Friday, 10 July 2026
Hard News Team

ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย หวั่นเยาวชนตกเป็นเหยื่อซื้อไอเทมเกมออนไลน์

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยกรณีการซื้อสินค้า หรือไอเทมเกมออนไลน์ ดังต่อไปนี้

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีมีผู้เสียหายหลายรายถูกผู้ต้องหาหลอกลวงประกาศโฆษณาขายสินค้าประเภทไอเทมเกมออนไลน์ หรือสกุลเงินในเกมออนไลน์ผ่านเพจในเฟซบุ๊ก โดยเสนอขายในราคาถูกกว่าราคาของบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาเกมดังกล่าว เช่น สกุลเงินในเกม 1 แพ็ก มี 7,200 เหรียญ ราคา 3,700 บาท แต่ผู้ต้องหาขายในราคาเพียง 2,050 บาท นอกจากนี้ผู้ต้องหายังอ้างว่าปลอดภัย ไม่มีการขอ Refund หรือยกเลิกการซื้อแน่นอน (หมายถึงการขอคืนเงินที่ชำระค่าสินค้าภายในเกมในภายหลัง) 

เมื่อผู้เสียหายโอนเงินแล้วปรากฏว่าได้รับสกุลเงินในเกมจริง ต่อมาผู้เสียหายได้รับอีเมลจากบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาเกมว่า มีการขอยกเลิกการซื้อสกุลเงินภายในเกม เนื่องจากได้ตรวจสอบพบธุรกรรมที่เป็นการฉ้อโกง หรือธุรกรรมเท็จ ส่งผลให้ไอเทม หรือสกุลเงินในเกมของผู้เสียหายสูญหายไป และไม่ได้รับเงินที่ซื้อสกุลเงินกลับคืนแต่อย่างใด ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกหลอกลวงและได้รับความเสียหาย จึงแจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ www.thaipoliceonline.com ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ได้รับโทษตามกฎหมาย

กระทั่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. ได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย ตามหมายจับศาลอาญา โดยกล่าวหาว่า “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนฯ ” พร้อมตรวจยึดของกลาง นำตัวส่ง พงส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์  วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานในด้านการป้องกันปราบปราม ได้ให้ความสำคัญและมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง พร้อมสร้างการรับรู้แนวทางป้องกันให้ประชาชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า การหลอกลวงที่แฝงมากับเกมออนไลน์ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การหลอกลวงขายไอเทมที่ไม่มีอยู่จริง การหลอกลวงจ้างให้เล่นเกม หรือที่เรียกว่า การปั๊มแรงค์ การหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงินไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ เช่น นำไปเปิดบัญชีธนาคาร ไปแฮ็กบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ที่ผ่านมายังปรากฎว่ามีบุตรหลานนำไปสร้างเรื่องหลอกลวงผู้ปกครองว่าถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงิน แต่แท้จริงแล้วนำเงินผู้ปกครองไปใช้ซื้อไอเทมภายในเกม ไปสนับสนุนช่องยูทูบเบอร์เกมออนไลน์ เป็นต้น

จี๊ดด...ทุกคำ!! เพจ ‘สภ.สงขลา’ สุดแนว!! ยอดฟอลพุ่ง 3 แสน หลังโพสต์แคปชันเด็ด ‘โดนใจ-เข้าถึง’ ปชช.

เพจตำรวจภูธรเมืองสงขลา ฮอตหนัก มีผู้ติดตามแล้ว 3.3 แสนคน โดยข้อความที่โพสต์นั้น แม้จะเป็นการแจ้งเตือนให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ก็แฝงด้วยการใช้คำที่ขำขัน รวมถึงใช้ภาษาถิ่นใต้ ทำให้การเตือนเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องที่สร้างรอยยิ้มด้วย

(6 มี.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก ‘ตำรวจภูธรเมืองสงขลา’ กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก มีผู้ติดตามแล้ว 3.3 แสนคน หลังแอดมินเพจ ซึ่งเป็นตำรวจ มีการโพสต์ข้อความที่เป็นการตักเตือนให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย และแจ้งรายงานการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการแจ้งกิจกรรมต่าง ๆ นั้น มีข้อความที่เป็นคำกลอนบ้าง แฝงไปด้วยความขำขัน รอยยิ้มบ้าง ทำให้มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างเร็ว
 

