Friday, 10 July 2026
Hard News Team

ตำรวจไซเบอร์ ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินคดีหลอกลงทุน Forex TRB พบผู้เสียหายมากกว่า 300 ราย ความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. ขอเรียนชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายเตคุณ กับพวก รวม 5 ราย ที่ได้ร่วมกันหลอกลวงชักชวนผู้เสียหายหลายรายให้ร่วมลงทุนเก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา (Forex) ผ่านนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ FXTRB ดังต่อไปนี้

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อประชาชนจากภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุน อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง    

เพื่อเป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล และแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบในด้านงานป้องกันปราบปราม ได้กำชับไปยัง พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดทำการสืบสวนสอบสวน ขยายผลหาความเชื่อมโยงในดดี ปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

คดีดังกล่าวเมื่อประมาณเดือน มี.ค.64 จนถึงปัจจุบัน ผู้เสียหายหลายรายถูกผู้ต้องหากับพวกชักชวนหลอกลวงให้ลงทุนเก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินสกุลต่างๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือเว็บไซต์ secure.elitefundgroup.com โดยมีนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ FXTRB เป็นผู้ดำเนินการนำเงินของที่ผู้เสียหายไปลงทุนเก็งกำไรค่าเงินสกุลต่างๆ มีการแอบอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ซึ่งหากมีการซื้อขายได้กำไร หรือขาดทุน ผู้เสียหายสามารถตรวจสอบผ่านบัญชีผู้ใช้ของตนได้ ในช่วงแรกผู้เสียหายสามารถถอนเงินได้ตามปกติ ต่อมาเมื่อประมาณเดือน ส.ค.65 ไม่สามารถถอนเงินได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงและได้รับความเสียหาย จึงแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline.com ให้ดำเนินดดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย

ต่อมาจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า บัญชีธนาคารที่รับโอนเงินของผู้เสียหายมีการโอนเงินเข้าออกเป็นจำนวนมากผิดปกติวิสัย โดยผู้ต้องหากับพวกไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุนตามที่กล่าวแต่อย่างใด กลับนำไปใช้จ่ายส่วนตัว และมีการนำเงินลงทุนของผู้เสียหายรายใหม่ หมุนเวียนไปให้กับผู้เสียหายรายเก่า ทำให้เชื่อว่าลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนจริง พงส.บก.สอท.1 จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ยื่นคำร้องต่อศาลขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย ในข้อหา “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” ต่อมาเมื่อ 17 ม.ค. 66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. สามารถทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ ส่ง พงส.ดำเนินคดีตามกฎหมายในเวลาต่อมา

กระทั่งเมื่อปลายเดือน ก.พ.66 ที่ผ่านมา พงส.บก.สอท.1 ได้สรุปสำนวนการสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าวไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีเศรษฐกิจ และทรัพยากร เพื่อพิจารณาดำเนินในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไปแล้ว

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอฝากเตือนประชาชนถึงแนวทางการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

 

‘แอร์ คำรณ’ ชวนอ่าน!! ‘มาเหนือเมฆ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา’ ตีแผ่เรื่องจริงน่ารู้ของ ‘บิ๊กตู่’ ที่ไม่บิดเบือน

นายคำรณ ปราโมช ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งและอดีตกรรมการผู้จัดการนิตยสารอิมเมจ โพสต์เฟซบุ๊กถึงพ๊อคเก็ตบุ๊คเล่มแรกของอิมเมจ มีเดียว่า 

“มาเหนือเมฆ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” คือพ๊อคเก็ตบุ๊ค เล่มแรกของอิมเมจ มีเดีย และการกลับมาทำงานด้านสิ่งพิมพ์ ถือว่าอินเทรนด์ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วประเทศ อีกไม่นานนี้นะครับ

หัวใจของหนังสือเล่มนี้ แน่นอนเกี่ยวกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในหลายๆด้าน รวมทั้งการพัฒนาประเทศที่เกิดขึ้นภายใต้พลเอกประยุทธ์

