Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการ Shutdown Fake Loan ทลายเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ หลังพบผู้เสียหายกว่า 400 ราย ความเสียหายหลายสิบล้านบาท

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงประชาชนให้กู้ยืมเงินผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ได้กำชับสั่งการให้ทุกกองบังคับการในสังกัด เร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม และต่อเนื่อง

วันนี้ (27 เม.ย.66) เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณี เปิดปฏิบัติการ Shutdown Fake Loan ทลายเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ โดยมีพฤติการณ์การกระทำผิด และผลการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

สืบเนื่องมาจากได้มีผู้เสียหายกว่า 400 ราย ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้กู้เงินผ่านเว็บไซต์ค้นหาทั่วไป และจากการได้รับข้อความสั้น (SMS) โดยมีการโฆษณาชวนเชื่อในลักษณะให้วงเงินสูง อัตราดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเงินเร็ว และใช้เอกสารน้อย จากนั้นจะให้แอดไลน์ติดตั้งแอปพลิเคชันเงินกู้ของมิจฉาชีพ มีการอ้างว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินที่ขอกู้ยืมจริง แต่ต่อมามีเงื่อนไขต่างๆ เช่น ต้องโอนเงินมัดจำก่อน ต้องทำกรมธรรม์คุ้มครองวงเงิน ต้องจ่ายค่างวดล่วงหน้า หรือแจ้งว่ามีการกรอกเลขบัญชีธนาคารผิด ต้องจ่ายเงินเป็นค่าเครดิต เป็นค่ารหัสผ่านในการถอนเงิน เป็นต้น เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับเงินเเต่อย่างใด เชื่อว่าถูกหลอกลวงจึงได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.สอท.5 จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หาความเชื่อมโยงทางคดี กระทั่งเมื่อวันที่ 21 เม.ย.66 พงส.ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 52 ราย (สัญชาติไทย 51 ราย สัญชาติจีน 1 ราย) ในข้อหา “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” และ พงส.ยังได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลเพื่อขอออกหมายค้นสถานที่สำคัญ จำนวน 4 จุด ในพื้นที่ กทม. 3 จุด และ จ.สระแก้ว 1 จุด

‘สนธิรัตน์’ ขึ้นเวทีดีเบต ชู บัตรประชารัฐ ช่วยผู้มีรายได้น้อย ย้ำ!! เจตนารมณ์ดูแลกลุ่มเปราะบางให้ตั้งตัวได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี

(27 เม.ย.66) ที่สถานีโทรทัศน์ PPTV กรุงเทพฯ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ร่วมเวทีดีเบต ‘เลือกตั้ง 66 ฟังเสียงคนไทย’ ที่จัดขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์ PPTV มีตัวแทนพรรคการเมืองต่าง ๆ เข้าร่วมดีเบต โดยนายสนธิรัตน์ ได้ตอบคำถามเรื่องการยกระดับรายได้ และแก้ปัญหาความจนของประชาชนว่า บัตรประชารัฐเกิดจากทีมที่พวกตนร่วมทำกัน ซึ่งเจตนารมณ์คือต้องการช่วยหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อปี ซึ่งผู้ที่มีรายได้น้อย รัฐฯ ต้องดูแล

อย่างไรก็ตาม เจตนาจริง ๆ ของบัตรประชารัฐไม่ใช่การนำเงินมาแจก แต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่มีข้อมูล ไม่รู้ว่าคนจนอยู่ไหน การทำบัตรประชารัฐทำให้มีฐานข้อมูล ทำให้เรารู้ว่าคนจนอยู่ที่ไหน เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้พี่น้องได้ถูกต้อง แต่ก็ต้องใส่แรงจูงใจเข้าไป ไม่ใช่แค่ให้เขาเข้ามาเฉย ๆ ซึ่งเงิน 300 บาทก็มีความหมาย หากพรรคพลังประชารัฐได้เดินหน้าเรื่องนี้ต่อ เราต้องการแก้ปัญหาความยากจน โดยเพิ่มเงินเป็น 700 บาท พร้อมทั้งนำฐานข้อมูลดังกล่าวมาแก้ความยากจน โดยทำให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสในการสร้างรายได้ ให้พ้นปีละ 1 แสนบาท ซึ่งเท่ากับว่าเรามีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำให้พ้นความยากจน ให้พี่น้องได้มีอาชีพ ตั้งตัวได้ อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตที่ดี

