Monday, 13 July 2026
Hard News Team

จากวิถีการเดินทาง 'รถไฟไทย' แบบดั้งเดิม สู่โครงการ 'รถไฟความเร็วสูง' ที่เป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้

พูดคำว่า “โครงการรถไฟความเร็วสูง” ในเมืองไทย นับถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน หรือจับต้องไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งหากย้อนกลับไป โครงการรถไฟความเร็วสูง (ไม่ว่าจะเป็นสายไหนก็ตาม) ถูกคิดริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2535 หรือกว่า 31 ปีมาแล้ว

แต่เมื่อผ่านกาลเวลา ผ่านหลายต่อหลายรัฐบาลที่เข้ามาบริหาร และผ่านหลายเหตุการณ์ทางการเมือง กระทั่งปี 2557 หลังจากที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้มีการเดินทางไปที่ประเทศจีน เพื่อหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ก่อนที่จะได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงส่งเสริมความร่วมมือด้านรถไฟไทย–จีน (โครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพ–หนองคาย)

โดยหลังจากคณะทำงานได้ทำการศึกษาในรายละเอียด จนได้ข้อสรุปว่า โครงการรถไฟความเร็วสูง จะเริ่มก่อสร้างช่วงกรุงเทพ–นครราชสีมา เป็นระยะเริ่มต้น และเพิ่มความเร็วของรถไฟจาก 160–180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในวงเงินลงทุน 1.79 แสนล้านบาท ซึ่งฝ่ายไทยจะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด 100%

กระทั่งเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ–นครราชสีมาและต่อมาในเดือนกันยายน 2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เดินทางไปเยือนจีนเพื่อพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง อีกครั้ง และได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามสัญญาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงระหว่างไทยและจีนเส้นดังกล่าว และเริ่มต้นก่อสร้างโครงการในวันที่ 21 ธันวาคม 2560 นับเป็นการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศไทย

มือปืนหญิง บุก รร.ประถมเมืองแนชวิลล์ สหรัฐฯ ก่อเหตุกราดยิง เด็กและ จนท. เสียชีวิตรวม 6 ราย

หญิงวัย 28 ปีพร้อมอาวุธครบมือ บุกสังหารเด็ก 3 รายและเจ้าหน้าที่ 3 รายในโรงเรียนประถมเอกชนของเมืองแนชวิลล์ ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ ถือเป็นการก่อเหตุรุนแรงด้วยอาวุธปืนครั้งล่าสุดที่สร้างความตกตะลึงให้กับสหรัฐอเมริกา

(28 มี.ค.66) เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 28 มีนาคม 2566 กล่าวว่า เกิดเหตุกราดยิงอุกอาจในโรงเรียนของเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมือปืนหญิงรายหนึ่งนำปืนไรเฟิลจู่โจมอย่างน้อย 2 กระบอกและปืนพก 1 กระบอกเข้าไปในโรงเรียน Christian Covenant School ทางประตูด้านข้าง ก่อนจะเปิดฉากยิงจนมีผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย

ดอน อารอน โฆษกตำรวจแนชวิลล์กล่าวในการแถลงข่าวว่า ผู้ก่อเหตุซึ่งตำรวจเชื่อว่าเป็นอดีตนักเรียนของโรงเรียน ทำการกราดยิงหลายนัดโดยไม่เจาะจงเหยื่อ

เจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุภายในเวลา 15 นาทีหลังจากรับสายแจ้งเหตุครั้งแรกในเวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) และได้ยิงปะทะกับมือปืน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะถูกตำรวจยิงเสียชีวิต

ดอน อารอน กล่าวว่า ตำรวจยังไม่พบข้อบ่งชี้เบื้องต้นเกี่ยวกับแรงจูงใจในการกราดยิง แต่เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวตนเบื้องต้นได้ว่า เด็กนักเรียน 3 รายที่เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 8-9 ขวบ และผู้ใหญ่ 3 รายที่เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 60-61 ปี เช่นเดียวกับตัวมือปืนเองที่ถูกระบุว่าเป็นหญิงข้ามเพศ