‘ไทยสร้างไทย’ ตามรอย ‘ชัยวุฒิ’ หนุน!! บุหรี่ไฟฟ้าถูกกม.ตามกระแสโลก

วันนี้สังคมมุมหนึ่งมีการคัดค้านต้านบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย แต่สังคมอีกมุมหนึ่งก็มองว่าควรผลักดันให้ถูกให้ควร เพราะมวลสารแห่งสาระสำคัญ มีผลประโยชน์ต่อองค์กรรวมมากกว่าผลเสีย

จากรายงานเรื่อง E-cigarettes: an evidence update จัดทำโดยกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ ระบุว่าผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไป ส่งผลกระทบด้านสุขภาพน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไปร้อยละ 95 พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเนื่องจากมีหลักฐานผู้เลิกบุหรี่ได้ในกลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในอัตราที่สูง

นั่นคือผลดีในเชิงของสุขภาพที่ถูกนำมาตีแผ่ แม้จะมีข้อมูลอีกฟากฝั่งที่มักมองว่า บุหรี่ไฟฟ้า ก็ยังเป็นควันภัยที่ยากเกินจะยอมรับ และแฝงด้วยโทษในเชิงวิทยาศาสตร์มากกว่าบุหรี่มวนทั่วไปเสียอีก

กระแสอันร้อนแรงระหว่างกลุ่มสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย และผู้ต่อต้านแรงขึ้น นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เดินหน้าหนุนดึงบุหรี่ไฟฟ้าเข้าระบบให้เป็นสินค้าที่มีกฎหมายควบคุม เพราะมองผลระยะยาวในเชิงที่สามารถลดอันตรายให้กับนักสูบที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบมีช่องทางรายได้ใหม่จากการป้อนผลผลิตให้โรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้า อีกทั้งปิดช่องภาษีรั่วไหลจากการลักลอบนำเข้า

“เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาข้อกฎหมายเพื่อดึงบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาอยู่ในระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกำลังดูว่ามีประเด็นติดขัดเรื่องอะไรบ้าง เนื่องจากมองว่าหากทำให้เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายได้จะสามารถลดอันตรายให้กับผู้สูบ เพราะบางคนไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ แม้จะมีการรณรงค์ให้คนเลิกสูบบุหรี่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันยังมีจำนวนผู้สูบบุหรี่อีกเกือบ10 ล้านคน” นายชัยวุฒิกล่าว

รัฐมนตรีดีอีเอส กล่าวอีกว่า “ตอนนี้ผมจะรวบรวมข้อมูล นำไปประสานผู้เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและทบทวนแนวคิด หาแนวทางขับเคลื่อนเพื่อทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องถูกกฎหมาย เพราะปัจจุบันทั้ง อย.สหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่น ยอมรับให้ใช้แล้ว ดังนั้นเราต้องไปศึกษาต่อไปว่าข้อติดขัดอยู่ที่ภาคส่วนใด อย่างเช่น ในเรื่องใบอนุญาตให้ใช้ การขาย การผลิต เพราะจากที่ศึกษาเบื้องต้นในแง่กฎหมายน่าจะใช้ พ.ร.บ.ยาสูบฯ ควบคุมให้เข้ามาอยู่ในระบบได้อยู่แล้ว คงต้องมีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ”

สำหรับเหตุผลที่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย เพราะเครื่องยาสูบที่เป็นไฟฟ้าถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ ปัจจุบัน 67 ประเทศทั่วโลกมีการยอมรับบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว โดยเฉพาะประเทศใหญ่ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา, จีน แม้แต่มาเลเซีย เพราะถือว่าเป็นยาสูบที่มีความอันตรายน้อยกว่าบุหรี่จริง โดยบุหรี่ไฟฟ้าจะมีสารพิษน้อยกว่า ขณะที่ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่ยอมรับ

