Friday, 10 July 2026
Hard News Team

'รทสช.' เปิดตัว 'ชญานันท์' ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เผย ถูกใจนโยบาย-อยากพัฒนาราชบุรีให้เป็นเมืองท่องเที่ยว

'รวมไทยสร้างชาติ' เปิดตัว 'ชญานันท์ จินดาเจี่ย' วัย 25 ปี เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี ถือเป็นผู้สมัคร ส.ส.ที่อายุน้อยที่สุดของพรรค เจ้าตัวเผยมั่นใจในนโยบายพรรคว่าจะแก้ปัญหาได้จริง หวังพัฒนาราชบุรีให้เป็นจังหวัดท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้ประชาชนไม่ใช่แค่ทางผ่าน

(18 ก.พ.66) ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) น.ส.ชญานันท์ จินดาเจี่ย อายุ 25 ปี พร้อมด้วย นายสุวิทย์ จินดาเจี่ย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกลางนา อ.เมือง จ.ราชบุรี เพื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมเปิดตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ถือว่าเป็นว่าที่ผู้สมัครที่มีอายุน้อยที่สุดของพรรครวมไทยสร้างชาติ

น.ส.ชญานันท์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ในพรรค โดยเฉพาะนายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มอบโอกาสให้ตนได้เป็นผู้สมัครของพรรคที่ จ.ราชบุรี ประกอบกับที่ผ่านมาตนได้ติดตามการทำงานของพรรครวมไทยสร้างชาติมาโดยตลอด ได้เห็นนโยบายของพรรค มั่นใจจะสามารถนำไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้จริง จึงตัดสินใจขอเป็นตัวแทนลงสมัครในครั้งนี้ เพราะตนเกิดและเติบโตที่ จ.ราชบุรี ได้เห็นปัญหาของชาว จ.ราชบุรี มาโดยตลอดและที่ผ่านมาก็มีความสนใจเรื่องการเมืองมาตั้งแต่เด็ก เมื่อมีโอกาสจึงอยากจะเป็นตัวแทนของชาว จ.ราชบุรี เข้าไปทำงานในสภาฯ และอยากจะพัฒนา จ.ราชบุรี โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว เพื่อให้มีเศรษฐกิจดีขึ้น ไม่อยากให้ จ.ราชบุรีเป็นแค่ทางผ่าน รวมถึงเรื่องการช่วยพัฒนาด้านการเกษตรของชาวราชบุรีด้วย

“สำหรับความตั้งใจคืออยากจะทำให้ จ.ราชบุรี กลายเป็นจังหวัดด้านการท่องเที่ยว ไม่ถูกมองว่าเป็นแค่ทางผ่านเหมือนที่ผ่านมา เพราะจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับคนราชบุรีมากขึ้น จริงๆ แล้ว จ.ราชบุรี ที่แหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งแม่น้ำแม่กลอง ถ้ำจอมพล วัดขนอน และอื่นๆ อีก หากสามารถทำให้ประชาชนเข้ามาท่องเที่ยว จ.ราชบุรีเพิ่มมากขึ้น เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ชาวราชบุรีก็จะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นด้วย คิดว่าตอนนี้ถึงเวลาของคนรุ่นใหม่ ที่มีอุดมการณ์ หรือความตั้งใจที่จะเข้ามาพัฒนาประเทศของเราให้ไปต่อ” น.ส.ชญานันท์กล่าว

'จตุพร' ฟันฉับ!! 'อุ๊งอิ๊ง' ไม่เหมาะนั่งนายกฯ แนะ!! ประเมินตัวเอง - เช็กกระแสประชาชน

(17 ก.พ.66) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน 'ตีเนียน' ย้ำถามถึงเพื่อไทยจะจับมือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พปชร.หรือไม่ ต้องประกาศคำมั่นสัญญาให้ชัดเจน เช่นเดียวกับ 'อุ๊งอิ๊ง' ถ้าต้องการเป็นนายกฯ ตามอารมณ์ความรู้สึกของโพลแล้ว เพื่อไทยควรแถลงให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพียงคนเดียว ซึ่งบางกลุ่มจะส่งข้อมูลที่ตัวเองยังไม่รู้มาช่วยประชาสัมพันธ์ให้

