Saturday, 18 July 2026
Hard News Team

ไทยผลักดัน 'ไหว้ครูมวยไทย' สู่ 'ซอฟต์เพาเวอร์' โลก  ลุ้น!! บรรจุเข้าแข่งขัน 'โอลิมปิกเกมส์ 2028' ที่สหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 66 ตามที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมวยไทยนานาชาติชิงแชมป์โลก 2566 "อิฟม่า ซีเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2023" ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์ ฮอลล์ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 4-12 พฤษภาคม 2566 โดยมีนักกีฬา โค้ช และเจ้าหน้าที่รวมกว่า 3,000 คนจาก 112 ประเทศ 5 ทวีปทั่วโลก เข้าร่วมชิงชัยเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของสหพันธ์สมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ (อิฟม่า)

ระหว่างการแข่งขันดังกล่าวยังมีการจัดการแข่งขันไหว้ครูมวยไทย ที่ลานสแควร์ B เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ด้วยเช่นกัน ระหว่างวันที่ 8-10 พ.ค. โดยได้มีพิธีเปิดการแข่งขันไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมี ‘ดร.หญิง’ ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF), ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ และประธานอิฟม่า, มร.สเตฟาน ฟ็อกซ์ เลขาธิการอิฟม่า, ‘ชาติซ้าย’ นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย ฯลฯ เข้าร่วมในพิธี

สำหรับการจัดงาน ‘ไหว้ครูมวยไทย’ เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ ขนบธรรมเนียมของกีฬามวยไทย ที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจ ซึ่งรัฐบาลไทยพยายามผลักดันเรื่องของมวยไทย และการไหว้ครูมวยไทย ซึ่งเป็นมรดกประจำชาติไทยไปสู่การเป็น ซอฟท์เพาเวอร์ของโลก ซึ่งในโอกาสที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมวยไทยนานาชาติชิงแชมป์โลก 2566 "อิฟม่า ซีเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2023" จึงได้จัดแข่งขัน ‘ไหว้ครูมวยไทย’ ขึ้นมาด้วยเพื่อแสดงให้นักมวยไทยกว่า 3,000 คนจาก 112 ประเทศ 5 ทวีปทั่วโลกได้รู้จัก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในกระบวนการผลักดันมวยไทย เข้าได้รับการบรรจุแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน ในอนาคตอีกด้วย

ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เปิดเผยว่า กิจกรรมเกี่ยวกับมวยไทยที่เป็นซอฟต์ เพาเวอร์ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเป็นแค่เรื่องการชกมวยไทย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้มวยไทยเป็นศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เพราะมีเรื่องการไหว้ครูมวย รวมถึงเรื่องแม่ไม้มวยไทย ลูกไม้มวยไทย และชกมวยไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) ส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมมวยไทยของเราอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่เด็กๆ จนกระทั่งเติบโตมาเป็นนักชก หรือการเล่นกีฬา นโยบายที่ได้รับจากรัฐบาลคือ ไทยพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อที่จะสนับสนุนมวยไทยไปสู่สากล และเราพร้อมที่จะบอกนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่าให้มาที่ประเทศไทย เพื่อมาเรียนไหว้ครูมวยไทย แม้ไม้มวยไทยอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จสู่สายตาชาวโลก

ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติยังกล่าวอีกว่า อุตสหกรรมกีฬามวยไทยเติบโตขึ้นมาก หลังจากประสบความสำเร็จในมหกรรมกีฬาเวิลด์เกมส์ 2022 ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศสหรัฐอเมริกา เตรียมบรรจุชิงชัยเหรียญในเวิลด์เกมส์ 2025 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน

'วราวุธ' เผยชาวบ้านถาม 'พิธา' เป็นสุพรรณบุรีแล้วเสียหายตรงไหน?  ยัน!! ยุค 'บรรหาร' เป็นรัฐบาล ก็บริหารประเทศให้พัฒนาทั่วถึง