“หลายประเทศยอมรับว่า หากเรามีบุหรี่ไฟฟ้าจะสามารถลดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนได้มากกว่า เรื่องนี้ผมขอศึกษาข้อกฎหมายก่อน นอกจากนี้ ปัจจุบันทราบว่าโรงงานยาสูบและผู้ปลูกยาสูบเองก็มีรายได้ลดลง เนื่องจากคนนิยมไปสูบบุหรี่นำเข้า หรือบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้ามา ดังนั้น ถ้าเราสามารถเอายาสูบที่ปลูกในประเทศมาผลิตบุหรี่ไฟฟ้าได้ จะสามารถแก้ปัญหาให้กับโรงงานยาสูบและเกษตรกรได้ รวมทั้งส่งออกได้ด้วย” นายชัยวุฒิกล่าว

พร้อมทั้งย้ำว่า การดึงสินค้าในกลุ่มบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาอยู่ในระบบ เป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้กฎหมายนั้น อยู่ที่ว่าประเทศไทยและผู้กำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้อง จะสามารถปรับตัวตามเทคโนโลยีได้มากน้อยแค่ไหน เพราะปัจจุบันสินค้านี้มีขายกันใต้ดินและทางออนไลน์ 

ดังนั้นถ้าไม่ปรับตัวตามเทคโนโลยีก็จะเกิดปัญหาภายในประเทศ และเสียหายในอนาคตได้ ทั้งในเรื่องการลักลอบจำหน่าย การสูญเสียรายได้จากภาษี การสูญเสียโอกาสและกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบชาวไทยและการลดผลกระทบต่อสุขภาพของนักสูบชาวไทยที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้

ในขณะที่นโยบายการสนับสนุนให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายโดยรัฐมนตรีดีอีเอสเริ่มกระจายเป็นข่าวใหญ่ ด้าน นายเจตุบัญชา อำรุงจิตชัย รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ก็ดูเหมือนจะหยิบยกกรณีบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย ออกมาร่วมตีแผ่ด้วยเช่นกัน 

“แม้จะมีการระบุเรื่องการห้ามจำหน่ายและนำเข้าก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติจะพบว่าเมื่อเดินไปตามแหล่งท่องเที่ยวก็ยังคงมีวางขายกันอย่างเปิดเผย และปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องนี้มีตำรวจเรียกรับผลประโยชน์กับพ่อค้าแม่ค้าแลกกับการ มองข้ามในเรื่องเหล่านี้ ถ้าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังนิ่งเฉย ไม่ยอมปรับแก้กฎหมายให้สามารถขายได้ ประเทศจะสูญเสียรายได้แทนที่จะเก็บภาษีเกี่ยวกับธุรกิจนี้ได้ถูกต้อง กลับการเป็นการจ่ายใต้โต๊ะให้คนไม่กี่คนที่มีอำนาจจับกุม สุดท้ายเงินก็กลายเป็นส่วยใต้โต๊ะที่ไม่จบสิ้นอยู่ดี”

รพ.ราชบุรี จัดพี่พักฟรีผู้ป่วยมะเร็งยากไร้รอรักษา หวังช่วยลดปัญหาค่าใช้จ่ายและการเดินทาง

โรงพยาบาลราชบุรี ร่วมกับ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และ วัดหนองหอย จัดบริการที่พักชั่วคราวฟรี!! สำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่มีฐานะยากจนได้รับการรักษาด้วยวิธีฉายแสงได้พักจนกว่าแพทย์จะให้กลับบ้าน

เมื่อวันที่ (2 มี.ค. 66) ที่ห้องประชุมปฐมจักรี โรงพยาบาลราชบุรี นายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี พร้อมด้วยนางวันทนา ชนะกุล ผู้อำนวยการสถาบันการพัฒนาความรู้ด้านการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และ นางสาวอลิสรา กรุงจิตร ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดราชบุรี ร่วมกันลงนามความร่วมมือระหว่าง โรงพยาบาลราชบุรี และสถาบันการพัฒนาความรู้ด้านการสังคม ในการจัดบริการที่พักชั่วคราวสำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่มีฐานะยากจน และ อยู่ในสภาวะยากลำบาก ที่ต้องรับการรักษาต่อเนื่องด้วยวิธีฉายแสงโดยศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลราชบุรี โดยรองรับผู้ป่วยในภาคตะวันตกทั้งหมด 8 จังหวัด