นายจตุพร กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยโดยผู้มีอำนาจทั้งอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวทักษิณ ชินวัตร และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค หรือทักษิณ ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดของพรรค ต้องแถลงให้ชัดจะจับมือกับ พล.อ.ประวิตรและ พปชร. หรือไม่ และเพื่อให้เกิดความเด็ดขาด น่าเชื่อมั่น และสังคมจะยอมรับ จึงเป็นวิธีการแก้ปัญหาได้ง่ายที่สุด

"แต่วันนี้ คนไม่มีบทบาทนำของเพื่อไทย เป็นแค่กองเชียร์กลับมาพูดว่า เลือกอิ๊งค์ ก็ต้องได้อิ๊งค์เป็นนายกฯ สิ จะไปได้ป้อม (พล.อ.ประวิตร) ได้ยังไง ดังนั้นควรเอากันให้ชัดเลยว่า เพื่อไทยต้องการให้อุ๊งอิ๊งเป็นนายกฯ จริงหรือเปล่า ถ้าต้องการจริง ต้องเสนออุ๊งอิ๊ง เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทยเพียงคนเดียว"

นายจตุพร ระบุว่า พปชร.ก็ควรเสนอ พล.อ. ประวิตร คนเดียว ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แม้ยังไม่มีมติพรรคก็ควรเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้แถลงแล้วจะเสนออนุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรค เช่นกันกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็เสนอจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค

ดังนั้น คำถามง่ายๆ คนที่มีอำนาจและบทบาทเต็มของเพื่อไทยต้องออกมายืนยันให้เป็นคำมั่นสัญญา ว่า แม้ผลเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ก็ไม่มีวันไปจับมือกับ พล.อ.ประวิตร-พปชร.เด็ดขาด ซึ่งข้อกล่าวหาใดๆ ที่ตามมาจากคำถามนี้ย่อมเป็นที่ยุติ ไม่มีการพูดถึงต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในทางการเมืองที่ผ่านมา พรรคการเมืองมักอ้างความจำเป็นมาเปิดช่องว่างหลบหลีกคำสัญญาที่ให้กับประชาชนเสมอ กรณีปี 2535 เป็นที่ชัดเจน เพราะ พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีต ผบ.ทบ. หัวหน้าทหาร จปร.รุ่น 5 สัญญาไม่เป็นนายกฯ แต่กลับอ้างความจำเป็นมาเป็นนายกฯ จนประชาชนออกมาต่อต้านรุนแรงถึงชีวิต เลือดเนื้อและการสูญหายของประชาชนจำนวนมาก

กรุงเทพธนาคม เตรียมทดสอบเดินเรือไฟฟ้าคลองผดุงฯ คาด!! พร้อมเปิดให้บริการภายในเดือน มี.ค.66

กรุงเทพ​ธนาคมเตรียมทดสอบเดินเรือไฟฟ้าคลองผดุงกรุงเกษมแบบงดรับผู้โดยสาร 21 ก.พ. ก่อนเปิด​ให้บริการในเดือน มี.ค.นี้ หลังหยุดเดินเรือก่อนหน้านี้ 

(18 ก.พ.66) รายงานข่าวจากบริษัท​ กรุงเทพ​ธนาคม​ จำกัด ผู้บริหาร​จัดการ​สา​ธา​รณูป​โภค​และ​บริการ​สาธารณะ​ของ​กรุงเทพ​มหานคร ระบุว่า ในวันที่ 21 ก.พ. ทางบริษัท​ฯ จะเริ่มดำเนินการนำเรือไฟฟ้าแล่นทดสอบในคลองผดุงกรุงเกษม แบบงดรับผู้โดยสาร ในโครงการพัฒนาระบบการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษมระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการทดสอบเพื่อเตรียมพร้อมเปิด​ให้บริการในเดือน มี.ค. 2566 

นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการพัฒนาการเดินทางทางเรือเพื่อการท่องเที่ยวในคลองบางลำพูในอนาคต โดยความคืบหน้าจะประกาศ​แจ้งให้ทราบรายละเอียด​ต่อไป และขออภัยในความไม่สะดวก