เขายังเสริมด้วยว่า นอกจากตำรวจบาดเจ็บ 1 นายแล้ว ก็ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอื่นๆจากเหตุครั้งนี้ ส่วนนักเรียนที่เหลือทั้งหมดถูกนำตัวออกจากอาคารได้พร้อมกับอาจารย์และเจ้าหน้าที่โรงเรียนคนอื่นๆ โดยกลุ่มคนทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์อุกอาจนี้จะได้รับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อตรวจสอบอาการให้แน่ใจ

The Covenant School เป็นสถาบันเพรสไบทีเรียนเอกชนที่มีนักเรียนมากกว่า 200 คนในระดับอนุบาลจนถึงอายุประมาณ 12 ปี และผู้ใหญ่ 3 รายที่ถูกยิงเสียชีวิตนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในโรงเรียนซึ่งมีจำนวนทั้งหมดราว 40-50 คน

โฆษก ตร. เตือน ปชช. ตั้งแต่ 1 เม.ย.66 ผู้ขับขี่ที่มีใบสั่งค้างชำระ ต้องชำระค่าปรับ หากเพิกเฉย ต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ได้ใบแทนภาษีชั่วคราวใช้ได้ 30 วัน หากเพิกเฉยพ้นกำหนดอีก มีโทษเพิ่ม ขับรถไม่แสดงแผ่นป้ายเสียภาษี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และตัด 1 คะแนน

(28 มี.ค.66) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า  “ตามที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้ลงนามร่วมกรมการขนส่งทางบก เชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เพื่อลดการกระทำผิดกฎหมาย ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีความห่วงใยต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งมีการแถลงข่าว และประชาสัมพันธ์ไปแล้วนั้น

ที่ผ่านมา ทั้ง 2 หน่วยงาน ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก จำนวน 2 มาตรการ ได้แก่ 

มาตรการที่ 1 การตัดคะแนนความประพฤติ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปตั้งแต่ 9 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา 

มาตรการที่ 2 คือมาตรการชะลอการออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย.2566  สำหรับรถที่มีใบสั่งค้างชำระ ตาม 141/1 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522  ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานมีการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ข้อมูลใบอนุญาตขับขี่ ข้อมูลยานพาหนะ และข้อมูลใบสั่งค้างชำระ เพื่อให้เกิดการบูรณาการข้อมูลได้แบบ Real Time

สำหรับมาตรการชะลอเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี จะใช้กับรถยนต์ที่มีใบสั่งจราจรที่ค้างชำระ ซึ่งเพิกเฉยไม่ชำระค่าปรับตามที่กำหนด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะส่งข้อมูลโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังนายทะเบียนกรมการขนส่งทางบก เมื่อประชาชนไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปี นายทะเบียนจะรับต่อภาษีประจำปี แต่ยังไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายภาษี) โดยจะได้หลักฐานชั่วคราวแทนป้ายภาษี ซึ่งมีอายุ 30 วัน เพื่อให้ผู้นั้นไปชำระค่าปรับที่ค้างชำระให้ครบถ้วนภายใน 30 วัน แล้วจึงสามารถมารับป้ายภาษีได้ แต่หากประชาชนต้องการจะชำระค่าปรับในขณะต่อภาษี กฎหมายกำหนดให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้นายทะเบียนสามารถรับชำระค่าปรับตามใบสั่งพร้อมกับชำระภาษี และรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีได้เลยทันที” 
   