จากข้อมูล มีผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มารับการฉายแสงไม่น้อยกว่าปีละ 2,000 ราย ซึ่งขั้นตอนการฉายแสงต้องฉายทุกวันจันทร์ - ศุกร์ โดยผู้ป่วย 1 ราย ต้องฉายแสงโดยเฉลี่ย 25 - 35 ครั้ง ซึ่งผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจน เดินทางลำบาก ทำให้ส่วนหนึ่งไม่สามารถทำการรักษาได้ครบหรือขอยุติการรักษา เนื่องจากปัญหาค่าใช้จ่ายและการเดินทาง

'สมศักดิ์ เทพสุทิน' รมต.ยุติธรรม สายนักสร้าง สร้างมาตรฐานนักโทษในเรือนจำ และสร้างโอกาสใหม่ในชีวิต

หากมองลงไปในคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หนึ่งในรัฐมนตรีที่นับว่ามีพรรษาทางการเมืองสูงสุด ก็คือ 'สมศักดิ์ เทพสุทิน' 

จากท้องถิ่น ถึงการเมืองชาติ ผู้นำ 'บ้านใหญ่' พื้นที่ จ.สุโขทัย ในวัย 68 ปี ผ่านประสบการณ์การบริหารบ้านเมืองมานับไม่ถ้วน ทั้งในบทบาทรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายกระทรวง จนกระทั่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเจ้ากระทรวงยุติธรรม และเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนพรรคพลังประชารัฐในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค

“42 ปีทางการเมือง ผมยังมีไฟแก้ปัญหา อาจทำได้ไม่ทั้งหมด แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด”

คือประโยคทิ้งท้ายในงานฉลองวันเกิด 13 มกราคม ปีที่แล้วของนักการเมืองรุ่นใหญ่ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการเมือง ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในสนามการเมืองท้องถิ่นปี 2523 สู่บทบาททางการเมืองในระดับชาติ และยังคงมีจังหวะก้าวอยู่ในเส้นทางการเมืองจนถึงวันนี้ 

และหากมองเข้าไปถึง หลักคิด วิธีการ และเป้าหมายในการตัดสินใจทางการเมืองของนักการเมืองที่ชื่อ 'สมศักดิ์ เทพสุทิน' เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้ ว่า เขาให้ความสำคัญกับ ‘ดิน ฟ้า อากาศ’

'ดิน' คือ ประชาชน รากหญ้า ความต้องการของประชาชนคือสิ่งสำคัญ 'ฟ้า' คือต้องดูพรรคการเมืองที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และ 'อากาศ' คือประเมินข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆ 

ดิน ฟ้า และอากาศ จึงเป็นสามปัจจัยสำคัญที่เจ้าตัวให้ความสำคัญ และเป็นหลักยึดในการตัดสินใจกับพรรคพลังประชารัฐในช่วงเวลาที่ผ่านมา 

เบื้องหลังการขับเคลื่อนพรรคพลังประชารัฐตั้งแต่การหาเสียงเลือกตั้ง จนนำไปสู่การเป็นแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาล และสนับสนุนพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังเลือกตั้ง 2562 ส่วนหนึ่งมาจากพลังการขับเคลื่อนของกลุ่ม ส.ส. และนักการเมืองในนาม 'กลุ่มสามมิตร' 

'สามมิตร' เป็นกลุ่มการเมืองเฉพาะกิจ มีสามแกนหลักคือ 3 รัฐมนตรีในครม.ชุดปัจจุบัน คือ 'สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ' รมต.อุตสาหกรรม 'อนุชา นาคาศัย' รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ 'สมศักดิ์ เทพสุทิน รมต.ยุติธรรม

ผบ.ตร.ลงพื้นที่อีสาน ร่วม นายกฯ ตรวจเยี่ยม 'หนองบัวลําภู ต้นแบบสีขาว ปลอดยาเสพติด' ขานรับนโยบายนำโมเดลความสำเร็จขยายทั่วประเทศ บรรยายพิเศษ แก้ปัญหายาเสพติด ลดผู้เสพ คืนคนดีสู่สังคม

