Thursday, 9 July 2026
Hard News Team

ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัยมิจฉาชีพส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันหน่วยงานของรัฐ อ้างโครงการคนละครึ่งเฟสใหม่

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัย กรณีมิจฉาชีพส่งลิงก์ให้ประชาชน หลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชันหน่วยงานของรัฐ อ้างโครงการคนละครึ่งเฟสใหม่ ดังนี้...

ที่ผ่านมา บช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการประชาสัมพันธ์ ออกมาแจ้งเตือนประชาชนอยู่บ่อยครั้ง กรณีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่งข้อความสั้น (SMS) หรือโทรศัพท์ไปยังประชาชน หลอกลวงให้เพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ แล้วส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันของกรมสรรพากรปลอม ซึ่งแฝงมากับมัลแวร์ (Malware) หรือโปรแกรมประสงค์ร้ายที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อทำอันตรายกับข้อมูลในระบบ เช่น ทำให้โทรศัพท์ของเหยื่อทำงานผิดปกติ ขโมยหรือทำลายข้อมูล หรือเปิดช่องทางให้มิจฉาชีพเข้ามาควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อได้ รวมไปถึงหลอกลวงให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ตั้งรหัส PIN จำนวน 6 หลัก โดยประชาชนส่วนใหญ่มักจะใช้ชุดเลขรหัสเดียวกันกับรหัสแอปพลิเคชันของธนาคาร ทำให้มิจฉาชีพนำรหัสดังกล่าวไปใช้โอนเงินออกจากบัญชีของเหยื่อได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้มิจฉาชีพมักจะอ้างว่าเพื่อเป็นการตรวจสอบรายได้ของท่าน หรือเป็นการแจ้งเตือนให้ชำระภาษี หรือให้ทำการยกเลิกเสียภาษีจากโครงการของรัฐบาล หรืออ้างว่าเป็นการขอใช้โครงการคนละครึ่งเฟสใหม่ หรืออ้างว่าสามารถช่วยเหลือไม่ให้เสียภาษีย้อนหลังได้ ผ่านแอปพลิเคชันกรมสรรพากรปลอมดังกล่าว เป็นต้น

แต่ในปัจจุบันยังคงพบว่ามีประชาชนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ล่าสุด กรณีผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ออกอุบายให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชันของกรมสรรพากรปลอม เพื่อเป็นการขอใช้โครงการคนละครึ่งเฟสใหม่ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปศาลากลางจังหวัด กระทั่งผู้เสียหายหลงเชื่อสูญเสียเงินกว่า 2 ล้านบาท เป็นต้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้างเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หรืออ้างโครงการของรัฐ ไปหลอกลวงเอาทรัพย์สินของประชาชน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการป้องกันสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชาผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ

โฆษก บช.สอท. กล่าวอีกว่า การหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในแผนประทุษของมิจฉาชีพที่นำมาใช้ในการหลอกลวงประชาชน มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อเข้าแจ้งความผ่านเว็บไซต์แจ้งความออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่มิจฉาชีพจะปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องไปตามสถานการณ์ หรือวันเวลาให้เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ นอกจากนี้สิ่งแรกๆ ที่มิจฉาชีพมักจะทำก่อนการหลอกลวงเสมอ คือ การสร้างความน่าเชื่อถือ เช่น แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานต่างๆ ตั้งรูปหน่วยงานนั้นๆ เป็นโปรไฟล์แอปพลิเคชันไลน์ใช้ในการพูดคุยกับเหยื่อ หรือใช้ข้อมูลที่มิจฉาชีพรู้บอกเหยื่อก่อน เช่น บอกว่าเหยื่อใช้โครงการคนละครึ่ง หรือบอกหมายเลขโทรศัพท์เหยื่อได้ถูกต้อง เป็นต้น นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพมักจะประกอบอาชีพค้าขาย เกี่ยวข้องกับการเสียภาษี โดยมิจฉาชีพจะอาศัยความไม่รู้ของประชาชนเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง

อย่างไรก็ตาม บช.สอท. ยังคงมุ่งมั่นปราบปราม กดดัน จับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และขอฝากไปยังภาคประชาชนช่วยแจ้งเตือนบุคคลใกล้ชิด หรือรายงานไปยังหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เพราะเมื่อเหยื่อโอนเงินไปยังบัญชีม้าของมิจฉาชีพแล้ว เงินดังกล่าวจะถูกโอนต่อไปอีกหลายๆ บัญชีอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันการถูกอายัดเงินในบัญชี จึงเป็นเรื่องยากที่จะนำเงินของเหยื่อกลับคืนได้ทันท่วงที

​ทั้งนี้ ขอฝากประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงแนวทางการป้องกัน 10 ข้อ ดังต่อไปนี้...