โฆษก ตร. กล่าวว่า “ขอย้ำเตือนผู้ขับขี่ที่มีใบสั่งค้างชำระ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป เมื่อไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปี นายทะเบียนรถยนต์จะไม่ออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี หรือ ป้ายภาษี ให้ ผู้ขับขี่ที่ค้างชำระค่าปรับจะได้ใบแทนเสียภาษีชั่วคราว แทนใบจริง จนกว่าจะชำระค่าปรับให้ครบถ้วน ภายใน 30 วัน หลังรับใบแทน

ผช.ผบ.ทร.เป็นผู้แทน ผบ.ทร. ร่วมงานเลี้ยงรับรอง เนื่องในวันประกาศอิสรภาพสาธารณรัฐประชาชนบังคลาเทศ

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.66 พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในงานวันชาติและงานเฉลิมฉลองครบรอบ 52 ปี วันประกาศอิสรภาพของสาธารณรัฐประชาชนบังคลาเทศ ตามคำเชิญของ นาย Mohammed Abdul Hye เอกอัคราชฑูตบังคลาเทศ ประจำประเทศไทย ณ ห้องบอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ ถ.พระราม 1 กรุงเทพมหานคร

ผช.ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมสหกรณ์กองทัพเรือ พื้นที่ กทม. 3 แห่ง มุ่งหวังสนับสนุนการออมพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก ได้อย่างยั่งยืน

(27 มี.ค.66) พล.ร.อ.สุวิน  แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือและประธานกรรมการส่งเสริมสหกรณ์ทหารเรือ พร้อมคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมสหกรณ์ภายในกองทัพเรือ พื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย สหกรณ์ออมทรัพย์กรมอู่ทหารเรือ สหกรณ์ออมทรัพย์วังเดิม และสหกรณ์เคหะสถานราชนาวี

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ นอกเหนือจากการติดตามผลการดำเนินการของสหกรณ์ทั้ง 3 แห่ง ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ในการส่งเสริมให้สหกรณ์บริหารจัดการและบริหารการเงิน เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลตามข้อมูลที่ได้รับทราบการรายงานแล้ว

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผนึกกำลัง มช. สร้างความร่วมมือ “พัฒนาระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการ

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผนึกกำลัง มช. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ“การศึกษาพัฒนาระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการ เสริมการทำงานตำรวจท่องเที่ยว เพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยว”

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ พลตำรวจโท สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ รองคณบดีวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ พลตำรวจตรี อภิชาติ สุริบุญญา รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การศึกษาพัฒนาระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการเพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยว” ร่วมกัน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 เวลา  13.30 น. ณ ห้องประชุมพระยาศรีวิสารวาจา สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านการวิจัย เน้นการพัฒนาต้นแบบกล้องวงจรปิด AI ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เพื่อช่วยการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว ให้มีความรวดเร็วเห็นผลและได้คุณภาพมากยิ่งขึ้นโดยได้กำหนดขอบเขตของความร่วมมือด้านการวิจัย  ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล  จำนวนนักท่องเที่ยว รวมทั้งการตรวจจับการจำกัดเขตหวงห้ามในจุดเสี่ยงและเวลาที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวว่า “ความร่วมมือกับกองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันนี้ จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกันในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนาระบบกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้ว และยังนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ซึ่งมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืนดังค่านิยมด้าน Community Engagement  การเชิดชูรับใช้สังคม โดยมุ่งเน้นท้องถิ่นและมีความรับผิดชอบต่อสังคม”

ด้านพลตำรวจโท สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในครั้งนี้ว่า “สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เห็นว่าความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวที่มีกำลังพลอยู่อย่างจำกัด กอปรกับนโยบายของรัฐบาลที่มีแนวคิดพัฒนาในการพัฒนางานด้านนิติวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และที่ผ่านมาผมได้ตระหนักมาตลอดว่างานด้านนิติวิทยาศาสตร์ของเรา มีทั้งองค์ความรู้ทางวิชาการ และประสบการณ์ในการทำงานที่จะนำมาแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าและวิจัย และมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่ปฎิบัติหน้าที่จริงและสถาบันการศึกษา เพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความสามารถ และต่อยอดงานด้านวิชาการเกี่ยวกับงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ไปในอีกมิติหนึ่ง การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการดำเนินงานนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวที่มีกำลังพลอยู่อย่างจำกัด