เมื่อวันที่ (2 มี.ค. 66) เวลา 13.45 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้เดินทางไปร่วมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการตรวจเยี่ยมและติดตามการดําเนินงานตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จังหวัดหนองบัวลําภู ในระยะเวลาเร่งด่วน 3 เดือน หนองบัวลําภูต้นแบบสีขาวปลอดยาเสพติด ณ ศูนย์ปฏิบัติการชุมชนยั่งยืนบ้านท่าอุทัย ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่าย ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูร่วมต้อนรับ

ผบ.ตร. กล่าวว่า “โครงการหนองบัวลําภูต้นแบบสีขาวปลอดยาเสพติด เป็นโครงการ ที่สืบเนื่องมาจาก มติประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามแนวทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีข้อสั่งการเรื่องยาเสพติด กำหนดให้จังหวัดหนองบัวลำภูเป็นต้นแบบของจังหวัดสีขาว ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่เดือน พ.ย.65  ทาง ตร.ได้ส่งชุดตำรวจภูธรภาค 4 มาช่วยในการปราบปราม การขยายผล และส่งทีมวิทยากรมาช่วยในชุมชนยั่งยืน บูรณาการร่วมกันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข และท้องถิ่น จนสามารถค้นหาผู้เสพได้เป็นจำนวนมาก และยังได้นำตัวผู้เสพเข้าสู่การบำบัดฟื้นฟูตามรูปแบบ CBTx โดยใช้ชุดปฏิบัติการยั่งยืน จัดกิจกรรมบำบัดในรูปแบบผสมผสาน ทั้งศาสนาบำบัด อาชีพบำบัด และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์บำบัด มีชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม ให้กำลังใจสร้างความเชื่อมั่นผู้เสพให้ ลด ละ เลิก ทำให้ผู้เสพมีกำลังใจ บำบัดฟื้นฟูผ่าน เป็นคนดีคืนสู่สังคม ใช้ชีวิตปกสุขร่วมกับชุมชนได้ 

ขณะทำสำเร็จไปแล้ว 72 ชุมชน ถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ในการช่วยบำบัดผู้เสพกว่า 1,000 ราย และราคายาเสพติดที่สูงขึ้น เป็นตัวบ่งชี้ความสำเร็จของโครงการ ประกอบกับความร่วมมือของชาวบ้านในพื้นที่มีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก โดยสนับสนุนช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการให้ข้อมูล และขจัดปัญหายาเสพติดในชุมชนให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

หลังจากโครงการประสบผลสำเร็จ ได้รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบ จนเป็นที่มาของการลงพื้นที่ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการนำโมเดลการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรทุกมิติของจังหวัดหนองบัวลำภูขยายสู่จังหวัดอื่นๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเกิดความยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาล โดย ตร.จะรับไปดำเนินการ ซึ่งมีโครงการชุมชนยั่งยืน 1 โรงพักต่อ 1 ชุมชนที่ทำมา 3 ปี และจะหารือเตรียมขยายเป็น 1 โรงพัก ต่อ 1 ตำบล เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดให้มากยิ่งขึ้นต่อไป” 

โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้า เวลาประมาณ 10.30 น. ที่โรงแรมเจริญธานี ต.ในเมือง จว.ขอนแก่น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้บรรยายพิเศษ  โครงการฝึกอบรมวิทยากรต้นแบบชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติตำรวจภูธรภาค 4 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ครู ก)  รุ่นที่ 8 ให้ผู้เข้ารับการอบรม โดยมี พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นพล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เข้าร่วม 

เซเลนสกี้ วอน สหรัฐฯ ส่งทหารหนุ่มสาวมาช่วยรบ หลังยูเครนขาดนักรบ ถึงขั้นเกณฑ์คนพิการเข้ากองทัพ

สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2 ยังคงตึงเครียดที่ต่างฝ่าย ต่างไม่มีใครหยุดยิง แถมปัดโอกาสในการหันหน้าเข้าสู่วงเจรจา จึงเชื่อว่าในใจลึก ๆ ของชาวโลกจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้สึกท้อแล้วกับความขัดแย้งนี้ คือถ้าอยากจะรบกันไปเรื่อย ๆ ก็อย่าให้เดือดร้อนคนอื่นมากก็แล้วกัน 

ชาวโลกประเทศอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง อาจจะคิดแบบนี้ได้ แต่กับชาวอเมริกันที่จ่ายภาษีทุกวัน แล้วต้องมาเห็นรัฐบาลเซ็นเช็คเหมือนเทน้ำ เพื่อส่งไปสนับสนุนกองทัพยูเครนคงทำใจให้ปล่อยวางในเรื่องนี้ได้ยากหน่อย 

แต่วันนี้ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ มีคำตอบให้ชาวอเมริกัน เมื่อสื่ออเมริกันขอสัมภาษณ์ผู้นำยูเครนในวันครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเขาได้พูดถึงการสนับสนุนของรัฐบาลอเมริกันในสงครามครั้งนี้ว่า สิ่งที่ชาวอเมริกันเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับจำนวนเงิน และความคุ้มค่าที่รัฐบาลสหรัฐจะได้จากการส่งทรัพยากรมหาศาลมาช่วยยูเครน เป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ (คือจ่ายแล้วอย่าไปคิด) 

เพราะอะไรนะหรือ? เพราะถ้ายูเครนแพ้ นั่นหมายถึงรัสเซียจะได้ครองดินแดนทางฝั่งบอลติก ซึ่งเป็นภัยอย่างยิ่งกับ NATO และจะทำให้สหรัฐสูญเสียความเป็นมหาอำนาจ  และสิ่งที่สหรัฐจะต้องทำอีก คือ ต้องส่งบุตรหลานของพวกท่านลงสนามรบ เหมือนอย่างที่เราได้สละลูกหลานของเราพลีชีพในสมรภูมิไปแล้ว ให้สมกับที่สหรัฐบอกว่าจะยืนเคียงข้างเราเพื่อชัยชนะ มันอาจจะโหดร้าย และพวกเขาอาจต้องตาย แต่สงครามมันก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ 

และนี่เป็นครั้งแรก ที่เซเลนสกี้เอ่ยปากขออย่างอื่นที่ไม่ใช่อาวุธในการทำสงคราม แต่ไอ้ 'อย่างอื่น' นี่มันยากยิ่งกว่าส่งเงินทุน ส่งอาวุธไปให้มากมายนัก ที่ชาวอเมริกันฟังแล้วถึงกับเอามือทาบอก ที่ได้ยินว่า เซเลนสกี้ขอให้ส่งหนุ่มสาวอเมริกันไปรบในประเทศอื่นอีกแล้วหรือ ที่ยูเครนมีทหารไม่พอหรือไง?

แต่ถึงเซเลนสกี้จะไม่พูดออกมาตรง ๆ แต่ดูทรงแล้วมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น

ซึ่งตั้งแต่กองทัพรัสเซียบุกยูเครน ทางรัฐบาลยูเครนได้ประกาศกฎอัยการศึกในสถานการณ์สงคราม ที่จะเรียกระดมพลทหารกองเกิน กองหนุน และอาสาสมัครจากทั่วประเทศมาลงกองทัพ หรือแม้แต่รับสมัครนักรบต่างชาติ บีบให้ฝ่ายรัสเซียต้องประกาศเกณฑ์ทหารเข้ากรมครั้งใหญ่เพิ่มเช่นเดียวกัน 

จนกระทั่งช่วงปลายปี 2022 กองบัญชาการภาคพื้นดินของยูเครนได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ทางรัฐบาลจะยังไม่เรียกระดมพลระลอกใหม่ในเร็ว ๆ นี้ จนกว่าจะมีการประกาศกฤษฎีกาฉบับใหม่ หลังวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ปีหน้า (2023) แต่ผู้ที่ชำนาญการรบพิเศษ หน่วยต่อต้านการก่อการร้าย ยังคงเรียกให้เข้ากองทัพอยู่เรื่อย ๆ