(9 พ.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวพาดพิงว่ากังวลประเทศไทยจะเป็นสุพรรณบุรีว่า มีชาว จ.สุพรรณบุรีบางส่วนส่งข้อความมาหาตนว่าเป็นสุพรรณบุรีแล้วมันเสียหายตรงไหน แต่อย่างไรก็ตาม จากการที่เคยทำงานร่วมกับนายพิธาและพรรคก้าวไกลในสภาผู้แทนราษฎร ได้เห็นว่าพวกเขาเชื่อมั่นในเรื่องความเสมอภาคและความเท่าเทียม ตนคิดว่าเขาคงไม่ได้หมายความไปตามสิ่งที่พูด และจากการที่ตนและนายพิธาได้ร่วมเวทีดีเบตกันมาแล้วหลายครั้ง เห็นว่านายพิธาคงไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ จึงคิดว่าอย่าเอาเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมาทำให้เป็นเรื่องดีกว่า เพราะอีกไม่กี่วันจะถึงวันเลือกตั้งอยู่แล้ว ขอให้มุ่งเน้นกันที่นโยบาย เพราะบางครั้งอาจจะมีเรื่องที่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจและพลาดพลั้ง จึงอยากให้ปล่อยไปดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดูแลความรู้สึกของชาวสุพรรณบุรีอย่างไร นายวราวุธ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราได้ทำงานอย่างต่อเนื่องใน จ.สุพรรณบุรี ซึ่งอาจมีหลายคนที่เกิดข้อกังขาว่า จ.สุพรรณบุรีมีการพัฒนา โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขอชี้แจงว่าตอนที่นายบรรหารดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ จนถึงตอนดำรงตำแหน่งนายกฯ ทุกคนสามารถไปตรวจสอบได้ว่าการทำงานของนายบรรหารในช่วงเวลาเหล่านั้นได้ทำงานให้กับคนไทยทั้งประเทศ แม้กระทั่งตอนได้รับตำแหน่งนายกฯ จุดแรกที่ท่านเริ่มไปลงพื้นที่คือ ภาคใต้ ไม่ได้มาที่ จ.สุพรรณบุรีก่อน 

นอกจากนี้ ในยามที่นายบรรหารเป็นเพียง ส.ส. ท่านก็ยังทำงานให้ จ.สุพรรณบุรี ถือเป็นเรื่องปกติของการเป็น ส.ส. ส่วน ส.ส.แต่ละคนจะทำงานได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับศักยภาพแต่ละคน อย่างไรก็ตาม อยากทำความเข้าใจกับชาวสุพรรณบุรีว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ใน จ.สุพรรณบุรี พวกเรายังทำงานเหนียวแน่นกันดี

เมื่อถามว่า ดูเหมือนการปราศรัยในระยะหลังของพรรคก้าวไกล จะพูดแซะตระกูลหรือบ้านใหญ่ในจังหวัดต่าง ๆ นายวราวุธ กล่าวว่า ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ต้องขอบคุณที่มองเราเป็นบ้านใหญ่ เพราะสำหรับบ้านศิลปอาชาและพรรค ชทพ. ถือว่าสุพรรณบุรีเป็นบ้านใหญ่ของเรา ขณะเดียวกัน เราเข้าใจดีว่าการพูดบนเวทีบางครั้งอาจจะมีกลอนพาไป จึงอย่าเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเป็นเรื่องดีกว่า และอย่าเอามาเป็นประเด็นทางสังคมเลย เราควรไปโฟกัสนโยบายของแต่ละพรรคดีกว่า และอีก 3-4 วัน จะได้เวลาไปลงคะแนนเลือกตั้งกัน

‘น้องจี้ ศิริอร’ นักกีฬาสาวดาวรุ่ง ทัพเปตองไทย คว้าทองแรกสำเร็จ!! ผงาดล้มแชมป์โลก ‘กัมพูชา’