1.ไม่กดลิงก์ใดๆ ที่เเนบมากับข้อความสั้น (SMS) หรือกดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟล์ .APK เพราะอาจเป็นการดักรับข้อมูล หรือการฝังมัลแวร์ (Malware) ของมิจฉาชีพ

2.ไม่ติดตั้งโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันที่ผู้อื่นส่งมาให้โดยเด็ดขาด แม้จะเป็นโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันที่รู้จักก็ตาม เพราะอาจเป็นแอปพลิเคชันปลอม โดยหากต้องการใช้งานให้ทำการติดตั้งจากแหล่งที่เชื่อถือ และเป็นทางการเท่านั้น เช่น App Store หรือ Play Store

3.โดยปกติ หน่วยงานภาครัฐไม่มีนโยบายที่จะติดต่อประชาชนทางโทรศัพท์หรือ การส่งข้อความสั้น (SMS) หากมีการติดต่อให้ขอรายละเอียดที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อติดต่อกลับหน่วยงานนั้นๆ ด้วยตนเอง และตรวจสอบนโยบายของหน่วยงานนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร

4.ระมัดระวังแอปพลิเคชันที่ขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เช่น ขอเข้าถึงอัลบั้มรูปภาพ, ไมโครโฟน, ตำแหน่งที่ตั้ง, หมายเลขโทรศัพท์, รายชื่อผู้ติดต่อ เป็นต้น โดยควรอนุญาตให้เข้าถึงเท่าที่จำเป็น

5.หากท่านติดตั้งแอปพลิเคชันในลักษณะดังกล่าวแล้ว ให้รีบเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) หรือปิดเครื่องเพื่อตัดสัญญาณไม่ให้โทรศัพท์สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ หรือทำการถอดซิมโทรศัพท์ออก จากนั้นเข้าไปติดต่อกับศูนย์บริการโทรศัพท์ที่ท่านใช้งานอยู่

6.ไม่กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงินใดๆ ลงในลิงก์ หรือแอปพลิเคชันที่เข้ามาในลักษณะดังกล่าวโดยเด็ดขาด

7.หมั่นติดตามข่าวสารจากทางราชการ หลีกเลี่ยงการกดลิงก์ที่ส่งต่อกันมาผ่านสื่อสังคมออนไลน์

8.โดยปกติประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิ วิธีการใช้งาน และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com โดยให้เพิ่มความระมัดระวังในการสังเกตชื่อเว็บไซต์อย่างละเอียดป้องกันการเข้าสู่เว็บไซต์ปลอมของมิจฉาชีพ

'อลงกรณ์' ย้ำชัด!! สร้างโอกาส ก้าวข้ามทุกวิกฤต เร่งต่อยอดส่งเสริมเกษตรกรประมง มุ่งพัฒนาผลผลิต แปรรูปสัตว์น้ำสร้างแบรนด์ ทำตลาดแนวใหม่

'อลงกรณ์' ย้ำชัด!! สร้างโอกาส ก้าวข้ามทุกวิกฤต เร่งต่อยอดส่งเสริมเกษตรกรประมง มุ่งพัฒนาผลผลิต แปรรูปสัตว์น้ำสร้างแบรนด์ ทำตลาดแนวใหม่ ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร นำทีมประมงปล่อยปลาตะเพียน 2 แสนตัวลงแม่น้ำเพชรบุรีแหล่งน้ำธรรมชาติ พร้อมหนุน 'ปลาเวียน' ลุยตลาดปลาสวยงามสร้างอาชีพรายได้ใหม่ให้ประชาชน