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ สั่งดำเนินคดีหนุ่มกล่าวอ้างเป็นทีมงานบิ๊กโจ๊ก ใช้อาวุธปืนบังคับขืนใจ สาวเอ็นเตอร์เทน หลังก่อเหตุยังส่งข้อความข่มขู่จนเหยื่อหวาดกลัว

จากกรณีเมื่อวันที่ 25 เม.ย.66 ที่ผ่านมา ได้มี น.ส.ออม (นามสมมติ) พร้อมสื่อมวลชน ได้เข้าร้องเรียนต่อ  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ณ สโมสรตำรวจ โดยแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 มี.ค.66 น.ส.ออม ผู้เสียหาย ทำงานเป็นเด็กเอนเตอร์เทน ถูกว่าจ้างให้ไปให้บริการชงเหล้าและเอ็นเตอร์เทนให้กับกลุ่มลูกค้าในช่วงเวลาระหว่าง 22.00 – 04.00 น. ของอีกวัน ที่ห้อง VIP ของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนจรัญสนิทวงศ์  ซึ่งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวอ้างว่าเป็นทีมงานของบิ๊กโจ๊ก โดยมีการแสดงภาพถ่าย ซึ่งปรากฏภาพผู้ต้องหานั่งร่วมโต๊ะกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ เมื่อผู้เสียหายไปถึงมีบุคคลชื่อ นายเจต  เป็นบุคคลในภาพซึ่งอ้างว่าเป็นทีมงานของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ระหว่างการนั่งดื่มอยู่นั้น นายเจต มีการกล่าวอ้างถึงความสนิทสนมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ พร้อมทั้งมีการแสดงอาวุธปืนให้ผู้เสียหายดู อีกทั้งยึดโทรศัพท์ของเด็กเอ็นเตอร์เทนทุกคนไว้ จากนั้นได้พาผู้เสียหายขึ้นไปบนห้องของโรงแรมพร้อมทั้งใช้อาวุธปืนข่มขู่ผู้เสียหายให้ถอดเสื้อผ้าและมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยมีการถ่ายคลิปวีดีโอไว้เพื่อแบล็คเมล์ผู้เสียหาย ซึ่งหลังจากเกิดเหตุแล้ว นายเจต มีการสั่งให้ผู้เสียหายและกลุ่มเด็กเอนเตอร์กลุ่มเดิม เข้ามาให้บริการอีก ซึ่งผู้เสียหายและกลุ่มเด็กเอนเตอร์ต้องจำใจไปตามที่นายเจตสั่ง เนื่องจากเกรงกลัวนายเจตที่กล่าวอ้างนายตำรวจระดับสูงและมีการพกพาอาวุธปืนตลอดเวลา อีกทั้งเมื่อเสร็จงานแล้ว นายเจตกลับจ่ายเงินค่าให้บริการแก่ผู้เสียหายเพียงบางส่วน และมีการส่งข้อความและภาพการทำร้ายร่างกายบุคคลอื่นมาข่มขู่ผู้เสียหายอีก ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวว่าจะมีอันตรายต่อตนเองและบุคคลใกล้ชิด จึงได้เข้ามาพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าว 

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้ สน.บวรมงคล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุ ดำเนินการสืบสวนนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการกล่าวอ้างโดยใช้การถ่ายภาพกับบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อใช้ในการข่มขู่ให้ผู้อื่นเกรงกลัว อีกทั้งผู้ต้องหายังใช้อาวุธปืนโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง 

ฝ่ายสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าว คือ นายวทัญญู วิริยะชโยทัย จึงได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.66 ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจว่าตนเป็นบุคคลอื่น ซึ่งได้กระทำโดยมีอาวุธปืน” 