‘พิธา’ ชี้แก้ฝุ่นพิษ PM 2.5 ต้องกล้าชนกลุ่มทุน ต้นตอนำเข้า ‘ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์’ ที่เผาป่าเพิ่มพื้นที่ปลูก

‘พิธา’ ชี้แก้ฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่ต้นตอ ต้องกล้าชนกลุ่มทุน ยกข้อมูลพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เติบโตสัมพันธ์กับจุดความร้อน ลั่น ‘ก้าวไกล’ เป็นรัฐบาล ใช้สิงคโปร์โมเดล ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-สินค้าเกษตรนำเข้า ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน GAP กำหนดกฎหมาย ผู้มีส่วนสร้างหมอกควันพิษ ต้องรับผิดชอบทั้งทางอาญา-แพ่ง

(27 มี.ค. 66) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังอยู่ในสถานการณ์วิกฤติในหลายจังหวัดภาคเหนือว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ PM2.5 ในภาคเหนือรุนแรงมาก บางจังหวัดเช่นเชียงใหม่ กลายเป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก บางวันสถานการณ์รุนแรงเกินกว่าที่เครื่องวัดฝุ่นละอองจะวัดได้ ข้อเสนอในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ โดยเฉพาะด้านการป้องกัน บรรเทา และเตือนภัย คงมีคนพูดถึงไปเยอะแล้ว ตนจึงขอพูดอีกประเด็นสำคัญที่ยังไม่ถูกพูดถึงมากนัก นั่นคือต้นตอของสาเหตุที่ทำให้ PM2.5 รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

หลายคนรู้ปัญหาดีว่าต้นเหตุของฝุ่น PM2.5 ที่มากขนาดนี้มาจากการเผา โดยเฉพาะการเผาเพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรม แต่เบื้องหลังของการเผาเพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรม คือธุรกิจการเกษตรที่ทำธุรกิจอย่างไม่รับผิดชอบ ข้อมูลจาก GISTDA เปิดเผยว่าวันที่ 26 มีนาคม 2566 เพียงวันเดียว ประเทศเมียนมาพบจุดความร้อน 10,563 จุด สปป.ลาว 9,652 จุด และไทยพบจุดความร้อนถึง 5,572 จุด สูงที่สุดในรอบ 5 ปี จำนวนจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้น สัมพันธ์กับจำนวนพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 10.6 ล้านไร่ ในรอบ 7 ปีที่ผ่านมาของประเทศลาว เมียนมา และไทย

สาเหตุของการเผาไม่ต้องไปหาอื่นไกล เกิดจากประเทศไทยของเราเอง ดังจะเห็นได้จากข้อมูลการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน คือเมียนมา ลาว กัมพูชา ที่เพิ่มขึ้นจากประมาณ 770 ล้านบาท ในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 14,325 ล้านบาทในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 18 เท่า การขยายตัวของกลุ่มทุนไทยที่เข้าไปรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้าน คือต้นเหตุที่ทำให้เกิดการเผาป่าเพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรมในลาวและเมียนมา และเป็นที่มาของฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในภาคเหนือของประเทศไทย

“ทุกตันข้าวโพด-ปาล์มน้ำมันที่มาจากการเผาป่า แลกมาด้วยอากาศบริสุทธิ์และอายุขัยคนไทย จะแก้ปัญหา PM2.5 นอกจากต้องมีมาตรการผ่านกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศแล้ว สิ่งสำคัญที่จะแก้ได้จากใจกลางของปัญหา คือต้องกล้าจัดการกับต้นตอที่ทำให้เกิดการก่อมลพิษในประเทศของเราเองด้วยการประกาศนโยบาย ‘ไม่ยอมรับการเผาทุกกรณี’ ” พิธากล่าว