(4 ก.พ.66) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ว่า ผลพวงจากวิกฤตสถานการณ์โรคโควิด19 และสงครามยูเครนเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจทุกด้านรวมทั้งพี่น้องเกษตรกร ทั้งผลกระทบจากราคาปุ๋ย อาหารสัตว์ ที่มีราคาพุ่งสูงขึ้น รัฐบาลมีความเป็นห่วงความเดือดร้อนของประชาชนโดยเฉพาะเรื่องปากท้องและอาชีพจึงเร่งหาแนวทางก้าวข้ามวิกฤตต่างๆโดยสร้างโอกาสใหม่ๆใช้วิกฤตเป็นโอกาส ในทุกด้าน เช่นการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯ โดยปล่อยปลาตะเพียน 2 แสนตัวลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีในวันนี้

รวมทั้งการสนับสนุนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นกว่า 2,800 องค์กรใน 50 จังหวัดรวมทั้งจังหวัดเพชรบุรีสนับสนุนงบประมาณองค์กรละ 1 แสนบาทพัฒนาต่อยอดการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร สร้างแบรนด์ เดินหน้าการตลาดแนวใหม่ทั้งออนไลน์และออฟไลน์และรังสรรค์เมนูเด็ดเพชรบุรี สร้างมูลค่าเพิ่ม เสริมการท่องเที่ยวสนับสนุน ซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft Power) เติมรายได้แก้ปัญหาหนี้สิน เน้นการพัฒนาชุมชน เพื่อชุมชน พร้อมหนุน 'ปลาเวียน' ปลาประจำจังหวัดเพชรบุรีที่กรมประมงสามารถพัฒนาเพาะพันธุ์ได้แล้วมีความสวยงามอย่างมากสามารถเข้าสู่ตลาดปลาสวยงามที่กำลังเติบโตช่วยสร้างอาชีพรายได้ใหม่ให้ประชาชน

หลังจากนั้นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมปล่อยปลาตะเพียน ลงในแม่น้ำเพชรบุรี และเยี่ยมชมผลผลิตพี่น้องเกษตรกร มีทั้งอาหารแปรรูป อาหารสดหลากชนิด พร้อมทั้งส่งมอบพันธุ์ปลาให้ผู้แทนทุกชุมชนได้นำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อเป็นประโยชนแก่ประชาชนต่อไป

ทางด้าน นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่เห็นความสำคัญ สนับสนุนให้เกษตรกรและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม สร้างความตระหนักถึงคุณค่าการฟื้นฟูแหล่งน้ำ ด้วยการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี และแหล่งน้ำธรรมชาติ การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจืด นับเป็นวิธีการหนึ่ง ที่ช่วยให้ทรัพยากรน้ำและสัตว์น้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ ให้มีประชากรสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น ช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สำหรับงาน 'กิจกรรมเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและสร้างการรับรู้สู่เกษตรกรด้านประมงจังหวัดเพชรบุรี' พร้อมด้วยแขกผู้เกียรติ อาทิ นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุธา เภรีภาส ที่ปรึกษากรมประมง นายสมบุญ ธัญญาผล ประมงจังหวัดเพชรบุรี นายประสูติ หอมบรรเทิง นายอำเภอเมืองเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการกรมประมง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน เกษตรกร ชาวประมง และพี่น้องประชาชนจังหวัดเพชรบุรี เข้าร่วมกิจกรรม รวมจำนวน 200 คน ณ บริเวณแม่น้ำเพชรบุรี หลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยสำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี และหน่วยงานภายใต้สังกัดกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายในจังหวัดเพชรบรี จัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำลงในแม่น้ำเพชรบุรีและแหล่งน้ำธรรมชาติ ตลอดจนการสร้างการรับรู้สู่เกษตรกร ชาวประมง และประชาชนเกี่ยวกับงานด้านประมง ตามนโยบาย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการการเสริมสร้างให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ และช่วยเหลือเกษตรกรชาวประมงที่ประสบปัญหาในการประกอบอาชีพด้านประมง โดยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผลผลิตสัตว์น้ำ ช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมงได้มีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น มีรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ทั้งนี้ ภายใต้กิจกรรมภายในงาน มีการสนับสนุนพัฒนาทักษะการขาย การแปรรูป และการบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการประกอบอาชีพให้เกิดความมั่นคงในระยะยาว

'โรม' ปราศรัย 'นครพนม' ชูนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า วอน 'อีสาน' กาก้าวไกลให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม

'โรม' ปราศรัยนครพนม ชูนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า-แก้ปัญหาเกษตร-คืนที่ดินให้ประชาชน ยกย่องคนอีสานต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ขอกาก้าวไกลให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม

(4 ก.พ.66) ที่วัดโพธิ์ศรี อ.บ้านแพง จ.นครพนม รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ปราศรัยแนะนำ เทิดศักดิ์ แพงสาร หรือ ‘ทนายเก๋’ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 1 (อ.บ้านแพง, อ.ศรีสงคราม, อ.นาทม, อ.นาหว้า) พรรคก้าวไกล พร้อมนำเสนอนโยบายพรรค มีประชาชนร่วมรับฟังราว 300 คน

รังสิมันต์ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีนโยบายเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศในทุกด้าน และยืนยันว่าทุกนโยบายทำได้จริง ด้านการเมือง เริ่มต้นที่การปฏิรูปกองทัพ จัดการงบประมาณที่ใช้ไม่ถูกจุด นำมาจัดสรรใหม่ให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนทุกพื้นที่และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ด้านเศรษฐกิจ เราต้องการยุติทุนผูกขาดเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถแข่งขันและเติบโตได้ สร้างสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร ทั้งเงินเด็กเล็กเดือนละ 1,200 บาทต่อเดือน เงินผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน ค่าแรงงานขั้นต่ำ 450 บาททันทีพร้อมระบบปรับขึ้นทุกปี ช่วยค่าเช่าบ้านหรือค่าเช่าห้องพักเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย จึงขอให้พี่น้องประชาชนกาพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งที่จะมาถึง เปลี่ยนประเทศไทยให้ไม่เหมือนเดิม

“การจะแก้ปัญหาของประเทศ ต้องชนกับผู้มีอำนาจ พรรคก้าวไกลพร้อมเคียงข้างประชาชนและพร้อมชนกับโครงสร้างอำนาจเหล่านั้น ตั้งแต่อดีตพี่น้องคนอีสานเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เช่นยุค 4 รัฐมนตรีอีสาน ที่ต่อสู้กับระบอบเผด็จการและความอยุติธรรม ผมชื่นชมยกย่องการต่อสู้ของพวกเขาและยึดเป็นแบบอย่าง ทำให้การอภิปรายมีลักษณะทะลุฟ้าทะลุแผ่นดินอย่างที่ผ่านมา และพร้อมจะทำหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างตรงไปตรงมาต่อไป” รังสิมันต์กล่าว

ระหว่างการปราศรัย ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มารับฟังปราศรัยถามคำถาม ส่วนมากเกี่ยวกับปัญหาการเกษตร ปัญหาปากท้องและที่ดินทำกิน โฆษกพรรคก้าวไกลจึงกล่าวถึงแนวทางการลดต้นทุนและการเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าเกษตร เช่น จะทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรสามารถเข้าถึงปุ๋ยราคาถูก หรือการนำผลผลิตทางการเกษตรที่ราคาตกมาเพิ่มมูลค่าด้วยการผลิตสุรา กลายเป็นสินค้าที่มีราคาสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องปลดล็อกการแข่งขันให้มีความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตรายใหญ่กับผู้ผลิตรายย่อย ซึ่งพรรคก้าวไกลเคยเสนอร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า แต่ไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ

'ภูมิใจไทย' ยัน!! ไม่คิดล้มร่าง พรบ.ประมง โวย!! ถูกบิดเบือนทั้งที่พร้อมหนุนและลงมติ

(4 ก.พ.66) นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่เคยระบุว่าหากร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ… ไม่ผ่านจะไม่เป็นองค์ประชุมให้ในการพิจารณากฎหมายต่างๆ แล้วในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 จะเป็นองค์ประชุมให้หรือไม่ ว่า ในสัปดาห์หน้าไม่มีวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ แต่ในวันจันทร์ที่ 6 ก.พ. นี้ เราจะมีการประชุมพรรค ซึ่งเราต้องรอดูว่าวิปรัฐบาลจะแสดงจุดยืนอย่างไร ซึ่งตนเคยแถลงไปแล้วว่าหลังจากมีปัญหา ทางวิปรัฐบาลจะทำอย่างไร ซึ่งเราได้ส่งสัญญาณไปยังวิปรัฐบาลแล้ว