ไม่เข็ด!! ‘ตม.ปทุมฯ’ รวบ 3 คนไทย ช่วย ‘ชาวจีน’ ลักลอบเข้าเมือง 1 ใน 3 สารภาพ เพิ่งถูกจับข้อหาเดียวกันเมื่อเดือนที่แล้ว

(6 มี.ค. 66) ตามนโยบายของ ผบ.ตร., ผบช.สตม.และ ผบก.ตม.3 ในการกวาดล้างอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าว โดยเฉพาะในความผิดและผู้ช่วยเหลือสนับสนุนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2566 พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จังหวัดปทุมธานี สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนปราบปราม ตม.จังหวัดปทุมธานี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส.บช.ปส.และ สภ.คลองหลวง ร่วมตรวจสอบคนต่างด้าวสัญชาติจีน 1 ราย พร้อมด้วยคนไทย ซึ่งให้การช่วยเหลือให้คนต่างด้าวดังกล่าว ซึ่งเข้าเมืองมาผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม

ผู้ถูกจับรับว่า ได้เดินทางมาจากพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อนำคนต่างด้าวไปส่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้รับค่าจ้าง 20,000 บาท โดยใช้รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์เป็นยานพาหนะ และรถยนต์เก๋งเป็นรถนำทาง ซึ่งมีการให้สัญญานระหว่างรถทั้งสองคันตลอดการเดินทาง เพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแจ้งพฤติการณ์ต้องสงสัยรถคันดังกล่าว จึงได้ติดตามอย่างกระชั้นชิด และเข้าตรวจค้นยานพาหนะทั้งสองคัน พบการกระทำความผิด จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่อแววสิ้นชาติ!! ‘ญี่ปุ่น’ อัดฉีดงบรณรงค์ครอบครัวปั๊มลูกเพิ่ม หวั่น!! ถ้าไม่เร่งแก้ปัญหานี้โดยเร็ว สิ้นชาติแน่นอน

(6 มี.ค. 66) รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังตื่นตระหนกกับปัญหาเด็กเกิดน้อย ประชากรหดตัว หวั่นอนาคตเศรษฐกิจพินาศ จนถึงขั้นสิ้นชาติ

ด้าน โมริ มาซาโกะ หนึ่งในทีมที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีคิชิดะ ฟูมิโอะ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อญี่ปุ่น หลังพบว่า ในปีที่ผ่านมามีทารกแรกเกิดในญี่ปุ่นน้อยที่สุดเป็นประวติการณ์ว่า นอกเหนือจากปัญหาทางเศรษฐกิจถดถอยจากปัญหาประชากรลดน้อยลงแล้ว ความหวาดกลัวในอนาคตจะเกาะกินใจเด็กญี่ปุ่นรุ่นใหม่ เมื่อต้องเผชิญความจริงที่ว่า ญี่ปุ่นมีสิทธิ์ที่จะสูญสิ้นชาติได้

โดย โมริ มาซาโกะ ชี้ว่า ในปี 2022 ที่ผ่านมา มียอดตัวเลขผู้เสียชีวิตในญี่ปุ่น 1.58 ล้านคน ซึ่งสูงกว่ายอดเด็กแรกเกิดที่ราว ๆ 8 แสนคนถึง 2 เท่า และอัตราการเด็กเกิดใหม่ในญี่ปุ่นมีตัวเลขดิ่งลงอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ประชากรเหลืออยู่เพียง 124.6 ล้านคน ลดลงจากปีที่ญี่ปุ่นมีประชากรมากที่สุดในปี 2008 ที่ 128 ล้านคน และในจำนวนประชากรญี่ปุ่นในปัจจุบัน มีกลุ่มผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึง 29%

สิ่งที่น่าวิตกอย่างมากคือ การที่เด็กรุ่นใหม่เกิดน้อยมาก จะทำให้ญี่ปุ่นสูญเสียศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศในมิติต่าง ๆ ความแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรม และ เศรษฐกิจจะถดถอยลงเรื่อย ๆ ส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ ลองคิดดูว่า เมื่อขาดแคลนกลุ่มเยาวชน คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ เราจะหาใครมาทำหน้าที่ปกป้องประเทศจากภัยคุกคามของชาติอื่นในอนาคตได้

