Wednesday, 15 July 2026
Hard News Team

‘ธนาธร’ แจงปมดีเบตที่เชียงใหม่ดุเดือด ชี้!! กองเชียร์-บรรยากาศ-ประเด็นมันพาไป

(18 เม.ย.66) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ทวิตข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์ Thanathorn Juangroongruangkit @Thanathorn_FWP ว่า หลายคนถามว่าทำไมเมื่อคืนดีเบตเชียงใหม่ ผมดุดันเหลือเกิน ต้องบอกว่าบรรยากาศและประเด็นมันพาไป บวกกองเชียร์ก็ดุดันไม่แพ้กัน ขอบคุณชาวก้าวไกลทุกคนที่มาเชียร์ที่เวทีกันหนาแน่น ถ่ายรูปไม่ครบขออภัยด้วยครับ กลัวตกเครื่อง

โวย!! ผู้สมัครก้าวไกล หาเสียงปิดทับป้าย 'วัน อยู่บำรุง' ทำกองเชียร์ 2 พรรค เปิดศึกวิวาทะสนั่นโซเชียล

ยิ่งใกล้เข้าสู่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.66 เท่าไหร่สถานการณ์การเมืองยิ่งร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางการหาเสียงเลือกตั้งกันอย่างดุเดือดในแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งได้มีการงัดนโยบายและจุดยืนทางการเมืองมาเพื่อเรียกคะแนนจากประชาชน

เหล่าบรรดาคอการเมืองและบรรดาแฟนคลับแต่ละพรรคก็ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองกันเป็นวงกว้างโดยเฉพาะในช่องทางโซเชียลมีเดีย

‘บิ๊กตู่’ ลั่น!! การเกณฑ์ทหารยังสำคัญ-จำเป็น ชี้!! คนสนใจสมัครเป็นทหารมากขึ้นกว่าเดิม

(18 เม.ย.66) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเรื่องการเกณฑ์ทหารว่า เรื่องการเกณฑ์ทหารวันนี้บางพื้นที่บางเขตมีผู้สมัครเกินความต้องการในหลายพื้นที่ อันนี้เป็นสิ่งที่น่าดีใจทุกคนเริ่มเข้าใจและสนใจอยากที่จะมาเป็นทหาร ซึ่งมีหลายอย่างด้วยกัน และวันนี้ก็มีข้อยกเว้นอยู่แล้วสำหรับการเรียนนักศึกษาวิชาทหารอะไรทำนองนี้ รวมถึงการผ่อนผันในช่วงการศึกษาเราก็มีให้ทั้งหมด และวันนี้เราก็ปรับรูปแบบหลายอย่างในการเกณฑ์ คือการเกณฑ์ทหารก็เกณฑ์เท่าที่จำเป็นไม่ได้หมายความว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ กองเกินทั้งหมดต้องเป็นทหารทั้งหมด ก็มีการจับสลากบ้าง อันนี้ขอให้ติดตาม ถ้าเราไม่มีเราก็จะเดือดร้อน ซึ่งทหารทั้งกองทัพไม่ได้มีเฉพาะนายทหารกับนายสิบ แต่ต้องมีพลทหารด้วยที่อยู่ในชุดปฏิบัติการ ในหมู่ ในหมวด กองร้อยกองพัน ฉะนั้นการฝึกทหารในช่วง 3 เดือนแรกจะเป็นการปรับพฤติกรรมเท่านั้นเพื่อให้รู้ระเบียบวินัยต่างๆ และรู้จักการใช้อาวุธ แต่รูปแบบยุทธวิธีจะฝึกหลังจาก 3 เดือนแรก ซึ่งจะต้องฝึกอย่างต่อเนื่อง ฝึกภาคกองร้อยฝึกภาคกองพัน ฝึกร่วมผสมต่างๆ ในการฝึกการทำงานและมีหน้าที่แตกต่างกัน เพราะมีถึง 16 เหล่า ก็ต้องเรียนรู้บ้าง