เมื่อถามว่า ในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 จะได้เห็น พรรค พท.ลงชื่ออภิปรายด้วยหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า “ยังคิดอยู่ครับ ยังไม่ได้คุยกัน ซึ่งความชัดเจนในเรื่องนี้ก็คงจะเป็นวันจันทร์ที่จะถึงนี้”

นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่มีการให้ข่าวบิดเบือนว่าพรรค ภท. พยายามล้มร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 พ.ศ…. นั้น ไม่เป็นความจริง วันนั้นยังอยู่ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ภาษีอากรฯ อยู่ยังไม่ถึงร่างพ.ร.บ.ประมงฯ ซึ่งเราก็ได้มีการยื่นร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไปด้วย และในวันพฤหัสบดีที่ 9 ก.พ. ก็จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประมงฯ ฉบับนี้ ยืนยันว่าเราก็พร้อมสนับสนุนและลงมติอยู่แล้ว

“อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องร่างพ.ร.บ.ประมงฯ ต่อให้มีการรับหลักการ แต่ต้องยอมรับความจริงว่าในวันที่ 28 ก.พ. แม้จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ก็ไม่สามารถพิจารณาต่อไปได้ ก็ตกอยู่ดี ซึ่งเราก็ได้ร่วมหารือกับสมาคมประมง และเห็นว่ามีกฎหมายที่ต้องปรับปรุงให้ดีกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประมงพาณิชย์หรือประมงพื้นบ้าน ซึ่งคิดว่าเราจะร่วมกันเสนอกฎหมายเรื่องนี้เข้าไปใหม่ให้ดีกว่าเดิม โดยจะนำร่างที่สมาคมประมงเสนอมาไปประชุมร่วมกันแล้วจะเสนอในสภาฯ สมัยต่อไปแน่นอน” นายศุภชัย กล่าว

'กรณ์' นำทีมพรรคชาติพัฒนากล้า บุก 'ฉะเชิงเทรา' ซูมแนวทางปั้นรายได้เข้าจังหวัดปีละ 3,000 ล้านบาท

(4 ก.พ.66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วยนายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค, นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือนายกอุ๊ ที่ปรึกษาพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนากล้า เดินทางไปยัง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อดูต้นแบบเศรษฐกิจสายมู ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคชาติพัฒนากล้า 

โดยนายกอุ๊ ได้จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวสายมู ของ จ.ฉะเชิงเทรา เชื่อมต่อจากวัดหลวงพ่อโสธร และวัดสมานรัตนาราม โดยได้จัดสร้างพระพิฆเนศ องค์ยืน และ ตลาดชุมชน ขึ้น ณ อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน  

นายกรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยเรามีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธามากมาย หากมีการฟื้นฟูหรือสร้างสตอรี่เรื่องเล่า จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้มากมาย นโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า คือ 1 จังหวัด 1 พันล้านบาท โดยการสร้างแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดไหนไม่มีสถานที่ที่ดึงความน่าสนใจได้เพียงพอ ก็สร้างขึ้นใหม่ได้ เช่น ที่ จ.ฉะเชิงเทรานี้ เป็นต้นแบบสำคัญ และสามารถขยายผลต่อไปทั่วประเทศได้ สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนปีละหลายพันล้านบาท 

อเมซิ่งไทยแลนด์โชว์ คณะแม่นายสิปปะธรรม จับมือ Legend Siam เตรียมเปิดการศิลปะโขนและหุ่นละครเล็ก รอบปฐมฤกษ์

คณะแม่นายสิปปะธรรม จับมือ Legend Siam เตรียมจัดการแสดงอเมซิ่งไทยแลนด์โชว์ รูม ระหว่าง 18-24 ก.พ.นี้ สร้างมิติใหม่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ณ Legend Siam Pattaya