ต่อมาวันที่ 26 เม.ย. 66 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายวทัญญู หรือ นายเจต ได้ที่บริเวณบ้านพักในพื้นที่  ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย พร้อมตรวจค้นพบอาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง จึงได้จับกุม นายวทัญญูฯ ในความผิดฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร” จากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังสะพุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวน สน.บวรมงคล ได้อายัดตัว นายวทัญญูฯ ตามหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กองทัพเรือ ลดพุง ลดโรค ในกำลังพล ปรับสมดุลเพื่อสุขภาพ

ในวันนี้ 27 เม.ย.66 ที่ สโมสรสัญญาบัตรฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี น.อ.นพดล บุญเจริญ รองเสนาธิการ ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรม “โครงการลดพุงลดโรค ปรับสมดุลเพื่อสุขภาพ”  ให้เกิดการรู้เท่าทันโรคเมตาบอลิกซินโดรมโรคอ้วนลงพุง ในกำลังพลฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมี น.อ.สราวุฒิ พลเสน ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และคุณนุชนภาภรณ์ หลายเจริญ ประธานชมรมภริยาฐานทัพเรือสัตหีบ ให้เกียรติร่วมในพิธี

โดย น.อ.หญิง รุจิเรข ธรรมเจริญ หัวหน้าห้องตรวจโรคเบาหวาน กลุ่มงานอายุรเวชกรรม รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้

จากนั้น รองเสนาธิการฐานทัพเรือสัตหีบ ได้กล่าวเปิดการจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ ประธานชมรมภริยาฐานทัพเรือสัตหีบ มอบของที่ระลึกให้กับวิทยากร และนายแพทย์วิทยากร จาก รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้บรรยายให้ความรู้และการตรวจติดตามที่เหมาะสมในกลุ่มเสี่ยงของกำลังพล ฐานทัพเรือสัตหีบ ให้ได้รับความรู้และสามารถวินิจฉัยได้ทันท่วงทีในระยะแรกของโรค รวมทั้งได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติตัวและการดูแลตนเอง ในโอกาสนี้ด้วย

‘มาดามเดียร์’ ช่วย ‘ศิลป์ชัย’ ผู้สมัคร ส.ส.หาเสียงที่นครศรีฯ ขอแรงหนุนจาก ปชช. กลับมาเทคะแนนให้ ‘ปชป.’ ยกจังหวัด

(27 เม.ย. 66) ที่ตลาดอำเภอสิชล น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ ‘มาดามเดียร์’ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย นายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 5 (อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอลานสกา) หมายเลข 4 ลงพื้นที่ตลาดอำเภอสิชล ช่วยหาเสียงสนับสนุนให้นายศิลป์ชัย สุนทรมัฏฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 10 (อำเภอขนอม อำเภอสิชล และอำเภอท่าศาลา) หมายเลข 1 ซึ่งได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น และเข้ามาขอถ่ายรูปจำนวนมาก

‘อัยการ’ ยื่นฟ้อง ‘เบนซ์ เดม่อน’ และพรรคพวกอีก 21 ราย ข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เปิดเว็บไซต์หวยสดพลัส-มาเก๊า 888

(วันที่ 27 เม.ย. 66) นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกเผยข้อมูลวันนี้สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด โดยนายวิรุฬ ฉันทนนันท์ อธิบดีอัยการยื่นฟ้องคดี เบนซ์ เดม่อน กับพวก เป็นคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1140 / 2566 ต่อศาลอาญา

โดยพนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 มีความเห็นสั่งฟ้อง นายชัยวัฒน์ หรือ ‘เบนซ์ เดม่อน’ ขจรบุญถาวร กับพวกรวม 21 คน ข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคน่ขั้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”

กรณีเปิดเว็บไซต์การพนันชื่อ ‘หวยสดพลัส’ (www.huaysodplus.com) เเละเว็บไซต์อื่นที่เคยเว็บไซต์ มาเก๊า 888

โดยคณะทำงานของสำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว มีความเห็นและคำสั่งฟ้อง ผู้ต้องหาที่ 1, ผู้ต้องหาที่ 2, ผู้ต้องหาที่ 3, ผู้ต้องหาที่ 5, ผู้ต้องหาที่ 6, ผู้ต้องหาที่ 7, ผู้ต้องหาที่ 8, ผู้ต้องหาที่ 11 และผู้ต้องหาที่ 13 ในความผิดฐาน ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

และสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคน่ขั้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ตามข้อกล่าวหา

เห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 4, ผู้ต้องหาที่ 9, ผู้ต้องหาที่ 10, ผู้ต้องหาที่ 12, ผู้ต้องหาที่ 14, ผู้ต้องหาที่ 15, ผู้ต้องหาที่ 16, ผู้ต้องหาที่ 17, ผู้ต้องหาที่ 18, ผู้ต้องหาที่ 19, ผู้ต้องหาที่ 20 และผู้ต้องหาที่ 21 จำนวน 11 คน ตามข้อกล่าวหา ตามความเห็นของพนักงานสอบสวน

โดยในวันนี้จะยื่นฟ้องผู้ต้องหาที่ 1, ผู้ต้องหาที่ 2, ผู้ต้องหาที่ 3, ผู้ต้องหาที่ 5, ผู้ต้องหาที่ 6, ผู้ต้องหาที่ 7, ผู้ต้องหาที่ 8, ผู้ต้องหาที่ 11 และผู้ต้องหาที่ 13 ที่ได้ตัวมาต่อศาลรวมจำนวน 9 คน

ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนี ประกอบด้วย ผู้ต้องหาที่ 4, ผู้ต้องหาที่ 9, ผู้ต้องหาที่ 10, ผู้ต้องหาที่ 12, ผู้ต้องหาที่ 14, ผู้ต้องหาที่ 15, ผู้ต้องหาที่ 16, ผู้ต้องหาที่ 17, ผู้ต้องหาที่ 18, ผู้ต้องหาที่ 19, ผู้ต้องหาที่ 20 และผู้ต้องหาที่ 21 จำนวน 11 คนดังกล่าว สำนักงานคดีพิเศษจะได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนจัดการให้ได้ตัวภายในอายุความ 15 ปี นับตั้งแต่วันที่กระทำความผิด

สำหรับคดีดังกล่าวพนักงานอัยการ ได้รับสำนวนจากสำนักงานตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ฯ สมคบกันฟอกเงินฯ และร่วมกันฟอกเงินฯ

เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา วันเวลาเกิดเหตุคดีนี้วันที่ 24 ม.ค.2565 เวลากลางวันที่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

‘เพื่อไทย’ ชู 3 นโยบาย เพื่อสตรีและผู้มีประจำเดือน มุ่งมั่นให้หญิงไทยทุกคนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม

(27 เม.ย.66) พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความนำเสนอ 3 นโยบายเพื่อสตรีและผู้มีประจำเดือน ระบุว่า...

1.) ผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า 
นโยบายสำหรับผู้มีประจำเดือนทุกคนต้องเข้าถึงสวัสดิการผ้าอนามัย รัฐฯ สามารถวางระบบแจกผ้าอนามัยผ่าน 3 ช่องทาง โดยประชาชนต้องใช้บัตรประชาชนหรือแอปพลิเคชันของรัฐในการยืนยันสิทธิ

[ ช่องทางที่ 1 ]
แจกผ่านหน่วยงานใต้การกำกับของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

สำหรับ ประชากรนอกตลาดแรงงานรายได้น้อย, ประชากรวัยเรียนที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา และ ประชากรในครอบครัวยากจน คนไร้บ้าน คนข้ามชาติ ไร้สัญชาติ ที่ต้องมีประกันสังคมตามบัตรชมพูและเหลือง