“และวันนี้ในส่วนของทหารเกณฑ์ผมได้ให้แนวนโยบายมานานแล้ว เรื่องการเพิ่มคุณวุฒิในการศึกษา โดยให้มีการเรียน กศน. ยกระดับการศึกษาให้สูงขึ้น อย่างน้อย 1-2 ระดับ เพราะมีเวลา 2 ปี นอกจากนี้ในเรื่องของการมีระเบียบวินัยเมื่อกลับไปบ้านเป็นผู้นำเป็นหัวหน้าครอบครัว ถ้าเราไม่มีระเบียบวินัยในสังคมจะอยู่กันไม่ได้ วันข้างหน้าจะวุ่นวาย อีกเรื่องคือการฝึกวิชาชีพให้กับทหารก่อนปลดประจำการ รวมถึงการให้สิทธิ์สมัครเป็นนายสิบต่อซึ่งมีผู้สนใจมากขึ้นตามลำดับ และวันนี้ทุกคนมีความภาคภูมิใจฝึกทหารแล้วรู้ว่าได้อะไรกลับไป ถ้าเราไม่มีเลยมันจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ ไม่มีประเทศไหนเขาไม่มีทหารหรอก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

‘อุ๊งอิ๊ง’ ปลุกประชาชน เข้าคูหากาเลือก ‘เพื่อไทย’ ชี้!! ต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรค ให้แลนด์สไลด์เกิดขึ้นจริง

(18 เม.ย.66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย แถลงถึงยุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้ายพรรคเพื่อไทยว่า ขณะนี้มีกระแสต่าง ๆ มากมายถาโถมใส่พรรค ล่าสุดมีเสียงสะท้อนจากประชาชนถึงกระแสวิจารณ์ผู้สมัครส.ส.เขต พรรคเพื่อไทย ไม่ลงพื้นที่หาเสียง ชาวบ้านหาตัวผู้สมัครพรรคไม่เจอ และไม่ค่อยเห็นป้ายหาเสียงของพรรคนั้น ตนและพรรคเพื่อไทยไม่นิ่งนอนใจ ส่งทีมงานไปตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ต่างๆ พบว่าส.ส.เขตลงพื้นที่สม่ำเสมอ อาจมีส่วนน้อยลงพื้นที่ไม่มากพอ แต่นโยบายต่างๆ ของพรรคที่ไปสู่ประชาชน อาทิ ค่าแรง 600 บาท กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ก็เป็นผลมาจากการที่ส.ส.ลงพื้นที่พบประชาชน เชื่อว่า ผู้สมัครทุกคนอยากเข้าสภา ก็ต้องพบปะประชาชน ส่วนเรื่องป้ายหาเสียงในบางพื้นที่ที่ไม่ค่อยพบเห็นมากนั้น เนื่องจากต้องทำกฎคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยอมรับเป็นข้อจำกัด พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ ถูกเพ่งเล็งตลอด จำเป็นต้องทำตามกฎ แต่อีกไม่กี่วันจะมีป้ายหาเสียงชุดใหม่ออกมาอธิบายนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล และการเติมเงินให้ครอบครัวละ 20,000 บาทต่อเดือน 

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยหนักแน่น เลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์จะเลือกพรรค ไม่เลือกคนไม่ได้ ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลง พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ตอบโจทย์ให้ได้ ประชาชนอย่าเพิ่งแผ่ว ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคน และพรรค ให้แลนด์สไลด์

‘ฟินแลนด์’ ยึดสมัยที่ 6 ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ส่วน ‘ไทย’ รั้งที่ 60 ผลงานขยับ ก้าวขึ้นมา 1 อันดับ

พอนึกถึงประเทศที่คาดว่าจะมีความสุขที่สุดในโลก หลายคนมักนึกถึง ‘ฟินแลนด์’ และแน่นอนว่า จากสถิติที่ผ่านๆ มา จวบจนล่าสุด ฟินแลนด์ก็ยังไม่แผ่ว และครองหัวตารางมาอย่างสม่ำเสมอ ตอกย้ำด้วยการจัดอันดับ ‘ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก 2023’ ผ่าน World Happiness Report ซึ่งปีนี้ ‘ฟินแลนด์’ ก็ครองตำแหน่งนี้เป็นสมัยที่ 6 ติดต่อกันเข้าไปแล้ว

