวเราะถูกใจ) ถ้าสะกิดอีกไล่มาเลย จะจำได้นะ ก่อนแต่งงาน เหมือนเขาไปแอบคุยกับเด็กสักอย่าง แล้วบอกเป็นพนักงานตัวเองคุย โอ้โห นั่นครั้งแรกเลย อยู่อเมริกากับพ่อแม่ ตอนนั้นนั่งกินมาม่ามั้ง มาม่าคว่ำใส่หัวต่อหน้าพ่อแม่เลย (หัวเราะ)

ความในใจพ่อค้างาน 'บิ๊กเมาน์เทน 2022' ผู้จัดขายฝัน งานเละเทะ ขาดทุนย่อยยับ

พ่อค้าเล้งแซ่บงาน 'บิ๊กเมาน์เทน 2022' โอดผู้จัดขายฝัน ชี้ต้องเตรียม 2,500 เสิร์ฟ สุดท้ายขายฝัน เจ๊ง เผยงานเละเทะ จัดไม่เหมือนคอนเสิร์ต ที่นั่งลูกค้าไม่มี ไม่คุ้มค่าที่ ขาดทุนย่อยยับ

จบลงไปแล้วสำหรับงานเทศกาลดนตรียิ่งใหญ่แห่งปี 'บิ๊กเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล 2022' โดยปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 10-11 ธันวาคม 2565 ที่ The Ocean เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

อย่างไรก็ตาม มีควันหลงตามมาจากพ่อค้า-แม่ค้าภายในงานเล่าประสบการณ์สุดสยองของการขายของในงานครั้งนี้ โดยเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งขายซูเปอร์เล้งแซ่บ โพสต์วิจารณ์ผู้จัดงานในครั้งนี้ว่า 'ขายฝัน' โดยได้ระบุข้อความว่า...

จบงาน จบชีวิต ไปกับบิ๊กเมาน์เทน 12 ประสบการณ์นี้จำสุดชีวิต ค่าลงทุนสองแสน เผลอๆ เกินอีก

เงินลงทุนกุก็ต้องไปกู้มา เพราะคำการันตีจากผู้จัดงาน กับคำว่าต้องเตรียมสินค้าไว้วันละ 2,500 เสิร์ฟนะคะ ตาลุกดิอิสัส งานนี้กุได้ขายยอดเป็นแสนแน่นอน

ยอดแห่ถอนคริปโตฯ พุ่งแตะ 1.9 พันล้านดอลลาร์ใน 24 ชม. หลังระงับการถอน USDC เป็นการชั่วคราว

(14 ธ.ค. 65) นานเซน (Nansen) บริษัทข้อมูลบล็อกเชนระบุเมื่อวันอังคาร (13 ธ.ค.) ว่า ไบแนนซ์ซึ่งเป็นบริษัทซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก เผชิญกับการแห่ถอนคริปโตฯ ถึง 1.9 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากที่ไบแนนซ์ประกาศว่า ได้ระงับการถอนเหรียญสเตเบิล USDC เป็นการชั่วคราว

รายงานระบุว่า การถอนเหรียญคริปโตฯ 1.9 พันล้านดอลลาร์ดังกล่าวนับเป็นการถอนรายวันครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย. โดยคิดเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ของเงินทุนที่ไหลเข้าตลอด 7 วันที่ผ่านมา

เมื่อวานนี้ ไบแนนซ์ประกาศว่า บริษัทได้ระงับการถอนเหรียญสเตเบิลคอยน์ USDC ขณะที่ดำเนินการสวอปเหรียญโทเคน เพื่อเปลี่ยนเหรียญสเตเบิลประเภทอื่นๆ เช่น PAX หรือ BUSD เป็น USDC เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการถอน USDC ของนักลงทุน

"นักลงทุนแห่ถอนคริปโตฯ ออกจากไบแนนซ์สูงขึ้น เพราะความไม่แน่นอนที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับรายงานทุนสำรอง" โฆษกของนานเซนกล่าว