จากการศึกษาพบว่า กลุ่มคนรายได้น้อย ที่เข้าไม่ถึงผ้าอนามัยเป็นกลุ่มที่ใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘บัตรทอง’ และ ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ อยู่แล้ว อีกทั้งระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้ายังมีหน่วยงานครอบคลุมทั่วประเทศ ได้แก่ สถานีอนามัย ร้านขายยาคุณภาพ ศูนย์เทศบาล ศูนย์สุขภาพชุมชน ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลศูนย์

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจึงสามารถรับผิดชอบการแจกจ่ายผ้าอนามัยให้แก่ประชาชนกลุ่มนี้ พร้อมให้ความรู้เรื่องสุขภาวะในคราวเดียวกัน

[ ช่องทางที่ 2 ]
แจกผ่านกระทรวงศึกษาธิการ กรมราชทัณฑ์​ กระทรวงยุติธรรม

สำหรับประชากรวัยเรียนที่อยู่ในระบบการศึกษา (ประถมศึกษาตอนปลาย–มหาวิทยาลัย) และ คนในเรือนจำ

ปัจจุบันคนในเรือนจำถูกจำกัดสิทธิเข้าถึงผ้าอนามัยเพียง 3 ชิ้นต่อเดือน ซึ่งไม่ถูกสุขลักษณะ ส่วนประชากรวัยเรียนมักมีข้อจำกัดด้านรายได้ในการซื้อผ้าอนามัยอย่างเพียงพอ ทำให้ขาดสุขอนามัยที่ดี รัฐบาลจึงจำเป็นต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม เพื่อจัดหาผ้าอนามัยแก่ประชากรวัยเรียนและคนในเรือนจำอย่างเพียงพอ

[ ช่องทางที่ 3 ]
แจกผ่านแอปพลิเคชัน

สำหรับ ประชากรวัยทำงานในระบบแรงงาน

รัฐฯ สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อแจกผ้าอนามัย โดยอาจพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ หรือใช้แอปพลิเคชันเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น เป๋าตังค์ โดยเพิ่มเมนู ‘กระเป๋าสุขภาพ’ ให้ประชาชนสามารถเลือกรับผ้าอนามัยได้ตามประเภทและจำนวนที่ต้องการ ได้แก่ ผ้าอนามัย 25 ซม., ผ้าอนามัย 29 ซม., ผ้าอนามัย 35 ซม., และ ผ้าอนามัย 40 ซม. ทั้งแบบมีปีกและไม่มีปีก พร้อมฟังก์ชันให้ประชาชนเลือกสถานที่และวันเวลาเข้ารับผ้าอนามัย หรือแจ้งความประสงค์ว่า ต้องการให้จัดส่งถึงบ้านโดยผู้ขอเป็นผู้รับผิดชอบค่าจัดส่ง

สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ กีบุ๊ก : https://bit.ly/3V9qfFi
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/pheuthaiparty/posts/pfbid0sh5PwEWPTUKHhpbibBCruaNVTcyhWRSxCgo8CfhQ7SzZCDi1VmX47WfGCRxSn5WWl

2.) การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรี สำหรับผู้หญิงทุกคน
เนื่องจากสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงไทยเกิดจากมะเร็งปากมดลูกเป็นอันดับ 1 พรรคเพื่อไทยได้เห็นถึงความสำคัญของสุขภาวะในเพศหญิงและมีแนวทางลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปากกามดลูก ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันให้กับผู้หญิงทุกคนที่ยังไม่ติดเชื้อ HPV ให้แก่ผู้หญิงทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

3.) ยกระดับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ด้วยเทคโนโลยี ให้ผู้หญิงทุกคนเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาทักษะ

'กรณ์' สวน 'สุพัฒนพงษ์' ค่าไฟแพง คนนั่งคาตำแหน่งต้องรับผิดชอบ  ชี้!! ต้นทุนไฟลด ไม่ต้องเก็บค่า FT ปล่อยสะท้อนต้นทุนแท้จริง

