Saturday, 11 July 2026
Hard News Team

‘กลุ่มสตรี-อสม.น่าน’ ผุดไอเดีย ส่งอาหารให้กลุ่มเปราะบาง เพื่อสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันน้ำใจ เอื้ออาทรต่อกัน

‘น่าน’ ผุดไอเดียเจ๋ง ‘ไรเดอร์อิป้อ อิแม่’ ส่งข้าวส่งน้ำให้กลุ่มเปราะบาง

(17 มี.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.น่าน ว่า เทศบาลเมืองน่าน ริเริ่มโครงการ ‘ไรเดอร์ อิป้อ อิแม่’ นำโดยนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ทำการส่งข้าวส่งน้ำให้กับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองน่าน โดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้ประสานความร่วมมือไปยังสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าบ้าน ผู้นำชุมชน กลุ่มสตรีเทศบาลเมืองน่าน และ อสม. ช่วยคัดกรองหาชาวบ้านกลุ่มเปราะบางที่มีความต้องการปัจจัยจำเป็นในการยังชีพโดยเฉพาะอาหารและน้ำดื่ม เบื้องต้นมีจำนวน 8 ราย จาก 6 ชุมชน

นายสุรพล กล่าวว่า เทศบาลเมืองน่านได้ริเริ่มโครงการ ‘ไรเดอร์ อิป้อ อิแม่’ ขึ้นเป็นครั้งแรก จากการสำรวจข้อมูลประชากรในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน พบว่า มีประชาชนจำนวนหนึ่งยังต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะอาหาร และปัจจัยในการดำรงชีพ โดยแหล่งงบประมาณมาจากการจัดทำผ้าป่าสามัคคีของกลุ่มสตรีเทศบาลเมืองน่าน นอกจากนี้กลุ่มสตรีเทศบาลเมืองน่าน ยังใช้เอกลักษณ์การสวมใส่ผ้าถุง หรือผ้าซิ่น และการฟ้อนล่องน่านประยุกต์ทำการแสดงเปิดรับบริจาคจากนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป ณ ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่านและงานอีเวนต์ต่าง ๆ เบื้องต้นระดมทุนได้ราว 100,000 บาท เพื่อใช้จ่ายเป็นค่าวัตถุดิบปรุงอาหารได้ตลอดทั้งปี

ทั้งนี้ กลุ่มสตรีทั้ง 31 ชุมชน หมุนเวียนทำหน้าที่จิตอาสาประกอบอาหารจัดทำเป็นชุดอาหารกลางวัน เพื่อรอเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน มารับชุดอาหารดังกล่าวนำไปส่งให้ชาวบ้าน ที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือดังกล่าวแบบ Food Delivery โดยเริ่มต้นโครงการมาตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 และมีแนวโน้มที่จะขยายการให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เพื่อช่วยเหลือให้สังคมมีคุณภาพ สังคมแห่งการแบ่งปันและสังคมแห่งความเอื้ออาทร ตามนโยบาย “เมืองน่าน เมืองมงคล คนใจดี” ต่อไป

เป็นรูปเป็นร่าง!! ไทยเดินหน้าฮับ EV เร่งผลักดันมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม หลังค่ายรถสัญชาติจีนยักษ์ใหญ่ เริ่มก่อสร้างโรงงานจริงจัง

(17 มี.ค.66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เผยว่า ได้ผลักดันให้การส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าครอบคลุมการผลิตยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท รวมทั้งจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า รถโดยสารไฟฟ้า และเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพ และสามารถพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีในอนาคตได้ ตามมติคณะกรรมการบีโอไอเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Roadmap 30@30) ที่มีเป้าหมายในปี 2573 จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ร้อยละ 30 ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด

ล่าสุด บีโอไอรายงานว่าผู้ผลิตรถ EV จากจีนสองค่าย ได้แก่ เนต้า (NETA) และบีวายดี (BYD) ได้วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างโรงงานผลิตรถ EV ในประเทศไทย คาดว่าจะแล้วเสร็จ 1-2 ปีข้างหน้าโรงงานจะแล้วเสร็จ และยังมีค่ายรถจากจีนและยุโรปยื่นขอรับการสนับสนุนอีกหลายค่าย โดยรัฐบาลกำลังเร่งผลักดันมาตรการสนับสนุนรถอีวีเพิ่มเติม หรือมาตรการ EV 3.5 ต่อเนื่องจากมาตรการ EV 3 ที่จะหมดอายุภายในสิ้นปี 2566 ซึ่งจะทำให้ไทยก้าวสู่ความเป็นฮับอีวีได้ไม่ยาก

ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวเป็นที่ชื่นชอบของพี่น้องประชาชน นอกจากกระตุ้นธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เกิดการจ้างงาน ถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว เมื่อมีการผลิตที่มากขึ้นในไทย จะทำให้ราคาถูกลง ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและลดมลพิษ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ได้ในระยะยาว

พร้อมสู้ทุกเขต!! ‘ปชป.’ เปิดตัว ‘นายกฯ หนึ่ง’ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีฯ คนที่ 10 ดีกรีเด็กนอก ผลงานแน่น พร้อมนำเมืองคอนสู่เมืองมหานคร

(17 มี.ค. 66) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองเลขาธิการพรรคฯ ร่วมกันต้อนรับและมอบบัตรสมาชิกพรรคฯ ตลอดชีพ ให้กับนายทรงศักดิ์ มุสิกอง หรือ ‘นายกหนึ่ง’ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากนคร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช และเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 นครศรีธรรมราช (อำเภอเมือง, อำเภอพระพรหม) ซึ่งถือเป็นเขตเลือกตั้งสุดท้ายที่ทางพรรคฯ ได้มีการเปิดตัวในการสู้ศึกเลือกตั้ง

นายชัยชนะ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทั้งทางศาลรัฐธรรมนูญ ที่ได้วินิจฉัยคำนิยามคำว่า ‘ราษฎร’ ตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ทำให้ จ.นครศรีธรรมราช ได้มี ส.ส.เพิ่มขึ้นอีก 2 เขต เป็น 10 เขต เหมือนกับในอดีต ซึ่งทางพรรคฯ ก็ได้เร่งคัดเลือกบุคคลที่มีอุดมการณ์และความเหมาะสมที่จะมารับใช้ประชาชนในพื้นที่ จนได้ข้อสรุปว่าพรรคฯ จะส่ง นายทรงศักดิ์ เป็นผู้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ในเขตที่เพิ่มขึ้นมา นั่นคือ เขต 2  ที่ประกอบด้วย อ.เมืองนครศรีธรรมราช 9 ตำบล 1 เขตเทศบาล และ อ.พระพรหม

ซึ่งก่อนหน้านี้ อ.พระพรหม เคยเป็นส่วนหนึ่งของ อ.เมือง และในปัจจุบัน อ.พระพรหม ถือเป็นอีก 1 พื้นที่ที่รองรับความเจริญของตัวเมืองนครศรีธรรมราช ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องส่งนักการเมืองที่มีประสบการณ์ และวิสัยทัศน์กว้างไกล อย่างนายทรงศักดิ์ มาลงสมัคร ส.ส.ในเขตนี้ เพื่อที่จะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และผลักดันให้เกิด เมืองมหานครใน จ.นครศรีธรรมราช ตามนโยบายของพรรคฯ ที่มุ่งหวังไว้ว่า จะทำให้เกิดขึ้นได้จริงภายหลังจากการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย 

ย้อมแมวข้าวไทย!! ‘พาณิชย์’ แจง ปมข้าวไทย โดนจีนก๊อบปี้-ใส่สารแต่งกลิ่น เผย ภาครัฐจีนสั่งปิดโรงงานแล้ว เร่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

(17 มี.ค. 66) นางมนัสนิตย์ จิรวัฒน์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวโรงงานข้าวในจีนปลอมข้าวหอมมะลิไทย โดยใช้ข้าวที่ปลูกในจีน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้าวไทย มาใส่สารปรุงแต่งให้มีกลิ่นหอมเหมือนกับข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งโรงงานดังกล่าวถูกสั่งปิดไปแล้ว โดยการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสินค้าอาหารของจีน ซึ่งกำหนดว่าข้าวสารเป็นสินค้าที่ไม่อนุญาตใช้สารเติมแต่งอาหาร