ขณะที่นายจ้าว ฉางเผิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไบแนนซ์โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า "การถอนคริปโตฯ ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องของธุรกิจตามปกติ วันนี้เราเห็นการถอนเงินสุทธิ 1.14 พันล้านดอลลาร์ แต่เราเคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน บางวันเราก็เผชิญการถอนสุทธิ บางวันเราก็เผชิญการฝากสุทธิ"

ส่วนโฆษกไบแนนซ์กล่าวว่า บริษัทมีทุนสำรองเพื่อรองรับการถอนเงินมากเกินพอเสมอ โดยสินทรัพย์ของผู้ใช้งานไบแนนซ์นั้นมีทุนสำรองในสัดส่วน 1:1 และโครงสร้างทุนของไบแนนซ์นั้นปลอดหนี้สิน

เมื่อถูกถามว่าไบแนนซ์มีเหรียญ USDC เพียงพอสำหรับให้นักลงทุนถอนหรือไม่ โฆษกไบแนนซ์ระบุว่า บริษัทอาจต้องโยกย้ายทุนจากกระเป๋าออฟไลน์ไปยังกระเป๋าออนไลน์ รวมถึงแปลงเหรียญสเตเบิลคอยน์ชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่ง หรือปรับปรุงเครือข่าย ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เกิดความล่าช้า

ตร. จับมือ ไปรษณีย์ไทย ส่งไซเบอร์วัคซีน เตือน 18 รูปแบบกลโกงแห่งปีที่ต้องระวัง แจกจ่ายทั่วประเทศ เป็นด่านแรกรู้เท่าทันกลโกง

วันนี้ (14 ธ.ค. 65) ที่ เวลา 11.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  จับมือร่วมลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการประชาสัมพันธ์กลโกงของมิจฉาชีพในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระหว่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำหรับแจกจ่ายให้ประชาชน และสถานีตำรวจ ทั่วประเทศ 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยียังมีสถิติเพิ่มสูงขึ้น เฉลี่ยวันละ 600-700 ราย แม้ตำรวจจะเร่งปราบปรามจับกุมทุกมิติมาต่อเนื่อง แต่กลุ่มคนร้ายจะมีการปรับเปลี่ยนวิธีการกลโกง หลอกลวงประชาชนหลายรูปแบบแตกต่างกัน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สูญเสียทรัพย์สิน และกระทบต่อระบบเศรษกิจของประเทศ ตำรวจเพียงหน่วยเดียวจึงไม่สามารถแก้ปัญหา จำเป็นต้องอาศัยภาคีเครือข่ายในการร่วมกันป้องกัน รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมกลโกงจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะประชาชน ถือเป็นด่านแรกของการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหา จึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มไซเบอร์วัคซีนให้ถึงประชาชนโดยเร็วและมากที่สุด ต้องขอบคุณ นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด ที่เข้ามาช่วยผลักดัน ไซเบอร์วัคซีน ให้ถึงประชาชนกลุ่มเป้าหมาย โดย ตร. ได้รวบรวมรูปแบบลักษณะการกระทําผิด แผนประทุษกรรม วิธีการหลอกลวง ที่เกิดขึ้นบ่อย วิธีการป้องกัน และวิธีการตรวจสอบข้อมูลการกระทําผิด ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ สื่อเตือนภัย สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชน (Cyber Vaccine) รู้เท่าทันรูปแบบกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพ 18 รูปแบบ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จะเป็นผู้จัดส่ง สื่อประชาสัมพันธ์กลโกงของมิจฉาชีพในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในรูปแบบเอกสาร ขนาด A4 สําหรับแจกจ่ายให้ประชาชน ทั่วประเทศ และโปสเตอร์ ขนาด A3 สําหรับสถานีตํารวจทั่วประเทศ โดยจะเริ่มจัดส่งสื่อเอกสารประชาสัมพันธ์ภายในเดือนนี้ ระยะแรก จะจัดส่งใบปลิว ขนาด A4 จำนวน 1,500,000 แผ่น ส่งให้กับประชาชนทั่วประเทศ และโปสเตอร์ ขนาด A3 จำนวน 500,000 แผ่น ส่งให้กับสถานีตำรวจทั่วประเทศ 