ด้วยเหตุนี้ นายกรัฐมนตรีคิชิดะ ฟูมิโอะ เตรียมที่จะอัดฉีดงบประมาณเพื่อจูงใจให้ครอบครัวชาวญี่ปุ่นมีลูกมากขึ้น ด้วยการเพิ่มเงินโบนัสพิเศษให้กับครอบครัวที่มีเด็กเกิดใหม่จากเดิม 4.2 แสนเยน ต่อคน เป็น 5 แสนเยนในปีนี้ และอาจมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างระบบการทำงานในญี่ปุ่นให้เอื้อต่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่น สามารถทำงานไปด้วย ดูแลลูกไปด้วยได้ง่ายขึ้น

 

‘คนไทย’ เกินครึ่ง เชื่อ!! ลุงตู่ VS ลุงป้อม ไม่ แตกกัน

แม้ 2 พรรคใหญ่ อย่าง 'พลังประชารัฐ' และ 'รวมไทยสร้างชาติ' จาก 2 ป. พี่น้อง 'ป้อม-ตู่' จะเริ่มออกมาเรียกคะแนนเรียกคะแนนเสียง และฟาดฟันกันด้วยนโยบายเคลมบลัฟแบบไม่ไว้หน้ากัน จนสะท้อนภาพรอยร้าวในความสัมพันธ์ของคู่พี่น้องให้ประชาชนสัมผัสได้ชัดขึ้น แต่หากย้อนดูโพลเมื่อวันที่ 29 ม.ค.66 ก็เชื่อว่านี่น่าจะยังเป็นเพียงความดุเดือดทางการเมือง ที่ท้ายสุด อาจจะเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์แยกกันเดิน ร่วมกันตี หลังการเลือกตั้งนี้จบลง ก็เป็นไปได้

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น 'นิด้าโพล' สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในวันนั้นได้เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง 'พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปะทะ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)' ทำการสำรวจระหว่าง วันที่ 23-25 มกราคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการแข่งขันทางการเมืองระหว่าง รองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กับ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 

การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
 

พรรคส้มมาแรง!! ‘ก้าวไกล’ ปลื้ม หาเสียงอีสาน กระแสดี เตรียมลงใต้ ลั่น!! กทม.แลนด์สไลด์ จ่อเปิดตัวผู้สมัครครบ 12 มี.ค.นี้

‘ก้าวไกล’ ปลื้ม หาเสียงอีสาน ประชาชนตอบรับดีมาก เผย ‘พิธา’ เดินสายลงใต้สุดสัปดาห์นี้ พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร กทม. ครบ 33 เขต 12 มีนาคม แนะนำ ‘ศุภณัฐ มีนชัยนันท์’ ชิงชัยเขตจตุจักร มั่นใจกรุงเทพฯ ‘ก้าวไกลแลนด์สไลด์’

(6 มี.ค. 66) ที่พรรคก้าวไกล นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้ดูแลการเลือกตั้งสนามกรุงเทพฯ พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขตจตุจักร คือ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ หรือ ‘แบงค์’

นายพิจารณ์กล่าวว่า ปัจจุบันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังอยู่ในช่วงการรับฟังความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการแบ่งเขต ซึ่งไม่ว่าการแบ่งเขตจะออกมาในรูปแบบใด อาจสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบแก่บางพรรคการเมือง แต่พรรคก้าวไกลไม่มีความหนักใจ ยืนยันจะสู้ในทุกสนาม เพราะเราเชื่อในการเมืองที่ไม่ได้อาศัยหัวคะแนนหรือระบบอุปถัมภ์ เพื่อสร้างบุญคุณกับพี่น้องประชาชน แต่พรรคก้าวไกลยึดหลักการและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะในสภาฯ หรือนอกสภาฯ จะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือ ส.ส.เขต พรรคก้าวไกลพิสูจน์แล้วว่า แม้เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ผลักดันกฎหมายหรือตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเข้มข้น หากเราได้มีอำนาจบริหารและเป็นรัฐบาล ก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในอีก 4 ปี

ดังนั้น ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะใช้กลเม็ดใดในการแบ่งเขต เชื่อว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ จะไว้วางใจมอบคะแนนเสียงให้พรรคก้าวไกล และเชื่อว่าจะแลนด์สไลด์ในกรุงเทพฯ ได้สำเร็จ โดยวันนี้ ขอแนะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. คนใหม่ ที่ทำให้พรรคก้าวไกลมีว่าที่ผู้สมัครครบทุกเขตในกรุงเทพฯ นั่นคือ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ หรือ ‘แบงค์’