(27 เม.ย.66) นายกรณ์ จาติกวาณิช แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี หัวหน้าชาติพัฒนากล้า กล่าวระหว่างลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงที่จังหวัดร้อยเอ็ด ถึงกรณีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไม่เห็นด้วยกับการงดเก็บค่าเอฟทีในฤดูร้อนนี้ ตามที่พรรคชาติพัฒนาเสนอไป ว่า การลักไก่คิดค่าไฟแพงตั้งแต่ ม.ค.- เม.ย.66 ที่ 4.72 บาทนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว เพราะก๊าซถูกในอ่าวไทยผลิตมากขึ้น ราคา LNG  นำเข้าราคาลดลง เงินบาทก็แข็งค่า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจึงลดตั้งแต่ ธ.ค.65 เป็นต้นมา แต่รอบบิล ม.ค.- เม.ย.66 รัฐไม่ยอมลดค่าไฟให้ แต่ผลักภาระให้ประชาชนแทนในช่วงหน้าร้อนนี้

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ได้ทักท้วงเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นปีช่วงอากาศหนาว ที่คนใช้ปริมาณไฟน้อย แต่มาแจ็กพอตแตกก็เดือนเมษาหน้าร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่ใช้ไฟมากขึ้น แต่เมื่อต้นทุนถูกลงแล้ว จึงควรลดค่าเอฟที 93.43 สตางค์/หน่วยเป็น 0 บาท 3 เดือนได้ ซึ่งสอดคล้องตามต้นทุนจริง ส่วนการขาดทุนของ กฟผ. 

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ในฐานะรักษาการรองนายกเศรษฐกิจเอง กำกับดูแลกระทรวงการคลังอยู่แล้วก็สามารถมาช่วยปรับโครงสร้างต้นทุนการเงินของ กฟผ. ได้ไม่ใช่มาผลักภาระให้ประชาชนแบบนี้

เชียงใหม่-แฟลช เอ็กซ์เพรส จับมือ กรมราชทัณฑ์ ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการส่งเสริมการศึกษาแก่ผู้ต้องขัง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566 เวลา 10.00 น. ที่ เรือนจำชั่วคราวกลางเวียง ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กรมราชทัณฑ์ และ บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด ได้จัดพิธีลงนามความร่วมมือ “โครงการส่งเสริมด้านการศึกษาและพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้แก่ผู้ต้องขังทั่วประเทศ” เพื่อเป็นแนวทางการหางานให้แก่ผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ โดยมี นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นางจรัสพักตร์ การปลื้มจิตต์ พาร์ทเนอร์กลุ่มธุรกิจแฟลช ร่วมลงนามความร่วมมือ MOU พร้อมกันนี้ ได้มีการมอบคอมพิวเตอร์ จำนวน 6 เครื่อง  เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ศึกษา และเรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ของโลกภายนอกมากยิ่งขึ้น พร้อมนำทีมทรัพยากรบุคคลผู้เชี่ยวชาญเตรียมสัญจรลงพื้นที่ทัณฑสถานทั่วประเทศ เพื่อแชร์ข้อคิดในการดำเนินชีวิตและแนะแนวทางการหางานให้แก่ผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดี ที่บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส เล็งเห็นถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในสังคมให้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ มีการทำโครงการเพื่อสังคมร่วมกับชุมชนและภาคเอกชนมาโดยตลอด สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือความร่วมมือในการพัฒนา และการให้โอกาสแก่ผู้ต้องขัง เพื่อกลับไปเป็นคนดีของสังคม การลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้เกิดขึ้นจาก เจตนารมณ์ที่ตรงกันของกรมราชทัณฑ์ และบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส ในการที่จะจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ เพิ่มโอกาสและช่องทางการเรียนรู้แก่ผู้ต้องขัง ควบคู่ไปกับการสร้างขวัญกำลังใจ ให้ข้อคิดเพื่อเตรียมความพร้อมในการออกไปใช้ชีวิตในสังคมภายนอก กรมราชทัณฑ์ จะบริหารจัดการกับคอมพิวเตอร์ที่ได้รับมา ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ต้องขัง และต้องขอขอบคุณบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญ จากบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส ในการที่จะเข้ามาให้ข้อคิดการใช้ชีวิต และแนะแนวทางการหางานให้แก่ผู้ต้องขังภายหลังที่ได้รับการปล่อยตัว ซึ่งผลที่จะได้จากความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นประโยชน์โดยตรงแก่ผู้ต้องขัง ทั้งในด้านความรู้และทัศนคติในการใช้ชีวิต อันจะส่งผลดีไปยังครอบครัว บุคคลรอบข้างรวมถึงสังคมถิ่นฐานที่อยู่อย่างเป็นรูปธรรม