กรมฯ ได้ประสานกับสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง และสำนักงานส่งเสริมการค้า ในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ให้ติดตามข้อมูลว่ามีการปลอมแปลงตราสินค้าและเครื่องหมายรับรอง ข้าวหอมมะลิไทย และมีผลกระทบต่อตลาดข้าวไทยในจีนหรือไม่ รวมทั้งการหยิบยกขึ้นหารือกับหน่วยงานภาครัฐของจีน ให้สอดส่องมิให้เกิดการปลอมข้าวหอมมะลิไทยอีกในอนาคต ในเบื้องต้นได้รับแจ้งว่า ภาครัฐของจีน จะดำเนินคดีกับบริษัทตามข่าวต่อไป แต่ยังไม่พบข้อมูลว่ามีการปลอมตราเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย

Arun Plus - SANY - Leadway - Rootcloud ลงนามความร่วมมือ ลุยธุรกิจ ‘E-Truck’ - ‘E-Mobility’ ขับเคลื่อนระบบขนส่งไทย สู่ ‘ผู้ให้บริการแบบครบวงจร’

เมื่อไม่นานมานี้ นายเชิดชัย บุญชูช่วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อแสวงหาโอกาสในการเข้าสู่ธุรกิจ E-Truck และ E-Mobility ครบวงจร และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย 

โดยมี นายเอกชัย ยิ้มสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (Arun Plus), Mr. Da Rui (ดา รุย) Managing Director Southeast Asia, SANY Heavy Industry (Thailand) Co., Ltd. (SANY), คุณฉกาจ แสนจัน Chief Executive Officer, Leadway Heavy Machinery Co., Ltd. (Leadway) และ Mr. Ho Howe Tian (โฮ ฮาว เทียน) Managing Director ASEAN, Rootcloud Technology Co., Ltd. (Rootcloud) ร่วมลงนาม 

นักวิทย์จีน ผุดเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำ หนุน ‘รถยนต์ไร้คนขับ’ เรียนรู้เองขณะขับขี่

ปักกิ่ง, 17 มี.ค. (ซินหัว) — ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิงหัว พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ที่ทำให้ยานยนต์สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองขณะขับขี่เพื่อรับมือกับสถานการณ์ไม่คุ้นเคย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่สามารถแก้ไขข้อกังวลด้านความปลอดภัยสำหรับการขับขี่อัตโนมัติ

ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ แมชชีน อินเทลลิเจนซ์ (Nature Machine Intelligence) ระบุว่าเทคโนโลยีข้างต้นช่วยให้ยานยนต์ปรับปรุงสมรรถนะได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมระหว่างขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งแตกต่างจากวิธีการดั้งเดิมที่มุ่งฝึกให้รถยนต์เรียนรู้สถานการณ์การขับขี่หลายแบบล่วงหน้ามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติแบบดั้งเดิมใช้อัลกอริทึมที่รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมผ่านการฝึกฝนที่ใช้ระยะเวลานาน และตัวรถยนต์จะถูกตั้งค่าแผนรับมือล่วงหน้าในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งทำให้ยานยนต์อาจไม่รู้วิธีการตอบสนองในสถานการณ์ที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนมา และอาจก่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัยขณะขับขี่

‘เศรษฐา’ โชว์นโยบาย ‘กระตุ้นศก. ครั้งใหญ่’ หนุนเงินผ่าน ‘กระเป๋าเงินดิจิทัล’ ใช้จ่ายร้านค้าใกล้บ้าน

(17 มี.ค.66) ที่อาคารยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ขึ้นเวทีงาน ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน’ เปิดตัวนโยบายใหม่ จากพรรคเพื่อไทย พร้อมผู้ประสงค์ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 400 คน ณ ยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