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ม.ค.66 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเดินเรือคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งได้หยุดเดินเรือไปเมื่อเดือน ก.ย. 2565 ว่า ที่ผ่านมามีผู้โดยสารน้อยมาก แต่ค่าจ้างเดินเรือยังมีอยู่ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 2.4 ล้านบาทต่อเดือน มีผู้ใช้บริการเพียง 14,000 คนต่อเดือน ค่าบริการต่อคนค่อนข้างสูงมาก ประมาณ 171 บาทต่อคน จะมีการพิจารณาว่าจะทำต่อไหม ถ้าทำต่อจะคุ้มค่าไหม หรือเอาเงินที่จ่ายไปทำอย่างอื่นที่คุ้มค่ากว่านี้ อาจเป็นรูปแบบใหม่ที่กระตุ้นให้คนใช้บริการมากขึ้น เช่น Shuttle Bus หรือทำเรื่องท่องเที่ยว เรื่องดังกล่าวเรียกเสียงวิจารณ์จากโลกโซเชียลฯ เพราะเห็นว่าการเดินเรือคลองผดุงกรุงเกษมของอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนก่อนทำไว้ดีอยู่แล้วกลับยกเลิก

ขณะเดียวกัน ยังหยิบยกกรณีที่กรุงเทพมหานครเพิ่มงบโครงการสัมมนาพาคนไปเที่ยวในหลายสำนักงานเขต มีถึง 72 โครงการ ใน 26 เขต รวมวงเงินสูงกว่า 111 ล้านบาท ที่มีผู้ร้องเรียนต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก่อนหน้านี้ ภายหลังนายชัชชาติอ้างว่าจะทำต่อ แต่ต้องประเมินสถานการณ์ เพราะค่าใช้จ่ายต่อหัวแพงมาก จึงต้องประเมินทางเลือกอื่นที่ทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลง 

ผบ.ทร.ประธานจัดกิจกรรม ครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปี เสด็จเตี่ย

กองทัพเรือ จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ “ครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปี พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” น้อมนำความหมายเพลงพระนิพนธ์ หลอมรวมใจทหารเรือในการเสียสละเพื่อชาติและราชนาวี

วันที่ 17 ก.พ.66  เวลา 09.00 น. พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประกอบด้วย พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ , พิธีเปลี่ยนธงราชนาวี และธงพระยศ , พิธีประดับตราสัญลักษณ์ครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปี และกิจกรรมร้องเพลงพระนิพนธ์ของเสด็จเตี่ย จำนวน 3 เพลง คือ เพลงดาบของชาติ , เพลงเดินหน้า และเพลงดอกประดู่ โดยกำลังพลกองทัพเรือในพื้นที่ทางบก และเรือในราชนาวี ได้แก่ พื้นที่หลัก ณ ศาลกรมหลวงชุมพรฯ แหลมปู่เจ้า , พื้นที่รอง จำนวน 9 พื้นที่ ประกอบด้วย พื้นที่ ทัพเรือภาคที่ 2 จังหวัดสงขลา , ทัพเรือภาคที่ 3 จังหวัดภูเก็ต , ฐานทัพเรือกรุงเทพ , กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จังหวัดนครปฐม , โรงเรียนนายเรือ จังหวัดสมุทรปราการ , หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง จัดใน 4 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ , กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จังหวัดจันทบุรี , หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ จังหวัดนราธิวาส และ เรือที่จอดในพื้นที่ฐานทัพเรือสัตหีบทั้งหมด รวมทั้งเรือหลวงมกุฎราชกุมารที่ร่วมแปรอักษรกับเรือปฏิบัติการพิเศษของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ในทะเลบริเวณแหลมปู่เจ้า ฐานทัพเรือสัตหีบ

โรงเรียนนายเรือ จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ 'ครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปี องค์บิดาของทหารเรือไทย'

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.30 น. พลเรือตรี รังสรรค์ แตงฉิม รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ เป็นประธานในกิจกรรมร้องเพลงพระนิพนธ์ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จำนวน 3 พลงได้แก่ เพลงดาบของชาติ เพลงเดินหน้า และเพลงดอกประดู่ เพื่อเทิดพระเกียรติ "ครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปี พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย" โดยมี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของโรงเรียนนายเรือ หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงโรงเรียนนายเรือ พร้อมด้วยกำลังพลของโรงเรียนนายเรือ ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร และนักเรียนนายเรือ เข้าร่วมกิจกรรมฯ ณ ลานพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 

'สภากาชาดไทย'เตือนปชช.ระวังข่าวปลอมเรื่องเปิดรับบริจาคผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในตุรกีและสาธารณรัฐอาหรับซีเรีย

'สภากาชาดไทย' เปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในตุรกีและสาธารณรัฐอาหรับซีเรีย ผ่านสภาเสี้ยววงเดือนแดงตุรกี และสภาเสี้ยววงเดือนแดงอาหรับซีเรีย ในฐานะของสมาชิกขบวนการกาชาดระหว่างประเทศ (RCRC Movement) มีบทบาทด้านมนุษยธรรมช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ตามหลักการกาชาดสากล ทำหน้าที่ก่อน ระหว่าง และหลังภัยพิบัติ