‘หมอระวี’ จับมือ 6 พรรค ดิ้นสู้สูตรหาร 100 ตั้งกลุ่ม ‘ไม้ซีกงัดไม้ซุง’ หวังรอดตายรธน.ใหม่

(14 ธ.ค. 65) เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า กลุ่มพรรคเล็กในระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบและหาร 100 สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองคือการควบรวมกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในรูปแบบอัมโนแบบไทย ๆ (United National Management Organization : UNMO) ตามหลักการไม้ซีกงัดไม้ซุง เราจึงชักชวนพรรคการเมืองต่างๆ 20 พรรคมารวมกลุ่มกัน โดยเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ได้ตอบรับมาแล้ว 6 พรรค คือ พรรคกรีน พรรคไทยชนะ พรรคไทยรุ่งเรือง พรรคไทยรวมไทย พรรคไทยรุ่งโรจน์ และพรรคพลังธรรมใหม่ 

นพ.ระวี กล่าวต่อว่า การแบ่งฝ่ายแบ่งสีทางการเมืองทำให้ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก และเศรษฐกิจเสียหาย สังเกตได้จากการลงทะเบียนคนจนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การเมืองไทยยังคงสับสนวุ่นวาย เพื่อประโยชน์สุขของคนไทยทั่วประเทศ พรรคการเมืองที่มีแนวคิดสอดคล้องกันหลายพรรคจึงยึดถือหลักการมีจุดยืนส่งเสริมคนดีให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง จึงขอเรียกร้องให้คนไทย มีความรักสามัคคีต่อกันภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราจะเป็นกลุ่มกลางทางการเมือง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ มุ่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และอยากเรียกร้องประชาชนทั่วประเทศที่มีความเป็นกลาง ออกมาออกมาแสดงจุดยืนและขอให้โอกาสเลือกพรรคการเมืองที่เป็นกลาง เราจะมุ่งมั่นตั้งใจแน่วแน่เพื่อให้เกิดกลุ่มการเมืองที่เป็นกลาง และมุ่งไปสู่ยุคฟ้าสีทองผ่องอำไพ เราไม่ได้คิดที่จะมารวมเพื่อรอดตายจากรัฐธรรมนูญใหม่ แต่มารวมกันเพื่อความรอดของประชาชน ซึ่งประชาชนจะได้นโยบายที่จับต้องได้

‘พิมพลอย’ ดาวติ๊กต๊อกโพสต์สาปส่ง BMMF ซัด นักร้องลิปซิ้งค์ - ผังงานแย่ - ตัดน้ำกลางวัน

เสียงบ่นยังคงตามออกมาเรื่อย ๆ หลังจากจบเทศกาลดนตรี Big Mountain Music Festival (BMMF) ครั้งที่ 12 ซึ่งจัดไปเมื่อ 10- 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ สนามดิโอเชี่ยน ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 

ล่าสุดสาวดาวติ๊กต๊อกที่ใช้ชื่อว่า ‘pimploy_wang’ (พิมพลอยสโตร์) บิวตี้บล็อกเกอร์และแม่ค้าออนไลน์ ที่มีผู้ติดตามกว่า 1.3 แสนคน ได้ออกมาโพสต์คลิปผ่าน tiktok ระบายความในใจหลังได้ไปชมคอนเสิร์ตดังกล่าวเป็นครั้งแรก ว่า ขอรีวิวมุมมืดที่มักไม่ค่อยมีใครพูดถึง อย่างแรกรู้สึกผิดหวังกับศิลปินบางคน ที่ไม่ร้องสด แต่ใช้วิธีลิปซิ้งค์แทน ทำให้ขาดอรรถรสในการรับชมคอนเสิร์ตอย่างมาก