นายเศรษฐา ได้กล่าวถึงที่ผ่านตนได้เล็งเห็นถึงปัญหาความยากลำบากของประชาชน ได้เห็นปัญหาเศรษฐกิจที่รายได้น้อยลงสวนทางรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น ที่สร้างช่องว่างความเหลื่อมในสังคมให้กว้างขึ้น และเห็นถึงปัญหาทางสิทธิที่ประชาชนถูกรัฐกัดกัน โดยเฉพาะสิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นประชาธิปไตยของประชาชน

ตนจึงขอฝากให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนที่ประสงค์ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 400 คน ได้เป็นตัวแทนประชาชน นำนโยบายของพรรคเพื่อไทยแก้ไขปัญหาความเป็นเป็นให้พี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ การประกาศนโยบายใหม่ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจใหญ่ ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล โดยการสร้าง ‘กระเป๋าเงินดิจิทัล’ (Digital Wallet) ให้คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ได้จับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันใกล้บ้าน พร้อมเงินติดกระเป๋าที่รัฐจะแจกให้ทุกคน แต่เงินดิจิทัลนี้จะใช้จ่ายได้ เฉพาะกับร้านค้าชุมชน และต้องอยู่ในรัศมี 4 กิโลเมตร เท่านั้น เงินดิจิทัลนี้ มีอายุการใช้งาน 6 เดือน และร้านค้าสามารถนำเงินดิจิทัลมาแลกเป็นเงินบาทได้กับธนาคารรัฐในภายหลัง นโยบายนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับชุมชน เพื่อให้แน่ใจว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งตั้งแต่ระดับชุมชนขึ้นไปจนระดับประเทศ

นอกจากนี้ นายเศรษฐายังพูดเสริมถึงแนวทางการต่างประเทศของพรรคเพื่อไทยที่จะเปิดประตูการค้าและสร้างโอกาส ให้คนไทยได้มีบทบาทมากขึ้นในเวทีโลก โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของรัฐบาลในการเป็นผู้เจรจาและเชื่อมสายสัมพันธ์กับนานาประเทศ เรียกความมั่นใจและความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีโลกให้กลับคืนมา

ประชาชนจะได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากมายท้ังจาก การค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยวที่จะเติบโตขึ้นหลายเท่า และดึงดูดเงินจากต่างประเทศให้เข้ามาฝากในเมืองไทย เพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย แล้วพาสปอร์ตไทยจะต้องมีอิทธิพลพาคนไทยเดินทางไปได้ทั่วโลก

ปล่อยล้มไม่ได้!! 11 แบงก์ใหญ่สหรัฐฯ อัดฉีด 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ยื่นมือช่วยเสริมสภาพคล่อง ‘เฟิร์สท์ รีพับลิค แบงก์’

ธนาคารรายใหญ่ในวอลล์สตรีท 11 แห่ง ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน และโกลด์แมน แซคส์ ประกาศอัดฉีดเงินรวมกันมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิค แบงก์ (First Republic Bank) หรือ FRB ซึ่งเป็นธนาคารในระดับภูมิภาคของสหรัฐ

กลุ่มธนาคารรายใหญ่ในวอลล์สตรีท 11 แห่งได้ตกลงที่จะฝากเงิน ใน FRB เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับธนาคารแห่งนี้ โดยแบงก์ ออฟ อเมริกา, เวลส์ ฟาร์โก, ซิตี้กรุ๊ป และเจพีมอร์แกน จะฝากเงินใน FRB รายละ 5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ และมอร์แกน สแตนลีย์ จะฝากเงินใน FRB รายละ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ส่วนธนาคารทรูอิสต์ ไฟแนนเชียล, พีเอ็นซี, ยูเอส แบงคอร์ป, สเตทสตรีท และแบงก์ ออฟ นิวยอร์ก เมลลอน จะฝากเงินใน FRB รายละ 1 พันล้านดอลลาร์

“การที่กลุ่มธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐพร้อมใจกันอัดฉีดเงินรวมกัน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มธนาคารรายใหญ่มีความเชื่อมั่นใน FRB และธนาคารทุกขนาด และยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ธนาคารต่าง ๆ สามารถให้บริการแก่ลูกค้าต่อไป”