'พิธา' เปิดใจ!! แจงดรามา 'ทหารคุมตัวจนไปงานศพพ่อไม่ทัน'  ด้านคุณแม่พิธา ส่งข้อความ "ไม่รู้จักเพื่อนของพ่อคนดังกล่าว"

เมื่อวานนี้ (26 เม.ย.66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวภายหลัง ลงจากเวทีดีเบต ของสถานีโทรทัศน์ PPTV ถึงกรณี ดราม่าการกลับมางานศพพ่อของตนเองไม่ทันหลังจากรัฐประหาร 2549 ว่า ตนมางานศพพ่อไม่ทันจริงๆ โดยงานศพ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18-24 กันยายน 2549 ตนมาทันในวันที่ 22-24 กันยายน 2549 หลังจากนั้นก็เก็บศพไว้ 100 วันก่อนทำการฌาปนกิจ การพูดในรายการของหนูแหม่ม สุริวิภา และรายการของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเอางานศพของพ่อใครมาพูดให้เป็นเรื่องแบบนี้

นายพิธา ยังได้ชี้แจงหลักฐานให้ผู้สื่อข่าวดูมา มีทุกอย่างครบ ว่ากลับมาประเทศไทยอย่างไร เป็นรูปภาพกำหนดการงานศพ ตั๋วเครื่องบิน 

เมื่อถามว่าตอนสมัยกลับจากสหรัฐอเมริกา มีคนตั้งข้อสงสัยว่าเป็นข้าราชการการเมืองแล้วหรือเป็นนักเรียนทุนกันแน่ นายพิธา ชี้แจงว่า ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพิ่งลาออกจากทีมงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พอดี และจะเดินทางไปศึกษาต่อ ดังนั้นจึงเป็นช่วงคาบเกี่ยวกัน

“นี่เป็นการทำงานตอนที่เป็นทีมงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ … และหยุด ลาออก แล้วก็บินไปเรียนหนังสือต่อถึงวันที่ 6 คุณพ่อเสีย 19 กันยายน อย่างที่บอก เพราะฉะนั้นเป็นช่วงคาบเกี่ยว ผมก็ต้องบอกว่าเพิ่งทำงานเสร็จ และจะไปปฐมนิเทศเริ่มการเรียนหนังสือ แต่อย่างไรก็ตามนามสกุลของเรายังมีบันทึกอยู่ เวลาลงพื้นที่มีคอมพิวเตอร์ มีแลปทอป ถ้าดูจากข่าวว่าสิงคโปร์บินถึงประเทศไทยวันที่ 21 กี่โมง ตอนนั้นประมาณบ่ายโมง ผมยังจำได้ว่าสัมภาษณ์กับท่านสุริวิภา ตอบไปว่าอยู่ประมาณ 5-6 ชั่วโมง ถ้าจำไม่ผิด” นายพิธากล่าว

นายพิธา สรุปว่า ภายหลังจากออกจากกักตัวที่กองทัพอากาศ ก็ถึงบ้านประมาณสองทุ่ม ตนจำได้ว่ามาถึงแม่ของตนที่กำลังกลับจากงานศพ โดยแม่เพิ่งบอกว่าไปงานศพพ่อมา แสดงให้เห็นว่าตอนกลับมาก็ไปไม่ทัน ตนย้ำว่าไม่มีใครที่อยากเอาชีวิตพ่อตัวเองมาทำให้เป็นดราม่า เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดกันถึงการรัฐประหารว่าทำให้เกิดอะไรขึ้นกับประชาธิปไตยบ้าง