สำหรับรายงานชิ้นนี้ จัดทำโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ถูกเผยแพร่ผ่าน UN Sustainable Development Solutions Network ที่ทำการสำรวจด้วยการประเมินระดับความสุขของประชาชนหลายล้านคนจากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก โดยจะมีตัวแปรหลักๆ ด้วยกัน 6 อย่าง ได้แก่…

1. รายได้ (GDP ต่อหัว)
2. การสนับสนุนทางสังคม 
3. สุขภาพชีวิตที่ดีทั้งกายใจ (ช่วงอายุขัย)
4. เสรีภาพในการเลือกใช้ชีวิต
5. ความเอื้ออาทร / เห็นอกเห็นใจ
6. การตระหนักรู้ถึงคอร์รัปชัน

ยิ่งไปกว่านั้น กว่าจะมาเป็นการจัดอันดับได้ การสำรวจก็ได้ถูกลากยาวครอบคลุมกว่า 3 ปี เช่นในรายงานชิ้นนี้ จะถูกสำรวจตั้งแต่ปี 2020 - 2022 และออกมาเป็นรีพอร์ตประจำปี 2023

สำหรับ ‘ฟินแลนด์’ ที่ยังคงเป็นนัมเบอร์วันแล้ว ในส่วนของประเทศที่ประชากรมีความสุขที่สุดในโลก ตามการรายงานของ World Happiness Report ในลำดับถัดมา จะประกอบไปด้วย

“ ผบ.ตร. เผย สงกรานต์ 2566 อุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตลดลงตามเป้าหมาย บังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลักร่วม 500,000 ราย จับกุมเมาแล้วขับ 23,278 คดี พร้อมปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนฯ”

วันนี้ (18 เม.ย. 66) เวลา 11.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย  อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. / ผอ.ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุฯ ตร. , พล.ต.ท.ธนา  ชูวงศ์  ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ประจวบ  วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วีระ  จิรวีระ รอง จตช. แถลงผลการดำเนินการในการอำนวยการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุ และการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน เทศกาลสงกรานต์ 2566 ระหว่าง 11 – 17 เม.ย.66 พร้อมปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนฯ ตร.

 
ผบ.ตร. เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พอใจผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการเดินทางให้กับประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายโดยเฉพาะข้อหาเมาแล้วขับ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ  โดยในส่วน ของ ตร. นั้น ผบ.ตร. ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนฯ ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.66 เป็นต้นมาจนถึงวันสุดท้ายคือ 18 เม.ย.66 ซึ่งทุกวันจะมีการประชุมติดตามสถานการณ์การจราจร และการปฏิบัติด้านการบังคับใช้กฎหายของแต่ละหน่วย ผ่านระบบ VDO Conference  โดยมี พล.ต.อ.รอยฯ รอง ผบ.ตร. และ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่รับผิดชอบงานจราจร เป็นผู้กำกับดูแลในแต่ละวัน และให้หน่วยระดับ บช., ภ.จว. และทุกสถานีเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้เพื่อลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ ตามค่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด  สรุปผลการดำเนินการในแต่ละด้าน มีดังนี้

  
1. การอำนวยความสะดวกแ0ละจัดการจราจร  จัดกำลังตำรวจกว่า 100,000 นาย ดูแลการจราจรตลอด 7 วัน มีปริมาณรถ เข้า-ออกจาก กทม. รวมจำนวน 6,777,659 คัน ออกจาก กทม. จำนวน 3,318,418 คัน และเข้า กทม. จำนวน 3,459,241 คัน วันที่ประชาชนเดินทางออกจาก กทม. มากที่สุด คือวันที่ 12 เม.ย.66 วันที่ประชาชนเดินทางเข้า กทม. มากที่สุด คือวันที่ 16 เม.ย.66
มีการเปิดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) จำนวนทั้งสิ้น 82 ครั้ง (ระบายรถขาออก 32 ครั้ง / ขาเข้า 50 ครั้ง)


รถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป ที่ขออนุญาตเดินรถในช่วงเวลาห้าม ผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 41,941 คัน อนุญาตให้เดินรถได้ 41,348 คัน  (รถที่ได้รับอนุญาตมากที่สุด คือ รถบรรทุกน้ำมันหรือแก๊ส (ร้อยละ 49.9) รองลงมา คือ รถบรรทุกอาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค (ร้อยละ 40.0) ) ไม่อนุญาตจำนวน 593 คัน และพบผู้ฝ่าฝืนเดินรถในเวลาห้าม จำนวน 327 ราย เนื่องจากเป็นสาเหตุให้การจราจรติดขัด