กลุ่มธนาคารรายใหญ่ของวอลล์สตรีท ระบุในแถลงการณ์

นายจิม เฮอร์เบิร์ท ประธานบริหารของ FRB และนายไมค์ รอฟเฟอร์ ซีอีโอของ FRB แถลงว่า “ตามข้อตกลงที่ทำร่วมกันนั้น เงินฝากจำนวน 3 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ จะอยู่ในบัญชีของ FRB เป็นเวลา 120 วัน เราขอขอบคุณธนาคารทั้ง 11 แห่งที่ช่วยกอบกู้วิกฤตให้กับเราในครั้งนี้”

ด้านนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ พร้อมด้วยนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายมาร์ติน กรุนเบิร์ก ประธานบรรษัทค้ำประกันเงินฝากของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FDIC) ได้ออกแถลงการณ์ขานรับธนาคารทั้ง 11 แห่งที่ตัดสินใจยื่นมือเข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องวงเงินสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ให้กับ FRB

“ความเคลื่อนไหวของบรรดาธนาคารรายใหญ่เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจที่จะสนับสนุนระบบธนาคารของสหรัฐ และยังแสดงให้เห็นว่าระบบธนาคารยังคงแข็งแกร่ง”

นางเยลเลน, นายพาวเวล และนายกรุนเบิร์ก ระบุในแถลงการณ์ร่วม

'สว.อุปกิต' สาบานไม่เกี่ยวธุรกิจสีเทา ซัดมีทฤษฎีสมคบคิด-การเมืองอยู่เบื้องหลัง?

(17 มี.ค.66) ที่รัฐสภา นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แถลงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและพัวพันกับนายทุน มิน ลัต ขบวนการค้ายาเสพติด และให้พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เช่าอาคารเป็นที่ทำงานพรรค แถวอารีย์ซอย 5 ว่า ตนขออภัยที่แถลงข่าวช้าไปนิดหนึ่ง เพราะเกรงว่าจะเสียรูปคดี แต่เมื่อสื่อบางสื่อกับนายรังสิมันต์ ได้อภิปรายในสภาฯ ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิด สื่อดังกล่าวและนายรังสิมันต์ได้ตัดสินตนไปแล้วว่าตนผิด ตอนแรกตนคิดว่าเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งตนมีความเชื่อมั่นและจะไม่ละเมิดหรือก้าวล่วง ดังนั้นจะไม่กล่าวถึงมากนักเนื่องจากฝ่ายศาล อัยการและตำรวจได้ออกมาชี้แจงไปแล้ว

"อย่างไรก็ดีผมขอพูดเล็กน้อยเกี่ยวกับคดีลูกเขยของตน โดยตามหมายจับลงวันที่ 9 กันยายน 2565 และบันทึกจับกุมลงวันที่ 19 กันยายน 2565 ระบุว่าลูกเขยของผมมีพฤติกรรมหลบหนีมาอยู่บ้านพักซอยสุขุมวิท 69 ซึ่งเป็นบ้านของผมและมีชื่อตนเป็นเจ้าของ ลูกเขยของผมได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านนั้นมานานแล้ว ในขณะจับกุมตัวก็ได้เดินเล่นกับลูกเล็กอยู่ ซึ่งคือหลานของผมเอง หากผมเป็นคนที่มีอิทธิพลอย่างที่ว่า คงจะช่วยตั้งแต่วันนั้นแล้ว ไม่ต้องให้ลูกเขยผมอยู่ในเรือนจำถึงวันนี้เป็นเวลา 7 เดือนแล้ว หลานของผมร้องให้ทุกวัน และลูกสาวของผมก็โทรมาหาทุกวัน ซึ่งผมช่วยอะไรไม่ได้" โดยนายอุปกิต กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และเช็ดน้ำตาไปพร้อมกัน จนต้องหยุดพูดในบางช่วง