ที่ Legend Siam Pattaya หุ่นละครเล็กคณะแม่นายสิปปะธรรม นำโดย นางวรัทยา วิวัฒน์อนันต์ (ลูกปลา) เจ้าของคณะแม่นายสิปปะธรรม นำทีมนักแสดงเยาวชน กว่า 20 ชีวิต ร่วมพิธีบวงสรวงพญานาคิณีศรีปทุมมา วิสุทธิเทวี หรือ เจ้าย่าศรีปทุม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ Legend Siam เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี นายณรงค์ ผสมทรัพย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ณุศาเลเจนด์สยาม พัทยา จำกัด มหาชน พร้อมคณะผู้บริหารร่วมให้การต้อนรับคณะหุ่นละครเล็กคณะแม่นายสิปปะธรรม

หลังจากพิธีเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง ทางคณะหุ่นละครเล็กคณะแม่นายสิปปะธรรม ยังได้นำการเปิดการแสดงรอบปฐมฤกษ์ ในชุดที่ชื่อว่าหุ่นละครเล็กติดโขน ให้กับคณะผู้บริหาร Legend Siam และสื่อมวลชนได้รับชม ต่อจากนั้นคณะหุ่นละครเล็กคณะแม่นายสิปปะธรรม ได้หารือร่วมกับคณะผู้บริหาร Legend ถึงการเปิดโครงการ “เรียน รำ เล่น” โซนภาคตะวันออก เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ได้เข้าถึงศิลปโขนและหุ่นละครเล็ก

โดยนางวรัทยา วิวัฒน์อนันต์ (ลูกปลา) เจ้าของคณะแม่นายสิปปะธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางคณะหุ่นละครเล็กคณะแม่นายสิปปะธรรมได้รับโอกาสที่ดีจากผู้ใหญ่ใจดีที่มีความรักในศิลปวัฒนธรรมและอยากสนับสนุนให้เยาวชนไทยหันมาสนใจศิลปวัฒนธรรมไทย โดยทางคณะแม่นายสิปปะธรรม จะร่วมกับ Legend Siam เปิดเปิดโครงการ “เรียน รำ เล่น” โซนภาคตะวันออก ซึ่งเป็นสิง่ที่ผู้ปกครองเยาวชนหลาย ๆคนเรียกร้องอยากให้มาเปิดการสอนที่ภาคตะวันออก นอกจากนี้ทาง Legend Siam ยังจะมีการเปิด Legend Siam Comeback Grand Opening ซึ่งจะให้เยาวชนในคณะแม่นายสิปะธรรม มาเชิดหุ่น เล่นโขน และเชิดปลาผ้าน้ำ พร้อมให้เด็กในพื้นที่เข้าร่วมเรียนและแสดงสร้างรายได้จากการแสดง  

ทั้งนี้การแสดงดังกล่าวที่ทางคณะร่วมกับ Legend Siam จะเริ่มแสดงในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 โดยในวันดังกล่าวจะมีการบันทึกกินเนสส์ เวิลด์อีกด้วย ส่วนภาคอื่น ๆ ที่สนใจให้ทางคณะแม่นายสิปปะธรรมไปเปิดโครงการ“เรียน รำ เล่น” ทางคณะฯก็พร้อมเดินทางไปสอนให้

ด้านนายณรงค์ ผสมทรัพย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ณุศาเลเจนด์สยาม พัทยา จำกัด มหาชน เปิดเผยว่า จากนี้ทาง Legend Siam จะร่วมกับคณะแม่นายสิปปะธรรม จัดงานอเมซิ่งไทยแลนด์โชว์ รูม ระหว่างวันที่ 18 -24 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อเปิดตลาดการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ รองรับนักทองเทียวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยและพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าในมิติใหม่ ๆ ด้วยการแสดงวัฒนธรรมแบบไทย ๆ อีกทั้งยังเป็นการสร้างสีสันทางการท่องเที่ยวหลังโควิด-19 คลี่คลาย ซึ่ง Legend Siam ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการแสดงหุ่นละครเล็กปัจจุบันก็หาชมได้ยาก การที่ทำหุ่นละครมาแสดงที่ Legend Siamจะเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป ให้กับเยาวชนคนรุ่นหลังได้ชมอีกด้วย

‘รมช.มนัญญา’ เคาะ 86 ลบ. ช่วยเกษตรกรอุทัยธานี บรรเทาความเดือดร้อน หลังประสบภัยพิบัติ

4 ก.พ.66) นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดอุทัยธานี โดยมี นายอลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี, นายธนะสิทธิ์ ธนากีรตินันท์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี หัวหน้าส่วนราชการ และเกษตรกรจำนวน 240 คน เข้าร่วม ณ หอประชุมอาคารภักดี เทศบาลตําบลสว่างอารมณ์ อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี ว่า...