        
2. การบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก มีการตั้งจุดตรวจทุกวันเพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืนทั่วประเทศ มีจำนวนจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร  2,183 จุดตรวจ จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 1,637 จุดตรวจ พบผู้ที่   ฝ่าฝืนทั้งสิ้น 499,282 ราย  เป็น ข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา 23,278 ราย (มากกว่าค่าเฉลี่ยสงกรานต์ 3 ปีย้อนหลัง  คิดเป็น 21.31 %) ขับรถเร็วเกินกำหนด 195,118  ราย/ไม่สวมหมวกนิรภัย 94,745 ราย/ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย 24,967 ราย โดย 10 ข้อหาหลักนี้ จะก่อให้เกิดอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการดำเนินคดีเมาแล้วขับ เป็นการนำผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ซึ่งมีโอกาสก่ออุบัติเหตุออกจากท้องถนนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุได้จำนวน 23,278 คน

 
3. การป้องกันและลดอุบัติเหตุ รัฐบาลกำหนดค่าเป้าหมายให้ จำนวนครั้ง การเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ (admit) ต้องลดลงไม่น้อยกว่า 5 % เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง (พ.ศ.2562 2564 และ2565) ซึ่งจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ส่งผลให้สถิติอุบัติเหตุลดลงตามเป้าในทุกด้าน
-การเกิดอุบัติเหตุ 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ 2566 เกิดจำนวน 2,203 ครั้ง  ลดลงจากค่าเฉลี่ยสงกรานต์ 3 ปีย้อนหลัง (2,540 ครั้ง) เป็นจำนวน -337 ครั้ง (ลดลง -13.27 %)
- จำนวนผู้เสียชีวิต 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ 2566 มีจำนวน 264 ราย  ลดลงจากค่าเฉลี่ยสงกรานต์ 3 ปีย้อนหลัง (314 ราย) เป็นจำนวน -50  ราย (ลดลง -15.83 %)
- จำนวนผู้บาดเจ็บ 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ 2566 มีจำนวน 2,208 คน  ลดลงจากค่าเฉลี่ยสงกรานต์ 3 ปีย้อนหลัง(2,556 คน) เป็นจำนวน -348 คน (ลดลง 13.62 %)


ทั้ง 3 สถิติถือว่าลดลงมากกว่า 5% สำเร็จตามค่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด

ศาลรธน.ยืนคำสั่ง ‘ศักดิ์สยาม’ หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี ชี้!! คำอุทธรณ์ไม่มีข้อเท็จจริงเพิ่ม ให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง

(18 เม.ย.66) ศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งว่า กรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ไว้พิจารณา และมีคำสั่งให้นายศักดิ์สยาม ผู้ถูกร้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.66 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยนั้น เมื่อวันที่ 11 เม.ย.66 นายศักดิ์สยามได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 10 เม.ย.66 ขอให้เพิกถอนคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณียังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอันเป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เดิม จึงให้ยกคำร้องดังกล่าวและแจ้งให้นายศักดิ์สยามทราบ


ที่มา: https://www.naewna.com/politic/725113

'อ.วีระ' ถาม 'เพื่อไทย' แจกเงินดิจิทัล เอางบมาจากไหน? ชี้!! ถ้าไม่ใช้ 'เงินกู้' ก็ต้องใช้ 'เงินกู' ยังติดใจแจงที่มาไม่ได้

เมื่อไม่นานมานี้ ในรายการคุยให้คิด ดำเนินรายการโดย นายวีระ ธีรภัทร, นายสุทธิชัย หยุ่น และนายวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นเรื่อง 'เงินดิจิทัล' ที่พรรคเพื่อไทยได้นำไปใช้เป็นหนึ่งในนโยบายการหาเสียง มีรายละเอียดดังนี้...