นายอุปกิต กล่าวว่า ส่วนเรื่องหมายจับจากคำฟ้องซึ่งไม่ใช่เหตุผลเดียวกัน และคดีที่พูดถึงคือนายทุนมินลัตและพวก ที่ถูกสั่งฟ้องไปแล้วในกลุ่มแรก เนื่องจากทั้งหมดเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัท Myanmar Allure Group ส่วนตนไม่ใช่ผู้ถือหุ้นและกรรมการแต่อย่างใด จึงไม่ได้อยู่ในสำนวนแรก ส่วนสำนวนของตนเป็นคดีนอกราชอาณาจักร จึงถือเป็นอีกคดีหนึ่งดังที่กล่าวกันมา ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องตำรวจแล้วก็ขอพูดถึงเรื่องข่าวต่างๆ ว่าตำรวจที่ทำคดีนี้โดนย้ายไปทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าตนไม่มีอำนาจจะสั่งย้ายใคร หรือกดดันให้ย้ายใครได้ เรียนให้ทราบว่า พ.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ ในฐานะสารวัตรที่ทำคดีทุน มิน ลัต และพวกโดนย้ายเนื่องจากเป็นการย้ายไปตามรอบ และไม่มีผลงานใน 3-4 เดือน เพราะมีแค่คดีทุน มิน ลัต การย้ายในครั้งนี้ไม่ได้ย้ายเพื่อลงโทษแต่ย้ายไปในตำแหน่งใกล้เคียงกัน ถ้าตนมีอิทธิพลจริง ก็คงจะย้ายเขาออกไปไกล อีกทั้งตำรวจชุดนี้ ไม่ได้รับคดีไว้ตั้งแต่ก่อนถูกย้ายแล้ว แล้วจะหาว่าตนทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ได้

นายอุปกิต กล่าวต่อว่า ส่วนนายรังสิมันต์ ที่อภิปรายถึงตนในสภาฯ ทำให้ตนไม่มีโอกาสชี้แจงและตอบโต้ แต่ต้องขอบคุณที่ทำให้ตนไปดูเอกสารการออกหมายจับ ซึ่งต่อมาได้มีการยกเลิกในวันเดียวกันตามที่เป็นข่าวไปแล้ว ในเหตุผลที่ขอออกหมายจับตนพบว่ามีการตกแต่งคำพูดในแชท เอานู้นมาผสมกับนี้แปลผิดโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเพื่อเอามาปั้นเป็นหลักฐานทำให้ตนมีความผิด การที่นายรังสิมันต์กล่าวว่า บุคคลย่อมเสมอภาคกันภายใต้กฎหมาย หากนายรังสิมันต์โดนออกหมายจับก็อยู่ภายใต้กฎระเบียบเดียวกับตน ทั้งนี้ ตนทำธุรกิจซื้อขายไฟฟ้ามา 10 กว่าปี ตั้งแต่ต้น หลังจากที่ก่อสร้างโรงแรม Allure เมียนมา ทางการเมียนมายังไม่มีไฟที่ใช้อย่างสม่ำเสมอ โรงแรมต้องใช้เครื่องปั่นไฟโดยเติมน้ำมันดีเซล เปิดปิดเครื่องทุก 6 ชั่วโมง ทำให้ไม่มีไฟใช้อย่างเสถียร และต้นทุนสูงมาก ทางรัฐบาลเมียนมาจึงให้ตนนำไฟไทยมาใช้ในเบื้องต้น ต่อมาประชาชนที่ท่าขี้เหล็กมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเช่นเดียวกัน บริษัทฯ จึงได้เป็นตัวกลางในการขายไฟ และการชำระค่าไฟไม่ก็เคยมีปัญหามาก่อน แต่เริ่มมีปัญหาเมื่อด่านไทยเมียนที่ท่าขี้เหล็กปิดในปี 2563 เนื่องจาก โควิด-19 นายทุน มินลัต ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการโอนเงินได้ฝากเงินผ่านผู้รับบริการโอนเงินฝั่งเมียนมา แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ เพราะเมียนมาไม่มีระบบการเงินการธนาคารที่รองรับการโอนเงินได้ จึงใช้ระแบบแมชชิ่ง