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจหลักในการช่วยเหลือเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ตลอดจนส่ง เสริมสนับสนุน ปัจจัยพื้นฐานทางการเกษตร โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา จังหวัดอุทัยธานีมีเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยพิบัติด้านการเกษตร ส่งผลให้ได้รับความเดือดร้อนทั้งด้านพืช ด้านประมง และด้านปศุสัตว์ ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ วงเงินขอความช่วยเหลือ จำนวน 187,019,539.50 บาท ซึ่งจังหวัดอุทัยธานีได้รับการอนุมัติโอนเงินช่วยเหลือแล้ว จำนวน 86,221,714.50 บาท ได้แก่...

1. ด้านพืช เกษตรกรได้รับเงินรวม 3,173 ราย วงเงิน 85,719,118 บาท 

2. ด้านประมง เกษตรกรได้รับเงินรวม 19 ราย วงเงิน 108,856.50 บาท 

และ 3. ด้านปศุสัตว์ เกษตรกรได้รับเงินรวม 22 ราย วงเงิน 393,740 บาท ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างขออนุมัติขยายวงเงินจากกรมบัญชีกลาง เพื่ออนุมัติโอนเงินให้แก่เกษตรกรต่อไป

.

สำหรับข้อมูลความเสียหายภัยพิบัติด้านการเกษตรในปี 2565 เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี รายงาน ดังนี้...

1) เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านพืช 9,391 ราย พื้นที่เสียหายรวม 96,294.38 ไร่ แบ่งเป็น นาข้าว 16,901 ไร่ พืชไร่/พืชผัก 78,057.75 ไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้น และอื่น ๆ 1,335.63 ไร่ วงเงินขอความช่วยเหลือรวม 182,608,295 บาท 

2) เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านประมง 395 รายพื้นที่เสียหาย แบ่งเป็น พื้นที่ที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน 385.25 ไร่ และพื้นที่ที่เลี้ยง ในกระชัง บ่อซีเมนต์ 1,825.50 ตารางเมตร วงเงินขอความช่วยเหลือรวม 2,475,524.50 บาท 

และ 3) เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านปศุสัตว์ 198 ราย สัตว์เลี้ยงตาย/สูญหาย 10,565 ตัว แบ่งเป็น สุกร 9 ตัว แพะ 38 ตัว แกะ 95 ตัว ไก่พื้นเมือง 8,105 ตัว ไก่ไข่ 693 ตัว เป็ดไข่ 1,545 ตัว เป็ดเนื้อ/เป็ดเทศ 75 ตัว ห่าน 5 ตัว และแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์เสียหาย 354 ไร่ วงเงินขอความช่วยเหลือรวม 1,935,720 บาท

นอกจากนี้ ยังได้มอบหนังสืออนุญาตการเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินให้แก่เกษตรกรที่ได้รับเอกสารสิทธิจาก ส.ป.ก.4-01 จำนวน 10 ราย และการออกร้านจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน พร้อมทั้งการสนับสนุนปัจจัยการผลิตเบื้องต้นให้แก่เกษตรกรอีกด้วย

'แดงอ่างทอง' ประกาศคว่ำบาตรพรรคเพื่อไทย อัดอั้น!! ไม่เคยเห็นหัวเสื้อแดงที่สู้ร่วมกันมา

(4 ก.พ.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดอ่างทอง ได้รวมตัวกันที่ร้านชาบู บาร์ เลขที่ 171/ก ม.5 ต.บางปลากด อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เพื่อแสดงจุดยืนในการคว่ำบาตรพรรคเพื่อไทย