ด้านนายศุภณัฐ กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรคก้าวไกลว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่เห็นความเหลื่อมล้ำและความล้าหลังของประเทศ จากการบริหารที่ย่ำแย่ของรัฐบาลยุคปัจจุบัน การเลือกตั้งรอบนี้ ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่าจะอยู่กับการเมืองแบบอดีต อยู่กับ 3ป. หรือจะสร้างการเมืองแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม สำหรับตนแล้ว พรรคก้าวไกลคือคำตอบของประเทศ จึงอาสาเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายพรรคเพื่อประชาชนทุกคน

“เหตุผลว่าทำไมผมถึงเลือกทำงานกับพรรคก้าวไกล เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลได้พิสูจน์บทบาทในสภาฯ ได้อย่างเด่นชัดที่สุด ว่ากำลังต่อสู้กับระบอบอุปถัมภ์ ทุนผูกขาด” นายศุภณัฐ กล่าว

ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวถึงการหาเสียงของพรรคก้าวไกลในช่วงที่ผ่านมาว่า ตลอดสัปดาห์ที่แล้ว แกนนำสำคัญของพรรคก้าวไกลลงพื้นที่หาเสียงในหลายจังหวัดทางภาคอีสาน คือ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุดรธานี ได้รับการตอบรับดีมาจากประชาชน พี่น้องชาวอีสาน เชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยได้อย่างแท้จริง และเชื่อว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลง ที่ไม่พาประเทศไทยกลับไปสู่จุดเดิม
 

ฝ่ายค้าน เดินหน้าล่าชื่อขยี้ซ้ำ จ่อยื่นศาล เพิ่มตัดสิทธิเลือกตั้ง

ฝ่ายค้านคึก! ล่าชื่อส่งศาล รธน.วินิจฉัย ‘ศักดิ์สยาม’ เพิ่มอีกหนึ่งคำร้องใหม่ หลังเคยยื่นแล้วโดนสภาฯ ตีกลับ รอบนี้มีตัดสิทธิลงเลือกตั้ง

(6 มี.ค. 66) นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กรณีเรื่อง หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จนนำมาสู่การยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และศาลได้มีคำสั่งให้นายศักดิ์สยาม หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่การเป็น รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ก็ได้ทำการติดต่อพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน โดยฝ่ายค้านเห็นว่า ควรจะมีการล่าชื่อส.ส.ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีของนายศักดิ์สยาม อีกหนึ่งคำร้องเพิ่มเติม โดยเป็นการยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีและสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของ นายศักดิ์สยาม สิ้นสุดลง และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กรณีอาจละเมิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 (บทบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี)

“การยื่นคำร้องดังกล่าว ต้องมี ส.ส.ฝ่ายค้านร่วมลงชื่อด้วยขั้นต่ำหนึ่งในสิบของจำนวน ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตอนนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบยอดตัวเลข ส.ส.ปัจจุบัน พบว่า หนึ่งในสิบก็คือ สี่สิบคน ในการร่วมลงชื่อ แต่ปัญหาคือตอนนี้สภาปิดสมัยประชุมแล้ว และส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ แต่ฝ่ายค้านก็จะพยายามรวบรวมรายชื่อให้ได้ก่อนที่จะมีการยุบสภา โดยใจจริงก็อยากทำให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้เลย แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้ครบหรือไม่ ซึ่งหลังได้รายชื่อแล้ว ก็จะยื่นตรงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเลย ไม่ต้องผ่านประธานสภาฯ” นายปกรณ์วุฒิ ระบุ

สำหรับคำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้นายศักดิ์สยาม หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่นั้น ไม่ได้มีเรื่องของการตัดสิทธิการเมือง เพราะเป็นการยื่นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 ประกอบ พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี ฯ ที่เป็นเรื่องการให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีและการให้เว้นวรรคจากการเป็นรัฐมนตรีสองปี แต่คำร้องที่จะยื่นใหม่ จะเป็นการยื่นตามช่องทางรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ที่มีเรื่องของการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งด้วย

‘บิ๊กตู่’ เตรียมออกจาก รพ. กลับบ้านวันนี้ หลังอาการเรียบร้อยดีทุกอย่างแล้ว

‘บิ๊กฉัตร’ รุดเยี่ยม ‘ประยุทธ์’ ด้านผอ.รพ.พระมงกุฎเกล้า เผย อาการเรียบร้อยดี เย็นถึงค่ำนี้ ออกจากรพ. กลับบ้านได้ ขอบคุณปชช.ที่เป็นห่วง