• ร่วมบริจาคเงินผ่านบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย

ชื่อบัญชี 'สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ' ประเภทบัญชี 'กระแสรายวัน' เลขที่บัญชี 045-3-04637-0

ข้อสังเกต : กรณีการโอนเงิน - โปรดตรวจสอบเลขที่บัญชี และชื่อบัญชีให้ถูกต้องก่อนทำรายการโอนเงินบริจาค ชื่อบัญชีจะต้องเป็น "สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ" เท่านั้น หากเป็นบัญชีที่ขึ้นต้นด้วยชื่อบุคคล นาย นาง นางสาว หรืออื่น ๆ ที่ไม่ใช่ชื่อบัญชีดังที่กล่าวข้างต้นคือมิจฉาชีพ และหากท่านประสงค์ขอรับใบเสร็จสามารถแจ้งชื่อ-นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ระบุ “เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือแผ่นดินไหว” พร้อมแนบสลิปหลักฐานการโอนเงินบริจาค ทาง E-mail : [email protected]  (รอเจ้าหน้าที่ตอบรับกลับทางอีเมล), โทรสาร 0 2250 0312 , 0 2652 4440 , Line : @redcrossfund

• ร่วมบริจาคด้วยการสแกน QR Code e-Donation เลขที่อ้างอิง "004DISASTER"  โดยไม่ต้องแจ้งขอรับใบเสร็จ

ข้อสังเกต : ตัวอย่างกรณีการสแกน QR Code e-Donation ผ่าน SCB Mobile Banking เมื่อสแกนแล้วท่านจะพบข้อความปรากฏที่หน้าจอว่า "ท่านกำลังทำรายการ e-Donation” และให้เลือกกด "ไม่ยอมรับ" หรือ "ยอมรับ" หากท่านกด "ยอมรับ" จะพบหน้าจอทำรายการบริจาค มีข้อความขึ้นว่า "เพื่อสภากาชาดไทย" และมีหมายเลข Biller ID ของสภากาชาดไทย เลขที่อ้างอิง คือ "004DISASTER" และตามด้วยช่องหมายเลขบัตรประชาชนของท่านเท่านั้น และทำรายการบริจาคดังกล่าวโดยข้อมูลของท่านจะนำส่งไปที่กรมสรรพากร หากไม่ปรากฏข้อมูลดังกล่าวให้ยกเลิกรายการทันที และเมื่อบริจาคเรียบร้อยท่านสามารถตรวจสอบประวัติการบริจาค e-Donation ได้ที่ https://www.rd.go.th/62336.html

โรงเรียนนายเรือ เปิดการฝึกอบรมข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร

พลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ  เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรข้าราชการกลาโหมพลเรือน ชั้นสัญญาบัตร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของโรงเรียนนายเรือ และนายทหารในกองอำนวยการฝึกฯ ร่วมพิธีฯ ณ ห้องหัวเรือ กองบัญชาการโรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข และกำลังใจแก่ผู้สูงอายุ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2566 จัดเลี้ยงอาหารและมอบชุดของขวัญแก่ผู้สูงอายุ ในสถานสงเคราะห์คนชรา และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง รวม 8 แห่ง

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566) นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบหมายให้คณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก และนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ นำทีมฝ่ายสังคมสงเคราะห์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับมูลนิธิสามัคคีการกุศลสงเคราะห์ (เฮี่ยงซิ๊งเซี่ยงตึ๊ง) มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรม (สี่กั๊กเซี่ยงตึ๊ง) มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ (เต่าเต็กเซี่ยงตึ๊ง) และ มูลนิธิศรัทธาสงเคราะห์ (ช่งเต็กเซี่ยงตึ๊ง) ลงพื้นที่จัดเลี้ยงอาหาร และมอบสิ่งของ

ประกอบด้วย น้ำส้มชนิดกล่อง นมถั่วเหลือง ขนมต่างๆ บรรจุถุงผ้าดิบ ให้กับผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์คนชรา และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง รวม 8 แห่ง ประกอบด้วย สถานสงเคราะห์คนชราปากน้ำ (มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส) สถานสงเคราะห์คนชราบางเขน (มูลนิธิธารนุเคราะห์) สถานสงเคราะห์คนชราปทุมธานี (มูลนิธิมิตรภาพสงเคราะห์) ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบางละมุง จ.ชลบุรี ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุปทุมธานี จ.ปทุมธานี