นั่นเป็นคำพูดของฝ่ายกองทัพยูเครนเมื่อปีที่แล้ว แต่ทว่าตั้งแต่ต้นปี ชาวยูเครนที่กลุ่มที่หลุดเงื่อนไขเกณฑ์ทหาร อย่างกลุ่มคนพิการกลับได้รับจดหมายเรียกเข้ากรม เพื่อไปประจำในสนามรบที่ห่างไกล ที่ไม่ใช่บ้านเกิดของพวกเขาด้วยซ้ำ 

สำนักข่าว The Economist ได้ลงเรื่องราวของนายรัสลาน คูเบย์ ชายชาวยูเครนที่สูญเสียมือทั้ง 2 ข้างตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เขาถูกจัดอยู่ในกลุ่มคนพิการที่ได้รับการยกเว้นการเกณฑ์ทหาร กลับได้รับหมายเรียกให้เข้าประจำกองทัพในเมือง Drohobych แถมยังระบุชัดว่าร่างกายของเขาเหมาะสมที่จะเข้าประจำการ  

ซึ่งไม่ใช่เคสเดียว เพราะมีกลุ่มคนพิการในยูเครนที่ได้รับหมายเรียกลักษณะเดียวกันจำนวนมาก ที่บ่งชี้ว่ากองทัพยูเครนกำลังยกระดับการเกณฑ์พลเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปีแล้ว และมีหน่วยลงทะเบียนย่อย ซ่อนอยู่ตามเมืองต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยูเครนกำลังเรียกระดมพลครั้งใหญ่อยู่ เพียงแค่ไม่ประกาศออกมาตรง ๆ อย่างเป็นทางการเหมือนกับทางรัสเซียเท่านั้นเอง 

'อลงกรณ์' ผิดหวัง 'ดร.ไตรรงค์' ใส่ร้ายกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันเป็นรองหัวหน้าพรรค4สมัย ไม่เคยพบการซื้อเสียงในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค 

กรณีที่ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกล่าวหาพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีการซื้อเสียงในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคนั้น

ในฐานะที่ผมเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคหลายสมัยและเป็นรองหัวหน้าพรรค 4 สมัยจนถึงทุกวันนี้โดยได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ของพรรคทุกครั้งยืนยันว่า ผมไม่เคยซื้อเสียงในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคและไม่เคยพบเห็นว่ามีการซื้อเสียงในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคแต่อย่างใด จะมีก็แต่การหาเสียงตามวิถีทางประชาธิปไตยของผู้สมัคร ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคในแต่ละยุคแต่ละสมัย 

ส่วนที่ดร.ไตรรงค์ระบุว่า อุดมการณ์ของพรรคอ่อนลงนั้นเป็นมุมมองส่วนตัวซึ่งผมก็ต้องขอปฏิเสธเพราะพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมาจนถึงวันนี้ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พรรคประชาธิปัตย์ยังดำรงความเป็นสถาบันทางการเมืองที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคการเมืองประเภทที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจเฉพาะกาลเพื่อคนใดคนหนึ่งเพียงชั่วครั้งชั่วคราวจึงอยู่มาได้กว่า76ปี 

“ดร.ไตรรงค์คงจะตอบได้ดีว่าวันนี้ท่านยืนอยู่กับพรรคการเมืองประเภทไหนมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยอ่อนหรือแก่เมื่อเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ท่านเคยเป็นสมาชิกมาอย่างยาวนาน”

กรณีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์หรือพูดปราศรัยเกี่ยวกับพรรคที่ตกปลาในบ่อเพื่อนก็มีมารยาทที่ไม่เคยเอ่ยถึงชื่อของพรรคการเมืองใดหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะเจาะจงเพราะสังคมทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคอื่นๆที่ตกเป็นเหยื่อของพรรคเหล่านั้นเป็นอย่างดี มีส.ส.และอดีตส.ส.ของพรรคที่ถูกติดต่อทาบทามเสนอเงื่อนไขแลกเปลี่ยนในการย้ายพรรคบางคนก็ตกลงย้ายไปพรรคอื่น บางคนที่ยังมีอุดมการณ์เหนียวแน่นกับพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังอยู่กับพรรค 