พิธากล่าวต่อว่า ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล เราจะประกาศทันทีว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสินค้าเกษตรที่นำเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะที่ผ่านด่านการค้าในภาคเหนือ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เป็นอย่างน้อย เพื่อไม่ให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่มีที่มาจากการเผาเหล่านี้เข้าสู่ประเทศไทย ตัดวงจรการเผา ลบจุดแดงบนแผนที่ทางอากาศ

ฮอนดูรัส ขีดเส้น ทูตไต้หวัน ออกจาก ปท.ใน 30 วัน หลังประกาศสะบั้นสัมพันธ์หันซบอก ‘จีน’ เต็มตัว

ไต้หวันต้องย้ายออกจากสถานทูตของพวกเขาในฮอนดูรัส ภายใน 30 วัน จากคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮอนดูรัสในวันจันทร์ (27 มี.ค.) หลังจากประธานาธิบดีซิโอมารา คาสโตร ตัดความสัมพันธ์ไทเป แล้วหันไปเข้าข้างจีน ในความพยายามดึงดูดเงินลงทุนและการจ้างงานจากยักษ์ใหญ่เอเชียแห่งนี้

(28 มี.ค.66) อันโตนิโอ การ์เซีย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อออกคำสั่งดังกล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งหนึ่งในวันจันทร์ (27 มี.ค.) ตามหลังคำแถลงของรัฐบาลเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ว่าพวกเขาได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับปักกิ่งอย่างเป็นทางการ พร้อมกับยุติความสัมพันธ์ที่มีมายาวนานหลายทศวรรษกับไต้หวัน

ในเวลาต่อมา ฝ่านค้ายหลักของ คาสโตร แถลงว่าพวกเขาขอสงวนไว้ซึ่งการถอนการสถาปนาความสัมพันธ์กับจีน หากพวกเขาก้าวเข้าสู่อำนาจ

จีน กล่าวอ้างมาช้านานกว่าไต้หวัน เกาะปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตย เป็นส่วนหนึ่งของดินแดน และไม่มีสิทธิสานสัมพันธ์แบบรัฐกับรัฐ จุดยืนที่ไทเปปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว ทั้งนี้ จีนที่ปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์ ระบุว่าประเทศต่างๆ ที่พวกเขามีความสัมพันธ์ด้วยจำเป็นต้องยอมรับจุดยืนของพวกเขา

การ์เซีย กล่าวว่า "30 วัน เป็นเวลาที่มากพอสำหรับแพกของเก็บกระเป๋าและเดินทางออกไป" พร้อมระบุเป้าหมายของเจ้าหน้าที่คือการเดินทางออกไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นมิตร

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรายนี้ เน้นย้ำถึงความเป็นสำหรับการสานสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก "เราจำเป็นต้องไปในจุดนั้น เพื่อเสาะหาโครงการยักษ์ใหญ่ต่างๆ ที่จีนสามารถมอบให้เรา" เขากล่าว พร้อมบ่งชี้ว่าจีนจะลงทุนราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในฮอนดูรัส ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับแรงงานท้องถิ่น

เทศบาลนครเชียงใหม่ ชวนเที่ยวเทศกาล “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2566” 

เทศบาลนครเชียงใหม่ ชวนเที่ยวเทศกาลงานประเพณีสงกรานต์เชียงใหม่ “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2566” ตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน 2566

อีกหนึ่งเทศกาลที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ รอคอยกับ “เทศกาลงานประเพณีสงกรานต์เชียงใหม่” ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีของเดือนเมษายน โดยปีนี้ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้มีการจัดเตรียมกิจกรรม “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2566” เพื่อร่วมส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรม และฟื้นฟูประเพณีล้านนาดั้งเดิม ผ่าน 14 กิจกรรม ทั่วเขตเทศบาลฯ ตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน 2566