นายพิธา กล่าวว่า ตอนนี้เป็นนักการเมือง หากประชาชนอยากตรวจสอบก็สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งก็เห็นอยู่แล้วว่ามีภาพชัดเจน ตนคิดว่าประชาชนจะเข้าใจ และการอธิบายก็คงทำให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น 

นายพิธา ย้ำอีกว่า แม่ของตนได้เห็นโพสต์ของสื่อฉบับหนึ่ง ที่ระบุว่าเพื่อนของพ่อตนโพสต์เฟซบุ๊กบอกว่าตนโกหก เพื่อเรียกกระแสดราม่า โดยแม่เพิ่งส่งข้อความมาว่าไม่รู้จักเพื่อนของพ่อคนดังกล่าว

นายพิธา กล่าวพร้อมโชว์รูปวันที่พ่อแม่ไปส่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า รูปดังกล่าวเป็นวันที่พ่อของตนไปส่งเรียนต่อ ช่วงวันที่ 6-7 กันยายน 2549 และรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ตนไม่ได้มีโอกาสบอกลาพ่อ ซึ่งการสัมภาษณ์บางครั้งอาจถูกตัดออกไป นอกจากนี้ตนคิดว่ายังมีความเข้าใจผิดเรื่องไทม์โซนของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ซึ่งตอนที่แม่โทรมาบอกตน แม่ก็โกหกบอกว่าพ่อยังไม่เสีย เพื่อต้องการไม่ให้ตนแตกสลาย อย่างน้อยบินกลับมาเมืองไทยและอยู่กับครอบครัว 

“คุณต้องเข้าใจว่าคนที่เสียพ่อ โดยที่ไม่ได้ลากันมันไม่มีเวลามานั่งไล่จับรายละเอียดอย่างนู้นอย่างนี้ ถ้าคุณอยากรู้ผมก็มีหลักฐานที่จะมาเปรียบเทียบให้ชัดๆ ไปก็ได้ ว่าสิ่งที่พูดมาไม่เป็นความจริง และอย่าทำให้การเลือกตั้งของพรรคก้าวไกลตอนนี้เสียสมาธิ ขอเรียกร้องให้คนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลอย่าเสียสมาธิกับเรื่องเล็กน้อยแบบนี้” นายพิธากล่าว

ทั้งนี้ นายพิธา ยังได้โพสต์โชว์ 3 ภาพดราม่า 

โดยรูปที่ 1 แสดงให้เห็นว่างานศพของคุณพ่อตนนั้นเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 - 24 กันยา ต่อคำถามว่า สรุปแล้วมาทันหรือไม่ทันกันแน่ คำตอบ คือ มาทันครึ่ง (วันที่ 22-24) “และ” ไม่ทันครึ่ง (วันที่ 18 - 20) ทั้งการสัมภาษณ์ของคุณสุริวิภากับของคุณสรยุทธ์จึงไม่มีอะไรขัดแย้งกัน

รูปที่ 2 อ้างอิงถึง ข่าวจาก Channel News Asia รายงานว่า วันที่ 21 กันยายน 2549 เครื่องบินรัฐบาลไทยที่กลับสู่ประเทศไทยหลังการรัฐประหาร โดยลงจอดที่สนามบินกองทัพอากาศ ในช่วงประมาณ 12.40 น. ซึ่งเป็นเครื่องบินลำที่ตนโดยสารมาจาก นิวยอร์กและลอนดอน จากรายงายข่าวจะพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้ามาควบคุมตัวและตรวจสอบบนเครื่องบินอย่างละเอียด ตนถูกกักตัวอยู่ 5-6 ชั่วโมง กว่ารถบัสจะออกมา กว่าจะมีรถของตนมารับ ก็ถึงบ้านประมาณ 2 ทุ่มกว่า ๆ จำได้ว่าถึงบ้านก่อนคุณแม่และน้องที่ใส่ชุดดำกลับมา แล้วเราก็กอดกันเป็นครั้งแรกหลังสูญเสียคุณพ่อ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top