เมื่อนายทุนมินลัต ไปให้เงินในฝั่งเมียนมา ก็จะใช้บัญชีของลูกค้าฝั่งไทย โอนเงินไปตามที่เราต้องการ โดยเป็นการโอนเงินเข้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งทางตำรวจพบว่าบางบัญชีที่โอนเข้าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถ้าดูมูลค่าของธุรกิจไฟฟ้า ที่มีมูลค่าปีหนึ่งเป็นร้อยๆ ล้านบาท แต่ถ้าเทียบกับยอดเงินไม่ดีที่เข้ากฟภ. คิดเป็นเปอร์เซนต์แล้วถือว่าน้อยมาก ต่อมานายทุนมินลัต ได้จัดตั้งบริษัท ALLURE GROUP (P&E) CO.,LTD. ในไทย เปิดบัญชีกับธนาคารและให้ผู้รับโอนเงินโอนเข้าบัญชี ซึ่งก็คือเป็นวิธีแมชชิ่งเช่นเดิม คือเอาบัญชีในไทยโอนเข้าบัญชีบริษัทฯ​ เพื่อที่จะรวบรวมเงินชำระค่าไฟฟ้า และลงบัญชีการเงินเพื่อชำระภาษีอย่างถูกต้อง และสามารถใช้อินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้งได้จากย่างกุ้ง หรือที่ที่เขาอยู่ โอนเข้าไปที่กฟภ. เพราะด่านชายแดนปิด นายทุนมินลัต ไม่สามารถเข้าออกประเทศไทยได้ แต่ยังไม่ทำเรื่องภาษีก็ถูกจับกุมเสียก่อน ข่าวกลุ่มบริษัท ALLURE ฯ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการซื้อขายไฟฟ้าเท่านั้นไม่เกี่ยวกับธุรกิจอื่น แต่ตำรวจนครบาลกล่าวหาว่าบริษัท ALLURE หัวแปรค่ายาเสพติดเป็นกระแสไฟฟ้า แล้วจ่ายค่ายาเสพติดที่เมียนมา การซื้อขายไฟฟ้าจาก กฟภ. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ และส่งไปยังคณะกรรมการไฟฟ้า ซึ่งเป็นรัฐวิสากิจเมียนมามีสัญญาซื้อขายไฟอย่างชัดเจน และถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการจ่ายเงินค่าไฟฟ้าตามใบแจ้งหนี้ของ กฟภ. และรับเงินค่าไฟฟ้าจากคณะกรรมการไฟฟ้าเมียนมา ก็รับตามใบแจ้งหนี้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา ทุกอย่างจึงถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นท่านคิดว่ามีความสมเหตุสมผลในการฟอกเงินหรือไม่ ถ้ายืนยันนั้นตนจะอธิบายไม่ได้

‘ลุงป้อม’ ลงใต้ เยือน ‘ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส’ ดันโครงการ ‘ศูนย์กลางผลิตอาหารฮาลาลของโลกมุสลิม’

(17 มี.ค.66) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รมช.กห. และคณะ ได้ลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อไปปฏิบัติราชการในการประชุมสัญจร กพต. และตรวจ ติดตาม โครงการสำคัญตามแผนงาน พื้นที่ 3 จชต.

โดยเมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประวิตร และคณะเดินทางถึง หมู่บ้านกำปงบารู ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา พล.อ.ประวิตร ได้เป็นประธานพิธี เปิดศูนย์การเรียนรู้ฟาร์มมาตรฐานการเลี้ยงวัว ตามกรอบระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล จชต. และมอบพันธุ์กระถิน, หญ้าเนเปียร์ ให้แก่เกษตรกร โดยได้กล่าวเปิดงาน ในฐานะประธาน กพต. ที่ต้องการสร้างอาชีพ เศรษฐกิจ และรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ ให้อยู่ดีกินดี และเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาล ของโลกมุสลิม ต่อไป

จากนั้น ได้พบปะพี่น้องประชาชน ที่มาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมทั้งได้ทำการมอบผ้าละหมาด และอินทผาลัมแก่ผู้แทน หน่วยงาน/องค์กร ในพื้นที่ 5 จชต. บริเวณห้องโถงอาคาร ม.ราชภัฎยะลา ซึ่งได้มีผู้แทนกล่าวขอบคุณ ในโอกาสที่ท่านให้การช่วยเหลือและสนับสนุนโครงการต่าง ๆ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top