(9 พ.ค. 66) กีฬาชนิดหนึ่งที่ถือว่าเป็นกีฬาถนัดของเจ้าภาพกัมพูชา ก็คงหนีไม่พ้นเปตอง ซึ่งเป็นกีฬาที่พวกเขามีนักกีฬาระดับแชมป์โลกอยู่มากมายหลายคน แน่นอนว่าในซีเกมส์ครั้งนี้เจ้าภาพก็ตั้งเป้าจะมาโกยทองในกีฬาเปตองเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในการแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยวกลับเกิดเรื่องเซอร์ไพรส์ขึ้น เพราะว่า อัน สเรย่า เจ้าของเหรียญทองเวิลด์เกมส์ ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว ตัวเต็งคว้าเหรียญทองในซีเกมส์ครั้งนี้ กลับพลาดท่าพ่ายให้กับนักกีฬาสาวของไทยตั้งแต่รอบแรก

‘น้องจี้’ ศิริอร สาระชีพ นักกีฬาสาวดาวรุ่งของสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ที่เข้าร่วมซีเกมส์เป็นครั้งแรก สามารถหักปากกาเซียน ล้มแชมป์โลกของกัมพูชาได้ ก่อนจะเสริมสร้างความมั่นใจจนก้าวไปคว้าทองแรกให้กับทัพเปตองไทยได้สำเร็จ

จริงๆ ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่เหรียญที่ทางสมาคมตั้งเป้าเอาไว้ตั้งแต่แรก เพราะไปเน้นกับประเภททีม 3 คน และประเภทคู่เสียมากกว่า แต่น้องจี้ก็เรียกความมั่นใจให้กับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างมากเลยทีเดียว

เคล็ดลับสำคัญที่เจ้าตัวเปิดเผยออกมา คือหลังจากที่ออกตัวได้ดี ก็พยายามจำลูกที่ทำได้ดี จำน้ำหนักในการโยนที่ออกมาแล้วมันดี จึงทำให้ผลงานดีในรอบต่อๆ ไป

‘ดร.หิมาลัย’ ย้ำชัด รทสช. ทำการเมืองตามอุดมการณ์  ใช้งบตามกรอบกม. ไร้งบหนุนผู้สมัครฯ ที่จะมาขอเพิ่ม 

‘ดร.หิมาลัย’ ย้ำชัด ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ทำการเมืองตามอุดมการณ์ พร้อมยึดมั่นในหลักการ “ปกป้องสถาบัน รับใช้ชาติและประชาชน” ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และใช้งบประมาณตามกรอบกฎหมาย หลังมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ออกมาเรียกร้องให้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย

(9 พ.ค. 66) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ภาคอีสาน ออกมาเรียกร้องให้พรรคดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ว่า วันนี้ตนในฐานะผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับมอบหมายให้มารับฟังข้อเรียกร้องของพวกท่าน เพื่อนำไปเรียนผู้ใหญ่ของพรรค ว่าพรรคมีข้อผิดพลาดอย่างไรในการดำเนินงาน ตามอุดมการณ์ของพรรค และมีนโยบายเรื่องใดที่จะต้องนำไปแก้ไข

แต่อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคเพื่ออุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งไม่ได้มีทุนทรัพย์มาก เงินบริจาคที่ได้รับมา จึงต้องใช้ในการทำกิจกรรมทางการเมืองของพรรคอย่างประหยัดและระมัดระวัง อีกทั้ง พรรคไม่สนับสนุนการซื้อสิทธิขายเสียง ด้วยเป้าหมายต้องการทำการเมืองอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม กระทำการหาเสียงด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตามกติกาของ กกต. และรัฐธรรมนูญ ซึ่งการดำเนินงานตามนี้ ไม่จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากแต่อย่างใด