วันนี้ (6 มี.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่อาคารสมเด็จย่า 90 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พักรักษาตัวจากอาการมือขวาอักเสบ เป็นวันที่ 3 เพื่อให้ยาปฏิชีวนะ ว่า เมื่อเวลา08.35 น. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ส.ว. อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร รุ่น 12 ของพล.อ.ประวิตร เดินทางเข้าเยี่ยมอาการป่วย ประมาณ 30 นาที จึงเดินทางกลับ

สาวไทยแกล้งเบลอ บอกเป็นคนสิงคโปร์ หลังถูก รปภ.วัดโพธิ์ เตือนแต่งตัวไม่เหมาะสม

ประเด็นร้อนต้อนรับวันมาฆบูชาในโซเชียลมีเดีย เป็นเรื่องของนักท่องเที่ยวสาวไทยรายหนึ่งที่แต่งกายไม่เหมาะสมไปเที่ยววัดโพธิ์ เมื่อ รปภ.เข้ามาตักเตือนให้เปลี่ยนชุด นักท่องเที่ยวรายนั้นจึงทำหน้ามึนงงแล้วบอกกับ รปภ.ว่า มาจากสิงคโปร์ รวมถึงฟิลิปปินส์

กลายเป็นเรื่องร้อนที่โซเชียลมีเดียพูดถึงกันในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งโพสต์คลิปสั้น ๆ ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณทางเข้าของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ โดยคลิปดังกล่าว เป็นภาพของนักท่องเที่ยวสาวชาวไทยที่แต่งกายท่อนบนที่มีเพียงเสื้อตัวจิ๋วคล้ายชุดชั้นในสีดำเท่านั้น ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บริเวณทางเข้าได้เข้ามาตักเตือนให้ไปเปลี่ยนชุดเพื่อความเหมาะสมก่อนเข้าวัด

‘กรณ์’ โต้ ‘เพจแบงก์ชาติ’ บิดเบือนนโยบาย ชพก. ย้ำชัดขอยกเลิก "แบล็กลิสต์" ไม่เกี่ยวเลิกเครดิตบูโร

‘กรณ์’ ซัดเพจแบงก์ชาติ บิดเบือน นโยบาย ยันไม่ได้ยกเลิกเครดิตบูโร ย้ำ "ยกเลิกแบล็กลิสต์-ใช้เครดิตสกอร์" จวกแบงก์ชาติ มีหน้าที่ดูแลลดต้นทุนการเงินประชาชน ไม่ใช่มาสร้างความสับสนให้สังคม  

( 6 มี.ค. 66) นายกรณ์ จาติกวณิช โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ กรณีธนาคารแห่งประเทศไทย ปล่อยคลิป กล่าวหานโยบายยกเลิกแบล็กลิสต์ของพรรคชาติพัฒนากล้า โดยขึ้นพาดหัวในคลิปลงเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทยว่า "มีเรื่องของเครดิตบูโรด้วยว่าอยากให้ลบ" ซึ่ง ไม่ตรงต่อข้อเท็จจริงแต่อย่างใด จนทำให้นายกรณ์ ต้องโพสต์ตอบโต้ในเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า ตนไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่แบงก์ชาติแกล้งไม่รู้ หรือไม่รู้จริง ว่าข้อเสนอเรื่องเครดิตบูโรของ พรรคชาติพัฒนากล้าคืออะไร แค่ประโยคแรกที่ที่พิธีกรพูดว่ามีข้อเสนอเรื่องเครดิตบูโรว่า ‘อยากให้ลบ (เครดิตบูโร)’ และมีภาพขยายประเด็นว่าลบไม่ได้เพราะอะไร ก็ทำให้มีคำถามแล้ว ซึ่งข้อเสนอเรา "ไม่มีการลบข้อมูลใดๆ" ของใคร และ "ไม่มีการยุบหรือลบเครดิตบูโร" แต่เป็นการเสนอให้แก้กฎหมาย เพื่อสามารถนำข้อมูลการใช้ชีวิตทางการเงินของผู้กู้ทั้งหมดมาประมวลรวมเป็นเครดิตสกอร์ (Credit score)  แก้ปัญหาการเกิดสภาพ ‘บัญชีดำ’ หรือ แบล็กลิสต์ นั่นเอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top