ถัดมาเป็นเรื่องของ ‘ผังการจัดงาน’ ที่จัดการได้แย่มากเช่นกัน เพราะต้องเดินไกลมากจากจุดกางเต็นท์ และจุดจอดรถ ต้องเดินปวดขาอย่างมาก กว่าจะเดินไปจนถึงบริเวณเวทีคอนเสิร์ต

‘จิตภัสร์’ โต้ข่าวเท็จ ถูกโยงคิดโค่น ‘จุรินทร์’ ซัด!! พวกปล่อยข่าว หยุดสร้างความแตกแยก

‘ตั๊น จิตภัสร์’ โต้ ข่าวเท็จ โยงรองเลขาฯ ปชป. คิดโค่น ‘จุรินทร์’ จี้ พวกปล่อยข่าวหยุดสร้างความแตกแยก ลั่นไม่คิดย้ายพรรค เตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งกับประชาธิปัตย์

(14 ธ.ค. 65) น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีมีการระบุว่าเป็น 5 ใน 6 คน ของรองเลขาธิการพรรคฯ ร่วมก่อการเข้าชื่อเพื่อกดดันให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคปชป. ลาออกจากตำแหน่งนั้นว่า... 

ขอปฏิเสธว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะตนไม่ได้ร่วมเคลื่อนไหวดำเนินการใด ๆ ในพรรค เพราะตนตระหนักดีว่าในห้วงเวลาที่เข้าสู่โหมดการเลือกตั้งที่ทุกพรรคการเมืองต้องเตรียมความพร้อม ทั้งนโยบายในการรณรงค์หาเสียง และคัดสรรว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อสู้ศึกการเลือกตั้ง จึงไม่ใช่เวลาที่จะมาสร้างข่าว หรือสร้างความแตกแยกด้วยการตอกลิ่มเพิ่มขึ้นในพรรคที่เปรียบเสมือนบ้านของพวกเรากันเอง แต่เป็นห้วงเวลาที่พรรคต้องเป็นเอกภาพ และต้องการความสมัครสมานสามัคคีของสมาชิกพรรคทุกระดับเพื่อรวมพลังในการสู้ศึกการเลือกตั้ง

‘ตำรวจ’ กระจายกำลังตรวจค้น 30 จุดในอีสาน ยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดได้ 2.5 พันล้านบาท

(14 ธ.ค. 65) ตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ที่ประกาศจะปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อจะตัดวงจรของเครือข่ายยาเสพติด โดยยึดอายัดทรัพย์สินตลอดจนการป้องกันและปราบปรามแหล่งชุมชนที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ชุมชนที่เชื่อว่าเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด และพื้นที่ล่อแหลม

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร.(กม) /ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผช.ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2 รับนโยบายและได้สั่งการให้สืบสวนขยายผลเครือข่ายที่เคยถูกจับกุมไปแล้วว่ามีความเคลื่อนไหวหรือไม่ และ มีเครือข่ายหน้าใหม่หรือไม่ สืบเนื่องการจับกุม นายวัฒนา ศรีวิไล พร้อมของกลางยาบ้า 1,976,000 เม็ด ได้ที่ด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าจึงขยายผลโดยใช้ข้อมูลจาก Big Data จนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน และพบว่าเครือข่ายนี้มีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสานลงสู่พื้นที่ภาคใต้ แล้วหลายครั้ง กระทั่งเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2565 จับกุมเครือข่ายได้อีก 2 รายคือ น.ส.รวิวรรณ วรรณฟัก ได้ที่หน้าโรงเรียนอนุบาลเพ็ญจันทร์ ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร และจับกุมตัว นายจักรพงษ์ คำชนะ ได้ที่หน้าหอพักพลอยสุข อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยแฝงด้วยการเป็นธุรกิจรับจ้างขนส่งสินค้าทั่วไประหว่างประเทศและในประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top