อีกทั้ง พรรคการเมืองเป็นที่รวบรวมคนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน ไม่ใช้สถาบันทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการลงทุนให้ผู้สมัคร ผู้ที่เสนอตัวเพื่อมารับใช้แบ่งเบาภาระของพ่อแม่พี่น้อง จึงควรเป็นผู้ที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อไม่เป็นภาระแก่ผู้ใด ส่วนเรื่องงบประมาณ ท่านก็ควรจะทราบว่าท่านมีงบประมาณอยู่เท่าไร ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎกติกาของ กกต. ก็ควรจะบริหารให้อยู่ในกรอบที่ตัวเองรับได้ และไม่เดือดร้อน

ไม่รอด!! อัยการสั่งฟ้อง ‘ดีเจแมน-ใบเตย’ พร้อมพวก คดี Forex 3D ทุกข้อหา จ่อนำตัวส่งฟ้องศาลวันนี้

(9 พ.ค. 66)  ที่สำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งคดี นายพัฒนพล กุญชร หรือดีเจแมน และ น.ส.สุธีวัน กุญชร หรือใบเตย นักร้องสาวชื่อดัง สองสามีภรรยาผู้ต้องหากับพวกรวม 8 คน ฐานร่วมกันฉ้อโกงแชร์ Forex-3D โดยผู้ต้องหาชุดนี้ มี 8 คน นายอดัม โพการี สัญชาติฮังการี 1 ในผู้ต้องหาหลบหนีไปประเทศฮังการี ส่วนนายแดรัล ยัง ชาวสิงคโปร์ แฟนหนุ่มของ ซาร่า คาซิงกินี นางแบบสาว ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จึงเหลือผู้ต้องหาเพียง 6 คน คือ นายพัฒนพล, น.ส.สุธีวัน, นายฉัตรชัย หรือเสือ คชทิน, นายธีร์ภัสกร หรือมาร์ค กิมวังตะโก, นายสุรนาถ นาคมุสิก และนายอายุวัต ชัยเมธนากูล ที่ต้องมารายงานตัว 

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมาพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้นัดให้นายพัฒนพล หรือดีเจแมน และ น.ส.สุธีวัน หรือใบเตย นักร้องสาวคนดัง กับพวกรวม 6 คน มาฟังคำสั่งคดีดังกล่าว  แต่ปรากฏว่า นักร้องสาวใบเตย มอบหมายให้ทนายความยื่นใบรับรองแพทย์ว่า มีอาการไส้ติ่งอักเสบ-เครียดหนัก ต้องพักรักษาตัวในรพ. ส่วนดีเจแมน สามี และผู้ต้องหารายอื่นๆ อ้างขอเลื่อนฟังคำสั่งคดี เพื่อเตรียมหาหลักทรัพย์ประกันตัวในชั้นศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในช่วงเช้า โดยนายพัฒนพล กุญชร หรือดีเจแมน และ น.ส.สุธีวัน กุญชร หรือใบเตย นักร้องชื่อดัง สองสามีภรรยา พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการเพื่อฟังคำสั่งคดีฉ้อโกงแชร์ Forex 3D รวม 3 ข้อหา ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ

ดีเจแมน พัฒนพล กล่าวว่า ตอนนี้ต้องรอดูว่าอัยการจะมีคำสั่งใด ยังไม่มีอะไรคืบหน้า กำลังรอคุณแม่มา ถามว่าพร้อมประกันตัวไหม ก็ต้องลองสู้ วันนี้ยังไม่รู้ว่าคำสั่งคืออะไร สำหรับหลักทรัพย์ประกันตัวนั้นยังไม่ได้เตรียมไว้ ยังต้องรอให้แม่มา ทั้งนี้ตนก็คงไม่เลื่อนนัดฟังคำสั่งอีกแล้ว

ขณะที่ใบเตย สุธีวัน มีสีหน้าเคร่งเครียดและปฏิเสธไม่ตอบคำถามใดกับสื่อมวลชน

ทั้งนี้มีรายงานงานว่า อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องดีเจแมน พัฒนพล นักร้องสาวใบเตย สุธีวัน และพวกอีก 4 คน โดยจะนำต้วผู้ต้องหาทั้งหมดไปยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาในช่วงสายวันนี้

วันเดียวกันนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดได้เผยแพร่เอกสารข่าวคดีนี้ว่า ตามที่สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้นัด นายพัฒนพล กุญชร ผู้ต้องหาที่ 1 น.ส.สุธีวัน กุญชรหรือทวีสิน ผู้ต้องหาที่ 2 นายฉัตรชัย คชชิน ผู้ต้องหาที่ 5 นายธีร์ภัสกร กิมวังตะโก ผู้ต้องหาที่ 7 นายสุรนาถ นาคมุสิก ผู้ต้องหาที่ 8 นายอายุวัต ชัยเมธนรากูล ผู้ต้องหาที่ 12 มาเพื่อทราบนัดและฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ในคดีพิเศษที่ 273/2565 ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ.) ระหว่างนางสาวรัศมี ศรีสว่าง กับพวก ผู้กล่าวหา นายพัฒนพล กุญชร กับพวก ผู้ต้องหา

ในความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรบอกให้แจ้ง โดยประกาศแพร่ข่าว ด้วยสื่อออนไลน์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต อันเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ในวันที่ 9 พ.ค.นี้เวลา 09.00 น.

'เรืองไกร' จ่อร้อง กกต.สอบ 'พิธา-ก้าวไกล' ถือหุ้น ITV พบมีชื่อถือ 42,000 หุ้น ซ้ำบริษัทยังดำเนินธุรกิจอยู่

(9 พ.ค. 66) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบพบข้อมูลที่น่าเชื่อว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น จึงต้องการให้ กกต.ตรวจสอบ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) บัญญัติห้ามมิให้บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส และเมื่อตรวจสอบปรากฏข้อเท็จจริงตามข้อมูลเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 66 ที่ทำให้เข้าใจว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ในลำดับที่ 6,121 เลขทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ 4030954168 ที่อยู่ 98/26 อาคารซิลเวอร์เฮอริเทจ ซ.สุขุมวิท 38 ถ.สุขุมวิท พระโขนง คลองเตย 10110 สัญชาติไทย จำนวน 42,000 หุ้น

นายเรืองไกร ยังกล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบข้อมูลของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) พบว่า เป็นนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการอยู่ ธุรกิจตอนจดทะเบียน ระบุการออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงยกเว้นทางออนไลน์

วัตถุประสงค์ตอนจดทะเบียน ระบุสถานีโทรทัศน์ หมวดธุรกิจ ก็ระบุว่า กิจกรรมเผยแพร่ภาพยนตร์วีดิทัศน์และรายการโทรทัศน์ โดยปีที่ส่งงบการเงิน คือ ปี 2560 ต่อเนื่องถึงปี 2564 และเมื่อขอข้อมูลบัญชีรายขื่อผู้ถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ณ วันที่ 27 เม.ย. 65 นายพิธา เป็นผู้ถือหุ้นในลำดับที่ 7,138 จำนวน 42,000 หุ้น เลขที่ใบหุ้น 06680180285422 มูลค่าหุ้นละ 5 บาท

อีกทั้งเมื่อตรวจสอบข้อมูลบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จากเว็บไซต์ พบว่า บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ประกอบกิจการรับจ้างโฆษณา ประชาสัมพันธ์ทุกชนิดทุกประเภท มีรายได้ปี 2565 รวม 21 ล้านบาท และมีรายได้ปี 2564 รวม 24 ล้านบาท โดยบริษัทมีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) เมื่อวันพุธที่ 26 เม.ย. 66 จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงมีเหตุอันควรที่ กกต. จะต้องตรวจสอบนายพิธา ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อและผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล ว่า เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) หรือไม่

ส่อง 17 ผลงานเด่นของรัฐบาลตลอด 8 ปีที่ฝากไว้ใน ‘ภาคเหนือ’

ตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ เกิดการพัฒนาทั่วทุกภาคของประเทศ ในส่วนการพัฒนาภาคเหนือ มีการกำหนดให้พื้นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง เป็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือเพื่อยกระดับให้เป็นพื้นที่ลงทุนด้านการพัฒนาให้เป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์หลักของประเทศอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 

การพัฒนาและผลงานที่เป็นรูปธรรมและเอื้อประโยชน์ให้แก่พี่น้องชาวภาคเหนือมีมากมายหลายโครงการ ขอยกตัวอย่างมาให้เห็นคร่าวๆ ดังนี้

1.) พัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ ที่เชียงราย

2.) เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา การท่องเที่ยวธรรมชาติและสุขภาพ ตามเส้นทางเมืองเก่าลำพูน ลำปาง เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน

3.) ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 11 ตอนแยกภาคเหนือ-ขุนตาล จาก 4 ช่องจราจรเป็น 8 ช่องจราจร

4.) พัฒนาทางหลวงหมายเลข 116 ตอนป่าสัก-สะปุ๋ง-บ้านเรือน-สันป่าตอง จาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 19 กม.

5.) พัฒนาทางหลวงหมายเลข 10.35 ตอนวังหม้อพัฒนา-แจ้ห่ม ระยะทาง 19 กม.

6.) ก่อสร้างส่วนขยายสะพานข้ามทางแยกต่างระดับ แยกภาคเหนือ จุดตัดทางหลวงหมายเลข 1 ตอนเกาะคา-สามัคคี กับทางหลวงหมายเลข 11 ตอนแยกภาคเหนือ-ขุนตาน

7.) ก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ทางหลวงหมายเลข 1136 ตอนเหมืองง่า-ลำพูน เพื่อเชื่อมทางเลี่ยงเมืองลำพูน สายเหมืองง่า-ท่าจักร และเชื่อมโยงจังหวัดเชียงใหม่

8.) ก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองแม่ริม เมืองสันกำแพง

9.) สร้างสถานีขนส่งสินค้าจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าในภูมิภาค

10.) ปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม 'เมืองเก่าลำพูน'

11.) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบริเวณถนนนิมมานเหมินทร์ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ

12.) ขยายท่าอากาศยานฯ และการศึกษาความเหมาะสมการขยายระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ (Logistic) เชื่อมต่อจากจังหวัดลำปาง-จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุน และลดต้นทุนการขนส่งน้ำมัน

13.) โครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา

14.) ก่อสร้างประตูระบายน้ำดอยแต ตำบลเหมืองจี้ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน

'เอเชีย-แปซิฟิก' หวั่น!! หลังจีนเท้าความเหตุการณ์ยูโกสลาเวีย เตือนสติ!! เตรียมเจอความป่าเถื่อนของนาโตที่นำโดยสหรัฐฯ

ปักกิ่งจะไม่มีวันลืม และจะไม่มีวันให้อภัย ต่อเหตุการณ์ทิ้งระเบิดสถานทูตของพวกเขาในกรุงเบลเกรด ปี 1999 จากคำกล่าวของหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนในวันจันทร์ (8 พ.ค.) โดยหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาประณามกลุ่มพันธมิตรทหารที่นำโดยสหรัฐฯ สำหรับก่อความขัดแย้งโดยอ้างตัวว่าเป็นพันธมิตรป้องกันตนเอง พร้อมแนะนำเชิงเหน็บแนมให้ส่องกระจกดูอาชญากรรรมต่างๆ ที่ตนเองก่อไว้ ในขณะที่ดูเหมือนว่านาโตกำลังบ่ายหน้ามาภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