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เชิญชวนพี่น้องในจังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดใกล้เคียง, นักท่องเที่ยวจากทั่วเมืองไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เตรียมตัววางแผนการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร และเส้นทางต่างๆ ที่จะนำทุกท่านร่วมสืบสานประเพณีล้านนากว่า 727 ปี และทำบุญไปพร้อมๆ กัน ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จะอิ่มใจไปกับพี่น้องชาวเชียงใหม่ 

‘ธนาธร’ ปราศรัยอุบลฯ ขอแรงกา ‘ก้าวไกล’ ลั่น ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงประเทศ - ปฏิรูปกองทัพ

‘ธนาธร’ ปราศรัยอุบลฯ ชวนประชาชน เลือกตั้งทั้งที กาให้ดีไม่เสียของ กาก้าวไกลไปเปลี่ยนแปลงประเทศ ให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต

(27 มี.ค.66) ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่หลายอำเภอในจังหวัดอุบลราชธานี เริ่มต้นที่อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอเขมราฐ อำเภอนาตาล อำเภอตระการพืชผล อำเภอพิบูลมังสาหาร และอำเภอเมืองอุบลราชธานีเป็นจุดสุดท้าย ระหว่างการลงพื้นที่ ได้ร่วมกิจกรรมหลากหลายเพื่อพบปะพี่น้องประชาชน และช่วยหาเสียงให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี พรรคก้าวไกล

ช่วงเช้า ธนาธร พร้อมด้วย ชิราวุธ แก้วชิณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี เขต 6 พรรคก้าวไกล ร่วมเสวนากับพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ บริเวณร้านนาตาลแคมป์ปิ้ง อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลฯ โดยระบุว่า อุบลราชธานีเป็นเมืองที่มีศักยภาพ หากสามารถเชื่อมโยงการขนส่งภายในจังหวัด และผลักดันให้เกิดเส้นทางการท่องเที่ยวระหว่างอำเภอได้ จะช่วยสร้างเม็ดเงินและกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการรายย่อย ยกตัวอย่างเช่นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ทั้งหาดชมดาว สามพันโบก ผาแต้ม ช่องเม็ก จนถึงอุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแต่ยังขาดการสนับสนุน หากพัฒนาการท่องเที่ยวของอุบลฯ ได้ จะสามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่

จากนั้น ธนาธร พร้อมด้วย เพทาย ศรีสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี เขต 5 เดินทางต่อไปยังเวทีปราศรัยย่อยอำเภอตระการพืชผล พูดถึงนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและปฏิรูปที่ดินทำกิน ต่อด้วยเวทีปราศรัยย่อยที่วัดสระแก้ว อำเภอพิบูลมังสาหาร โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้เดินทางมาฟังการปราศรัยทั้งจากตัวอำเภอและจากอำเภอข้างเคียง โดยธนาธร กล่าวว่า อุบลราชธานีเป็นโรงเรียนทางการเมืองของตน  เมื่อครั้งเป็นนักศึกษาได้ร่วมรับฟังปัญหาการก่อสร้างเขื่อนปากมูล ทำให้เกิดความสนใจปัญหาการเมืองและโครงสร้างสังคม ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

ต่อมา ธนาธร พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ได้ขึ้นรถซาเล้ง แห่หาเสียงไปรอบเมืองพิบูลมังสาหาร เพื่อเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมรับฟังการปราศรัยใหญ่ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 11 เขต ที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี ก่อนเริ่มต้นการปราศรัยใหญ่ ธนาธรยังได้ร่วมเสวนากับศิลปิน เยาวชนคนรุ่นใหม่ ณ ร้านส่งสาร อำเภอเมืองอุบลราชธานี โดยย้ำว่านโยบายของพรรคก้าวไกลที่ประกาศออกมา จะมีการสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้มแข็ง แข่งขันกับทุนใหญ่ได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top