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พบปะหารือกับผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ประสานความร่วมมือปราบปรามคดีถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ

วันนี้ (17 ก.พ.66) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้ให้การต้อนรับ ดาโต๊ะ สรี อับดุล จาลิล บิน ฮัซซาน (CP Dato’ Sri Abd Jalil bin Hassan) ผู้บัญชาการแผนกสืบสวนอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย, ดาตุ๊ก โจจี้ ซามูแอล (H.E Datuk Jojie Samuel) เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย และคณะผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ และประสานงานความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามคดีที่ผู้เสียหายชาวมาเลเซียซึ่งถูกหลอกไปทำงานยังต่างประเทศ ณ ห้องพรหมนอก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ได้นำเสนอเกี่ยวกับข้อมูลคดีเกี่ยวกับผู้เสียหายชาวมาเลเซีย ซึ่งถูกหลอกให้สมัครงานผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะหลอกว่าเป็นงานดูแลลูกค้า (Customer Service) ซึ่งมีรายได้ดี และทำงานที่ประเทศ่ลาวและเมียนมา โดยค่าใช้จ่ายผู้รับสมัครจะออกให้ทั้งหมด เมื่อมีผู้หลงเชื่อ ก็จะพาเดินทางผ่านประเทศไทย มีทั้งทางบก และทางอากาศ แล้วพาผู้เสียหายออกไปยังประเทศที่สาม ทั้งลาวและเมียนมา เมื่อไปถึงพบว่างานที่ให้ทำไม่ตรงกับที่สมัครไว้ กลับเป็นงานที่ให้หลอกคนมาลงทุน หรือหลอกให้โอนเงิน ทำให้ไม่อยากทำงาน สุดท้ายต้องลงเอยด้วยการเสียเงินไถ่ตัวเพื่อจะเดินทางกลับประเทศ สุดท้ายต้องหาทางเดินทางกลับมาเลเซียด้วยตนเอง ทั้งนี้จึงต้องการประสานความร่วมมือกับทางการไทย ซึ่งถูกใช้เป็นทางผ่าน ในการร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมประเทศดังกล่าว เพื่อป้องกันเหตุลักษณะเดียวกันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ ต่อไป

ผบ.ตร.แสดงความเสียใจ ครอบครัวสารวัตรสืบสวนบันนังสตา พลีชีพ เหตุระเบิดรถตำรวจขณะออกตรวจ พร้อมกำชับดูแลสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีก 4 ราย อย่างเต็มกำลังความสามารถ และสั่งเร่งไล่ล่าคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

วันที่ 17 ก.พ.66 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า “เมื่อวันที่ 17 ก.พ.66 เวลาประมาณ 11.30 น. สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งเหตุระเบิดรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ ของตำรวจ ระหว่างเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เผารถทำถนนของ บริษัท ยะลาไฮเวย์ เมื่อคืนที่ผ่านมา

โดยขณะที่รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับมาบนถนนศรีบางลาง เมื่อถึงบริเวณ ม.1 บ้านสนามบิน ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้ถูกคนร้ายลอบวางระเบิด เป็นเหตุให้ จนท.ตร. ชุดสืบสวน สภ.บันนังสตา จว.ยะลา เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 4 นาย  คือ  1) ว่าที่ พ.ต.ต.ประสาน พรมประสิทธิ์ สว.สส.สถ.บันนังสตา(เสียชีวิต)  2) ส.ต.อ.ภาสกร คำดี ผบ.หมู่สส. สภ. บันนังสตา (บาดเจ็บสาหัส) 3). จ.ส.ต.สุวิทย์ ธนะวงศ์ ผบ.หมู่ สส.สภ.บันนังสตา(บาดเจ็บ) 4) ส.ต.อ.สุทัศน์ มูลเงิน ผบ.หมู่ สส.สภ.บันนังสตา(บาดเจ็บ) 5).ส.ต.อ.ไกรสีห์ โรจโนดม ผบ.หมู่ สส.สภ.บันนังสตา(บาดเจ็บ) นำส่ง รพ.ยะลา 

โฆษก ตร.กล่าวว่า “ หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้สั่งการด่วนให้ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 เร่งสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายผู้ก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ ส่วนรายละเอียดอยู่ระหว่างการสืบสวน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top