หวัง ออกมาตอกย้ำในเรื่องนี้ ด้วยที่เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นวาระครบรอบเหตุโจมตีสถานทูตจีนในยูโกสลาเวีย ซึ่งส่งผลให้ผู้สื่อข่าวชาวจีนเสียชีวิต 3 ราย และเจ้าหน้าที่ด้านการทูต 20 คนได้รับบาดเจ็บ "ประชาชนชาวจีนจะไม่มีวันลืมกับสิ่งที่พวกเขาต้องเสียสละเพื่อค้ำยันความจริง ความเที่ยงธรรมและความยุติธรรม และเราจะไม่มีวันลืมการกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อนที่ลงมือโดยนาโตที่นำโดยสหรัฐฯ" เขาบอกกับผู้สื่อข่าว

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวอ้างว่า นาโตซึ่งเป็นพันมิตรทหารระดับภูมิภาคได้จุดไฟซ้ำ ๆ และนำพาความขัดแย้งไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ไล่ตั้งแต่บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ไปจนถึงโคโซโว จากอิรักไปอัฟกานิสถาน และจากลิเบียสู่ซีเรีย"

"หลังจากมีส่วนเกี่ยวข้องในสงครามต่าง ๆ ที่เข่นฆ่าชีวิตหลายแสนคนและทำหลายล้านคนต้องไร้ถิ่นฐาน เวลานี้นาโตกำลังจู่โจมมาทางทิศตะวันออก เข้าสู่เอเชีย-แปซิฟิก ยุยงการเผชิญหน้า บ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุ

เหตุโจมตีสถานทูต เกิดขึ้นในช่วง 6 สัปดาห์ของการทำสงครามทางอากาศของนาโตกับยูโกสลาเวีย โดยเป็นการเปิดปฏิบัติการในนามของพวกแบ่งแยกดินแดนเชื้อสายแอลเบเนียในโคโซโว ระเบิด 5 ลูกพุ่งใส่สถานทูตจีน ส่งผลให้ผู้สื่อข่าวชาวจีนเสียชีวิต 3 ราย ในขณะที่ปักกิ่งประณามการทิ้งบอมบ์ดังกล่าวว่าเป็นการกระทำอันโหดเหี้ยมป่าเถื่อน

'รวมไทยสร้างชาติ' แจงแล้ว เลเซอร์สะพานพระราม 8  พบ 'ทิพานัน' ทำโดยไม่ได้หารือ เรียกมาตำหนิแล้ว

(9 พ.ค. 66) จากกรณี ประเด็นการยิงเลเซอร์หาเสียงบนสะพานพระราม 8 ถูกจับตาอย่างหนักภายหลังจสก น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์ภาพแสงสีบนสะพานพระราม 8 เป็นข้อความหาเสียง พร้อมระบุแคปชันว่า...

"ชัดเจนเด่นชัด สะพานพระราม 8" โดยภาพแสงสีปรากฏข้อความต่างๆ เช่น "กา 22 มั่นคง มั่งคั่ง" / "ลุงตู่ อยู่ต่อ" และ "รวมไทยสร้างชาติ"

ล่าสุด พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาชี้แจงโดยระบุว่า...

ตามที่ปรากฏข่าวว่ามียิงการเลเซอร์ ข้อความเชิญชวนให้เลือกหมายเลขของพรรครวมไทยสร้างชาติบนเสาสะพานพระราม 8 เมื่อคืนวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น พรรครวมไทยสร้างชาติขอชี้แจงว่า พรรคฯ ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการดังกล่าว และได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน

‘เก่งลายพราง’ จ่อพบ ‘ตร.ไซเบอร์’ ปมชวนเล่นพนันออนไลน์ เจ้าตัวรับทำมาตั้งแต่ออกจากคุก ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 2 แสน

(9 พ.ค. 66) มีรายงานว่า พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รองผบช.สอท. พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รองผบก.สอท.1 ได้ออกหมายเรียกนาย ‘เก่งลายพราง’ หรือนายจิรายุ ยิ้มอำไพ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ให้มาพบพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (เมืองทองธานี) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามความผิดชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ตามพรบ.การพนัน พ.ศ. 2478 ม. 12  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top