‘กรณ์’ กรีดกลับ ‘ชวน’ ปมกล่าวหา ส.ส.ย้ายพรรคคบไม่ได้ แจงเหตุออกเพราะปชป.เปลี่ยนไป หาใช่ต้องการเงิน - ตำแหน่ง

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ให้สัมภาษณ์ถึง ส.ส.ที่ย้ายพรรค ว่าเป็นพวกที่เอาเปรียบ - คบไม่ได้ โดยนายกรณ์ระบุข้อความว่า

เขียนตอบท่านชวน ด้วยความเคารพ

ผมออกมาจากประชาธิปัตย์ 3 ปี ผมไม่เคยพูดให้ร้ายพรรคเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผมออกเพราะอยากไปทำงานตามที่ตั้งใจ และสำหรับผมประชาธิปัตย์เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม

การลาออกของคนประชาธิปัตย์มีเหตุผลต่างกัน ผมพูดแทนเขาไม่ได้ แต่ในส่วนของผมนั้น ไม่ใช่ด้วยเหตุผลที่ท่านชวนกล่าวถึงในคลิป https://youtu.be/s0GpJaj7lUw ไม่ว่าจะเรื่องเงินหรือตำแหน่ง ยิ่งประชาธิปัตย์ยุคนี้แล้วเรื่องเงินยิ่งไม่เป็นปัญหา ส่วนตำแหน่งก็มีมากมายเพราะเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล

ผมสัมภาษณ์หลายครั้งว่า ผมได้เคยทำงานให้บ้านเมืองในตำแหน่งรัฐมนตรีคลังมาแล้ว ซึ่งสำหรับผมถือเป็นการทำงานที่ตรงต่อความฝันทางการเมือง ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจผมได้ทำงานอย่างเต็มที่ภายใต้นายกรัฐมนตรี และรองนายกฯเศรษฐกิจ (คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ) ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ดังนั้นความฝันทางการเมืองของผมวันนี้ไม่ใช่เรื่องตำแหน่ง แต่คือโอกาสสร้างพรรคที่ตรงกับอุดมการณ์ของผม และการส่งเสริมนักการเมืองรุ่นใหม่ให้มีโอกาสได้ทำงาน

กองพลทหารม้าที่1 ตรวจสภาพความพร้อมรบ และตรวจสอบการฝึกเป็นหน่วยกองพันเฉพาะกิจ ประจำปี 2566

ที่บริเวณสนามบิน กองพลทหารม้าที่ 1 ค่ายพ่อขุนผาเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ พลตรี ศุภฤกษ์ สถาพรผล ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 เป็นประธานในการตรวจสภาพความพร้อมรบ และตรวจสอบการฝึกเป็นหน่วยกองพันเฉพาะกิจ กองพลทหารม้าที่ 1 ประจำปี 2566 

ซึ่งกำหนดให้ กรมทหารม้าที่ 3 เป็นหน่วยรับผิดชอบจัดกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ทำการฝึก และตรวจสอบการฝึกเป็นหน่วยกองพันเฉพาะกิจ เพื่อให้ผู้บังคับหน่วย ฝ่ายอำนวยการ ตลอดจนกำลังพลที่บรรจุในหน่วยระดับกองพัน ได้มีความชำนาญ ทั้งในด้านการบังคับบัญชาอำนวยการ และการปฏิบัติในสนาม ตลอดจนมีความคุ้นเคย ในการปฏิบัติร่วมกัน เป็นหน่วยระดับกองพัน จนสามารถปฏิบัติการรบ ในสถานการณ์ทางยุทธวิธีต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อปลูกฝังให้กำลังพลของหน่วย ได้มีความรู้ ความสามารถที่เพิ่มขึ้น บรรลุตามวัตถุประสงค์การฝึก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top