นายวีระ กล่าวว่า “ตอนแรกผมสงสัยว่าดิจิทัลวอลเล็ต คือเงินอะไร แต่เอาเป็นว่าเรามารู้จักเรื่องเงินกันก่อน ถ้าเป็นธนบัตรที่แบงก์ชาติออกมา เราเรียกว่า Fiat Money หรือว่า 'เงินกระดาษ' แต่ถ้าเงินนี้ได้เข้าไปอยู่ในระบบสถาบันการเงิน ในรูปแบบของเงินฝาก ที่เราใช้มันผ่านแอปฯ เราจะเรียกว่า Electronic Money แต่ของพรรคเพื่อไทยนั้น เป็น Digital Money ซึ่งไม่ใช่เงินของแบงก์ชาติ”

นายวีระ ได้เสริมว่า “เพื่อไทยเรียกนโยบายนี้ว่า เหรียญดิจิทัลเพื่อไทย หรือ เพื่อไทยดิจิทัลคอยน์ ชื่อย่อ PDC (PHEUTHAI Digital Coin) ซึ่งในภาษาของคนที่เล่นเหรียญคริปโตฯ เขาเรียกว่า Air Drop” 

นายวีระ ได้ยกตัวอย่างเพิ่มเติมด้วยว่า “ตรงนี้เป็นเงินที่ให้ไปเฉยๆ แต่ว่าตนเอง (เพื่อไทย) เป็นคนผลิต เป็นคนออกเหรียญ ซึ่งพอแจกจ่ายให้เงินไป คนที่ได้รับไปก็สามารถนำไปใช้จ่ายวนไปวนมาได้ แต่ตอนจะนำเงินออกมาจะต้องมีคนที่จ่ายค่าเงินตัวนี้ (PDC) ตอนนำออกมาใช้ ซึ่งมันต้องใช้งบประมาณ ต้องใช้เงินจริงมาอุดหนุน และพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้แจ้งเงินที่จะมาอุดหนุนตรงนี้

แล้วผมก็ได้ลองรวบรวมรายได้ทั้งหมดที่จะมาอุดหนุน PDC นี้แล้ว ก็พบว่าเราสามารถเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งหมดนี้ได้ไม่เกิน 2 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นส่วนต่างมันคือ 3.5 แสนล้านบาท จากที่เพื่อไทยบอกว่าไว้ว่าจะแจกราว 5.5 แสนล้านบาท ดังนั้นเพื่อไทยต้องตอบให้ได้ว่า จะเอามาจากไหน 3.5 แสนล้านบาท"

นอกจากนี้ นายวีระ ยังได้กล่าวกังวลด้วยว่า "สมมติว่าเราได้มาคนละ 1 หมื่นบาท พอเราซื้อของกับร้านค้า แล้วร้านค้าเอาของให้เรา เท่ากับร้านค้าเก็บต้องเหรียญไว้ ซึ่งเหรียญจะยังไปไหนไม่ได้...แต่ถ้าทางร้านค้ายังไม่ได้แลกคืน ก็สามารถนำไปซื้อของต่อกันเองได้...

‘บิ๊กตู่’ เมินโพลยก ‘บิ๊กป้อม’ ที่ 1 ก้าวข้ามความขัดแย้ง ชี้!! ผลโพลเปลี่ยนทุกวัน ย้ำ!! ตนไม่ขัดแย้งกับใคร

(18 เม.ย.66) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการสำรวจสวนดุสิตโพล ประชาชนยกให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีคะแนนอันดับหนึ่งเกี่ยวกับนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง ว่า ก็ฟังกันไป ดูกันไป ผลสำรวจโพลก็เปลี่ยนทุกวัน 

เมื่อถามย้ำว่าโพลให้เรื่องก้าวข้ามความขัดแย้งเป็นอันดับหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ว่ากันไปเถอะ มันอยู่ที่พวกเราจะมองว่าขัดแย้งหรือไม่ขัดแย้ง พวกเราก็ดูกันเอาเอง อย่างน้อย ตนก็ไม่ได้ขัดแย้งกับใคร พร้อมถามสื่อว่าถูกหรือไม่ ตนไม่ขัดแย้งกับสื่อ ไม่ขัดแย้งกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพียงแต่เมื่อทำผิดกฎหมายก็ต้องรับกติกา ถือเป็นประชาธิปไตย ทุกประเทศที่มีประชาธิปไตย เขาก็มีกฎหมายของเขา พร้อมถามว่าประเทศไหนไม่มีบ้าง แล้วประเทศไหนไม่ใช้กำลัง ในวันนี้ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น มีหรือไม่ ประเทศไทยถือว่าเบาที่สุดแล้ว ตนไม่อยากให้เกิดขึ้น ระมัดระวังอย่างที่สุดแล้ว