นางวรรนา ยิ้มสร้อย ป้าจิ้ม วัย 66 ปี พูดทั้งน้ำตาว่า เป็นเผด็จการ ว่าแต่ชาวบ้านเขา แต่ตัวเองกลับมาทำ และจะทำอะไรก็เห็นใจพวกแดงบ้าง ที่ทุ่มเทต่อสู้กันมาตลอด แต่ไม่เคยเห็นหัวพวกเรา เราสู้เราทนทำเพื่อพรรคมากว่า 10 ปี คือความอัดอั้นของพวกเรา และอยากจะบอกให้กับทางพรรคให้หันมาดูว่า สิ่งที่พวกเราทำในวันนี้ เป็นการทำถูกหรือทำผิด ก่อนที่จะมีการรวมตัว ทำการกรวดน้ำคว่ำบาตร และการเผาเสื้อ แสดงจุดยืนตัดขาด พรรคเพื่อไทย

ด้าน นายชัยภัทร ตรีอุดม กล่าวว่า หลังจากทางพรรคมีมติในการทำโพล จังหวัดอ่างทอง ใครชนะได้ลงสมัครเป็นตัวแทนในเขต 1 จังหวัดอ่างทอง ส่วนใครที่แพ้ได้ลงสมัครรับการเลือกตั้งในเขต 2 แต่หลังจากผลโพลออกมา ผู้ที่มีผลโพลชนะจากการทำโพลทั้ง 3 ครั้ง แต่กลับได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 2 ทำให้กลุ่มเสื้อแดง รับไม่ได้ จึงได้มารวมพูดคุย พร้อมแสดงจุดยืน ในการคว่ำบาตร ตัดขาด ไม่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย

'ตี๋ใหญ่' ส.ส.เพื่อไทย เสียชีวิตกะทันหัน ระหว่างเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

(4 ก.พ.66) มีรายงานว่า นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ส.ส.เขต 4 จ.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เสียชีวิตกระทันหันในเวลา 12.00 น. ด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลันที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ขณะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

'ดัชนีประชาธิปไตย' ปี 2022 ชี้!! ไทยขยับขึ้น 17 อันดับ สะท้อน 'บิ๊กตู่' วางรากฐานพัฒนาเพื่อเยาวชนของชาติ

(4 ก.พ.66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รายงานการจัดอันดับ 'ดัชนีประชาธิปไตย' (Democracy Index) ปี 2022 ของ Economist Intelligence Unit (EIU) ระบุว่า ประเทศไทย มีคะแนนรวมเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2022 ที่ 6.67 จาก 6.04 ในปี 2021 (เพิ่มขึ้น 0.62) และขยับจากอันดับที่ 72 ในปี 2021 เป็นอันดับที่ 55 ในปี 2022 จากทั้งหมด 167 ประเทศ โดยการจัดอันดับดังกล่าวเริ่มทำขึ้นเมื่อปี 2006 โดยใช้ตัวชี้วัดทั้งสิ้น 5 มิติ ได้แก่...

กระบวนการเลือกตั้งและพหุนิยม (electoral process and pluralism), การทำงานของรัฐบาล (the functioning of government), การมีส่วนร่วมทางการเมือง (political participation), วัฒนธรรมทางการเมือง (political culture) และเสรีภาพพลเมือง (civil liberties) ซึ่งประเทศไทยได้ 7.42 6.07 8.33 5.63 และ 5.88 คะแนน ตามลำดับแต่ละมิติ

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 4 ต่อจากประเทศมาเลเซีย อันดับที่ 40 ฟิลิปปินส์อันดับที่ 52 อินโดนีเซีย อันดับที่ 54 และไทยอันดับที่ 55

นายอนุชา กล่าวว่า ในรายงานระบุว่าประเทศไทย มีคะแนนรวมเพิ่มขึ้น 0.62 ถือเป็นประเทศที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในดัชนีนี้ การพัฒนาดังกล่าวเกิดจากการเพิ่มพื้นที่ทางการเมืองสำหรับพรรคฝ่ายค้านของประเทศ การมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น และภัยคุกคามจากความไม่สงบต่อประเทศลดลง จึงส่งผลให้ประเทศไทยเลื่อนอันดับโลกขึ้นมา 17 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ 55 ซึ่งตัวเลขดัชนีประชาธิปไตยนี้เป็นอีกหนึ่งรูปธรรม ที่สะท้อนความจริงใจของรัฐบาลในการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศ รัฐบาลเคารพทุกเสียง ยอมรับความคิดเห็น ที่เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง สร้างสรรค์ ซึ่งเชื่อมั่นว่าทุกคนมีจิตใจที่ตั้งมั่นในการพัฒนาชาติ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top