‘นฤมล’ ควง ‘ไปป์ ภูวกร’ ลงพื้นที่หาเสียงเอกมัย 19 ชู ‘บ้านประชารัฐ 360 องศา’ เปลี่ยนเงินเช่าเป็นเงินผ่อน

(18 เม.ย.66) ชุมชนลีลานุช เอกมัย 19 กรุงเทพฯ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายภูวกร ปรางภรพิทักษ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กทม. เขตวัฒนา-คลองเตย หมายเลข 8 พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ชุมชนลีลานุช เอกมัย 19 พร้อมเปิดตัวพื้นที่ต้นแบบ ‘บ้านประชารัฐ 360 องศา’ โครงการต้นแบบจากนโยบายบ้านประชารัฐ 360 องศา ‘เข้าถึง เข้าใจ ทำได้จริง’ โดยได้ร่วมพูดคุยและรับฟังความคิดเห็น รวมถึงข้อเสนอแนะจากพี่น้องประชาชนในชุมชน

โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า วันนี้เรามาดูแลนโยบายเพื่อที่จะทำให้กับเขตคลองเตยวัฒนา โดยผู้สมัครของพรรคนายภูวกร หรือไปป์ ได้มีการเสนอกับผู้บริหารพรรคให้แก้ไขในเรื่องของที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งทันทีที่ได้เข้าไปทำหน้าที่ ส.ส.ในสภา จะต้องมีการผลักดันผ่านหน่วยงานต่าง ๆ และ กทม.รวมถึงภาคเอกชนที่จะต้องเข้ามาช่วยในเรื่องของการออกแบบก่อสร้าง ตกแต่ง ให้ถูกใจผู้อยู่อาศัย และบริเวณภายนอกก็ควรจะเหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ นอกจากนี้จะต้องมีการประสานกับธนาคารของรัฐ ที่จะเข้ามาช่วยในด้านการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำด้วย

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า พรรคพลังประชารัฐจะผลักดันให้เป็นสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ซึ่งอยู่ในโครงการบ้านประชารัฐ และเป็นบ้านหลังแรก โดยพี่น้องประชาชนก็จะได้มีบ้านที่สวยงาม มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และสามารถสร้างรายได้ให้คนในชุมชนได้ เช่น เมื่อเรามีการพัฒนาพื้นที่ตรงนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ หรือร้านค้าอื่นๆ ก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา รายได้ก็จะตามมา 

"พื้นที่บริเวณนี้จะต้องได้รับการพัฒนาเหมือนเช่น คอนโดตึกใหญ่รอบข้างที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ชุมชนตรงนี้ก็จะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมให้ได้ วันนี้ต่อให้เราจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ได้เป็น เราก็จะผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะ ความเป็นอยู่ของประชาชนไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า เราจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งนโยบายนี้เราจะทำให้เกิดขึ้นในทุกเขต เพื่อให้ชาว กทม.ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ได้ เพราะคน กทม.ยังมีอีกหลายชุมชนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง" ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ด้านนายภูวกร กล่าวว่า ตนเป็นคนเกิดที่นี่ และต้องการจะผลักดันโครงการบ้านประชารัฐ วันนี้ตนได้รับข่าวจากประธานชุมชนว่าในพื้นที่ฝั่งตรงข้ามชุมชน ได้โดนไล่รื้อถอนบ้านที่อยู่อาศัยไปแล้ว ตนจึงไม่อยากให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีกในชุมชนนี้ ตนต้องการให้ชุมชนลีลานุชแห่งนี้ เป็นชุมชนแรกที่ได้ริเริ่มโครงการบ้านประชารัฐ ที่ผ่านมาเราเคยมีบ้านลักษณะเช่นนี้จากภาครัฐแล้วก็เช่นนี้มาแล้วแต่วันนี้จะทำให้ดีขึ้นอีก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top